[FIC - haeeun] - อย่าทำเหมือนรัก

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ต.ค. 54

 
 







ความสุขมักจะไม่อยู่กับใครนาน ๆ








คืนวันธรรมดาๆกับท้องฟ้าดำมืด ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยหมู่ดาวมากมาย อากาศเย็น ๆ ของต้นฤดูหนาว คู่รักหลายคู่เดินควงแขนกันมากมาย บรรยากาศโรแมนติกขนาดนี้ เป็นใครใครก็ต้องมีความสุข ..   แต่ไม่ใช่กับผม ไม่ไกลจากหัวมุมตึกที่มีไฟหลากสีแต่งแต้มนั้น



ขอบคุณทุกๆอย่าง โชคดีแล้วกันนะคะ ..” สิ้นเสียง ร่างบางยิ้มน้อยๆ แล้วหันหลังกลับ ก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไป หลังบางไม่หันมาสนใจร่างโปร่งที่ยืนนิ่งเลยสักนิด .. ไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะถูกบอกเลิก ไม่ใช่ไม่รู้ความเปลี่ยนไปของร่างบาง แต่แค่อยากหลอกตัวเองอีกสักนิด และแล้ววันนี้ วันนี้ผมไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไป



จนได้สินะ” หัวเราะสมเพชตัวเองเบาๆ ในที่สุดวันที่ยุนอาบอกเลิกกับผมก็มาถึง .. ทั้งที่ผมรักมาก ยอมได้ทุกอย่าง แต่ทำไมกันนะ ?



ต่อไปนี้ผมจะไม่เชื่อในเรื่องความรักอีกแล้ว พอกันที...



เรียวขายาวๆค่อยก้าวเดินออกจากมุมตึกนั้น จุดหมายคือสวนหย่อมข้างหน้ากลางคืนแบบนี้เหมาะแก่การที่เค้าจะนั่งปล่อยเวลาให้กับความคิดของตัวเอง ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่ก็แค่รอให้มันมาถึงก็แค่นั้น บุหรี่ครึ่งมวนโดยเผาผลาญด้วยไฟร้อนรุ่ม ชายหนุ่มสะกิดปลายบุหรี่ลงบนพงหญ้าข้างตัว



สายตามองไปรอบ ๆ สวนหย่อม อาจจะมีคู่รักเดินไปมาบ้างประปราย ก็มันดึกขนาดนี้แล้วนี่เนอะ หางตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มอีกคนที่กำลังจะก้าวผ่านหน้าผมไป แต่เท้าของผู้มาใหม่กลับชะงักอยู่ตรงหน้า




เฮ้ย นี้มึงทงเฮป่ะวะ ?” สิ้นเสียงกร้าน ทงเฮเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าคนแปลกหน้า และคนตรงหน้าคือคยูฮยอนเพื่อนสนิทของผม


อ้าวเชี่ยคยู มึงมาไงวะ ?” ยกบุหรี่ที่มือขึ้นมาสูดเข้าเต็มปอด ก่อนจะปล่อยให้ควันขุ่นลอยออกมาพร้อมคำถาม



มึงเห็นกูมายังไงล่ะครับ ? ” คยูทำหน้าตาย ก่อนจะเสหน้าลงมาที่เท้าตัวเอง ในเชิงว่า กูเดินมา




จะไปแดกเหล้ากับเพื่อนจะไปมั๊ยมึงน่ะ ?” ร่างสูงออกปากถามอีกคนอย่างเนือยๆ เห็นทงเฮมันทำหน้าแบบนี้ก็พอจะรู้ว่ามันมีเรื่องไม่สบายใจ ชวนไปแดกเหล้าซะหมดเรื่อง




เออๆ ไปดิ่ว่ะ กูเบื่อๆอยู่พอดี”ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเดินนำอีกคนไป



ควายนี่มึงรู้รึไงว่ากูจะแดกร้านไหน ? เดินนำซะ” คยูบ่นเบาๆ 








..
..







แสงไฟสลัว ๆ กับเสียงกีตาร์คลอเบา ๆ จากนักกีตาร์หนุ่มใบหน้าคม ท่วงทำนองที่ไม่ได้หนักหน่วงขนาดฟังแล้วกระแทกหูหญิงสาวมากมายจ้องมองนักกีตาร์เพื่อนของผมไม่วางตา รวมทั้งชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันกับผม ถึงมันจะลอบมองก็เถอะนะผมคงไม่ทักให้มันเสียเซลฟ์



เชี่ยจงฮยอนครับ จ้องขนาดนี้ แดกเลยมั๊ยครับ ?” ไวเท่าความคิด คิบอมกระทุ้งศอกไปสะกิดร่างเล็กเบา ๆ




ควายมึง มองเหี้ยอะไร ? กูมองสาวโต๊ะนู้นอยู่” แว๊บนึงใบหน้าหวานถึงกับผงะ แต่แค่แว๊บเดียวเท่านั้น สีหน้ามันก็กลับไปเป็นปกติ ผมเหลือบมองแล้วหัวเราะเบา ๆ ไหลไปไวดีจริง ๆ นะมึง



มองหาพ่อหรอครับคุณทงเฮ ? เออแล้วมึงเป็นเหี้ยอะไร ? ทำไมเงียบ ๆ นอยด์อะไรมาวะ” จงฮยอนสังเกตุมาตั้งแต่ทงเฮมาถึงแล้ว มันเงียบผิดปกติ หน้าก็ดูเนือย ๆ



กูหรอ..โดนทิ้งหว่ะ” ร่างโปร่งแค่นยิ้ม พลางจับแก้วสวยกระดกอีกครั้ง ก่อนจะวางลงเมื่อน้ำสีอำพันได้ไหลลงคอจนหมด



คยูฮยอนไม่ได้ได้ทำตกใจมากมาย เพราะตั้งแต่ที่สวนหย่อม ทงเฮมีท่าทางแปลก ๆ ไป เค้าก็อาจจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ ๆกับยุนอาและทงเฮ



เหี้ย มึงเลิกกับยุนอาแล้วหรอวะ เร็วสัด” จงฮยอนพูดพลางทำหน้าเสียดาย จนคยูฮยอนอดจะสงสัยไม่ได้



เป็นเหี้ยอะไร ?” เอ่ยปากถาม




กูเสียดายเจสสิก้าเพื่อนเค้าไว้นี่หว่า เชี่ยทงเฮเลิกแล้วงี้กูจะม่อยังไงให้ติดวะสัด” ทำเสียงเสียดาย พลางเสหน้ามองไปทางอื่นก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่เจ้าของเสียงกีตาร์โปร่ง .. อีกครั้ง 




แหมพี่เป็ดครับ บอกจะม่อหญิงให้ติด แต่ตายังมึงยังไม่เลิกจ้องคนเดิมเลยนะ เลิกม่อหญิงดีมั๊ยครับ ? เปลี่ยนสไตล์อ่ะครับเปลี่ยนสไตล์” สิ้นเสียงกร้าน คิบอมเสตาไปมองบุคคลที่สามที่ยังคงบรรเลงท่วงทำนองออกมาอย่างไม่รู้เรื่อง อดไม่ได้ที่จะแซวว่ะครับ มองปานจะแดกขนาดนั้น ปากบอกเสียดายหญิง แต่ตายังมองไม่เลิก




พ่มึง กูชอบผู้หญิงนะสัด ยิ่งขาวๆนะมึง อื้อหือ .. ใครจะเหมือนมึงละคิบอมเอาไม่เลือกหน้าขนาดนั้น ” จงฮยอนกันมายิ้มมุมปากใส่คิบอมอย่างผู้กุมชัยขนะ




หัวควครับ เพื่อนเครียด มึงเลิกกัดกันซะที” คยูพูดแทรกขึ้น ก่อนที่ทั้งคู่จะเปิดให้หมาออกมากัดกันอีกครั้ง




ท่วงทำนองของเพลงบรรเลงได้จบลง เสียงปรบมือจากรอบๆดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ก่อนจะเว้นว่างให้เสียงขอบคุณนุ่มทุ้มของนักกีต้าร์บนเวทีได้พูดออกมา ร่างสูงโปร่งว่างกีตาร์ลง ก่อนจะโน้มตัวขอบคุณอีกครั้ง แล้วก้าวเดินลงจากเวทีมาที่โต๊ะของเพื่อนสนิท เรียกความสนใจของเพื่อนทั้งสี่ได้ไม่น้อย




ทงเฮหันกลับมาสนใจแก้วในมือที่มีน้ำสีอำพันอีกครั้ง

“อะไรเชี่ยคยู
 พูดเหมือนกูจะตาย กูไม่ได้โดนทิ้งด้วยสัด กูรู้อยู่แล้วว่าเค้าจะบอกเลิกกับกูตั้งแต่แรก กู .. เตรียมใจไว้แล้ว มั้ง”ประโยคสุดท้าย ร่างสูงกลับลดเสียงลง ไม่รู้เหมือนกันว่าเตรียมใจไว้รึเปล่า ? เพราะเมื่อไหรที่อยู่กับเธอ ผมกลับเผลอใจไปทุกครั้ง ..



มึงโดนยุนอาทิ้งหรอวะเชี่ยทงเฮ ?” เสียงทุ้มของผู้มาใหม่ถามอย่างไม่รู้เรื่อง .. จงฮยอนเหลือบตาไปมอง




มินโฮครับ .. หน้าแบบนี้โดนเอาตูดมั้ง”พูดกระแทกไปด้วยน้ำเสียหงุดหงิด .. ควายไม่รู้เรื่องนี่เอาเวลาไปโชว์เท่อยู่บนเวทีให้สาวกรี๊ดล่ะสิ่สัด 



 
“มึงโอเคมั๊ยเชี่ยทงเฮ
 ?”มินโฮพยายามไม่สนใจกับจงฮยอนที่กวนตีนข้างๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แล้วเอื้อมมือไปตบบ่าอีกคนเบา ๆ ทุกคนรู้ว่าทงเฮรักยุนอามากแค่ไหน ? ยอมให้ได้ทุกอย่าง



 
โอเคดิ่วะ กูแค่อกหักไม่ได้ตายนะครับ” ทงเฮฝืนยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ไม่อยากให้ใครมาเป็นห่วงในเรื่องของผม คนทุกคนมีเรื่องของตัวเองอยู่แล้ว ผมก็ไม่อยากจะเอาเรื่องไร้สาระเพิ่มเข้าไปให้เพื่อนสนิทของผมหรอก



 
มึงนี่น้า คืนนี้ก็เบาๆแล้วกัน ..เออพวกมึงเดี๋ยวอีกสักพักนึงฮยอกแจมันมานะ” ยิ้มบางๆให้ทงเฮ ก่อนจะหันมาสนใจน้ำสีอำพันที่คิบอมยื่นให้
 



ไปสูบบุหรี่หน้าร้านนะมึง” สิ้นคำ ทงเฮลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันหลังกลับเดินมาตามทาง พยายามล้วงมือหาบุหรี่ในกระเป๋า ก่อนจะหยิบมาหนึ่งมวนแล้วคาบไว้ที่ปาก ก่อนร่างโปร่งจะสาวท้าวจะเดินออกนอกร้านไป
 
 






 
..
..
 
 




 


ร่างสูงสูดบุหรี่เข้าเต็มปอดครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะปล่อยควันขุ่นให้ออกมา หวังว่าคงจะระบายเรื่องราวมากมายให้ออกมาพร้อมกับควันขุ่นสีเทา ร่างสูงลดมือลงมาแล้วใช้นิ้วโป้งสะกิดที่ปลายบุหรี่เบา ๆ เพื่อให้ขี้บุหรี่ที่ถูกเผาผลาญหล่นออก และอีกครั้งที่บุหรี่มวนเดิมถูกสูดเข้าปอดจนหมด ร่างสูงดีดบุหรี่ลงบนพื้นข้างตัว ก่อนจะใช้ปลายเท้าดับไฟให้มอดลง



 
“ทั้งที่ยอมให้ได้ทุกอย่าง ทำไมยังคิดจะไปจากกัน ?”
 หัวเราะอย่างสมเพชอีกครั้ง สมเพชตัวเองที่ยอมทุกอย่าง แต่กลับไม่ได้อะไรคืนมา แต่ไม่รู้ทำไม ? กลับยอมที่จะโดนหลอก ยอมเป็นควายที่โดนสวมเขา .. อย่างน้อย ผมก็มีความสุขเมื่อได้อยู่กับเค้า รักมาก มากเกินไป



 
ทงเฮเหลือบไปเห็นร่างบางที่กำลังเดินมาไม่ไกลนัก 
 


"อ้าวมึง สูบเสร็จยัง เข้าไปพร้อมกูเลยมา" ร่างบางยิ้มทักทาย


 
"เออเสร็จพอดี "สิ้นเสียงร่างโปร่งกันหลังกลับก่อนจะหันหลังเดินเข้าร้านไป โดยที่มีอีกคนเดินตามไม่ห่าง







 
 
..
..
 







 
ร่างโปร่งมานั่งแทนที่โซฟาที่ว่างอยู่ตามเดิม ส่วนร่างเล็กที่มาใหม่ก็นั่งลงข้าง ๆ ร่างโปร่ง

 
"อ้ะ ..ของมึง"คิบอมยื่นแก้วสวยที่มีของเหลวสีอำพันให้กับฮยอกแจที่มาใหม่ตรงข้าม
 มือเล็กเอื้อมมือไปรับ ฮยอกแจสังเกตุท่าทางของทงเฮก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะปกติมันไม่ได้นอยด์เป็นหมาป่วยแบบนี้ จึงเบี่ยงหน้าไปถามมินโฮ



 
"มึง เชี่ยทงเฮมันไหวป่ะวะ ? มันเป็นอะไรของมัน ?" ฮยอกแจเอ่ยถามเบา ๆ



 
"ก็มันเลิกกับเมียสุดที่รักมันแล้วมึง" มินโฮเอ่ย ฮยอกแจครางในลำคอเบา ๆ เป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะ หันมาหาอีกฝ่ายที่ตอนนี้หน้าเบื่อโลกเต็มที่ .



 
ร่างเล็กของฮยอกแจขยับตัวให้เข้าไปใกล้ทงเฮให้มากกว่าเดิม ก่อนจะเอื้อมแขนเล็กไปผาดบ่าหนาของอีกคนไว้ พลางออกแรงดันให้หลังของทั้งคู่มาพิงโซฟาตัวยาว ทงเฮหันมามองร่างเล็ก ก่อนจะหันกลับอย่างไม่ใส่ใจ



 
"ไหวเปล่าครับเพื่อน?"
 ฮยอกแจเอ่ยโดยที่ไม่ได้หันไปพูดกับร่างโปร่งตรง ๆ



 
"ไหวดิ่ว้ะมึง กูไม่ได้ตาย"

 



"โอเคก็ดีไป" ร่างบางหันมายิ้มกว้างสดใสตามฉบับของตนให้กับร่างโปร่ง ก่อนจะเลื่อนมือเล็กมาวางไว้บนศรีษะของอีกคนอย่างเบามือ พลางยีหัวอีกคนอย่างกวนประสาท ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบแก้วทรงสวยมายื่นให้กับอีกคน




 
     ..ฮยอกแจก็แค่ทำแบบเดียวกับที่ทงเฮทำกับเขาตอนไม่สบายใจก็เท่านั้น
 
 









..
..
 








 
แสงไฟมากมายที่ตอนแรกเป็นสีสลัว ขณะนี้ได้เปิดให้สว่างเต็มที่ .. ผู้คนมากมายที่มาจับจองที่นั่งตั้งแต่ร้านเปิด ได้ทยอยกันเดินออกมา และนั่นบ่งบอกได้ว่าถึงเวลาที่จะต้องแยกย้ายกลับบ้านแล้ว ฟ้าใกล้จะสว่างเต็มที่
 ทั้งหกคนเดินออกมาที่หน้าตัวร้าน
 

 
 
"พวกมึงกูกลับแล้วนะครับ เจอกันมึง" คิบอมเป็นคนแรกที่เอ่ยปากขอกลับก่อน
 


 "ทงเฮกูกลับกับมึงนะ ขี้เกียจขึ้นแท๊กซี่ว่ะ" คยูฮยอนเอ่ยปาก

 

"เออ ๆ กลับกับกูก็ได้ ส่วนมึงสามคนกลับด้วยกันแล้วกัน เชี่ยเป็ดมันเอารถมานิ่" ทงเฮเพยิกหน้าไปทางจงฮยอน


 
"กู
 ? กูกับเชี่ยมินโฮกับคยูอ่ะนะ ?" จงฮยอนส่งสงสัย ฮยอกแจยกยิ้มมุมปากพร้อมกับสีหน้ารู้ทัน
 

 
 
"ไปเหอะมึงกลับเร็ว กูง่วง"ฮยอกแจก้าวเท้าเดินไปที่รถของทงเฮที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ขณะที่ร่างสูงเดินตามไปแล้วขึ้นไปนั่งที่ว่างฝั่งคนขับ ฮยอกแจเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งแทนที่ว่างของอีกด้านเช่นกัน ไม่นานนัก หน้าร้านจึงมีเพียงคนสามคนยืนอยู่
 

 
 
"เชี่ยมินโฮ มึงแม่ภาระกูว่ะสัด ห่า" จงฮยอนบ่น ก่อนจะเดินนำไปที่รถ




"มึงด่ากูก็เหมือนด่าคยูนะครับเชี่ยจงฮยอน" มินโฮและฮยอกแจสาวเท้าเดินตามไปใกล้ ๆ




"เชี่ยนี่มึงอย่ามาพูดมาก กูพร้อมจะให้คญุกลับกับกู แต่มึงกูไม่พร้อมไอสัด มึงห้ามเถียง !" จงฮยอนหันไปชี้หน้าร่างสูง รู้ทันว่ามันจะเถียงต่อ คนแบบแม่ยอมอะไรที่ไหนละวะ ?

 
 
 "คร้าบคร้าบ" ร่างสูงได้แต่ยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ คยูฮยอนได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ กัดกันดีจริง ๆ จงฮยอนเดินไปเปิดประตูรถอีกฝั่งให้ทั้งคู่ ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งแทนที่ฝั่งคนขับ เมื่อทั้งสามคนเข้ามาแทนที่ว่างของเบาะ ไม่นานนักรถจึงได้เคลื่อนตัวออกไป
 
 







 
..
 
..
 

 
 
 




 
"มึง .. โอเคนะทงเฮ
 ?" ฮยอกแจสังเกตถึงความผิดปกติของความเร็วของยานพาหนะ และสีหน้าของเพื่อนสนิทด้านข้าง ก่อนจะหันไปถามทงเฮ
 
 
 

"มึง กูรักเค้ามากไปหรอวะ ? กูผิดอะไรวะมึง ?" น้ำเสียงสั่นของทงเฮพูดเบา ๆ ผมไม่ได้ร้องไห้ ผมไม่มีน้ำตา..
 
 

 
"มึงอย่าคิดมากดิ่ว่ะ" ฮยอกแจไม่รู้ว่าควรจะมีคำพูดอะไรมากกว่านี้แล้วจริง ๆ อยากจะปลอบ ..


 
 
 
"มึงว่าป่ะว่ะ คนนึงๆ รักเค้ามาก แม่ยอมให้คนที่รักได้ทุกอย่าง ยอมได้เพื่อความสุขของเค้า .. ในวันนี้เค้าจะไป .. มันเป็นความสุขของเค้าไม่ใช่หรอวะ
 ? ทำไมกู ถึงไม่อยากให้เค้าไป?กูเลวใช่มั๊ยวะ .. ทั้งที่กูรักเค้ามากขนาดนี้ ทุ่มเทมากมายขนาดนี้ เค้ากลับไม่เห็นค่ากูเลย กูมันเป็นแค่ทางผ่าน แค่ควายตัวนึงใช่มั๊ยวะฮยอกแจ" ทงเฮฝืนหัวเราะออกมาเบา ๆ

 
 
 


"มึงคิดบ้างดิ่ว่ะ มึงทำอะไรมากมายขนาดนี้แล้วอ่ะ แต่เค้าไม่เห็นค่าของมึงเลย มึงควรจะทำใจได้แล้วนะ ปล่อยคนที่ไม่รักไป เค้าไม่รักมึง ช่างมัน ยิ่งมึงไขว่คว้ามากเท่าไหร ความพยายามของมึงจะยิ่งดูต่ำลงมาเท่านั้นนะ มึงต้องทำให้เค้าเห็นดิ่วะ ว่าขาดเค้าไป คนแบบมึงก็อยู่ได้"ฮยอกแจเอ่ยปลอบออกไป


 
 

 
"กูรักเค้ามึง กูรักยุนอา กูรักเค้ามาก มากจนกูคิดว่าจะไม่มีใครมาแทนที่เค้าได้แล้ว .. กูรู้นะมึง ว่าสักวันเค้าจะบอกเลิกกู เค้ามีท่าทีเปลี่ยนไป เค้าเปลี่ยนไปจนกูเห็นได้ชัด เค้าพยายามจะบอกกูใช่มั๊ยวะ
 ? ว่าเค้าเบื่อกูแล้ว" สิ้นคำ น้ำตาเม็ดใส ๆ ก็ร่วงลงมา ทงเฮปาดมันออกลวกๆ

 
 

 
"มึงรักเค้า กูไม่ห้ามหรอกนะทงเฮ กูแค่อยากให้มึงเข้าใจกับปัจจุบัน เค้าจากมึงไปแล้ว เค้าเดินออกไปแล้วทงเฮ ชีวิตมึงไม่มีคนที่ชื่อยุนอาอยู่แล้วนะ"ฮยอกแจไม่ใช่คนที่จะพูดมาก ผมเข้าใจว่ามันห่วงผม ผมรู้ แต่มันห้ามไม่ได้จริง ๆ



 
 
 
“คำว่ารัก ถึงกูจะพร่ำบอกเค้าแค่ไหน พอถึงวันที่มันหมดความหมาย มันก็คงไม่มีค่าใด ๆ แล้ว ..ถึงกูจะยื้อเค้าแค่ไหน ยังไงเค้าก็จะไปจากกูสินะมึง
 ”ทงเฮหันไปยิ้มให้เพื่อนอีกคนบางๆ


 
 
 
“เอาเถอะมึง ..ขอบคุณนะที่ฟังกู”
 รถสปอร์ตสีดำเคลื่อนตัวมาหยุดที่คอนโดหรู ฮยอกแจหันมาตบบ่าเพื่อนรักเบา ๆ แล้วยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะเดินลงไป เมื่อหลังของร่างสูงลับสายตาของทงเฮ รถสีดำก็ได้เคลื่อนตัวไปยังจุดหมายสุดท้าย .. ได้พักผ่อนซะทีสินะวันนี้
 
 


 






..
 
.. 
 
 





 
ห้องเรียนสี่เหลี่ยมที่มีนักศึกษามาจับจองที่นั่งที่ตนชอบมากที่สุด บางคนเลือกหน้าห้อง บางคนอาจจะเลือกมุมห้อง แต่สำหรับพวกผม .. แน่นอนว่าต้องหลังห้อง และหลบมุม
 




ร่างโปร่งของทงเฮเดินเข้าไปหาเพื่อนอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปนั่งแทนเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ ข้างๆคิบอม ร่างสูงมองไปรอบ ๆ ของเรียน นักศึกษามากมายบ้างก็พูดคุย บ้างก็อ่านหนังสือ บ้างก็อาจจะมีคู่รักที่เรียนเซ็คเดียวกันเข้ามาพลอดรักกัน บ้างอาจจะหลับ .. ไม่รู้ทำไม ทั้งที่เห็นมันบ่อยเกือบจะทุกวัน แต่วันนี้ ทงเฮกลับเห็นทุกอย่างก็พาลจะหงุดหงิดไปหมด ร่างสูงเลือกที่จะฟุบหลับลงไปกับโต๊ะ


 
 
 
“เชี่ยคยู มันโอเคป่ะวะ
 ?”จงฮยอนหันไปกระซิบถามคยู


 

“ไม่โอเค มันก็ต้องโอเค”
 เสียงกร้านตอบส่ง ๆ คยูฮยอนไม่อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ 



 
“มึงจะไปเสืกเรื่องอะไรของเค้า”
 มินโฮที่นั่งถัดมาจากจงฮยอน เอ่ยปากถาม



 
ก็เพื่อนกูอ้ะ กูเป็นห่วงเพื่อนกูสาด กูว่ามันไม่แฟร์นะเว่ยที่เชี่ยทงเฮโดนบอกเลิก” จงฮยอนหันไปทำหน้านิ่งใส่ร่างสูงด้านข้าง 



 

มึงเอาอะไรมาวัดว่าแฟร์หรือไม่แฟร์ครับ” มินโฮหันมาสนใจงานมากกว่า สายตายังคงง่วนอยู่กับการลอกรายงานตรงหน้ามากกว่าที่จะหันไปเถียงกับร่างเล็กตรง ๆ



 
อยากจะเลิกก็ไปหรอว่ะ ทำไมไม่คิดถึงเพื่อนกูบ้างวะ ทงเฮยังรักยุนอา จริงป้ะ ? ไหนว่ารักไงวะ” จงฮยอนเอ่ย หรือไม่จริง? ไหนว่ารัก ทำไมทิ้งกันง่าย ๆ ? ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรอ ?


 

 
 
มันก็อาจจะจริงที่มึงบอกว่าทงเฮยังรัก แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน เริ่มรักก็ต้องรักทั้งคู่ แล้วเมื่อไหรก็ตามที่ใครสักคนหมดรัก .. มันไม่ได้เรียกว่าความรักแล้วครับ อยู่ไปยังไงก็ไม่มีความสุข ยื้อไปก็ไม่มีความหมาย ..คนอย่างมึงจะเข้าใจหรอครับคิมจงฮยอน ?” มินโฮหยุดการกระทำทั้งหมด ก่อนจะหันกลับมาสบตากับร่างเล็ก แล้วค่อยๆพ่นเสียงในลำคออกมาเบา ๆ จึงหันมาลอกรายงานบนโต๊ะตามเดิม



 
เริ่มชอบก็จีบ พอติดก็รัก พอรักก็เบื่อ พอเบื่อก็เลิก มันเป็นวัฎจักรครับ” คิบอมยื่นหน้าขึ้นมาตอบสบทบร่างสูง



 
ทำไมกูจะไม่เข้าใจเชี่ยมินโฮ กูก็เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาบ้างละน่า ฟาย”ร่างเล็กหันมาเสยผม ก่อนจะก้มลงมาสนใจรายงานส่วนของตัวเองบ้าง



 
“มึงผ่านเรื่องแบบนี้มาคือเรื่องไหนครับ
 ? กูไม่เห็นว่ามึงจะไปปิ๊งปั๊งกับใครที่ไหน ที่เห็นแม่ก็มีอยู่คนเดียวนิ่ครับพี่เป็ด” สิ้นเสียง คิบอมก็หัวเราะเสียงดังออกมายกใหญ่ นั่นทำให้คิบอมได้รับค้อนวงโตมาจากสายตาของจงฮยอนฟรี ๆ



 
เชี่ยบอมรายงานส่วนกูเสร็จแล้วนะ ไปล้ะ” ร่างโปร่งของมินโฮลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางหยิบกระดาษรายงานยื่นให้คิบอม แล้วจัดแจงเก็บของส่วนตัวลงกระเป๋า ก่อนจะก้าวเท้าออกไป

 


ไม่บอกกูก็รู้ว่าแม่งไปไหน ไปหาพี่ยูริในดวงใจของแม่ล่ะสิ่ หัวควย” จงฮยอนมองตามจนหลังกว้างลับสายตา ก่อนจะหันมาบ่นกับรายงานกองหนาที่ตัวเองเป็นคนแบ่งให้มินโฮน้อยที่สุด


 
ชอบก็เสือไม่พูด ปล่อยจนโดนคาบละ เสือปากแข็งอีก หึ ” คยูฮยอนที่จัดการรายงานในส่วนของตนกับทงเฮเรียบร้อยก็ยื่นกระดาษไปให้คิบอมเช่นกัน แต่สายตายังคงมองไปร่างเล็กที่ยังบ่นไม่หยุด ก่อนจะหันไปมองหาเพื่อนสนิทอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนา ..ฮยอกแจไม่เข้าเรียนอีกเป็นแน่  


 
 



 
..
 
..
 
 







 
ทันทีที่เสียงบ่งบอกถึงเลิกเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ นักศึกษาต่างง่วนอยู่กับการเก็บของส่วนตัว ก่อนจะแยกย้ายกันออกจากห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ฟ้ามืดครึ้มที่มาพร้อมเสียงฝนตกด้านนอก ยังคงเป็นเหตุทำให้ทั้งสี่คนที่นั่งอยู่ด้านหลังห้องยังเลือกที่จะไม่ลุกไปไหน รางโปร่งที่เริ่มรู้สึกตัวจากเสียงพูดคุยในห้องเงยหน้าขึ้นพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเรียกสติให้กลับมา

 
 
 
“ฝนตก
 ? กูกลับก่อนแล้วกันนะ” พูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะโน้มตัวลงไปหยิบหนังสือเล่มหน้าขึ้นมาถือ



 
เห้ยมึงกูเอาร่มมา เอาไปดิ่ ลานจอดรถมันไกล” คิบอมหันไปยื่นร่มสีดำส่งให้ร่างโปร่ง


 
 
 
ทงเฮรับร่มมาอย่างลวก ๆ ก่อนจะก้าวท้าวออกจากห้อง ผู้คนมากมายบนตึกยังเลือกที่จะไม่ออกไป เพราะฝนและท้องฟ้ามืดครึ้มยังบ่งบอกคงอีกนานกว่าฝนจะซา ร่างสูงเลือกที่จะเดินอ้อมหลบออกมาอีกทาง เพราะแค่เห็นจำนวนคนมากมายที่ยืนออกันใต้ตึกก็น่าเบื่อแล้ว ขาเรียวยาวเดินมาจนสุดทางออกอีกด้าน ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นร่างบางคุ้นตาที่มีท่าทางรีบร้อน
 
 


 
“ฮยอกแจ
 ?” ทงเฮพูดพลางยกปลายร่มไปสะกิดร่างบางที่อยู่ออกไปไม่ไกลนัก ขณะที่ฮยอกแจเบี่ยงใบหน้าคมหันมามองต้นเสียง
 



“อ้าวมึงว่าไง
 ?” เอ่ยทัก แต่สายตายังคงไม่หยุดมองไปที่นาฬิกาเรือนเล็ก

 



มึงรีบไม่ใช่รึไง ? ”สิ้นเสียงก็ยกร่มสีดำขึ้นมาเชิงถาม ร่างบางทำสีหน้าสงสัย พลางยกข้อมือเล็กขึ้นมาดูนาฬิกาอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือออกไปรับร่มสีดำมาไว้ข้างตัว


 

“เออขอบคุณมากมึง ว่าแต่กูขอบุหรี่มวลดิ๊"
 ฮยอกแจเอ่ย ทงเฮพลางล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะยื่นบุหรี่ทั้งซองพร้อมไฟแช๊กให้อีกคน


 
"เออขอบคุณ เดี๋ยวกูเอามาคืนกูไปเอาของแปปเดียว” ฮยอกแจหันหลังกลับ ก่อนจะกางร่มออกมา ไม่นานนักหลังบางก็ลับไปกับสายฝน ทงเฮหัวเราะเบาๆ รีบแล้วยังจะเสือมาขอบุหรี่อีก เออ..มันไม่ได้เข้าเรียนวิชาเมื่อกี้นี่หว่า ?
 



ทงเฮยังยืนรอฮยอกแจอยู่ที่เดิม ไปเอาของถึงไหนวะ? บ้านไงเชี่ยนี้ ร่างโปร่งยังคงยืนบ่นกับตัวเองเบาๆ ร่างโปร่งนั่งยอง ๆ ลงกับเสาที่อยู่ออกไปไม่ไกลนัก ก่อนที่หางตาจะหันไปเหลือบเห็นใครอีกคนที่กำลังเดินมาไม่ไกล 


 
ฮยอก…” คำพูดทุกคำถูกกลืนหายลงไปในลำคอ .. ภาพตรงหน้าทำให้ร่างโปร่งถึงกับพูดไม่ออก ร่างบางคุ้นตาที่มีสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข พร้อมกับอีกคนข้างกาย ยุนอาและใครอีกคน ..ทั้งคู่กำลังเดินออกมาจากใต้ตึกคณะ ไม่นานนักร่างบางของยุนอาหันไปเห็นอีกคนที่กำลังนั่งมองมาทางทั้งคู่อย่างไม่วางตา

 
เอ่อ .. ยุนอา” ร่างโปร่งยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนเลือกที่จะเอ่ยทักร่างบางของยุนอาที่เดินมาถึง
 
อ้าวทงเฮว่าไง เอ้อนี่ซีวอน” บุคคลที่สามที่ยืนอยู่ข้างๆร่างบางยิ้มเอ่ยทักอีกคน
 

อ่า .. สวัสดีครับผมทงเฮ ..เพื่อนยุนอาครับ” ทงเฮชะงักไปเสี้ยววิ ก่อนจะเอ่ยสถานะของตนเองออกมาเบา ๆ
 


ครับ ..ผมซีวอน      ..แฟนยุนอาครับ”สิ้นคำกร้านของอีกคน เสี้ยววินัยน์ตาของร่างโปร่งกระตุก ก่อนที่จะหันไปมองหน้าร่างบางที่ยืนกุมมือซีวอนอยู่ด้านข้าง ไม่มีคำพูดใด ๆ ต่อจากนั้น เมื่อร่างบางเห็นทงเฮนิ่งไปจึงเลือกที่จะกางร่มก่อนจะก้าวเดินออกไปพร้อมกับซีวอน
 


ทงเฮมองแผ่นหลังของทั้งคู่ที่แนบชิด ก่อนจะลดสายตาลงมาที่มือเล็กที่โดนใครอีกคนกอบกุม ..ที่ตรงนั้นเคยเป็นของผม และตอนนี้มันก็ควรจะเป็นที่ของผมไม่ใช่หรอ ? มือของทงเฮกำหมัดแน่น สติเลือนหาย สมองสั่งการให้ร่างโปร่งเดินไปแล้วสวนหมัดใส่หน้าร่างโปร่งที่มาแย่งที่ที่ของเขาไป ไวเท่าความคิด ทงเฮก้าวเท้าเดินตามคนทั้งสองไป แต่มันกลับหยุดแล้วหันไปตามเสียงคุ้นเคยที่ดูเหตุการณ์ตั้งแต่แรกที่ยืนอยู่ออกไปไม่ไกลนัก
 

ทงเฮมึงจะทำอะไร ?” ร่างบางของฮยอกแจที่ถือร่มสีใสคันเล็ก เอ่ยคำถามออกมา
 


“……………” ไม่มีเสียงใด ๆ จากร่างโปร่งที่ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้น ..ฮยอกแจเลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทอีกคน ก่อนจะยกร่มขึ้นมาบดบังสายฝนที่กระหนำตกลงมาให้ทั้งเขาและทงเฮ  ไม่ใช่ฮยอกแจไม่รู้ว่าทงเฮคิดอะไร ทงเฮเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา เขายอมรู้ดีว่าทงเฮคิดอะไร และจะทำอะไร
 

ทงเฮ กูขออะไรอย่างได้มั้ย ?” ฮยอกแจมองหน้าอีกคน ร่างโปร่งสบตากับเขาเช่นกัน สายตาตัดพ้อของอีกคนทำให้ฮยอกแจเลือกที่จะหลบสายตา กลัวว่าตัวเองจะปล่อยเพื่อนสนิทตามยุนอาไป
 



“…………………..”































 
“ มึง  …อย่าเดินออกจากร่มคันนี้ไป”










CHAPTER 1 - END




- ไม่รู้จะทอร์คอะไร ? 555555 อ่านแล้วติกันด้วยนะ - .. -
 ไว้จะมาต่อแชปสองเร็ว ๆ นี้เน้อ




21 ความคิดเห็น

  1. #21 lapetite (@opor-opor) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 22:07
    ฮยอก แอบรักเฮรึป่าว
    #21
    0
  2. #19 eun eun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 11:12
    เฮอย่าเดินออกจากร่มนะ ขอร้อง T T
    #19
    0
  3. #17 boyung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 00:21
    ฮยอกเป็นเพื่อนที่ดีมาก

    ว่าแต่ทำไมถึงไม่เข้าเรียนล่ะ ฮยอก
    #17
    0
  4. #16 137มินเสร็จคยู (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 00:11
    ยุนอาใจร้ายๆๆๆๆๆ ชิๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    เลิกดีแล้วเฮ !! ย๊อกไงย๊อก จัดเลยยยยยย !!! >.<



    ไรท์เตอร์อย่าทำค้างงงงงเซ่้ะ )-:



    #16
    0
  5. #15 gifeh (@gifeh) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 23:25
    เฮเชื่อฮยอก ฟังฮยอกเถอะ
    ห้ามออกจากร่มนะ
    ฮยอกว่าแต่ไม่เข้าเรียนไปเอาของอะไรอะ
    #15
    0
  6. #14 luvhaeeun (@luvhaeeun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 22:13
    อย่าออกไปได้ไหม กูก๊ขอเหมือนกันทงเฮ TT
    #14
    0
  7. #12 kibum's (@planpan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 18:12
    ''ทงเฮกูขออะไรอย่างได้ไหม ''
    ''อย่าเดินออกจากร่มคันนี้ไป''
    โอ้ยยย เขินมากอ่ะเขินเว้ยยยย ประโยคนี้แบบนะ
    อึนแม่งชอบเฮชัวร์ 55555555555555
    #12
    0