[MarkBam] HOST FAMILY #ฟิคโฮสต์แฟม

ตอนที่ 8 : กฎของโฮสต์ข้อที่ 6 :: เป็นโฮสต์ต้องไม่ระแวง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,784
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    25 พ.ค. 59







กฎของโฮสต์ข้อที่ 6

"เป็นโฮสต์ต้องไม่ระแวง"

 

 

                รถตู้สีบรอนซ์เงินที่มีผู้โดยสารหน้าตาดีทั้ง 5 คนค่อยๆจอดเทียบกับลานหน้าบ้านไม้หลังใหญ่ ทันทีที่รถหยุดสนิทลง ประตูก็ถูกเลื่อนออกอย่างรวดเร็วด้วยมือของหนุ่มฮ่องกงนามว่า แจ็คสัน หนุ่มอารมณ์ดีกระโดดมายืนอยู่บนพื้นก่อนใคร ตามด้วยโฮสต์เจ้าระเบียบ และเพื่อนๆร่วมโครงการอีกสามชีวิตค่อยๆลงจากรถตามมา

 

 

                มาร์คต้วนก้าวลงจากรถมาเป็นคนสุดท้ายด้วยอาการงัวเงียของคนที่เพิ่งตื่นจากการหลับมาเกือบตลอดทาง แต่ทันทีที่ได้สัมผัสกับอากาศของเมืองหลวงเก่าของประเทศไทย ความง่วงงุนเมื่อกี้ก็แทบจะหายไปหมดสิ้น คนหล่อค่อยๆหันมองสำรวจรอบๆบ้านที่มาถึงก็พบว่าบ้านแห่งนี้เป็นบ้านไม้ไทยร่วมสมัย เพราะสังเกตุจากบ้านที่มีสองชั้น ชั้นล่างสร้างด้วยอิฐและติดกระจกรอบด้าน ส่วนด้านบนเป็นเรือนไม้ไทย มีชานบ้านกว้างเหมาะแก่การนั่งเล่นเป็นที่สุด

 

 

                "แจ็คสัน!!" เสียงเรียกที่ดังออกมาจากหน้าประตูพร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างเพรียวกำลังวิ่งออกมาด้วยความตื่นเต้นเรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง แจ็คสันละความสนใจจากการช่วยยองแจขนกระเป๋าลงจากรถหันไปมองทันที ก่อนจะตาโตแล้ววิ่งโผกอดชายหนุ่มมาใหม่ด้วยความดีใจ

 

 

                "ไอ้บ็อบบี้! ไม่เจอกันนาน โคตรคิดถึงอ่ะ!" สองหนุ่มนามว่าแจ็คสันและบ็อบบี้กระโดดกอดคอกันไปมา มาร์ค เจบี และจูเนียร์ที่เพิ่งยกกระเป๋าของตัวเองลงจากรถเสร็จเดินเข้ามาหาแจ็คสันแล้วยิ้มกับอาการของทั้งคู่

 

 

                "เออดิ เป็นไงบ้างวะอยู่กรุงเทพ ดีป้ะ" บ็อบบี้ที่เพิ่งจะยอมปล่อยแจ็คสันออกมารีบถามด้วยอาการตื่นเต้นไม่หาย

 

 

                "ดีมากเลยเว้ย ครอบครัวโฮสต์โคตรดีอ่ะ เพื่อนๆกูก็โคตรเฟรนด์ลี่ เออพูดถึงเพื่อน กูยังไม่ได้แนะนำมึงเลย" หนุ่มฮ่องกงที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามัวแต่ทักทายเพื่อนสนิทจนลืมเพื่อนร่วมโครงการที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลังรีบหันมาหาเพื่อนทั้งสามคน ก่อนจะแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน

 

 

                "มาร์ค เจบี จูเนียร์ มานี่เร็วๆ ฉันจะแนะนำเพื่อนสนิทให้รู้จัก" บุคคลทั้งสามเดินเข้าไปหาหนุ่มอารมณ์ดีที่ยืนกวักมือเรียกให้เข้าไป

 

 

                "ไอ้บ็อบบี้ นี่เพื่อนที่โรงเรียนเดียวกันกับกูเว้ย นี่มาร์ค มาจากแอลเอ ส่วนนี่เจบีกับจูเนียร์ มาจากเกาหลี" แจ็คสันแนะนำเพื่อนทั้งสามให้กับคนตรงหน้าฟังอย่างกระฉับกระเฉง ซึ่งเด็กแลกเปลี่ยนหน้าตาดีทั้งสามคนก็ยืนยิ้มให้กับบ็อบบี้โดยพร้อมเพรียงกัน

 

 

                "ยินดีที่ได้รู้จักครับ" มาร์คต้วนเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปจับมือกับหนุ่มเจ้าถิ่นตามด้วยเจบีและจูเนียร์ที่ทำเช่นเดียวกับมาร์คตามลำดับ

 

 

                "ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันนะ แล้วก็ยินดีต้อนรับสู้บ้านของเรา ทำตัวตามสบายเลยนะ โฮสต์ของเราใจดีมาก" หนุ่มหน้าใสนามว่าบ็อบบี้ยิ้มกว้างให้กับทั้ง 4 คนอีกครั้ง ก่อนที่แจ็คสันจะหันไปเห็นยองแจที่เพิ่งจัดการเอารถไปเก็บตามที่เจ้าของบ้านบอกกำลังเดินเข้ามา

 

 

                "ยองแจ!" ยองแจที่กำลังเดินเข้ามาหันไปมองแจ็คสันแบบเหวอเล็กน้อยเมื่อหนุ่มฮ่องกงตะโกนเรียก แต่แล้วก็ต้องเดินเข้าไปหาตามที่เด็กแลกเปลี่ยนของเค้ากวักมือเรียก

 

 

                "ไอ้บ็อบบี้! นี่โฮสต์กูเอง ชื่อยองแจ" ทันทีที่ยองแจเดินเข้ามาถึงจุดที่ทั้งหมดยืนอยู่ แจ็คสันก็ไม่รอช้ารีบนำเสนอโฮสต์ของตัวเองอย่างออกนอกหน้าทันที

 

 

                "ยองแจเหรอ ว้าว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมชื่อบ็อบบี้นะ ได้ยินไอ้แจ็คสันมันพูดถึงคุณบ่อยๆ วันนี้ได้เจอตัวจริงแล้วรู้สึกยินดีมากๆเลย คุณน่ารักมากๆ" บ็อบบี้ยื่นมือมาจับมือของโฮสต์คนเก่งอย่างถือวิสาสะ แต่ยองแจก็ไม่ได้สนใจอะไร ยื่นมือกลับไปให้บ็อบบี้ตามปกติ

 

 

                "อ่า ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันครับคุณบ็อบบี้" ยองแจฉีกยิ้มสดใสจนตาหยี ร้อนถึงหนุ่มฮ่องกงที่ยืนอยู่ข้างๆต้องรีบเข้ามาขัดจังหวะของทั้งสองคนด้วยการยื่นมือมาผลักหัวเพื่อนรักแรงๆหนึ่งที

 

 

                "หยุดเลยไอ้บ็อบบี้ กูรู้นะว่ามึงคิดอะไรอยู่" แรงควายจากการถูกเพื่อนรักผลักทำให้บ็อบบี้เซไปข้างหลังเล็กน้อย ก่อนจะเด้งตัวกลับมาเผชิญหน้ากลับเพื่อนรักร่างถึก

 

 

                "อะไรของมึงเนี่ยไอ้แจ็ค กูก็แค่อยากทำความรู้จักกับโฮสต์ของมึง โวยวายทำไมวะ"

 

 

                "ไม่ต้องทำเป็นพูดดี กูเป็นเพื่อนมึงทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่ อย่านะมึง นี่โฮสต์กู อย่ายุ่ง!" แจ็คสันแยกเขี้ยวใส่เพื่อนรักตัวดีที่โคตรจะเพลย์บอย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอ้บ็อบบี้คิดอะไรอยู่ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆ แค่คนตรงหน้าอ้าปาก เขาก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้ว!

 

 

                "เออ รู้ทันกูตลอดดดดด" ในขณะที่เพื่อนรักทั้งสองยังยืนต่อล้อต่อเถียงกันอยู่ หญิงสาวผู้ที่เดินเข้ามาใหม่ก็เรียกความสนใจของมาร์ค เจบีและจูเนียร์ไว้ได้ ทั้งสามหันไปมองยังหญิงสาวตัวเล็กที่กำลังเดินออกมาจากประตูบ้านแล้วเข้ามาตบไหล่ของบ็อบบี้ที่กำลังเถียงกับแจ็คสันอย่างเมามันส์

 

 

                "บ็อบบี้" บ็อบบี้ละความสนใจจากแจ็คสันแล้วหันไปทางด้านหลังตามเสียงเรียกทันที



                "อ้าวเมย์บี" หญิงสาวนามว่าเมย์บีก้าวมายืนอยู่ข้างๆบ็อบบี้แล้วมองเด็กแลกเปลี่ยนทั้งสี่คนด้วยแววตาเป็นประกาย

 

 

                "เห้ยไอ้แจ็คสัน ทุกคนครับ นี่เมย์บี โฮสต์ของบ็อบบี้เอง" บ็อบบี้หันไปหาโฮสต์คนสวยแล้วก็แนะนำอีกฝ่ายให้เธอรู้จัก เมย์บีพยักหน้าแล้วยิ้มเมื่อเด็กแลกเปลี่ยนของเธอแนะนำเพื่อนๆทีละคน จนกระทั่งคนสุดท้ายมาถึง แววตาสดใสนั้นเป็นประกายมากขึ้นกว่าคนอื่น

 

 

                "ส่วนคนนี้ชื่อมาร์ค มาจากแอลเอ" มาร์คยกมือขึ้นไหว้สวัสดีตามมารยาท เหมือนที่แบมแบมเคยสอนไว้

 

 

                "มาร์คเหรอ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ" เมย์บียื่นมือไปตรงหน้ามาร์คต้วน ทำให้คุณชายชะงักเล็กน้อยแล้วจึงยื่นมือไปจับมือของหญิงสาวตามปกติ

 

 

                เมย์บียิ้มสดใสให้ชายหนุ่มด้วยแววตาซึ่งแอบแฝงอะไรบางอย่างอยู่ในใจ มาร์คต้วนคนมนุษยสัมพันธ์ดีจึงยิ้มตอบกลับให้ตามปกติ แต่ใครจะไปรู้บ้างว่าภายใต้หน้าตาน่ารักๆใสซื่อแบบนี้ หญิงสาวตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่

 


 

                มาร์ค เมย์บี ชื่อเข้ากันดีเหมือนกันนะ ว่ามั้ยคะทุกคน ...

 

 

 

 

 

 

 

Bambam's Talk

 

            หลังจากไปส่งพี่มาร์คไปอยุธยาเสร็จ ผมกับไอ้ยูคก็มาโรงเรียนตามปกติครับ เราสองคนมาโรงเรียนพร้อมกันโดยเมื่อเช้าแม่ไอ้ยูคมาส่ง ตลอดทั้งวันของวันนี้ผมแอบรู้สึกแปลกเล็กน้อยที่ไม่มีคุณชายมาร์คต้วนอยู่ในโรงเรียน ยิ่งตอนกลางวันนี่ยิ่งแปลก ผมเกือบเดินไปรับพี่มาร์คที่ห้องไปกินข้าวด้วยกันแล้ว พี่มาร์คไม่อยู่แค่วันเดียวทำไมผมรู้สึกโหวงๆแฮะ

 

 

                "เห้ยมึง เลิกเรียนแล้ว รีบไปซ้อมกัน" ตกเย็นทันทีที่ออดเลิกเรียนดังขึ้น ไอ้ยูคและไอ้มิ้นที่นั่งขนาบข้างผมอยู่ก็รีบโกยของยัดใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว ผิดกับผมที่เพิ่งฟื้นจากโต๊ะเรียนเมื่อกี้ อ้าว เลิกเรียนแล้วเหรอเนี่ย ผมขยี้ตาแล้วบิดขี้เกียจสองสามที ก่อนจะเก็บของลงกระเป๋า

 

 

                "เดี๋ยวกูไปรับพี่มาร์คก่อนนะพวกมึง ล่วงหน้าไปรอที่ห้องซ้อมก่อนได้เลย" ผมลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่มือของไอ้ยูคที่เร็วกกว่าก็รีบเอื้อมมาจับไหล่ของผมไว้

 

 

                "ไปรับห่าอะไรล่ะครับ พี่มาร์คของมึงไปอยุธยา" ผมหันกลับไปตามแรงดึงของเพื่อน แล้วก็พบกับไอ้ยูคและไอ้มิ้นกำลังทำหน้าเอือมใส่ผม

 

 

                เออว่ะ พี่มาร์คไปอยุธยา หลอนอีกแล้วครับกันต์พิมุกต์ -____________-

 

 

                "เออว่ะ กูลืม โทษทีๆ" ผมหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วทำหน้าแบบคนเพิ่งตื่นนอนใส่พวกมันสองคน ไอ้มิ้นส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วโบกมือไปมาตรงหน้าผมก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

 

 

                "แบมแบม แกคิดถึงพี่มาร์คเหรอ"



                "อือ ...ผมตอบไอ้มิ้นกลับไปแบบคนโดนสะกดจิตด้วยอาการของคนเพิ่งตื่นนอน ...

 

 

 

                เดี๋ยวนะ ... เมื่อกี้ผมตอบอะไรออกไป

 

                เห้ย!! มึงตอบอะไรครับกันต์พิมุกต์ เลิกๆ ตื่นๆๆ *ตบหน้าตัวเอง*

 

 

 

 

                "เห้ย!!! ไม่ใช่ๆ กูไม่ได้คิดถึงพี่มาร์คนะ" ทันทีที่สติสตังสะระณังคะฉามิกลับมาครบถ้วน ผมก็รีบพูดแก้ตัวทันทีเลย โหยยยย ทันมั้ยครับเนี่ย

 

 

                "ไม่ทันแล้วไอ้แบม" ไอ้ยูคยืนหัวเราะใส่ผมโดยมีไอ้มิ้นยืนทำหน้ากลุ้มกริ่มอยู่ข้างๆ

 

 

                "เห้ยไม่นะพวกมึง กูไม่ได้คิดถึงพี่มาร์ค กูก็แค่ .... เอ่อ .. แค่เคยชินคิดว่าพี่เค้ายังอยู่อ่ะ" ไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดทั้งสองยืนทำหน้าแบบ 'กูไม่เชื่อออออ' ใส่ผมแล้วก็เบะปากล้อเลียน ผมจึงตัดสินใจไม่อยู่ต่อล้อต่อเถียงกับมันดีกว่า เดี๋ยวจะยิ่งเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองไปเท่านั้น คิดได้ดังนั้นผมก็รีบชิ่งออกจากห้องไปเลย

 

               



 

                ผมวิ่งมาถึงห้องซ้อมดนตรีที่รุ่นพี่นัดไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน เมื่อเปิดประตูบานเลื่อนเข้าไปก็พบว่าพี่นิว พี่โอม แล้วก็ไอ้เตนล์มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสามหันหน้ามามองผมที่กำลังปิดประตูแล้วก็ยิ้มทักทายให้อย่างอารมณ์ดี ทำไมมากันเร็วจังวะ.

 

 

                "แบมแบม สวัสดี" ไอ้เตนล์ที่นั่งกอดเบสคู่ใจอยู่เอ่ยทักผมขึ้นมาเป็นคนแรก ผมจึงเดินมานั่งข้างๆมัน วางกระเป๋าแล้วทักทายมันกลับ

 

 

                "สวัสดีเตนล์ พี่นิวพี่โอม สวัสดีครับ ทำไมมากันเร็วจัง หรือแบมมาช้าเนี่ย" ผมทักทายรุ่นพี่ทั้งสองตามปกติ พี่นิวกับพี่โอมที่กำลังนั่งกินขนมกันอย่างสบายใจจึงเอ่ยปากตอบผมกลับ

 

 

                "ไม่หรอก พอดีพี่กับไอ้โอมวันนี้ว่างคาบสุดท้ายน่ะ ก็เลยมานั่งเล่นก่อน ส่วนไอ้เตนล์มันบอกว่าคาบสุดท้ายน่าเบื่อ ขี้เกียจเรียน มันก็เลยโดดมานั่งเล่นกับพวกพี่" ผมหันไปมองไอ้เตนล์ที่ยิ้มแหยๆให้ แหม พ่อคุณ ทำดีครับทำดีมากกก ผมนี่อยากมอบโล่เด็กเรียนดีให้เลย

 

 

                "แล้วนี่ไอ้ยูคล่ะ" พี่นิวถามหามือกลองประจำวงที่ผมเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อกี้

 

 

                "มันกำลังตามมาครับ" ผมตอบแบบไปทีแล้วก็ยื่นมือไปแย่งป็อกกี้จากพี่โอมที่ถือกล่องอยู่ขึ้นมากินหน้าตาเฉย โถ่ววว พี่โอม ช่างเป็นรุ่นพี่ที่น่าสงสารอะไรอย่างนี้ พี่โอมเป็นรุ่นพี่ที่ใจดีมากครับ ไม่ค่อยทะเลาะกับใคร ยอมทุกคนอ่ะ เพราะอย่างนี้ไงถึงโดนคนอื่นแกล้งตลอด ไม่เว้นแม้แต่รุ่นน้องอย่างผมกับไอ้ยูค 555555 แต่เห็นแบบนี้พี่โอมเล่นเปียโนเก่งมากเลยนะจะบอกให้

 

 

                "น่าจะไม่นานหรอกพี่นิว เพราะมันเดินตามผมมาติดๆเลย" ทันทีที่ผมพูดจบประตูบานเลื่อนก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง นั่นไง สงสัยจะมาแล้ว ตายยากจริงๆ

 

 

                "มาแล้วเหรอไอ้ยู ...." ผมรีบหันหน้าไปหามันทันทีด้วยสภาพที่ป็อกกี้ยังคาปากอยู่ แต่แล้วก็ต้องชะงักเพราะคนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่คนที่ผมคิดไว้ แต่กลับกลายไปเป็นบุคคลที่ผมไม่อยากเจอที่สุด

 

 

                ละอองดาว ...

 

 

                หญิงสาวที่เข้ามาใหม่ยกมือไว้รุ่นพี่ทั้งสองแล้วค่อยๆเดินเข้ามานั่งข้างๆไอ้เตนล์โดยไม่มองผมแม้แต่สักนิดเดียว ส่วนผมก็ไม่รู้ทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมา มาทำอะไรของเธอนะละอองดาว

 

 

                "อ้าว อองดาวมาแล้วเหรอ กำลังรออยู่เลย" ประโยคที่ผมควรจะทักไอ้ยูคบัดนี้กลับกลายเป็นของไอ้เตนล์ทักเพื่อนสนิทของมันซะเอง ผมเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งลงข้างๆไอ้เตนล์ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

               


                "เอ่อ พี่นิวพี่โอมครับ นี่ละอองดาว เพื่อนห้องเดียวกันกับผมเอง" ไอ้เตนล์ซึ่งนั่งคั่นกลางระหว่างผมกับละอองดาวเอ่ยแนะนำเพื่อนสนิทให้รุ่นพี่ทั้งสองที่นั่งมองได้รู้จัก ละอองดาวยิ้มให้พี่นิวกับพี่โอม และแล้วไอ้เตนล์ก็หันมาหาผม

 

 

                "แบมแบม นี่ละอองดาว เพื่อนสนิทของเตนล์เอง" ไอ้เตนล์หันมาแนะนำหญิงสาวข้างๆให้ผมเป็นลำดับต่อมา ผมที่นั่งหันข้างไม่พยายามหันไปมองเธอจึงจำเป็นต้องตัดสินใจหันกลับไปเผชิญหน้ากับทั้งสองคน

 

 

                ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นมา สายตาคู่สวยที่ผมเคยมองก็จ้องผมอยู่ก่อนแล้ว ผมกับเธอจ้องกันอยู่แวบเดียวก่อนจะละสายตาออกห่างพร้อมกัน

 

 

                "สวัสดีละอองดาว" ผมเอ่ยปากทักทายเธอตามมารยาท ละอองดาวนิ่งไปสักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม

 

 

                "สวัสดีแบมแบม ดีใจที่ได้เจอกัน ... อีกครั้งนะ" รอยยิ้มมุมปากที่ทำเอาผมแอบเย็นวูบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ละอองดาวอมยิ้มน้อยๆ แล้วไอ้เตนล์ก็พูดขึ้นขัดขึ้นมา

 

 

                "อ้าว นี่สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ" สีหน้าเหวอๆของไอ้เตนล์ทำให้ละอองดาวยิ่งยกยิ้มมากขึ้น

 

 

                ยิ่งกว่ารู้จักเลยล่ะไอ้เตนล์ ...

 

 

                "รู้จักสิ รู้จักดีด้วย" ละอองดาวจ้องหน้าผมแล้วตอบไอ้เตนล์ทันทีที่มันพูดจบ ส่วนไอ้เตนล์นี่ก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่

 

 

                "นี่ไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ย หรือว่ารู้จักกันมาก่อน" ไอ้เตนล์หันมองหน้าผมกับละอองดาวสลับไปมา

 

 

                "นี่เตนล์ ไม่ต้องสงสัยหรอก คืออองดาวกับแบมรู้จักกันเพราะเราสองคนเป็นโฮสต์เหมือนกันไง" อยู่ๆละอองดาวก็พูดออกมาทำให้สถานการณ์ตรงนั้นกระจ่างในที่สุด ไอ้เตนล์ที่พอได้ฟังคำตอบก็ทำหน้าอ๋อทันที ส่วนผมนี่ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกันครับ ไม่รู้จะพูดอะไรดี เป็นอะไรก็ไม่รู้

 

 

                เห้อ ... อึดอัดชะมัด

 

 

                "ขอโทษที่มาช้านะครับ" คราวนี้เป็นไอ้ยูคเองที่เปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมกับไอ้มิ้น เพื่อนสนิทตัวใหญ่ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นผมและละอองดาวนั่งอยู่ใกล้กัน ใช่ครับ ไอ้ยูคกับผมอยู่ด้วยกันมานาน ดังนั้นเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นกับผม ไอ้ยูคมันจะรับรู้หมด

 

 

                "อ้าวยูค มาเร็วๆ นี่พวกพี่จะเริ่มซ้อมกันแล้ว" พี่นิวพูดขึ้นเพื่อทักทายสมาชิกคนสุดท้ายของวงที่เพิ่งมาถึง ไอ้ยูคเดินไปวางกระเป๋าที่โซฟามุมห้อง ก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่นิวแต่สายตาของมันก็มองมาที่ผมอย่างต้องการถามอะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็รับรู้ได้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่เราก็ยังคุยกันไม่ได้แค่นั้นเอง

 

 

                บทสนทนาของผมกับละอองดาวจบลงเพียงเท่านั้น ก่อนที่พี่นิวจะเรียกให้ทุกคนเริ่มซ้อมกันต่อไป

 

 

                โดยที่ยังมีละอองดาวนั่งมองผมซ้อมตลอดจนจบ ...

 

 

 

 

 

                1 ชั่วโมงผ่านไป

 

                "เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ กลับบ้านกันได้แล้วล่ะ" ผมกดปิดไมค์แล้วเอาไปเสียบไว้ที่ขาตั้งตามเดิมเมื่อพี่นิวบอกให้เลิกซ้อม ไอ้ยูควางไม้กลองลงที่เดิมก่อนจะบิดขี้เกียจแล้วรีบพุ่งเข้ามาหาผมอย่างเร็ว

 

 

                "วันนี้ทำดีมาก ไอ้เตนล์มึงเล่นดีแล้ว ฝึกต่อไปเรื่อยๆ ไอ้ยูคมึงก็ดีเหมือนเดิมแบบที่เป็นมึงอ่ะนะ ส่วนแบมแบมเสียงยังดีเหมือนเดิม แต่ทำไมวันนี้ดูไม่ค่อยมั่นใจเลย" พี่นิวหันมาหาผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง โหพี่ครับ พี่ไม่เป็นผมพี่ไม่รู้หรอก รู้มั้ยครับ ตั้งแต่เริ่มซ้อมละอองดาวเธอนั่งมองผมตั้งแต่ต้นจนจบเลยล่ะ ผมเลยแอบเสียสมาธิในการซ้อมไปนิดนึง แค่เธออยู่ในห้องผมก็อึดอัดแล้วนะ แต่นี่ยังมานั่งจ้องกันอีก ผมนี่ไปไม่เป็นเลย TT

 

 

                "วันนี้ผมเหนื่อยนิดหน่อยอ่ะครับพี่นิว ขอโทษด้วยจริงๆ" ผมก้มหัวให้พี่นิวเป็นการขอโทษ แต่พี่นิวก็ยกมือโบกไปมาเพื่อแสดงให้รู้ว่าพี่แกไม่ได้คิดอะไรมาก

 

 

                "เออๆไม่เป็นไรๆ พรุ่งนี้ก็ทำให้ดีกว่าเดิมแล้วกัน งั้นเดี๋ยววันนี้พี่กลับบ้านก่อนนะ ไปแล้ว บาย" พี่นิวตบไหล่ผมหนึ่งทีก่อนจะหันไปเรียกพี่โอมกลับบ้านแล้วก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกัน เห็นดังนั้นผมกับไอ้ยูคจึงเดินเข้าไปหาไอ้มิ้นที่นั่งรออยู่เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านเหมือนกัน

 

 

                "แบมแบมเดี๋ยวก่อน" เสียงเรียกที่เรียกชื่อของผมดังขึ้นมาทำให้ผมหันกลับไปมอง ก็พบกับไอ้เตนล์ที่เดินสะพายกระเป๋าเข้ามาหาแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้

 

 

                "ว่าไงไอ้เตนล์" ผมตอบมันกลับไปตามปกติ

 

 

                "ไหนๆเราสามคนก็อยู่ทีมเดียวกันแล้ว แบม ยูค เตนล์ขอไลน์หน่อยได้ป้ะ" เตนล์พูดจบก็ยิ้มให้ผมกับไอ้ยูค ส่วนไอ้ยูคนี่ไม่รอช้ารีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาให้ไอ้เตนล์ทันทีเลยครับ ไอ้ยูคมันเป็นพวกชอบตอบไลน์น่ะครับ มันว่าคนคุยไลน์ด้วยเยอะๆแล้วรู้สึกฮอท - -

 

 

                "ได้ดิ อ่ะนี่ของเรา" เมื่อเห็นว่าไอ้เตนล์สแกนคิวบาร์โค้ดของเครื่องไอ้ยูคเสร็จแล้วผมจึงยื่นโทรศัพท์ของผมให้ไอ้เตนล์ต่อ เตนล์เงยหน้าขึ้นมารับโทรศัพท์จากมือผมไปแล้วจัดการแสกนบาร์โค้ดเรียบร้อย ก่อนจะส่งคืนให้ผม

 

 

                "ขอบคุณมากเว้ย เดี๋ยวคืนนี้เตนล์ทักไปนะ"

 

 

                "อ่า โอเคๆ แต่แบมนอนไม่เกินเที่ยงคืนนะ บอกไว้ก่อน"

 

 

                "โหย ทำไมนอนเร็วจัง เด็กอนามัยรึเปล่าเนี่ย"

 

 

                "ใช่ ม๊าสอนไว้ นอนเร็วๆจะได้โตไวๆ" ผมตอบกลับไอ้เตนล์ด้วยสีหน้าปกติ

 

 

                "แล้วก็จะได้ตายเร็วๆ" แล้วมนุษย์ยูคยอมก็เสริมให้ผมแบบไม่ต้องร้องขอ กวนตีนนะครับมึง

 

 

                "ตายเร็วบ้านมึงสิครับคุณยูคยอม" แล้วเราสามคนก็หัวเราะขึ้นมา ส่งผลให้ความรู้สึกอึดอัดที่ปกคลุมผมอยู่ตั้งแต่ก่อนเริ่มซ้อมหายไปได้บ้าง

 

 

                "โอเคๆ งั้นเดี๋ยววันนี้เรากลับบ้านก่อนนะ จะแวะไปส่งละอองดาวด้วย" ผมมองตามไอ้เตนล์ที่กำลังเดินไปหาละอองดาวซึ่งยังนั่งอยู่ที่มุมห้อง นี่ไอ้เตนล์ไปส่งละอองดาวที่บ้านด้วยเหรอ ดีจังเนอะ ดีใจจริงๆที่มีคนมาทำหน้าที่นี้แทนผมแล้ว ...

 

 

                "บาย เจอกันพรุ่งนี้นะ" ผมโบกมือลาทั้งสองที่หันหน้ามามองผม ไอ้เตนล์ยิ้มให้ผมเหมือนปกติ ส่วนผู้หญิงข้างๆก็ทำหน้านิ่งให้ผมอย่างที่เคยทำ

 

 

                สีหน้าที่เธอแสดงให้ผมตลอดทุกครั้งที่เจอกัน นับตั้งแต่เกิดเรื่อง 'เรื่องนั้น' ขึ้น

 

 

 

 

 

                ชายรูปร่างเพรียวกับหญิงสาวรูปร่างบางเดินเคียงข้างกันมาตั้งแต่ออกจากห้องซ้อมดนตรีของโรงเรียน เสียงพูดคุยของชายหนุ่มที่มักจะเป็นคนคุยเก่งเสมอดังกระทบกับหูของหญิงสาวข้างๆตลอดเวลา แต่ละอองดาวกลับไม่ได้สนใจที่จะฟังคำพูดของเพื่อนสนิทนั้นแม้แต่น้อย

 

 

                ในหัวของเธอตอนนี้เอาแต่คิดถึงเรื่องราวในอดีตที่มันมักจะวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอทุกครั้งที่พบกับเค้าคนนั้น

 

 

                เป็นเรื่องราวที่ผ่านมานาน ...

 

 

                แต่เธอกลับไม่เคยลืม ...

 

 

             




 

                "แบมแบมชอบพี่ละอองฝนหรือเปล่า" เสียงเรียกสดใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆทำให้เด็กชายต้องละความสนใจจากสิ่งของตรงหน้าหันไปมอง มือเล็กที่กำลังนำเถาวัลย์มาถักร้อยเป็นมงกุฎค่อยๆวางมงกุฏดอกไม้ลงเบาๆ

 

 

                "หืม ทำไมอองดาวถามแบบนั้นล่ะ" เด็กชายหันมาจ้องหน้าเพื่อนสนิทข้างๆด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเธอถึงถามว่าเค้าชอบพี่สาวของเธอหรือไม่

 

 

                "เอาน่า แบมตอบอองดาวมาเถอะ" เด็กหญิงจ้องหน้าเพื่อนชายอย่างต้องการคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ แบมแบมนิ่งไปสักพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา

 

 

                "ชอบสิ ทำไมจะไม่ชอบล่ะ พี่อองฝนสวยจะตายไป ใจดีด้วย แบมล่ะชอบพี่อองฝนที่สุดเลย" เด็กชายยิ้มจนตาหยีให้เด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ละอองดาวจึงยิ้มตอบกลับไปให้ด้วยสีหน้าที่ปกติ

 

 

                แต่ในใจกลับหดหู่สุดใจ ...

 

 

                แบมแบมหันกลับมาหยิบมงกุฏดอกไม้ที่ถักค้างไว้ขึ้นมาทำต่อ ละอองดาวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆค่อยๆปรับอารมณ์ให้เป็นปกติก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบดอกไม้เล็กๆมาปักลงไปที่เถาวัลย์

 

 

                "แต่แบมก็ชอบอองดาวนะ พี่อองฝนสวยก็จริง แต่อองดาวน่ารักกว่า แบมเล่นด้วยแล้วสนุก" เด็กชายพูดไปโดยไม่ได้เงยหน้ามามองเพื่อนข้างๆสักนิด มือเล็กยังคงขะมักเขม้นทำมงกุฏดอกไม้ต่อไป โดยถ้าเขาเงยหน้าขึ้นมามองสักนิด ก็จะเห็นว่าหน้าใสๆของคนข้างๆขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ

 

 

                "จริงเหรอ" เด็กสาวถามเพื่อย้ำความมั่นใจของตัวเอง

 

 

                "อื้อ" เด็กชายปักดอกไม้อันสุดท้ายลงไปที่ตัวมงกุฏแล้วก็ชูขึ้นมาให้เพื่อนสนิทดู

 

 

                "เสร็จแล้ว!" รอยยิ้มดีใจฉบับเด็กน้อยปรากฏขึ้นบนในหน้าของเด็กชาย แบมแบมยิ้มจนตาเป็นประกายที่เป้าหมายในวันนี้เสร็จสิ้นไปด้วยดี.

 

 

                "สวยจังแบม" ละอองดาวปรบมือดีใจไปกับเพื่อนคนสนิท แล้วอยู่ๆแบมแบมก็วางมงกุฏดอกไม้นั้นลงบนหัวของเธอเบาๆ

               

                "น่ารักแฮะ" แบมแบมถอยหลังออกมามองผลงานของตัวเองที่อยู่บนหัวของเพื่อนสนิท ละอองดาวอึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็ค่อยๆฉีกยิ้มให้เด็กชาย

 

 

                "น่ารักยังงี้ก็เอาไปให้พี่อองฝนได้แล้วเนอะ" จากรอยยิ้มสดใสที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหวาน เมื่อเด็กชายพูดถึงคนที่อยากมอบมงกุฏดอกไม้ให้จริงๆ รอยยิ้มนั้นก็พลันจางลงไปถนัดตา ละอองดาวค่อยๆเอื้อมมือขึ้นไปหยิบมงกุฏดอกไม้แล้วยื่นให้เด็กชายคืนช้าๆ

 

 

                "งั้นเดี๋ยวแบมเอาไปให้พี่อองฝนก่อนนะ" เพียงแค่พูดจบเด็กชายก็วิ่งออกไป ทิ้งไว้แค่เพียงเด็กสาวกับความรู้สึกหน่วงในใจ

 


 

                ถ้าแบมชอบพี่อองฝนจริง

                คนอย่างเธอจะไปทำอะไรได้ ...

 

 

 

 

                ม.3

                "แม่คะ! เห็นแบมแบมมั้ยคะ" เด็กสาวรูปร่างบางรีบวิ่งลงมาจากบันไดด้วยท่าทางดีใจบวกกับรอยยิ้มกว้างที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียว ดวงตาคู่สวยเป็นประกายทุกครั้งยามที่เธอรับรู้ว่าเพื่อนสนิทมาหาที่บ้าน

 

 

                แบมแบม คือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ ทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาลยันปัจจุบัน นั่นอาจจะเป็นเพราะว่ามารดาของทั้งคู่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน ส่งผลให้คนรุ่นลูกอย่างแบมแบมและเธอได้รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก และกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างทุกวันนี้

 

 

                "อยู่ที่สวนหลังบ้านน่ะอองดาว" เพียงแค่คนเป็นแม่บอกพิกัด ละอองดาวก็รีบวิ่งมุ่งไปยังจุดหมายทันที

 

 

                เด็กสาววิ่งมาถึงจุดหมายซึ่งก็คือสวนหลังบ้านของเธอ ละอองดาวหยุดหอบเล็กน้อยที่ประตูก่อนที่จะเปิดไปเจอสนามหญ้าสีเขียวสดใสที่มีเพื่อนสนิทของเธออยู่ที่นั่น เด็กสาวหันไปมองกระจกที่อยู่ข้างๆเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าและเช็คทรงผมให้เข้าที่ เธอจะต้องดูดีเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าแบมแบม

 

 

                แค่อยากจะเป็นคนน่ารักในสายตาของชายหนุ่มบ้างก็แค่นั้น ...

 

 

                ละอองดาวเปิดประตูที่เปิดไปสู่สนามหญ้าหลังบ้าน แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักแล้วยืนอยู่กับที่ เมื่อภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือเพื่อนสนิทของเธอและพี่สาวแท้ๆของเธอกำลังกอดกันอยู่ อีกทั้งชายหนุ่มกำลังยกมือขึ้นมาลูบหัวของพี่ละอองฝนที่ฝังหน้าลงไปในอ้อมกอดของชายหนุ่ม

 

 

                เหมือนมีใครหยุดเวลาไว้ที่ตรงนั้น ขาเรียวหยุดนิ่งอยู่กับที่ ภายในใจเหมือนมีอะไรมากดทับไว้จนเธอหายใจแทบไม่ออก

 

 

                'ขอบคุณนะแบมที่เข้าใจพี่' เสียงของพี่สาวคนสวยที่เงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มตรงหน้าลอยเข้ามาประทะกับโสตประสาทการฟังของเด็กสาว ละอองดาวตั้งใจฟังถึงสิ่งที่คนสนิทสองคนกำลังคุยกัน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าประโยคต่อไปที่จะออกมาจากปากของเพื่อนสนิท จะทำให้เธอต้องร้องไห้มากเพียงใด

 

 

                "ผมรักพี่นะ ถ้าอะไรที่ผมทำให้ได้ ผมก็ยินดีเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงมาที่หัวใจของเด็กสาว ความจริงเธอรู้อยู่แล้วว่าทุกครั้งที่แบมแบมมาหาเธอที่บ้านบ่อยๆนั่นไม่ใช่เพราะว่ามาหาเธอ แต่เป็นเพราะว่าเค้าต้องการมาหา 'พี่สาวของเธอ' ต่างหาก เด็กสาวทนรับความจริงข้อนี้มานาน เจ็บแค่ไหนที่เป็นได้แค่ทางผ่าน เศร้าเพียงใดที่เป็นได้แค่เพียงเครื่องมือ สุดท้ายแล้วเธอก็ทำได้เพียงแค่ทำใจ

 

 

                ขอแค่ตำแหน่งว่างๆในฐานะเพื่อนสนิทก็พอแล้ว ...

 

 

                "แล้วเรื่องนี้อองดาวเธอจะว่ายังไง" อยู่ๆเสียงของพี่สาวคนสวยก็ดังขึ้นมาอีกรอบ และยิ่งเป็นเสียงที่เปล่งชื่อของเธอออกมายิ่งทำให้เธอต้องหันไปฟังอีกรอบ ละอองดาวยกมือเช็ดน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาอย่างลวกๆแล้วตั้งใจฟังว่าเหตุใดชื่อของเธอถึงเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ของสองคน

 

 

                "อองดาวต้องเข้าใจสิครับ ผมรู้ว่ายังไงเธอก็ต้องเข้าใจ ผมรู้นิสัยของเพื่อนคนนี้ดี เธอจิตใจดีมากนะ" นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนที่จะรีบวิ่งออกมาจากจุดนั้นด้วยความรู้สึกที่ชาไปแล้ว เด็กสาววิ่งขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็วด้วยอาการกลั้นก้อนสะอื้นเพื่อไม่ให้ใครได้ยิน เพียงแค่นี้คำพูดของแบมแบมก็ตอบหมดทุกอย่างแล้ว ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คนอย่างเธอก็แค่เพื่อน ส่วนพี่สาวที่รักของเธอนั้นคือตัวจริง

 

 

                เธอรู้มาตลอดว่ายังไงสักวันเธอก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ ...

 

                เพียงแต่ไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะเร็วขนาดนี้เท่านั้นเอง ...

 

               





                ปั้ง!

                เสียงปิดประตูดังปั้งเหมือนการระบายอารมณ์ต่างๆที่ประดังเข้ามาตอนนี้ให้หายไป ถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม ละอองดาวเข้ามาในห้องนอนแล้วล้มตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรงทันที เธอปล่อยน้ำตาที่สกัดกั้นมานานให้ซึมหายไปในหมอน นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ร้องไห้ขนาดนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เธอต้องเก็บความรู้สึกไว้อย่างนี้ แล้วอีกนานแค่ไหนกันที่เธอจะได้พูดมันออกไปบ้าง ...

 

 

                "ฮือ .... อออ ... ฮึก" เด็กสาวนอนปล่อยอารมณ์และหยาดน้ำตาที่เหมือนไม่รู้จักหมดไปให้จมลงไปกับหมอน เธอค่อยๆลุกขึ้นนั่งพิงกับเตียงแล้วเอื้อมเอาตุ๊กตาหมีตัวโปรดที่เธอมักจะนอนกอดทุกวันขึ้นมาช้าๆ หมีตัวนี้ที่แบมแบมเคยซื้อให้ตอนสอบเข้ามัธยมได้ หมีตัวที่เป็นเหมือนตัวแทนของเค้าคนนั้นตลอดเวลา ยิ่งมองก็ยิ่งอยากร้องไห้

 

 

                คนที่เป็นเหมือนกำลังใจและแรงบันดาลใจของเธอมาตลอด

                ต่อจากนี้ไปเค้าจะไปเป็นกำลังใจของคนอื่นแล้วสินะ ...

 

 

                ยิ่งคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เธอก็ยิ่งเจ็บเข้าไปในหัวใจ ความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเข้ารุมเร้าเธอจนมือสวยต้องหยิบตุ๊กตาหมีมากอดไว้แน่นที่สุด รักแค่ไหนก็พูดออกไปไม่ได้ รักให้ตายยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่ดี สิ่งที่เธอจะทำได้ก็มีแค่เพียงการทำสิ่งเดิมๆที่เธอพร่ำบอกตัวเองมาตลอดว่า ...

 

 

                ขอให้คนที่เธอรักทั้งสองคนมีความสุขตลอดไปด้วยเถอะ ...

 

 

 

 

                กี่ชั่วโมงผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าใดที่เธอนอนร้องไห้จนฟุบหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีเธอก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้ว อากาศด้านนอกเริ่มเย็นลงทำให้ละอองดาวต้องค่อยๆยันตัวเองที่เกือบจะไร้เรี่ยวแรงไปปิดหน้าต่าง แล้วเสียงเรียกของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูพอดีตอนที่เธอปิดหน้าต่างเสร็จ

 

 

                "ละอองดาว ลงมากินข้าวเย็นได้แล้วลูก"

 

 

                "ค่ะแม่" เธอพยายามปั้นน้ำเสียงที่ดูปกติที่สุดส่งกลับไปให้มารดาที่อยู่ด้านนอก ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาให้เป็นปกติที่สุด

 

               




                ทันทีที่จัดการหน้าตาโทรมจากการร้องไห้ให้ดูเป็นปกติที่สุดแล้วเธอจึงเดินลงมายังชั้นล่างของบ้าน และพบว่าผู้เป็นพ่อกับแม่นั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะแล้ว เธอจึงค่อยๆเดินเข้าไปหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆผู้เป็นพ่อ ก่อนจะเอ่ยถามหาผู้เป็นพี่สาวกับเพื่อนสนิทที่ไม่อยู่ในห้องนี้

 

 

                "แล้วพี่อองฝนกับแบมแบมล่ะคะแม่"

 

 

                "อ๋อ อองฝนเค้าบอกว่าวันนี้ขอไม่ทานข้าวเพราะจะรีบเข้านอนน่ะดาว ส่วนแบมแบมนี่เค้ากลับไปตั้งแต่บ่ายๆแล้วล่ะ" เธอชะงักเล็กน้อยที่รู้ว่าคนเป็นเพื่อนกลับไปโดยที่ไม่แวะมาหาเธอเลยสักนิด

 

 

                ก็คนไม่สำคัญ ทำไมจะต้องถามหาล่ะจริงมั้ย ...

 

 

                "อ๋อค่ะ" เธอรีบสะบัดหน้าไล่ความเศร้าก่อนจะพยายามเก็บน้ำตาที่เริ่มจะไหลลงมาอีกครั้ง

 

 

                "เออใช่ อองดาวรู้มั้ยลูกว่าเดี๋ยวนี้พี่สาวเราเค้าเป็นอะไร แม่เห็นเงียบๆมาพักหนึ่งแล้ว" อยู่ๆผู้เป็นแม่ก็ถามคำถามกับเธอที่กำลังก้มหน้ากินข้าว

 

 

                "หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะแม่" ละอองดาวพูดแล้วส่ายหน้าให้คนเป็นแม่ ก่อนจะก้มลงไปทานข้าวต่อ ไม่ใช่แค่แม่ที่รู้สึกว่าพี่อองฝนแปลกไป แต่รวมทั้งเธอด้วยที่รู้สึกว่าช่วงนี้พี่สาวคนที่ร่าเริงเสมอเงียบจนผิดตาไปเหมือนกัน

 

 

                เธอไม่รู้ว่าคนเป็นพี่มีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า

                รู้แค่ว่าต่อจากนี้ไปพี่อองฝนกำลังจะยิ้มได้อีกครั้งแล้วนะคะ ...

 


 

 

                หลังจากมื้อค่ำจบลงด้วยอาหารที่ดูจืดชืดไร้รสชาติและฝืดคอไปโดยปริยาย ละอองดาวเดินพาร่างที่เกือบไร้วิญญาณของเธอกลับมายังห้องตามปกติ ประตูห้องถูกปิดอย่างเบาๆเมื่อแด็กสาวเค้ามาข้างใน ก่อนที่เธอจะตรงไปยังที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบกล่องสี่เหลี่ยมกำมะหยี่ใบหนึ่งขึ้นมาดู มือเรียวหยิบสร้อยเส้นบางๆขึ้นมาดูช้าๆ

 

 

                จี้รูปดาวที่แบมแบมเคยให้เธอไว้เป็นของขวัญตอนวันเกิดปีที่แล้ว เธอยังไม่เคยใส่มันเลยเพราะกลัวว่ามันจะเก่าไปซะก่อน เคยคิดว่าอยากให้คนที่ให้มาเป็นคนสวมมันให้เธอ แต่ตอนนี้คงทำได้แค่ฝันซะแล้ว

 

 

                เห้อ ครั้งนี้จะใช้เวลานานแค่ไหนนะกว่าทุกสิ่งจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม กว่าที่เธอจะรู้สึกกับเพื่อนสนิทคนนี้ได้เหมือนเดิม

 

 

 

                คงนานน่าดูเลยสินะ ...

 

 


 

                ละอองดาวคิดอะไรอยู่สักพักก่อนที่ความเหนื่อยอ่อนจะทำให้เธอค่อยๆฟุบหน้าลงกับโต๊ะและหลับไปช้าๆ

 


 

                เป็นการพักผ่อนจากเรื่องร้ายๆชั่วคราว ...

 

                แล้วค่อยๆตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องที่ร้ายแรงกว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ...

 




 

 

                การเผลอหลับไปครั้งที่สองของเด็กสาวกินเวลาไปนานหลายชั่วโมง เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนเกือบตีหนึ่งแล้ว ละอองดาวจึงลุกขึ้นเพื่อเดินไปล้มตัวลงนอนยังที่นอนดีๆ แล้วสักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะการพักผ่อนของเธอ มือเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เครื่องสวยไว้ก่อนจะดูชื่อที่ปรากฏก็พบว่าเป็นเบอร์ของผู้เป็นแม่ที่โทรเข้ามา เธอจึงจัดการกดรับแล้วแนบหูเข้ากับโทรศัพท์เครื่องสวยทันที

 

 

                "ฮัลโหลค่ะแม่ มีอะไรทำไมต้องโทรมา อองดาวก็อยู่ข้างบนนี่เอง" เธอตอบกลับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียบวกกับความสงสัยว่าทำไมคนเป็นแม่ที่อยู่บ้านหลังเดียวกันจะต้องโทรมาหาเธอด้วย

 

 

                "อองดาว ... ตอนนี้แม่อยู่โรงพยาบาลนะลูก" เพราะน้ำเสียงอ่อนล้าบวกกับชื่อสถานที่ที่ผู้เป็นแม่อยู่ตอนนี้ ทำให้ละอองดาวลืมตาขึ้นมาทันที

 

 

                "อ้าว แล้วแม่ไปทำอะไรที่นั่นคะ" ไร้เสียงของคนเป็นแม่ที่อยู่ปลายทางตอบกลับมา ทำให้ใจของสาวน้อยเริ่มไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก เธอจึงถามซ้ำกลับไปอีกครั้ง

 

 

                "แม่คะ .. ได้ยินที่อองดาวพูดมั้ย มีใครเป็นอะไรเหรอ" เพียงแค่เธอพูดจบ ปลายสายก็ตอบกลับมาด้วยเสียงสะอื้นปานจะขาดใจของผู้เป็นแม่ ละอองดาวที่รู้สึกได้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้วจึงรีบลุกขึ้นมาจากที่นอนทันที

 

 

                "อองดาว ... ฮึก .. พี่อองฝนเค้าเสียแล้วนะลูก"

 

 

 

 

                เสียงจอแจและกลิ่นของยาที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณของโรงพยาบาลไม่สามารถทำให้ละอองดาวรับรู้อะไรได้เพียงแต่นิดเดียว หลังจากหนึ่งชั่วโมงที่แล้วที่เธอรับรู้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงที่สุดในชีวิตของเธอ เด็กสาวก็รีบนั่งรถแท็กซี่มุ่งตรงมายังโรงพยาบาลอย่างไม่รอช้า

 

 

                ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่บริเวณที่นั่งพักของโรงพยาบาลใกล้กับผู้เป็นพ่อ ส่วนคนเป็นแม่นั้นหลังจากบอกเรื่องร้ายกับเธอเสร็จก็เป็นลมล้มพับ นอนอยู่ในห้องฉุกเฉินในตอนนี้

 

 

                ละอองดาวนั่งนิ่งเฉยคิดถึงคำพูดของตำรวจที่มาบอกพ่อของเธอว่า พี่ละอองฝนถูกรถชนหลังจากมีผู้เห็นเหตุการณ์เห็นเธอเดินออกมาจากโรงแรมแห่งหนึ่งด้วยอาการสะลึมสะลือ ก่อนจะข้ามถนนโดยไม่มองทางและถูกรถชนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

 

 

                เหมือนความเย็นยะเยือกเข้าปกคลุมเธอไปหมดทั่วทั้งร่างกาย ละอองดาวนั่งนิ่งทั้งๆที่ตอนนี้ในใจกำลังมีเรื่องบางอย่างปกปิดไว้แต่ไม่กล้าบอกใคร เธอซุกมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋ากางเกงซึ่งภายในนั้นมีโทรศัพท์เครื่องสวยของพี่สาวที่เสียชีวิตแล้วนอนแอ้งแม้งอยู่ เธอกำลังคิดไปถึงตอนที่เธอเจอโทรศัพท์เครื่องนี้วางอยู่บนโต๊ะตรงโซฟาก่อนที่เธอกำลังจะออกจากบ้านมาโรงพยาบาล

 

 

                คิดถึงตอนที่เปิดโทรศัพท์ของพี่สาวดูแล้วพบว่าเจอกับอะไรบางอย่าง ..

 

 

                คิดถึงตอนที่ความรู้สึกของเธอเหมือนโลกทั้งโลกพังไปต่อหน้าต่อตาตอนที่เธอพบว่าสิ่งๆนั้นคือข้อความสุดท้ายในเครื่องที่ถูกส่งมาจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ....

 

 

 

               

                 Form : Bambam 22.05 pm.

                พี่ละอองดาวครับ ช่วยออกมาเจอผมที่โรงแรม A ตอนนี้หน่อยนะครับ ผมมีเรื่องอยากจะบอก มาเร็วๆเลยนะครับ ผมรออยู่

 

 

 

                ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทันทีที่เธออ่านข้อความนั้นจบ นิ้วเรียวก็เอื้อมไปกดลบข้อความนี้ทันทีด้วยความรู้สึกเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง ความรู้สึกระแวงในตัวเพื่อนสนิทเริ่มก่อตัวเข้ามาแทนที่

 

 

                อย่านะแบมแบม ... ฉันขอร้อง อย่าเป็นแบบที่ฉันคิดเลยนะ

 

 

                แต่แล้วความกลัวทั้งหลายก็พังทลายลงแล้วก่อเกิดเป็นความแค้นเข้าแทนที เมื่อในที่สุดตำรวจก็เดินเข้ามาบอกเธอกับพ่อว่า ก่อนหน้าการตายของพี่สาวครั้งนี้ พี่ละอองฝนได้ไปที่โรงแรมแห่งนั้นและถูกข่มขืน! ซึ่งทางตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องหาไว้ได้แล้ว เป็นเพื่อนสนิทของคนเป็นพี่นั่นเอง

 

 

                ความคิดของเธอผู้เป็นน้องสาวผุดขึ้นมาอย่างทันที เมื่อนึกถึงข้อความที่เธอกดลบทิ้งไปแล้ว .. ถึงคนเป็นตำรวจจะบอกว่าสามารถจับผู้ต้องหาได้แล้ว และผู้ต้องหาคนนั้นก็ไม่ใช่คนเดียวกับที่เธอระแวงไว้ แต่ทำไมข้างในจิตใจที่แปรเปลี่ยนไปแล้วนั้น เธอกลับคิดว่ามันไม่ใช่ ...

 



 

                แบมแบม นายต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ๆ!

 

                ถึงแม้ตลอดมานายจะเป็นคนที่ฉันรักมามากแค่ไหน

 

                แต่ถ้านายเป็นต้นเหตุหรือมีส่วนกับเรื่องนี้

 

                ความรักนั้นฉันก็เปลี่ยนมาเป็นความแค้นได้เหมือนกัน แบมแบม!

 

 

 

 

                "เห้ อองดาว ฟังเตนล์อยู่ป้ะเนี่ย" ห้วงความคิดในอดีตถูกขัดลงเมื่อมือใหญ่ของคนข้างๆเอื้อมมาจับไหล่เธอเขย่าเบาๆ ละอองดาวหลุดจากภวังค์แล้วหันไปหาคนข้างๆด้วยสีหน้าสงสัย

 

 

                "ห้ะ โทษทีๆ เมื่อกี้เตนล์ว่ายังไงนะ" ละอองดาวพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วปั้นยิ้มใส่ชายหนุ่มข้างๆ

 

 

                "อะไรเนี่ย ปล่อยให้เตนล์พูดอยู่ตั้งนาน" เตนล์มองหน้าหญิงสาวข้างๆแล้วส่ายหน้าน้อยๆ แบบปลงแล้ว ละอองดาวจะเป็นแบบนี้อยู่ๆบ่อย เวลาปกติเธอจะร่าเริงมาก แต่ถ้าอยู่ๆเธอเงียบไปนั่นหมายความว่าเธอกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของเธอ

 

 

                ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือเรื่องอะไร

 

 

 

 

 

 

 

                 - อยุธยา -

 

                หลังจากที่ช่วงเช้าคณะเด็กแลกเปลี่ยนสี่คนและโฮสต์อีกหนึ่งเข้ามาถึงบ้านที่จะอยู่อาศัยต่อไปอีกหนึ่งอาทิตย์แล้ว เมย์บีและบ็อบบี้ในฐานะเจ้าของถิ่นก็พาทุกคนเข้าไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ของหญิงสาวตัวเล็กผู้เป็นเจ้าของบ้าน ก่อนจะแยกย้ายไปเก็บของไว้ในห้องพักที่จัดเป็นสัดส่วน โดยแบ่งพักห้องละสองคน นั่นก็คือ แจ็คสันพักกับบ็อบบี้ เจบีพักกับจูเนียร์ ส่วนมาร์คต้วนคนหล่อก็พักกับยองแจคนเจ้าระเบียบนั่นเอง

 

 

                โดยตลอดทั้งวันที่ผ่านมาหลังจากพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว เมย์บีในฐานะเจ้าของบ้านอาสาพาทุกคนไปเที่ยวที่ตลาดน้ำใกล้ๆบ้านเป็นการประเดิม เด็กแลกเปลี่ยนทั้งห้าที่เพิ่งเคยสัมผัสกับบรรยากาศแบบไทยๆเป็นครั้งแรกจึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ กล้องถ่ายรูปที่มาร์คเป็นคนรับหน้าที่เป็นตากล้องจึงเต็มไปด้วยรูปภาพของเพื่อนๆ ซึ่งเจ้าตัวก็คิดว่าเป็นการเริ่มต้นของทริปที่ดี

 

 

                จนกระทั่งหลังจากกลับมาแล้วปล่อยให้ทุกคนไปอาบน้ำพักผ่อน ตกเย็นเมย์บีเจ้าของบ้านจึงเดินมาเรียกเด็กแลกเปลี่ยนที่นั่งเล่นอยู่ให้เข้าไปทานข้าวเย็นซึ่งแม่ของเธอได้จัดไว้ให้แล้ว บ็อบบี้และแจ็คสันรีบกอดคอเดินนำไปอย่างไวโดยที่หนุ่มฮ่องกงไม่ลืมที่จะลากมือของโฮสต์คนเก่งไปด้วย ส่วนเจบีและจูเนียร์ที่ยังนั่งเปิดของฝากจากตลาดน้ำออกมากินก็ลุกเดินขึ้นตามไปตามลำดับ

 

 

                "อ้าว แล้วนี่มาร์คล่ะคะไปไหน" เมื่อเด็กแลกเปลี่ยนทั้งสี่คนเดินมาถึงห้องทานอาหาร เมย์บีที่กำลังเข้าไปช่วยคนเป็นแม่จัดโต๊ะอยู่จึงถามหาเด็กแลกเปลี่ยนคนหล่อที่เธอกำลังเฝ้ามองหาอยู่ทันที

 

 

                "อ๋อ มาร์คมันยังอยู่ในห้องอยู่เลย สงสัยยังอาบน้ำไม่เสร็จล่ะมั้ง" เป็นแจ็คสันนั่นเองที่พูดตอบคำถามเจ้าของบ้านคนสวย เมื่อเมย์บีได้ยินดังนั้นเธอจึงละความสนใจจากสิ่งที่เธอทำอยู่แล้วพูดขึ้นมาด้วยท่าทีรีบเร่งว่า ..

 

 

                "งั้นเดี๋ยวเมย์ไปตามเองค่ะ"

 

 


 

 

                Mark's Talk

 

                ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จและคิดว่ายังมีเวลาอีกเหลือเฝือในการพักผ่อนก่อนทานข้าวเย็นกำลังนั่งอยู่หน้าจอแม็คบุ๊คเครื่องโปรดด้วยท่าทางสบายๆ

 

 

                ใช่ครับ ตอนนี้ผมกำลังคุยกับโฮสต์ที่น่ารักน่าเอ็นดูของผมผ่านทางโปรแกรมยอดฮิตของคนไกลกันอย่างสไกป์นั่นเอง

 

 

                "พี่มาร์คกินข้าวแล้วยัง" เสียงของแบมแบมที่ดังโต้ตอบผมมาจากหน้าจอเอ่ยทักผมด้วยความสดใส ผมมองน้องที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนแล้วตอบกลับไป

 

 

                "ยังเลย เนี่ยพี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ กำลังจะไปทานแล้ว แล้วแบมล่ะกินข้าวยัง" ผมนั่งอยู่บนโซฟาแล้ววางแม็คบุ๊คไว้บนตักก่อนจะส่งยิ้มไปให้เด็กน้อยที่ห่างกันยังไม่ถึงวันแต่รู้สึกคิดถึงซะแล้ว

 

 

                คิดถึงเสียงจอแจที่ชอบพูดอยู่ข้างๆหูผมน่ะครับไม่มีอะไรหรอก ..

 

 

                "ยังเลย ต้องรอม๊ากลับมาก่อน เนี่ยแบมหิ้วหิวมากๆเลยอ่ะพี่มาร์ค" น้องที่นอนเล่นอยู่บนเตียงส่งเสียงอ้อนผมเหมือนที่ชอบทำอยู่บ่อยๆก่อนจะฟุบหน้าลงกับหมอนที่เอามาวางไว้ แล้วกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอน เห็นเจ้าโบโบวิ่งขึ้นมานั่งเล่นอยู่ใกล้ๆด้วย คิดถึงโบโบจัง ..

 

 

                "แล้วจะให้พี่ทำยังไงอ่ะ ให้พี่กับไปทำข้าวให้กินงั้นเหรอ" ผมยิ้มให้น้องที่ตอนนี้กลิ้งกลับมาอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คตามเดิมแล้ว เมื่อได้ยินผมพูดว่าจะไปทำอาหารให้ ดวงตากลมโตก็ฉายแววขี้เล่นขึ้นมาทันที แบมแบมยิ้มกว้างส่งมาให้ผม


 

                "แล้วได้ป้ะล่ะ พี่มาร์คกลับมาเลย เร็วๆ แอบหนีออกมาเลย อย่าให้พี่ยองแจรู้นะเดี๋ยวถูกตี" น้องพูดไปก็ยิ้มไปทำให้ผมที่นั่งมองเด็กอ้อนอยู่อดยิ้มออกมาไม่ได้ ผมกำลังจะโต้ตอบกลับไป แต่แล้วอยู่ๆประตูห้องก็ถูกเคาะขึ้นซะก่อน

 

 

                "เดี๋ยวนะ มีคนมา" ผมวางแม็คบุ๊คลงบนโซฟาก่อนจะเดินไปเปิดประตูและพบว่าคนที่มาเคาะก็คือเมย์บีนั่นเอง

 

 

                "อ้าวเมย์บี มีอะไรเหรอ"

 

 

                "ได้เวลาทานข้าวเย็นแล้วค่ะ ลงไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะมาร์ค" เมย์บียืนยิ้มให้ผมอย่างเป็นกันเองก่อนจะจับมือผมให้เดินตาม แต่ว่าผมเลือกที่จะรั้งเธอไว้แล้วแกะมือเธอออกก่อนเมื่อนึกว่ายังไม่ได้บอกอีกคนที่รออยู่ในแม็คบุ๊ค

 

 

                "แบมแบม เดี๋ยวพี่ไปกินข้าวก่อนนะ เราก็รีบไปอาบน้ำได้แล้ว แล้วก็อย่าลืมเช็ดหัวด้วยล่ะ เข้าใจมั้ย" ผมเดินกลับมายังแม็คบุ๊คแล้วพูดบอกน้องที่ยังนั่งเล่นกับเจ้าโบโบอยู่ แบมแบมหันมาฟังที่ผมพูดก่อนจะยิ้มให้แล้วโบกมือบาย ผมจึงพับหน้าจอของแม็คบุ๊คลงแล้วเดินออกมาหาเมย์บีที่ยืนรออยู่หน้าห้อง

 

 

                "ไปค่ะไปกินข้าวกัน" ผมปิดประตูห้องแล้วหันมายิ้มให้เจ้าของบ้านตัวเล็ก ก่อนที่เธอจะควงแขนผมแล้วลากให้เดินตามไปทันที

 

 

 

                ข้าวเย็นมื้อแรกในประเทศไทยที่ไม่มีแบมแบม มันจะอร่อยรึเปล่าก็ไม่รู้นะครับคุณผู้อ่าน ^^














Pin's Talk 

บอกได้แค่รักมากมายยยยย ~~
รักรีดมากมาย  55555555
ในที่สุดค่ำคืนนี้มิชชั่นก็คอมพลีทค่ะ ปรบมือ!


รู้ค่ะว่ารอบนี้มาอัพช้ามากกกกกก
แต่ตัวเองต้องเข้าใจเค้านะว่าสองวันแรกไรท์ไม่สบายจริงๆ
ส่วนเมื่อคืนอยากอัพเพราะกลัวรีดที่รักหายหน้ากันไปซะก่อน
จึงแบกสังขารมานั่งปั่นให้กะจะลง แต่ประเด็นคือเน็ตเน่าอีก
ฮอลลลล ไรท์นี่อยากทึ้งหัวจริงๆ


555555 เอาเป็นว่าพาทนี้มาแบบหน่วงๆนะคะ
ใครที่กลัวว่ามาม่าจะอืดไม่ต้องกลัวนะ
อิไรท์คนนี้ม่าได้ไม่นานหรอกจริงๆ ไรท์ไม่ชอบกินมาม่าค่ะ
เดี๋ยวอีกสักตอนสองตอนก็กลับมาฟรุ้งฟริ้งเหมือนเดิมแล้ว


แล้วก็พาทนี้ใครที่สงสัยอดีตของแบมกับอองดาวอยู่คงจะ
กระจ่างขึ้นบ้างนะคะ ถึงจะไม่หมดก็ตาม ขอบอกว่าอดีตมัน
ซับซ้อนมากกว่าที่เห็นค่ะ 


ไปดีกว่าไปละ สุดท้ายก่อนจากมีของขวัญมาให้อีกแล้วค่ะ
ไปดูรูปกันเถอะ จุ๊บๆ




55555555555 ก็ไรท์ไม่อยากให้รีดเครียดไง



อีกรูปๆ



สวยๆค่ะ นี่หยุดขำไม่ได้ละ บอกแล้วว่าอย่าเครียด ไรท์ไม่ชอบกินมาม่าเชื่อดิ เดี๋ยวตอนหน้าฟริ้งแน่นอน






อันนี้ฉากที่พี่น้องสไกป์คุยกัน (ใช่เหรออิไรท์ ในฟิคมันต้องฟริ้งกว่านี้ดิ! -..-)




และรูปสุดท้ายของคืนนี้




พี่มาร์ครักน้องมากมั้ย ? ดูดิเล่นกับน้องจนน้องเขินหมดละ 555555 ฟิน





ไปแล้วดีกว่า ไปนอนแล้วนะ อย่าลืมนะคะ
ทวงฟิค ด่าไรท์ ระบายอารมณ์
เจอกันที่ Pinny_thepoooh (Twitter)
หรือ #ฟิคโฮสต์แฟม  ได้เลยเน้อ
ปรึกษาเรื่องความรักได้เดี๋ยวไรท์จะแปรงร่าง
เป็นพี่อ่อยกับพี่สอดเอง 5555 ไปแล้วค่ะ Sweet Dream <3

。SYDNEY♔ Cute Black Bow Tie Pointer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1,023 ความคิดเห็น

  1. #830 mellow_aa (@mellow-aa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:43
    ปล่อยยัยเมย์บีไปก่อนได้มั้ย อยากรู้ความจริงเรื่องแบมมากกว่าอะตอนนี้ อะไรยังไง นี่มันไม่ธรรมดานะเนี่ย 
    #830
    0
  2. #761 oni (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:04
    นางกลับมาแก้แค้นแบมหรือ เข้าใจผิดเเบมไปเยอะเลย

    เเล้วความจริงที่พี่ละอองฝนถูกข่มขืนใครรู้บ้าง

    ก็จับได้เเล้วน่าจะสืบรู้

    เริ่มจะไม่ชอบยัยเมย์บีอีกคนแล้ว จับมือพี่มาร์คง่ายๆไปมั๊ยผู้หญิงรัยวะดูนางร้ายจ้องจะกินพี่มาร์ค
    #761
    0
  3. วันที่ 22 มกราคม 2559 / 22:03
    ละอองดาวเข้าใจแบมผิดแน้ๆๆๆ มันต้องมีใครอยู่เบื้องหลังนี้แน่ๆๆๆ
    #712
    0
  4. #456 Pong Narak (@poojnarak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 01:39
    หมดครับ ความรู้สึกต่อฟิค เตลิดไปไหนต่อไหนกันแล้ว เมื่อเจอกับภาพประกอบสุดจะบรรยาย 55555555 เครียดไม่ลงจริงๆ
    #456
    0
  5. #427 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 21:55
    ว้าาา เสี้ยนหนามเยอะเลยเหรอ ><
    #427
    0
  6. #394 Ploynill (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 23:47
    อองดาวมันไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิดหรอกนะ

    เดาว่าพอเกิดเรื่องแล้วละอองดาวก้อไม่ได้ฟังแบมอธิบายเลยเป็นแบบนี้

    ถ้าฟังแบมสักนิดคงไม่ต้องผิดใจกัน

    ดีไม่ดีความรักของละอองดาวอาจจะสมหวังก้อได้

    เมย์บีจะจับพี่มาร์คแล้วนะแบม

    รีบๆรู้ตัวนะ MarkBam ว่าหลงรักกันแล้วอ่ะ
    #394
    0
  7. #383 xx.lqeen (@natteryd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 21:38
    เฮ้ออ อองดาว มันไม่ได้เป็นแบบที่เธอเห็นหรอกนะ
    #383
    0
  8. #367 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 16:01
    ละอองดาวเข้าใจผิดไรป้ะเราว่ามันไม่ใช่นะ // เมย์บีนี่เดี๊ยวเหอะ เธอกะบพี่มาร์คไม่เข้ากันนะ อิอิ
    #367
    0
  9. #342 Namyen_MB (@Namyen_MB) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 06:40
    เมย์บี? คนไรชื่อเมย์บีว่ะ เลือกเอาสักอย่างนะค่ะว่าจะชื่อเมย์หรือชื่อบี 5555555555555555 ขอบอกอีกทีค่ะ! มาร์คแบม เข้ากันกว่ามากกกกกกกกกก เมย์บีอย่ามโนโน๊ะ
    #342
    0
  10. #331 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 18:50
    อ๋อรู้ล่ะ อองดาวต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
    #331
    0
  11. #310 Babala nells (@sataangg) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 18:04
    นังเมย์บี มีแผนใช่มั้ย
    #310
    0
  12. #231 `Galaxme` (@irin13081206) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 02:29
    เมย์บี มาร์ค ไม่เห็นเข้ากันเลย มาร์ค แบม , เข้ากันมากกว่าอีก<3
    #231
    0
  13. #214 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 10:41
    โหย เรื่องของละอองดาวนี้มันเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิดไหมอะ แบมๆไม่ใช่คนที่ทำให้เกิดแบบนั้นหรอก เรื่องที่เกิดกับระอองฝนอาจจะเป็นเพราะความโชคร้ายหรือไม่ก็อุบัติเหตุก็ได้ ละอองดาวเพราะผิดหวังจากแบมๆแล้วเห็นข้อความนั้นความอยากโยนความผิดก็มาเลยทีนี้ก็ไปแค้นเขา แบมๆที่จริงวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันนะ แบมก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ใช่ไหม แต่เมย์บีนี้ แหม ทำอะไรไปก็เท่านั้นแหละน่า บอกเลยมาร์คต้วนเขามีคนในใจอยู่แล้ว เขาติดเด็กแก้มย้วยขี้อ้อน
    #214
    0
  14. #140 Babbitt... (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 22:00
    ละอองดาวจะเเก้เเค้น? เอิ่มมมม เเบมเเบมรู้เรื่องก่อนดีมั้ย? =W=''

    เมย์บีก็นะ จังหวะดีเกิ๊นนน กำลังมุ้งมิ้งอะ =W=
    #140
    0
  15. #126 Mymy-13- (@mynanm2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 00:27
    ขัดจังหวะจริงอินังเมย์บี==
    #126
    0
  16. #122 NAN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 02:01
    ฮรือออออออยังคงงงงวย แล้วเกิดอารัยขึ้นกับละอองฝน ละอองดาวเข้าใจผิดใช่ไหม๊ แล้วแบมไปเกี่ยวรัยกับเรื่องนี้ โอยยยยเครียด อยากเผือก
    #122
    0
  17. #108 CHACHAOLN (@chachaoln) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 08:31
    กีสสสสส!!! ทำไม๊ เมย์บีเธอมันจอมขัดขวางอย่ามายุ่งกับมาร์คนะ!!!
    #108
    0
  18. #98 siril (@auiisiril) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 18:01
    อร๊ายยยยย รีบมาอัพไวๆ นะคะไรท์ อย่าม่ามากนะ โถ่ววววว รออยู่น้า~ เลิฟไรท์มากมายยย จุ้บ
    #98
    0
  19. #97 아이언 (@baronest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 12:21
    เข้าใจผิดกันรึเปล่า เคลียร์กันสิ
    #97
    0
  20. #96 nonglinlin (@nonglinlin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 11:53
    แบมไม่ได้ทำหรอก ใช่มั้ย? .__.
    #96
    0
  21. #94 PangPoko EXO-L12 (@thawanhathai12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 11:37
    แอร้ยยยยยย กริ๊ดร้อยตลบบบ ชะนีมาได้ แต่มาม่าม่ายอาววววววววว
    #94
    0
  22. #89 Tempobear (@tempobear) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 10:12
    มาร์ครีบกลับไปหาแบมเลยนะ
    #89
    0
  23. #88 ĜỀỂ★♛ (@natchadatorn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 06:12
    อ้าวเรื่องพลิก ตกลงเเบมผิดจริงๆเหรอ ;___; สงสารละอองดาวแปปนุงนะ
    #88
    0
  24. #87 Suu_Sunny (@icelandzaja) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2557 / 00:15
    โฮกกกก นางมาอัพแล้วค่าาาาา นั่งรอมาทั้งวัน อารมณ์รีหน้าเว็บ ทุก 5 นาที.....อองดาว ถึงชีวิตเธอจะน่าเศร้า แต่อย่าเหมาแบมว่าเป็นคนทำพี่เธอสิ เมย์บีก็เหมือนกัน เธอกะเคลมพี่มาร์คสินะ ไม่ได้แอ้มหรอก โฮ๊ะๆ มาร์คแบม is Real.....U know??? มาต่ออีกตอนเบยยย มาไวๆเลยนะ >< ไรท์พิณ <<<เพิ่งจำชื่อได้
     
    #แอบสงสัยตัวเองมานานแล้วล่ะว่าทำไมชอบคอมเม้นต์ยาวๆ
    #87
    0
  25. #85 Sheeply (@sheeply) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 17:28
    ฮืออออ ไม่เอาาาา ไม่เห็นเข้ากันเลย มาร์คแบมสิถึงจะดี
    #85
    0