[MarkBam] HOST FAMILY #ฟิคโฮสต์แฟม

ตอนที่ 10 : กฎของโฮสต์ข้อที่ 8 :: เป็นโฮสต์ต้องดูแลตัวเองได้ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 พ.ค. 59









กฎของโฮสต์ข้อที่ 8

'เป็นโฮสต์ต้องดูแลตัวเองได้'

 

 

 

            เสียงบีบแตรรัวๆที่ดังสนั่น บวกกับแสงไฟที่สาดมากระทบกับใบหน้าของชายหนุ่มตัวเล็กทำให้การมองเห็นของเค้ายากขึ้นไปเป็นเท่าตัว แบมแบมกอดลูกหมาไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่นแล้วเบือนหน้าออกจากแสงไฟสว่างนั้น หลับตาแน่นอย่างรอรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้โดยรู้ชะตากรรมของตัวเอง

 

 

                พี่มาร์ค ..... แบมกลัว

 


                เสียงบีบแตรใกล้เข้ามาก่อนที่ภาพสุดท้ายของคนตัวเล็กจะดับลงโดยมีเสียงของใครบางคนดังแว่วเข้ามาในความคิด เป็นเสียงสุดท้ายที่ทำให้ความหวังเล็กๆก่อขึ้นมา ความหวังที่จะมีใครสักคนมาช่วยตน

 

                "แบมแบม!!"


 

 

                เอี๊ยดดดดดด!~



                 โครมมม!






 

 

            Mark's Part

 
 

            ใบหน้าใสของคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้ากำลังเลื่อนเข้าใกล้ผมเรื่อยๆ จนในที่สุดลมหายใจของเราสองคนแทบจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ผมมองหน้าของเมย์บีเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ดวงตากลมโตจ้องมองผมอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน เหมือนอยากจะสะกดผมเอาไว้ไม่ให้ห่างไปไหน ไม่ให้ห่างไปไหนนอกจากใบหน้าของเธอคนเดียว

 

                "เมย์บี ..." ผมเผลอเอ่ยเรียกชื่อของเธออย่างแผ่วเบา หญิงสาวตรงหน้าหลับตาลงช้าๆก่อนที่ใบหน้าของเราจะค่อยๆแนบชิดกัน .... และ



 

                แล้วอยู่ๆใบหน้าของใครบางคนก็โผล่ขึ้นมา ...


 

                'แบมแบม'



                แบมแบม ....

 


 

                ใบหน้าสดใสของแบมแบมโผล่ชัดขึ้นมาในห้วงความคิดของผมก่อนที่ผมเกือบจะทำอะไรลงไปกับเมย์บีมากกว่านี้ สองแขนยาวของผมรีบผลักตัวของหญิงสาวตรงหน้าออกอย่างรวดเร็วจนเมย์บีกระเด็นไปนั่งอยู่ที่เตียงแล้วทำใบหน้าเหวอใส่ผม เมย์บีมองผมอย่างไม่เข้าใจก่อนจะแสดงอารมณ์บางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นออกมาด้วย นี่เมื่อกี้ผมจะทำอะไรออกไปน่ะ ผมยกมือสองข้างขึ้นมาตบหน้าตัวเองเบาๆเป็นการเรียกสติให้กลับคืนมา มาร์คต้วนนน เป็นบ้าอะไรเนี่ย

 
 

                "มาร์ค! คุณผลักเมย์บีออกทำไม" เมย์บีลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผมก่อนที่จะชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ใส่ ผมมองหน้าของผู้หญิงตรงหน้าที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนที่ผมเห็นเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วช้าๆ นี่สินะตัวตนจริงๆของเธอ

 

 

                "ขอโทษนะ เจ็บรึเปล่า" ผมรีบขอโทษในส่วนที่ผลักเธอแรงเกินไปอย่างรู้สึกผิด แต่ใจอีกส่วนหนึ่งกำลังรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของเราเมื่อครู่

 


 

                "ไม่ค่ะ เมย์บีไม่เจ็บที่ร่างกายหรอก แค่เจ็บใจนิดหน่อยที่มาร์คผลักเมย์บีออกแรงขนาดนั้น ทำไมคะ รังเกลียดเมย์บีขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ผมมองผู้หญิงตรงหน้าบ่นใส่ผมด้วยน้ำเสียงแปดหลอดที่ทำเอาผมอยากจะยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ไหว

 


 

                "คุณเข้าใจผิดแล้วเมย์บี แต่ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง คุณเป็นผู้หญิง ทำแบบนี้มันไม่เหมาะสมนะรู้มั้ย"

 


 

                "มันก็ไม่เห็นแปลกอะไรตรงไหนเลยนี่คะ วัฒนธรรมของคุณก็ทำอย่างนี้ไม่ใช่หรือไง เมย์บีก็เป็นแค่คนๆหนึ่งที่ไม่ซีเรียสกับอะไรไทยๆ คุณไม่เห็นจะต้องจริงจังเลย" เมย์บียิ่งพูดออกมาก็ยิ่งทำให้ผมหมดความศรัทธาที่เคยมีให้ผู้หญิงคนนี้ไปมากเท่านั้น




 

                "เมย์บี วัฒนธรรมของสังคมที่ผมอยู่เป็นแบบนั้นก็จริง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเป็นแบบนั้นนี่ อีกอย่างคุณเป็นผู้หญิง และที่สำคัญเป็นผู้หญิงไทยด้วย วัฒนธรรมไทยเค้าไม่เคยสอนเหรอครับว่าผู้หญิงควรรักศักดิ์ศรีของตัวเองน่ะ"

               


                เพราะเห็นว่าสิ่งที่ผู้หญิงตรงหน้าพูดมันไม่ถูกต้อง ผมในฐานะของคนต่างชาติคนหนึ่งที่รักความเป็นไทยมากจึงต้องเอ่ยปากบอกเธอ คำพูดของผมอาจจะฟังดูแรงแต่จริงๆแล้วผมจริงใจนะครับ ยิ่งเรื่องแบบนี้ผมซีเรียสมาก ไม่ใช่แค่ที่ประเทศไทยหรอก ที่แอลเอผมก็ซีเรียส ใครจะหาว่าผมหัวโบราณผมก็ไม่สนหรอก

 


 

                "อ๋อ นี่มาร์คกำลังจะว่าเมย์บีว่าแรดใช่มั้ยคะ"

 

 

                "ก็แล้วแต่เมย์บีจะคิดนะครับ" ทำไมยิ่งคุยผมก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนเดียวกับที่ผมเคยรู้จัก

 


 

                "มาร์ค! ...." เมย์บีกำลังจะอ้าปากเถียงกับผมต่อ แต่ทว่าเสียงจากโทรศัพท์ของผมที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้นมาก็ขัดบทสนทนาของเราทั้งสองคนก่อน ผมมองหน้าเมย์บีแวบหนึ่งแล้วรีบตรงไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอ และก็พบว่าเบอร์ที่โทรมาคือเบอร์ของ เบบี้ ?

 

 

                ด้วยความสงสัยบวกกับลางสังหรณ์แปลกๆที่เบบี้โทรมาหาผมตอนนี้มันผิดปกติเกินไป ทำให้ผมไม่รอช้ารีบกดรับสายน้องสาวคนเล็กของโฮสต์แฟมิลี่ทันที

 

 

                "ฮัลโหลเบบี้ มีอะไร"

 

 

                "พี่มาร์คช่วยด้วย พี่แบมโดนรถชน!"




                 "ห้ะอะไรนะ!! โอเคๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"




                  เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้หมดความสำคัญไปเลยครับ ถ้าเป็นเรื่องของแบมแบม ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงห่วงเด็กดื้อได้มากขนาดนี้ แบมแบม พี่ไม่อยู่ไม่กี่วันทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ โอ๊ยยย เป็นห่วงโว้ยยยย

 

               





                หลังจากประโยคที่ทำให้ใจของผมหล่นลงไปออกมาจากปากของเบบี้ สองขาและสองมือของผมก็ไม่รอช้ารีบกดวางสายและพุ่งไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ของตัวเองทันทีโดยไม่คิดที่จะสนใจผู้หญิงที่ยังคงยืนอยู่ในห้องสักนิด ผมหันมามองเมย์บีอีกครั้งตอนที่เก็บเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋าเสร็จ แล้วรีบออกจากห้องไปโดยที่ไม่แม้จะเอ่ยปากลาเธอเลยสักนิด สิ่งเดียวที่ผมคิดอยู่ตอนนี้คือทำอย่างไรถึงจะไปหาแบมแบมได้เร็วที่สุด

 

 

                แบมแบม .... อย่าเป็นอะไรนะ


 

---------------------------------------------------




 

                -- กรุงเทพ --

 


 

                เอี๊ยดดดดดดดดดดดด!~~~~

 

                โครมมม !!

 
 

                ฟู่ ~~~

 

 


 

                "แบมแบม!!" เสียงของยางรถที่เสียดสีไปบนพื้นถนนจากการเบรกอย่างกะทันหันบวกกับไหวพริบของคนขับที่หักพวงมาลัยทำให้ทิศทางของรถหักเหจากชายหนุ่มตัวน้อยและไปชนเอากับถังขยะที่ตั้งไว้ข้างทาง ก่อนรถจะจอดสนิทลง ควันจากหม้อน้ำลอยออกมาจากกระโปรงหน้ารถก่อนที่เจ้าของจะเปิดประตูลงมา โดยเหตุการณ์ทั้งหมดมีร่างโปร่งของชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคนตัวเล็กที่ตกใจจนหมดสติลงไปกับพื้นถนนเห็นมาตั้งแต่ต้น คุณลุงคนขับรถลงมายืนมองเหตุการณ์ด้วยท่าทางตื่นตระหนกก่อนจะรีบขึ้นรถและขับหนีไปอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่คิดจะสนใจเข้าไปดูคนตัวเล็กเลยสักนิด

 

 

                "แบมแบม!" ทันทีที่เห็นว่าคนตัวเล็กรอดจากอุบัติเหตุไปอย่างหวุดหวิด ขายาวของคนที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกจึงรีบวิ่งเข้าไปยังแบมแบมที่ตกใจจนหมดสติไปแล้วทันที ร่างโปร่งวิ่งมาคุกเข่าข้างๆแบมแบมก่อนจะพยุงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นพรางเขย่าตัวเรียกสติทั้งๆที่ตัวเองก็ยังตกใจไม่หาย



 

                ก็ลองมาเห็นคนรู้จักจะโดนรถชนต่อหน้าต่อตา เป็นใครก็คงสติหลุดเหมือนกันแหละครับ

 


 

                "แบมแบม นี่ แบมแบม! เห้ย ตื่นดิวะ แบมแบม แบมได้ยินกูมั้ยยยยย เห้ยไอ้แบม" ร่างโปร่งยังคงเขย่าคนตัวเล็กแบบทำอะไรไม่ถูกจนแทบจะลนลาน แต่โชคดีที่อยู่ๆเสียงใสจากใครบางคนซึ่งวิ่งเข้ามาทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาบ้าง เบบี้ที่เห็นเหตุการณ์จากฝากหนึ่งของถนนรีบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นพี่ชายทันที

 
 

                "พี่แบมมมม เป็นอะไรมั้ยเนี่ย พี่แบมได้ยินบี้มั้ยยย" เด็กสาววิ่งมาคุกเข่าลงข้างๆคนตัวเล็กโดยไม่ทันสังเกตุว่าผู้ชายที่เข้ามาช่วยพี่ชายของตนเป็นใคร โชคดีที่จุดที่เกิดเหตุการณ์เป็นถนนซอยเข้าบ้าน ทำให้ไม่ค่อยมีรถเข้ามาตอนนี้ เบบี้ยกมือจับน้ำตัวเองตั้งสติก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังพยุงพี่ชายของตัวเองเอาไว้

 
 

                "อ้าว ! พี่ปลื้ม !"

 
 

                "อ้าว ! เบบี้ !" ชายหนุ่มกับเด็กสาวที่เพิ่งทันสังเกตุว่าอีกฝ่ายคือใครต่างเอ่ยเรียกชื่อของกันและกันขึ้นมาทันที เบบี้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเป็นกองเมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาช่วยพี่ชายของตัวเองเอาไว้คือพี่ชายข้างบ้านนั่นเอง



 

                "พี่ปลื้มคะ บี้ว่าเราพยุงพี่แบมไปนั่งตรงเก้าอี้ตรงนั้นก่อนดีกว่าค่ะ" เบบี้เรียกสติที่ยังดูงงๆของตัวเองก่อนจะบอกให้ร่างโปร่งอุ้มพี่ชายของตัวเองไปยังเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะข้างฟุตบาท ปลื้มเมื่อได้ฟังเด็กสาวพูดจึงรีบทำตามคำบอกของเธอทันที

 

 

                ปลื้มอุ้มร่างของแบมแบมขึ้นและรีบไปวางไว้บนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยมีเบบี้อุ้มเจ้าโบโบที่นั่งอยู่ตามมาด้วย ร่างเล็กของแบมแบมเมื่อถูกวางลงกับพื้นสัมผัสเย็นของเก้าอี้จึงทำให้เจ้าตัวเผลอร้องออกมา ใบหน้าซีดเซียวของคนเป็นพี่ทำให้น้องสาวอย่างเบบี้ยิ่งเป็นห่วงเข้าไปใหญ่

 

 

                "แบมแบม ได้ยินมั้ย เห้ย แบมได้ยินกูมั้ย" ทั้งปลื้มและเบบี้ต่างช่วยกันปฐมพยาบาลคนป่วยแบบสุดความสามารถ ทั้งวิชายุวกาชาดและลูกเสือบวกวิชาสุขศึกษาพละศึกษาที่เรียนมาทั้งชีวิตทั้งสองคนก็รู้สึกว่าเพิ่งจะได้ใช้มันก็คราวนี้แหละ

 

 

                "เบบี้ พี่ว่าลองโทรบอกคนที่บ้านไว้ก็ดีนะ" ปลื้มหันมาบอกเด็กสาวที่ยืนอุ้มลูกหมาอยู่ข้างๆ เบบี้จึงรีบล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องสวยขึ้นมาแล้วต่อสายหาผู้เป็นแม่ทันที แต่ทว่าเสียงปลายสายกับตอบกลับมาด้วยประโยคที่ว่า ขออภัย ไม่สามารถติดต่อเบอร์นี้ได้ขณะนี้

 

 

                "พี่ปลื้ม ม๊าปิดเครื่องอ่ะ" เบบี้กดวางสายแล้วหันมาถามพี่ข้างบ้านที่ยังคงพยาบาลคนป่วยอยู่

 


                "งั้นลองโทรหาพี่เบียร์พี่แบงค์ดู"

 

 

                "พี่เบียร์ไปต่างประเทศอ่ะ งั้นโทรหาพี่แบงค์ดีกว่า" ไม่รอช้าเบบี้รีบต่อสายหาพี่ชายคนที่สองทันที แต่ทว่าไม่ว่าจะพยายามโทรกี่ครั้งก็ไม่มีใครรับ ทำให้ใบหน้าใสงอง้ำลงอย่างไม่ได้ดังใจ

 

 

                "หึยยย ทำไมไม่รับนะพี่แบงค์" เบบี้กดตัดสายรอบที่สิบแล้วหมุนตัวกลับมายังพี่ชายที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ที่เก้าอี้ ปลื้มมองใบหน้าของเด็กสาวโดยไม่พูดอะไร เบบี้กำลังใช้สมองประมวลผมว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี แล้วทันใดนั้นเองใบหน้าของคนที่เปรียบได้กับพี่ชายอีกคนของเธอก็ลอยขึ้นมา




 

                "ใช่! โทรหาพี่มาร์คสิยัยบี้" รอยยิ้มกว้างปรากฎขึ้นบนใบหน้าทันที เบบี้ไม่รอช้ารีบจัดการต่อสายหามาร์คที่อยู่อยุธยาทันที ถ้าเป็นพี่มาร์ค เบบี้มั่นใจว่ายังไงก็ต้องช่วยบี้ได้!

 

 

                เบบี้รอสายไม่นาน เสียงทุ้มของคนที่เฝ้าคอยก็ดังตอบโต้กลับมา

 

 

                (ฮัลโหลเบบี้ มีอะไร)

 



                "พี่มาร์คช่วยด้วย พี่แบมโดนรถชน!" เด็กสาวไม่รอช้ารีบรายงายสถานการณ์ให้พี่ชายที่อยู่ปลายสายฟังทันทีที่มาร์คพูดจบ



                (ห้ะอะไรนะ!! โอเคๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ)

 


 

                ติ๊ด ...

 



 

                เบบี้ไม่ทันตั้งตัวก็พบว่าคนปลายสายตัดบทสนทนาไปแล้วโดยที่เธอเองก็ยังพูดไม่ทันจบ เดี๋ยวๆๆๆ พี่มาร์คคะ ฟังบี้พูดให้จบก่อนก็ได้นะ เด็กสาวยืนงงอยู่หน้าจอโทรศัพท์แปบนึงก่อนที่จะถูกขัดด้วยเสียงครางของพี่ชายที่เหมือนว่าจะรู้สึกตัวแล้วดังขึ้นมา มือเรียวจึงจัดแจงหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากระโปรงแล้วรีบเดินเข้าไปนั่งข้างๆเพื่อช่วยพยุงแบมแบมทันที

 
 

 

                "โอยยย ... อ้าว ไอ้ปลื้ม มาทำอะไร แล้วเดี๋ยวนะ นี่กูเป็นอะไร" คนตัวเล็กนามว่าแบมแบมเด้งตัวขึ้นมาจากเก้าอี้ตัวยาวแล้วมองไปรอบๆอย่างงงๆ แต่เมื่อเริ่มประมวลผลว่าอะไรเป็นอะไร แบมแบมจึงเอ่ยปากถามหาลูกหมาตัวน้อยทันที

 


                "เห้ย! แล้วโบโบล่ะ" ใบหน้าหวานนั้นดูตื่นตระหนกเมื่อไม่เห็นลูกหมาสีขาวที่เขาลงทุนเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อช่วยมันไว้ ด้านเบบี้เมื่อเห็นพี่ชายตัวเองเป็นห่วงเจ้าสี่ขาขนปุยเกินเหตุจึงรีบไปอุ้มเจ้าโบโบที่นอนอยู่ข้างๆมาให้ผู้เป็นพี่ทันที

 
 

 

                "พี่แบม ใจเย็นๆ นี่เจ้าโบโบมันอยู่นี่"

 

 

                "โบโบวววววว โบโบของพี่ เป็นอะไรมั้ยเนี่ย" มือเรียวรีบเอื้อมไปอุ้มเจ้าลูกหมาจากมือของน้องสาวเข้ามากอดทันทีด้วยความโล่งอกเมื่อสำรวจแล้วว่ามันไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนเลย


 

 

                "โอ๊ยไอ้แบม ก่อนจะห่วงหมาช่วยห่วงตัวเองก่อนมั้ยครับมึง" หลังจากพยาบาลเพื่อนข้างบ้านจนฟื้นขึ้นมาได้ สถานการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่ก็ดูจะคลายลงไปได้บ้าง ปลื้มทรุดลงนั่งกับพื้นด้านล่างเก้าอี้ที่แบมแบมนั่งอยู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกบวกเหนื่อยสุดๆ


 

 

                "เห้ยปลื้ม โทษทีๆ มึงช่วยกูไว้เหรอวะ"

 


 

                "ก็เออดิ มึงรู้ป้ะ กูกำลังเดินกินซาลาเปาอยู่ดีๆ เงยหน้าขึ้นมาเห็นภาพมึงกำลังจะโดนรถชน โอ้โหวววว มึงครับ กูนี่แทบเป็นลมตรงนั้นเลย มึงนี่ก็เหลือเกินนะ อยากเป็นฮีโร่หรือไงถึงได้วิ่งเข้าไปขวางรถแบบนั้นน่ะ"




 

                ร่างโปร่งบ่นไปก็เสยผมพลางยกมือขึ้นพัดตัวเองเหมือนจะช่วยให้หายจากอาการตกใจที่ยังคงอยู่ นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานก็ใจหายวาบไม่หาย ตอนที่แบมแบมวิ่งเข้าไปช่วยลูกหมาไว้ ตอนนั้นเขาเพิ่งเดินออกมาจากเซเว่นพร้อมกับซาลาเปาหมูแดงหนึ่งก้อน กะจะกินให้อร่อย แต่แค่ก้มลงหยิบซาลาเปาชิ้นน้อยขึ้นมากินเสียงแตรที่ดังสนั่นของรถก็ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมองทันที แล้วภาพที่อยู่ในสายตาก็ทำเอามือไม้อ่อนทำซาลาเปาก้อนน้อยหลุดมือไปปริยาย


 

 

                เสียดายครับ ปลื้มพูดเลย ...

 

 

                "โหมึงครับ ลูกหมาของใครใครก็รักป้ะวะ"



 

                "เออเรื่องของมึงเหอะ จะรักอะไรก็รักไป แต่ทีหลังอย่าทำอะไรบ้าระห่ำแบบนี้อีกเข้าใจป้ะ แล้วนี่เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย" ปลื้มหันกลับมาถามเพื่อนข้างบ้านด้วยความเป็นห่วง แบมแบมจึงส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ ทำให้ร่างโปร่งค่อยคลายใจไปได้บ้างเมื่อเห็นว่าแบมแบมไม่ได้เป็นอะไร


 

 

                "พี่แบมไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รู้ป่าว บี้เกือบกรี๊ดตอนเห็นพี่จะโดนรถชนอ่ะ จริงๆเลยนะพี่เนี่ย"

 

 

                "เอาน่ายัยบี้ พี่ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่ไง" แบมแบมพูดใส่น้องสาวแบบขอไปที

 

 
 

                "โอเคๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้ายังงั้นบี้ว่าเราสามคนกลับบ้านกันดีกว่าค่ะ"

 

 
  

                "เออใช่ กลับบ้านเหอะ ปะมึง ลุกไหวมั้ยนั่นน่ะ" ปลื้มเด้งตัวจากพื้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือไปช่วยคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่ทว่าแบมแบมกลับปัดมือนั้นทิ้งแล้วฝืนตัวเองลุกขึ้นโดยที่ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองยังเจ็บเท้าอยู่

 


 

                "ไม่ต้องเลยมึง กูยืนเองได้ครับ .... โอ๊ย!" แบมแบมทรุดลงนั่งทันทีที่ยืนขึ้น ปลื้มกับเบบี้จึงรีบเข้าไปพยุงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย



 

                "นั่นไง  ทำเป็นเก่ง ไหนบอกยืนเองได้ไง"

 


 

                "เออ กูลืมไปว่ากูเป็นแผลที่เท้าว่ะ"

 

 

                "เหรอวะ ไหนดูดิ โอ้โห! ไอ้แบม นี่เท้ามึงเกินเยียวยามากอ่ะ เห้ยมึง เลือดออกด้วยว่ะ" ปลื้มก้มลงสำรวจแผลที่เท้าของคนตัวเล็กทันที



 

                "โห ใช่ๆพี่แบม เลือดออกเยอะมากอ่ะ นี่ไปทำอะไรมาน่ะทำไมได้แผลขนาดนี้"


 

 

                "โหยบี้ครับ ปลื้มครับ กระผมว่าหยุดถามแล้วช่วยพาผมไปส่งบ้านหน่อยได้มั้ยวะ เจ็บจะตายแล้วเนี่ย"

 

 

                "เออๆ ขอโทษๆ งั้นเดี๋ยวนั่งฟีโน่กูกลับบ้านแล้วกัน กูจอดไว้ตรงนั้นอ่ะ เดี๋ยวไปขี่มารับ รอแปบ" ปลื้มพูดจบก็ไม่รอช้ารีบวิ่งไปยังรถมอไซค์คันเก่งที่จอดไว้หน้าเซเว่นก่อนจะขี่มาจอดเทียบกับฟุตบาทหน้าเก้าอี้ที่คนตัวเล็กนั่งอยู่  เบบี้จึงพยุงแบมแบมที่ค่อยๆเขย่งกระต่ายขาเดียวไปนั่งที่เบาะหลังของร่างโปร่ง ในมือกอดรัดเจ้าหมาตัวน้อยเอาไว้ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยมีเบบี้ขี่จักรยานที่ขี่มาก่อนหน้านี้ตามมาด้วย

               

 



 

 

 

             BamBam's Part


            "เห้ย ขอบใจมากเว้ยมึง" หลังจากที่ไอ้ปลื้มขี่ฟี่โน่ของมันมาส่งผมที่บ้าน บวกกับช่วยยัยเบบี้พยุงผมขึ้นมายังห้องนอนได้สำเร็จด้วยความทุลักทุเล ตอนนี้ผมก็มานั่งแห้งตายอยู่บนเตียงแสนรักของผมเป็นอันเรียบร้อยแล้วล่ะครับ หืออออ ทำไมรู้สึกชีวิตวันนี้โคตรแอดเวนเจอร์เลยว่ะ ผมไม่เข้าใจ ปีชงเหรอครับ ตอบแบมที

 
 

                แล้วยิ่งตอนถูกไอ้ปลื้มพยุงขึ้นห้องมาเมื่อกี้


                ความรู้สึกเหมือนเป็นผักเหี่ยวๆเลยอ่ะ ทุเรศตัวเองงง ;;_____;;



 

                "เออไม่เป็นไร เพื่อนบ้านกันมีอะไรก็ต้องช่วยกันดิ แล้วนี้ที่แผลจะทำยังไง" ไอ้ปลื้มยืนมองผมจากปลายเตียงด้วยสายตาแบบน่าจะสมเพทผมแบบขั้นสุดแล้วล่ะมั้งน่ะ ครับ สงสัยกันใช่มั้ยไอ้ปลื้มคือใคร มันคือเพื่อนอีกคนของผมนั่นแหละ บ้านอยู่ข้างกันก็เลยสนิทกันตั้งแต่เด็กๆ เมื่อก่อนชอบเล่นพ่อแม่ลูกกันครับ ผมเป็นพ่อ มันเป็นเมียผม ส่วนยัยบี้เป็นลูก ก็สนุกดีครับมันเล่นสมบทบาทดี แต่ประเด็นคือผมจะเล่าทำไมครับ -_____________-

 


 

                "เดี๋ยวกูทำแผลเองน่า ไม่ต้องห่วงหรอก แค่นิดเดียวเอง"

 

 

                "โห ไม่นิดแล้วครับมึง สภาพแผลมึงนี่ถ้าวัดจากปริมาณเลือดที่ออกมา ตอนนี้ถือว่าอยู่ขั้นโคม่าและอุบาทมากครับ"



 

                "ใช่พี่แบม บี้ว่าไปโรงพยาบาลหน่อยก็ดีนะ"

 

 

                "เออไปมั้ย เดี๋ยวกูไปส่ง" ผมนั่งมองไอ้เพื่อนรักกับน้องสาวยืนเกลี่ยกล่อมผมอยู่ก่อนจะตัดจบบทสนทนาของพวกมันทันที ไม่เอาอ่ะ โรงพยาบาลเหรอ โน โน โน ให้ตายยังไงก็ไม่ไป

 
 

                "พอๆๆๆเลยทั้งสองคน จะพูดอีกครั้งนะว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้ว อีกอย่างแผลนี่เดี๋ยวทำแผลเองได้ ไม่ต้องห่วง"

 
  

                "พี่แบมกลัวเลือดไม่ใช่หรือไง แล้วจะทำแผลเองยังไง"



 

                "เอาน่า ทำได้ก็แล้วกัน แกไม่ต้องห่วงหรอก ไปพักผ่อนเถอะยัยบี้ ไอ้ปลื้มมึงก็กลับบ้านได้ละ"



 

                "โห นี่พอหมดประโยชน์ก็ไล่กูเลยเหรอวะ"

 


 

                "ไม่ใช่ ก็กลัวมึงเหนื่อย กลับบ้านเถอะครับเพื่อนนน" ไอ้ปลื้มพุ่งมาเขกหัวผมหนึ่งทีก่อนจะเด้งหนีไปยังประตูห้องแล้วหันมาโบกมือลาผม

 

 

                "เออ งั้นกูไปละ พักผ่อนเยอะๆแล้วกันมึงอ่ะ ไปละบาย บี้พี่ไปแล้วนะ บาย" ไอ้ปลื้มโบกมือบายผมกับน้องสาวก่อนจะเดินลงบันไดกลับบ้านของมันไป ส่วนยัยเบบี้ที่ยังยืนอยู่ในห้องก็ถูกผมสั่งไล่ให้ไปพักผ่อน ยัยน้องสาวของผมจึงยอมเดินออกจากห้องไปปล่อยให้ผมได้อยู่คนเดียวสักที



 

                หลังจากเบบี้ปิดประตูห้องลง ผมจึงแผ่หลาลงนอนกับที่นอนอย่างหมดแรง เห้อ นี่พลังงานหมดจริงๆนะไม่ได้ล้อเล่น หมดแบบหมดเกลี้ยงอ่ะคุณผู้อ่าน หมดดดดด เหนื่อยยยย

 


 

                เห้อ ชีวิตวันนี้โคตรแฟนตาซีเลยกันต์พิมุกต์เอ้ย

 
 

                ผมนอนมองเพดานสีขาวอยู่อย่างนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ในหัวตอนนี้ว่างเปล่าไม่คิดเรื่องอะไรทั้งสิ้น ความรู้สึกเจ็บที่เท้ามันหายไปโดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันชาหรือเพราะอะไร ตอนนี้รู้สึกปวดไปตามเนื้อตัวมากเลยครับ อยากจะลุกขึ้นไปอาบน้ำอยู่นะ แต่ขอหลับสักงีบเหอะ ไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวตื่นมาค่อยอาบน้ำทำแผลแล้วกันเนอะ

 

 

                ผมขอหลับสักงีบนะครับ

 
 

                เหนื่อยเกินไปละวันนี้ ...


 

                zzZZZ

 

 

 

 

 

             Mark's Part

 

            หลังจากเบบี้โทรมารายงานเรื่องแบมแบมให้ผมฟัง ผมก็ตัดสินใจทิ้งสัปดาห์แลกเปลี่ยนที่เพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่วันแล้วพุ่งไปหายองแจอย่างเร็ว ผมเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ยองแจฟัง ซึ่งหลังจากที่ผมพูดไม่ทันจบยองแจก็รีบลากผมไปขึ้นรถแล้วมุ่งหน้ากลับกรุงเทพทันที


 

                ใช้เวลาไม่นานจากอยุธยามาถึงกรุงเทพ ตอนนี้รถตู้ที่นั่งมาก็มาจอดลงที่หน้าบ้านหลังคุ้นเคยแล้วครับ ผมไม่รอช้ารีบพุ่งลงจากรถแล้วเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว เร็วจนยองแจบ่นอุบว่าผมไม่ขนกระเป๋าเสื้อผ้าลงไปด้วย

 
        

                "เบบี้ แบมแบมล่ะ" ประตูบานเลือนถูกกระชากออกอย่างเร็วจากน้ำมือของผม ทำให้เด็กสาวที่อยู่ในชุดนอนและหัวเปียกๆเหมือนเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นผมกับสภาพที่ผมเผลอมองผ่านกระจกก็พบว่าผมยุ่งจนดูแทบไม่ได้ เบบี้ลุกขึ้นจากโซฟาหน้าทีวีแล้วเดินเข้ามาหาผมทันที

 

   

                "พี่มาร์ค มาสักที"


 

                "แบมแบมล่ะ แบมแบมอยู่ไหน" ผมกวาดสายตามองหาเจ้าเด็กดื้อที่ไม่เห็นวี่แววไปรอบๆห้อง แต่เอ๊ะเดี๋ยวนะ ถ้าแบมแบมถูกรถชนทำไมเบบี้ถึงยังได้ดูไม่เดือดร้อนอะไรเลย

 

 

                "พี่แบมอยู่ .... อ้าวพี่ยองแจ สวัสดีค่ะ" เบบี้กำลังจะตอบคำถามผมแต่ยองแจกลับเดินเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน เด็กสาวจึงยกมือไหว้อย่างเป็นกันเอง

 

 

                "สวัสดีครับ แล้วแบมแบมล่ะเบบี้ เป็นยังไงบ้าง นี่คงอยู่โรงพยาบาลแล้วใช่มั้ย เป็นอะไรมากมั้ย" ยองแจรัวคำถามใส่เด็กสาวแทบไม่เว้นช่องว่างให้เธอตอบเลย เบบี้รีบยกมือขึ้นห้ามรุ่นพี่คนสนิทก่อนจะพูดไขความกระจ่างให้พี่ชายทั้งสอง

 

 

                "พอๆๆพี่ยองแจ ใจเย็นๆนะ พี่มาร์คด้วย ใจเย็นก่อน ตอนนี้พี่แบมไม่ได้เป็นอะไรแล้วค่ะ ตอนนี้นอนหลับอยู่ในห้องนู้น"

 

 

                "อ้าวแล้วไหนบอกว่าแบมแบมโดนรถชนไง" ผมอุทานออกมาทันทีที่เบบี้พูดจบ เดี๋ยวนะครับ นี่มันอะไรกัน ก็ไหนเบบี้โทรไปบอกผมเองนิว่าแบมแบมโดนรถชน แล้วไหงตอนนี้ ..

 

  

                "ใจเย็นๆ คือเรื่องมันเป็นยังงี้ค่ะ บี้จะเล่าให้ฟัง" ผมตั้งใจฟังสิ่งที่เบบี้พูดออกมา ก่อนจะรู้สึกว่าความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อครู่หายไปถนัดตา เห้อ นี่ผมจะตายจริงๆนะ นี่ผมเป็นห่วงจะบ้าตายอยู่แล้วนะ แต่ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นอะไรมากไปกว่านี้



 

                เพราะถ้าเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ผมคงจะรู้สึก ...


 

                รู้สึก ....

 
 

                อ่า ....

 

                บางทีก็สงสัยว่าทำไมต้องห่วงเด็กนั่นขนาดนี้นะ

 

 

                "เห้ออ ได้ยินแบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย พี่ก็อุตส่าห์ซิ่งมาให้ เกือบแหกโค้งลงนาแล้วมั้ยล่ะ" ยองแจถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาโดยมีเบบี้ยืนมองผมอยู่ เธอยิ้มบางๆให้ผมเหมือนต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง พลันรอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้น



 

                "พี่แบมนอนอยู่ข้างบนนะพี่มาร์ค ไม่ไปดูหน่อยเหรอ"



 

-----------------------------------------------

 

 

 

                ประตูบานสวยของห้องของใครบางคนถูกเปิดออกช้าๆโดยเงียบเชียบที่สุด ผมค่อยๆก้าวเข้ามาข้างในแล้วปิดประตูลงอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนที่นอนอยู่บนเตียง เสียงหายใจของแบมแบมที่แสดงให้เห็นว่าคนตัวเล็กเข้าสู่นิทราไปแล้วเรียบร้อยทำให้ผมต้องทำทุกอย่างให้เงียบเชียบที่สุด สองขายาวค่อยๆพาร่างกายของผมไปนั่งลงบนเตียงข้างๆน้อง แบมแบมหลับตาพริ้ม ริมฝีปากใสเผยอออกเล็กน้อยให้ความรู้สึกเหมือนเด็ก ใบหน้าน่ารักนั้นดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด


 

                ผมยื่นมือไปเกลี่ยไรผมออกจากใบหน้าน้องช้าๆ ทำไมรู้สึกแปลกๆนะเวลาที่เห็นแบมแบมเป็นแบบนี้ คงจะเป็นเพราะครั้งแรกล่ะมั้งตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาที่ผมเห็นน้องเป็นแบบนี้ แต่ถ้าคิดอีกทีอาจจะเป็นเพราะรู้สึกผิดก็ได้



 

                รู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่ปกป้องน้อง ...


 

 

                "พี่มาร์ค ..." เสียงเรียกชื่อแผ่วๆฟังดูไร้พลังดังออกมาจากปากของคนตัวเล็ก ทำให้ผมหลุดจากห้วงความคิดแล้วก้มมองแบมแบมทันที



 

                "ฟื้นแล้วเหรอแบม เป็นไงล่ะเรา ไปเล่นซนที่ไหนมาอีกแล้ว" ผมยิ้มบางๆให้คนเพิ่งตื่น แบมแบม หรี่ตามองผมแบบไม่เชื่อสายตาก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาแล้วมองผมอีกที

 

  

                "พี่มาร์ค ... พี่มาร์คจริงๆด้วย"

 


                "ก็ใช่ไง พี่เอง คิดว่าใครล่ะครับ" แบมแบมยกยิ้มบางๆแบบดูไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ ใบหน้าซีดนั้นทำเอาผมรู้สึกแปลกๆ แบมแบมมองผมค้างไว้เหมือนจะพูดอะไรด้วยสักอย่าง แต่แล้วอยู่ๆแบมแบมก็หลับตาลงไปอีกรอบ อ้าว เป็นอะไรไปเนี่ย ละเมอเหรอเมื่อกี้


 

                "อ้าวแบมแบม จะหลับอีกแล้วเหรอ นี่ตื่นมาอาบน้ำก่อน ... อ๊ะ" ผมเอื้อมมือไปหวังจะเขย่าให้น้องตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ขืนให้หลับไปทั้งชุดนักเรียนคงเน่าน่าดู แต่ตอนที่มือของผมเอื้อมไปสัมผัสกับตัวของเด็กดื้อที่นอนหลับไป ไอความร้อนจากร่างกายที่มากเกินปกติก็ทำเอาผมตกใจไปเลยทีเดียว ผมรีบเลื่อนมือจากแขนไปทาบทับที่หน้าผากของน้องทันที เห้ย ทำไมตัวร้อนแบบนี้!

 

 

                "แบมแบม! แบมได้ยินพี่มั้ย แบมแบม" ไร้เสียงตอบกลับมาจากคนตัวเล็ก ทำให้ผมมั่นใจได้ทันทีว่าน้องหมดสติไปแล้ว



 

                "แบมแบม! แบมแบมอดทนไว้นะ เดี๋ยวพี่จะพาไปโรงพยาบาลนะ แบมแบม!" ยิ่งไร้เสียงตอบรับจากคนบนเตียงบวกกับสีหน้าของน้องที่ซีดลงเรื่อยๆทำให้ใจของผมตอนนี้กลับมาเต้นรัวอย่างตกใจอีกครั้ง ทันเท่าความคิดผมรีบประคองน้องขึ้นแล้วเขย่าตัวเรียกอีกครั้งแต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับอยู่ดี สายตากวาดไปทั่วพลางคิดว่าควรทำยังไงต่อ พลันอยู่ๆสายตาของผมก็ไปหยุดลงที่เท้าเล็กซึ่งเต็มไปด้วยเลือดสีขันซึ่งซึมออกมาจากถุงเท้านักเรียนสีขาว


 

                เจ็บขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่รักษาอีกนะแบมแบม!

 

 

                "แบมแบม! ตื่น" ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ระหว่างตัวน้องกับใจของผมอะไรที่ร้อนไปมากกว่ากัน สิ่งเดียวที่ผมตัดสินใจได้ตอนนี้คือการอุ้มเจ้าเด็กดื้อไปหาหมอให้เร็วที่สุด



 

 

                แบมแบม .... อย่าเป็นอะไรนะ ไม่งั้นร้องไห้จริงๆด้วย :'(



 

-------------------------------------------




 

              กลิ่นโรงพยาบาลเต็มไปด้วยกลิ่นยาลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงพูดคุยเบาๆของคุณหมอและพยาบาลชุดขาวเดินไปมาขวักไขว่เพื่อทำหน้าที่ของตนเอง ทุกอย่างที่ดำเนินไปอย่างไม่หยุดนิ่งตามปกติที่เป็นอยู่ในทุกวัน ผิดกับผมที่ทำได้เพียงแค่นั่งถอนหายใจนิ่งอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วตอนนี้



 

                เสียงพูดคุยบทสนทนาระหว่างคุณหมอที่สั่งงานกับพยาบาลสาวลอยเข้ามากระทบหูของผมเป็นระยะๆ ใช่ครับ ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินที่เพิ่งพรากเอาตัวน้องไปจากผมเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วนับตั้งแต่ผมอุ้มร่างไร้สติของแบมแบมมาส่งถึงมือคุณหมอ

 


 

                ยอมรับเลยว่าตอนแรกที่เห็นน้องหมดสติไป ผมลนลานจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะครับ อีกอย่างผมก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงพยาบาลอยู่ที่ใด แต่ยังโชคดีที่นึกได้ว่ายังมียองแจกับเบบี้อยู่ สองคนนั้นจึงช่วยกันพาน้องมาโรงพยาบาลได้ทันเวลา


 
 

                "พี่มาร์ค" ผมเงยหน้าจากมือที่กุมอยู่ขึ้นมาตามเสียงเรียก แล้วก็พบว่าเบบี้เรียกผมก่อนจะเดินมานั่งยังเก้าอี้ว่างข้างๆ คั่นกลางระหว่างผมกับยองแจ

 

 

                "บี้โทรบอกม๊าแล้วนะ ม๊าบอกว่าคืนนี้คงกลับมาไม่ทันเพราะเพิ่งออกจากเชียงใหม่ ฝากให้เราดูแลพี่แบมด้วย เดี๋ยวม๊าจะรีบมา คงจะถึงเช้าพรุ่งนี้"

 

 

                "โอเค" ผมพยักหน้าเบาๆเพื่อบ่งบอกว่ารับรู้ข้อมูลที่คนข้างๆบอกแล้ว ก่อนจะจบบทสนทนาลงโดยการก้มหน้ามองมือที่กุมไว้จนเหงื่ออกตามเดิม นี่ผมนั่งเงียบๆตรงนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

 


                เห้ออออ .... ทำไมยังไม่ออกมาอีกนะแบมแบม

 

                เข้าไปนานแล้วนะ จะเป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ ...

 

                เห้อออออออออออออ ~

 

 

                ตอนนี้ผมรู้สึกแย่จริงๆนะครับ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกัน

 


 

 

                "ใครเป็นญาติคุณกันต์พิมุกต์คะประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของพยาบาลชุดขาวเดินออกมาในมือถือแฟ้มผู้ป่วย เสียงเรียกชื่อของคนที่ผมนั่งรอมานานดังออกมาจากปากของเธอ ทำให้เบบี้รีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะรีบเดินตรงไปที่พยาบาลคนนั้นยืนอยู่ โดยมีผมกับยองแจเดินตามไปเหมือนกัน

 

 

                "เอ่อ หนูเป็นน้องสาวของคนไข้ค่ะ พี่ชายหนูเป็นยังไงบ้างคะ" เบบี้สาวเท้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของพยาบาลแล้วพูดอะไรบางอย่างที่ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องเนื่องจากมันเป็นภาษาไทย

 

 

                "คนไข้ปลอดภัยแล้วค่ะ เดี๋ยวยังไงเราจะให้เจ้าหน้าที่เข็นเตียงไปที่ห้องพักนะคะ" หลังจากพยาบาลพูดจบและเดินออกไปยังอีกทางหนึ่ง สีหน้าของเบบี้ก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าคนในห้องคงจะพ้นขีดอันตรายแล้วแน่ๆ เห็นยังงี้ผมก็ค่อยโล่งออกขึ้นมาบ้าง



                เบบี้เดินเข้ามาหาผมกับยองแจที่ยืนรอฟังข่าวอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มบางๆแล้วเอื้อมมือมาจับที่ต้นแขนของผมเบาๆเป็นเชิงบอกกลายๆว่าไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างโอเคแล้ว ก่อนจะบอกให้ผมกับยองแจไปที่ห้องพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่จะพาแบมแบมไปเลย ส่วนเธอจะขอตัวไปจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อนถึงจะตามขึ้นไปอีกที

 

 
 

                เบบี้เดินแยกไปเพื่อจัดการกับธุระให้เสร็จ เหลือทิ้งไว้แค่ผมกับยองแจที่ยังคงยืนอยู่หน้าห้อง ไม่นานเจ้าหน้าที่ผู้ชายก็เข็นเตียงที่มีร่างบางของแบมแบมนอนอยู่บนนั้นออกมา ข้างเตียงมีพยาบาลถือสายน้ำเกลือตามมาด้วย ยองแจกับผมจึงรีบตามไปทันที

 






 

                ระหว่างที่เดินไปตามทางเรื่อยๆผมก็มองคนตัวเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเหมือนกลัวว่าถ้าคลาดสายตาไปจากน้องอีกครั้ง แบมแบมจะไม่ปลอดภัย สีหน้าของน้องตอนนี้ทำเอาผมแอบกังวลขึ้นมาอีกรอบหลังจากคลายกังวลไปได้แล้วเมื่อกี้ แบมแบมหน้าตาซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด เปลือกตาที่หลับพริ้มไม่รู้เรื่องขึ้นสีเช่นคนป่วย ริมฝีปากน้อยที่เคยพูดคุยไม่หยุดปากตอนนี้กลับนิ่งสงบ ใบหน้าหวานปราศจากเลือดฝาดแลดูไร้สีสันจนน่าเป็นห่วง

 

 

                "แบมแบม ..." เสียงเรียกชื่อดังออกมาจากปากของผมอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัวตอนที่ทุกคนเข้ามาอยู่ภายในลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่จะเป็นห้องพัก ผมยืนอยู่ข้างเตียงของน้อง  จ้องมองแล้วก็ถอนหายใจออกมา นึกสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมจะต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้ทั้งๆที่คุณหมอก็บอกแล้วว่าน้องปลอดภัยดีแล้ว ทำไมนะ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยครับ

 

 

                ประตูลิฟต์เปิดออกแล้วเจ้าหน้าที่ก็เดินเข็นเตียงนำพวกผมไปยังห้องพักที่อยู่สุดทางเดิน เมื่อเดินมาถึงห้องแล้วผมก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่กับคุณพยาบาลจัดการภายในห้องให้เสร็จ ยืนรออยู่หน้าห้องกับยองแจประมาณสิบนาที เจ้าหน้าที่กับคุณพยาบาลก็ออกจากห้องมาเมื่อทำหน้าที่เสร็จเรียบร้อย โดยคุณพยาบาลไม่ลืมที่จะบอกผมกับยองแจว่าคนไข้จะยังไม่รู้สึกตัวภายในวันนี้ เนื่องจากสภาพร่างกายอ่อนล้ามากเกินไป และพรุ่งนี้เช้าคุณหมอจะขึ้นมาตรวจอีกที ทันทีที่พูดจบเธอก็ขอตัวกลับไปทำหน้าที่ต่อ

 

 

                "เข้าไปดูแบมแบมกัน" ยองแจหันมาบอกผมก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเป็นคนแรก ผมจึงเดินตามเข้าไปนั่งลงข้างๆเตียง เสียงลมหายใจดังต่อเนื่องสม่ำเสมอของน้องบ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับสนิทคงไม่รู้ตัวจริงๆตามที่พยาบาลคนเมื่อกี้บอกไว้

 

 

                ผมกับยองแจนั่งอยู่ในห้องโดยปราศจากเสียงพูดคุยใดใด อาจจะเป็นเพราะผมนั่งมองน้องจนไม่อยากจะคุย หรืออาจจะเป็นเพราะยองแจไม่อยากขัดผมที่สร้างเกาะกำบังไว้แค่ผมกับคนบนเตียงก็ตาม ยองแจจึงทำแค่นั่งอยู่ที่โซฟาเงียบๆต่อไป

 

 

                ไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นให้ผมละความสนใจขึ้นมาได้ เบบี้เดินเข้ามาหลังจากจัดการกับธุระเสร็จแล้ว สาวน้อยก้าวขาเรียวมาหยุดลงที่เตียงข้างๆกับผม

 

 

                "พี่แบมปลอดภัยแล้วนะพี่มาร์ค"

 
 

                "อืม รู้แล้วล่ะ โล่งอกไปทีนะ"

 


 

                "แต่คุณหมอบอกว่าคืนนี้พี่แบมยังไม่ฟื้นหรอกนะ อาจจะพรุ่งนี้ เพราะตอนนี้ร่างกายล้ามาก บี้ว่าพี่มาร์คอย่ามานั่งเฝ้าเลยค่ะ เปล่าประโยชน์อ่ะ พี่มาร์คกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้บี้ดูแลเอง" เบบี้ยิ้มให้ผมบางๆแต่ผมกลับส่ายหน้าเบาๆให้เธอ

 

 

                "พี่ว่าบี้นั่นแหละกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ พี่จะอยู่เฝ้าเอง บี้เป็นผู้หญิงนะจะอยู่คนเดียวที่นี่ได้ยังไง ให้พี่เฝ้าเถอะ เนี่ยเดี๋ยวกลับไปพร้อมยองแจเลย" ผมพูดจบก็บุ้ยปากไปทางคนที่นั่งฟังอยู่บนโซฟา ยองแจที่นั่งฟังอยู่แล้วจึงลุกขึ้นเดินมาหยุดข้างๆเตียง

 

 

                "ใช่ๆบี้ พี่ว่ามาร์คพูดถูก บี้กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง ให้มาร์คนั่นแหละเฝ้าดีแล้ว"

 

 

                "แต่ว่า ..."



 

                "ไม่มีแต่ครับ บี้กลับบ้านนะ พี่จะเฝ้าเอง บี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้พี่ดูแลต่อเถอะ อีกอย่างพรุ่งนี้บี้ก็ต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ นี่ก็ดึกมาแล้วนะ กลับบ้านไปนอนนะครับ" ผมพูดเกลี่ยกล่อมน้องสาวคนเล็กของโฮสต์แฟมเต็มที่จนสำเร็จ เบบี้จึงต้องยอมจำนนกับเหตุผลทั้งปวง

 

 

                "โอเคๆ บี้กลับก็ได้ ฝากดูแลพี่แบมด้วยนะพี่มาร์ค"

 

 

                "สัญญา ไม่ต้องห่วง" ผมยกนิ้วก้อยให้สาวน้อยตรงหน้าเป็นการยืนยัน เธอจึงหัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

                "งั้นบี้กลับละ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะพี่มาร์ค บาย"

 

 

                "งั้นฉันก็กลับแล้วนะ ถ้ามีอะไรก็โทรมาได้เลยนะมาร์คไม่ต้องเกรงใจ ไปแล้ว บาย" แล้วทั้งเบบี้กับยองแจก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกัน  หลังจากประตูถูกปิดลง ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจของแบมแบมดังอยู่ ผมจึงจัดการลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงคนไข้แล้วนั่งฟุบหน้าลงกับขอบเตียง ฟังเสียงลมหายใจที่ดังเป็นจังหวะ หันมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว

 

 

                ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่ผมนอนฟังลมหายใจของคนป่วย หันหน้ากลับไปมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มกับริมฝีปากบางที่เผยอขึ้นน้อยๆก็พลันทำให้รอยยิ้มของผมปรากฏขึ้นมา ถ้ามีเครื่องมือวิเศษผมก็ชักอยากจะเร่งเวลาให้เดินไปถึงพรุ่งนี้ซะจริงๆเลย อยากจะรู้ว่าถ้าน้องลืมตาขึ้นมาเห็นผมคนแรกจะรู้สึกยังไงบ้าง อีกอย่างผมก็อยากจะเล่น พูดคุย กับโฮสต์ของผมเต็มทนแล้วล่ะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน (?)

 


 

                บอกตรงๆเลยว่าคิดถึ๊ง....คิดถึง ~

                ทำไมต้องแบ๊วครับมาร์คต้วน 5555


 

                ผมนอนมองหน้าน้องแล้วยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น มือที่อยู่ไม่สุขก็ยกขึ้นมาเขี่ยนิ้วของแบมแบมเล่นไปมา เล่นไปสักพักจนกระทั่งความง่วงจากการเดินทาง เรื่องตื่นเต้น หรืออะไรก็ตามที่เจอมาในวันนี้จะค่อยๆดึงผมเข้าสู่นิทราอย่างช้าๆ เปลือกตาที่ทนต่อแรงโน้มถ่วงของความง่วงไม่ไหวจึงปิดลงช้าๆแล้วปิดสนิทในที่สุด เหลือเพียงเสียงลมหายใจของสองคนที่ดังประสานกันอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ ...

 
 

                แม้อากาศภายนอกในยามนี้จะหนาวสักแค่ไหน ...

                แต่เชื่อได้ว่าอากาศในห้องนี้กลับอบอุ่นขึ้นมาทันที ...

                เพียงแค่สองคนนี้อยู่ด้วยกัน ..

 

 

                ราตรีสวัสดิ์ครับแบมแบม :)






 

--------------------------- 100% -------------------------------








ช่วง :: พินพินพบประชาชน

สอบตรงธรรมศาสตร์และ 7 วิชาสามัญยากโคตร!!!!!
ขอกรี๊ดรัวๆ T^T บ่นๆๆๆๆๆๆๆ
กลับมาแล้วนะคะ กลับมาทีแทบเป็นลม แฟนคลับหายไปไหนกันหมดด
5555555 เค้าไม่อยู่นี่นอกใจกันเลยเหรอ
มีเรื่องจะบอกแหละ ทำไมในดีเอ็มทวิตเตอร์มีคนเข้าไปถามเรื่อง
รวมเล่มเยอะพอสมควรเลย ว่าจะรวมเล่มมั้ยคะไรท์ขา
ไรท์ขอตอบเลยว่า .... เค้ายังไม่รู้ !~~ 55555555 
อีกอย่างยังไม่ถึงครึ่งเรื่องเลยลูกเอ้ยยย ใจเย็นๆ
เคยบอกแล้วว่าเรื่องนี้แต่งแบบอยากแต่ง เป็นงานอดิเรกอ่ะค่ะ
ไม่เคยคิดรวมเล่มเลยเอาจริงๆ เพราะคิดว่ามันยังไม่ดีพอจะรวมเล่มได้
ไรท์ยังกากอยู่ ฝีมือต้องพัฒนาอีกหลายขุมเลย
เอาไว้ค่อยคิดเนอะ ขอแค่อยู่ข้างๆติดตามกันไปแบบนี้ทุกวันก็พอละ
ไรท์จะบอกว่าจำได้น้าว่าใครอยู่กับไรท์มาตั้งแต่ต้นน่ะ รักนะคะ ^^

。SYDNEY♔




Cute Black Bow Tie Pointer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,023 ความคิดเห็น

  1. #833 mellow_aa (@mellow-aa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:44
    ชอบแบมแล้วล่ะมาร์ค เชื่อเถอะ แล้วแบมเองก็ด้วย มีใจกันแล้วล่ะ คริๆๆๆ 

    แบมนี่น่าตีมาก ฝืนให้มันเป็นถึงขนาดนี้นี่ ทำไมต้องทำให้เป็นห่วงง 
    #833
    0
  2. #770 oni (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:24
    สมน้ำหน้ายัยเมย์บีมาร์คตอกซะหน้าหงาย นางคิดว่ามาร์คจะง่ายล่ะซี

    ตกใจคิดว่าแบมจะโดนรถชนเข้าให้แล้ว

    แต่เพราะแผลที่เท้าแบมเลยเป็นหนัก

    ในใจมารืคม่แต่แบมคนเดียว น่ารักจังที่มาร์คไม่หวั่นไหวกับชะนีขี้อ่อย
    #770
    0
  3. วันที่ 22 มกราคม 2559 / 23:10
    แบมหายไวๆๆนะ
    #714
    0
  4. #429 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 22:16
    ละอองดาว ดูฝีมือเธอสิ .... ถ้าไม้เข้าใจผิดกัน แบมควเป็นแฟนละอองดาวแล้วเนอะ
    #429
    0
  5. #408 nattanit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 13:15
    มาร์คชอบแบมแล้วอะดิ้
    #408
    0
  6. #396 Ploynill (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 02:21
    แบมหนูเป็นเคะที่อึดมากลูก

    บาดเจ็บที่เท้าแถมเสียเลือดมากตี้งแต่เช้า

    ยังทนได้ แถมเดินกับบ้านเอง วิ่งขึ้นลงบันใดบ้าน

    วิ่งตามหาหมา จนเป็นลมหมดสติไป

    แล้วอุส่ากับมานอนที่ห้อง

    แถมยังบอกนอนพักสักนิดค่อยตื่นมาอาบน้ำ.

    เคะเรื่องนี้อึกมากนับถือเลย

    ถึงว่าล่ะนะคนเค้ารักกันก็อยากจะรอเห็นหน้ากันก่อนจะเป็นอะไรไปจริงๆ

    พอเห็นหน้าพี่มาร์คปุ๊บก้อหมดสติไปจริงๆเลย

    อึดมากไปและลูก
    #396
    0
  7. #369 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 16:38
    แบมโคตรอึดอ่ะะะ พี่มาร์คก็ชอบแบมแล้วชิม้าาาา
    #369
    0
  8. #333 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 20:10
    มาร์ครักแบมมากอ่ะ
    #333
    0
  9. #312 Babala nells (@sataangg) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 18:19
    มาร์คโคตรรักแบม ขนาดอยุ่ด้วยกันไม่นานนะเนี้ย
    #312
    0
  10. #294 CelL'e❋Tz (@littlegirlmomi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 17:52
    แบมนี่จิตใจแล้วก็อดทนสุดๆ ปลื้มปริ่มจริงๆ ;_;
    #294
    0
  11. #293 CelL'e❋Tz (@littlegirlmomi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 17:52
    แบมนี่จิตใจแล้วก็อดทนสุดๆ ปลื้มปริ่มจริงๆ ;_;
    #293
    0
  12. #216 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 11:27
    เมย์บีนี้ขี้มโนจริงๆ ให้รู้ซะบ้างว่ามาร์คต้วนคิดถึงใคร แต่มาร์คต้วนนี้ห่วงแบมมากๆอะ แบบน้องแบมยังพูดไม่จบเลยวางละ 5555555 แต่ก็ดีที่กลับมาอยุ่นั้นนานไม่ดีหรอก
    #216
    0
  13. #204 muffinmiw (@jiranan_miw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 22:46
    พี่มาร์ครักแบมเข้าหล่ะ เป็นห่วงเค้าซะขนาดนี้
    #204
    0
  14. #176 PatChaa (@lisa1994) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 18:55
    รักน้องแล้วสินะ หึหึหึ อยู่ที่ว่า จะรู้ตัวรึเปล่า ก็เท่านั้น
    #176
    0
  15. #166 virawin (@prai_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 22:52
    โถ่ววๆๆๆ พมมมรักน้องแล้วอะดิ๊~ ไรท์อมกกกกกกก ในมี่สุดก็ในอัพพ
    #166
    0
  16. #165 아이언 (@baronest) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 18:26
    รักแล้วก้รู้ตัวซะนะ ><
    #165
    0
  17. #164 NAN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 01:03
    พี่มาร์ครักน้องไปแล้วสินะ รู้ตัวเองรึเปล่าเหอะ
    #164
    0
  18. #163 Sheeply (@sheeply) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 22:28
    พี่มาร์คห่วงแบมขนาดนี้ ห้ามทิ้งแบมไว้คนเดียวอีกเลยนะ ไม่ก็ขยับความสัมพันธ์เลย กิ้วววว
    #163
    0
  19. #162 Uwaanl. (@liewww) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 17:54
    พี่มาร์คแม่งห่วงน้องมากอ่ะ จะกรี๊ดตาย รู้สึกดีมีความสุข =\=
    #162
    0
  20. #161 Suu_Sunny (@icelandzaja) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 14:21
    มต ห่วงเค้าขนาดนี้พาพ่อมาสู่ขอเลย ฮิ่วๆๆ ค่าตัวไม่มากแต่ท่ายากเยอะนะ 555 มาต่อไวๆนะไรท์....รวมเล่มก็ดีนะ :)
    #161
    0
  21. #160 yahkruy (@yahkruy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 12:09
    เป็นห่วงแบมมากขนาดนี้ทั้งที่ไม่ใช่ญาตพี่น้องมันก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกพี่มาร์คถ้าไม่ใช่แบบเพื่อนก็ต้องตกหลุมชอบเขาแล้วหละ 555

    #160
    0
  22. #159 Tempobear (@tempobear) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 09:05
    มาร์คแกหวั่นไหวกะแบมชิมิ ฮิ้วววววว รีบมาต่อนะไรท์
    #159
    0
  23. #158 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 04:11
    เราตกใจหมดเลย
    แบมหายไว ๆ ด้วย 
    ส่วนอิพี่มาร์ค นั่นง่ะเค้าเรียกว่ารักแล้วหล่ะ เป็นห่วงซ่ะขนาดนั้น
    #158
    0
  24. #157 babynanza (@babynanza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 00:14
    เกลียดเมย์บี  สมแล้วพี่มาร์คไม่เอา  แบมหายเร็วนะได้เจอมาร์คแล้วนะ
    #157
    0
  25. #156 CHACHAOLN (@chachaoln) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 00:02
    5555 มาร์คมาสายแบ๊ว 55555 น้องแบมโอเค แล้วค่ะ55555ไม่ต้องห่วงหรอกกกกกก5555 อะไรคืออยากให้น้องตื่นมาเจอเธอคนแรกค่ะ 555555
    #156
    0