[MarkBam] HOST FAMILY #ฟิคโฮสต์แฟม

ตอนที่ 18 : กฎของโฮสต์ข้อที่ 15 :: เป็นโฮสต์ต้องไม่มีความลับ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 มิ.ย. 59






กฎของโฮสต์ข้อที่ 15

'เป็นโฮสต์ต้องไม่มีความลับ'






         เป็นเวลาเดือนกว่าๆแล้วครับสำหรับช่วงเวลาของการก้าวเข้าสู่อายุ 18 ปีเต็มตัวของเด็กชายนามว่ากันต์พิมุกต์ ภูวกุล นับตั้งแต่งานวันเกิดของผมเมื่อวันนั้น ชีวิตของผมก็แลดูจะมีเรื่องใหม่เข้ามาไม่หยุดหย่อนเลย เริ่มตั้งแต่เรื่องของผมและพี่มาร์คกับความสัมพันธ์แบบงงๆที่อยู่ๆเราสองคนก็เป็นมากกว่าพี่น้องแต่ไม่ใช่แฟน ทุกวันนี้ผมยังงงอยู่เลยบ่องตรง แล้วรู้อะไรมั้ยครับว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่คุณชายบอกว่ารู้สึกยังไงกับผม จากชีวิตเดิมที่เคยตัวติดกันอยู่แล้ว คราวนี้ไอ้พี่มาร์คก็ตามผมแจเหมือนเป็นฝาแฝดกันยังไงยังงั้นเลยอ่ะครับ แบมแบมล่ะเพลียใจ คือถามว่าชอบมั้ย ก็ชอบนะ แต่ผมก็ยังไม่ชินอยู่ดีนั่นแหละ! ก็เดี๋ยวนี้พี่มาร์คทำตัวน่ารักขึ้นทุกวัน สงสัยว่าคุณชายต้วนคนเดิมที่เคยรู้จักคงจะกลับแอลเอไปซะแล้ว เหลือไว้ก็แต่พี่มาร์คขี้เต๊าะคนนี้ไง! :P




    จริงๆก็ไม่อยากจะบอกหรอกครับว่าที่พี่มาร์คขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง 3 เดือนอะไรนั่นน่ะ เอาจริงๆถ้าจะน่ารักขนาดนี้แค่ 3 วันผมก็ยอมให้ยกขันหมากมาขอแล้วล่ะครับ สินสอดไม่ต้องพาขึ้นห้องเลยก็ได้ กรี๊ดดดดด พูดอะไรของมึงออกมาครับกันต์พิมุกคึ





    ตรงๆนะไรท์ ... ถามจริงนะ

ทำไมช่วงนี้แต่งให้ผมแร๊ดแรด เก็บกดไรป่าวถามจริง -___-





    เอาเป็นว่าบรรทัดข้างบนมันเป็นสคริปนะครับ เพราะความจริงแล้วผมตั้งใจจะใช้เวลาสามเดือนสำหรับการตัดสินใจของผมด้วย ว่าจริงๆแล้วผมแค่ชอบหรือว่า ...





     'รัก'





    เพราะสำหรับผมคนที่ดูเกรียนและไม่คิดอะไรมาก จริงๆแล้วผมค่อนข้างใส่ใจกับการคบใครสักคนมากนะ ถ้าผมตัดสินใจจะใช้คำว่าแฟนกับใครสักคนแล้วล่ะก็ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องมั่นใจก่อนคือ ผมรักเค้าคนนั้น ไม่ใช่แค่ชอบอย่างเดียว และอย่างที่สองที่ผมต้องมั่นใจตามมาก็คือ พี่มาร์คจะไม่ได้เข้ามาแทนที่ใคร ผมหมายถึงใครบางคนที่คุณก็รู้ว่าใครอ่ะครับ ...





    ผมไม่อยากจะคบกับใครทั้งๆที่ลึกๆในใจก็ยังลืมเค้าคนนั้นไม่ได้





    มันยากนะครับกับการต้องลืมใครสักคน โดยเฉพาะคนที่ผมรู้สึกดีมาด้วยนานเป็น 10 ปี





    มันยากมากจริงๆ แต่ผมก็จะต้องลืมให้ได้ เพราะยังไงชาตินี้ ผมกับละอองดาวก็คงจะมีชีวิตเป็นเส้นขนานไปแล้วล่ะครับ เราสองคนไม่มีวันได้เดินเส้นทางเดียวกันอีกแล้วล่ะ :)





    งานดราม่าก็เป็นแฮะแบมแบม ? 5555555






    มาถึงเรื่องใหม่ๆสำหรับการก้าวสู่อายุ 18 เรื่องต่อไปเลยดีกว่าครับ สำหรับเรื่องใหญ่ๆแต่ไม่ค่อยใหม่เท่าไหร่ในช่วงนี้ก็คือ การเตรียมงานกีฬาสีประจำปีการศึกษา ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้วนั่นเอง ยิ่งเริ่มนับถอยหลังวันจริงเข้ามามากขึ้นเท่าไหร่ ทั้งรุ่นพี่ ลามมาถึงรุ่นน้องอย่างพวกผม และรุ่นน้องทั้งสี และทุกสีก็คงจะเหมือนกันที่เริ่มปั่นงานทุกอย่างให้เสร็จไวมากที่สุด ทุกวันนี้ชีวิต 90% ของผมตอนเย็นแทบจะทุ่มให้กับการทำป้ายเดินขบวนและวาดแสตนด์ให้รุ่นพี่ซะส่วนใหญ่ ตกเย็นทีไรผมกับพวกฝ่ายอาร์ตก็มักจะขลุกอยู่สนามหลังโรงเรียน เร่งวาดเร่งระบายจนต้องกลับบ้านสองสามทุ่มกันทุกวันเลยล่ะครับ





    ส่วนไอ้ยูคและไอ้มิ้นก็เหมือนกัน ไอ้มิ้นถูกเลือกให้เป็นหลีดก็ต้องอยู่ซ้อมหลังเลิกเรียน ส่วนไอ้ยูคก็ต้องอยู่ตีกลองให้หลีดซ้อม แล้วก็ยังมีไอ้ปลื้มกับไอ้เตนล์ที่ต้องซ้อมบอลกันสำหรับการลงแข่งอยู่ด้วย เอ้อ ชีวิตก็แลดูไม่เงียบเหงาดีนะครับมีเพื่อนๆคอยอยู่ใกล้ๆกันตลอด หรือบางทีวันดีคืนดีถ้าวันไหนพี่คุณไม่ถูกผอ.กับครูผักเรียกประชุมงาน แกก็จะซื้อของกินมาให้พวกน้องๆที่อยู่เย็น แล้วก็มานั่งดูพี่ยองแจกับเพื่อนๆคุมน้องขึ้นแสตนด์ด้วย อ่า ผมว่านี่แหละเป็นช่วงที่ดีของชีวิตมัธยมล่ะ สิ่งที่ผมชอบที่สุดสำหรับกิจกรรมโรงเรียนก็ตรงที่รุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนๆได้อยู่ด้วยกันนี่แหละครับ ^^





    ช่างเป็นการเริ่มต้นชีวิต 18 ขวบที่ประทับใจจริงๆ ^^













     คาบว่าง


    "พวกมึง ครูจารุณีย์ไปธุระด่วน ครูบอกให้หยิบใบงานไปทำคนละใบ ส่งในคาบ กูวางไว้ตรงนี้นะมาหยิบเอง" ทันทีที่ไอ้หัวหน้าห้องเดินหอบใบงานกองโตมาวางไว้บนโต๊ะแล้วร้องบอกเพื่อนๆถึงสาเหตุการว่างของคาบนี้ พวกเพื่อนๆผมมันก็เฮกันใหญ่ที่คุณครูไม่อยู่ ถึงแม้ว่าครูจะบอกให้ส่งใบงานในคาบก็ตาม แต่เชื่อเถอะครับว่าห้องผมไม่มีใครส่งหรอก





    "เย้! ครูไม่มา! เท!" ไอ้ยูคลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วหันเก้าอี้มาหาผมที่นั่งอยู่ข้างหลังมันทันที อ้อผมลืมบอกไปครับว่าคาบนี้เป็นคาบการงานอาชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองคาบที่พี่มาร์คจะมาเรียนกับห้องผม ตอนนี้คุณชายขี้เต๊าะกำลังนั่งอยู่ข้างๆผม ในมือกำลังถือไอแพดมินิคู่ใจที่พี่เค้าชอบพกไปมาให้บรรดาเพื่อนผู้หญิงของผมใช้ทำการเซลฟี่อย่างสนุกสนาน แหม โทรศัพท์ตัวเองมีไม่ใช้นะ ทำมาเป็นชวนพี่มาร์คถ่ายรูปแล้วใช้กล้องพี่มาร์ค มีแผนการอ่ะดิ อยากให้พี่มาร์คเก็บรูปไว้อ่ะดิ เสียใจครับ เดี๋ยวคืนนี้แหละแบมจะลบให้หมด หวงครับ ใครจะทำไม คือแบบว่าไอ้เพื่อนพวกนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ กลุ่มนังเจ้ดีดี้นั่นแหละ ชอบนักนะคนหล่อๆเนี่ย ผมหันไปคุยกับไอ้มิ้นแปบเดียว หันมาอีกทีพวกมันก็คว้าพี่มาร์คของผมไปรุมเต๊าะกันละ จ้าาาาาาา





    "เออแบม แกเดินขบวนกีฬาสีเหมือนเดิมใช่ป้ะปีนี้" ไอ้มิ้นซึ่งนั่งอยู่ข้างๆร้องถามผมที่กำลังนั่งดูพี่เอกแคสเกมส์ในยูทูปเป็นการฆ่าเวลาเล่นอยู่ หูก็ฟังไอ้มิ้นเม้าท์ไป ส่วนปากก็ตอบมันสบายอารมณ์ ช่วงที่ฟินที่สุดในมัธยมผมว่าก็ตอนที่มาโรงเรียนแต่ครูไม่สอนหรือไม่มีเรียนนี่แหละครับ โคตรฟิน





    "เออใช่ ... ทำไมวะมิ้น ? เห้ย!เชี่ยยูค นั่งอยู่ตรงข้ามกันมึงจะไลน์มาหากูทำเพื่อไรครับ เฮ้ยมึงงงง! กูดูยูทูปอยู่มันกระตุก สาสสส กูบอกให้มึงหยุดส่งสติกเกอร์ไข่ย้วยปัญญาอ่อนมึงมาได้แล้วววววว ... เชี่ยยูค !" ผมก็ทำได้แค่บ่น ไอ้ยูคที่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงข้ามผมเท่านั้นแหละครับ เมื่อวานไอ้ยูคมันซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์ไข่ย้วยตัวสีเหลืองๆ ที่สำคัญมันเคลื่อนไหวและมีเสียงด้วยมา ผมโคตรเกลียดเลย ไม่ได้เกลียดสติ๊กเกอร์นะครับ แต่ผมเกลียดไอ้ยูคเนี่ย!! ตั้งแต่ซื้อมาแม่งก็ส่งมาอยู่ได้ ไม่เห่อครับไม่เห่อ แค่ส่งมาจนผมอาจจะต้องใช้เวลาประมาณสามปีในการเลื่อนหาข้อความล่าสุดที่คุยกัน เผลอๆจบมหาลัยจะเลื่อนเจอรึยังก็ไม่รู้ ไอ้นี่ก็ส่งมาจังครับ





    ตื้ด .. นั่นส่งมาอีกละ -________-





      ไอ้ยูคส่งสติกเกอร์ไลน์มาขัดขวางการดูพี่เอกของผมมากอ่ะ เด้งซะจนคลิปกระตุกสองสามทีแล้วก็เด้งกลับไปอยู่หน้าโฮม เอ้อดี!





    "เชี่ย กูดูพี่เอกอยู่มึงก็แกล้งกูจังงงงง" ผมกดปิดโทรศัพท์แล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าด้วยความเซ็งและหมดอารมณ์จะดูต่อ แต่ไอ้ยูคก็หารู้ตัวไม่ว่ากำลังทำเพื่อนคนนี้อยากจับรองเท้าฟาดหน้ามันสุดใจ




    "รักดอกจึงหยอกเล่น" แม่งเป็นลูกครึ่งเกาหลีที่พูดไทยเก่งกว่าไทยแท้อย่างผมอีก มีดงมีดอกด้วย




    "หยุดเลยมึง พอดีกูไม่ได้รักมึงขนาดนั้นว่ะ"




    "ไอ้ฉัด กูงอน" ไอ้นี่ก็ทำหน้าตุ๊ดซะ





    "เรื่องของมึง"





    "ง้อกูหน่อยดิ"





    "เอามาก่อน 500 เดี๋ยวง้อ" ผมแบมือตรงหน้ามันแล้วกระดิกนิ้วข่มขวัญ





    "มีอยู่ห้าบาทอ่ะเอาไปก่อนได้ป้ะ"





    "เลิกคบ มีเงินในบัญชีไม่ถึง 12 หลักกูไม่คบว่ะ" แล้วผมก็ตัดบทโดยการหันไปหาไอ้มิ้น พอ! คุยกับมันทีไรหาสาระไม่ค่อยเจอ





    "เออ สรุปมึงถามทำไมมิ้น มีไรป้ะ"





    "มี!" เหมือนไอ้มิ้นรอจังหวะพูดมานาน เพราะทันทีที่ผมเอ่ยปากถาม มันก็ตบโต๊ะแล้วจ้องหน้าผมจริงจัง





    "มึงได้เดินถือป้ายโรงเรียน" ไอ้มิ้นพูดจบก็ทำหน้าภาคภูมิใจกับข่าวที่บอกผม แต่ขอโทษนะครับ พอดีผม ....





    "เออกูรู้แล้ว"





    "อ้าว รู้ได้ไงอ่ะ" เฟลครับเฟลเลยมึง 555555





    "โห่ พี่โจควอนบอกกูเป็นชาติแล้ววววววววว มึงไปอยู่ไหนมาไอ้มิ้นน" ผมส่ายหน้าแล้วขำไอ้มิ้นที่หน้าเหวอไปเล็กน้อยถึงปานกลาง สงสารว่ะ 5555555 คือปกติไอ้มิ้นจะเป็นหน่วยข่าวของห้องอ่ะครับ ก็ด้วยความที่มีพี่ชายอยู่ในสภานักเรียน ทำให้มันรู้ข่าววงในอะไรก่อนชาวบ้านเสมอ แต่ขอโทษนะ คราวนี้ผมรู้ก่อนอ่ะ 555555555





    "เอ้อ รู้แล้วก็ดี แล้วก็รู้แล้วใช่มั้ยล่ะว่าได้เดินคู่ใคร" คราวนี้เป็นผมแล้วล่ะที่ต้องร้องถามมัน เห้ ข่าวนี้ผมยังไม่รู้เลยครับ คือพี่โจควอนบอกผมว่าจะให้ผมเดินถือป้ายชื่อโรงเรียนคู่กับเพื่อนผู้หญิงในขบวนเกียรติยศ ซึ่งมันเป็นขบวนของโรงเรียน นำหน้าขบวนของสีต่างๆ แต่พี่โจควอนบอกว่าขอเลือกก่อนว่าจะให้ใครมาเดินคู่กับผม นี่ผมก็อยากรู้ละ





    "ยังว่ะ ใครวะ"





    "หึหึ เพื่อนรักแกอ่ะ" ไอ้มิ้นยิ้มมุมปากแล้วหันมามองหน้าผมกับไอ้ยูค สร้างความสงสัยให้ผมเข้าไปใหญ่





    "ใคร เพื่อนกูเยอะแยะ เพื่อนรักกูทั้งโรงเรียนอ่ะ กูจะรู้มั้ยครับ"





    "เห้ออ โง่ตลอดดด ก็ละอองดาวไง!" ชื่อของละอองดาวเหมือนก้องอยู่ให้หัวของผมทันทีที่ไอ้มิ้นพูดจบ ผมกับไอ้ยูคแอบสะตั้นไปประมาณสามวิ แล้วก็มองหน้ากันเงียบ เหมือนถูกเย็บปากพูดอะไรกันไม่ออกอยู่สองคน ผมสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วหันไปถามไอ้มิ้นเพื่อนความแน่ใจอีกครั้ง





    "มึงแน่ใจนะมิ้น"





    "สุดๆ ก็ในใบที่พี่โจควอนเขียนรายชื่อไว้อ่ะ ชื่อแกกับละอองดาวนี่คู่กันแผ่หลาอลังการเลยจ้า"





    "จริงอ่ะ ตอนแรกก็นึกว่าละอองดาวจะได้เดินถือป้ายตราโรงเรียนซะอีก แล้วงี้ใครถือแทนอ่ะ" ไอ้ยูคร้องถามขึ้นมาซึ่งก็ตรงกับใจผมที่กำลังจะถามพอดี ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นว่าละอองดาวซึ่งถือว่าเป็นว่าที่ดาวโรงเรียนคนต่อไปคงจะได้ถือป้ายที่สำคัญที่สุดของขบวน แต่ไหงกลับมาถือคู่ผมได้เนี่ย งงครับ





    "พี่พิมไง" ไอ้มิ้นตอบออกมาแบบเฉยๆ ผิดกับผมและไอ้ยูคที่แทบจะลุกขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายด้วยความตกใจขั้นสุด





    "เห้ย มึงหมายถึงพิมไหน!!?" ผมร้องถามไอ้มิ้นทันที หัวใจตอนนี้เต้นรัวประหนึ่งโดนพี่มาร์คบอกชอบ เดี๋ยวนะ ถ้าใช่พิมเดียวกับที่คิดตอนนี้ผมกรี๊ดนะ





    "พิมฐามั้ง!!! จะพิมไหนล่ะ ก็พี่พิมลี่ของเราไงคะ" พูดจบไอ้มิ้นก็ยิ้ม กรี๊ดดดดดดดดดดดด พี่พิมมมม พี่พิมของผมจะกลับมาแล้ว โอ้ย ดีใจ คืองี้ครับ พี่พิมลี่ คือรุ่นพี่ของผมเอง เป็นรุ่นพี่ที่อยู่ชมรมนิเทศและเป็นคนชวนผมกับไอ้ยูคเข้าชมรมตั้งแต่ม.1 เป็นรุ่นพี่ที่ผมรักมากกกกกกคนหนึ่งเลย ปีที่แล้วพี่พิมไปแลกเปลี่ยนที่ USA หนึ่งปีครับ แกบอกว่าจะกลับมาก่อนกีฬาสี แต่ผมไม่คิดว่าพี่พิมจะกลับมาเร็วขนาดนี้อ่าาา ไม่บอกผมด้วย โอ๊ยยย ตื่นเต้นนน ผมคิดถึงอ่ะ คิดถึงจริงๆนะ ร้องไห้แปบ TwT





    "จริงมั้ยมึง มึงพูดจริงนะ"





    "ล้อเล่นทำไมอ่ะ พูดจริง เนี่ยเดือนหน้าพี่พิมก็กลับไทยละ พี่โจควอนก็เลยจับมาถือป้ายเลยไง ดาวโรงเรียนจะคัมแบ็คแล้วนะจ้ะ เอ้าฟินรัวๆ" ไม่ปฎิเสธเลยครับว่าพี่พิมสวย สวยจริงๆนะ สวยด้วย และโหดด้วยเช่นกัน เดี๋ยวรอพี่พิมกลับมาก่อนนะ เดี๋ยวรู้เลยคุณผู้อ่าน




------------------------------------------










    "พี่พิมจะกลับมาแล้วเหรอคะ" เสียงหวานของหญิงสาวใบหน้าน่ารักเปล่งออกมาใส่คนที่อยู่ปลายสาย ละอองดาวยิ้มกับตัวเองแล้วตั้งใจฟังพี่สาวคนสนิทพูดต่อ





    [ใช่ พี่จะกลับประมาณต้นเดือนหน้า ไปถึงละก็เลี้ยงส้มตำพี่ด้วยนะยะ หิวมากกกกกกกกก อยากกินสุดๆ]





    "ได้เลยพี่พิม พี่พิมอยากกินอะไรบอกมาเลย เดี๋ยวหนูพาไปกิน" ร่างเพรียวเดินมาหยุดอยู่หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์ สายตาคู่สวยไล่ไปตามแผ่นประกาศเรื่อยเปื่อย แต่ปากก็ยังสนทนากับพี่สาวคนสนิท ตัวอักษร โฆษณา และประกาศมากมายผ่านตาแล้วก็ผ่านไป ละอองดาวเลื่อนสายตาไปยังบอร์ดทำเนียบเซบที่ทำกันเล่นขำๆในหมู่นักเรียน ในนั้นยังคงมีรูปตนที่ได้รับการโหวตจากประชาชนชาวเจวายพีวิทยาให้เป็น 'เจ้าหญิง' แปะอยู่ รอยยิ้มเล็กปรากฎขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เสียงสนทนาปลายสายจะเรียกชื่อตนให้กลับไปสนใจอีกครั้ง





    [นี่อองดาว]





    "คะพี่พิม?"





    [อย่าบอกเจ้าแบมนะว่าพี่จะกลับ พี่จะไปเซอร์ไพส์มัน]





     รอยยิ้มเมื่อครู่พลันจางหายไปจากใบหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของอดีตเพื่อนสนิท ละอองดาวปรับเสียงให้ดูปกติแล้วตอบกลับคนปลายสายไป สายตาคู่สวยที่จ้องมองรูปตนที่แปะอยู่ค่อยๆลากไปยังรูปข้างๆ ถ้าเขาได้รับการโหวตให้เป็นเจ้าหญิง แน่นอนว่าคนที่เป็นเจ้าชายก็คือ ..... แบมแบม





    แต่บางทีประชาชนที่โหวตอาจจะยังไม่รู้ว่า เจ้าหญิงกับเจ้าชายที่เบื้องหน้าดูคู่ควรและเหมาะสมกันนั้น เบื้องหลังกลับไม่แม้แต่จะคุยหรือมองหน้ากันเลยด้วยซ้ำไป





    "ค่ะพี่พิม หนูไม่บอกหรอก"





    [ดีมากย่ะ แล้วนี่ทำอะไรอยู่ล่ะเรา]






    "เพิ่งเลิกเรียนค่ะพี่พิม หนูเดินเล่นรอจูเนียร์อยู่" ละอองดาวหันหลังเดินออกมาจากบอร์ดประชาสัมพันธ์ก่อนจะเดินทอดน่องไปตามทางเดินสบายอารมณ์ บรรยากาศยามเลิกเรียนช่วงนี้ไม่ค่อยเงียบเท่าไหร่นัก เพราะเป็นช่วงใกล้กีฬาสี เด็กนักเรียนเลยอยู่โรงเรียนทำกิจกรรมซะส่วนใหญ่





    [ใครคือจูเนียร์]





    "เด็กแลกเปลี่ยนที่มาอยู่บ้านหนูไงพี่พิม"





    [อ๋อ .. เออใช่ พี่ลืมเลย เอ้อ! มีเรื่องจะบอกแหละ]





    "เรื่องอะไรคะ"





    [โจควอนบอกพี่ว่า พอพี่กลับไปมันจะให้พี่เป็นคนกำกับละครเวทีประจำปีนี้แทนไอ้เจ]





    "อ้าว แล้วทำไมปีนี้พี่เจไม่กำกับอ่ะพี่" ละอองดาวขมวดคิ้วงุนงงน้อยๆ เมื่อเขากำลังพูดถึง พี่เจ รุ่นพี่ในชมรมซึ่งปกติจะรับหน้าที่เป็นผู้กำกับละครเวทีโรงเรียนทุกๆปี





    [เอ้า ก็เดี๋ยวไอ้เจมันจะไปแลกเปลี่ยนที่อิตาลีแล้วไง ถ้าจำไม่ผิด พี่กลับไปได้อาทิตย์กว่าๆมันก็ไปต่อเลย]





    "อ่าใช่ หนูก็ลืมว่าพี่เจจะไปแลกเปลี่ยน"





    [นั่นแหละ แล้วพี่ก็จะบอกว่า พี่จะล็อคตัวแกให้เป็นนางเอกประจำปีนี้ด้วย!]





    "ห้ะอะไรนะคะ พี่พิมจะให้หนูเป็นนางเอกเนี่ยนะ แต่.."





    [หยุด! ไม่มีตงมีแต่ค่ะ ฉันจะให้เธอเป็นนางเอก  ห้ามปฏิเสธใดๆทั้งสิ้น โอเค๊]





    "ก็ได้ค่ะพี่พิม"





    [ดีมากน้องสาว แล้วเดี๋ยวยังไงพี่กลับไทยแล้วค่อยคุยกันอีกที แค่นี้นะ พี่ไปนอนแล้ว บายยยยย]





    เสียงปลายสายดับไป ละอองดาวจึงล้วงโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋ากระโปรงแล้วกระชับกระเป๋านักเรียนเดินต่อไป ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังเดินคิดอะไรเหม่อลอยอยู่ไม่ทันได้เห็นว่าทางเลี้ยวข้างหน้ามีคนเดินมา และนั่นจึงทำให้เธอชนเข้ากับชายหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว





    "โอ๊ย/เห้ย!" โชคร้ายที่ชายหนุ่มที่ชนเข้ากับเธอถือถังใส่น้ำและพู่กันต์มากมายมาด้วย ถังใส่น้ำหลุดจากมือตกลงกับพื้นทำให้ทั่วบริเวณนั้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำ และที่สำคัญกระโปรงของเธอก็เปียกชุ่มเลย





    "ขอโทษครับ!! ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ โอ๊ยตายแล้ว เปียกหมดเลย"





    "ไม่เป็นไร ........ ค่ะ" ละอองดาวก้มลงสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ก่อนจะร้องบอกคู่กรณีที่ละล่ำละลักขอโทษเธอเสียยกใหญ่ แต่ทันทีที่ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองใบหน้าคนตรงหน้า ความตกตะลึงก็แล่นเข้ามาปกคลุมบริเวณนั้นทันที แต่แค่แปบเดียวเท่านั้นก่อนที่ทุกอย่างจะฟุ้งหายไปเหมือนฝุ่นและสุดท้ายก็กลับกลายเป็นความเฉยชาที่เข้ามาแทนที่ซะเอง





    "ละอ .. อองดาว"





    "แบมแบม เจอกันอีกแล้วนะ ..." น้ำเสียงราบเรียบและแววตาเย็นชาทำเอาแบมแบมต้องเผลอกำหูหิ้วถังน้ำแน่น





    "เอ่อ ... เออะ ขอโทษที ฉันซุ่มซ่ามเองอ่ะ เอ่อ เอางี้ มาๆเดี๋ยวเช็ดให้" แบมแบมร้องบอกด้วยท่าทีที่อยู่ๆก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาเฉยๆ มือน้อยรีบล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแต่ก็ต้องชะงักไว้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเสียจนใจหาย





    "ไม่ต้อง"





    "แต่ .."






    "ไม่ต้องก็คือไม่ต้อง"






    "เปียกแบบนี้เนี่ยนะ จะกลับบ้านได้ไง อองดาว อย่าดื้อดิ" แบมแบมตีใบหน้าขรึมใส่ทำเอาความรู้สึกบางอย่างของหญิงสาวที่ไม่ได้สัมผัสมานานถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง







    'อองดาว ไม่สบายก็ต้องกินยาดิ อย่าดื้อ!'



    'ขึ้นหลังมานี่ยัยโง่ เท้าพลิกแล้วยังอวดเก่งอีก ขึ้นมาเลยนะอย่าดื้อ!'



    'อองดาว บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ากลับบ้านเองคนเดียว มันมืดขนาดนี้ อันตรายแค่ไหนรู้บ้างป้ะเนี่ย รออยู่ตรงนั้นเลยนะ เดี๋ยวจะรีบไปหา อย่าดื้อ เข้าใจ!?'







   "ไม่ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก ฉันไม่อยากได้ยินเสียงนาย เข้าใจมั้ย" จบคำพูดเฉยชาแล้วขาเรียวก็รีบก้าวออกไปจากตรงนั้น แบมแบมยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เร็วเท่าความคิด คนตัวเล็กตัดสินใจทิ้งถังในมือลงแล้ววิ่งไปคว้าข้อมือของอดีตเพื่อนสนิทให้หยุดอยู่ตรงนั้น






    "อองดาว ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"





-------------------------- 50% -------------------------







     ".........."




    "ขอเวลาแปบเดียว ขอคุยด้วยหน่อยนะอองดาว" ละอองดาวค่อยๆหันหลังกลับมาแล้วจ้องหน้าผมนิ่ง สายตาของเธอหลุบมองลงต่ำไปยังข้อมือของเธอที่ถูกผมกุมไว้อยู่ ผมจึงค่อยๆคลายมือลงให้ข้อมือของคนตรงหน้าเป็นอิสระ





    "ฉันมีเวลาไม่มาก มีอะไรก็รีบๆพูด" ละอองดาวพูดจบก็ลากสายตามองไปทางอื่น ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมเลยสักนิด ผมจึงตัดสินใจที่จะเคลียร์ทุกสิ่งที่ผมค้างคามาตลอด





    "อองดาว ..... เธอคิดมาเสมอใช่มั้ยว่าเราเป็นคนทำให้พี่อองฝนตาย" เหมือนคำพูดตรงไปตรงมาของผมจะไปสะกิดใจของเธอเข้าอย่างจัง ละอองดาวหันหน้ากลับมาจ้องหน้าผมทันที ผมลอบถอนหายใจเพื่อไล่ความขี้ขลาดของตัวเองออกไป ยังไงวันนี้ผมก็ต้องคุยกับละอองดาวให้รู้เรื่องให้ได้





    มันไม่ใช่เพื่อผม



    แต่ผมกำลังทำเพื่อเธออยู่





    "ถ้าจะแก้ตัวละก็ ไม่ต้องหรอกแบมแบม"





    "เราไม่ได้แก้ตัว แต่เรากำลังจะบอกความจริงทุกอย่าง อองดาว เธอต้องฟังฉันนะ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับพี่อองฝน เราไม่ได้ทำ แล้วข้อความเราก็ไม่ได้ส่งไป เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่อองฝนไปที่โรงแรมนั้น วันนั้นพอเราคุยกับพี่อองฝนเสร็จ พี่อองฝนบอกแค่ว่าจะขึ้นห้องไปนอน แล้วเราก็ออกไปหาพี่พิม เรารู้ข่าวอีกทีก็เช้าวันต่อมาแล้ว อองดาว เธอต้องเชื่อเรานะ" พอได้พูดทุกสิ่งที่อยากพูดมาตลอดออกมา มันก็เหมือนกับแก้วแตกแล้วน้ำก็ไหลบ่าลงมาอย่างไม่ขาดสาย ละอองดาวยังคงจ้องหน้าผมนิ่ง ส่วนผมก็นิ่งรอฟังคำตอบเช่นกัน ระหว่างเราสองเงียบไปราวนาที ก่อนที่เธอจะค่อยๆพูดออกมา




    "แบมแบม ..."





    ".........."





    "พอเถอะ..."





    "อองดา..."





    "ถ้าจะให้ฉันเชื่อ ก็บอกมาสิว่าข้อความนั้นส่งมาจากใคร ส่งมาจากไหน"





    "เราไม่รู้ว่าข้อความนั้นมาจากไหน แต่เราคิดว่าเป็นไอ้ติณท์"





    "ติณท์ ? พี่ติณท์น่ะเหรอ พี่ติณท์เกี่ยวอะไร" สีหน้าของละอองดาวเปลี่ยนไปเป็นงุนงงเล็กน้อย





    "ตำรวจบอกว่าคนร้ายคือเพื่อนของพี่อองฝน แต่เราคิดว่าคนร้ายอีกคนคือไอ้ติณท์ คนที่บงการเบื้องหลังคือไอ้ติณท์"





    "แบมแบม หยุด!" ผมชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเสียงหวานนั้นตะคอกออกมาจนผมตกใจ





    ".........."





    "ถ้าไม่ยอมรับผิดก็อย่ามาว่าพี่ติณท์แบบนี้ อย่าใส่ร้ายพี่ติณท์!"





    "แต่อองดาว เธอไม่รู้หรอกว่าไอ้ติณท์มันเลวแค่ไหน มันเป็นคนทำร้ายพี่อองฝน เธอต้องเชื่อเรานะ!"





    "พี่ติณท์จะทำร้ายพี่อองฝนทำไม ! พี่เค้าเป็นแฟนกันนะ ! นายมีหลักฐานอะไรแบมแบม นายบอกว่าพี่ติณท์เป็นคนทำ แล้วไหนล่ะหลักฐาน พี่ติณท์จะทำไปเพื่ออะไร !"





    "ก็เพราะพี่อองฝน ..... !!!!" ผมรีบหยุดปากไว้แค่นั้นเมื่อเสียงของพี่สาวผมดังก้องขึ้นมาในหัว ฟันขบกับริมฝีปากล่างจนห่อ ผมค่อยๆหลับตาลงแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างขัดใจ ไม่! ผมจะไม่พูดครับพี่ ผมสัญญาแล้ว ไม่ ...





    "พี่อองฝนทำไม พูดสิแบม"





    "พี่อองฝนกับไอ้ติณท์ ...... มันมีอะไรมากกว่านั้น แต่เราพูดไม่ได้"





    "คนร้ายถ้ายืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์แต่ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้มายืนยัน สุดท้ายก็ยังเป็นคนร้ายจนตายนั่นแหละแบมแบม"





"เราบอกไม่ได้จริงๆละอองดาว เราสัญญากับพี่อองฝนแล้ว เราบอกไม่ได้ เราบอกได้แค่ว่าไอ้ติณท์มันเป็นคนไม่ดี มันทำร้ายพี่อองฝน และมันก็กำลังจะทำร้ายเธอด้วยอองดาว ระวังตัวไว้ด้วย อย่าไปยุ่งกับมัน"





    "ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องฟังนายแบมแบม จนกว่านายจะบอกมาว่าทำไม" ละอองดาวก็ยังเป็นละอองดาววันยังค่ำ ถ้าเธออยากรู้อะไร ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องรู้ให้ได้





    "เราบอกไม่ได้จริงๆ อย่าบังคับเราเลย"





    "ทำไม"





    ".........."





    "มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้ใช่มั้ย"





    "เรายอมให้อองดาวเกลียด ยังดีกว่าผิดคำสัญญากับพี่อองฝน"





    "ถ้าอย่างนั้นก็ดีใจด้วยนะแบม นอกจากฉันจะเกลียดที่นายทำให้พี่สาวฉันตายแล้ว ตอนนี้ฉันยังจะโกรธที่คนเป็น 'เพื่อน' กันไม่พูดความจริงให้กันด้วย จริงๆตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันก็ยังเห็นว่านายเป็นเพื่อนอยู่เลยไม่ได้ทำอะไรลงไปมาก แต่ตอนนี้นายกลับมาแก้ตัวให้เรื่องมันแย่ลง นายมาบอกเรื่องจริงที่ไม่มีหลักฐานของนายแต่เป็นข้ออ้างในสายตาฉัน เพราะนายไม่บอกเหตุผลไง นายไม่เคยพูดอะไรกับเพื่อนเลย ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ตาม! นายก็ยังเป็นนายอยู่นะแบมแบม ไม่เคยมองคนข้างๆ ไม่เคยไว้ใจคนข้างๆเลย ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะเชื่อใจนายมากแค่ไหนก็ตาม!" ละอองดาวพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไปเลย เหลือไว้ก็เพียงผมกับความรู้สึกแย่ๆที่เธอทิ้งไว้ให้ พี่อองฝนครับ แบมควรทำยังไงดี ถ้าตอนนี้พี่ยังอยู่พี่จะพูดว่าอะไร ผมกับละอองดาวทะเลาะกันอีกแล้วครับพี่ แต่ตอนนี้ไม่มีพี่คอยห้ามแล้ว ไม่มีพี่คอยปลอบแล้ว ถ้าพี่ยังอยู่ พี่จะช่วยแบมใช่มั้ย ใช่มั้ยพี่อองฝน ...















    ผมยืนอยู่ที่เดิม ตัวชาไปหมด ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ผมยืนนิ่งด้วยความรู้สึกติดลบจนขั้นสุด น้ำตาเม็ดใสก็เริ่มมาเอ่ออยู่ที่ขอบตา แต่กลับไม่ไหลลงมาสักหยด





    "แบมแบม ..." เสียงเรียกชื่อผมดังมาจากด้านหลัง ผมจึงเงยหน้าให้น้ำตาไม่ไหลออกมา ก่อนจะกลับหลังหันไปทางต้นเสียงนั้น





    "พี่มาร์ค ..." เป็นพี่มาร์คนั่นเองที่เรียกผม พี่มาร์คยืนอยู่ตรงพื้นที่นองไปด้วยน้ำและพู่กันต์มากมายที่ตกอยู่เกลื่อนกลาด ข้างๆไม่ไกลมีถังน้ำที่ผมโยนทิ้งไปนอนแอ้งแม้งอยู่ด้วย





    ผมเดินเข้าไปหาพี่มาร์คช้าๆด้วยอารมณ์ที่ไม่พร้อมจะคิดหรือทำอะไร สองเท้าไร้เรี่ยวแรงของผมเดินมาหยุดลงตรงหน้า โดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าผมมาอยู่ตรงนี้ได้ไง ทุกอย่างที่ผมกำลังทำราวกับสมองสั่งการให้ทำทั้งๆที่ความรู้สึกไม่รับรู้อะไรแล้ว ผมยืนมองพี่มาร์คนิ่ง





    "พี่เห็นแบมหายมานานก็เลยมาตาม ไหนบอกจะมาเปลี่ยนน้ำล้างพู่กันต์ แล้วทำไมมันเละเทะแบบนี้ล่ะแบม" พี่มาร์คพูดยิ้ม แต่ลึกๆแล้วผมรู้ว่าพี่มาร์ครู้ว่าผมไม่โอเค ผมส่ายหน้าเบาๆไม่รู้เหมือนกันว่าทำทำไม ค่อยๆนั่งยองๆลงกับพื้นแล้วหยิบพู่กันต์ที่กระจายนับสิบมาไว้ในมือ พี่มาร์คย่อตัวลงนั่งข้างหน้าผมก่อนจะช่วยเก็บพู่กันต์





    "แบม .... ผิดเองแหละพี่มาร์ค"





    "............"





    "พี่มาร์คบอกตลอดว่าไปไหนก็ให้บอกคนอื่นด้วย แต่แบมก็ยังดื้อ ยังดื้อที่จะมาคนเดียว สุดท้ายแบมรู้แล้วว่าตอนเกิดอะไรขึ้นมันหว้าเหว่แค่ไหน เวลาหันไปมองข้างๆแล้วไม่รู้จะเรียกให้ใครช่วย เพราะแบมมาคนเดียว ให้แบมเดินกลับไปเรียกให้ใครมาช่วย มันก็ไกลเกินไปแล้ว ... ฮึก แบมมาไกลเกินไปแล้วพี่มาร์ค" มือที่เก็บพู่กันต์อยู่สั่นเสียจนผมต้องดึงกลับมากอดเข่าตัวเอง ผมกำลังรู้สึกว่าตัวเองทำผิดพลาด ผมรู้สึกว่าผมย้อนไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว





    ผมนั่งยองๆกอดเข่าแล้วซุกหน้ากับท่อนแขนตัวเองนิ่ง ปล่อยน้ำตาเม็ดใหญ่ให้ไหลไปตามแนวแขนโดยไม่คิดจะหยุด ผมไม่รู้แล้ว ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปแล้ว ผมรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวเลย การกุมความลับของคนที่ไม่อยู่แล้วมันอึดอัดมากจริงๆ





    น้ำตาไหลออกมาจนผมสะอื้นแต่ไร้เสียง มันหนาวจนผมต้องกอดตัวเองไว้แน่นขึ้น แต่ทันใดนั้นความอบอุ่นที่คุ้นเคยก็โอบกอดผมไว้ ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่ค่อยๆดึงผมไปกอดทั้งๆที่พี่เค้ากำลังนั่งชันเข่าบนพื้นเปียกๆนั้น พี่มาร์คดึงผมเข้าไปพิงกับอ้อมกอดอุ่นๆ ก่อนที่จะใช้เสียงทุ้มๆที่ผมได้ยินเสมอตอนผมอ่อนแอทำให้ผมสงบลง





    "เดินมาไกลมากใช่มั้ยแบมแบม"





    ".........."





    "เดินกลับไปเรียกคนให้มาช่วยไม่ไหวแล้วใช่มั้ย"





    ".........."





    "เหนื่อยใช่มั้ย ถ้าเหนื่อยแล้วก็ยืนรอตรงนี้แหละ ..."





    ".........."





    "พี่จะเดินมาช่วยแบมเอง ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้แบมเดินไปไหนคนเดียวอีก พี่ก็จะเดินตามไปช่วยแบมทุกที่เอง พี่จะไม่ปล่อยให้แบมอยู่คนเดียว พี่สัญญา"





    ".....ฮึก"





    เพียงแค่นั้น น้ำตาผมก็ไหลลงมาราวกับเขื่อนแตก ถ้ารู้ว่าการมีพี่มาร์คอยู่ข้างๆแล้วมันดีขนาดนี้ เราควรเจอกันเร็วกว่านี้นะพี่มาร์ค ...




--------------------












     ห้องนอนแบมแบม 23.00 น.


    ผมปิดสมุดการบ้านลงแล้วกระแทกหลังกับพนักพิงเบาๆอย่างอ่อนแรง ให้ตายยังไงคำพูดของละอองดาวเมื่อเย็นก็ยังคงก้องอยู่ในหัวแม้ว่าผมจะพยายามไล่มันออกไปแค่ไหนก็ตาม ผมกำลังรู้สึกอ่อนแออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อ่อนแอซะจนต้องดึงพี่มาร์คมาอยู่ใกล้ๆตัวตลอดเวลา




    พี่มาร์คนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องตอนที่ผมกำลังทำการบ้าน ด้วยเหตุผลที่ผมขอให้พี่มาร์คมาอยู่เป็นเพื่อน แต่คุณชายก็ยังเล่นมุกมาอยู่เป็นแฟนได้มั้ยใส่ผมอยู่นั่นแหละ นี่ถ้าผมอารมณ์ปกติพี่มาร์คโดนผมตีไปแล้วนะ





    ผมนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะร่วมนาทีทั้งๆที่การบ้านเสร็จแล้ว ตอนนี้สมองว่างเปล่าและความรู้สึกก็นิ่งเช่นเคย ผมนั่งจ้องปากกาแต่สายตาเลื่อนลอย แล้วจู่ๆก็รู้สึกถึงความเย็นถูกสัมผัสเข้าที่หูด้านซ้ายและขวา ก่อนที่เสียงเพลงจะดังขึ้นมาในโลกของผม พี่มาร์คนั่นเองที่เดินเอาหูฟังมาเสียบกับหูของผม พี่มาร์คจับหูฟังของพี่เค้ามาใส่ที่หูของผมก่อนจะเร่งเสียงให้ดังขึ้น





    "ทำการบ้านเสร็จก็นอนได้แล้ว"





    "แบมนอนไม่หลับ"





    "นอนเถอะ ดึกแล้วนะแบม" พี่มาร์คไม่ว่าเปล่ากลับดึงผมให้ลุกขึ้นแล้วลากไปที่เตียง ผมที่ไม่มีแรงจะเถียงเหมือนทุกวันอยู่แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างว่าง่าย พี่มาร์ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ผม ก่อนจะยืดตัวกลับไปยืนนิ่ง ผมนอนจ้องหน้าพี่มาร์ค ตากลมๆโผล่พ้นผ้าห่มบวกเส้นผมที่ลู่ลงมาก็ทำให้มาร์คต้วนอดยิ้มออกมาไม่ได้ พี่มาร์คล้วงมือหยิบโทรศัพท์ที่ต่อสายหูฟังอยู่ที่ผมขึ้นมา ก่อนจะเลื่อนหน้าจอแล้วกดเลือกเพลงที่ต้องการ เสียงใสจากกล่องดนตรีดังออกมาจากหูฟัง ทำให้ผมค่อยๆเคลิ้มลงไปกับโลกของเสียงเพลง





    "นอนได้แล้ว ฝันดีแบมแบม" พี่มาร์คพูดข้างๆหูผมแล้วก็เดินไปทางประตูกลับห้องไป ไฟในห้องดับลงแล้ว แต่ผมยังคงไม่หลับ















    ราวๆครึ่งชั่วโมงที่ผมนอนหลับตาฟังเสียงกล่องดนตรีจากโทรศัพท์เครื่องสวยที่พี่มาร์คทิ้งไว้ แต่ในหัวของผมก็ยังไม่สามารถสลัดความคิดเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเย็นไปได้เลย โอ๊ยยยยย เลิกตามหลอกหลอนกันสักทีได้มั้ยยย แบมจะนอนนน แบมปวดหมองง





    ผมลืมตาโพรงในความมืดก่อนจะลุกขึ้นนั่ง เอามือขยี้หัวแรงๆกะให้ความคิดนี้อัตธานหายไป ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเด้งตัวลงจากเตียงคว้าหมอนกอดไว้กับอก เดินไปปิดแอร์แล้วออกจากห้อง มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องตรงข้าม ...





    ผมค่อยๆหมุนลูกบิดช้าๆ โชคดีที่พี่มาร์คไม่ได้ล็อคประตู ผมจึงค่อยๆแง้มบานประตูออกช้าๆแล้วแทรกตัวเข้าไปก่อนจะปิดลงอย่างเบามือ ขายาวค่อยๆเดินเงียบๆไปที่เตียง พี่มาร์คหลับไปแล้ว ผมเดินมาหยุดลงที่เตียงจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนกับพระจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เสียงลมหายใจของคนตรงหน้าผมผสานกับเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ผมค่อยๆวางหมอนลงบนที่นอนแล้วแทรกตัวลงในผ้าห่มตรงที่ว่างข้างๆพี่มาร์ค เมื่อนอนได้ลงตัวแล้วผมก็หันตะแคงมานอนมองพี่มาร์คที่หลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อย





     ผมนอนมองหน้าพี่มาร์คนิ่งมาหลายนาที แต่คนตรงหน้าก็ยังคงไม่รู้ตัว ในหัวผมตอนนี้กลับกำลังคิดอะไรมากมาย ได้แต่ตั้งคำถามเล่นๆกับคนที่ผมนอนมองหน้าอยู่ตอนนี้





    พี่มาร์ค ทำไมเราถึงได้มารู้จักกันนะ





    ถ้าพี่ไม่ได้เลือกมาประเทศไทย ตอนนี้แบมจะเป็นไงนะ แล้วพี่จะเป็นไง พี่จะไปอยู่ที่ไหน แล้วแบมจะทำอะไรอยู่





    นั่นสิ ... บางทีถ้าแบมไม่ได้เป็นโฮสต์ให้พี่ พี่มาร์คอาจจะไม่ได้ชอบแบมก็ได้นะ





    แต่ช่างเถอะ พอคิดไปคิดมา ตอนนี้พี่อยู่ตรงหน้าแบมใกล้กันแค่นี้เอง เหมือนฝันเลยแฮะ ...





    ผมนอนมองหน้าพี่มาร์คพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย คิดไปก็ยิ้มออกมาไม่รู้ตัว เป็นบ้าไปแล้วผม .///.





    "แอบมองหน้าพี่เหรอตัวเล็ก" ผมเบิกตาโตตกใจเมื่อเสียงทุ้มดังออกมาจากคนตรงหน้า พี่มาร์คพูดทั้งๆที่ไม่ลืมตา จนผมจ้องนั่นแหละพี่แกถึงค่อยๆลืมตาแล้วยิ้มบางๆ





    "แบมไม่ได้มองนะ"





    "โกหก"





    "ก็ดีกว่าหลงตัวเอง"





    "ถ้าไม่ได้มองหน้าพี่แล้วมองไร"





    "มอง ... ไม่ได้มองอะไร ก็มองไปทั่วอ่ะ"





    "แล้วมานอนห้องพี่ทำไม"





    "ก็แบมนอนไม่หลับ ทำไมครับ นอนไม่ได้เหรอ"





    "นอนเถอะแบม ฝันดี" เหมือนพี่มาร์คพยายามตัดบทเพราะดูพี่แกอยากนอนต่อ พี่มาร์คจึงชิงบอกฝันดีแล้วหลับตาไปเลย ผมนอนนิ่งสักพักแล้วจึงเอื้อมมือไปดึงหุฟังจากหูตัวเองข้างหนึ่งไปใส่ที่หูของพี่มาร์ค แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลือกเพลงใหม่ ก่อนจะค่อยๆหลับตานอนเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย





    --------------------------------------









น้องเลือกเพลงเสร็จก็หลับตาหลับไปเลย ผมจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้าช้าๆ น้องอยู่ใกล้ขนาดนี้ คืนนี้คงฝันดีแน่ๆเลยครับ ผมนอนมองนิ่งๆแล้วก็เผลอยิ้มออกมาอีกแล้ว ผมยิ้ม ยิ้ม แล้วก็ยิ้ม ก่อนที่จะหลับตานอนฟังเพลงที่แบมแบมเปิดแล้วหลับไปพร้อมรอยยิ้ม เพลงนี้กับคนตรงหน้า ... ไม่อยากให้เช้าเลย





     I Just Wanna ...




---------------- 100 % ----------------






ไม่เคยม่าได้เกินตอน

ก็ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมกัน 5555

ส่งมบ.เข้านอนก็ชักจะง่วงเอง

ไปนอนดีกว่า ฝันดีค่า จุ๊บ <3


#ฟิคโฮสต์แฟม






  
。SYDNEY♔
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1,023 ความคิดเห็น

  1. #844 mellow_aa (@mellow-aa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:39
    แบมดูแบกรับภาระเยอะนะ ทั้งที่เรากลับคิดว่ามันไม่มีอะไรเลย ถ้าคนที่ไม่อยู่รู้ เค้าก็อาจจะอยากให้เคลียร์ให้จบแล้วบอกไปเลยก็ได้นะเอาจิงๆ 
    อยากให้มาร์คแบมตกลงเป็นแฟนกันแล้วอะ รู้สึกง่ามาม่าเยอะมากเลย555
    #844
    0
  2. #778 oni (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:23
    กว่าอองดาวจะรู้ความจริงมาร์คแบมคงยอมรับเป็นแแฟนเรียบร้อยแล้ว

    และทั้งคู่คงจะเป็นเพื่อนที่ดีกันตลอดไป

    แบมไม่มีหลักฐานคงจะเคลียกับเพื่อนยาก แค่คำพูดคงไม่พอ

    รอพี่สาวคนสวยกับมาอะไรๆคงจะดีขึ้น

    ชอบมาร์คที่ดูแลแบมดีมากขึ้นทุกวัน
    #778
    0
  3. วันที่ 23 มกราคม 2559 / 14:14
    สงสารละอองดาวกับแบมที่เข้าใจผิดกันอยู่ อยากให้สองคนนี้ได้เคลียกันซะที ดีนะที่แบมมีมาร์ค มาร์คดูแลเจ้าแบมดีๆนะ
    #723
    0
  4. #623 ikgnas13 (@13phoenix) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 10:26
    พี่พิมมานี้มีร้าวววว อีกไหมน้อออ
    #623
    0
  5. #559 Tempobear (@tempobear) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 06:39
    แบมยังมีพี่มาร์คเสมอออออออ
    #559
    0
  6. #464 aa2501 (@aa2501) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 10:35
    ก่อนนอนก็เห็นหน้ากันเป็นคนสุดท้าย คือดีอ่ะ >//////<
    #464
    0
  7. #460 Nine99 (@warn1478) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 00:21
    ละอองดาวไม่ฟังแบมเลยอ่ะ ต้องรอให้เรื่องเกิดขึ้นก่อนมั๊ย ถึงจะเชื่อแบม

    ได้นอนกะน้องด้วย ฟินแลนด์ 5555
    #460
    0
  8. #459 Pong Narak (@poojnarak) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 14:03
    สงสารแบมกับละอองดาวอ่ะ เข้าใจผิดกันมานาน อย่าให้อองดาวยอมฟังแบมบ้าง ก่อนที่ตัวเองจะเดือดร้อนไปกว่านี้ 
    พี่มาร์คก็ดูแลแบมดีๆ นะ เหมือนไม่ค่อยปลอดภัยไงก็ไม่รู้
    มาต่อเร็วๆ นะคะ 
    #459
    0
  9. #454 Ploynill (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 22:56


    เดินมาไกลมากใช่มั้ยแบมแบม

    เดินกลับไปเรียกคนให้มาช่วยไม่ไหวแล้วใช่มั้ย

    เหนื่อยใช่มั้ย ถ้าเหนื่อยแล้วก็ยืนรอตรงนี้แหละ

    พี่จะเดินมาช่วยแบมเอง ไม่ต้องห่วงนะ ต่อให้แบมเดินไปไหนคนเดียวอีก พี่ก็จะเดินตามไปช่วยแบมทุกที่เอง พี่จะไม่ปล่อยให้แบมอยู่คนเดียว พี่สัญญา

    เท่านั้นแหละน้ำตากูไหลเหมือนเขื่อนแตกเลย

    เหมือนมาร์คจะเห็นเหตุการ์ณทุกอย่างอ่ะ

    แต่แบบไม่รู้ว่าเค้าพูดอะไรกัน

    แต่ก็พอเดาสถานการ์ณได้ไรงี้

    ไม่รู้นะเค้าก็เดาเอา 55555

    แต่ก็ฟินนนนนนนมากกกกกกกก

    เค้าอยากให้บะอองดาวกับแบมแบมเคลียร์ปัญหากันให้จบเร็วๆจัง

    แบบอยากให้แบมรับรักมาร์คซะทีไรงี้

    แต่เค้าก็เค้าใจนะ

    เพราะถ้าละอองดาวกับแบมแบมเคลียร์กันได้คงใกล้จบอ่ะ

    ก็จุดไคลแม็กซ์มันอยู่ตรงนี้หนิหนอ

    รอ รอ รอ รออยู่นะค่ะไรท์ มาต่อไวๆนะ^____________^



    #454
    0
  10. #452 CelL'e❋Tz (@littlegirlmomi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 10:51
    แบมน่าจะบอกละอองดาวไปตรงๆนะ อุบไว้ก็มีแต่ไม่เข้าใจกัน เข้าใจนะว่าพูดเรื่องพี่ฝนออกไปจะทำให้พี่ฝนเสื่อมเสีย แต่ไม่บอกมันก็ค้างอยู่อย่างงั้น คนร้ายก็ลอยนวล ละอองดสวก็เข้าใจผิดอยู่เหมือนเดิม อึดอัดแทนเลยล่ะ
    #452
    0
  11. #449 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 23:14
    ละอองดาวอ่ะ ทำไมไม่เชื่อแบม
    #449
    0
  12. #448 chokyutoon13 (@chokyutoonsj13) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 22:57
    ความละมุนนี้... อยากได้บ้างงงงง
    #448
    0
  13. #447 บินแบม (@bymira) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 20:20
    พี่พิมพ์นี่ ขอให้มาดีๆหนาาาาาาา อย่าสร้างความร้าวฉานนะคนแต่ง
    #447
    0
  14. #444 Babala nells (@sataangg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 20:13
    เค้าเริ่มหวีดกันแย้ววทแบมมีใจอะเด้
    #444
    0
  15. #442 MilkSirinat (@milksirinat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 05:16
    พี่พิมนินางเป็นใครจะมาบทร้ายหรือดี? แต่ยังไงก็ขอร้องอย่าให้ม่าหนักนักนะคะไรต์ ไม่งั้นเราคงทำใจไม่ด้ายยยยยยยยTOT แต่ถึงยังไงก็จะติดตามคะสู้ๆนะคะไรต์เรารักฟิคเรื่องนี้มากกกเลยๆๆๆๆ>///<
    #442
    0
  16. #441 PatChaa (@lisa1994) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 00:01
    รีบคุยดีละแบม เห็นด้วย ปล่อยไว้ก็มีแต่จะทำให้เรื่องบานปลาย ไม่เข้าใจกันซะที 
    #441
    0
  17. #440 pwen (@earnnnn_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 17:06
    พี่พิมนี่ใครรร ร้ายหรือดี
    #440
    0
  18. #439 chokyutoon13 (@chokyutoonsj13) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 13:29
    น้องแบมคนแมนพี่มาร์คต้องรีบทำคะแนนนะคนดี
    #439
    0
  19. #438 PETCHPP (@petchpl3) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 13:27
    พี่พิมอย่ากลับมาแล้วชอบมาร์คนะ..
    #438
    0
  20. #437 MarkCha_ (@chachaoln) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 07:24
    อองดาวนี่ยังไงนะ!!! น้องแบมมีอดีตอะไรกันบอกเลาหน่อยยยยยย
    #437
    0
  21. #436 wonder drean (@rungbuab) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 01:22
    เง้อออออออออ
    #436
    0
  22. #435 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 00:56
    อยากให้แบมเคลียกะละอองดาว ความรู้สึกกะมาร์คก็จะชัดเจนด้วย
    #435
    0