[MarkBam] HOST FAMILY #ฟิคโฮสต์แฟม

ตอนที่ 33 : กฎของโฮสต์พิเศษข้อที่ 1 :: เป็นโฮสต์ต้องห้ามนอยด์ (ห้ามเอ๋อด้วย) [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,027
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.ค. 59

                                                            
     




          กฎของโฮสต์พิเศษข้อที่ 1

          เป็นโฮสต์ต้องห้ามนอยด์ (ห้ามเอ๋อด้วย)

 

 

 

1 ปีผ่านไป

 

เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆเลยนะครับ นับตั้งแต่วันที่พี่มาร์คกลับอเมริกาไปเมื่อปีก่อน ถึงตอนนี้ก็นับเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่เราสองคนห่างกัน... วันเวลา ฤดูกาล ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมถึงทุกเรื่องราวตลอดระยะเวลาที่เราสองคนห่างกันค่อยๆเยียวยาให้ความเศร้าของผมจางลงไปมากแล้ว ช่วยบรรเทาความทรมานของผมให้เหลือเพียงแค่ความทรงจำดีๆ ความทรงจำดีๆในหัวใจและสุดท้ายก็ผันกลายเป็นความคิดถึงซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ความหวังของคนรอที่จะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสักวันหนึ่ง

 

ผมใช้ชีวิตต่อมาหลังจากนั้น ใช้ชีวิตที่กลับเข้าสู่วงจรเดิมๆกับความเหงาอยู่สักพัก ไม่นานผมก็กลับไปเป็นแบมแบมคนเดิมที่สดใสได้ เพราะผมได้กำลังใจจากคนรอบข้างดี

 

ถ้าจะให้อัพเดทชีวิตของแต่ละคนที่ผ่านมาคงต้องขอเริ่มที่คนใกล้ตัวของผมก่อน ครอบครัวของผมนั่นเอง ตอนนี้พี่เบียร์กับพี่แบงค์กำลังไปได้สวยกับงานของตัวเอง ส่วนยัยบี้น้องสาวสุดที่รักมันก็ยังคงแฮปปี้ดีกับชีวิตสาววายของมัน หม่าม๊านั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะคนนี้มีความสุขตลอดเวลาอยู่แล้ว และสุดท้ายก็คือเจ้าโบโบสุดที่รักของผม ตอนนี้จะสองขวบแล้ว กำลังซนได้ที่เลยล่ะครับ

 

เขยิบมาเล่าเรื่องราวฝั่งเพื่อนๆที่รักกันบ้าง ไอ้ยูคเพื่อนหมีของผมก็ยังคงเป็นเพื่อนหมีติ๊งต๊องอยู่เหมือนเดิมครับ เพียงแต่ตอนนี้ความติ๊งต๊องของมันเริ่มลดน้อยลงแล้วเพราะได้คนคุมดีอย่างไอ้มิ้น... ครับนั่นแหละไม่ต้องสงสัย สุดท้ายตอนจบเป็นยังไงก็อย่างที่เรารู้กัน 555555 ส่วนไอ้ปลื้ม ไอ้นี่ก็ยังคงปืนรั้วบ้านผมเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่ช่วงนี้ดูมันจะหายไปไม่ค่อยเห็นหน้าเท่าไหร่ คุณน้าบอกว่ามันกำลังซุ่มอ่านหนังสือเพราะอยากเข้าคณะนิติศาสตร์ตามความฝันของมันน่ะครับ แหมเผลอแปบเดียวพี่แบมจะมีเพื่อนเป็นทนายแล้วเหรอเนี่ย แปลกๆดีแต่ก็เอาใจช่วยมันแล้วกันนะครับ

 

และคู่สุดท้ายที่คงจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ ไอ้เตนล์กับละอองดาวนั่นเอง หลังจากจบมอห้าปีที่แล้วไอ้เตนล์มันก็ย้ายไปเรียนที่เชียงใหม่เพื่ออยู่กับยายและญาติๆครับ แต่ก็ยังคงติดต่อกับพวกผมไม่ได้หายไปไหน... แหงสิ จะหายไปไหนได้ยังไงล่ะก็คุณแฟนของมันอยู่นี่ทั้งคน ถูกต้องแล้วครับ ไอ้เตนล์กับละอองดาวคบกันได้เกือบหนึ่งปีแล้ว มันคบกันหลังจากเตนล์ย้ายไปเชียงใหม่ได้ไม่นาน และก็ดูเหมือนว่าตอนนี้ไอ้เตนล์กำลังทุ่มเทอ่านหนังสือสอบเพื่อจะได้กลับเข้ามาเรียนที่กรุงเทพเหมือนเดิม ละอองดาวเล่าให้ผมฟังว่าเธอกับไอ้เตนล์วางแผนจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน จะพูดเรื่องนี้ให้ผมฟังกี่ครั้งหน้าของละอองดาวก็ดูมีความสุขจนผมอยากจะงอแงใส่หลายๆครั้ง แหนะ... อย่าเพิ่งคิดไปไกลสิ ตอนนี้ผมกับละอองดาวเป็นแค่เพื่อนกันแล้วครับ แล้วก็ยังสนิทกันมากด้วย เราสองคนใช้เวลาด้วยกันมากกว่าเมื่อก่อนอีก เพราะไอ้ยูคกับไอ้มิ้นก็อยู่ด้วยกัน ไอ้ปลื้มก็เอาแต่อ่านหนังสือ เฮ้อ โดนเพื่อนทั้งกลุ่มเทแบบนี้คนแฟนไกลแบบผมกับละอองดาวก็ต้องเกาะกันไปโดยปริยายสิครับ...

 

เห้ย! ผมเผลอหลุดปากบอกไปแล้วเหรอเนี่ย oxo

 

ข้ามมาเล่าเรื่องของรุ่นพี่บ้างดีกว่า พอพี่คุณ เจ้พิม แล้วก็พี่ยองแจเรียนจบแยกย้ายกันไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้พวกผมก็ไม่มีพี่สาวพี่ชายไว้ให้งอแงใส่อีกต่อไป แต่กลับกันคือต้องมาเป็นรุ่นพี่ที่โดนรุ่นน้องงอแงใส่ซะเอง ผมยังเคยบ่นกับไอ้ยูคบ่อยๆว่าคงโดนกรรมตามสนองแล้วแน่ๆ เพราะไอ้ที่โดนน้องกวนใส่แต่ละอย่างนั้น มันคือสิ่งที่ผมเคยทำกับรุ่นพี่หมดเลยครับ ก็รับกรรมกันไป TT เห็นชัดๆเลยก็คือตอนทำกีฬาสี หื้ออ

 

ตอนนี้พี่คุณกับพี่ยองแจเรียนมหาลัยที่ขึ้นชื่อว่าดีติดหนึ่งในห้าของไทยครับ ก็อย่างว่าล่ะนะพี่สองคนนี้เค้าดีเลิศดีเด่นเป็นหน้าตาของวงศ์ตระกูลและสายรหัสมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผิดกับผมแล้วก็ไอ้ยูคคนเป็นน้องสุดๆ 55555 ส่วนเจ้พิมนั้นคนนี้อะเมซิ่งสุดๆ กลับจากแลกเปลี่ยนได้ไม่ทันไรตอนนี้ก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่จีนแล้ว และแว่วมาว่าตอนนี้กำลังดังที่นั่น เพราะมีแมวมองมาเห็นความสวยของเจ้แล้วก็ชวนไปถ่ายแบบอะไรไม่รู้ โอ้โหผมล่ะทึ่งในตัวเจ้เค้าจริงๆนะครับ ชีวิตจะดีอะไรเบอร์นั้นก็ไม่รู้

 

และสุดท้ายก็คือสามหน่อรูปหล่อแห่งเจวายพีวิทยา คุณแจ็คสัน คุณแจบอมและคุณจินยองครับ พอพี่มาร์คกลับไปได้สองเดือน สามคนนี้ก็ถึงจะแยกย้ายกลับบ้านเพราะเวลาที่ระบุไว้ในโครงการเสร็จสิ้นลง ตอนที่ผมกับพวกโฮสต์ของแต่ละคนซึ่งก็คือพวกเพื่อนๆตัวดีของผมนี่แหละไปส่งที่สนามบิน แต่ละคนร้องไห้กันใหญ่เหมือนผมตอนที่ส่งพี่มาร์คไม่มีผิด ต่างกันที่ตอนนั้นเราไปส่งตอนเช้า ซึ่งแน่นอนว่าผู้ปกครองของแต่ละคนต้องไปทำงานทำให้เราต้องนั่งแอร์พอร์ตลิงก์ไปส่ง พอล่ำลาส่งขึ้นเครื่องกันเสร็จถึงเวลากลับบ้าน โฮสต์แต่ละคนนี่จะเป็นจะตายครับ เดินร้องไห้กันไปทั่วสนามบินจนขึ้นแอร์พอร์ตลิงก์ก็ยังไม่หยุด ผมต้องปลอบต้องดุอยู่นานกว่าจะหยุดร้องไห้ อายมั้ยล่ะถามใจผมดู 555555555

 

แต่กลับประเทศกันไปได้ไม่กี่เดือนสามคนนี้ก็ย้อนกลับมาใหม่ครับ ปิดเทอมก็มาเที่ยว สงกรานต์ก็มา บลาๆตามแต่ที่พวกเค้าอยากมา อาจเป็นเพราะว่าประเทศของพวกเราอยู่ใกล้กันล่ะมั้ง จะไปมาหาสู่ก็ง่ายกว่าอีกคนที่อยู่ถึงฝั่งโน้น พวกโฮสต์แต่ละคนก็เลยชาชินไปแล้วเมื่อต้องไปส่งแต่ละคนกลับบ้านกันอีกครั้ง พวกมันยังบ่นให้ผมฟังติดตลกเลยว่าถ้าจะกลับมาบ่อยขนาดนี้ไปส่งตอนนั้นกูจะไม่ร้องไห้ 5555555555 เอาจริงๆผมก็แอบอิจฉาพวกมันมากเลยนะ เพราะมีแต่ผมที่ไม่ได้เจอกับเด็กแลกเปลี่ยนของตัวเองอีกเลยนับตั้งแต่แยกจากกันปีก่อน จะได้คุยกันก็แค่ผ่านสไกป์...

 

เอาล่ะรู้เรื่องคนรอบตัวผมไปกันหมดแล้ว ผมยังไม่ได้อัพเดทชีวิตของผมเลยนี่ ...สวัสดีครับ! ผมกันต์พิมุกต์ ภูวกุล พี่แบมคนแมนคนเดิม ตอนนี้ขึ้นมอหกเป็นพี่ใหญ่สุดแล้วครับ ถ้าจะถามว่าชีวิตที่ผ่านมาเป็นยังไงก็คงต้องบอกว่าดีบ้างร้ายบ้างตามประสามนุษย์นั่นแหละ เพียงแต่ว่าปีนี้ดูจะเป็นปีที่ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมาของผมสักหน่อย เพราะว่ามันมีเรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตครับ -////-

 

หมายถึงผมสอบติดมหาลัยที่อยากเข้าได้แล้วต่างหาก แหนะคิดอะไร

 

เรื่องของผมก็มีแค่นี้ นอกเหนือจากนั้นก็มีแค่เรื่องกินกับเรียนพิเศษและอ่านหนังสือครับ เราพูดถึงอีกคนหนึ่งดีกว่า คนนี้ไม่พูดก็คงไม่ได้ พี่มาร์คต้วน! คนเดิมนั่นเอง หลังจากผมกับพี่มาร์คจากกันเมื่อปีที่แล้ว เราสองคนก็ยังติดต่อกันตลอดมาไม่ได้ขาดช่วงไปไหนครับ ส่วนชีวิตพี่เค้าเหรอ คงจะอยากรู้กันสินะ เอ๋ ~ ผมจะเล่าเรื่องไหนก่อนดีนะ งั้นเล่าเรื่องทั่วไปให้ฟังก่อนแล้วกัน ตอนนี้พี่มาร์คอยู่ปีสี่แล้วครับ เพราะดร็อปไว้แล้วกลับไปเรียนได้ทันเวลา (โชคดีไป) พอได้กลับไปเป็นแอลเอบอยอีกครั้ง ผมก็ยอมรับแหละว่าพี่เค้าหล่อขึ้นเป็นกองเลยจริงๆ ตอนนี้เปลี่ยนสีผมใหม่แล้วนะครับ ทองสว่างไปทั้งหัวเลย แล้วก็เริ่มตามป๊าม๊าไปช่วยงานบริษัทบ้างแล้ว ฮอตขึ้นมากขนาดนี้แต่คุณชายเค้าก็ยังไม่รู้ตัว ชอบโทรมาบ่นให้ผมฟังบ่อยๆว่ามีผู้หญิงตามตอแยเยอะมากเลยทำยังไงดี

 

เหอะๆ ...

 

ปล่อยคุณชายเค้าไว้ยังงั้นแหละครับดีแล้ว -____-

 

เราสองคนสไกป์คุยกันตลอดเวลา มีเรื่องอะไรก็ยังคงคุยกันปรึกษากัน แต่เพราะว่าตอนนี้พี่มาร์คกำลังเคร่งเครียดกับการเรียนมหาลัยปีสุดท้าย ทำให้พักหลังๆมานี้เราสองคนไม่ค่อยได้สไกป์คุยกันบ่อยเหมือนช่วงแรกๆแล้วครับ ผมเข้าใจพี่เข้านะ พี่มาร์คดูเหมือนว่าจะยุ่งมากจริงๆ เพราะแม้แต่สัญญาบางอย่างที่นัดกันไว้พี่เค้าก็ต้องแคนเซิลไปเพราะติดไฟนอลเลย ผมเข้าใจๆ ...

 

นั่นล่ะครับคือเรื่องทั้งหมดที่ผมจะอัพเดท

 

Rrrrrr!

 

เสียงเรียกเข้าและแรงสั่นจากโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตอยู่ตรงหัวเตียงเรียกความสนใจจากผมได้อย่างดี เพราะมัวจมอยู่กับความคิดของตัวเองเลยทำให้กระดุมชุดนักเรียนที่กำลังติดอยู่นั้นไม่เสร็จสักที แต่ผมก็เลิกสนใจ กลับรีบสาวเท้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ที่โชว์หราอยู่หน้าจอ และมันก็เรียกรอยยิ้มจากผมได้

 

ฮัลโหลว่าไงมึง ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ยูคยอมโทรมาครับ มันโทรมาถามเรื่องเวลาที่ผมจะเดินทางไปโรงเรียนวันนี้ เราคุยกันอยู่สักพักผมก็วางสาย กลับมาสนใจติดกระดุมเสื้อนักเรียนตัวเองต่อให้เสร็จ

 

วันนี้เป็นวันดีของพวกผม ดังนั้นพวกเราก็ไม่ควรจะไปสาย

 

จัดการตัวเองไม่นานผมก็พร้อมในชุดนักเรียนตัวเก่ง ส่องกระจกเช็คตัวเองให้มั่นใจเล็กน้อยแล้วยิ้มให้คนในกระจก ก่อนที่ขายาวจะเดินกลับมาเอาโทรศัพท์ ผมสไลด์หน้าจอเพื่อเช็คข้อความใหม่ แต่ปรากฏว่าก็ไม่มีข้อความใดๆส่งเข้ามาสำหรับเช้านี้เหมือนเคยเหมือนสามสี่วันที่ผ่านมา

 

ไม่มาจริงๆสินะ...

 

โอเคผมเข้าใจๆ

 

-----------------------

 

 

 

 

 

 

            จบแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!”

 

ไอ้เชี่ยกว่าจะจบบบบบบบบ กูจบแล้วมึงงงงงงงงง ฮืออออออ

 

เสียงโวยวายของสองเพื่อนรักตัวยักษ์นามว่าคุณปลื้มและคุณคิมยูคดังโวยวายจนคนรอบข้างพากันขำ เพราะนอกจากมันจะแหกปากแล้ว มันสองตัวยังกระโดดกอดกันเป็นวงกลมกินพื้นที่ชาวบ้าน แล้วก็ยังทำหน้าตาปริ่มสุดพลังอีกด้วย ไม่ได้สนใจเลยว่าคนอื่นเขาจะฮาพวกมันกันขนาดไหน พวกปัญญาอ่อนเอ้ยยยย

 

            แอ็คติ้งโอเวอร์ชิพหายพวกมึง ทำอะไรรบกวนช่วยแคร์เลขอายุกับจุดที่ปักบนปกเสื้อด้วยครับ เสียงฮาจากรุ่นน้องที่รุมล้อมรอถ่ายรูปกับรุ่นพี่ของตัวเองดังขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่ผมพูดเมื่อกี้หรือเป็นเพราะน้องฮาไอ้เพื่อนสองตัวของผมที่มันหันหน้ามาจิกใส่ผมก็ไม่รู้ ก็หน้ามันสองคนแรดสุดจนผมยังแอบหลุดขำออกมาไม่ได้เลยอ่ะครับ

 

            แหมจ้า กูเรียนจบได้กูก็ต้องดีใจหน่อยมั้ยล่ะสัส ใครจะไปเก่งเหมือนคุณล่ะ คุณกันต์พิมุกต์ ภูวกุล!” ผมยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็ไม่เถียง ปล่อยให้พวกมันหมั่นไส้เล่นๆแบบนี้ล่ะดีแล้ว

 

            ใช่แล้วล่ะครับ วันดีวันนี้ของผมก็คือ วันรักวันลา นั่นเอง โรงเรียนเจวายพีวิทยาในวันนี้อบอุ่นและคึกคักมากที่สุดเท่าที่ผมเคยได้สัมผัสมาเลยล่ะครับ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันที่ผมได้เป็นรุ่นพี่มอหกเองด้วย ผมเรียนจบแล้วนะ! วันนี้เป็นวันดีที่ผมกับเพื่อนๆมีความสุขกันมากที่สุดเลยล่ะครับ มันคือวันปัจฉิมซึ่งหมายความว่าพวกเราได้เรียนจบมัธยมปลายกันอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง จะว่าสุขก็สุข จะว่าเศร้าก็เศร้า แต่ก็ยังงั้นแหละครับ ชีวิตเราต้องก้าวต่อไปอีกขั้น

 

            งานในวันนี้คลาคล่ำไปด้วยฝูงคนและเสียงจอแจ ช่อดอกไม้ ลูกโป่ง กรอบรูป ตุ๊กตา สายสะพาย มงกุฎดอกไม้ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงเพลง แสงแฟลช และผู้คน เหล่านี้คือสิ่งที่รายล้อมรอบกายพวกเราม.6อยู่ในตอนนี้ บริเวณโดยรอบถูกตกแต่งอย่างสวยงามโดยน้องๆคณะกรรมการนักเรียนซึ่งช่วยกันเนรมิตงานขึ้นมา ผมก็เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของรุ่นพี่ที่ได้มายืนอยู่ตรงกลางวงและโดนน้องร้องเพลงบูมให้เนี่ยล่ะครับ โคตรจะขนลุกเลย

 

บรรยากาศงานในวันนี้แสนจะอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของมิตรภาพและความผูกพัน ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพและคราบน้ำตาของเพื่อนที่จะต้องจากกัน ความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างพวกเรากับโรงเรียนแห่งนี้ในช่วงระยะเวลาตลอดหกปีที่ผ่านมา และนานาความรู้สึกอัดแน่นในงานปัจฉิมวันนี้ ผมบรรยายออกมาได้ไม่หมดจริงๆครับนอกจากจะบอกว่าทุกอย่างมันคือความรู้สึกที่ซาบซึ้งสุดๆไปเลย

 

            เบื่อคนมีที่เรียนแล้ว เชอะ! เราไปถ่ายรูปทางโน้นกันเถอะปลื้มเพื่อนรักกกก อ้าวน้องๆคนไหนอยากถ่ายรูปกับพวกพี่มาเลยค้าบบบ ผมหัวเราะกับท่าทางงอนตูดบิดของสองเพื่อนรักที่มันกอดคอกันเดินไปทางอื่นแล้ว ก่อนจะหันกลับมาสนใจกับบรรดารุ่นน้องแฟนคลับที่ตอนนี้รายล้อมแย่งกันให้ดอกไม้ให้ของขวัญแล้วก็ขอผมถ่ายรูปอยู่

 

            พี่แบมคะ ดอกไม้ค่ะ

 

            พี่แบมตุ๊กตาค่ะ พี่แบมสอบติดที่ไหนแล้วคะ

 

            พี่แบมอย่าลืมกลับมาเยี่ยมโรงเรียนนะคะ

 

            พี่แบมเอาข้อมือมาค่ะ เดี๋ยวหนูผูกลูกโป่งให้

 

            พี่แบมถือของไหวมั้ยคะ หนูช่วยถือมั้ย

 

            พี่แบมยิ้มกล้องนี้หน่อยค่ะ

 

            พี่แบมคะ.... สารพันคำถามและสารพันของขวัญถูกหยิบยื่นใส่ผมจนทั้งรับทั้งตอบไม่ทัน ได้แค่ยิ้มพูดขอบคุณอยู่อย่างนั้น วันนี้รุ่นน้องเอาของมาให้ผมจนแทบจะถือกันไม่ไหวไปข้างเลยล่ะครับ นี่ยังไม่นับรวมไปถึงของที่เพื่อนๆให้อีก ตอนนี้ตุ๊กตาลูกโป่งดอกไม้เต็มสองมือผมไปหมดแล้ว พวงมาลัยที่คล้องคออยู่ก็เยอะจนผมเหมือนนักร้องได้ของจากแม่ยกยังไงยังงั้นเลย พี่ว่าพอก่อนดีกว่าครับน้องๆ พี่จะเอียงแล้ว

 

            พี่แบมคะ พี่มาร์คเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีมั้ย น้องหนูคนจริงคนหนึ่งให้ดอกไม้ผมเสร็จก็สาดคำถามที่ทำเอาผมแอบอึ้งขึ้นมาไม่ได้ใส่ เพราะมันเป็นคำถามที่ถามถึงคนทางนั้น แต่เพราะหน้าตาอยากรู้ของน้องเอาแต่จ้องมองมาไม่ยอมง่ายๆ ผมเลยตอบกลับไปตามมารยาท

 

            สบายดีครับ

 

            แล้วพี่แบมกับพี่มาร์คจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่เหรอคะ

 

            เอ่อ อันนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ผมคลี่ยิ้มตอบกลับไปแล้วน้องหนูคนนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรขึ้นมาอีก ถ่ายรูปกับผมเสร็จน้องก็เดินจากไป ทิ้งความรู้สึกนอยด์ไว้ที่ผมเฉยเลย TT

 

            แบม เสียงเรียกคุ้นเคยดังมาจากข้างหลังพร้อมกับแรงสะกิด พอผมหันกลับไปดูก็ถึงรู้ว่าเป็นละอองดาวนั่นเอง

 

            หืม มีไรอองดาว สภาพของเธอตอนนี้ก็ไม่ต่างจากผมหรอกครับ ของแทบจะท่วมตัวพอๆกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ละอองดาวมีไม่เหมือนผมนั่นก็คือ...

 

            ดูสิใครมาหา เธอยิ้มก่อนจะดึงข้อมือของใครบางคนที่หลบข้างหลังให้ออกมา ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันทีที่เห็นใบหน้าของคนตรงหน้า

 

            เห้ยไอ้เตนล์!!!”

 

            ...คนข้างกายไง

 

            สวัสดีแบม!” ไอ้เตนล์ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีแล้วรีบเข้ามากอดผมด้วยความคิดถึง ส่วนผมนี่ก็แทบจะโยนของทั้งหมดทิ้งแล้วกระโดดกอดมันด้วยความตื่นเต้นทั้งหมดที่มีทันที

 

            เชี่ยยยยยย ไหนมึงบอกว่าไม่มาไง ผมผละออกแล้วทักทายปราศรัยด้วยคำด่าทันที ได้เตนล์ยิ้มก่อนจะตอบกลับมาว่า เซอร์ไพส์ไง!”

 

            “กระแดะ!” ผมด่ามันปนขำ เราสามคนเลยหัวเราะกันจนตาหยี

 

โหววว ด่าอีกละ คนอุตส่าห์ลงมาหานี่จะไม่คิดขอบคุณเลยเหรอแบม

 

มึงลงมาหาแฟนมึงก็บอก ไม่ต้องเอาเพื่อนมาอ้างครับคุณเตนล์!” แล้วทั้งมันทั้งละอองดาวก็หัวเราะขำ แต่ผมนี่แทบจะบึนปาก หมั่นไส้จริงคนมีความรักกก

 

อะนี่ให้ Congratulations นะเพื่อน!” ไอ้เตนล์มันไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับตัดบทหยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลใส่ชุดนักเรียนชายยื่นมาให้ผม

 

โหววววววตุ๊กตาหมี นี่มึงเห็นกูเป็นคนยังไงเนี่ย ผมบ่นไปตามประสาแต่ก็รับไอ้ตุ๊กตาสุดแบ๊วที่มันให้มากอดไว้ แต่พอได้ฟังคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้าผมก็แทบจะปาตุ๊กตาทิ้งแล้วกระโดดทับสักทีสองที

 

เห็นเป็นคนฟรุ้งฟริ้งไง เป็นแฟนนนนนนนนนน... พี่มาร์คคึ ไอ้เตนล์ตั้งใจลากเสียงแซวผมสุดๆ ถ้าเป็นปกติผมก็คงจะหูเหอแดงไปหมดแล้วล่ะครับ แต่วันนี้ไม่โว้ยยย อย่าพูดถึงได้มั้ยเดี๋ยวก็ร้องไห้ซะเลย

 

เชี่ยเตนล์!” ผมออกวิ่งไล่ฟาดไอ้เพื่อนตัวดีที่เดี๋ยวนี้กวนตีนขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ ไอ้เตนล์หัวเราะลั่นแล้ววิ่งหลบผมสนุกสนาน เราสองคนวิ่งวนรอบละอองดาวที่เอาแต่ยืนหัวเราะจนสุดท้ายไอ้เตนล์ก็วิ่งไปหลบหลังคุณแฟนมัน ปล่อยผมยืนหอบแฮกกระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว

 

แต่ไม่ทันไรเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้เราทั้งสามคนต้องหันไปมองทางต้นเสียง ไอ้มิ้นเจ้ตัวดีของกลุ่มวิ่งกรี๊ดมาตั้งแต่หน้าปากซอยเพราะเห็นไอ้เตนล์ มันวิ่งหอบของพะรุงพะรังมาก่อนจะกระโดดกอดไอ้เตนล์เสียเต็มรัก โดยมีไอ้ยูคกับไอ้ปลื้มเดินตามมาด้วย

 

เตนนนนนนนนนนล์!!! ฉันเพิ่งรู้ว่าแกมา ทำไมไม่บอกกกก ไอ้เจ้มิ้นมันกอดเตนล์ด้วยความไวแสงจนละอองดาวที่ยืนอยู่ข้างๆยังตกใจจนหลุดขำออกมา ทุกคนดูจะตกใจกับการจู่โจมของไอ้มิ้นมากเพราะต่างสะตั้นไปตามๆกัน โชคดีมีไอ้ปลื้มที่เดินตามหลังมารีบเข้าไปดึงผมหางม้าไอ้มิ้นออกมาจนไอ้เจ้มันโวยวาย

 

เห้ยๆๆๆๆๆ มึงเป็นผู้หญิงมั้ยอิเจ้ ไปกระโดดกอดผู้ชายอะไรแบบนั้น อีกอย่างมึงเห็นมั้ยเนี่ยแฟนเค้ายืนอยู่ข้างๆเนี่ย!” ละอองดาวกับไอ้เตนล์ขำจนพูดไม่ออกได้แต่ยกมือพัดตัวเองเพราะหายใจไม่ทัน ไอ้มิ้นมันทำหน้าบู่ใส่แล้วก็ยอมถอยหลังออกมา

 

แฟนมึงก็อยู่ตรงนี้ครับคุณแฟน แล้วไอ้ยูคก็จับมือไอ้มิ้นดึงไปเก็บไว้ข้างๆตามคำสั่งจากไอ้ปลื้มที่ให้มันเอาแฟนไปเก็บ ผมจากที่เริ่มอารมณ์ดีเมื่อกี้ก็กลับมานอยด์อีกรอบเลยล่ะครับ ยัยข้างๆนี่ก็แฟนมาหา ไอ้ตรงหน้านี่ก็แฟนมาคุม หื้อออออออ ไม่เอาแบมแบมจะไม่นอยด์

 

เออเตนล์เมื่อกี้กูยังไม่ได้ถ่ายรูปกับมึงเลย บอกให้รอๆก็ไม่ฟังไอ้บ้า!” ไอ้ปลื้มตัดบทขึ้นมาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองตีหัวไอ้เตนล์เบาๆทีหนึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากพวกมันได้

 

เอ้า มึงเจอกันแล้วอ่อ ผมหันหน้าสลับกับมองพวกมัน ไอ้ปลื้มมันเลยพยักหน้าตอบ เออเจอเมื่อกี้แหละ ไอ้เชี่ยนี่กระแดะนะมึงมาทำเซอร์พงเซอร์ไพส์ แล้วพวกผมก็โห่ใส่มันจนไอ้เตนล์มองจิกขำๆ แต่แล้วมันก็เปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาโดยการชวนเพื่อนๆถ่ายรูป

 

เออน่า มาหาก็ดีแล้วป้ะ! จะถ่ายมั้ยรูปอ่ะ ถ่ายรูปเหอะถ่ายรูปๆ ไอ้ปลื้มยิ้มขำแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสไลด์หน้าจอก่อนจะเปิดกล้องขึ้นมา

 

เออมาๆ ถ่ายรูปกัน รูปกลุ่มในรอบปีครับพี่น้อง พี่ปลื้มน้ำตาจะไหลเพื่อนอยู่กันครบแล้ว ไอ้ปลื้มชูกล้องขึ้นทำการเตรียมเซลฟี่ พวกผมเลยรีบแย่งมุมกันให้ควัก แต่เพราะความหมั่นไส้ส่วนตัวหรืออะไรก็ไม่รู้ผมเลยเชิญตัวเองไปยืนแทรกคู่รักทั้งสองจนพวกมันแยกกันไปคนละมุม เป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้ปลื้มกดถ่ายพอดี

 

แชะ

 

เชี่ยแบมแม่งก้างขวางคอสัสอ่ะ เลือกที่ยืนดีเหลือเกินนะมึง ไอ้ปลื้มลดมือถือลงมาดูรูปแล้วก็ซูมผมก่อนจะชูให้พวกเราดู ไอ้ที่เหลือก็เลยเออออห่อหมกไปกับมันด้วย ไม่เว้นแม้แต่ไอ้ยูคที่หมั่นไส้ผมจัดการผลักผมกระเด็นไปนอกวงอย่างแกล้งๆ

 

เออ! มึงอ่ะ ไปยืนข้างหน้ามั้ยล่ะคนเค้าจะถ่ายกับแฟน ไม่มีคู่ก็หลบไป ไอ้ยูคพูดแกล้งผมเล่น แต่ผมกลับนอยด์ทันใดในพริบตา นี่มันเรื่องตลกร้ายชัดๆ ก็บอกแล้วว่าวันนี้อย่าจี้ปมนี้สิ พี่แบมครายอะลอทจริงๆนะ

 

เอ้อออออออออ ใช่ซี่ ก็ไม่ได้โชคดีมีคนมาหาแบบพวกมึงนิ ผมเริ่มจะงอนแล้วจริงๆนะ พอพูดเสียงประชดหน้าตายู่แบบนั้นออกมา ไอ้ยูคมันเลยรีบเข้ามากอดผมเสียยกใหญ่เลย

 

เอ้า! ไอ้เชี่ยยยยยยยยอย่าดราม่า กูขอโทษๆ โอ๋ๆๆไม่ร้องนะน้องแบมของพี่ รักน้าๆๆ ไหนมาๆๆมาจุ๊บเหม่งไอ้ยูคซึ่งแรงควายและตัวใหญ่กว่าผมอยู่แล้วดึงผมเข้าไปกอดไปไซร้จนขนลุก ผมเลยสะบัดตัวออกมาก่อนที่มันจะจุ๊บเหม่งผมจริงๆ

 

ไม่ต้องมาจับกู!” ผมยังคงทำหน้างอนใส่อยู่จนไอ้ปลื้มคงทนไม่ไหวเลยพูดเหวขึ้นมา

 

พอเลยเชี่ยแบม มึงนี่ก็เป็นประจำเดือนได้ทั้งปีเลยวะ จะงอนห่าอะไรกับไอ้แค่ไม่มีคู่ นี่ดูกูนี่! คนที่ควรจะดราม่ามันกูนี่! คิดสิอยู่ในกลุ่มที่เพื่อนมีผัวมีเมียกันทุกคนยกเว้นตัวเองกูจะต้องสตรองแค่ไหน คิด!” ไอ้ปลื้มพูดจบก็เล่นใหญ่รัชดาลัยยกมือซับน้ำตาให้ตัวเอง พวกผมทั้งกลุ่มเลยขำมันจนจะเป็นจะตายกับความจริงที่โคตรจะตลกร้ายกว่าเรื่องที่ผมเจอ

 

เห้อนั่นสิ เป็นไอ้ปลื้มต้องสตรองกว่าผมตั้งหลายเท่า เพราะฉะนั้นจะนอยด์ทำไมแบมแบม!

 

 

 

 

 

หลังจากวันปัจฉิมจบลงก็ถือว่าเป็นการปิดเทอมอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นสองสามวันผมก็เริ่มต้นใช้ชีวิตแสนจะน่าเบื่อที่บ้านครับ เพราะไม่มีใครอยู่ด้วยเลยสักคน หม่าม๊าพี่เบียร์พี่แบงค์ก็ต้องออกไปทำงาน ส่วนเบบี้มันก็ต้องไปโรงเรียน ถ้าถามถึงเพื่อนเหรอ เหอะๆ ยิ่งพูดก็ยิ่งนอยด์ ไอ้ปลื้มนั้นไม่ต้องพูดถึง หมกตัวอยู่บ้านอ่านหนังสือเตรียมสอบ ไอ้เตนล์จะอยู่กรุงเทพหนึ่งอาทิตย์ตอนนี้ก็เลยใช้ชีวิตขลุกอยู่กับละอองดาวทั้งงงงงวัน ส่วนไอ้ยูคไอ้มิ้นเหรอ... ใครมีแฟนก็ปล่อยไปตามทางแล้วกันเนอะ

 

บ็อกๆ!” ผมสะดุ้งตื่นจากกองหนังสือการ์ตูนเมื่อเจ้าตัวเล็กส่งเสียงร้องเรียกอยู่ข้างๆ พอลุกขึ้นมาจากโซฟาดูดวิญญาณก็เห็นว่าโบโบกำลังนั่งมองผมจนตาแป๋ว

 

มีอะไรโบโบ เสียงดังทำไมพี่แบมจะนอน ผมนั่งหน้ามุ่ยทำหน้ายุ้ยๆใส่โบโบ ดวงตากลมก็บวมเป่งเพราะผมเอาแต่นอนทั้งวัน จริงๆแล้วพักหลังมานี้สภาพผมน่ะไม่หล่อแบบเมื่อก่อนแล้วล่ะครับ (?) เพราะช่วงที่ต้องอ่านหนังสือสอบผมไม่ได้สนใจอะไรเลย ออกกำลังกายก็ไม่ เอาแต่กินๆๆๆแล้วก็อ่านๆๆๆ ผลสรุปก็คือตอนนี้หม่าม๊าบอกว่าตัวผมอ้วนขึ้นดูนุ่มนิ่มไปหมดแล้ว แก้มก็ย้วยออกมาจนถูกพี่เบียร์พี่แบงค์ดึงเล่นบ่อยๆ หัวตัวเองก็ไม่ได้ใส่ใจจนตอนนี้ยาวเป็นทรงเห็ดไปแล้ว เห้อ แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะอย่างน้อยก็ได้มีที่เรียน ถือว่าคุ้มนะครับกับความหล่อที่เสียไป (?)

 

บ็อก!” โบโบร้องเรียกอีกครั้งผมจึงหลุดออกจากความคิดแล้วก้มลงไปคุยกับเจ้าตัวเล็กด้วย โบโบกระดิกหางแลบลิ้นให้ผมก่อนจะเห่าขึ้นมาหลายๆครั้งเหมือนจะบอกอะไรกับผม

 

อะไรโบโบ หิวเหรอ แต่พี่แบมเพิ่งให้ข้าวเที่ยงไปเองนะ โบโบเหมือนจะขัดใจที่คุยกับผมไม่รู้เรื่อง เลยเลิกเห่าก่อนจะวิ่งไปตรงปลั๊กไฟซึ่งตรงนั้นมีมือถือของผมวางชาร์จแบตไว้อยู่ โบโบกระดิกหางไปมาผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปดูด้วยความงัวเงีย

 

และเมื่อสไลด์หน้าจอออกดูผมก็ตาโตตื่นจากความง่วงอย่างรวดเร็ว เพราะมิสคอลของไลน์ที่เห็นว่าโทรเข้ามาสามสี่สายปรากฎอยู่ตรงหน้า และที่สำคัญคนที่โทรไลน์มาหาแต่ผมไม่ได้รับคือคนๆเดียวกับที่ทำให้ผมคิดถึงเพราะไม่ตอบไลน์ผมมาหลายวันแล้วนั่นเอง

 

ตายยยย! พี่มาร์คโทรมาอ่ะโบววววววว ผมทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิแล้วหันไปโวยวายใส่โบโบทันที แต่เจ้าขนปุยที่นั่งมองอยู่ข้างๆก็ทำแค่เพียงส่งตาแป๋วๆนั้นกลับมาด้วยความเอือม เอออออพี่ขอโทษที่ไม่รับสายพ่อแก พี่ขอโทษษษษษษ

 

ผมรีบโทรกลับไปยังปลายสายทันที แต่พยายามอยู่หลายนาทีก็ไม่มีใครรับ ผมเลยยอมแพ้แล้วคร่ำครวญใส่โทรศัพท์กับหมาตัวข้างๆ

 

เง้อออออ ผมคิดถึงพี่มาร์ค T____T

 

โอเคผมบอกก็ได้ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ พี่มาร์คเคยบอกผมว่าวันที่ผมเรียนจบพี่มาร์คจะบินมาเมืองไทยเพื่อมาหาผมโดยเฉพาะ เราสองคนคุยกันไว้นานแล้วและก็นัดหมายกันดิบดี แต่สองสัปดาห์ก่อนถึงวันงานอยู่ๆพี่มาร์คก็บอกว่าคงจะมาไม่ได้แล้วเพราะติดไฟนอล คือพี่มาร์คก็เพิ่งรู้จากอาจารย์เหมือนกัน ผมเข้าใจพี่มาร์คนะก็เลยไม่ได้ว่าอะไร แต่พอคุยกันวันนั้นเสร็จพี่มาร์คก็เริ่มหายไป ตอบไลน์น้อยลงและนานๆครั้ง จนมาหายไปไม่อ่านไม่ตอบผมเลยห้าหกวันที่ผ่านมานี่แหละครับ ผมก็รอไปสิ

 

แล้วเนี่ยพี่มาร์คโทรมาแต่ผมดันหลับอีก โอยยยโทรไปก็ไม่รับ ไม่รู้แล้ว! ไม่รับก็ไม่ต้องรับ นอยด์มากๆเลยนะมาร์คต้วน!

 

 

 

 

 

 

 

แบมตื่นลูก กินข้าวกัน ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็พบว่าหม่าม๊ากำลังเขย่าปลุกผมก่อนจะเดินออกไปเมื่อเห็นผมตื่นแล้ว อะไรนี่ผมหลับอีกแล้วเหรอ เฮ้อ น่าเบื่อจริงๆนะครับชีวิตปิดเทอมเพื่อนเทเนี่ย ผมค่อยๆยันตัวเองลุกจากโซฟาดูดวิญญาณด้วยความงัวเงีย มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าค่ำแล้ว

 

ผมลุกออกไปทานข้าวเย็น ก่อนจะกลับขึ้นมาบนห้อง นั่งๆนอนๆเล่นโทรศัพท์อยู่นานสองนานเพราะแอบหวังว่าพี่มาร์คจะโทรกลับมา แต่สุดท้ายก็เงียบสงบชนิดที่ว่าทุกแอพไร้ความเคลื่อนไหว จะอ่านหนังสือการ์ตูนที่เช่ามาจนหมดแล้วก็ไม่หายเบื่อ จะเล่นเกมส์กี่รอบก็ยังเหงาอยู่ เง้ออออ ออตอกเค

 

พอเบื่อเข้ามากๆผมเลยลุกออกจากเตียงแล้วออกจากห้องตรงดิ่งไปห้องไอ้บี้มัน เปิดพรวดเข้าไปไม่บอกกล่าวก็เห็นว่ามันกำลังนอนเล่นคอมอยู่ ยัยน้องตัวดีหันขวับมามองผมแล้วรีบพับโน้ตบุ๊กคลงอย่างไวก่อนจะร้องเหวใส่ผม

 

พี่แบม! เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน!” ผมยักไหล่ตีหน้ามึนใส่แล้วเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งของน้องสาว ทำไม ทำอะไรไม่ดีอยู่ล่ะสิ ดูหนังโป๊อยู่เหรอ ผมตอบกวนๆแล้วหยิบที่คาดผมอาบน้ำรูปกระต่ายสีชมพูมุ้งมิ้งของเบบี้ขึ้นมาคาดผม ไม่สนใจเสียงแง้วๆของน้องสาวตัวเอง

 

บี้อ่านฟิคอยู่! อี๋ใครจะไปดูอะไรแบบนั้น บี้ไม่ใช่พี่แบมนะ

 

ไม่เคยดูเว้ย!” เบบี้แลบลิ้นใส่ผมแล้วกลับไปเปิดโน้ตบุ๊กอ่านฟิคของมันต่อไป แต่คราวนี้มันพิงหัวเตียงหันหน้าไม่ให้ผมเห็นซะด้วย มีพิรุธแบบนี้อ่านเอ็นซีอยู่แน่ๆ

 

ออกไปได้แล้วบี้จะอ่านฟิคคค ผมมองยัยน้องตัวดีในกระจกแล้วก็แลบลิ้นส่งไปให้มัน บี้มันเลยถลึงตาจนโตเป็นห่านกลับมาให้เรียกรอยยิ้มขำจากผมได้เป็นอย่างดี

 

จะอ่านอะไรนักหนาก็ไม่รู้ จิ้นจนมีของจริงให้ดูแล้วก็พอได้แล้วมั้ง.... ผมพึมพำกับตัวเอง แล้วเบบี้ก็เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอขมวดคิ้วใส่ผม อะไรนะ พี่แบมพูดไรเมื่อกี้บี้ไม่ได้ยิน

 

ป่าวววว... ผมตัดบทก่อนจะเดินมาคว้ากระเป๋าตังสีชมพูบนโต๊ะขึ้นมาชูเป็นการตัดบท ยืมตังนะบี้ จะไปซื้อไอติม!” ไม่ฟังคำอนุญาตผมก็เดินออกจากห้องไปพร้อมเงินน้องสาวทันที

 

พี่แบมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม นั่นเงินซื้อบั้มของบี้นะ!!”

 

 



 

ก็รู้แหละครับว่าการกินไอติมตอนใกล้จะตีสองมันเป็นเรื่องที่โคตรจะไม่เฮลตี้สุดๆ แต่ตอนนี้ผมก็ปั่นจักรยานออกจากบ้านมาเซเว่นหน้าปากซอยแล้ว นี่ล่ะครับสาเหตุความอ้วนและบวมของผม ตามใจปากอยากกินอะไรก็กิน ไม่มีตังก็ไถน้องสาว อรรถรสสส

 

ผมขี่จักรยานมาจอดหน้าเซเว่นแล้วกระโดดลงมาด้วยความอารมณ์ดี (กว่าก่อนหน้านี้) ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อยี่สิบสี่ชั่วโมงสุดฮิตของไทย พี่พนักงานกะดึกแอบมองผมแล้วยิ้มๆแต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรรีบเดินจ้ำอ้าวไปยังตู้ไอติมแล้วหยิบขึ้นมาสองสามอัน อันหนึ่งน่ะเอาไปฝากบี้มัน ส่วนอีกสองอันน่ะของผม รักน้องดีมั้ยล่ะครับ

 

เท่าไหร่ครับ ผมหอบไอติมสามอันมาวางหน้าเคาน์เตอร์ พี่พนักงานคนเดิมหันมามองผมแล้วก็ยิ้มๆแต่ไม่ได้พูดอะไร เรียกคิ้วขมวดน้อยๆจากผมได้เป็นอย่างดี ผมยืนรอไม่นานราคาสินค้าก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอ เปิดกระเป๋าตังน้องสาวด้วยความชำนาญก่อนจะหยิบแบงค์ส่งให้พี่พนักงาน และในระหว่างที่ผมรอพี่เค้าใส่ถุงให้ เสียงประตูก็ดังเพราะมีคนมาใหม่ ผมไม่ได้สนใจจนกระทั่งเสียงนั่นดังเข้ามาใกล้ๆ

 

อ้าวไอ้แบม!” ผมหันขวับไปมอง อ๋อไอ้ปลื้มนั่นเอง

 

เอ้าว่าไงมึง ผมทักมันกลับไปไม่ได้ตื่นเต้นอะไรที่เห็นมันเวลานี้ ก็บ้านอยู่ติดกันจะเจอมันที่นี่ก็ไม่แปลกหรอกครับ แต่ไอ้ปลื้มนี่สิทำตัวแปลกๆ มันขมวดคิ้วมองผมหัวจรดเท้าแล้วพูดขึ้นมาว่า แต่งตัวเชี่ยอะไรของมึงเนี่ย ผมเลยก้มมองตัวเองแล้วก็ถึงเพิ่งรู้ว่าทำไมพี่พนักงานถึงยิ้มตอนเห็นผม

 

เสื้อยืดย้วยๆกับกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะแล้วก็ถุงเท้าที่ผมใส่ในบ้านกันหนาว ส่วนบนหัวนั้นมีที่คาดผมรูปกระต่ายซึ่งผมเพิ่งขโมยมาจากไอ้บี้เมื่อกี้ แล้วก็แว่นสายตากลมๆอันเป็นไอเท็มสำคัญของผมไปแล้วตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้

 

555555 เข้าใจแล้วล่ะว่าพี่พนักงานยิ้มทำไม

 

มันเป็นสไตล์ ผมตอบไอ้ปลื้มกลับไปแล้วก็หันมารับถุงไอติมจากพี่พนักงาน หน้าตาเอ๋อๆดูล่องลอยสุดๆ

 

สไตล์อะไรวะกูจะไม่ทำตาม เห้ยรอกูแปบเดี๋ยวจะเดินกลับบ้านด้วย ผมพยักหน้าให้แล้วไอ้ปลื้มก็วิ่งเข้าไปซื้อของที่มันตั้งใจมาซื้อทันที สองขาของผมในรองเท้าแตะ (ยี่ห้ออะไรไม่ต้องถาม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน) เดินออกมายืนแกะไอติมกินรอหน้าเซเว่น แต่แล้วอยู่ๆรถยนต์คุ้นตาคันหนึ่งก็แล่นผ่านหน้าของผมไป ไฟท้ายกระพริบขึ้นมาทำให้เห็นป้ายทะเบียนในความมืด อ้าวนั่นมันรถหม่าม๊านี่

 

ผมรีบยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูทันที เข็มสั้นชี้เลขสองเป๊ะๆยิ่งเพิ่มความสงสัยในใจให้ผมมากขึ้น ตีสองแล้วหม่าม๊าออกไปไหนนะ

 

เห้ยปะ กูซื้อเสร็จละ แต่แล้วความสนใจของผมก็ถูกทำลายลงเพราะเสียงไอ้ปลื้ม ผมละสายตาจากรถของหม่าม๊าหันมามองมันแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นอกจากพยักหน้าแล้วชวนมันกลับบ้าน

 

 

 

 

เราสองคนเดินคุยกันมาจนถึงบ้านใช้เวลาสิบนาทีกว่าๆครับ จนไอติมสองแท่งในมือของผมนั้นหายวับเข้าท้องไปหมดแล้ว ความเด๋อของพวกผมในคืนนี้คือ หนึ่ง ของที่ไอ้ปลื้มไปซื้อคือผงซักฟอก ครับฟังไม่ผิดหรอกผงซักฟอกที่เอาไว้ซักผ้าน่ะ ไอ้บ้านี่มันนอนไม่หลับเลยตื่นมาสักผ้าตอนตีสอง อินดี้มั้ยล่ะเพื่อนผม

 

ส่วนความเด๋อเรื่องที่สองก็คือก่อนแยกกันเข้าบ้านเมื่อกี้ ผมส่งมันหน้าบ้านพร้อมกับบอกลาฝันดีราตรีสวัสดิ์ ไอ้ปลื้มบอกฝันดีผมแต่ก่อนจะเข้าไปมันก็ถามผมขึ้นมาว่า เออกูถามหน่อย ทำไมเราสองคนต้องเดินวะทั้งๆที่จักรยานมึงก็มี นั่นจึงทำให้ผมเพิ่งเห็นได้ว่าตัวเองจูงรถจักรยานเพื่อเดินกลับบ้านมาตลอดสิบนาที

 

ผมว่าผมควรไปนอน

 

พอกลับขึ้นบ้านมาผมก็ได้รู้จากปากของน้องสาวผมว่าหม่าม๊ากับพี่เบียร์ออกไปทำธุระด่วนมาก ผมเลยไม่ได้สงสัยอะไรอีกต่อไป สองขาพาตัวเองเดินล่องลอยกลับมาห้องของตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอนทั้งๆที่ยังไม่ปิดไฟ ผมนอนมองเพดานอยู่ร่วมนาทีก่อนจะค่อยๆหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไลน์ดูอีกครั้ง

 

เห้อ ก็ยังไม่เห็นจะโทรมา ตอบก็ไม่ตอบ

 

เป็นอะไรน้าพี่มาร์ค

 

zzZZzzZZ

 

 

 

 

 

 

แบมแบม ตื่นครับตื่นครับ

 

เสียงนาฬิกาปลุกแสนคุ้นเคยดังปลุกผมในเช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส (มั้ง) แต่แม้อากาศวันนี้จะสดใสแค่ไหนก็ดึงผมที่โดนเตียงดูดให้ลุกขึ้นมาไม่ได้อยู่ดี เสียงนกร้องดังมาจากนอกหน้าต่างซึ่งมีแสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาเล็กน้อย ผมพลิกตัวทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ซุกหน้าลงกับหมอนหลบแสงแดดที่เริ่มแยงตา มือน้อยก็ควานหาโทรศัพท์ซึ่งเสียงปลุกของพี่มาร์คที่ผมตั้งเอาไว้ปลุกยังคงดังอยู่ก่อนจะกดปิด แล้วผมก็จมลงไปในที่นอนนุ่มเพื่อนอนต่อ ไม่ได้สนใจจะตื่นหรือรู้สึกตัวใดๆ ไหนๆก็ปิดเทอมไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่ นอนนี่แหละถือว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง

 

Zzz…

 

แบมแบม

 

“……..”

 

แบม...

 

โอยยยยก็กดปิดไปแล้วไง ทำไมมันถึงไม่ปิดเนี่ย หนวกหูพี่แบมจะนอน

 

แบมมมม...

 

-____-*

 

ขี้เซาขนาดนี้อยากโดนหอมแก้มใช่มั้ย

 

O___O

 

ผมลืมตาโพรงทันทีที่ได้ยินเสียงแปลกๆ โอ้มายกอดนี่นาฬิกาปลุกผมเปลี่ยนเสียงเองได้ด้วยเหรอเนี่ย! เสียงที่ดังในหูผมเมื่อกี้มันสมจริงมากเกินไปครับ พอเริ่มตั้งสติได้ผมจึงรีบพลิกตัวกลับมานอนหงายด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นถี่ และในตอนนั้นเองความงัวเงียที่มีมาก่อนหน้านี้ดูจะหายวับไปกับตาเลยทันทีที่ผมเห็นใครบางคนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้

 

ร่างสูงของผู้ชายแสนคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้าผม ผมรีบยกมือน้อยขึ้นมาขยี้ตาตัวเองสองสามทีแล้วก็เห็นว่านี่ไม่ใช่ฝันไป ใบหน้าหล่อเหลาที่ผมโคตรจะคิดถึงกำลังคลี่ยิ้มสดใสส่งมาให้ แม้ตอนนี้ผมจะไม่ได้ใส่แว่นตาแต่ผมก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าคนๆนี้คือใคร

 

พ..พี่มาร์ค!” ผมรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งหน้าเหวออยู่บนเตียงทันที พี่มาร์คหลุดยิ้มขำแล้วค่อยๆเดินอ้อมมานั่งลงบนเตียงข้างๆผม ใบหน้าหล่อเหลานั่นอยู่ใกล้ผมแค่เพียงเอื้อม คนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปีๆ คนที่ผมคิดถึงและเฝ้ารออยู่มาตลอด ตอนนี้เค้าอยู่ตรงหน้าผมแล้วอ่ะครับ นี่ยังรู้สึกเหมือนฝันไปอยู่เลย ผมไม่ได้ฝันไปจริงๆใช่มั้ย

 

พี่มาร์คมองผมด้วยแววตาอบอุ่นครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างแล้วค่อยๆยกมือขึ้นจับแก้มผมอย่างหมั่นเขี้ยว

 

หึ... ยังตื่นยากเหมือนเดิมเลยนะน้องหมู แล้วพี่มาร์คก็เลื่อนมือที่ดึงแก้มผมขึ้นไปขยี้ผมเสียเต็มรัก ส่วนผมตอนนี้สมองยังคงไม่สามารถประมวลผลใดๆได้ นอกจากจ้องพี่มาร์คด้วยดวงตาทั้งสองอย่างคนที่ยังไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง ยังไงผมยังไม่อยากเชื่อว่าคนๆนี้มาอยู่ตรงหน้าของผมแล้ว...

 

แฟนผมอยู่ตรงนี้แล้วอ่ะครับ หื้อออออ TwT

 

พ... หื้อออ พี่มาร์คคคค แล้วไม่ทันได้ทำอะไรต่อไป น้ำตาใสๆก็มาคลออยู่รอบหน่วยตากลม ก่อนที่ผมจะร้องไห้ออกมาเป็นเด็กต่อหน้าพี่มาร์คซะก่อน พี่มาร์คดูอึ้งๆไปแต่สุดท้ายก็ยิ้มขำตอนที่ผมโผเข้าไปกอดเข้าเต็มๆแล้วสะอึกสะอื้นจนตัวโยน

 

ร้องไห้ทำไมหมูแบม พี่กลับมาแล้วนี่ไง พอพี่มาร์คพูดแบบนั้นผมก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังเข้าไปใหญ่ ความรู้สึกคิดถึงนั้นดูจะรุนแรงขึ้นมากกว่าตอนที่เราไม่ได้เจอกันซะอีกครับ

 

โคตรคิดถึงเลย อยู่ใกล้กันขนาดนี้ผมก็ยังคิดถึงเลย

 

หื้ออออ พี่มาร์คทำไม ฮึก ไม่บอกแบมว่าจะมาหาเล่า! หื้ออออ รู้มั้ยว่าแบมรอนานแค่ไหน รู้มั้ยว่าคนรอมันเหนื่อยนะเว้ย!” ผมเด้งตัวออกมาจากอ้อมกอดของมาร์คต้วนแล้วบ่นใส่ทันทีพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย พี่มาร์คไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มขำแล้วเช็ดน้ำตาให้ผมอยู่นั่น

 

ขอโทษ พี่สอบเสร็จพี่ก็รีบบินมาหาแบมเลย คิดถึงพี่มากเหรอหมูแบม?” ผมหยิบหมอนเล็กๆแถวนั้นปาใส่พี่มาร์คทันที

 

โอ๊ยยังจะมาถามอีก!! ไม่คิดถึงหรอกมั้งนั่งร้องไห้ขนาดนี้อ่ะ!” ผมยกหลังมือเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆแล้วก็สูดหายใจเข้าลึกๆเรียกสติตัวเอง พี่มาร์คยิ้มให้ไม่พูดอะไร ผมก็เงียบไปเพื่อจ้องหน้าตอบกลับไป เราจ้องหน้ากันอยู่ร่วมนาทีก่อนที่สุดท้ายผมจะเป็นฝ่ายแพ้หลุดยิ้มออกมาเสียเอง

 

คิดถึงเหมือนกัน คิดถึงหมูแบมที่สุดเลย แล้วพี่มาร์คก็หลุดขำออกมาอีกครั้งก่อนจะดึงผมเข้าไปกอดเต็มอ้อมแขน ความรู้สึกโหยหา ความรู้สึกคิดถึงและการรอคอย ตอนนี้ดูจะจบลงในอ้อมกอดของคนตรงหน้าผมแล้วล่ะครับ ผมเข้าใจแล้วว่าการพบกันหลังจากการรอคอยสิ้นสุดลงมันหอมหวานขนาดไหน ผมเข้าใจแล้ว เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วจริงๆ...

 

อื้อ แบมก็คิดถึงพี่มาร์คมากๆเลยนะ คิดถึงที่สุดในโลกเลย

 

 

----------------

 

 

 

PIN PIN TALK

เฮนโล่ววววเรากลับมาแล้ววววค่า *รองเท้าลอยมา*

หายไปนานเลยเค้าขอโต๊ดนะคะ กลับมาคราวนี้เอาสเปมาฝากด้วยน้า

สำหรับสเปตอนนี้ไม่มีแก่นสารใดๆนอกจากความเอ๋อของน้องแบม 5555555 //ขีดเส้นใต้สิบเส้นไปเลย

คือน้องแค่เหงา น้องเลยเปลี่ยนไป๋ 5555555 เอ็นดูนะคะ

แล้วก็ตอนนี้ยังไม่จบน้าา เพราะสเปจะมีทั้งหมด 3 ตอน!

อดใจรออีกสองตอนที่เหลือเนาะ ไม่นานค่ะจะรีบมาต่อแน่ๆ ไม่รู้จะทอล์คอะไรแล้ว งั้นก็ Enjoy Reading นะคะ

ปล.ตอนนี้อาจจะเบลอๆไปนิดเพราะคนแต่งก็เบลอ เดี๋ยวยังไงจะกลับมารีไรท์กับแก้คำผิดนะคะ รักกก ไปแล้ววว 

#ฟิคโฮสต์แฟม




 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,023 ความคิดเห็น

  1. #1020 nuntharo (@nuntharo) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 13:29
    เค้ารออยู่น้า กลับมาได้แล้วววว
    #1020
    0
  2. #1014 Da'wy Sehun (@dawysehun94) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 19:04
    หายไปไหนนนนไรท์อย่าหายนี่คือ จบแล้วเหลือแต่สเปใช่ไหม
    #1014
    0
  3. #1011 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 20:07
    โง้ยยยยย แบมแบมจะได้ไม่ต้องรอแล้ว พี่มาร์คกลับมาหาแล้ว 55555
    ตลกปลื้มกับแบม ลงมาพร้อมกันได้ตรงเวลาจริง ๆ
    #1011
    0
  4. #1001 Tuan-En (@Tuan-En) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 23:16
    อ่านรวดเดียวเลย สนุกมากกกกก จะรอสเปนะะะะ
    #1001
    0
  5. #999 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 12:50
    โอ้ยยยยยยยยย ดีกับใจสุดๆ
    #999
    0
  6. #998 irish_pp (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 16:00
    เย้ พี่มาร์คกลับมาหาแบมแล้ว จุดพลุ
    #998
    0
  7. #997 M49b25 (@Piiqp) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 15:32
    เจอกันสักที ดีกับใจจจจ
    #997
    0
  8. วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 14:40
    เจอกันแล้วววววว
    #996
    0
  9. #995 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 13:31
    สงสารแบม ฮืออออแอออ ได้เจอกันแล้วนะ แอบเสียดายที่ตอนถ่ายรูปหมู่แฟนแบมไม่มา(._.)
    #995
    0
  10. #994 Aps~MK (@nattalove) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 10:26
    รีดรอไรท์ที่หน้าฟิคมานานแล้วและตอนนี้ไรท์ก็กลับมาแล้ว หวีดดดดคือมันดีกับใจมากๆฮือออออ
    #994
    1
    • #994-1 Little_Harp (@bambampinpin) (จากตอนที่ 33)
      7 กรกฎาคม 2559 / 10:43
      เราไปสะดิ้งกับคิมยูคยอมมาาา เราขอโทษษษ 55555555
      #994-1
  11. วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 10:13
    กลับมาแล้วกลับมาทั้งไรท์ทั้งมาร์คเลยยย ถ้าไรท์ไม่กลับมามาร์คจะมาไงล่ะ555555
    #993
    1
    • #993-1 Little_Harp (@bambampinpin) (จากตอนที่ 33)
      7 กรกฎาคม 2559 / 10:41
      เราเอาพี่มาร์คมาคืนแล้ววววววว เราขอโทษษษ 555555555555
      #993-1
  12. #992 Saika. (@tangmo2543) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 10:10
    กรีดร้องอย่างรุนแรง55555
    #992
    1
    • #992-1 Little_Harp (@bambampinpin) (จากตอนที่ 33)
      7 กรกฎาคม 2559 / 10:45
      *รัวมือออออออออ* เราก็แต่งเองอยากได้เองค่ะ หื้ออออ TwT
      #992-1
  13. #991 songprince (@songprince) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 09:36
    ฮืออออออออ เค้าได้เจอกันแล้วววว ไม่ต้องสไกป์แล้วววว ดีกับใจจจ เห็นเค้ามีความสุขเราก้มีความสุข ปลื้มปริ่มม /รออีกสองตอนน้าค้าาาา~
    #991
    1
    • #991-1 Little_Harp (@bambampinpin) (จากตอนที่ 33)
      7 กรกฎาคม 2559 / 10:47
      มาร์คบอกเดี๋ยวจะย้ายมาอยู่ไทยละขี้เกียจสไกป์ //ความรวยนี้
      #991-1