
ป่าว..ยังไม่นอน..จะอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ
เรา...เหมือนเด็กเลยแฮะ ^^~
ต่อจากนี้ไปจะ...หัดเดินคนเดียว
อัน-สไมล์ สตอรี่ สวัสดี?.....
ขึ้นหัวครั้งแรก..น่ากลัว..(ในความคิด)
ต่อจากนี้ จะ...หัดเดินคนเดียว (ถ้าเธอต้องการนะ...)
ก็นะ...ไม่รู้สิ...
ความจริงแล้วไม่รู้อะไรเลยต่างหาก...
"เรา" ไม่เคยทะเลาะกันเลย นับตั้งแต่รู้จักกันมา
"เรา" ไม่เคยใช้กำลัง ลงมือกัน ทำร้ายร่างกายกัน
"เรา" ไม่เคยใช้คำหยาบๆด่าทอกัน
ความจริงแล้ว...เราไม่เคยทะเลาะกัน อาจจะมีบางเวลาที่เราเถียงกันบ้าง
ความจริงแล้ว...เราแค่เอาความเงียบมาต่อสู้กัน
จากความเงียบ ก็เริ่มออกห่าง พอออกห่างนานก็เริ่มหมางเมิน จากความหมางเมิน
สุดท้ายคือ เย็นชาใส่กัน...
เราแค่ทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่าย..เราแค่ทำเหมือนอีกคนไม่มีตัวตน
มันเจ็บซะยิ่งกว่าการเอาคำพูดเชือดเฉือนกันซะอีก...
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง เป็นครั้งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นมาได้อีก...เพราะทุกครั้งที่ทำอะไรลงไป...จะพยายามรักษาความรู้สึกระหว่างเราไว้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
ครั้งนี้เริ่มขึ้นวันศุกร์ที่แล้ว...(อีกแล้ว)
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์...เริ่มจากอะไร...? เราไม่รู้ อาจจะมีใคร เราหรือ เธอ ที่รู้ แต่ไม่มีใครพูด
พอเข้าวันจันทร์...เราก็เริ่มเงียบ ใช่..เรานี้แหละ..เงียบใส่ก่อน ทำตัวไม่ดีก่อน งี่เง่าสุดๆก่อน
พอเข้าวันอังคารถึงรู้ตัว...ว่าผิด อยากเอาหัวฟาดพื้นชะมัด...
พอเข้าวันพุธ...แย่ยิ่งกว่าวันอังคาร....เข้าวันพฤหัสฯ แล้วก็วันนี้ วันศุกร์...แย่ยิ่งกว่าอะไรที่เคยเจอมา...
เคยคิดว่า...จะไม่ให้มันกลับมาอีก..ความรู้สึกที่โคตรแย่แบบนี้
รู้ไหม? ระหว่างนี้ ก็มีเรื่องดีๆ(มั้ง) เกิดขึ้น..
วันอังคารที่เราสอบ อังกฤษของอาจารย์บุญทอง..ตอนที่กำลังสอบ...ตอนที่เธอนึกคำไม่ออก...ตอนที่เธอกำลังพูด..ตอนที่เธอสบตาเรา...
ตอนที่เราสบตาเธอ....ตอนที่เราบอกกับตัวเองว่า.."อย่าหลบตาเธอเชียวนะ...มันกำลังดีขึ้นรู้ไหม?"
ตอนที่เธอดีใจ..ตอนที่เราได้สิบคะแนนเต็ม ตอนที่เธอยิ้มกว้าง...
วันพุธที่สอบของอ.ศิริรัชต์...ตอนที่เธอกำลังยิ้มให้เรา
เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆที่ เรา รู้สึกถึงความรู้สึกที่เคยเป็น
บอกตรงๆ รู้สึกดีจริงๆ...
แต่แล้วมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย...ในวันรุ่งขึ้น...
เราพยายามเดินห่างๆเธอ เพื่อให้เธอรู้สึกสบายใจ....เรายืนห่างๆเธอแค่ได้เห็นเธอยิ้มและหัวเราะ...
เรานั่งมองเธอเล่นโทรศัพท์
เรามองเธอตลอด...เราคอยมองเธอ คอยยิ้มเล็กๆเวลาเธอหัวเราะ คอยหัวเราะเบาๆเวลาเธอมีความสุข
รู้สึกดีไปด้วย...ที่เธอยิ้ม
และเธอก็ทำหน้าบึ้งทุกครั้งที่มีเราอยู่ด้วย...เธอเดินออกไปจากกลุ่มทุกครั้งที่เราเดินเข้ามา...
เราเลยรู้สึกว่า..เราอยู่ห่างๆเธอดีไหม?...
เราจะได้เห็นเธอเป็นปกติ...ดี....
เราอิจฉาเพื่อนๆคนอื่น ตอนที่เธอเข้าไปเล่นด้วย
เราอิจฉาเพื่อนๆ ที่ได้นั่งข้างเธอ
เราอิจฉาเพื่อนๆ ที่ได้คุยกับเธอ
เราอิจฉาเพื่อนๆ ที่ได้หัวเราะกับเธอ
เราทุเรศตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เธอถามเราตอบ....ทุกคำถามมีคำตอบเสมอ...เหลือแค่ว่า เธอจะถามเราไหม?
ครั้งที่แล้ว...เราได้รู้สาเหตุแล้ว...เราแอบบ้าบอ ดีใจนิดๆที่เธอรู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญ
มันอาจเป็นกรรมก็ได้มั้ง....
เราทำเธอร้องไห้...มาครั้งนี้เราก็ร้องไห้บ้างไง
ครั้งนี้เป็นเราที่อิจฉาคนข้างๆเธอ
และ...
ครั้งนี้เป็นเราเองที่ไม่มีที่ให้เรายืน
เป็นเราเองที่ถูกดันให้เดินข้างหลัง...
เป็นเราเองที่ต้องมองเธอเดิน ..จากไป
ฮะๆ..บางทีนะบางที เราควรปล่อยให้เธอจากไป เราควรอยู่ตรงนี้แล้วให้เธอหาใครใหม่
เพราะเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีค่อพออะไรที่จะฉุดรั้งให้เธอกลับมายืนข้างเรา
รังแต่จะทำให้"เรา"เสียใจกันปล่าว...
และบางที คงเป็นเราเองที่ควรหัดเดินคนเดียว...
เธอบอกว่าเราเป็นคนใจเย็น ในขณะที่เธอเป็นคนใจร้อน..ซึ่งความจริงแล้ว...เราเป็นเด็กแล้วเธอเป็นผู้ใหญ่ต่างหาก
เธอพยายามดึงเราไปในทางที่ควรจะยืน..ไม่ใช่เป็นเด็กไปตลอด....มีความรับผิดชอบให้มากกว่านี้..สนใจสิ่งรอบตัวบ้างไม่ใช่สนแค่เรื่องของตัวเอง...
นี้คือสิ่งที่เธอพยายามสอนเรา...ขอบคุณนะ.....
เรานะ..เคยอยู่คนเดียว..อยู่คนเดียว..โดนใครๆทิ้ง ไม่สนใจ...ให้ยืนคนเดียวตลอด...พอมีใครเข้ามาในชีวิตก็พยายามจะดึงเขาไว้กับตัวเองตลอด...เพราะกลัวการกลับไปยืนคนเดียวอีกครั้ง...
แต่พอเราได้รู้จักเธอ เราก็รู้ว่าชีวิตนี้เราอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก..เราก็พยายามเข้าหาคนอื่น...
แต่เราก็ไม่ได้ฉุดรั้งเขาไว้กับเรา...แต่..เรากลับฉุดรั้งเธอไว้กับเรา คนเดียว....
แต่...ต่อจากนี้ไป...เราจะปล่อยเธอแล้ว...เราจะไม่รั้งเธอเอาไว้...เธอจะได้เจอคนที่ดีกว่าเรา
ไม่เห็นแก่ตัวเหมือนเรา...
แล้ว..เราจะกลับไปยืนที่เงาเหมือนเดิม....
เราจะกลับไปเป็นเงาเหมือนเดิม...
เราจะยิ้มให้เหมือนเดิม...
เราจะหัวเราะให้เหมือนเดิม...
เราจะคอยมองเธออยู่ที่เดิม...
ตลอดไป....
ขอบคุณเวลาตลอด สาม ปี ที่ผ่านมา....
ขอบคุณสำหรับการเรียนรู้ทุกๆอย่าง
ขอบคุณที่คอยเดินข้างเรา...
ขอบคุณที่อดทนกับเราเสมอมา...
ขอบคุณสำหรับชื่อฉายาดีๆ...
ขอบคุณสำหรับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ขอบคุณสำหรับ สามี หล่อๆหนึ่งคน..
ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกันมา...
ขอบคุณจริงๆนะ....
ต่อจากนี้ไป "เอิง" คงจะเจอสิ่งดีๆ....สำหรับ "เงา" คนนี้ก็จะยืนอยู่ที่เดิม...จะคอยเป็นกำลงใจให้
MILD + EANG = ME++
Cause I can't breathe without you.
เพราะเรา คือเรา...
Because you are my friends.
I will not walk without you but I will learn walking alone
I will walk beside you now and forever
Wherever
Whenever
Whatever
However
.
.
I think you will read
.
.
.
.
날 믿어요.
ใช่..เพราะชีวิตจริงไม่ใช่ละคร ตอนจบเลยไม่สวยงาม...
การเป็นนิรันดร์
อะโค่ลี © 2009
12.02.10 [{21.21
ความคิดเห็น