[MarkBam] HOST FAMILY #ฟิคโฮสต์แฟม

ตอนที่ 21 : กฎของโฮสต์ข้อที่ 17 :: เป็นโฮสต์ต้องไม่ปากแข็ง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 มิ.ย. 59






กฎของโฮสต์ข้อที่ 17

'เป็นโฮสต์ต้องไม่ปากแข็ง'







    เสียงปิดประตูดังปึงพร้อมกับเด็กหนุ่มหน้าหวานที่คล้ายๆว่าจะเป็นลมจนต้องเอาตัวพิงกับประตูป้องกันไม่ให้ตัวเองล้มไปกองอยู่กับพื้นห้อง แบมแบมลดมือที่เพิ่งจัดการล็อคประตูเมื่อกี้ขยำกางเกงแน่น เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามมือชื้นแฉะตามไรผม ใจเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆที่ไม่ได้รัวเร็วหรือตกใจ แต่มันกลับทำให้หัวสมองและความรู้สึกของเด็กหนุ่มว่างเปล่าไปชั่วคราว แบมแบมยืนนิ่งไม่ไหวติง ในหัวตอนนี้สับสนและวุ่นวายจนอยากจะบ้าตาย ได้แต่ตะโกนในใจอยู่คนเดียวว่า ...




    .


    .


    .


    .


    .



    โว้ยยยยยยยยยยยยย! ไอ้พี่มาร์คคคค!!! ไอ้คนนิสัยไม่ดี ! ไอ้คนขี้แกล้ง ! ไอ้พี่บ้าาาาาา !!!!





    ครับ ผมแบมแบมคนเดิมเพิ่มเติมเดี๋ยวบอกครับไม่ต้องตกใจไป ไม่ต้องงงด้วยว่าผมโวยวายอะไรอีก เพราะถ้าทุกคนมาเจอเหมือนที่ผมเจอเมื่อกี้ก็คงจะสติแตกไม่ต่างจากผมตอนนี้แน่นอน อยากรู้ล่ะสิว่าผมเจออะไร อ่ะเดี๋ยวกดรีเพลย์ให้





    Replay :: 10 m ago





    'เป็นแฟนกันมั้ย' ทันทีที่คำพูดสุดสะพรึงต่อการเต้นของหัวใจผมหลุดออกมาจากปากคนที่ค่อมผมไว้กับกำแพง สมงสมองสติสตังสะระนังคัชฉามิทุกสิ่งอันของกันต์พิมุกต์ก็หลุดลอยออกไปแบบไม่ทันตั้งตัวเลยล่ะครับ ผมอึ้งแบบคนพูดไม่ออกเอาแต่มองหน้าพี่มาร์คแบบสะตั้น คราวนี้ผมไม่ตกใจมากเพราะพี่มาร์คแม่งก็ออกตัวแรงอยู่แล้วว่าชอบผม เพียงแต่ที่ผมสะตั้นไปก็เพราะนี่มันเป็นครั้งแรกที่มีคนมาขอเป็นแฟนน่ะครับ คือผมก็เคยคิดว่าถ้าถึงตอนที่มีใครสักคนขอเป็นแฟนจะรู้สึกยังไง ผมว่าตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะ ....





    '........... เอ่อ .." อาการติดอ่างแบบทำตัวไม่ถูกเล่นงานผมทันที เกิดความเงียบระหว่างผมกับพี่มาร์คอยู่เกือบนาที จนพี่มาร์คหัวเราะออกมาพร้อมทั้งขยี้หัวผมอย่างแรงก่อนจะพูดว่า





    'เลิกตกใจได้แล้ว พี่ซ้อมเฉยๆ!'





    ห้ะ !!





    ห้ะ !!!





    ห้ะ !!!!!




    ซ้อม !





    ซอออซอม ซอมไม่โท ซ้อม อ่ะนะ !





    'อะไรนะ ซ้อม !!!!' จากที่พูดไม่ออกอยู่เมื่อกี้ก็กลับกลายเป็นว่าคำด่ามากมายมากองอยู่แถวๆคอหอยรอให้ผมพ่นออกมาเต็มที่ทันที หนอยยยย!! ซ้อมงั้นเหรอ ! เรื่องแบบนี้ใครเค้าซ้อมกันห้ะพี่มาร์ค แบมเกือบหัวใจวายตายแล้วนะโว้ยย!





    'พี่มาร์ค!  ..... ไอ้พี่! .... คน! ... ฮึ่ย!!'





    สุดท้ายไอ้ที่อยากจะด่าจะว่า ผมก็ทำได้แค่บ่นในใจแล้ววิ่งขึ้นห้องมายืนเล่าให้ทุกคนฟังอยู่นี่แหละครับ หืออออ .... โคตรเศร้าเลยชีวิต





    ผมเดินมาทิ้งตัวลงกับที่นอนอย่างแรงแล้วดิ้นไปมาเหมือนคนบ้า ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อม ซ้อมม แบมมมม พี่เค้าบอกว่าซ้อมโหวยยย นี่ขนาดซ้อมนะมึงงง นี่ขนาดซ้อมนะ ถ้าซ้อมมึงยังเป็นได้ขนาดนี้ ถ้าของจริงล่ะ .... ผมคงตายไปเลยชัวร์





     จริงๆมันก็น่าโมโหนะครับลองคิดดูสิ กล้าล้อเล่นกับแบมนะไอ้พี่บ้า เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวก่อนนะ จะแกล้งแบมมากเกินไปละนะ! ผมดิ้นไปมาแล้วก็ได้แต่นึกโมโหคนที่อยู่ในห้องตรงข้าม ป่านนี้คงจะนั่งขำผมตายแล้วล่ะสิ ไม่รู้ตอนที่โดนแกล้งหน้าผมจะเหวอขนาดไหนอ่ะ แล้วถ้าสมมุติว่าผมเผลอตกลงไปเร็วกว่านี้แล้วไอ้พี่บ้ามาบอกว่าซ้อม ผมไม่หน้าแตกพอดีเร๊อะ! ....





    ฮึ่ย! นอนเถอะ! พอแล้ว เลิกคิด !





    ผมพลิกตัวซุกหมอนแล้วหลับตาลงพยายามจะไม่คิดถึงเรื่องนี้ กะจะปล่อยมันไปแล้วทำตัวชิลเหมือนเดิม ภายในห้องเงียบจนเหมือนว่าผมจะหลับไปจริงๆ





     "............."












     " zzzzz"












     "-*-"










      แต่สุดท้ายแล้วก็ ...















    ไอ้พี่มาร์คคคคค!! ใครใช้ให้เสนอหน้าเข้ามาในหัวแบมอีกแล้วเนี่ย! ออกป้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ! ~






    หือออออออออ แกล้งแบมดีนักใช่มั้ย ได้! งั้นเดี๋ยวเจอกันไอ้พี่บ้า !!





    ต่อจากนี้จะไม่มีแบมแบมคนขี้เขินอีกต่อไป !! คอยดูนะมาร์คต้วน





    ผมจะทำให้พี่เป็นฝ่ายหัวหมุนแทนบ้าง คอยดู!











    แต่ว่าตอนนี้ขอล่ะ










    ช่วยออกไปจากหัวแบมก่อนสักทีจะได้ม้ายย ToT










    "อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ออกป้ายยยยยยยยยยยย"




    .


    .


    .


    .


    .


    .


    .





    "ฮัดชิ่ว!" คนหน้าหล่อที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงจามออกมาอย่างแรงจนต้องเด้งตัวขึ้นมานั่ง มาร์คยกมือขึ้นถูจมูกไปมาไม่ได้คิดอะไร แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆเสียงตะโกนของคนน้องดังออกมาจากห้องตรงข้าม





    [อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!! ออกป้ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!!]





    "หึ เด็กบ๊องเอ้ย" มาร์คอมยิ้มมุมปากแล้วส่ายหัวไปมา ใบหน้าหล่อหันไปมองทางประตูห้องเหมือนจะจ้องให้ทะลุไปให้เห็นคนอีกห้องหนึ่ง ในหัวตอนนี้มีแต่ภาพของแบมแบมปรากฎเต็มไปหมด มาร์คยกยิ้มมากขึ้นยามนึกถึงใบหน้าเหวอของคนตัวเล็ก แล้วก็ต้องยิ้มกว้างจนหลุดหัวเราะออกมาคนเดียวอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้







    'ปากแข็งดีนักนะแบมแบม ได้เวลาพี่มาร์คเวอร์ใหม่ออกโรงแล้วล่ะมั้งงง ...'












     งานนี้ถ้าอยากได้เจ้าตัวเล็กมาเป็นของมาร์คต้วน เห็นทีคงต้องทำอะไรมากกว่านี้แล้วสินะครับ !









     - คืนก่อนวันกีฬาสี -



    "เชี่ยแม่ง ลืมอะไรไม่ลืมแม่งลืมกระเป๋าตัง จะหายมั้ยวะมึง" เสียงบ่นของผู้ชายตัวหมีที่เดินอยู่ข้างๆผมดังงุ้งงิ้งมาตลอดทาง ตอนนี้เวลาสี่ทุ่มแล้วแต่ผมกับไอ้ยูคก็ยังอยู่ที่โรงเรียนครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวันกีฬาสีไงครับ เย้ !~ แล้วประเด็นคือเกี่ยวอะไร ? มาๆ จะอธิบายให้ฟัง ก็คือว่าพรุ่งนี้เป็นวันกีฬาสีใช่ม้าาาาาา แล้วตอนเช้าก็จะมีเดินขบวนพาเหรดและพิธีเปิด ดังนั้น! รุ่นพี่จึงบังคับให้คนที่เดินขบวนนอนที่โรงเรียนเพื่อจะได้สะดวกต่อการแต่งตัวแต่งหน้าของคนเดินขบวนนับร้อยชีวิตนั่นเอง อื้อ นั่นแหละ เข้าใจที่ผมอธิบายมั้ย ?





    "กูว่ามึงหยุดบ่นแล้วรีบเข้าไปหาไป กูจะได้กลับไปตีฮอนกับเชี่ยปลื้มต่อ" ผมยกข้ออ้างแล้วรีบดันไอ้ยูคเข้าห้องน้ำไป ก่อนหน้านี้ผมกำลังนั่งเล่นเกมส์กับไอ้ปลื้มที่หอบโน๊ตบุ๊คมาเล่นเกมส์อยู่ที่ห้องโสตที่เค้าจัดให้นอนอ่ะครับ แล้วอยู่ๆไอ้ยูคก็เข้ามาลากผมให้เดินมาห้องน้ำเป็นเพื่อนเพราะแม่งกลัวผีไม่กล้ามาคนเดียว เอิ่ม .... ตัวหมีใจมดมากให้ตายสิคุณยูคยอมมมมม





    ผมยืนรอมันอยู่หน้าห้องน้ำราวๆ 5 นาที แต่มันก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมา อ๋อลืมบอกไปว่าไอ้สองตัวนี้มันไม่ได้เดินขบวนหรอกครับ แต่แม่งอยากมานอนด้วยเฉยๆ ก็เลยเนียนมานอนด้วย ผมยกนาฬิกาที่สวมอยู่กับข้อมือขึ้นมาดูสลับกับชะโงกหน้าดูทางออกไปด้วย ช้าจังเนี่ยยยย แถวนี้ก็ยิ่งเงียบๆอยู่ การยืนอยู่ข้างนอกคนเดียวไม่ค่อยดีเท่าไหร่อ่ะผมว่านะ บรรยากาศยามค่ำคืนเงียบสงัด ได้ยินเสียงพูดคุยเบาๆดังมาจากตึกที่ตั้งห่างออกไป ลมเย็นๆพัดมาปะทะต้นคอให้ขนลุกเล่น ผมหันมองซ้ายขวาไปมาอย่างกลัวว่าจะมีใครมายืนด้วย บรึ๋ยยยยยย ~ ขนลุกไปหมดแล้วนะ รีบออกมาสักทีดิวะไอ้ยูคคค





    "แบม!"





    "เห้ย!!" มือหนาวางหมับลงกับไหล่จนผมตกใจเผลอร้องออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว หันขวับมาด้านหลังก็พบว่าคนที่ทำผมใจหายใจคว่ำกำลังยืนยิ้มให้แบบงงๆ





    "ไอ้เตนล์!" ไอ้เตนล์ยิ้มแล้วยกมือขึ้นทักทาย ผมจึงถอนหายใจอย่างแรงแล้วยกมือขึ้นทักทายกลับ





    "หวัดดีแบมแบม"





    "โหยยยยยย ตกใจหมดเลยอ่ะ มาเงียบๆไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะ"





    "ก็เราจะมาเข้าห้องน้ำพอดี เห็นแบมยืนอยู่คนเดียวก็เลยมาทักทายไง แล้วนี่มายืนทำอะไรอยู่คนเดียวตรงนี้เนี่ย"





    "พาไอ้ยูคมาหากระเป๋าตังอ่ะ แม่งลืมไว้แล้วไม่กล้ามาคนเดียว"





    "อ๋อ งั้นเดี๋ยวเรายืนรอเป็นเพื่อนละกัน" ไอ้เตนล์พูดเองเออเองตัดสินใจเองโดยไม่ฟังผมสักนิด มันขยับมายืนข้างๆทำท่าปักหลักรอเป็นเพื่อนจริงๆ ผมเลยรีบยกมือส่ายหัวรัวๆเพื่อห้ามมันทันที





    "เห้ยไม่ต้องๆๆๆๆๆ ไปเข้าห้องน้ำเหอะ เรารอคนเดียวได้ ไม่เป็นไรหรอก" ผมดันไอ้เตนล์ให้ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวแม่งมาเป็นนิ่วตายเพราะไม่ได้เข้าห้องน้ำ ผมรู้สึกผิดตายเลยดิ แต่ดูเหมือนว่าไอ้คนตัวสูงกว่าผมมันยังไม่ยอมเข้าไปง่ายๆน่ะสิครับ ยังยืนยิ้มไม่ขยับสักนิดทั้งๆที่ผมแทบจะเปลี่ยนจากผลักมาเป็นถีบส่งมันเข้าไปละเนี่ย!





    "แต่เราอยากรอเป็นเพื่อนแบมอ่ะ" ไอ้เตนล์ดื้อต่อต้านผมแล้วจัดการการรวบมือผมที่ผลักมันอยู่ไว้จนผมทำอะไรมันไม่ได้นอกจากยืนจ้องหน้ามันเอือมๆ แหม่ สนิทกันขนาดไหนเนี่ยมาจับมงจับมือผม เนียนเลยยยย





    "โอ้โหววว คุณเตนล์ครับ ไม่ต้องมายืนรอเป็นเพื่อนผมหรอกครับ เชิญคุณเตนล์เข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองให้เสร็จก่อนจะเป็นนิ่วตายดีกว่านะครับ ไป๊! ไปเข้าห้องน้ำไป๊ ชิ่วๆ" ไอ้เตนล์หัวเราะออกมาเมื่อผมพูดจบด้วยท่าทางกะโหลกกะลา มันหัวเราะจนตายิ้มแล้วค่อยๆหันมาพูดกับผม





    "แบมแบมนี่น่ารักดีเนอะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆก็พากันชอบแบมไปหมด" ไอ้เตนล์พูดอวยผมด้วยหน้าตาที่จริงใจไม่ผสมประจบจนผมแอบเขินเล็กน้อย เหวยยยย อย่าเอาเรื่องจริงมาพูดดิเหวยยยย พี่แบมเข้าใจเหวยยย ใครๆก็ชอบพี่แบมอ่ะนะ เอ้าจริงๆนะคุณผู้อ่าน ไม่เชื่อหันไปถามคนข้างๆดู





    "เห้ยไม่ต้องชม เรารู้ตัว" ผมยักคิ้วกวนๆให้มันแล้วยิ้มใส่





    "เออแบมแบม จริงๆแล้วเรามีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย ว่าจะถามนานแล้วแต่ไม่ค่อยเจอแบม วันนี้เจอกันสักที" อยู่ๆไอ้เตนล์ก็เปลี่ยนสีหน้าหันมามองผมเมื่อมันนึกถึงเรื่องอะไรขึ้นมาได้ ผมเลยหันหน้าไปมองมันนิ่งเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย





    "อะไร"





    "คือเรามีเรื่องจะรบกวนแบมอ่ะ"





    "ก็ว่ามาดิ รอฟังอยู่เนี่ย"





    "คือ เราอยากให้แบมช่วยไปพากย์เสียงให้เราหน่อยอ่ะ"





    "ห้ะ พากย์เสียง พากย์เสียงอะไรวะ ?" ผมอ้าปากขมวดคิ้วสงสัยใส่มัน จนมันต้องรีบอธิบายอย่างเร็วเหมือนกลัวผมจะเปลี่ยนใจไม่ช่วย





    "คือๆๆๆ คืออย่างงี้ คือว่าเราทำงานกลุ่มเว้ย วิชาภาษาอังกฤษสื่อสาร แล้วทีนี้ครูเค้าให้ทำสารคดีท่องเที่ยว แล้วให้ตัดต่อเป็นภาษาอังกฤษ แต่ปัญหาคือเพื่อนที่จะให้พากย์ตอนแรกอ่ะ มันดันคออักเสบ ใช้เสียงไม่ได้เลย แล้วงานก็ต้องส่งอาทิตย์หน้าแล้ว เราเลยจะมาขอให้แบมช่วยหน่อย"





    "อ้าว แล้วทำไมไม่ให้เพื่อนที่เหลือพูดอ่ะ ไม่ก็พูดเองดิ" ผมหันมองแล้วพูดใส่มันอย่างอดถามไม่ได้ ไอ้เตนล์พอได้ยินก็ปล่อยมือผมที่มันรวบไว้แล้วยกมือขึ้นไหว้ทันที เดือดร้อนผมต้องรีบบอกให้มันเอาลง






    "โหวแบม คือแต่ละคนไม่เก่งอังกฤษเลยดิ เราเห็นว่าแบมเก่งภาษาอังกฤษก็เลยมาขอความช่วยเหลือนี่แหละ แบมช่วยหน่อยนะ นะ ไหว้ล่ะ"




    "เห้ยๆๆ ไม่ต้องไหว้ๆ อายุสั้นกันพอดี"





    "แบมช่วยกลุ่มเราด้วย พลีสสส"





    "เออๆๆๆ ช่วยก็ได้ๆ ไม่ต้องไหว้แล้ววววว"





    "จริงนะ!"





    "อื้ออออ"





    "ใจดีเว่อร์ ขอบคุณมากๆๆ โหวววว ขอบคุณๆๆๆมากขอรับศิษย์พี่" ไอ้เตนล์สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้โดยสิ้นเชิงจนผมปรับอารมณ์ตามไม่ทัน แววตาของมันดูสดใสจนผมอดอารมณ์ดีไปกับมันไม่ได้ มันทรุดเข่าลงกับพื้นต่อหน้าผมแล้วคำนับประหนึ่งผมเป็นศิษย์พี่ผู้ถ่ายทอดวิชาให้มันยังไงยังงั้นเลย โหยยยยยย เล่นใหญ่ตลอดเลยไอ้นี่





    "เออๆๆ ช่วยๆๆ ช่วยแน่นอน ไม่ต้องดีใจขนาดนั้น"





    "งั้นเดี๋ยววันเสาร์นี้เราส่งรถไปรับที่บ้านนะ สักประมาณ 10 โมงเช้า โอเคป้ะ"





    "เอออ แล้วจะส่งรถมารับน่ะ รู้จักบ้านเราแล้วอ่อ"





    "รู้น่า ไม่ต้องห่วงหรอก" ไอ้เตนล์ตอบด้วยแววตาดูมีเงื่อนงำ มันยกยิ้มมุมปากใส่ผมแล้วหัวเราะหึหึ





    "รู้ได้ไงวะ นี่เป็นสตอกเกอร์เราป้ะเนี่ย แบบตามรอยเราอะไรประมาณนี้อ่ะ"





    "โหคิดไปนั่น เรารู้จักเพราะบ้านไอ้ปลื้มอยู่ใกล้บ้านแบมไง" เออว่ะ ผมก็ลืมไปว่ามันสองคนอยู่ห้องเดียวกัน ก็คงจะรู้จักบ้านกันล่ะมั้ง





    "อ๋อออออ โอเคๆ งั้นสิบโมงนะ อย่าสายล่ะ"





    "โอเค ขอบคุณมากนะ แบมใจดีจริงๆ" พูดจบไอ้เตนล์ก็ถือวิสาสะจับมือผมไปแล้วโค้งคำนับใส่ผมทั้งๆมันยังนั่งอยู่กับพื้น มันเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ แต่แล้วอยู่ๆแววตาของมันก็เปลี่ยนไป ไอ้เตนล์อยู่ๆก็ชะงักก่อนจะลากสายตาจากหน้าผมค่อยๆมองไปยังด้านหลังผมซึ่งเป็นแค่ทางเดินมืดๆ สายตาของมันกำลังจ้องอะไรบางอย่างอยู่จนผิดสังเกตุ ผมจึงค่อยๆมองตามสายตาของมันไปข้างหลังช้าๆ แต่เมื่อหันไปมองก็พบกับทางเดินเชื่อมอาคารที่ว่างเปล่าและมืดมีแค่ไฟข้างทางพอให้แสงรำไร ผมหันหน้ากลับมามองหน้ามันซึ่งเลื่อนสายตามามองหน้าผมพอดี มันยิ้มเบาๆ





    "ไอ้เตนล์ มองอะไรอ่ะ"





    "เปล่า เราไม่ได้มองอะไร" หืม จะมาบอกว่าไม่ได้มองอะไรได้ไง ก็เห็นอยู่ว่ามองอ่ะ เอ๊ะไอ้นี่ ทำตัวหลอนนะ





    "ไม่ได้มองอะไรเหรอ จริงดิ"





    "จริงๆ"





    "เออๆ แล้วไปๆ ลุกขึ้นเถอะ" ผมตัดบทแบบขี้เกียจถามแล้วก็บอกให้มันลุกขึ้น ไอ้เตนล์มองหน้าผมแล้วลุกขึ้นปัดเศษดินตามกางเกงออกจนหมด





    "ถ้างั้นเรากลับห้องก่อนนะ ไว้เจอกันแบมแบม บาย" ไอ้เตนล์พูดจบก็รีบโบกมือให้แล้วหันหลังเดินออกไปทันที ทิ้งผมไว้ที่เดิมกับความเงียบและความวังเวงเช่นเดิม โอ๊ยยย กลับมาอยู่คนเดียวอีกแล้วให้ตายสิ เอ๊ะเดี๋ยวนะ ไหนตอนแรกมันบอกว่ามันจะมาเข้าห้องน้ำไง แล้วทำไมไม่เข้าวะ นึกถึงห้องน้ำขึ้นมาผมก็ลืมไปเลยว่าไอ้ยูคแม่งเข้าไปนานมากละนะ เห้ยยย ตายยังวะครับคุณคิมยูค ฮันโล่ววววววววว





    เมื่อรู้สึกว่าไอ้ยูคหายเข้าไปนานจนเกินไป ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรออกหามัน มือจับเอาโทรศัพท์เครื่องสวยแนบหูฟังสัญญาณ สายตาก็หันมองรอบๆตัวอย่างหวาดๆ โหยย แถวนี้ก็เงียบไปนะ ผมกวาดสายตามองไปรอบๆตัว เสียงลม เสียงจิ้งหรีดคละกับเสียงคนคุยกันที่ดังแว่วมาจากที่ไกลๆทำให้บรรยากาศมันดูหนังผีมากขึ้นกว่าเดิมอีกอ่ะครับ TT เสียงกุกกักดังมากจากพุ่มไม้ทั้งๆที่ตรงนั้นมันไม่มีอะไรอยู่เลยสักนิด ผมหันขวับไปมองในใจก็ภาวนาให้มันเป็นน้องหมาน้องแมวอะไรก็ได้ เสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ดังแต่ไม่มีคนรับอยู่ๆก็ตัดไป ผมจึงลดมือลงมามองดูหน้าจอ เสียงไอแก่ๆซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นของลุงยามหรือใครดังขึ้นท่ามกลางความเงียบจนผมเผลอสะดุ้ง ผมก้มลงมองจอมือถือเพื่อกดโทรหาไอ้ยูคอีกครั้ง เอาจริงๆตอนนี้เริ่มรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องผมอยู่และไม่ได้คิดไปเองด้วยครับ ToT ทุกอย่างเงียบซะจนได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังอีกครั้ง ผมรู้สึกว่ามีคนกำลังมองผมจริงๆนะครับ เห้ยยย ไอ้ยูค ถ้าไม่ออกมาจะไปแล้วนะ โอ้โหวว มาแล้วครับ เสียงเท้าของคนดังขึ้นด้านหลังผม มันมาแล้วสินะ ... ทั้งๆที่มันไม่มีใครอยู่แถวนี้เล้ยยย! ถ้างั้นเสียงเท้าใครล่ะ โว้ยยยยย หืออออ ผมหลับตาลงแล้วเผลอกำมือแน่น ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนั้นทั้งๆที่มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ๆผม ช้า ๆ ช้า ๆ ช้าๆ และ ...


























    วิ่งสิครับ! จะอยู่ทำไรล่ะ !





    วิ่งงงงงงงงงงงงงงงงงง!!! แบมวิ่งเลยมึงงงงงงง!!!












    "แบม! จะวิ่งไปไหน!" เสียงฝีเท้าเมื่อกี้วิ่งตามผมมาจนจับตัวผมไว้ได้ทัน แรงดึงจากข้อมือใหญ่ทำเอาผมต้องหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเสื้อเชิ้ตสีดำและกลิ่นอันแสนคุ้นเคย ทายสิครับว่าใคร ...





    ก.พี่มาร์ค


    ข.มาร์คต้วน


    ค.กันต์พิมาร์ค


    ง.ถูกทุกข้อ







    "พี่มาร์ค!!!" ผมตวัดสายตามองคนตรงหน้าแล้วก็อยากจะล้มไปกองอยู่ตรงนั้น โอ๊ยยยยยยยยยยยย ตกใจมั้ยล่ะ มาอะไรเงียบๆทำตัวอย่างกับผี ผมหายใจรัวๆแล้วเอามือข้างที่ว่างชันกับเข่าอย่างหมดสภาพ โอ้โหว ใจนี่เต้นรัวคูณจังหวะสามช่าเข้าไปเลยครับ ขุ่นพระ!





    "มาทำอะไรคนเดียวตรงนี้ห้ะ!" อยู่ๆพี่มาร์คก็ก้มมองหน้าผมแล้วถามเสียงดังจนผมตกใจก่อนจะบีบข้อมือผมจนแอบเจ็บไปหมด ส่งผลให้ผมนิ่วหน้าอัตโนมัติทันที





    "เห้ยพี่มาร์ค แบมเจ็บ" ผมยืดตัวขึ้นเงยหน้ามองคุณชายให้เต็มๆตา ก็เพิ่งเห็นชัดว่าสีหน้าของพี่มาร์คดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เห้ย .... เป็นอะไรวะ





    "พี่ถามว่ามายืนทำไมคนเดียวตรงนี้ พี่เคยบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าอยู่คนเดียว เชื่อกันบ้างมั้ยห้ะ!" อยู่ๆพี่มาร์คก็ดูอารมณ์เสียแบบผมไม่เคยเห็นมาก่อน เดี๋ยว ผม ... ผมทำอะไรผิดวะ ? เอิ่มไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว





    "เห้ยพี่มาร์คใจเย็นๆก่อน เป็นอะไรเนี่ย" ผมส่งแววตางุนงงใส่คนตรงหน้าจนพี่มาร์คเผลอถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัว





    "พี่บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าห้ามไปไหนมาไหนหรืออยู่คนเดียว มันอันตราย"





    "ป่าวนะ แบมแค่พาไอ้ยูคมาหากระเป๋าเอง แบมไม่ได้มาคนเดียวนะ" ผมตอบพี่มาร์คเสียงอ่อยแบบกลัวๆ หือ ผมไม่เคยเห็นพี่มาร์คเป็นแบบนี้เลยอ่ะ เป็นไรวะเนี่ย หรือเปลี่ยนทรงผมแล้วก็เปลี่ยนนิสัยไปด้วยวะ แบดเชียว โหดดด





    "แล้วไหนล่ะยูค"





    "มันอยู่ในห้องน้ำง่ะ -3-" ผมลองพูดแบบเด็กน้อยใส่แต่พี่มาร์คก็ยังทำหน้าดุจนผมแทบหุบปากเก็บไม่ทัน ไม่ตลกสินะ ._.





    "แล้วเมื่อกี้คุยกับใคร"





    "อะ ... อ๋อ เมื่อกี้เหรอ พี่มาร์คเห็นมาตลอดใช้ม้ะ พี่เห็นแล้วจะมาถามแบมทำไมอีก วุ้วว"





    "ตอบมาแบมแบม อย่าเปลี่ยนเรื่อง" อู้วววว โหด





    "มะ .. เมื่อกี้คุยกับเพื่อนอ่ะ"





    "เพื่อนอ่ะใคร" ผมเผลอกลืนน้ำลายไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เชี่ยยยยยยยย ขอหยาบคาย พี่แม่งเป็นไรเนี่ย ทำตัวเหมือนผีแล้วยังจะมาดุผมอีก ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเมียที่แอบหนีมาเที่ยวผับแล้วผัวมาตามกลับบ้านเลยอ่ะครับ โอ๊ะผิดๆ 55555 มันใช่เวลาตลกมั้ยล่ะ วุ้ววว ~ ผมเงยหน้าสบตากับพี่มาร์คส่งสายตาให้กันปิ๊งๆๆ ก่อนจะตอบพี่มาร์คแบบเสียงอ่อยๆเมื่อสีหน้าของคนตรงหน้าแสดงออกมาว่า ไม่ตลก ...





    "เตนล์ ไอ้เตนล์อ่ะ" ผมตอบพร้อมกับลอบมองสีหน้าของพี่มาร์คที่เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำตอบของผม พี่มาร์คแสดงสีหน้าเรียบนิ่งออกมาจนผมใจหายวูบลงไปมากกว่าเดิม ไอ้หย่าาา เป็นไรอีกว้าาาา





    "อย่ายุ่งกับคนๆนี้บ่อยได้ป้ะ" เสียงห้วนๆดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดหลุดออกมาจากคนตรงหน้าแบบที่ทำเอาผมยังแอบสะตั้นเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน พี่มาร์คพูดแล้วหันมามองหน้าผม อะไรของเค้าวะ ง๊งเลยแบมแบม





    "อ้าวทำไมอ่ะพี่มาร์ค เพื่อนแบมนะ" เหมือนว่าคำตอบของผมจะไปกระตุกต่อมปีศาจของมาร์คต้วนเข้าอีกรอบ พี่มาร์คเผลอบีบข้อมือผมแน่นจนผมเผลอร้องออกมา





    "โอ๊ยพี่มาร์ค! เจ็บ ปล่อย!"





    "พี่ไม่ชอบให้เรายุ่งกับคนนั้นเลย"





    "ทำไม่เล่า ! พี่มาร์คเป็นอะไรเนี่ย อยู่ๆก็มาโวยวาย เป็นอะไร!" ผมชักจะไม่เข้าใจกับการกระทำของพี่มาร์คแล้วนะ อะไรเนี่ย เมื่อเย็นเจอกันก็ยังดีๆอยู่เลย อยู่ๆก็มาโวยวาย อะไร๊! จะโมโหแล้วนะ





    "พี่ไม่โอเคกับคนนั้น"





    "อะไรพี่มาร์ค ไอ้เตนล์มันก็เพื่อนแบมนะ! เป็นอะไรของพี่เนี่ยห้ะ"





    "แบม พี่รู้สึกไม่ดีกับคนนั้น พี่รู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล อย่ายุ่งกับเค้าได้มั้ย"





    "พี่มาร์ค คิดมากไปป้ะ"





    "พี่คิดมากก็เพราะเป็นแบมไง พี่เป็นห่วงนะเว้ย! รู้บ้างป้ะเนี่ย!" พี่มาร์คหลุดเสียงดังใส่ผมอีกครั้งจนผมตกใจเกือบสะดุ้ง แต่ลึกๆกลับแอบยิ้มเงียบๆอยู่คนเดียว หืม เป็นห่วงเหรอ งื้ออออออ เขิน -///////- เดี๋ยว! ไอ้แบม มันใช่เวลาป้ะ ! เค้าหยอดมาก็ไปไม่เป็นเลยนะมึง โหหห ไอ้แบม! ไอ้คนใจง่าย อิใช้ร่างกายเปลือง ตั้งสติมึง! มึงต้องตั้งสติ




  


    "พี่มาร์ค ใจเย็นๆนะ โอเคแบมรู้แล้วๆ"   สีหน้าของคนตัวสูงดูจริงจังจนผมต้องยอมไปก่อนเพื่อให้พี่มาร์คสบายใจ ถึงผมจะไม่รู้ว่าพี่มาร์คกำลังสงสัยอะไรหรือเป็นอะไร แต่ก็เห็นแก่ความเป็นห่วงก็แล้วกันนะ





    พี่มาร์คหลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อปรับอารมณ์ ผมได้แต่มองหน้านิ่งไม่กล้าพูดอะไร มือใหญ่ที่จับข้อมือผมไว้แน่นค่อยๆคลายออกแล้วเลื่อนลงมาจับมือผมไว้แทน อยู่ๆพี่มาร์คก็พูดอะไรบางอย่างออกมา เล่นเอาผมแอบใจหวิวๆไปเหมือนกัน





    "แบม แบมก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบเวลาไม่เห็นแบมอยู่ใกล้ๆ แต่บางครั้งที่ต้องห่าง แบมอย่าอยู่คนเดียวได้มั้ย พี่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก" พี่มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ทำให้ผมนึกไปถึงตอนที่ผมเกือบถูกไอ้ตินท์จับไปที่สวนสัตว์ พี่มาร์คพูดด้วยสีหน้าดูไม่สบายใจแล้วก็เผลอกุมมือผมแน่น





    "พี่เป็นห่วง ไม่รู้สิ พี่กลัวนะแบม อยู่ๆพี่ก็รู้สึกไม่ดี อยู่ๆพี่ก็กลัว กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแบมอีก" ผมนิ่งไปแบบพูดอะไรต่อไม่ถูก ได้แต่นิ่งฟังคนตรงหน้าพูดต่อไป แววตาของพี่มาร์คที่แสนสดใสและเป็นประกายอยู่เสมอตอนนี้ทำไมดูหม่นหมองและดูหวาดกลัวก็ไม่รู้ ผม .... ผมพูดอะไรไม่ออกเลยแหะ ._.





    วันนี้นอกจากตอนเช้าที่มาโรงเรียนด้วยกัน ผมก็ไม่ได้เจอกับพี่มาร์คอีกเลยล่ะครับ เพราะเราสองคนถูกแยกไปอยู่คนละห้อง





    "แบม ไปจากตรงนี้เถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเอง" พี่มาร์คปรับอารมณ์และคำพูดจนเป็นปกติ แต่ยังดูหวาดหวั่น ผมเริ่มรู้สึกไม่ปกติละนะ มันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ ... ผมไม่กล้าถามไง





    "พี่มาร์ค ...." พี่มาร์คจับมือผมแล้วเดินนำออกไปได้ไม่กี่ก้าว ผมก็ขืนตัวอยู่กับที่แล้วกระตุกมือที่ถูกกุมอยู่ออกเบาๆ พี่มาร์คหันมามองด้วยแววตาสงสัย





    ".........." ผมเงียบ พี่มาร์คก็เงียบ รอบตัวเงียบสงัดไร้ผู้คน แววตาสีสนเท่ห์แสนมีเสน่ห์ของคนตรงหน้าผมส่งมาให้อย่างรอฟังผมพูด ผมมองหน้าพี่มาร์คแล้วก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปชิดคนตรงหน้ามากขึ้น ก่อนจะใช้สองแขนของตัวเองยกขึ้นเพื่อ 'กอด' คนๆนี้เอาไว้เต็มอ้อมแขน







    ผมไม่รู้ว่าพี่มาร์คเป็นอะไร





    แล้วก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น





    แต่ผมรู้ว่าพี่มาร์คกังวลเพราะเป็นห่วงผมมาก





    ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง แต่ก็ขอใช้วิธีนี้แทนละกันนะครับ





    พี่มาร์คปลอบผมมาหลายครั้ง ครั้งนี้ให้ผมปลอบพี่บ้างนะพี่มาร์ค





    


    "พี่มาร์คแบมขอโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วงน้าาา" ผมกอดพี่มาร์คแน่นแล้วหลับตาพริ้มซุกกับอกแสนอบอุ่น ได้ยินเสียงหัวใจเต้นด้วยล่ะ พี่มาร์คเหมือนคนทำตัวไม่ถูก ได้แต่เงียบแล้วค่อยๆยกมือขึ้นมากอดผมไม่พูดอะไร พี่มาร์คคงจะตกใจล่ะมั้งที่ผมทำอะไรแบบนี้ ครับ นี่ครั้งแรกที่ผมรู้สึกเป็นห่วงใครขึ้นมาจริงๆแล้วก็ทำแบบนี้กับพี่มาร์คครั้งแรกด้วย





    "แบมจะไม่อยู่คนเดียวอีกแล้ว พี่มาร์คไม่ต้องห่วงแบมนะ"





    ".........."





    "แบมขอโทษษษ"





    "เด็กดื้อ ...." ผมได้ยินเสียงบ่นเบาๆดังออกมาจากปากพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ พี่มาร์คดันตัวผมออกแล้วจ้องหน้า





    "เมื่อกี้เตนล์จับมือไหน"





    "ห้ะ ?" อยู่ๆพี่มาร์คก็ถามออกเล่นเอาผมหลุดห้ะออกมา งง อะไรของเค้า





    "พี่ถามว่า เมื่อกี้เตนล์จับมือข้างไหน"





    "ทำไมอ่ะ จะรู้ไปทำไม"





    "บอกมา" พี่มาร์คกดเสียงต่ำอย่างขัดใจเมื่อผมไม่ยอมตอบสักที หูยยยย ทำไมเดี๋ยวนี้โหดจังวะ





    "ข้างซ้าย" ผมยกมือซ้ายโชว์คนตรงหน้าช้าๆแบบเด็กโดนจับได้ว่าขโมยของกิน พี่มาร์คหน้านิ่งแล้วกดยิ้มมุมปาก สายตาเจ้าเล่ห์ตวัดมองผมเหมือนจะแกล้ง แล้วคุณชายมาร์คต้วนก็ดึงมือข้างซ้ายผมไปหน้าตัวเองแล้ว ..... ใช้ปากเป่า ? ห้ะ ! -"-





    พี่มาร์คปัดๆเป่าๆมือผมเสร็จก็เงยหน้ามองผม เอ้ยยยยยยยย เมื่อกี้มันจั๊กจี้มากเลยอ่ะ เกือบหลุดขำ พี่มาร์คมองหน้าผมแล้วก็กุมมือประสานนิ้วแน่นกับมือผม





    "ต่อไปนี้อย่าให้ใครจับมืออีก"





    "วุ้ววว อะไรอีกล่ะพี่มาร์ค"





    "พี่หวง" เอ่อะ .... สะตั้นเลยครับประชาชน





    "จะมาหวงแบมทำไม มีสิทธิ์อะไรมาหวงแบม แล้วทำไมแบมต้องทำตามพี่บอกด้วย" ผมสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ยอมเสียหลักให้มาร์คต้วนอีกต่อไป เพราะผมนี่แหละ ที่จะเป็นฝ่ายทำให้พี่มาร์คหัวหมุนเพราะผมบ้าง คอยดูนะทุกคน! เชื่อฝีมือพี่แบมได้เลย





    ผมเชิดหน้ารั้นไม่ฟังคำสั่งแสนเอาแต่ใจตัวเองของพี่มาร์คอีกต่อไป มนุษย์มาร์คต้วนจึงถอนหายใจเอือมๆแล้วจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง





    "ถ้ายังดื้อ ก็คอยดูละกันว่าพี่จะทำอะไร" ผมเชิดหน้านิ่งทำเป็นไม่ฟังที่พี่มาร์คพูด แต่ในใจนี่โคตรจะร้องไห้ หือออออ จะทำอาร๊ายยยย กลัวแล้วจ้าาา คุณผู้อ่านครับ ผมไม่ได้คิดไปเองนะ ตั้งแต่พี่มาร์คตัดผมเปลี่ยนลุคใหม่ตอนนั้น มาร์คต้วนคนเดิมที่ผมรู้จักก็เปลี่ยนมาเป็นพี่มาร์คคนแบดเลยอ่ะ ทำผมระแวงได้ตลอดเวลา อย่าบอกนะว่านิสัยเปลี่ยนตามทรงผมอ่ะ เพราะถ้างั้นผมจะได้ส่งกลับร้านอี๊ อี๊ค้าบบบบบบ จับพี่มาร์คไปตัดทรงโนบิตะทีพลีส จะได้เชื่องๆ 555555 นี่ผมเห็นพี่มาร์คเป็นคนหรือชิสุวะ พ่อน้องโบโบชัดๆ





    "แบมไม่กลัวหรอก พี่มาร์คไม่ทำอะไรแบมหรอก"





    "ก็คอยดูละกัน ว่าพี่จะทำอะไรเพื่อรักษา 'ของรักของหวง' ไว้บ้าง"





    "ห้ะ นี่เห็นแบมเป็นสิ่งของเร๊อะ! มันจะมากไปละนะพี่มาร์ค" ผมหันขวับแล้วถลึงตาใส่มาร์คต้วนทันที โอ้โหวววว พี่แบบนี้เอาไม้มาฟาดหน้าแบมเลยมะ ผมพยายามกระชากมือที่ถูกเกาะกุมไว้แต่ไม่หลุด -______- พี่มาร์คส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ผม จนผมแทบอยากจะเอานิ้วจิ้มตาไปข้าง!





    "ใช่ แบมเป็นของพี่ รู้ตัวแล้วใช่มั้ย" คำพูดลอยๆของคนหน้ากวนแต่หล่อบรรลัยฟาดใส่หน้าจนผมเกือบทรงตัวไว้ไม่อยู่ อะไรนะ ของของพี่ งั้นเหรอ! -///////- ไอ้บ้า!





    "มั่ว แบมยังไม่ได้เป็นอะไรกับพี่นะพี่มาร์ค ขี้ตู่ว่ะ"





    "ไม่รู้ไม่สน แบมเป็นของพี่ พี่ดูแลมาอย่างดี อยู่ๆจะให้ใครมาแย่งไป พี่บอกเลยนะ พี่ไม่ยอม! เพราะแบมแบมต้องเป็นของพี่มาร์คคนเดียวเท่านั้น ok! Understand นะครับ!" พี่มาร์คพูดจบแบบสรุปเองเสร็จสับแล้วก็ลากผมที่เหมือนถอดวิญญาณไปแล้วออกมาจากตรงนั้นทันที ...










    โอ๊ยยยยยยยยยยมาร์คต้วนนนน 

     จะชัดเจนกับกันต์พิมุกต์เกินไปแล้วนะ! หื้อออออออ T////T












--------------------














     ผมลากแบมแบมมาส่งถึงหน้าห้อง น้องรีบเดินเข้าไปไม่หันมามองผมเลย เห็นงั้นผมจึงมองตามเข้าไปจนเห็นว่าแบมอยู่กลับเพื่อนๆแล้วผมจึงเดินออกมา ให้คิดไปถึงตอนที่เห็นแบมอยู่หน้าห้องน้ำก็กลัวขึ้นมาอีกครั้ง





    ตอนแรกผมจะมาหาแบมแบมที่ห้อง แต่เพื่อนน้องก็บอกว่าแบมแบมมาห้องน้ำ ผมเลยตามมา ภาพแรกที่เห็นก็คือแบมแบมกำลังยืนคุยกับคนที่ชื่อเตนล์ซึ่งผมไม่ค่อยถูกชะตาสักเท่าไหร่ ตอนแรกก็ไม่พอใจกะจะเดินกลับซะแล้ว ถ้าไม่ติดว่าผมเหลือบไปเห็นเงาดำๆหลังพุ่มไม้ที่น้องยืนหันหลังให้อยู่ เงาดำๆนั้นจ้องมาทางแบมแบม และสิ่งที่ทำให้ผมตกใจจนต้องวิ่งเข้าไปดึงแบมแบมไว้ก็คือ บุคคลปริศนานั้นถือวัตถุปลายแหลมแวววาวเอาไว้ที่มือ และเหมือนว่าจะใช้โอกาสทำอะไรกับน้องสักอย่างตอนที่แบมแบมยืนอยู่คนเดียวและเอาแต่ก้มกดมือถือ เร็วเท่าความคิด ผมจึงรีบวิ่งเข้าไป ทำให้บุคคลในเงามืดตกใจแล้ววิ่งหายไปทันที





    คิดแล้วก็ยังตกใจไม่หาย ผมไม่ได้บอกแบมๆหรอกครับ เดี๋ยวน้องจะตกใจ





    แต่ต่อไปนี้คงต้องอยู่กับแบมแบมให้มากกว่าเดิมแล้วล่ะ





    ผมกลัว ... ผมกลัวว่าผมจะต้องสูญเสียคนสำคัญ 

















    ถ้าหากผมคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววิ ... อีกครั้ง

























    [พลาดครับนาย]





    "โง่!! ไม่ได้เรื่อง! แค่นี้ก็จัดการไม่ได้" เสียงสัญญาณปลายสายตัดไป ผู้เป็นนายทุบมือลงกับโต๊ะไม้สักอย่างดีด้วยความขัดใจ เห็นทีเรื่องนี้คงต้องจัดการเองซะแล้ว





    กันต์พิมุกต์ ละอองดาว ละอองฝน .... และสุดท้าย

















    มาร์ค ต้วน อี้เอิน ทายาทของเครือต้วนผู้ทรงอิทธิพลในอเมริกา ...





    ตระกูลที่ขัดผลประโยชน์ทุกอย่างของเขา





    จุดอ่อนของศัตรูเท่านั้นที่จะทำให้เค้าชนะ









    เรื่องนี้ล้มหมากได้แล้วหนึ่งตัว



    ถ้าล้มได้อีกตัว



    มาร์คต้วนจะทำยังไงนะ ... ?










---------- 50 % ----------














วันกีฬาสี โรงเรียนเจวายพีวิทยา






    เช้าวันกีฬาสีแสนสดใสที่ประชาชนชาวเจวายพีวิทยาเฝ้ารอคอยมานาน ในที่สุดก็เดินทางมาถึง เช้าๆแบบนี้แต่ทว่าโรงเรียนกลับคึกคักไปด้วยเด็กนักเรียนมากมายที่แห่มารอชมขบวนพาเหรดกันตั้งแต่เช้าตรู่ คณะสีต่างๆต่างพากันเริ่มตั้งขบวนพาเหรดและงัดรูปแบบขบวนสวยๆมาอวดโฉมหลังจากที่ต้องปิดทุกอย่างเป็นความลับมาตลอดการเตรียมงานหลายเดือน เสียงตะโกนสั่งงานของรุ่นพี่หัวหน้าคุมขบวนตะโกนรียกรุ่นน้องให้มายืนตามตำแหน่งในขบวนแข่งกับเวลาที่เริ่มใกล้ปล่อยขบวนออกสู่สายตาของผู้ชมทั้งนักเรียนและประชาชนในเมืองที่เฝ้ารอดู





ผมกำลังยืนยิ้มคู่กับป้ายตัวเองบริเวณด้านหน้าขบวนให้กล้องของทั้งรุ่นน้องรุ่นเพื่อนรุ่นพี่ทั้งหลายกระหน่ำแฟรชใส่ผมกันไม่ยั้ง วันนี้ครอบครัวของผมมาดูด้วยล่ะครับจะบอก หม่าม๊า พี่เบียร์ พี่แบงค์ยอมลางานเพื่อมาให้กำลังใจผมแล้วก็ยัยน้องสาวตัวดีที่วันนี้ได้เป็นถึงดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนเลยล่ะ ก็นะ หน้าตาดีกันทั้งบ้านก็งี้แหละ





    "พี่แบมคะ ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยนะคะ"





    "น้องแบ๊มมมมมม วันนี้หล่อจังงงงง ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยย"





    "ไอ้แบมมม แหม่ วันนี้หล่อเลยนะมึง มาๆขอถ่ายรูปหน่อย"





    ผมหันซ้ายให้กล้องนั้น หันขวายิ้มให้กล้องนี้ เซลฟี่กับบรรดาแฟนคลับทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ ไหนจะต้องเก็กหล่อตลอดเวลา ไหนชุดจะจัดหนักจัดเต็ม โอ้โหขอบ่นหน่อยนะครับ ไอ้ชุดเจ้าชายนี่นอกจากจะร้อนแล้วยังหนักด้วยอ่ะ แล้วไอ้มงกุฎใหญ่โตมโหฬารบานตะไทที่ครอบหัวผมอยู่นี่อีกก็หนั๊กกกกหนัก คอจะหักแหล่ววววววว





    "ขอบคุณค่ะพี่แบม เดี๋ยวเย็นนี้หนูลงรูปในเฟสแล้วแท็กพี่ไปนะคะ"





    "โอเค แล้วพี่จะรอนะ" รุ่นน้องผู้หญิงรายสุดท้ายหันไปยิ้มเขินกับเพื่อนตอนที่ผมยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง น้องทั้งสองคนโค้งขอบคุณแล้ววิ่งออกไป ผมเลยได้พอหายใจบ้าง ทิชชู่ที่ผมขอจากรุ่นพี่ที่เป็นสตาฟไว้ก่อนหน้านี้ตอนนี้แทบจะกลายเป็นแผ่นซับมันเพราะผมใช้เช็ดเหงื่อที่เริ่มไหลแม้ยังไม่ได้เริ่มเดินขบวนเลยสักนิดก็ตาม ผมยืนซับๆเหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อยตามไรผมแล้วเสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นมา





    "ตาแบม" ผมหันขวับไปทางเสียงของหม่าม๊า แล้วก็พบว่าหม่าม๊าไปลากพี่มาร์คที่โดนรุมขอถ่ายรูปอยู่อีกฝั่งหนึ่งมาด้วยกัน พี่เบียร์เดินตามมาข้างหลังโดยมีพี่แบงค์เดินสะพายกล้องตามมาด้วย





    "ม๊า หายไปไหนมา"





    "ไปถ่ายรูปกับพี่มาร์คเค้ามาไง นี่กว่าจะได้พาตัวมานี่ม๊าเกือบตาย คนขอถ่ายรูปเย๊อะเยอะ" ม๊าควงแขนพี่มาร์คเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าผมแล้วบ่นตามประสาคุณแม่ที่ไม่ชอบอากาศร้อนๆและคนเยอะๆ ส่วนพี่มาร์คที่วันนี้อยู่ในชุดไทยอลังการแนวขุนนางในราชสำนัก คล้ายๆชุดในละครเรื่องข้าบดินทร์อ่ะครับ พอได้แต่งหน้าเซตผมอย่างดีแล้วก็หล่อบรรลัยยิ่งกว่าที่เป็นอยู่อีก แต่ผมไม่ชมหรอกเดี๋ยวได้ใจ มนุษย์มาร์คต้วนยืนยิ้มอยู่ข้างๆหม่าม๊า วันนี้ผมล่ะหมั่นไส้พี่มาร์คม๊ากกกมากกกก ตั้งแต่ออกจากห้องแต่งตัวมานะครับ  เสียงกรี๊ดนี้ดังมาตั้งแต่ยังไม่ลงบันไดมาอ่ะ สาวๆนี่รุมขอถ่ายรูปกันประหนึ่งโอป้าเกาหลีมาจัดแฟนมีต ชอบสินะมาร์คต้วน เป็นศูนย์กลางให้ชาวบ้านกรี๊ดกันเนี่ยชอบสินะ -_____-





    "อ้าวแบม มายืนข้างๆพี่มาร์คเร็ว แบงค์มาถ่ายรูปน้องลูก" อยู่ๆเมื่อหม่าม๊าบ่นเสร็จก็ดึงผมกับพี่มาร์คให้มายืนอยู่ข้างกันโดยผมไม่ทันตั้งตัว เรียกสายตาของนักเรียนหญิงที่ยืนมองอยู่รอบๆให้สนใจได้เป็นอย่างดี พี่มาร์คยิ้มๆแล้วขยับเข้ามาใกล้ผม โดยที่ผมเผลอขยับตัวออกห่างอย่างไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยว คนมองเยอะแยะเล๊ยยยยยย ทำใจแปบ





    "อ้าวตาแบม ขยับออกทำไมล่ะลูก เขยิบเข้าไปใกล้พี่มาร์คเร็ว" หม่าม๊าดันผมให้ไปยืนชิดพี่มาร์คมากกว่าเก่าผมเลยคล้องแขนพี่มาร์คไว้แม้จะรู้ว่าต้องตกเป็นเป้าสายตาของพวกสาวๆที่ยืนมองอยู่มากกว่าเดิม พี่มาร์คเลยได้ทีเอาใหญ่ยกมือใหญ่พาดอ้อมจับไหล่ผมไว้แล้วหัวเราะเบาๆ ผมหันขวับไปมองค้อนคนตัวสูงกว่าแล้วลดแขนตัวเองที่คล้องแขนพี่มาร์คอยู่ลงทันที เสียงพี่แบงค์ดังเรียกให้ผมสองคนหันไปมองกล้อง ผมกับพี่มาร์คจึงพร้อมใจกันหันไปยิ้มให้กล้อง ผมฉีกยิ้มโชว์สองนิ้วใส่ แต่ตาลุงขี้เต๊าะข้างๆนี่กลับเอียงหัวแล้วยื่นหน้ามาใกล้หน้าผมจนเกือบชิด โอ้โหวววว ถ้าจะขนาดนี้สิงผมเลยก็ได้นะพี่มาร์ค -____-





    "อื้อหือพี่มาร์ค ใกล้ดีเนอะ"





    "อะไรใกล้"





    "หน้าพี่เนี่ย ใกล้แบมไปนะ หันมองรอบตัวบ้างว่าชาวบ้านเค้ามองพวกเราจนจะพรุนหมดแล้วนะ" ผมกัดฟันกระซิบกับพี่มาร์คในตอนที่เราก็ยังยิ้มให้กล้อง





    "มองก็มองไปสิ พี่ไม่แคร์"





    "แคร์หน่อยก็ดีนะ หน้าพี่เนี่ยใกล้แบมเกินไปแล้วนะ  เขยิบไปดิ้!" พี่มาร์คเขยิบออกตามคำสั่ง ซึ่งจริงๆแล้วผมมากกว่าที่เป็นคนดันออกห่าง พี่แบงค์ลดกล้องลงเมื่อถ่ายเสร็จเป็นจังหวะเดียวที่พี่สต๊าฟตะโกนบอกว่าอีก 10 นาทีขบวนจะเริ่มเดินแล้ว หม่าม๊ากับพี่ชายทั้งสองของผมเลยขอตัวไปปักหลักดูขบวนตามทางที่จะผ่าน ส่วนพี่มาร์คก็รีบเดินกลับไปประจำยังตำแหน่งของตัวเองรวมกับพวกเด็กแลกเปลี่ยนอีกสามคน ผมยืดตัวตรงจัดแจงชุดหน้าผมให้เรียบร้อยอีกครั้งแล้วหันไปมองยังปลายด้ามจับของป้ายอีกด้านหนึ่งที่ยังไม่เห็นละอองดาวมาประจำที่สักที





    "เร็วน้องอองดาว มายืนตรงนี้ค่ะ ไอ้กิ๊ฟ เอากระดาษมาซับหน้าให้น้องหน่อยดิ้" ผมสงสัยไม่ทันไรพี่โจควอนก็เดินมาพร้อมกับละอองดาวแล้วก็เรียกพี่สต๊าฟมาซับเหงื่อที่ไหลลงมาอย่างกลัวว่าจะทำให้เครื่องสำอางหลุด ผมหันไปมองละอองดาวเงียบๆหรือบางทีก็ไม่แน่ใจว่าพูดไม่ออกหรือเปล่า วันนี้ละอองดาวอยู่ในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ผ้าพริ้วไปตามลม ชุดช่วงบนเปิดไหล่เนียนพร้อมสร้อยขนนก ปล่อยผมมีมงกุฎเพชรประดับขนนกสวมอยู่ พอแต่งหน้าทำผมทุกอย่างแล้ว เธอเหมือนเจ้าหญิงจริงๆเลยล่ะครับ ...





    ".........."





    "แบม แบมแบม" เสียงเรียกของพี่โจควอนปลุกผมให้หลุดออกจากภวังค์และสะดุ้งน้อย ผมลากสายตาไปมองพี่โจควอนแล้วร้องถามเบาๆ





    "ครับ ..."





    "แหม่ มองเพื่อนไม่วางตาเลยนะแก สวยล่ะดิ" ผมยิ้มๆไม่ตอบอะไรแล้วเผลอยกมือเกาท้ายทอยเก้อๆอย่างที่ผมชอบทำเวลาทำตัวไม่ถูก ละอองดาวหันมามองผมแวบเดียวแล้วเธอก็หันกลับไป 'หัวเราะ' กับตัวเองเบาๆด้วยใบหน้ายิ้มๆ





    ละอองดาวหัวเราะงั้นเหรอ ?





    หัวเราะผมเหรอ ?





    "ยัยพิม! เร็วๆเลยขบวนจะเดินแล้ว มาช้าจริงๆ" ผมสะดุ้งอีกครั้งกับเสียงของพี่โจควอนแล้วก็หันขวับไปด้านหลังตามสายตาที่พี่แกมองไปทันที พี่พิมเดินมาพร้อมกับสต๊าฟสองคนที่ต้องช่วยจับกระโปรงยกไว้ ผมยิ้มกว้างให้พี่สาวคนสวยที่วันนี้สวยเว่อร์วังอลังการดาวล้านดวงมากกว่าเดิม พี่พิมอยู่ในชุดสีขาวกระโปรงบานฟูฟ่องดูราวกับราชินี พี่พิมเดินมาตบไหล่ผมผมเลยยกนิ้วให้





    "หล่อนะวันนี้น้องชาย"





    "เจ้ก็สวยมากอ่ะ มากมาก"





    "หยุดเลย จะชมทำไม เจ้สวยทุกวันอยู่แล้ว วันนี้ก็เบาๆแล้วนะ" ครับ .... สวยให้ห้ามั่นหน้าให้สิบ กริฟฟินดอร์มอบแต้มให้คุณพิมร้อยแต้มครับ เอ้าปรบมือ

-_______-





    "ยัยเจ้! มายืนคุยอะไรสบายใจ รีบไปประจำที่ได้แล้ว มาก็ช้าจนขบวนเค้าจะเดินแล้วเนี่ย ไปๆๆ"





    "โอ๊ยอย่าบ่นนนนน ก็ช่างแต่งหน้าอ่ะแต่งช้า กว่าจะเสร็จ ...." พี่โจควอนขัดบนสนทนาของผมกับพี่พิมแล้วเข้ามาจับเพื่อนสนิทลากไปยังตำแหน่งซึ่งอยู่ด้านหน้าผมไม่ไกลอันเป็นตำแหน่งของผู้อัญเชิญสัญลักษณ์โรงเรียนซึ่งสำคัญที่สุด รองลงมาก็เป็นป้ายชื่อโรงเรียนที่ผมกับละอองดาวถืออยู่นี่ล่ะครับ พี่พิมทะเลาะงุ้งงิ้งกับพี่โจควอนจนโดนตีไปหลายยก พอพี่โจควอนจัดระเบียบแกได้แล้วเดินออกไป พี่พิมก็หันหลังมายิ้มให้ผมด้วยท่าทางตลกๆ พี่ครับ ... ช่วยเรียบร้อยให้เข้ากับหน้าตาหน่อยเถ๊อะ





    "ฮันโหล เทสๆ สวัสดดีครับคุณครูและนักเรียนชาวเจวายพีวิทยาทุกท่านน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บรรยากาศของวันกีฬาสีนะครับ" เสียงของคุณครูพิธีกรดังขึ้นทั่วโรงเรียนเป็นสัญญาณว่าขบวนใกล้ปล่อยตัวแล้ว เหล่านักเรียนที่รอชมต่างรีบพากันมาจับจองพื้นที่ด้านข้างถนนอย่างรู้งาน ส่วนคนในขบวนก็จัดแจงตัวเองให้เข้าที่ ผมยืดตัวตรงแล้วจับป้ายขึ้นมาพร้อมๆกับละอองดาว ป้ายคู่ยาวจำเป็นต้องใช้ความสามัคคีกันในการถือระดับหนึ่งนะครับ เพราะถ้าต่างคนต่างเดินมันก็อาจจะทำให้แถวเบี้ยวได้ ผมหันไปมองละอองดาวแล้วพูดกับเธอที่อยู่จับอีกด้านหนึ่ง





    "อองดาว" ละอองดาวหันมามองตามเสียงเรียก





    "หืม?"





    "เดินพร้อมกันนะ" ผมพูดจบตบท้ายด้วยรอยยิ้ทแล้วหันหน้ากลับมายังตัวเอง เสียงสัญญาณปล่อยขบวนจากคณะครูดังขึ้นอย่างเป็นทางการ ตามด้วยเสียงของวงโยธวาทิตที่มีน้องสาวผมเป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนคอยให้สัญญาณ เสียงดนตรีพร้อมเพรียงดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือของผู้ชม พี่พิมที่เป็นต้นขบวนยกป้ายเดี่ยวขึ้นเริ่มเดินพร้อมปล่อยความภาคภูมิใจของโรงเรียนไปอวดโฉมต่อสายตาประชาชนด้านนอกแล้วล่ะครับ!





    เส้นทางที่ขบวนพาเหรดจะเหมือนกันทุกปี คือเดินผ่านหน้าโรงเรียนผ่านศาลากลางซึ่งจะได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่ามาคอยชมทุกปี จากนั้นก็จะอ้อมหอนาฬิกากลางเมืองตัดเข้าย่านแลนมาร์คของเมืองซึ่งจุดนี้จะมีผู้ชมรอดูเยอะที่สุดครับ จากนั้นขบวนซึ่งรถคุณตำรวจนำก็จะตรงดิ่งไปเรื่อยๆ แล้วก็จะผ่านสองโรงเรียนที่ถือเป็นโรงเรียนคู่ขนานของโรงเรียนเรานั่นก็คือ St.sm แล้วก็ วายจีศึกษา ซึ่งแน่นอนว่านักเรียนของสองโรงเรียนก็รอชมอยู่ แล้วหลังจากนั้นเราก็เลี้ยวเข้าถนนมุ่งหน้ากลับโรงเรียนของเราเลยครับ ใช้เวลาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง





    ผมเดินผ่านหลายๆสถานที่ที่บอกข้างต้น ยิ้มให้กล้องนับร้อยๆตัวแล้ว เจอหม่าม๊ากับพี่ชายผมยืนดูอยู่แถวถนนหอนาฬิกา ตอนนี้เดินมาถึงแถวสองโรงเรียนแล้วครับ เสียงกรี๊ดของนักเรียนจากสองโรงเรียนดังขึ้นทำให้พวกผมมีแรงฮึดจะอวดโรงเรียนกันขึ้นบ้างหลังจากเดินจนขาแทบลากแล้ว ผู้ชายอ่ะไม่เท่าไหร่ สงสารก็แต่ผู้หญิงนี่แหละครับที่ต้องใส่ส้นสู้งสูง 55555 ไม่สูงธรรมดาด้วยนะ แต่สูงมาก มันก็เลยเป็นภาพชินตาทุกปีที่จะต้องเห็นสต๊าฟวิ่งถือรองเท้าแตะให้เปลี่ยนแล้วเอารองเท้าส้นสูงส้นหักหิ้วไว้ให้บ้าง ทำไมตอนปล่อยขบวนสวยหล่อทุกคน แตพอกลับมาถึงโรงเรียนเท่านั้นแหละ สภาพแต่ละคนคือ ....... ไม่ขออธิบายแล้วกันนะครับ





    ขบวนพาเหรดที่ยาวกินพื้นที่ถนนไปเป็นกิโลในที่สุดก็พากันกลับมาถึงโรงเรียนท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับของทุกคน เหมือนแบบทหารผ่านศึกกลับเมืองไงไม่รู้สิครับ รู้สึกสำคัญ 555555 แต่แทนที่พวกเราจะได้พัก ยังครับยัง เรายังต้องไปยืนในพิธีเปิดก่อน โอ๊ยเรียกว่าเสร็จงานช่วงเช้านี้พวกผมแทบจะสลบคาที่เลยล่ะ หมดแรงข้าวต้ม *-*





    หลังจากพิธีเปิดเสร็จสิ้น พวกผมก็ได้เวลากลับมานอนตายอยู่ห้องแต่งตัวแล้วครับ เมื่อคืนผมถูกปลุกมาแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ตีสามอ่ะ นี่ไม่รวมผู้หญิงที่แต่งเยอะกว่านะ บางคนถูกปลุกให้ไปแต่งตัวแต่งหน้ากันตั้งแต่สี่ทุ่มก็มี ผมเดินเข้ามาในห้องตรงโซนตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนอนตายกับพื้นอย่างหมดสภาพ ข้างๆมีโน๊คบุ๊คของไอ้ปลื้มวางไว้แบบไม่กลัวหาย บนโน๊ตบุ๊คมีโพสอิทลายมือคุ้นติดไว้ ผมหยิบมันขึ้นอ่าน





    'กูกับไอ้ยูคไปที่สนามแล้วนะ หายเหนื่อยเมื่อไหร่ค่อยตามมาเจอได้ อยู่หลังแสตนสี'





    ผมอ่านเสร็จก็ขยำไว้ในมือแล้วลดมือลงนอนหลับตาหมดสภาพ เหนื่อยชิพหายแต่ต้องไปดูไอ้ปลื้มแข่งบอลอีกตอน 10 โมง เฮือก! ผมว่าถ้าผมนอน ต้องหลับยาวแน่ๆ งั้นเปลี่ยนชุดออกดีกว่า คิดได้ดังนั้นผมเลยลุกขึ้นเดินไปหยิบกางเกงแล้วก็เสื้อกีฬาสีที่พี่สต๊าฟวางไว้ให้เดินออกไปเปลี่ยนชุดที่ห้องน้ำ แต่เดินผ่านมาตรงทางออกก็เห็นละอองดาวกำลังยืนพยายามแกะสร้อยอยู่อย่างเก้ๆกังๆ ผมนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหา





    "อองดาว" ละอองดาวปล่อยมือหันขวับมาหาผมทันที สีหน้าเธอดูตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจเหมือนเมื่อก่อน





    "เราช่วยป่าว"





    "ไม่เป็นไร ฉันแกะเองได้" ละอองดาวตอบแค่นั้นแล้วก็พยายามแกสร้อยคออลังการนั่นออก ผมยืนมองความพยายามของยัยผู้หญิงตรงหน้าแล้วก็แอบอมยิ้ม ละอองดาวเห็นว่าผมหัวเราะเธอพอดีเธอจึงเงยหน้าพร้อมเอาเรื่องใส่





    "หัวเราะอะไร"





    "มันจะแกะได้ยังไงเล่า เนี่ย ผมมันพันอยู่เนี่ย" ผมชี้ให้อองดาวรู้ตัว เธอเลยนิ่งไป





    "มานี่มา เราแกะให้" ผมฉวยโอกาสตอนที่เธอเผลอเอื้อมมือไปแกะผมออกจากสายสร้อยที่พันกันให้ทันที ละอองดาวยอมนิ่งให้ผมจัดการให้ เส้นผมยุ่งๆหลุดออกจากสายสร้อย ผมจึงแกะออกแล้วถอดสร้อยยื่นให้อองดาว





    "อ่ะ ได้ละ" อองดาวยื่นมือมารับสร้อยแล้วเงียบไม่พูดอะไร ผมจึงตัดสินใจหมุนตัวออกมาเมื่อหมดหน้าที่ตรงนั้น แต่แล้วอยู่ๆเสียงใสก็ดังขึ้นมาข้างหลังเรียกรอยยิ้มให้ผมก่อนเปิดประตูออกมาได้เป็นอย่างดี








    "แบม ... ขอบคุณนะ"









---------- 70% ----------









     ผมเดินออกมาจากห้องแต่งตัวหลังจากเปลี่ยนมาอยู่ในชุดเสื้อกีฬาสีกางเกงขายาว สวมผ้าใบเพื่อความคล่องตัวในการทำกิจกรรมวันนี้ ระหว่างทางจากห้องไปยังสนามที่จัดงานกีฬาสี ผมก็ยังต้องหยุดถ่ายรูปกับบรรดาแฟนคลับ (?) ที่เข้ามาขอถ่ายรูปเป็นระยะๆ กว่าจะมาถึงหลังแสตนได้ กันต์พิมุกต์นี่ปวดเหงือกไปหมดเลยล่ะครับ ยิ้มตลอดทาง!





    "อ้าวเชี่ยแบม ไมมาเร็วจังวะ" ผมเดินอ้อมแสตนมาข้างหลังที่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและเก็บเสบียงของคณะสี ไอ้ปลื้มซึ่งอยู่ในชุดบอลเตรียมตัวรอแข่งนั่งกินขนมอยู่กับไอ้เตนล์ มันสองคนร้องทักผมผมเลยเดินเข้าไปนั่งร่วมวงกับพวกมันเลย





    "กูเปลี่ยนชุดเสร็จก็มาเลย ขี้เกียจอยู่ห้อง" ผมนั่งลงแล้วแย่งขนมมากินแบบไม่ขออนุญาติใครเลย ไอ้เตนล์เลยมองผมพร้อมทำหน้าแบบอึ้งๆ ผมเลยยักคิ้วใส่มัน





    "กูก็นึกว่ามึงจะนอนตายเหมือนปีที่แล้ว"





    "ไม่นอนหรอก ถ้านอนกูไม่ได้มาดูมึงเตะบอลแน่ๆ เออ แล้วนี่พวกมึงสองคนแข่งกี่โมงวะ ทำไมยังมานั่งสเล่อตรงนี้อยู่อีก" ผมยกนาฬิกาข้อมือดูเวลา คืออีก 10 กว่านาทีจะถึงสิบโมงเวลาแข่งแล้ว แต่ไอ้สองคนนี้ยังมานั่งทำหน้าเด๋อกินขนมอยู่ตรงนี้อีกเนี่ยนะ





    "รอพี่ต้นมาเรียกว่ะ เดี๋ยวก็คงใกล้แล้วล่ะมั้ง" ผมพยักหน้าแค่นั้นแล้วตัดบทหันไปมองดูแสตนของสีต่างๆแปลอักษรกันสวยงามสมกับฝึกซ้อมมาหลายเดือน หน้าแสตนสีของผมช่วงเช้าเป็นน้องมอต้นขึ้นครับ เสียงของรุ่นพี่ที่คุมแสตนดังแข่งกับเสียงกรี๊ดและเสียงกลอง ทำให้บรรยากาศของกีฬาสีปีนี้คึกคักสนุกสนานที่สุดแล้วฮ้าฟฟ >< 5555555555





    "เออ แล้วเชี่ยยูคอ่ะ" ผมละความสนใจมาจากบรรยากาศตรงหน้าแล้วถามหาเพื่อนสนิทอีกคน





    "พิธีกร" ไอ้ปลื้มตอบแบบไปทีแล้วกินขนมต่อไม่สนใจ แต่ผมก็เก็ทได้ง่ายๆอย่างรู้กัน ไอ้ยูคมันเป็นพิธีกรทุกงานล่ะครับ วันกีฬาสีมันก็เป็นคนพากย์กีฬาช่วยคุณครูด้วย สงสัยจะไปอยู่แถวๆเวทีแล้วล่ะมั้ง





    ผมนั่งกินขนมต่อไปเพลินๆ แล้วก็ต้องตกใจกับเสียงกรี๊ดของรุ่นน้องผู้หญิง ไอ้ปลื้มหันไปมองแล้วยิ้มฮาก่อนจะสะกิดเรียกผม





    "55555555 เห้ยมึง แฟนใครมานั่นน่ะ"





    "มึงฮาอะไรเนี่ย แฟนใครกูจะไปรู้มั้ยเล่า"





    "แฟนมึงอ่ะ โน้นนน ทำเป็นจำไม่ได้นะค้าบบ" ผมเอ่ะใจเลยหันไปดู โอ้โหวคิตตี้ นั่นมันพี่มาร์ค -_____-





    พี่มาร์คเปลี่ยนจากชุดเดินขบวนมาอยู่ในเสื้อกีฬาสีกางเกงขาสั้นสีดำบวกผ้าใบตามสไตล์การแต่งตัวที่ชอบ แต่วันนี้มนุษย์มาร์คต้วนกลับหล่อดูดีกว่าทุกวันเพราะทรงผมที่เซตไว้จากเมื่อเช้าและใบหน้าเนียนใสอาจเพราะเครื่องสำอางยังหลงเหลืออยู่จากเมื่อเช้า แล้วก็วันนี้ คุณชายใส่หมวกแสน็ปแบ๊คด้วยโว้ยยย มาร์คต้วนคนเดิมเพิ่มเติมคือแสน็ปแบ๊ค เหยดดด





    ผมนั่งมองพี่มาร์คที่จะเดินเข้ามาหาผมแต่ถูกบรรดาผู้หญิงมากมายกักตัวไว้ขอถ่ายรูปด้วย ผมเผลออมยิ้มออกมาที่เห็นพี่ชายคนหล่อถูกเต๊าะ แล้วผมก็นั่งขำอยู่คนเดียวจนไอ้ปลื้มไอ้เตนล์เอ่ยแซว





    "แหน่ะๆๆ ขำอะไรไอ้แบม"





    "เรื่องของกูมั้ยล่ะ"





    "ไม่คิดจะเข้าไปช่วยพี่มาร์คเหรอแบม"





    "ไม่อ่ะเตนล์ ปล่อยไว้งั้นแหละ ชอบทำตัวหล่อนักก็หาทางออกมาเองละกัน" ผมตอบกลับด้วยความหมั่นไส้แล้วก็ลุกขึ้นเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ผมเดินอ้อมมาหน้าแสตนเพื่อดูน้องๆ ที่ขึ้นแสตนร้องเพลงเชียร์สนุกสนาน ไม่นานพี่มาร์คก็เดินมายืนอยู่ข้างๆผม .... และแน่นอน เรียกสายตาและความสนใจจากประชาชนรอบด้านได้เป็นอย่างดี -__________-





    "เดินหนีพี่อ่อ" ผมทำเป็นมองแสตนไม่สนใจเสียงมาร์คต้วนข้างๆ พี่มาร์คเมื่อเห็นท่าว่าผมจะไม่ยอมตอบแกดีๆ แขนยาวจึงเอื้อมมาจับข้อมือผมลากออกมายังพื้นที่ไกลคน





    "พี่มาร์ค ลากแบมออกมาทำไมเนี่ย แบมจะไปดูเพื่อนแข่งบอล" พี่มาร์คปล่อยมือผมแล้วหันมาเผชิญหน้า ผมฟึดฟัดมองค้อนเล็กน้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เสียงทุ้มลอยเข้าประสาทการรับฟังให้ผมได้เงยหน้าขึ้นไปมอง





    "รู้ตัวมั้ยว่าตัวเองอ่ะแปลกไป"





    "แปลกตรงไหน นี่แบมคนเดิมเพิ่มเติมเดี๋ยวบอกเอง"





    "แบม พี่ไม่ตลก"





    "เอ้อ! ... อย่าว่าแต่แบมเลย พี่มาร์คเองนั่นแหละที่แปลกไป" พี่มาร์คขมวดคิ้วงงๆใส่ผม ผมจึงรีบตอบกลับ





    "พี่แปลกไปยังไง" นี่คงไม่รู้ตัวเลยสินะมาร์คต้วน -"-





    "พี่แปลกไป พี่ไม่เหมือนเดิมอ่ะ พี่ดูทำตัวเป็นเจ้าของแบมมากๆเลยนะ พี่ดูแลแบมมากเกินไป ทั้งๆที่แบมสิควรเป็นคนดูแลพี่อ่ะ" คำพูดที่ตรงดิ่งถูกกลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกของคนตัวเล็ก โดยไม่ได้รู้เลยว่าจะแอบไปสะกิดความรู้สึกของใครอีกคนที่ยืนฟังให้จุกจนพูดอะไรต่อไม่ถูก





    "หมายความว่า. ... แบมอึดอัดใช่มั้ย" ผมมองหน้าพี่มาร์คแล้วก็สะอึกกับคำตอบจนต้องรีคำพูดของตัวเองกลับมาคิดใหม่อีกรอบ เมื่อกี้ ... ผมพูดแรงไปหรือเปล่านะ ...





    "ไม่ใช่นะ ... แบมแค่ ... เอ่อ ... แบมแค่จะบอกพี่มาร์คว่า ...."





    "ช่างมันเถอะ พี่เข้าใจ" .... เดี๋ยวสิ แบมยังพูดไม่จบเลย แบมแค่จะบอกพี่มาร์คว่า แบมอยากเป็นคนดูแลพี่บ้างก็แค่นั้น แบมพูดสิพูด! พูดออกมา อย่าปากแข็ง มันไม่ใช่เวลา พูด!





    "อ่ะ ... อืม" พี่มาร์คตัดบทจนผมไม่ได้อธิบายความรู้สึกจริงๆของตัวเองออกไป แต่คนตัวสูงก็ชิงจบบทสนทนาแล้วจับมือผมเดินออกมาจากตรงนั้นทันที







   

   โดยถ้าผมรู้อนาคตว่านี่จะเป็นการถูกจับมือครั้งสุดท้าย





    ผมจะไม่พูดแบบนั้นออกไปเด็ดขาด ...








    ---------- 80 % ----------















    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าหลังจากที่พี่มาร์คลากผมออกไปคุยแล้วจบบทสนทนาได้แบบไม่ค่อยสวยนัก หลังจากนั้น พี่มาร์คคนเดิมของผมก็เปลี่ยนไป ...





    พี่มาร์คอยู่รอบๆตัวและในสายตาของผม แต่ไม่ใกล้กันเหมือนเดิม



    พี่มาร์คยิ้มให้ตอนที่ผมหันไปมอง แต่ไม่ชวนผมคุยเหมือนเก่า



    พี่มาร์คคอยช่วยเหลือผมเหมือนเดิม แต่หลังจากนั้นก็จะปลีกตัวออกห่าง






    พี่มาร์ค .... อย่าเป็นแบบนี้ได้มั้ย แบมไม่ชอบเลย :(







    ตอนนี้ผมนอนฟังเพลงอยู่ในห้องนอน แม้จะเหนื่อยมาทั้งวันและพรุ่งนี้จะต้องตื่นเช้าไปช่วยงานรุ่นพี่งานกีฬาสีวันสุดท้าย และตอนนี้ก็เที่ยงคืนเกือบตีหนึ่งแล้ว แต่ผมกันต์พิมุกต์คนแมนก็ยังไม่นอน เพราะผมนอนไม่หลับแม้จะทำยังไงก็ตาม





    ในหัวตอนนี้มีแต่คำพูดและใบหน้าของคนที่อยู่ในห้องตรงข้ามวนเวียนเต็มหัวไปหมด





    ฮือออออ ... พี่มาร์คไม่คุยกับผมแล้ว TT



    พี่มาร์คต้องโกรธแบมแล้วแน่ๆเลย



    อ๊ากกกกกก แบมจะทำยังไงดี ~





    ผมง้อคนไม่เป็น พูดไม่เก่ง แถมยังปากแข็งสุดๆ



    แต่ผมก็รู้สึกผิดและแคร์ความรู้สึกคนนั้นสุดๆเช่นกัน



    ผมควรทำยังไงดีเนี่ย ...





    หลายครั้งแล้วที่ผมตัดสินใจลุกขึ้นจะไปเคาะประตูห้องตรงข้ามแล้วดึงเจ้าของห้องออกมารับคำขอโทษของผม แต่เดินไปได้แค่หน้าประตูห้องตัวเองก็หยุดแล้วเดินขยี้หัวกลับมานั่งบนเตียงเหมือนเดิม ผมทำแบบนี้อยู่เป็นสิบๆรอบแต่สุดท้ายก็ลงท้ายที่กลับมานั่งฟุ้งซ่านคนเดียวอีกตามเคย





    ผมนั่งเหม่อลอยฟังเพลง ในหัวสมองตอนนี้คิดอะไรไม่ค่อยออกเท่าไหร่ จะไปขอโทษก็ฟอร์มเยอะเกินไปอ่ะครับ  แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้ก็จะเป็นบ้าตาย พี่มาร์คนี่จะมีอิทธิพลกับผมเกินไปแล้วนะ แค่ไม่พูดกับผมไม่ถึงวัน ผมนี่จะตาย TT





    "เฮ้อออออออออ ไอ้แบมเอ้ย ปากแข็งอยู่ได้" ผมนั่งตบปากตัวเองแล้วก็ตัดสินใจลงมาเดินเล่นข้างล่างทั้งๆที่ตอนนี้จะตีหนึ่งแล้ว บ้านทั้งบ้านเงียบสนิทเพราะทุกคนเข้านอนหมด รวมถึงคนในห้องตรงข้ามด้วย ผมค่อยๆปิดประตูห้องแล้วเดินลงมาเงียบๆคนเดียว





    สวนหลังบ้านยามนี้เงียบสนิท หยดน้ำค้างเริ่มเกาะตามใบหญ้าและอากาศก็เริ่มเย็น ผมยกมือกอดตัวเองเพราะชุดนอนผ้ามันบาง หูฟังที่อุดหูอยู่ไม่มีเสียงเพลงใดๆเพราะผมกดปิดไปนานแล้ว ผมเดินมานั่งหย่อนขาลงกับสระว่ายน้ำแล้วตีขาเล่น ใจลอยเหม่อจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูดังตัดความเงียบ ผมหันขวับไปมองด้านหลังก็เห็นว่าพี่มาร์คเปิดประตูระเบียงห้องนอนตัวเองออกมา สีหน้าพี่มาร์คกับผมตอนนี้มันไม่ต่างกันเลยล่ะครับ





    ".........." ผมนั่งนิ่งเงยหน้ามองพี่มาร์คเงียบๆ เหมือนว่าพี่มาร์คจะมองไม่เห็นผมเพราะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย





    ผมนั่งมองพี่มาร์คอย่างชั่งใจว่าจะทักหรือไม่ โอ๊ยยยยยยย ทำไมมันยากอย่างงี้วะเนี่ย ! ทำไมอยู่ๆความรู้สึกแบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้อ่ะครับ ความอึดอัดนี้มันมาจากไหนกัน ฮึ่ย !





    ฟึ่บ ~





    ชิพหายละ 0-0





    ผมฟุ้งซ่านจนเผลอตีขาไปมาทำให้น้ำกระจายเป็นวงกว้างและเกิดเสียง ส่งผลให้พี่มาร์คที่ยืนเหม่อบนระเบียงก้มหน้าลงมามอง





    แฮะแฮะ ._. สวัสดีครับ





    ผมส่งยิ้มแหยไปให้คนตัวสูง พยายามยิ้มกว้างที่สุดแต่ก็ยิ้มไม่ออก พี่มาร์คมองหน้าผมแล้วก็เดินกลับเข้าห้องไป จากนั้นไฟในห้องก็ปิดลง ...





    โอ้โหว ... เจ็บจุงเบย ;____;





    "เชี่ยแบม มานั่งอินดี้อะไรอยู่คนเดียวดึกดื่น" เสียงของเพื่อนสนิทนามว่าคุณปลื้มดังมาจากรั้วบ้านข้างๆ ผมถอดหูฟังแล้วหันไปมองทันที ไอ้ปลื้มที่ยังอยู่ในชุดเมื่อเย็นยืนสะพายกระเป๋าอยู่ข้างๆรั้วมองมาที่ผม





    "นอนไม่หลับว่ะ แล้วมึงอ่ะทำไมเพิ่งกลับบ้านมาตอนนี้" ไอ้ปลื้มกระชับเป้แล้วกระโดดข้ามรั้วบ้านเดินเข้ามาหาผม เป็นเรื่องปกติครับ เวลามันจะมาหาผมที่บ้าน มันก็จะกระโดดข้ามรั้วตรงนี้เข้ามา เหตุผลคือขี้เกียจเดินเข้าประตูหน้าบ้าน -___-





    "กูเพิ่งกลับจากกินเลี้ยง" ผมพยักหน้าเข้าใจเหตุผล แล้วนั่งตีขากับน้ำต่อ ไอ้ปลื้มมันไปกินเลี้ยงกับทีมบอลมาน่ะครับ วันนี้สีเราชนะแข่งบอล





    "แล้วมึงนอนไม่หลับเรื่องอะไร" ไอ้ปลื้มทิ้งเป้ไว้กับเก้าอี้แล้วอ้อมมานั่งหย่อนขาข้างผม ผมส่ายหน้าปากปฎิเสธทั้งๆที่หน้ามุ่ยเป็นตูดหมา





    "เปล่า ก็แค่นอนไม่หลับ"





    "กูไม่เชื่อ" เสียงของมันเหวตัดบทผมทันที เอ๊ะไอ้นี้ จะเก่งเกินไปละนะ





    "ไม่เชื่อก็เรื่องของมึง"





    "เชี่ยแบม กูกับมึงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตัวเท่านี้ ยันตอนนี้ตัวอย่างกับควายแล้ว คิดเหรอว่ากูจะดูไม่ออกว่ามึงมีเรื่องกลุ่มใจ ไหนมีไรบอกป๋าสิ้" ผมนั่งนิ่งมองขาตัวเองลอยในน้ำ เงียบไปอย่างช่างใจว่าจะถามหรือไม่ แต่แล้วผมก็ตัดสินใจหันหน้ามาหามันด้วยความรู้สึกที่ต้องการระบายบ้าง





    "มึง ... ถ้าสมมุติว่ามึงชอบคนๆหนึ่งแต่ไม่เคยแสดงออกว่าชอบ แล้วเค้าคนนั้นอ่ะ ออกตัวแรงมากว่าชอบมึง มึงจะทำยังไงวะ"





    "เอ้า! ก็ดีดิ เป็นกูนะไม่มานั่งถามเพื่อนแบบนี้หรอก ป่านนี้ได้เป็นแฟนแล้วมั้ง"





    "แต่มึง ..."





   "แต่อะไร ... นี่มึงถามงี้มึงชอบใครวะ อย่าบอกนะว่า"





    "ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กูไม่ได้ชอบพี่มาร์คนะ"





    "เชี่ยยยยย .... นี่มึงชอบพี่มาร์คจริงๆด้วย -0-" ผมรีบเอามือตะครุบปากตัวเองเมื่อรู้แล้วว่าพลาด ไอ้ปลื้มทำตาโตแล้วมันก็เปลี่ยนมาทำหน้าทำตาพร้อมคาดคั้นผมแทนทันที





    "ไอ้แบม ... มึงชอบพี่มาร์คใช่มั้ย มึงตอบกูมาตรงๆเดี๋ยวนี้" ผมเบะปากแต่ยังเอามาปิดไว้อยู่ ตากลมโตมองเพื่อนรักลังเล แต่แล้วก็ต้องยอมจำนน ผมค่อยๆลดมือลงแล้วพยักหน้าเบาๆ





    "อือ ...." แม่งเขิน ./////.





    "ในที่สุด!!! ในที่สุดมึงก็ยอมสารภาพจนได้นะเชี่ยเพื่อนรักกกก" ไอ้ปลื้มทำหน้าดีใจสุดแล้วพาดแขนกับคอผมดึงเข้ามาใกล้ๆ





    "ปากแข็ง! กว่าจะยอมเปิดปากพูดนะเชี่ยแบม นี่สินะปัญหาหนักอกของมึง"





    "อือ .. ก็นั่นแหละ วันนี้กูบอกพี่มาร์คว่า กูรู้สึกว่าพี่มาร์คเปลี่ยนไป กูรู้สึกว่าพี่มาร์คทำตัวเป็นเจ้าของกูเกินไป พี่มาร์คแม่งเลยคิดว่ากูอึดอัด วันนี้แกเลยไม่พูดกับกูเลยอ่ะมึง เศร้า" ผมยู่หน้าแล้วก็ต้องยู่มากกว่าเดิมเมื่อกำปั้นใหญ่ประทานลงบนหัวผมอย่างแรง ผมตวัดสายตาจิกไอ้คนข้างๆทันที





    "ไอ้เพื่อนโง่ มึงไปพูดแบบนั้นได้ไงวะ เป็นกูกูก็คิดว่ามึงอึดอัด"





    "แต่จริงๆกูแค่จะบอกว่ากูอยากดูแลพี่มาร์คบ้างแค่นั่นเอง เชี่ยปลื้ม กูเป็นโฮสต์นะ ! แต่พี่มาร์คแม่งดูแลกูมากกว่ากูดูแลพี่เค้าอีกอ่ะ"





    "มึงฟังกูนะแบม ...." ผมนิ่งฟังสิ่งที่ไอ้ปลื้มจะพูดต่อไป





    "...ผู้ชายทุกคนอ่ะนะ เค้าก็อยากดูแลคนที่เค้ารักกันทั้งนั้นแหละ" เพียงคำพูดเดียวของไอ้ปลื้มก็ทำเอาผมชาวาบไปทั่วทั้งตัว เหมือนฟิมล์ม้วนเก่ากลอในหัวผมอีกครั้ง การกระทำมากมายที่พี่มาร์คชอบทำให้ผมมันไหลกลับมาในหัวผมอีกครั้ง





    "แล้วมึงคิดดูนะ ... ผู้ชายแบบพี่มาร์คอ่ะ เค้าทั้งหล่อ เรียนเก่ง ความสามารถก็มี สุภาพ บ้านรวย คนชอบเยอะแยะ แต่เค้ากับมั่นคงแค่มึงที่ซึ่งหน้าตาก็งั้นๆ เรียนก็เก่งแค่อังกฤษ ความสามารถก็ไม่เท่า นิสัยก็ ..."





    "เดี๋ยว ๆๆๆๆ ... กูเพื่อนมึงนะ มึงต้องชมกูดิ"





    "เออนั่นแหละ กูอยากถามมึงคำถามหนึ่ง"





    "ว่า"





    "พี่มาร์คเค้าชัดเจนกับมึงแค่ไหน"





    "บอกชอบกูแล้วอ่ะ" อื้อหือ อย่าให้เล่าเลยเพื่อนปลื้ม





    "แล้วมึงอ่ะ ชัดเจนกับพี่เค้าแค่ไหน"





    !!!!





    ผมสะตั้นไปกับคำถามของไอ้ปลื้มจนสมองไม่ประมวลผลชั่วคราว ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ค่อยดีตีตื้นขึ้นมาให้ผมคิด นั่นสินะ ... ผมชัดเจนแค่ไหนกับพี่มาร์ค ?





    "มึงบอกว่ามึงชอบพี่เค้า แต่มึงเคยบอกชอบพี่เค้ามั้ย"





    "ไม่อ่ะ"





    "ถ้างั้น มึงเคยแสดงท่าทีว่าชอบพี่เค้าบ้างมั้ย"





    "ก็ .... น่าจะไม่"





    "แต่พี่เค้าก็ยังชัดเจนกับมึงเนี่ยนะ!"





    "เออดิ"





    "โอ๊ยยยยยย!! ไอ้โง่ แบม มึงมีคนดีๆอยู่ใกล้แค่นี้เอง มึงจะปล่อยหลุดมือไปเหรอวะ!" หัวใจมันเต้นเร็วขึ้นและรู้สึกโล่งขึ้น ผมว่าผมรู้แล้วว่าอาการหนักๆหน่วงๆตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคืออะไร





    "แบม ... มึงฟังกูนะ กูไม่รู้ว่ามึงคิดอะไรหรือกลัวอะไรหรือเปล่าถึงปากแข็งมาได้ขนาดนี้ แต่ถ้าเป็นกู กูจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ความรักอ่ะมึงอย่าใช้สมองเยอะ มึงต้องใช้หัวใจของมึงนำ" ใช่ ... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปากแข็ง ผมไม่อยากให้พี่มาร์ครู้ว่าผมคิดอะไร ผมกลัวสายตาคนอื่น ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งผมจะมาชอบผู้ชาย ผมกลัวว่าผมจะกลับมาชอบละอองดาว และสุดท้าย ผมกลัววันที่พี่มาร์คจะต้องกลับไป .... ผมกลัวว่าสุดท้ายแล้วผมจะอยู่คนเดียว





    ผมกลัวทั้งๆที่หัวใจของผมมันบอกว่า อย่าไปกลัว ทำตามที่ต้องการเถอะ ...





    และผมว่าตอนนี้ผมควรทำตามใจตัวเองได้แล้วล่ะ





   ต่อไปนี้ .... อะไรจะเกิดผมก็ไม่กลัวแล้ว :)







    "มึง ขอบคุณมากนะ กูว่ากูรู้แล้วว่ากูควรทำยังไงต่อ" ไอ้ปลื้มยิ้มให้แล้วยักคิ้ว ผมเด้งตัวลุกขึ้นจากพื้นแล้วแตะไหล่ขอบคุณมัน ก่อนจะวิ่งเข้าบ้านมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก





    เรื่องบางเรื่อง ทำตามหัวใจดีกว่าใช้สมองนะ












    ก็อก ก็อก ก็อก ...




    ผมวิ่งมาหยุดหน้าห้องพี่มาร์คยกมือเคาะแล้วยืนหอบรอ มองลอดใต้ประตูมืดสนิท หรือว่าพี่มาร์คนอนแล้ว ผมลองยกมือหมุนลูกบิดแต่ว่ามันล็อค ปกติพี่มาร์คไม่ล็อคนิ ... แต่ทำไมวันนี้มัน ...





    ผมยืนรออยู่หน้าห้องราวๆห้านาทีแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพี่มาร์คจะมาเปิดประตูให้ หรือว่าหลับไปแล้วจริงๆนะพี่มาร์ค ._.





    ฟึ่บ ...



    ผมลองเอาหูแนบกับประตูเมื่ออยู่ๆได้ยินเสียงคนลุกจากที่นอน ใช่! ต้องใช่พี่มาร์คแน่ๆ พี่มาร์คยังไม่นอนแน่ๆ ผมเด้งตัวออกจากประตูและยกมือเคาะพร้อมร้องเรียก





    "พี่มาร์ค .... พี่มาร์คเปิดประตูให้แบมหน่อย" ผมเคาะเรียกหลายครั้งแต่คนข้างในก็ยังไม่เปิดให้ แถมเสียงเมื่อกี้ก็ยังเงียบไปเสียเฉยๆ





    "พี่มาร์ค ... พี่มาร์คออกมาคุยกับแบมเดี๋ยวนี้นะ" 



     เงียบ ...





    "พี่มาร์ค ... แบมรู้นะว่าพี่มาร์คยังไม่นอนน่ะ"





    เงียบ ...





    "พี่มาร์ค ... แบมขอร้อง แบมอยากคุยกับพี่มาร์คจริงๆนะครับ ... " พี่มาร์คต้องโกรธผมมากๆแน่เลย ภายในห้องเงียบและไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา ผมรู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา จึงค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าพิงประตู





    "พี่มาร์ค ... แบมรู้ว่าพี่ได้ยินที่แบมพูด แต่ถ้าพี่ยังไม่หายโกรธแบมพี่ไม่ต้องเปิดมาตอนนี้ก็ได้ แต่แบมจะขอพูดนะ แบมอยากบอกพี่มาร์คว่า ที่แบมพูดกับพี่ออกไปตอนเช้า แบมขอโทษ แบมไม่ได้ตั้งใจ ฮึก ... แบมขอโทษนะพี่มาร์ค ขอโทษที่ตลอดมาไม่เคยสนใจเลยว่าพี่จะรู้สึกยังไง ฮึก .. แบมขอโท ... ษ" น้ำตาหยดลงมาอย่างห้ามไม่อยู่พร้อมกับที่ผมต้องกลั้นก้อนสะอื้นลงไปทำให้พูดอะไรต่อไม่ถูก เข้าใจแล้ว ... ผมเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของการถูกเมินมันเป็นยังไง ตลอดมาพี่มาร์คจะรู้สึกยังไงบ้างที่ทุ่มเทให้ผมแต่ผมปากแข็งไม่ยอมรับ มันคงจะเจ็บมากกว่าผมตอนนี้เลยสินะ เพราะแค่ผมอยากมาขอโทษแต่พี่มาร์คไม่ยอมออกมา ผมยังเจ็บขนาดนี้เลย ... :'(





    "ฮึก ...." ผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่ก้มหน้าให้น้ำตาหยดแหมะไหลไปตามแขน แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงของพี่มาร์คดังออกมาจากหลังบานประตูที่กั้นเราสองคนอยู่





    "กลับไปนอนเถอะ พี่ไม่ได้เป็นอะไร" ผมปาดน้ำตาแล้วรีบลุกขึ้นยืนหันหน้าเผชิญกับประตูห้อง ราวกับว่าผมจ้องหน้าพี่มาร์คอยู่





    "พี่มาร์คอย่าเป็นงี้ดิ แบมไม่ชอบเลยนะ" เสียงหลังประตูเงียบไปสักพักแล้วผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจน้อยๆดังออกมา





    "พี่ไม่อยากให้แบมอึดอัด"




    "ใครบอกว่าแบมอึดอัดเล่า! อย่าคิดเองเออเองได้มั้ย" ผมรีบตอบกลับคนหลังประตูไปอย่างเร็วเหมือนกลัวว่าพี่มาร์คจะไม่ให้โอกาสผมพูดอีก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมยอมเปิดใจให้พี่มาร์คมากขนาดนี้





    "พี่ไม่ได้คิดไปเอง ก็แบมไม่ได้ชอบพี่"





    "โอ๊ยมาร์คต้วน! ใครบอกวะว่าแบมไม่ได้ชอบพี่ โคตรชอบเลยเหอะ!!"






    เห้ย! ผมพูดออกไปแล้ว !!!! -[]- คิตตี้มากกก นี่ผมพูดออกไปแล้วจริงๆเหรอเนี่ย







    ผมตกใจจนเม้มปากเงียบ ฝั่งทางพี่มาร์คก็เงียบ ทุกอย่างรอบตัวเงียบเหมือนถูกชะงักไว้ ทันใดนั้นเองแสงไฟสีขาวจากในห้องก็ลอดผ่านช่องใต้ประตูออกมา พี่มาร์คเปิดไฟ ? ผมยืนชะงักอยู่กับที่ค่อยๆไล่สายตามองสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างตื่นเต้น เสียงลูกบิดล็อคประตูจากด้านในหมุนก่อนที่ประตูจะค่อยๆเปิดออก





    และพี่มาร์คก็ยืนอยู่ตรงหน้าผม ...





    พี่มาร์คมองผมนิ่ง ผมก็มองพี่มาร์คอย่างลืมหายใจ เสี้ยวหน้าได้รูปของคนตรงหน้าสะท้อนกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา โถงทางเดินที่ผมยืนอยู่ตอนนี้มีแค่ผมและพี่มาร์คที่ยืนอยู่ในห้อง





    ใบหน้าหล่อค่อยๆยิ้ม ... ยิ้ม ... แล้วก็ยิ้ม พี่มาร์คยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวน้อยๆ ก่อนที่มือคู่นั่นจะค่อยๆยกขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่ยังเหลืออยู่ให้ผม





    "พี่ก็ชอบแบมมากนะ ... ไม่สิ รักมาก รักมากๆเลยครับ" พี่มาร์คยิ้มดวงตาและแววตาละมุนที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็น พี่มาร์คมองหน้าผมแล้วยิ้มจนผมเริ่มหน้าแดงขึ้นๆจนร้อน แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้ก็คือ





    ผมมีความสุขมาก





    "พี่มาร์คแบมขอโทษนะ แบมไม่ได้อึดอัดที่พี่ดูแลแบม แต่แบมอึดอัดที่แบมไม่ได้ดูแลพี่ต่างหาก" ผมทำท่าว่าจะร้องไห้ขึ้นมากอีกรอบ พี่มากเลยระบายรอยยิ้มละมุนบนใบหน้าแล้วเอื้อมมือมาโยกหัวผมเล่น





    "พี่เข้าใจ แล้วพี่ก็ไม่ได้โกรธเรื่องนี้ด้วย"





    "อ้าว แล้วพี่มาร์คโกรธเรื่องอะไร"





    "ก็ไม่ได้โกรธเรื่องอะไรนิ"





    "อย่ามาหลอกแบม ก็เห็นๆอยู่ว่าพี่โกรธ พี่ไม่ยอมเปิดประตูให้แบมอ่ะ" พี่มาร์คมองหน้าผมแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาหน้าตาเฉย เห้ย นี่มันไม่ตลกนะ





    "พี่ไม่ได้โกรธแบมจริงๆ พี่แค่ทำตามแผน" พี่มาร์คพูดได้หน้าซื่อตาใสจนผมที่ฟังต้องสะดุดกึก เดี๋ยวนะ ...





    "ห้ะ!!! แผน !? แผนอะไร !???" ควายฮะเลยครับกันต์พิมุกต์ ผมทำหน้าเอ๋อใส่พี่มาร์คทันที เดี๋ยวๆๆๆๆๆนะ แผนอะไรฟ้ะ! -0-!





    "ก็ ... แผนปราบผู้ร้ายปากแข็งให้สารภาพไง

^++++^"





    โอเค !!! ชัดเจนเลยครับคุณผู้อ่านทุกท่าน !





    ผม !





    โดน !!





    พี่ !!!





    มาร์ค !!!!





    แกล้ง !!!!!







    "พี่มาร์ค !!!! นี่แกล้งแบมมาตลอดเลยเหรอ!!" ผมพูดอออกมาอย่างลืมตัวแล้วทุบมาร์คต้วน พี่มาร์คเอี่ยวตัวหลบกำปั้นแล้วรวบข้อมือผมไว้ได้





    "เดี๋ยวๆๆๆๆๆ พี่ไม่ใช่ต้นคิดนะ พี่แค่ทำตามที่คนต้นคิดเค้าบอกมา" ฮึ่ยยยยย!!!! มาร์คต้วนทำหน้าได้สงบไม่รู้เรื่องหน้าหมั่นไส้มาก





    "งั้นใครคิด!!! บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"





    "พิมกับยูค" ฮึ่ยย!!! โอเค ! ชัดเจนอีกครั้ง !! ยัยพี่สาวจอมเถื่อนกับคุณเพื่อนตัวดี !!! พรุ่งนี้ผมจะไปจัดการ !





    "นี่รวมหัวกันแกล้งแบมหมดเลยเหรอเนี่ย!! นี่เห็นแบมเป็นตัวตลกเหรอ นี่! สนุกมากมั้ย รู้มั้ยว่าแบมเครียดจะบ้าตายอยู่แล้ว ไอ้พี่บ้า นิสัยไม่ดี ใจร้าย แบมเกลีย .... 0x0"





    อื้ออ !!




    คำพูดทุกอย่างถูกกลืนไปด้วยริมฝีปากอุ่นๆของคนตรงหน้า พี่มาร์คดึงผมเข้าไปประทับริมฝีปากของเราเข้าด้วยกัน มันแนบชิดและละมุนจนผมลืมตกใจหัวสมองขาวโพนไปหมด รู้สึกร่างกายไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ มือสองข้างเมื่อกี้ค่อยๆลดลง แต่พี่มาร์คกลับย้ายไปโอบเอวผมแทน จูบแรกของผมพี่มาร์คไม่ได้รุกหรือทำอะไรไปมากกว่านั้น แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีจนลืมทุกอย่างไปรอบตัว มันละมุนและรู้สึกตัวเบาๆ ผมหลับตาปี๋ปล่อยให้คนตัวสูงกว่านำทางไปเรื่อยๆ  ถ้าพี่มาร์คไม่ประคองผมเอาไว้ ผมว่าผมไหลไปนอนกองที่พื้นแล้วล่ะ ... -///////-





    พี่มาร์คค่อยๆถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งให้ผมได้หายใจ ดวงตาแสนมีเสน่ห์จ้องมองผมที่พูดอะไรไม่ออกได้แต่ยิ้มเขิน ผมกัดปากแน่นยืนก้มหน้ามือหงิกเท้าหงิกเขินสุดพลัง งื้อออออออออออ ม๊าครับ แบมโดนจุ๊บ แบมจะทำยังไงดีครับม๊า -/////////-





    ผมตัดสินใจเงยหน้ามองจิกแล้วตีพี่มาร์คไปหนึ่งเพียะก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องปิดประตูดังปัง หันหลังพิงประตูแล้วไหลลงไปนั่งกับพื้น เจ้าโบโบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา สองแขนจับมันขึ้นมานั่งบนตัก งื้อออออออออออ โบโบ คุณพ่อแกแกล้งพี่อีกแล้วอ่าาา >/////////<





    โอ๊ยยยยยยย พี่มาร์คคนบร๊าาาา





    "แบม ..." ผมสะดุ้งถอยห่างประตูเมื่อเสียงพี่มาร์คพูดขึ้นมา ก่อนจะเงี่ยหูฟังไม่ได้ตอบอะไร





    ".........."





    "ฝันดีครับ" เพราะเสียงทุ้มๆนั้นทำให้ผมนึกใบหน้าของพี่มาร์คออกว่าคงจะพูดยิ้มๆ ผมเลยนั่งอมยิ้มเหวี่ยงโบโบไปมา อย่างเขินอ่ะ นี่ถ้าโบโบพูดได้คงจะด่าผมแล้วล่ะผมว่า เหวี่ยงจนหมาจะพิการ





    ผมนั่งเขินอยู่กับหมาได้สักพักก็มีวัตถุประหลาดเป็นกระดาษสีขาวพับครึ่งเล็กๆสอดใต้ประตูเข้ามา แขนจึงเอื้อมไปหยิบมาดู แต่พอเปิดอ่านได้เท่านั้นแหละครับ ความเขินสุดพลังกำลังพุ่งตีหน้าจนผมอยากจะตายไปเลยตอนนี้ เอื้อออออออออออ







    'พี่เคยคิดนะว่าแบมอ่ะเป็นคนปากแข็ง แต่วันนี้พี่รู้แล้วว่าพี่คิดผิด :) รักนะครับ - มาร์ค'













    งื้อออออออออออออออออ >/////////<





    กินหมาแก้เขินผิดมั้ยเนี่ยยยยยยยยยยยยย แง้ง *งับหูโบโบ*







    (โบโบ : พี่แบมฮะ ปล่อยโบเถอะ โบกลัวพี่แบมแล้วฮะ ไหว้ล่ะ ปล่อยโพ้มมมมมมมม !!! ~ -______-)










---------- 100% ----------





ก็บอกแล้วว่านี่ดราม่าไม่เป็น

เชื่อยังๆ 5555555555555

เมื่อคืนขอโทษนะคะ กำลังพิมพ์อยู่

รู้ตัวอีกที อ้าว เช้าแล้ว แฮะแฮะๆ ._.


อย่าลืมไปสกรีมในทวิตน้า

#ฟิคโฮสต์แฟม




     














--------------------









ผักกาดๆๆ

แวะมาบอก และมาฝากฟิคเรื่องใหม่


ฝาก #เทพนิยายมบ. ด้วยนะคะ

ลองอ่านกันดูน้าาาา

once upon a love กาลครั้งหนึ่งซึ่งมีรัก

แนวแฟนตาซีดิสนีย์ฟรุ้งฟริ้งเจ้าหญิงเจ้าชาย

ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะฮ้าฟ ><


http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1297716






































。SYDNEY♔
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1,023 ความคิดเห็น

  1. #854 venuzzzz (@venuzzzz) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:26
    ยาวมากกกแต่ฟินนนสุดพลังงง
    #854
    0
  2. #846 mellow_aa (@mellow-aa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:59
    คือในแต่ละตอนไรต์เขีนยาวมาก เราชอบนะคะ แต่เราต้องขอโทดด้วยถ้าเราเม้นไม่ครบทุกช่วง แบบอารมเปลี่ยนเยอะมากในตอนนึง ไม่รู้จะเอาอันไหนมาเม้นมั่งดี แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้ ฟินค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เยสสสส 
    #846
    0
  3. #781 oni (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:37
    ยูคไปไหนปล่อยแบมไว้คนเดียวตอนหาของ

    เตนล์ต้องการอะไรจากแบมดูแล้วไม่ค่อยหวังดีกับแบมเลยนะ

    นายมีแผนร้ายหรือร่วมมือกับใคร

    ติณท์เป็นมาเฟียหรืองัยดูใหญ่จัง มีมาร์คเป็นศัตรูด้วย

    นี่กะจะเก็บทั้ง 3 คนเลยหรือ ป๊าต้วนส่งคนมาดูแลลูกชายด้วยน้าาาาาาาาาาาา

    หวังว่าติณท์จะโดนจับก่อนจะทำร้ายทุกคนนะ

    แผนพี่พิมและยูคได้ผลแบมบอกรักพี่มาร์คแล้ววววว
    #781
    0
  4. วันที่ 23 มกราคม 2559 / 15:28
    ร้ายกาจมากมาร์คต้วนนนนน
    #727
    0
  5. #625 ikgnas13 (@13phoenix) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 16:28
    แอร๊ยยยยยยยย ไม่ไหสแย้วววววว อยากตัวระเบิดตายยย
    #625
    0
  6. #594 TonFA (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 12:09
    โอ้ย เขินแรงอ่ะ น่ารักมาก
    #594
    0
  7. #593 Imsakaw (@Imsakaw) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 12:08
    ไรท์มาต่อมา! Please
    #593
    0
  8. #592 babylion (@pecha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 20:39
    เขินนนน ฉากนี้แรง อ่านแล้วแบบอยากเป็นโฮต แต่แบบ ไม่มีเงิน ภาษาไม่ได้
    #592
    0
  9. #591 Cherrynim (@waranya_cherry) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 14:06
    โอยยยย เขิลลลล บิดตัวเป็นเลขแปดแล้ววววว
    #591
    0
  10. #590 noonsirapat (@noonsirapat) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 05:10
    โอ้ยยยยยยยละมุนมากกกกก จิกหมอนอ่านกันเลยทีเดียวแบบย้อนไปอ่านหลายรอบมากอะ
    #590
    0
  11. #589 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 03:21
    กรี๊ดดดดดด แบมไม่ได้ปากแข็งสักโหน่ยใช่มั๊ยพี่มาร์คเนอะ
    #589
    0
  12. วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 21:38
    ร้ายกาจจจจจ มาร์คต้วน><
    #588
    0
  13. #587 'ggringps (@sailisburry) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 21:34
    หวาย คือเขินแรงมาก ฮือ
    #587
    0
  14. #586 CelL'e❋Tz (@littlegirlmomi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 18:27
    อร้าายยยยย ~ ฉันเขิน ง่อออวว // จิกหมอนสะบัดผมไปมา อิพี่มาร์คคนเจ้าเล่ห์ !!
    #586
    0
  15. #585 Pong Narak (@poojnarak) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 00:56
    เย้ๆๆๆๆ น้องแบมคนงามแห่งตระกูล ภูวกูล เสียจูบแรกให้กับหนุุ่มมะกันวันนี้ โอ๊ยยยย อิจฉากันมั้ย เราอ่ะ ละลายเบย 555555
    #585
    0
  16. #584 Sudarat Pairo (@sudarat_fah) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 00:52
    ไรท์ให้ทายว่าเค้าเขินมั้ย นอนบิดตัวตอนจะตี 1 โอ้ยยยยย เขินง้ะ -//////-
    #584
    0
  17. #582 Koonjan123 (@Koonjan123) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 00:00
    โอยยยย เขินนนนอ่ะ *////*
    #582
    0
  18. #581 Moncy Pikul (@moncy-1999) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 20:58
    เย้ ดีใจไม่มาม่า ขอสวีทขึ้นไปอีก พี่มาร์คร้ายมาก
    #581
    0
  19. #580 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 19:29
    นี้สินะแผนที่ว่า 5555555 ทำเอาแบมหลงเลยแต่สุดท้ายก็เข้าแผนเลยเนอะ ต้องขอบคุณเพื่อนปลื้มด้วยนะ 5555
    #580
    0
  20. #579 Snwxq (@evesnw) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 18:37
    เขินนนนนนนนนนนนนนนนนน -/////-
    #579
    0
  21. #578 pypm (@pypm) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 18:23
    ใจหายหมดเลยกว่าจะบอกนะแบม>< ง่อวววว แผนของพี่พิมกับยูคมิชชั่นเคลียร์
    #578
    0
  22. #577 pwen (@earnnnn_) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 17:22
    กริ๊ดดดดดดดด เขินนนน พี่พิมกับยูค 55555 แผนเยี่ยม!!!
    #577
    0
  23. #576 hannahan (@yunghanna) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 16:41
    โอ้ยยย บอกออกไปสักทีนะแบม ลุ้นมานานน ><
    #576
    0
  24. #575 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 15:55
    น่ารักอ่าา 5555 แบมเขินจะกินน้องหมาละ ^^
    #575
    0
  25. #574 Pong Narak (@poojnarak) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 23:09
    มาต่อเลยนะคะไรท์ สปอยซะ คิดไปไกลละ เค้านี่แหละ คิดไกลละ
    #574
    0