BAP หลังคาเดียวกัน

ตอนที่ 2 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ม.ค. 58





 บทที่ 2


 
 
 
         ......."นี้มึงเพิ่งลุกเหรอ เชี่ยนัม"
 
 
         "อือ อัมไอ"  คนถูกถามพูดเสียงอู้อี้ เพราะปากอมแปรงสีฟันไว้อยู่  
 
 
 "สภาพมึงเนี้ย ไปฟัดกับหมามารึไงว่ะ"
 


 
   ฮิมชานชายตามองเพื่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าอยู่รอมร่อ เพิ่งจะลุกจากที่นอน มายืนเกาหัวยิกๆ   แถมยังเดินมายืนบังหน้าจอทีวีที่เค้ากำลังดูอยู่อีก



 
 
"กูว่ามึงไปอาบน้ำเลยก็ดีนะ กลิ่นมึงเริ่มจะสาปๆล่ะกูว่า"  ไม่พูดเปล่ายังยกมือขึ้นปิดจมูก เพราะอีกคนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆทั้งๆที่ในปากยังอมแปรงสีฟันอยู่
 
 
 
     มือใหญ่ดึงแปรงออกจากปาก พร้อมกับเป่าลมไปที่หน้าอีกคน และมันไม่ได้ออกไปแต่ลม มันรวมไปถึงฟองของยาสีฟันที่ยังแปรงไม่เสร็จด้วย และแน่นอนว่ามันไปอยู่บนหน้าของคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
 
 
 
 
     ฮิมชานขบกรามดังกรอดๆ   ก่อนจะดึงผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่พาดอยู่บนไหล่ของเพื่อนมาเช็ดหน้าออกแบบลวกๆ 
 
 
"ไอ้สัส!!! นัมมมมมมมมมมมมมมม"  พ่นคำด่า กระแทกหน้าอีกคน ว่าจะถีบมันให้หงายหลังซักหน่อย แต่เหมือนมันจะไวกว่า  ลุกพรึ่บและดึงเอาผ้าเช็ดหน้าจากมือไปก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว
 


 
 
"เชี่ยเอ้ยยยยยยยย  สัส"  สบถคำหยาบให้ส่งท้ายให้กับเพื่อนเล็กน้อย และหันกลับมาให้ความสนใจกับทีวีของตัวเองต่อก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างได้


"เชี่ยนัม มึงลืมสินะ หึหึ ถ้าเทวดามึงกลับมาเมื่อไหร่มึงได้หนาวแน่"
  ใบหน้าหล่อถูกแต้มด้วยรอยยิ้มอย่างนึกสนุกกลับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
 




 
"มึงยิ้มบ้าไร สัสหิม"
 

 
"เห้ยยยยยย !!  มาตอนไหนเนี้ย"

 
 
"กูก็มาทันเห็นมึงยิ้มฟันยื่นๆนั้นแหละ"

 
 
"ไอ้นัม..กูเพื่อนเล่นมึงเหรอ"

 
"เปล่า กูไม่เคยเห็นมึงเป็นเพื่อนเล่น"

 
"แล้วกูเป็นเชี่ยไร"

 
"ตะไคร้น้ำมั้ง ฮ่าๆๆๆๆๆ"      
ด่าเพื่อนซึ่งๆหน้า ก่อนจะหัวเราะร่วน เอนหลังพิงพนักโซฟา พร้อมกับเปิดเบียร์เย็นๆเทลงคอไปอย่างชิลๆ
 


 
"นัม  ถ้าเทวดามึงมาเห็นมึงนั่งกระดกเบียร์ขาไขว้ห้างแบบนี้นะ มึงจะเจอหนักนะ"

 
"ถ้าทาสอย่างมึงไม่พูด เทวดาก็จะไม่รู้นะ"

 
 
"สัส กูไม่ใช่ทาสนะเห้ยยย"

 
 
"กูกับมึงก็ไม่ต่างกันหรอกน่าา เพราะงั้นมึงก็เงียบๆไปเลย และอีกอย่างนะ ของฟรี เค้าไม่วอรี่หรอกว่ะ ฮ่าๆๆๆ"
 


 
"ตลกมากเลยนะมึง เดี๋ยวจะหัวเราะไม่ออก"  ฮิมชานว่าจะไม่พูดอะไรที่มันเป็นการสื่ออะไรแล้วนะ แต่เห็นเพื่อนมันมีความสุขเกินสงสารมันถ้าจะต้องโดนหนัก 
 


 
"นี้มึงยิ้มแบบนี้อีกแล้วนะ"
 
 
ยงนัมยกมือที่ว่างขึ้นโบกไปที่หัวเพื่อนแบบไม่จริงจังนัก

 
"สัสนัม ..แทนที่มึงจะมากวนส้นตรีนกู มึงดูเวลาด้วยนะ.."
 

 
"..."

 
 
"ดูปฏิทินบ้างก็ดีนะ.." 

 
 
"..."

 
 
"มึงมีเวลาเหลือไม่มาก..กลับตัวซะนะ"  ฮิมชานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และบิดตัวไปซ้ายทีขวาที เพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะทิ้งปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ ที่มีการโน๊ตด้วยปากกาหลากสี ในแต่ละช่องๆ ให้กับเพื่อน และตบบ่าแรงๆสองทีก่อนจะเดินตัวปลิวเข้าห้องตัวเอง
 



 
ยังไม่ทันได้บิดลูกบิดประตูห้อง  เสียงร้องของเพื่อนเจ้ากรรมก็ดังไปทั่วทั้งบ้าน


 
 
"ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!  สัสสสสสสสสสสสสหิมมมมมมมมม ทำไมมึงไม่บอกกูรรรรรรรรรรร"



 
 
"กูเตือนมึงแล้วนะ รีบๆเข้าล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ" ตะโกนแหวกเสียงอีกคนไป ก่อนจะปิดประตูห้องทันที
 
 
 

 
 
            อยากจะบ้าตาย  ตอนนี้บังยงนัม คนหล่อลากไส้ (ถ้าช้าได้โดนลากไส้ออกมาจริงๆแน่)     กำลังขมักเขม้นกับการทำงานบ้าน

 
ลองคิดดูสิผู้ชายตัวล่ำบึกบึนคล้องผ้ากันเปื้อนลายเสือน้อยน่ารัก  กำลังเดินวนๆอยู่รอบบ้าน เข้ามุมนั้นออกมุมนี้  จะทำอะไรก็ลุกลี้ลุกลน


 
ต้องคอยมองนาฬิกา ต้องเหงี่ยหูคอยฟังเสียงเปิดประตูบ้านอีก  เหลือเวลาอีกไม่มากอย่างที่ไอ้เพื่อนหน้าแพะมันบอก 

 
แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่มันยังอุส่าบอกไบ้ให้ อย่าเรียกว่าไบ้เลย มันก็บอกตรงๆนั้นล่ะ   นี้ต้องหัวเสียไม่น้อย งานมันก็ไม่ใช่ไก่กา พิราบ หงหยกอะไร
#เดี้ยวๆ ไม่เกี่ยวนะ
 
 

 
 
 
           ตามตารางงานที่ถูกเขียนบนปฏิทิน ยังจำได้ใช่ไหมที่ไอ้หิมมันโยนใส่หน้าผมนั้นล่ะ   วันนี้เป็นเวรผมที่ต้องรับผิดชอบ ทำงานบ้านทุกอย่าง



 
ทุกคนมีเวร (กรรม)  ตั้งแต่งานเล็กๆไปถึงงานช้างๆ ก็ผมเป็นผู้ชาย จะให้ไปถนัดงานบ้านงานเรือนมันก็คงไม่ไหว  แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากนัก


 
คิดซ่ะว่าทำให้มันเสร็จๆไป แต่มันไม่ใช่แค่แปะหน้าให้ดูดีเหมือนเค้กได้นะ ถ้าทำไม่ดี ไม่ละเอียด ก็มีสิทธิ์โดนเด้งได้ง่ายๆ
 
 
  
         และผมเล่นตื่นมาซ่ะตะวันจะลับแบบนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปละเอียดได้ล่ะครับ อีกไม่ถึงชม. เทวดาประจำบ้านก็จะกลับจากทำงานพิเศษแล้วด้วย ถ้ามาเจอสภาพบ้านแบบนี้มีหวังระเบิดลงหัวผมนะสิครับ  เห้ยยยยย คนหล่อกลุ้มเลยตอนนี้
 


 
 
         ถามว่าตอนนี้ผมทำอะไรอยู่นะเหรอ แหม่ะ  หล่อๆแบบนี้ กำลังซักผ้าอยู่นะสิครับ ฮ่าๆๆ ต้องซักมือด้วยนะ ไม่งั้นจะโดนเฉ่ง 


 
มีเครื่องซักผ้าแต่ไม่ให้ใช้ คืออะไรรรรรรรรรรรรร  แต่ตอนนี้อะไรก็ห้ามผมไม่ได้แล้วล่ะครับ ผมซักมือก็จริง แต่ผมเอาไปปั่นแห้ง ฮ่าๆๆๆๆ
 

 
 
  อย่างน้อยมันก็จะได้พอหมาดๆและดูเหมือนผมซักนานแล้วงี้ไง  แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ผ้าหรอกนะ แต่เป็นไอ้ตุ๊กตามอซอตัวสีส้มๆนี้นะสิ

 
 
ก่อนออกจากบ้านไป เจ้าตัวก็ย้ำนักย้ำหนาว่าให้ซักให้ด้วย   ตอนนั้นผมก็เพิ่งจะได้นอนไม่เท่าไหร่เอง แต่ถึงไงผมก็ได้ยินและก็จำได้ว่าพยักหน้าไปด้วย
 
 
 
ยังจำได้อีกว่า... รีบซักด้วยนะ เดี๋ยวแดดจะหมดซ่ะก่อน ตอนกลางคืนต้องใช้ ถ้าไม่แห้งนะ เจอดีแน่..
 
 
 
 
 
 นึกถึงคำพูดของอีกคนถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ  ..ถ้าไม่แห้ง กูนี้แหละจะตาย...
 
 
 
 "เห้ยยยยยยยย มึงนี้มันตัวปัญหาของกูจริงๆเลยนะ"  ดีดจมูกใหญ่ๆของเจ้าตุ๊กตาเสือสีส้มมอซอไปนึงทีด้วยความหมั่นไส้


 
"ทุกวันนี้รักมึงมากกว่ากูอีก เชี่ยยยเอ้ยยยยยยยย"  มือใหญ่จับเจ้าเสือส้มกดน้ำกดๆบีบๆ จนฟองกระจัดกระจายด้วยความโมโห 
 
 
 
   ถ้ามีใครมาเห็นการกระทำตอนนี้คงน่าขำไม่เบา ผู้ชายตัวโตๆนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก  แถมยังคล้องผ้ากันเปื้อนลายน่ารัก


 
กำลังจับตุ๊กตากดน้ำปากก็บ่นกระปอดกระแปด ให้กับตุ๊กตาฟัง ทำอยู่แบบนั้นนานสองนาน ก็เป็นอันสำเร็จ 
 
 
 มือใหญ่กำและบีบไปตามลำตัวของเจ้าเสื้อส้ม เพื่อไล่น้ำออกให้ได้มากที่สุด  จนพอใจ และจับมันยัดเข้าไปเพื่อทำให้แห้งเร็วขึ้น
 


 
       ระหว่างที่รอให้เครื่องหยุดทำงานเพราะเวลาที่ตั้งไว้ คนตัวใหญ่ก็ผงกหัวตามจังหวะเพลงที่ตัวเองเปิดทิ้งไว้ระหว่างทำงานบ้าน

 
 
อาการปวดเมื่อยตามตัวจากการก้มๆเงยๆ  เรียกร้องให้เค้าก้าวขาเข้าไปในตัวบ้าน  มือใหญ่ดึงประตูตู้เย็นให้เปิดออก



 
    ยงนัมหยิบเหยือกน้ำออกมาเทมันลงในแก้ว ก่อนจะวางเหยือกไว้ที่เดิมและเค้าถือเพียงแก้วน้ำติดมือมา 
 
 
 
 
 
 ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาที่ข้างหน้าเป็นทีวีจอแบนเครื่องไม่ใหญ่ไม่เล็กนัก  มือใหญ่คว้ารีโมทกำลังจะกดปุ่มเปิดเครื่องอยู่รอมร่อ
 
 
เสียงออดหน้าบ้านก็ดังมาขัดจังหวะซ่ะก่อน..
 
 
 "เว่ยยยยย จะมาอะไรตอนนี้ว่ะ"  ยงนัมวางแก้วน้ำที่เจ้าตัวเพิ่งได้จิบมันไปเพียงนิด ลงบนโต๊ะด้านหน้า และดันตัวขึ้นอย่างเนิบนาบ 
 
 
ก่อนจะใช้มือดันช่วงเอวของตัวเอง และบิดตัวไปทางซ้ายสลับกับขวา จนได้ยินเสียงกระดูดดังก๊อปแก๊ป 
 
 
 "อาาาา ดีขึ้นเยอะเลยแฮะ " หัวเราะให้กับตัวเอง และเดินไปดึงประตูบ้านให้เปิดออก ขายาวๆก้าวฉับๆไปยังประตูหน้าบ้าน
 
ยงนัมเอียงคอน้อยๆ เพื่อมองผ่านช่องประตู
 
 
 "หือ..?"  มือใหญ่ลูบท้ายทอยตัวเอง อย่างงงๆ ภาพที่เห็นคือ เด็กผู้ชายสองคนกับกระเป๋าเป้คนล่ะใบ ท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลกๆ
 
 
 
"พี่ครับ เปิดประตูหน่อยสิครับ"  เด็กอีกคนท่าทางนุ่มนิ่ม ตะโกนลอดช่องประตูบานใหญ่เข้ามาหายงนัม   คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
 
 
 
"จะเข้ามาทำไม.."
 
 
"เปิดประตูก่อนเถอะครับ ข้างนอกมันหนาววววววว"   ไม่ว่าเปล่ายังทำท่ากอดตัวเองเหมือนหนาวเต็มประดา  ยงนัมมองท่าทีของทั้งสองคนด้วยสายตาว่างเปล่า



 
จนกระทั้งเด็กอีกคนที่ตอนแรกเอาแต่ยืนหลบอยู่ข้างหลังวิ่งดุกๆ ไปดึงอะไรบางอย่างจากผนังกำแพงด้านนอก และวิ่งกลับมา
 
ชูมันขึ้นตรงหน้ายงนัม
 
 
   ดวงตารีหรี่มองแผ่นกระดาษที่อยู่ในมือน้อย และฉุกคิดอะไรบางอย่าง 
 
 
 
 
   'นั่นอะไรนะ.. จุนฮง
 
 
      กระดาษไงพี่
 
 
 
    กวนตีนเหรอมึง
 
 
 
เปล่าก็พี่ถามผมนี้ว่าอะไร..
 
  เอาดีๆดิ
 
 
ประกาศห้องว่าง..
 
 
ที่ไหนว่ะ..
 
 
ก็ที่นี้แหละ
 
ว่างที่ไหนเล่าา
 
 
ก็ไม่รู้ พี่เค้าให้ผมเอาไปติด ผมมีหน้าที่ทำตามแค่นั้น โอเค!  เข้าใจนะ บาย '
 
 
 
   ยงนัมยืนนิ่งระลึกความหลังบางอย่างเกี่ยวกับแผ่นกระดาษตรงหน้าอย่างมึนงง  ท่ามกลางสายตาที่งงยิ่งกว่าและเฝ้ารออย่างคนมีความหวัง 


 
แต่ดูเหมือนว่าคนตัวโตที่อยู่อีกฝั่งของประตูจะไม่ยอมหลุดจากภวังค์ง่ายๆ
 

 
  "พี่ครับ!!!! "  เสียงตะโกนของคนด้านนอกดังมากพอที่จะทำให้ยงนัมหลุดจากภวังค์แห่งความคิด เค้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหลุบสายตาลงไปมองตัวต้นเสียงด้านนอก


 
 
 "เปิดประตูซักทีสิครับ ผมกับน้องจะหนาวตายอยู่แล้วนะ"
 
 
"โอ้ยยยยยย อะไรกันนักกันหนา เปิดก็ได้ว่ะ"
 
 
   ปัดรำคาญด้วยการเปิดประตู ถึงยังไงเด็กตัวเล็กๆสองคนก็คงไม่มีพิษมีภัยอะไรมากนักหรอก คิดว่างั้นนะ 
 

 
ทันทีที่ประตูเปิดออก คนที่เป็นพี่ก็ดึงแขนน้องรีบแทรกตัวเข้ามาภายในอย่างรวดเร็ว เหมือนกลัวว่ามันจะปิดลงและจะทำให้ใครซักคนต้องอยู่ข้างนอก
 
 
 
 
"เว้ยยยยย ใจเย็นๆดิ กลัวไม่ได้เข้ารึไง ไอ้เด็กพวกนี้นิ!!"
 
 
"ก็ไม่รู้ อ่ะ เกิดพี่เปลี่ยนใจปิดประตูขึ้นมา พวกผมก็แย่ดิ"
 
 
 
"เหอะ !! เอามานี้"  ยงนัมทำเสียงฮึดฮัด ในลำคอ ก่อนจะดึงเอากระดาษไปจากมือเล็กของเด็กหน้าตาเอ๋อๆหน่อย  ที่เค้าคาดว่าเป็นน้องไอ้เด็กเสียงดังนั้น
 
 
 
    ดวงตารียังคงจ้องมองลงไปที่ข้อความในกระดาษเอสี่ธรรมดาสีขาว ที่มีตัวอักษรตัวโต โชว์หราอยู่ 'มีห้องว่างให้เช่า..ราคาคุยกันได้..เบอร์ติดต่อ 08-xxx-xxx-xx'
 
 
 
 
ข้อความสั้นๆแต่ได้ใจความ แต่ทำให้คนอ่านอ่านยังไงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ยงนัมเดินนำเด็กสองคนเข้าบ้าน พร้อมกับยกมือขึ้นเกาท้ายท้อย  "มันจะว่างได้ไงว่ะ เห็นๆอยู่ว่าเต็มแล้ว"
 
 
 
 
 พูดเสียงเบากับตัวเอง และก้าวฉับๆเข้าไปในบ้าน ที่ตัวเค้าเองออกมาแต่ไม่ได้ปิดประตูบ้าน และมันก็ยังเปิดอ้าซ้าอยู่เหมือนเดิม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
..........................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #7 Wiww (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:32
    เอ้าแต่ละคนเริ่มมารวมตัวกันแล้ว

    ติดตามค่า
    #7
    0
  2. #3 Maple (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:03
    กะรี๊ดดดดด!!! ทั้งหมดทั้งมวลนี่อยู่บ้านเดียวกันสินะ!!! แจกับออบก็มาแว้ววว ต่อไปนี้คงมีเรื่องราวสนุกๆอีกเยอะเลย อิอิ
    #3
    0