[MarkBam] HOST FAMILY #ฟิคโฮสต์แฟม

ตอนที่ 30 : กฎของโฮสต์ข้อที่ 24 :: เป็นโฮสต์ต้องเก็บความทรงจำ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ค. 59

                                                            
     









กฎของโฮสต์ข้อที่ 24

เป็นโฮสต์ต้องเก็บความทรงจำ

 

 

           

 

            เรื่องราวทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว

            ตินท์ถูกตำรวจวิสามัญและจากไปชดใช้กรรมตามที่ได้ทำไว้

            คนที่ยังอยู่อย่างพ่อของเค้าถูกส่งเข้ารับโทษทางกฎหมาย ทั้งจากการช่อโกงและคดียาเสพติด

            ส่วนเตนล์ตอนนี้ก็กำลังจะย้ายไปอยู่กับยายที่เชียงใหม่เมื่อเรื่องราวทุกอย่างสิ้นสุดลง

 

            และคนที่ยังอยู่อย่างผมและพี่มาร์คก็ยังคงใช้ชีวิตต่อไป

 

            อาทิตย์ก่อนแบมมาที่นี่กับละอองดาวแล้ว แต่ว่าคงดีกว่าถ้าพาพี่มาร์คมาด้วยอีกครั้ง มือเล็กของผมถูกกอบกุมไปด้วยมือหนาของคนตัวสูง สองขาของเราสองคนเดินไปตามทางร่มรื่นแสนสงบเพราะเป็นอาณาเขตของวัด เรื่องราวเลวร้ายทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วครับ ตอนนี้ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นจบลง คนไม่ดีก็ไปตามทางที่เค้าก่อกรรมไว้ ละอองดาวกับผมปรับความเข้าใจและกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ส่วนเตนล์ก็กำลังจะทำเรื่องย้ายไปเรียนต่อที่เชียงใหม่เพื่ออยู่กับยายของตัวเอง เวลาหมุนผ่านไปเร็วเหมือนกัน เผลอแปบเดียวก็สิบเดือนแล้วนะครับที่ผมกับพี่มาร์คอยู่ด้วยกัน

 

            พี่ละอองฝนคงดีใจที่จะได้เจอพี่มาร์คอีกครั้ง ผมหันไปยิ้มให้พี่มาร์ค แล้วเดินไปตามทางเคียงข้างกัน ใช่แล้วครับ ตอนนี้ผมกับพี่มาร์คมาที่วัดเพื่อทำบุญให้พี่ละอองฝน รวมถึงพี่ตินท์ ... ตอนนี้ผมอโหสิกรรมให้พี่เค้าไปหมดแล้วล่ะ ไม่ขอจองเวรจองกรรมกันต่อไปอีกแล้ว ขอให้พี่เค้าไปสู่สุขคติและพบเจอชีวิตดีๆที่มีความสุขจริงๆในชาติภพหน้าด้วยนะ

 

            เราสองคนเดินมาหยุดที่ลานต้นไม้ใหญ่ ด้านหน้าของผมและพี่มาร์คตอนนี้คือบ้านหลังสุดท้ายของมนุษย์ทุกคน และบ้านหลังใหญ่สีขาวมุขที่มีช่อดอกไม้แห้งอยู่ตรงหน้าก็คือบ้านของพี่สาวคนสวยของผมนั่นเอง ภาพของพี่อองฝนที่แปะไว้ยิ้มหวานราวกับยินดีที่ได้เจอผมและพี่มาร์คอีกครั้ง ละอองดาวเป็นคนบอกผมเองครับว่าพี่อองฝนอยู่ที่ไหน ตอนนั้นนับว่าเป็นครั้งแรกหลังจากพี่อองฝนจากไปเลยที่ผมได้มาเยี่ยมพี่สาวคนสวย

 

            พี่อองฝน ดูสิวันนี้แบมพาใครมาหา ผมนั่งลงด้านหน้าแล้วพี่มาร์คก็ตามมานั่งคุกเข่าข้างๆ ใบหน้าหล่อนั่นดูยินดีที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้ง ผมมองเห็นแววตาของพี่มาร์คเริ่มมีน้ำคลออยู่ที่หน่วยตานิดๆ แต่พี่มาร์คก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากยิ้มบางๆที่มุมปาก

 

            สบายดีมั้ยอองฝน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ... ผมแยกตัวออกมานั่งมองเพื่อปล่อยให้พี่มาร์คทักทายรูปภาพนั้นเพียงคนเดียว น้ำเสียงแผ่วเบาในตอนจบประโยคเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่อกของคนตัวสูง ผมเลยตัดสินใจยกมือน้อยๆของตัวเองวางทาบทับหลังมือของคุณชายเค้าไว้ ไม่เอาสิ อย่าร้องห้ายยย T^T

 

เปลี่ยนดอกไม้กันเถอะพี่มาร์ค ยิ้มกว้างใส่เพื่อให้พี่มาร์คลืมความเศร้าตรงนี้ มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาเบาๆแล้วเลื่อนมาโยกหัวผมเล่นเหมือนเรียกกำลังใจกลับคืนมา คนหล่อหันมายิ้มให้ผมแล้วยื่นช่อดอกไม้ที่เป็นคนถือมาให้

 

            พี่อองฝน แบมกับพี่มาร์คเอาดอกไม้มาเปลี่ยนให้แล้วนะ ดอกไม้ช่อเก่าเหี่ยวแล้วเดี๋ยวบ้านไม่สวย ช่อดอกไม้สีขาววางลงด้านหน้าแล้วผมก็ยืดตัวกลับมาดูผลงาน นี่สิถึงจะดูสดชื่นสมกับหน้าสวยๆของพี่สาวผมหน่อย

 

           

 

 

หลังจากไปหาพี่ละอองฝนเสร็จ ผมกับพี่มาร์คก็แวะไปทำบุญอะไรต่อนิดหน่อยแล้วจึงตัดสินใจจะกลับบ้าน วันนี้เป็นวันอาทิตย์จึงทำให้เราไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากมายนัก พี่มาร์คจับมือผมเดินไปตามทางเดินริมสระน้ำของวัดขณะกำลังมุ่งหน้าไปลานจอดรถ สายลมเย็นสบายพัดอบอวลรอบกายภายใต้ร่มไม้ใหญ่ เราสองคนเดินแกว่งมือที่จับกันอยู่ไปตามทางเดินพร้อมรอยยิ้ม ผมหันไปมองพี่มาร์ค ใบหน้าของพี่มาร์คดูสบายใจแต่ในขณะเดียวกันก็มีบางอย่างแฝงอยู่ในนั้นเหมือนจุดดำมืดเล็กๆที่คนหล่อซ่อนไม่มิด จริงๆผมสังเกตมานานแล้วล่ะครับว่าช่วงหลังๆนี้พี่มาร์คเหมือนมีอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา

 

พี่มาร์ค

 

หืม ?” สองขาของเราสองคนหยุดอยู่กับที่เพราะผมดึงมือพี่มาร์คไว้ เจ้าตัวหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มน้อยๆ เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงสงสัย

 

พี่มาร์คเป็นอะไรหรือเปล่า ช่วงนี้พี่มาร์คดูเหม่อๆนะ สายตาคมที่ผมจ้องมองอยู่วูบไหวจนคนมองสัมผัสได้ ใบหน้าหล่อส่ายหน้าช้าๆแล้วยิ้มตามสไตล์มาร์คต้วนอีกเช่นเคย

 

ไม่มีอะไรหรอกแบม ผมมองใบหน้าและคำพูดปัดให้คนฟังสบายใจของคนตรงหน้า แล้วก็นึกช่างใจว่าผมควรพูดมันออกมาดีมั้ยกับสิ่งที่อยู่ในใจผมตอนนี้

 

พี่มาร์คคิดมากเรื่องที่ต้องกลับอเมริกาเดือนหน้าใช่มั้ย แล้วผมก็พูดออกมาจนได้ ...

 

สีหน้าของพี่มาร์คเปลี่ยนไปดูอึ้งๆ คนตัวสูงคงไม่คิดว่าผมรู้เรื่องนี้จึงมีท่าทีตกใจแบบนี้สินะ

 

แบมรู้ได้ไง

 

แบมได้ยินพี่มาร์คคุยกับอี้ที่สนามบินหมดแล้วล่ะ ผมยิ้มจนตาหยี จริงๆผมรู้เรื่องนี้นานแล้ว เพราะผมเผลอได้ยินพี่มาร์คคุยกับโจอี้น้องชายพี่มาร์คที่สุวรรณภูมิ ตอนที่เราไปส่งโจอี้กับเพื่อนๆพี่มาร์คกลับแอลเอ

 

แล้ว ... แบมรู้สึกยังไง

 

ก็ใจหายล่ะนะตอนแรก แต่ตอนนี้แบมทำใจได้แล้วล่ะ จะกลับเร็วหรือกลับช้ายังไงพี่มาร์คก็ต้องกลับอยู่ดี อีกอย่างพี่มาร์คก็อยู่ที่นี่ตั้งสิบเดือนแล้ว คนทางนั้นเค้าคงคิดถึงพี่มาร์คกันตายแล้วล่ะ ผมยิ้มกว้างด้วยใบหน้าร่าเริงเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่จริงๆแล้วลึกเข้าไปภายในใจคงต้องขอสารภาพเลยว่ารู้สึกโหวงอยู่มากเหมือนกัน

 

แล้วแบมไม่คิดถึงพี่เหรอ ... ถ้าพี่ไม่อยู่แล้ว ใบหน้าหล่อยิ้มแล้วถามทีเล่นทีจริง เหมือนมีความจริงจังซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของรอยยิ้ม

 

ถึงแบมจะคิดถึง พี่มาร์คก็อยู่ต่อไม่ได้อยู่ดี เพราะขืนพี่มาร์คอยู่ต่อก็รอป๊าพี่มาลากกลับบ้านได้เลย

 

เฮ้อ .. นั่นสิเนอะ

 

ใช่มั้ยล่ะ กลับไปเรียนต่อให้จบนะ พอจบแล้วพี่มาร์คอยากกลับมาเที่ยวที่นี่อีกก็มาตอนไหนก็ได้ จริงมั้ย เสียงสดใสของผมพยายามพูดให้คนหล่อที่หน้าเบะเหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจอารมณ์ดีขึ้นมา ผมยกนิ้วไปดึงแก้มให้ยืด ไม่ชอบเลยเวลาพี่มาร์คซึมเนี่ย

 

ยิ้มมมมมมม ยิ้มหน่อยซี่ พี่มาร์คไม่ได้กลับพรุ่งนี้ซะหน่อย เหลือเวลาอีกตั้งเดือนหนึ่งนะ

 

เห้อ ... วันนี้แบมต้องไปซ้อมละครเวทีมั้ย คนหล่อถอนหายใจน้อยๆแล้วอยู่ๆก็เปลี่ยนประเด็นมาถามผมเรื่องการซ้อมละครเวทีที่ติดพันมาตั้งแต่ตอนปิดเทอมลากยาวมาจนตอนนี้ ยิ่งใกล้วันผมก็ยิ่งต้องซ้อม เพราะละครเวทีประจำปีจะมีขึ้นในสิ้นเดือนนี้นี่เอง แต่วันนี้โชคดีที่โรงเรียนจัดประชุมผู้ปกครองของน้องมอต้น ทำให้พวกเราได้หยุดซ้อมไปหนึ่งวัน

 

วันนี้แบมว่าง ไม่ต้องไปซ้อม พี่มาร์คมีอะไรหรือเปล่า

 

งั้นไปเที่ยวกัน

 

--------------

 

 

อยู่ๆทริปเที่ยวก็เกิดขึ้นกะทันหันโดยพี่มาร์คคนเดิมครับ พอออกจากวัดเราสองคนตัดสินใจเอารถไปเก็บที่บ้านแล้วเที่ยวกันโดยใช้รถไฟฟ้าหรือการเดิน พี่มาร์คบอกว่าไหนๆอีกไม่นานก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ขอใช้มันให้คุ้มค่าที่สุดแล้วกัน เพราะเราสองคนก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะได้มีเวลาดีๆแบบนี้ด้วยกันอีก พอพี่มาร์คพูดแบบนี้ผมก็แอบโหวงเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้เราไม่ควรจะเศร้าสิ ถูกต้องมั้ยครับ ! เพราะฉะนั้นผมขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ให้สนุกที่สุดเลยแล้วกัน

 

ทริปแรกของวันที่เราวางแผนกันไว้คือสถานที่รวมตัวของวัยรุ่นกรุงเทพ ทายไม่ผิดหรอกครับก็สยามนั่นแหละ ความจริงแล้วที่เราเลือกที่นี่ก่อนก็เพราะว่าที่นี่มีร้านอาหารให้เลือกเยอะและสาเหตุสำคัญเลยคือผมหิว ... ผมไม่ได้หิวคนเดียวนะ พี่มาร์คก็หิวเหอะ

 

อยากกินอะไร พี่มาร์คหันมาถามผมเมื่อเราสองคนก้าวออกมาจากรถไฟฟ้า วันนี้คนเยอะชะมัดเลย แต่จริงๆก็เป็นปกติอยู่แล้วล่ะครับที่คนจะเยอะที่สถานีนี้ ผมกำลังคิดถึงเมนูอาหารพรางกระชับกระเป๋าเป้ให้แน่น แต่จู่ๆมือหนาของคนข้างๆก็คว้ามันไปสะพายให้ซะเอง

 

เดี๋ยวพี่สะพายให้ พี่มาร์คยิ้มๆแล้วพยักหน้าให้ผมเดินนำ จะบ้าเหรออยู่ๆก็จะมาสะพายกระเป๋าให้ผม นี่ผมไม่ได้เป็นง่อยถึงขนาดจะต้องให้คนอื่นถือของให้หรอกนะ นี่ใคร ! นี่พี่กันต์คนแมนนะ

 

พี่มาร์ค ไม่เป็นไรเดี๋ยวแบมสะพายเอง ผมเอื้อมมือไปแย่งกระเป๋าแต่ก็ถูกมือใหญ่ตีเบาๆพร้อมทำหน้าเข้มใส่

 

มีหน้าที่กินก็กิน เดินไปเลย หรือจะให้พี่พาเดิน พอพูดจบแทนที่จะให้ผมได้มีโอกาสตอบอะไรบ้าง ไม่เลยครับ พี่มาร์คถือวิสาสะจับมือผมไปกุมแล้วลากให้เดินตามทันที โหยยยยยย คนเยอะแยะมั้ยล่ะมาร์คต้วน

 

พี่มาร์คปล่อยมือออ คนมองอ่า วัยรุ่นผู้หญิงสองคนแอบเหลือบมองเราแล้วหัวเราะกันอยู่สองคน โหยยย ที่นี่คนเยอะแยะเลยอ่ะ ตายๆๆ ผมประหม่านะอยู่ๆก็มีผู้ชายมาเดินจูงมือเนี่ย

 

ก็ปล่อยเค้ามองไปสิ เรารีบไปกันเถอะพี่หิวละ พูดจบก็จับมือผมแน่นกว่าเดิมอีก จ้าเอาเลยจ้า แล้วแต่มาร์คต้วนเลยจ้า -////-

 

 

สองขาของเราสองคนก้าวเข้าร้านโน้นออกร้านนี้จนตอนนี้ที่ว่างในกระเพาะเริ่มหมดลงทุกที และที่ผมแฮปปี้สุดๆคือพี่มาร์คเป็นคนจ่ายหมดเลยครับ วะฮะฮะฮ่า ผมอยากกินอะไรพี่มาร์คก็จ่ายให้ไม่มีอิดออด บางทีก็แอบหมั่นไส้เบาๆนะ อะไรจะรวยเบอร์นั้นคุณชายยยยยยยยย

 

พี่มาร์ค แบมอยากกินบิงซู ฝีเท้าของเราเริ่มเดินช้าลงทุกครั้งที่ออกจากร้าน (ให้ทายว่าเพราะอะไร 55555) เดินเล่นไปเรื่อยๆตอนนี้ผมมองไปเห็นจุดหมายใหม่อีกแล้ว ร้านน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลีที่ผมชอบมากินกับเบบี้บ่อยๆอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน จะว่าไปผมก็ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน ครั้งสุดท้ายก็ก่อนพี่มาร์คจะมาเมืองไทยอีกนะครับ โหววววว นี่เพิ่งรู้ว่านานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

 

อะไรคือบิงซู

 

ไม่มาร์คไม่รู้จักเหรอ

 

อืม ไม่รู้จัก พี่มาร์คส่ายหน้าน้อยๆด้วยสีหน้าฉงน นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย

 

งั้นตามมา พูดจบผมก็ถือวิสาสะจูงมือพี่มาร์คมุ่งไปร้านที่อยู่อีกฟากถนนทันที เข้ามาในร้านพนักงานทักทายก่อนที่ผมจะสั่งเมนูโปรดนั่นก็คือ บิงซูสตอร์เบอร์รี่ชีสถ้วยยักษ์ รับเครื่องแจ้งเตือนให้ลงมารับออร์เดอร์แล้วผมก็จูงพี่มาร์คขึ้นไปหาที่นั่งด้านบน

 

ที่นั่งติดกระจกสามารถมองเห็นคนเดินสวนกันด้านล่างได้คือที่นั่งที่ผมเลือก พี่มาร์คถือแก้วน้ำสองใบมาวางลงก่อนจะหย่อนตัวเองนั่งกับเก้าอี้ตรงข้ามผม แต่พี่มาร์คก็ยังกวาดตามองไปรอบๆร้านอย่างสนใจ

 

พี่มาร์คดูนั่น คนนั้นน่ะคือดาราของไทยนะ เป็นเรื่องปกติที่ดาราส่วนใหญ่จะมาทานของหวานกันที่นี่ จริงๆผมก็ชินแล้วล่ะเวลาที่มาที่นี่กับเพื่อนไม่ก็น้องสาวมักจะได้เห็นเหล่าดารามานั่งทานบิงซูกันบ่อยๆ พี่มาร์คหันไปมองแล้วลากสายตากลับมาด้วยความปกติไม่ได้ตื่นเต้นอะไร

 

ไม่ตื่นเต้นเลยเหรอ พี่มาร์คยักไหล่แล้วส่ายหน้าน้อยๆ

 

อยู่ที่แอลเอก็เจอ อ๋อ ผมก็ลืมไปว่านี่มันพี่มาร์คคุณชายแอลเอ จ้า พ่อคนบ้านอยู่ข้างฮอลลีวูด พ่อคนรวย พ่อคนไปเดินเล่นที่เบฟเวอรี่ฮิลได้

 

แล้วพี่มาร์คว่าเค้าหล่อมั้ย ผมลองถามอีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าในสายตาชาวต่างชาติมองดาราไทยอย่างไร พี่มาร์คหันกลับไปมองแวบหนึ่งแล้วหันกลับมาส่ายหน้า

 

ไม่ เป็นคำพูดเรียบๆนิ่งๆสั้นๆแต่ได้ใจความ ไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้ ดาราที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นั่นน่ะต่อฮอร์โมนเลยนะครับ แต่คุณชายส่ายหน้าแบบไม่ต้องคิดเลยว่าไม่หล่อ

 

แต่แบมว่าพี่เค้าก็น่ารักดีน้า พี่มาร์คช้อนตามองผม ดวงตารีได้รูปจับจ้องผมเขม็งแล้วถาม

 

แล้วคนนั้นกับพี่ แบมว่าใครหล่อกว่ากัน ผมแอบสะอึกแบบตอบไม่ถูกและไม่คิดว่าคนพี่จะถามแบบนี้ สายตามองดาราคนดังสลับกับผู้ชายธรรมดีที่นั่งอยู่ตรงหน้า จริงๆคำตอบมันก็แน่อยู่แล้วล่ะครับ

 

ก็ต้องพี่ต่อสิ

 

โอเค มื้อนี้จ่ายเองนะ

 

โอ๋ๆๆ พี่มาร์คสิ พี่มาร์คอ่ะหล่อที่สุดเลยยยย พี่มาร์คหัวเราะเสียงใสอย่างถูกใจที่แกล้งผมได้ โดยไม่ทันได้เห็นว่าผมแอบทำปากคว่ำใส่ เห็นแก่ของฟรีหรอกนะ ถึงยอมชมน่ะ

 

แล้วถ้า ... พี่มาร์คหยุดหัวเราะตาหยี แล้วมองผมอีกครั้ง ผมเลิกสนใจแก้วน้ำที่หยิบขึ้นมาดื่มเมื่อกี้ วางแก้วลงแล้วมองหน้าพี่มาร์คเลิกคิ้วสูง

 

ถ้าให้เลือกเป็นแฟนระหว่างคนนั้น ..." พี่มาร์คชี้นิ้วไปทางพี่ต่อซึ่งไม่รู้ตัวว่าโดนผมสองคนนินทราอยู่


"กับคนนี้ ...  แล้วย้ายนิ้วกลับมาชี้หน้าตัวเองด้วยแววตาวิบวับกับรอยยิ้มน้อยๆ

 

แบมจะเลือกใคร แต่ผมนี่สิหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว ไอ้พี่บ้า! ใครให้มาถามกันกะทันหันแบบนี้วะ

 

อ .... เอ่อ แบมไม่เลือก แบมเลือกตัวเอง แบมขออยู่คนเดียว

 

แน่ใจเหรอว่าจะอยู่คนเดียว ดวงตาคมแสนเจ้าเล่ห์จ้องคาดคั้นกับผมจนอุณหภูมิบนใบหน้าเริ่มสูงขึ้น อยู่ๆก็รู้สึกหายใจติดขัดจนต้องยกน้ำขึ้นมาดื่มแก้เขิน

 

ตืดดด ...

และในตอนนั้นเองแรงสั่นของเครื่องรับออร์เดอร์ดังขึ้นมาเหมือนสวรรค์โปรด พี่มาร์คละสายตาไปมองสัญญาณไฟกระพริบแล้วก็ยืดตัวกลับไปนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ผมแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะคว้าเครื่องน้อยลุกขึ้นเดินลงไปรับของด้านล่างทันที

 

หูวว ... ขอบคุณนะบิงซู ขอบคุณพี่พนักงานที่ช่วยชีวิตแบมไว้นะครับ *เอามือพัดหน้า*

 

 

-----------------------

 

 

 

 

            นั่งทานบิงซูด้วยความเขิน (แค่ผมคนเดียวล่ะมั้ง) เสร็จ ผมสองคนก็กลับเข้าไปเดินเล่นในห้างต่อสักหน่อย เดินจนหนำใจและไม่รู้จะทำอะไรต่อดีผมจึงตัดสินใจชวนพี่มาร์คไปเดินเล่นที่เอเชียทีค พี่มาร์คพยักหน้าเห็นด้วยเหมือนเดิมไม่ได้ขัดอะไร

 

            ผมเลือกการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงที่สถานีสะพานตากสิน ก่อนจะลงเรือของเอเชียทีคซึ่งจอดรับส่งลูกค้าโดยตรงอยู่ที่ท่าเรือข้างล่างสถานีรถไฟฟ้า เป็นท่าเรือฟรีที่พาเราสองคนมาถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ ช่วงนั่งเรือมาเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้วครับ ตึกรามบ้านช่องซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงแรมจึงเปิดไฟทำให้วิวของสองข้างแม่น้ำสวยจับใจยิ่งขึ้น พี่มาร์คยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกหลายรอบและดูเหมือนว่าจะถ่ายต่อไปได้เรื่อยๆ มากับพี่น้องหรือเพื่อนตัวเองก็ตั้งหลายครั้ง แต่ผมก็ขอยอมรับเลยว่าครั้งนี้รอบตัวสวยกว่าครั้งไหนๆที่เคยมา หรือบางทีอาจเป็นเพราะคนที่นั่งข้างๆก็ไม่รู้

 

            แค่นั่งมองพี่มาร์คตื่นเต้นกับเมืองไทยผมก็ยิ้มตามแล้วล่ะ

 

            เรือมาจอดเทียบท่า เราสองคนก้าวขึ้นมาแล้วก็ร้องว้าวแทบจะพร้อมกัน เพราะฟ้ามืดไปแล้วบรรดาร้านค้าต่างๆจึงเปิดไฟให้แสงสว่างสดใสราวกับเป็นเมืองในฝัน เสียงดนตรี เสียงผู้คน เป็นความสวยงามที่อยู่ล้อมรอบตัวเราสองคน ผมคิดถูกแล้วที่เลือกมาที่นี่เป็นทริปสุดท้ายของวัน

 

            พี่มาร์ค ซื้อของฝากที่นี่เลยมั้ย เดินเล่นลึกเข้ามาผมก็มองเห็นว่าหลายๆร้านขายของสวยๆมากมายและดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะทำขึ้นเอาใจลูกค้าชาวต่างชาติเสียด้วย มือเล็กจึงสะกิดเรียกคนที่มัวแต่ยุ่งกับการถ่ายรูปหันมาฟัง

 

            งั้นเหรอ

 

            เอ้า นี่แบมถามพี่มาร์คอยู่นะ มางั้นลงงั้นเหรออีก ถามตัวเองสิครับ พี่มาร์คหัวเราะลืมตัวแล้วก็พยักหน้าตกลง พองั้นผมจึงลากพี่มาร์คเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ เป็นล่ามส่วนตัวให้ใช้ต่อรองราคากันสนุกสนาน พี่มาร์คเลือกของฝากกลับไปให้ครอบครัวและเพื่อนๆหลายชิ้น บอกผมตลอดทางที่เดินหาของว่าคนนั้นนิสัยอย่างไร ชอบของแบบไหน นั่นจึงทำให้ผมรับรู้ได้ว่าพี่มาร์คเป็นคนใส่ใจคนพิเศษแค่ไหน

 

            ผมเดินฟังพี่มาร์คพูดจนไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอยิ้มออกมาแล้วกี่ครั้ง

 

           

 

            น่าจะครบแล้วล่ะ เดินกันจนขาเกือบลาก และสาบานว่าผมเริ่มหิวขึ้นมาอีกแล้ว เราสองคนจึงเดินเล่นเพื่อหาของกิน พี่มาร์คชูถุงใส่ของฝากราคาแพง (ก็ราคานักท่องเที่ยวอ่ะ TT) ขึ้นตรงหน้าเราสองคน ของจำนวนไม่น้อยที่แต่ละชิ้นพี่มาร์คเลือกอย่างตั้งใจมากจริงๆ ไม่มีสักชิ้นเลยที่พี่มาร์คจะเลือกส่งๆ แถมยังซื้อของที่ผมอยากได้ให้สองสามชิ้นด้วย ความรวยนี้ท่านได้แต่ใดมานะมาร์คต้วน

 

            แบมซื้อน้ำแปบนะ ผมแวะร้านน้ำซื้อน้ำอัดลมสองขวด (ครั้งนี้จ่ายเองนะจ้ะ) เดินมายื่นให้พี่มาร์คที่กำลังหันไปมองสนใจอะไรบางอย่างอยู่ พี่มาร์ครับมาเปิดดื่มทันทีแล้วลากสายตากลับไปมอง แถมยังเรียกให้ผมหันกลับไปมองด้วยอีกคน

 

            แบมดูนั่นสิ ผมมองตามสายตาของคนชวนไป เห็นไทยมุงกำลังมุงอะไรบางอย่างเป็นวงใหญ่ ตรงกลางนั้นมีเด็กผู้ชายสองคน ซึ่งผมเดาได้ว่าอายุยังไม่ถึงสิบขวบกำลังเล่นดนตรีเปิดหมวก แต่ถ้าพูดให้ถูกน่าจะเป็นเด็กที่มาแสดงความสามารถมากกว่าเปิดหมวกหาเงินโดยตรง เพราะผมเห็นผู้ใหญ่คนหนึ่งยืนตั้งกล้องถ่ายรูปเป็นคนคุมเด็กๆอยู่

 

            ไปดูกัน พี่มาร์คชวนผมเขยิบเข้าไปดูใกล้ขึ้น และเมื่อเข้ามาใกล้เราสองคนก็เห็นได้ชัดว่าเด็กผู้ชายสองคนนี้เก่งขนาดไหน เด็กผู้ชายคนหนึ่งตัวโตกว่าเล่นกีต้าร์ ส่วนคนที่ตัวเล็กกว่ากำลังตีกลองชุดด้วยความชำนาญ ทำเอาผู้ใหญ่หลายคนเบิกตาโตร้องว้าวกันเป็นแถบๆ ชักอย่างจะให้ไอ้ยูคมาเจอน้องซะแล้วสิ

 

            สำหรับต่อไปนะครับ ผมขอให้พี่ๆทุกคนที่กำลังดูอยู่มาร่วมสนุกกัน ใครที่อยากร้องเพลงอะไรให้ก้าวออกมาเลยนะครับ เพลงอะไรก็ได้ น้องคนที่สะพายกีต้าร์อยู่ประกาศใส่ไมค์เชิญผู้ชมให้ร่วมสนุก ผมเห็นหลายคนทำท่าจะเข้าไปแต่ก็ยังอายทำให้ตอนนี้ยังไม่มีใครก้าวออกมาสักที สีหน้าของน้องก็ดูใจแป้วลงเล็กน้อย

 

            ผมจึงหันมองหน้าคนข้างๆเล็กน้อย

            ก่อนจะตัดสินใจยกมือขึ้นเสนอตัวเอง

 

            พี่เองครับ! พี่อยากร้องเพลง น้องผู้ชายหันมาตามเสียงเรียกแล้วก็ยิ้มกว้างสดใสแบบเด็กน้อย ผู้คนรอบข้างปรบมือเสียงดังเมื่อมีผู้ใจกล้าปรากฏตัวออกมา สองขาของผมก้าวออกไปกลางวง จนพี่มาร์คที่ยืนอยู่ข้างๆเลิกคิ้วสูงสงสัยกับการกระทำที่ไม่บอกกล่าว

 

            ทำอะไรอ่ะแบม พี่มาร์คทำหน้าเหรอหรา แต่ผมก็เพียงแค่ยิ้มใส่ไม่ได้ตอบอะไร ขายาวก้าวมากลางวงแล้วหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นเปิดหาคอร์ดกีต้าร์เพลงๆหนึ่งที่อยากร้องส่งให้น้อง กระซิบถามให้มั่นใจว่าน้องเล่นได้ ก็ได้รับการคอนเฟิร์มจากเด็กตัวเล็กว่าไม่ต้องห่วง

 

            สวัสดีครับ ผมก้าวมาประชิดขาตั้งไมค์แล้วดึงมันออกมาตามสไตล์ที่ชอบถือไมค์ร้องมากกว่า ผู้คนรอบข้างเริ่มเข้ามามุงดูเพิ่มขึ้นจากตอนแรก และส่วนมากก็เป็นผู้หญิงวัยรุ่น ผมทักทายผู้ชมเล็กน้อย แล้วลากสายตาไปมองคนตัวสูงที่โดดเด่นออกมาจากคนมากมาย พี่มาร์คยิ้มน้อยๆส่งมาให้

 

            เพลงที่ผมอยากร้องเนี่ยเป็นเพลงที่ผมชอบมากๆเลยครับ หลายคนคงจะเคยมีเพลงที่ชอบกันมามากเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่ถ้าผมถามว่าเพลงที่ชอบที่สุดซึ่งเป็นเพลงที่ทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งที่ฟังคือเพลงอะไร ทุกคนจะตอบผมได้มั้ยครับ ลองนึกกันดู ถ่วงเวลาในระหว่างที่น้องชายกำลังเซตเครื่องเสียงกับกีต้าร์ ผมจึงเกริ่นพูดเหมือนตัวเองอยู่ในคอนเสิร์ตโรงเรียน หลายคนพยักหน้าตามผม หลายคนเพียงแค่ยิ้มตาม

 

            ผมพูดเป็นฉบับภาษาอังกฤษเพิ่มไปด้วยเพื่อให้พี่มาร์คและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มเข้ามาดูเข้าใจ พี่มาร์คก็ทำเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้า

 

            ส่วนผมเองก็มีเพลงๆหนึ่งที่ทำให้ยิ้มทุกครั้งที่นึกถึง เพราะมันเป็นเพลงที่มีความทรงจำดีๆอยู่ในเนื้อเพลงมากมาย

            ไม่รู้ว่าเพลงที่พี่มาร์คชอบจะใช่เพลงเดียวกับที่ผมชอบหรือเปล่านะ ...

 

            เพลงที่ผมชอบเพลงนี้ เป็นเพลงที่ทำให้ผมนึกถึงความทรงจำดีๆในช่วงเวลาที่ผ่านมาครับ ช่วงเวลาดีๆกับใครบางคน และมันเป็นช่วงเวลาดีๆที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งตั้งแต่ผมเกิดมา ตามมาด้วยถ้อยคำเวอร์ชั่นแปลเหมือนช่วงแรก

 

            อนาคตเราอาจจะเจอเพลงที่เพราะกว่า และมันไม่ผิดครับถ้าทุกคนจะชอบเพลงๆนั้น แต่ผมรู้ว่าลึกๆแล้ว ทุกคนมีเพลงๆหนึ่งในใจ ที่ไม่ว่าฟังเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อใช่มั้ยครับ เพลงๆนี้ เพลงแห่งความทรงจำ ... ผมพูดจบแล้วจับไมค์จ่อปากหันไปพยักหน้าให้กับน้องข้างๆ ผู้ชมปรบมือให้ก่อนที่เสียงจะเงียบลงกลายมาเป็นเสียงใสของผมเองที่ก้องกังวานอยู่ทั่วลานกว้าง

 


WHEN I FIRST WALKED IN THE ROOM

I SAW YOUR FACE

BABY GIRL I WAS SO AMAZED

I CAUGHT YOU SMILING BACK AT ME

BUT I DIDN’T KNOW WHAT TO SAY

 

เมื่อผมเดินเข้ามาในห้องนี้เป็นครั้งแรก

และผมเอาแต่จ้องหน้าคุณ

นั่นมันทำให้ผมอึ้งมากเลย ที่รัก

ผมตกหลุมรักรอยยิ้มที่คุณส่งมาให้ผม

แต่ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไรตอบกลับไปดี

 


 

            เพลงๆเดิมที่ไม่ว่าจะฟังสักกี่รอบ หรือจะร้องอีกสักกี่หนผมก็ไม่เคยเบื่อ เพลงที่ทำให้ยิ้มตามทุกครั้งเมื่อนึกถึงความหมายที่คล้ายๆกับชีวิตผม เพลงที่ใครบางคนผ่านเข้ามาและอยู่ในนั้นไม่เคยหายออกไปไหน

 

            รอบตัวปรบมือเป็นจังหวะคลอไปกับผม ลมพัดยามค่ำคืนแสนเย็นสบาย แสงไฟ ดนตรี ผู้คน ทุกๆอย่างหล่อหลอมให้รอบกายของผมเวลานี้เป็นภาพที่งดงาม ควรค่าแก่การบันทึกไว้เป็นภาพความทรงจำ โดยเฉพาะรอยยิ้มละมุนของคนในสายตาคนนี้

 

            พี่มาร์ค J

 

           

 

 

 

            การแสดงของผมกับน้องที่มารู้เอาทีหลังว่าอายุแค่เก้าขวบแต่เล่นเก่งสุดๆจบลงด้วยเสียงชมและเสียงปรบมืออันล้นหลาม น้องได้รับเงินเปิดหมวกจากการแสดงครั้งนี้แต่ผมก็ยกให้เป็นผลงานน้องแล้วปลีกตัวออกมาจากที่นั่นเงียบๆ พี่มาร์คเดินยิ้มมาตลอดทาง ไม่ต่างจากผมที่ก็ยิ้มจนแก้มจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว

 

            คิดถึงเนอะ อยู่ๆพี่มาร์คก็พูดขึ้นมาตอนที่เราสองคนตัดสินใจมานั่งลงบนฟุตบาทหน้าชิงช้าสวรรค์เครื่องใหญ่ จุดเด่นของที่นี่ ผมละสายตาจากเจ้าล้อหมุนวงยักษ์ประดับไฟแล้วหันมองคนข้างๆ

 

            คิดถึงอะไร

 

            ก็คิดถึงตอนเราร้องเพลงนี้ไง ผมยิ้มทันที ใช่ ผมก็คิดถึงช่วงเวลานั้นมากเหมือนกัน เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งๆที่ความจริงก็หลายเดือนมาแล้ว

 

            คิดถึงตอนซ้อม คิดถึงตอนที่ได้ขึ้นร้อง คิดถึงความรู้สึกแบบนั้น จำไม่ได้แล้วว่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่จำได้ดีว่ารู้สึกดีมากตอนแสดงจบ พี่มาร์คพูดไปก็ยิ้มไป ทำเอาผมยิ่งสัมผัสความทรงจำนั้นได้เพิ่มมากขึ้น วันนั้นเป็นวันเกิดของผม และเป็นวันที่ผมเกิดความรู้สึกบางอย่าง ผมจำได้ดี

 

            แบมจะร้องเพลงนี้แค่กับพี่มาร์คคนเดียว อยู่ๆผมก็พูดออกมาด้วยความรู้สึกจริงใจ

 

            เพลงแห่งความทรงจำ ควรจะมีคนในความทรงจำคนเดียวเท่านั้นที่คู่ควร

 

            ต่อให้พี่มาร์คจะกลับบ้านไปนานแค่ไหน แบมก็จะรอร้องเพลงนี้กับพี่มาร์คแค่คนเดียว พูดเสียงหนักแน่นด้วยรอยยิ้ม แล้วผมก็หันไปมองดูชิงช้าสวรรค์ตรงหน้าเพราะความจริงแล้วไม่ต้องการให้พี่มาร์คเห็นน้ำใสที่เริ่มคลออยู่ที่หน่วยตา ความจริงคิดว่าตัวเองทำใจได้ แต่จริงๆแล้วไม่เลย

 

            ยังไงก็ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทนรับรู้ว่าคนที่อยู่ข้างกันมาเป็นปีกำลังจะหายไป

           

            เดี๋ยวพี่มานะ ผมได้ยินเสียงคนข้างๆลุกออกไปแต่ไม่หันไปดู เพราะมัวแต่ก้มหน้าใช้หลังมือเช็ดน้ำตาของตัวเองลวกๆ พี่มาร์คหายไปไม่นาน ร่างสูงก็โผล่มาพร้อมกับจับมือผมให้เดินตามไปที่ไหนสักแห่ง

 

 

 

 

            ที่ที่พี่มาร์คพาผมมาก็คือชิงช้าสวรรค์นั่นแหละครับ พี่มาร์คยอมลงทุนจ่ายเพิ่มขึ้นในราคาพิเศษเพื่อให้ได้อยู่กระเช้าแค่สองคน ผมเดินยิ้มเข้าไปในกระเช้า ภาพวิวตรงหน้าทำให้หัวใจเต้นตึกตัก สวย มันสวยมากๆ ภาพแม่น้ำกับแสงไฟจากมุมสูงแบบนี้มันสวยมากๆเลย สวยซะจนผมลืมไปเลยว่าเมื่อกี้ตัวเองกำลังเศร้า

 

            ถ่ายรูปกัน พี่มาร์คดึงแขนผมให้ละความสนใจจากวิวนอกกระจกหันกลับมามองกล้อง โทรศัพท์ยกขึ้นสูงพร้อมกับพี่มาร์คเอียงคอมาใกล้ๆได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ

 

            ถ่ายรูปเสร็จพี่มาร์คก็ยื่นโทรศัพท์ส่งให้ผมดูโดยไม่ต้องร้องขอ ผมรีบยื่นหน้าเข้าไปเช็ครูปทันที แหม น่ารักจังเลย ผมนี่แหละน่าร๊ากกกจัง

 

            บนนี้สวยดีเนอะ เราสองคนเขยิบขึ้นมาชิดกับกระจกมองดูวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนเมื่อกระเช้ามาถึงจุดสูงสุด ภาพของมหานครที่ทั่วโลกยอมรับว่าสวยไม่แพ้ที่ใด ผมก็เพิ่งตระหนักในวันนี้

 

            กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย

            สวยมากขนาดนี้ผมก็เพิ่งรู้

            เมืองใหญ่ขนาดนี้ แต่มันดูแคบลงแค่ได้อยู่ข้างใครบางคน ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน

 

 

            อืม สวยมากเลยอ่ะ ประกายวิบวับแล่นอยู่ในสายตาของเราทั้งสองคนเป็นความจริงว่าไม่ได้พูดปด

 

            สัญญานะว่าเราจะกลับมาดูวิวแบบนี้ด้วยกันอีก ผมนิ่งงันไปแล้วละสายตามองคนพูด พี่มาร์คหันมายิ้มให้ ยิ้มที่ผมรู้สึกกว่าครั้งไหนๆว่ามันอบอุ่นชวนให้รู้สึกดีที่สุด

 

            อืม สัญญา

 

            แล้วผมก็พยักหน้าตอบกลับไป ไม่ได้ตอบเพราะรู้สึกอยู่แค่ตอนนี้

            แต่ผมตอบเพราะมั่นใจว่าผมจะรู้สึกแบบนี้ตลอดไป

            ผมจะรอขึ้นชิงช้าสวรรค์มาดูวิวบนนี้กับพี่มาร์คแค่คนเดียว

            ต่อให้ต้องรอนานแค่ไหนก็ตาม ...

 

 

---------------- 100 % -----------------

 



 

PIN PIN TALK

ฟิคเรื่องนี้มีแต่คำว่าคิดถึง เพราะส่วนหนึ่งแต่งมาจากชีวิตจริงของไรท์ค่ะ

ทั้งจากชีวิตเด็กแลกเปลี่ยนที่ได้แรงบันดาลใจจากสาวน้อยเฮนลี่จากเยอรมนี

น้องสาวที่พูดเขียนฟังไทยเก่งเวอร์ และยังกินส้มตำพริกสิบเม็ดแข่งกับไรท์ได้ไม่แพ้ใคร

ก็ยังคงคิดถึงและรอให้นางกลับมากินส้มตำด้วยกันอยู่ 555555555555

อีกส่วนหนึ่งก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนๆที่โรงเรียน จากโรงเรียนเก่าที่โคตรคิดถึงแม้จะจบมาได้เกือบสองปีแล้วก็ตาม

ทุกครั้งที่ได้แต่งฟิคเรื่องนี้มันทำให้ไรท์อดคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นออกมาไม่ได้เลยค่ะ

อีกส่วนหนึ่งก็มาจากพี่ชายญาติแสนดีที่จากไปเกือบ 7 ปีแล้ว แต่ยังคงคิดถึงกันอยู่ และตอนนี้พี่ก็น่าจะไปเกิดแล้วล่ะ 555555

ส่วนสุดท้ายคือแรงบันดาลใจจากพี่ชายคนเกาหลีคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันเกือบหนึ่งปี มันเป็นความทรงจำที่งดงามยาก

จะลืม และมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ห่างกันคนละประเทศแล้ว แต่ก็ยังคงคิดถึง

 

เพราะฉะนั้นไรท์จึงนำเรื่องจริงของวันสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกันมาแต่งลงในตอนนี้ค่ะ อิอิ

วันนั้นจำได้ว่านั่งมองชิงช้าข้างๆเพื่อน แล้วอยู่ๆก็ร้องไห้ หันไปบ่นกับเพื่อนว่า ‘มึงกูโสดมาหลายปีแล้วนะ กูเหงา กูอยากมีใครสักคน’ 5555555555555 ดู๊ดูอิไรท์

แต่เรื่องจริงไรท์ไม่ได้ขึ้นนะคะ ได้แค่นั่งมองแล้วโดนลากกลับ *สมน้ำหน้านาง* 555555

แต่จริงๆถ้าได้ขึ้นวันนั้นก็คงไม่ขึ้นหรอกค่ะ

เพราะไรท์ตั้งใจไว้ว่าจะรอใครสักคนขึ้นไปนั่งด้วยกัน

ใครที่เป็นคนพิเศษจริงๆ :)

 

ขอให้ทุกคนเจอเพลงแห่งความทรงจำกันเร็วๆนะคะ

Enjoy Reading ค่ะ ^^

#ฟิคโฮสต์แฟม

(ปล.จบตอนที่ 25 นาจา)

    








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,023 ความคิดเห็น

  1. #1008 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 19:21
    งื้อออ เพลงของคู่นี้เลยเนอะ เพลงในความทรงจำ งื้อ
    #1008
    0
  2. #946 Bbam (@mowge) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 06:46
    เอาให้จบค่ะไรท
    #946
    0
  3. วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 01:37
    ตอนนี้มันดีจริงๆๆๆ
    #944
    0
  4. #942 irish_pp (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 23:55
    งื้อออ มันดีนะ แต่ก็แอบเศร้าอ่ะ ไม่อยากให้เขาจากกันเลย ไรท์แต่งได้อินมาก 555
    #942
    0
  5. #941 oni (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 23:08
    ซึ้งใจจังมาร์คแบมเก็บความทรงจำที่ดีๆต่อกันอีกไม่นานก็ต้องจากกันไป

    หวังว่าพี่มาร์คจะกลับมาหาแบมตามสัญญานะ

    ไม่อยากจะคิดถึงวันที่ต้องจากกันเลยจริงๆ คงจะเศร้ามาก เราคงจะได้เสียน้ำตาแทนมาร์คแบม

    ไรท์ฯเขียนเก่งจัง
    #941
    0
  6. #940 Tangmo KiD4869 (@kingkid) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:52
    รู้สึกมุ้งมิ้งมากอ่ะ
    #940
    0
  7. #939 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 11:19
    หูยยยยยย อ่านทอลก์ละน้ำตาไหลเลยอ่ะไรท์ ฮื่ออออออออ คิดถึงทุกคนเลยอ่ะ(?)
    #939
    0
  8. #938 MBY_626 (@miraculous_626) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 11:06
    โหมาจากส่วนหนึ่งในชีวิตไรท์งี้ทั้งเรื่องนี้ก็ความทรงจำทั้งนั้นเลย เราชอบมากเลยเพลง I just wanna อ่านเรื่องนี้ทีไรต้องเปิดวนตลอด พี่มาร์คกลับเมกาไปแล้วก็สไกป์คุยกับน้องบ่อยๆนะ
    #938
    0
  9. #937 muink Ka (@muink1915) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 11:04
    ชอบอ่ะมันดูเเบบมีคิดถึงอบอุ่นชอบบบบบบ
    #937
    0
  10. #936 biggertmb (@biggertmb) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 10:08
    แต่ก็ยังติดต่อกันได้นา อ่านไปก็น้ำตาซึมไปเบาๆค่ะ ฮา ตอนนี้มันรู้สึกอบอุ่นละมุนๆแต่ก็แอบโหวงๆนิดนึงด้วยความรู้สึกที่คิดว่าจะจากกัน กลิ่นอายความคิดถึงจริงๆค่ะ ปล.ขอให้ไรท์ได้พบเขาอีกครั้งนะคะ
    #936
    0
  11. #935 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 08:41
    แง้ว จะจากกัน แต่ติดต่อกันได้ กลับมาพบกันใหม่เนอะ
    #935
    0
  12. #934 HOMOsepien#987654321 (@luvlygooddie) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 06:55
    ไรท์จะไม่กินส้มตำอีกจนกว่าจะได้กินกับเธอคนนั้นสินะ555555555. คิดว่าแลมไม่ต้องเครียด ป๋ามาร์-อยู่แล้ว ตังแน่นกระเป๋าจรจะทะลัก เปย์ให้หนูได้ง่ายๆอยู่แล้วล่ะ555555 น่ารักจริงๆ คิดถึงความเกรียนน่ารักๆของแบมในเรื่องนี้ทุกวันที่ไม่ได้อ่าน55555
    #934
    0
  13. #933 Bbam (@mowge) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 06:47
    ตอนนี้มันดีจริงๆๆ
    #933
    0
  14. #932 Saika. (@tangmo2543) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 05:36
    ชอบตอนนี้อ่ะ คือแบบมีกลิ่นอายแห่งความคิดถึงจริงๆ
    #932
    0