เมียลับนายหัว

ตอนที่ 9 : บทที่ 3 ฤทธิ์ว่าที่เมีย 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

 

เสียงเพลงในผับดังกระหึ่ม นักท่องราตรีเกินครึ่งลุกขึ้นเต้นอยู่ตรงโต๊ะที่ตัวเองนั่ง ส่วนที่เหลือนั่งคุยและนั่งดื่มกับเพื่อน โซนสองของผับค่ำคืนนี้มีคนจับจองโต๊ะเต็มทุกโต๊ะ โต๊ะตรงกลางด้านขวามือเป็นโต๊ะที่ใหญ่ที่สุดของโซนนี้ ลูกค้าที่นั่งสังสรรค์เป็นลูกชายคนมีชื่อเสียงในจังหวัดกระบี่นามว่า ณรงค์เดชหรือเม่น ที่นัดเพื่อนสนิทกันครบองค์ประชุม จะมีเพิ่มมาอีกคนคือ ธีรยุทธ์เพื่อนของธรรมศักดิ์ที่มานั่งดื่มครั้งนี้ด้วย

“จะหาเจอไหมเนี่ยพี่แพร คนอย่างกับหนอน” ชุติมาหันไปพูดกับกัญญาภรณ์

“พู่ ดูสิว่าไอ้พี่เต้มันอยู่ตรงไหน” รุ่งทิวาเปิดจีพีเอสดูตำแหน่งของสามี

“ชั้นสอง ทางนี้” จีพีเอสระบุตำแหน่งไม่พอ ยังบอกทิศทางไปยังจุดหมายได้อีกด้วย กัญญาภรณ์เดินขึ้นไปตามบันไดที่ทอดตัวสู่โซนสอง “นั่นไง”

กัญญาภรณ์มองตามนิ้วมือของรุ่งทิวาที่ชี้ไปยังโต๊ะหนึ่ง พอเธอเห็นสามีของเพื่อนรักนั่งโอบกอดหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งอย่างสนิทสนมก็เดินจ้ำอ้าวไปหาทันที

“ไอ้พี่เต้” เจ้าของชื่อหันมาทางต้นเสียง พร้อมกับสายตาของเพื่อนร่วมโต๊ะที่มองหญิงสาวสามคนที่ยืนข้างเก้าอี้ที่ธรรมศักดิ์นั่งอยู่ ที่พากันงงว่าสามสาวคือใคร คงจะมีเพียงธรรมศักดิ์คนเดียวที่รู้จักรุ่งทิวา

ธีรยุทธ์ตกใจจนหน้าซีดเมื่อเห็นภรรยายืนทำหน้าผิดหวังที่เห็นตนอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ดูไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ แต่คนที่น่ากลัวคือคนที่มาพร้อมกับรุ่งทิวา เพราะเขารู้ดีว่า กัญญาภรณ์นิสัยอย่างไร

“ชมพู่” ธีรยุทธ์รีบถอยห่างสตรีรูปร่างหน้าตาดี อายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ “ชมพู่มาได้ยังไงเนี่ย”

“มาจับผิดมึงไง” กัญญาภรณ์พูดอย่างไม่มีความเคารพธีรยุทธ์ที่อายุมากกว่า จะว่าไปเธอหมดความนับถือสามีเพื่อนสนิทนานแล้ว

“จับผิดอะไร พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ พี่มาเที่ยวกับเพื่อนๆ น่ะพู่” ธีรยุทธ์ยังทำปากแข็ง

“แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร อย่าบอกนะว่าเพื่อน เพราะที่พู่เห็นคือ พี่กอดและหอมเพื่อนพี่”

คนพูดคือรุ่งทิวาที่มองสามีด้วยความเสียใจและผิดหวังเต็มที่ เป็นความรู้สึกที่เกิดซ้ำๆ ในจิตใจ เธอทนมาตลอด แล้ววันนี้ไม่ขอทนอีกต่อไปแล้ว ธีรยุทธ์ได้ยินประโยคนี้แล้วแก้ตัวไม่ได้ ทำหน้าทำตาเหมือนคนกำลังถูกพิพากษา

“คราวนี้มึงจะแก้ตัวยังไงไอ้พี่เต้ เห็นเต็มสองตาขนาดนี้ มึงนี่xจริงๆ หลอกเพื่อนฉันว่า ขอเงินมาเยี่ยมแม่ ไหมแม่มึง แม่มึงอยู่กระบี่เหรอ” กัญญาภรณ์สาดคำพูดใส่ “มึงนี่หน้าตัวเมียจริงๆ เพื่อนกูทำงานงกๆ แทนที่จะสบายกลับต้องประหยัดเพราะมึงที่เอาแต่ผลาญ เอาเงินไปเที่ยวกับเพื่อน ไปเลี้ยงผู้หญิงอย่างไร้สำนึก เปรียบเทียบมึงว่าเหี้ยยังสงสารเหี้ย”

คนที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับธีรยุทธ์มองหน้าคนพูดเป็นตาเดียว เพราะไม่คิดว่าเธอจะเอ่ยวาจาเผ็ดร้อนประหนึ่งเป็นเมียธีรยุทธ์

“มึงอย่ามากูแบบนี้นะ มึงไม่ใช่เมียกู พู่ไม่พูดอะไรสักคำไม่เดือดร้อนอะไรเลย มีแต่มึงนี่แหละพุดปาวๆ ทำตัวอย่างกับเป็นเมียกู”

“ก็เพราะเพื่อนฉันไม่มีปากไงล่ะ มึงถึงเหี้ยขึ้นทุกวัน” กัญญาภรณ์ด่ากลับ “อันที่จริงฉันก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของผัวเมียหรอกนะ แต่เผอิญว่าเมียมึงคือเพื่อนฉัน ฉันก็เลยต้องยุ่ง”

“เพื่อนพี่ยังไม่พูดอะไรเลย พี่จะพูดมากเพื่ออะไร” เจ้าของเสียงคือกิ๊กสาวนามว่าหวานของธีรยุทธ์ที่ลุกขึ้นยืนมาเกาะแขนตัวดีที่รีบสะบัดแขน ทว่าหวานกลับยึดแขนธีรยุทธ์แน่นขึ้น “พี่เต้บอกว่า เมียที่บ้านน่าเบื่อ พูดมาก เซ็กส์ไม่ได้เรื่อง ไม่อยากอยู่ด้วยถึงได้พาฉันมาเที่ยวกระบี่ไงล่ะ หนีจากนรกมาขึ้นสวรรค์”

หวานจีบปากจีบคอพูด มองรุ่งทิวาด้วยสายตาเยาะเย้ย รุ่งทิวาไม่ได้มองหน้าคนพูด แต่มองหน้าธีรยุทธ์ด้วยสายตาผิดหวัง เสียใจ ธีรยุทธ์ปั้นหน้ายาก ทำอะไรไม่ถูกมองหน้าธรรมศักดิ์ราวกับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

“พู่ พี่ว่าเราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่านะ เพื่อนมาสังสรรค์กันไม่อยากให้หมดสนุก อีกอย่างพี่ไม่อยากให้มีเรื่องกันด้วย” ธรรมศักดิ์ลุกขึ้นบอกรุ่งทิวา แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครกล่าวคำใด อยู่ๆ หวานก้าวเดินมาหารุ่งทิวา แล้วทำในเรื่องที่ใครไม่คาดคิด ทุกคนพากันตกใจกับเรื่องที่หวานทำ

“แต่ฉันอยากมีเรื่อง...เพี้ยะ” หวานตบหน้ารุ่งทิวา “แกมาระรานฉันถึงที่นะ เป็นเมียแก่ๆ ก็สมควรอยู่ดักดานที่บ้าน ผัวไม่อยากอยู่ด้วยยังไม่สำเหนียกอีก มาแสดงตัวที่นี่เพื่ออะไรอีแก่...อีแก่หนังเหี่ยวอย่างแก...เพี้ยะ”

ยังไม่ทันที่หวานพูดจบประโยค แก้มของเธอถูกฝ่ามือของใครบางคนฟาดเต็มแรง ไม่เพียงแค่นั้นเส้นผมกลางหัวหวานยังถูกจิก ก่อนที่ฝ่ามือหนักๆ ของกัญญาภรณ์จะฟาดลงบนแก้มของหวานซ้ำๆ กันหลายครั้ง

“แกเป็นเมียน้อยสันดานเลวมาก เป็นเมียน้อยไม่พอ เสื่อมทรามทั้งกายและใจ” กัญญาภรณ์ปล่อยคพูดเจ็บแสบ “แกตบหน้าเพื่อนฉัน ฉันจะตบหน้าแกให้แหกเลยคอยดู”

มือกัญญาภรณ์เบาซะที่ไหน อีกทั้งยังตกอยู่ในอารมณ์โกรธ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ใบหน้าหวานจะชามากแค่ไหน ณรงค์เดช กรรชัยลุกขึ้นยืนมองดูเหตุการณ์ที่ทำท่าจะลุกลาม ธรรมศักดิ์ยืนทำอะไรไม่ถูก จะมีเพียงคนเดียวที่ยังคงนั่งจิบเครื่องดื่ม ดื่มไปมองดูผู้หญิงตบกันอย่างไม่ทุกข์ร้อน สิงหนาทจะทุกข์ร้อนทำไมในเมื่อไม่ใช่เรื่องของตน ส่วนลูกค้าโต๊ะอื่นพากันมองมายังโต๊ะที่กำลังมีเรื่องกันเป็นตาเดียว

“พอแล้วแพร พอแล้ว” ธีรยุทธ์เข้าไปห้ามกัญญาภรณ์ “รู้ไหมว่าหวานหลานสาวใคร ระวังจะซวยนะ”

หวานเป็นหลานสาวนักการเมืองชื่อดังในจังหวัดกระบี่ ชื่อเสียงและอิทธิพลลุงของหวานกระฉ่อนมาก เป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่และภาคใต้ส่วนล่าง ไม่ค่อยมีใครกล้ายุ่งสักเท่าไหร่ ธีรยุทธ์ไม่กลัวใครเดือดร้อนเท่าตัวเอง จึงต้องรีบห้ามก่อนหวานจะช้ำมากกว่านี้

“มึงได้ซวยคนแรกไอ้พี่เต้..อัก” กัญญาภรณ์ปล่อยหวานที่แก้มขึ้นรอยฝ่ามือทับซ้อนหลายครั้ง หันมาปล่อยหมัดใส่กึ่งปากกึ่งจมูกธีรยุทธ์ ใช้เท้ากระแทกไปตรงช่วงท้องของอีกฝ่ายที่เซไปหลายก้าว จากนั้นก็หันมาจัดการกับหวานต่อ

กัญญาภรณ์เหวี่ยงร่างหวานลงไปบนพื้น นั่งคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างสลับกันตบหน้าหวานทั้งซ้ายและขวา หวานที่สู้กัญญาภรณ์ไม่ได้ได้แต่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

“แพร พอแล้ว พอ...”

รุ่งทิวาห้ามเพื่อนเพราะกลัวว่า หวานจะตายคามือกัญญาภรณ์ ดึงตัวเพื่อนก็แล้วแต่มือสังหารไม่ฟังเสียงใคร ทั้งตบทั้งชกไปที่หน้าของหวาน ธีรยุทธ์เจ็บจุกจนลุกแทบไม่ขึ้น ณรงค์เดชกับกรรชัยกำลังเข้าไปแยกตัวมือตบกับคนถูกตบ ทว่าธรรมศักดิ์ใจกล้ารวบตัวกัญญาภรณ์ทางด้านหลัง ดึงตัวเธอให้ห่างตัวหวานที่ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก

“พอแล้วครับ หวานน่วมแล้ว” ธรรมศักดิ์บอกกัญญาภรณ์ที่สะบัดตัว หมายจะเข้าไปอัดหวานให้หายแค้น ขณะนั้นการ์ดของร้านได้มาถึงที่เกิดเหตุพร้อมกับลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่เดินขึ้นมา “ฉิบหายแล้ว”

เสียงธรรมศักดิ์ดังขึ้นเมื่อเห็นสักรินทร์ ลูกชายอริยะนักการเมืองในพื้นที่และเป็นลุงของหวาน สักรินทร์จึงมีศักดิ์เป็นพี่ชายของหวานด้วย เขาไม่คิดว่าความบังเอิญจะเกิดขึ้นที่นี่

“พี่หนุ่ม ช่วยหวานด้วย มันทั้งตบทั้งชกหวาน”

หวานฟ้องพี่ชายที่มองหน้าคนทำน้องสาว มองหน้าหวานผ่านความมืดสลัวของผับก็ยังเห็นรอยช้ำบนหน้าน้องสาว ความเดือดดาลเกิดขึ้นในใจสักรินทร์ทันที

“มึงกล้าทำน้องกูขนาดนี้เลยเหรอ” สักรินทร์เสียงเข้มใส่กัญญาภรณ์ที่ไม่มีความหวาดกลัวอีกฝ่ายสักนิดเดียว

“ก็น้องมึงทำตัวเลวไง หัดสั่งสอนน้องสาวตัวเองบ้างนะว่า อย่าไปเป็นเมียน้อยคนอื่น หน้าตาก็ดี ท่าทางมีเงินไม่น่าไม่มีสมอง” กัญญาภรณ์ตอบกลับไม่เกรงกลัว ใช้จังหวะที่ธรรมศักดิ์คลายอ้อมแขนสะบัดตัวให้เป็นอิสระ “รู้ไว้ซะด้วยว่า น้องสาวของคุณเป็นเมียน้อยเพื่อนฉัน ถ้าคุณยังมีสมอง มีความสำนึกในความเป็นคนอยู่ล่ะก็ ก็อย่าเข้าข้างน้องสาวตัวเอง พาน้องกลับไปสั่งสอนเรื่องศีลธรรมด้วยยิ่งดี จะได้ไม่ไปเป็นเมียน้อยใครอีก”

“หวานไม่ได้เป็นเมียน้อยใครนะพี่หนุ่ม พี่เต้เลิกกับเมียแล้ว แต่เมียไม่ยอมเลิกด้วยมาตามตื้อถึงที่นี่ แล้วอีคนนี้มันก็ทั้งตบทั้งชกหวาน” หวานโกหกไปคำโต สักรินทร์เชื่อคำพูดหวานมากกว่ากัญญาภรณ์ “พี่หนุ่มจะให้มันมาหยามพี่ถึงถิ่นเหรอ ดูสิดู มันทำหวานขนาดนี้พี่หนุ่มเฉยได้เหรอคะ”

“พี่จัดการให้ ใครทำหวานเจ็บมันก็ต้องเจ็บกว่าสิบเท่า” สักรินทร์บอกน้องสาว หันมามองหน้ากัญญาภรณ์

“เฮ้ย! ใจเย็นหนุ่ม เรื่องนี้นายไม่ต้องยุ่ง หวานผิดนะที่เป็น...” ณรงค์เดชกำลังห้ามสักรินทร์ แต่คงช้าไป สักรินทร์ถลาเข้าหากัญญาภรณ์ ทุกคนคิดว่ากัญญาภรณ์อาจถูกทำร้ายจึงพร้อมใจกันช่วยปกป้อง ทว่ายังไม่ทันเข้าช่วย ทุกคนก็ต้องอึ้งเมื่อสักรินทร์ถูกกัญญาภรณ์ถีบเข้าที่ท้อง แล้วปล่อยหมัดใส่กึ่งกลางปากและจมูกสองครั้งติดกัน สักรินทร์หน้าหงายเลยทีเดียว

“มึงรู้จักกูน้อยไป”

กัญญาภรณ์พูดจบก็ออกมวยท่าจระเข้ฟาดหางใส่สักรินทร์ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนที่เห็นไม่คิดว่ากัญญาภรณ์จะมีฝีไม้ลายมือด้านการต่อสู้เก่งเช่นนี้ จากนั้นก็ตั้งการ์ดมวยเตรียมสู้เต็มที่ ลูกน้องของสักรินทร์เมื่อเห็นว่าเจ้านายโดนทำร้ายจึงก้าวเท้าเข้ามาหากัญญาภรณ์หมายเอาคืน แต่ก็ยังไม่ถึงตัวสาวหมัดหนัก ณรงค์เดชกับกรรชัยและธรรมศักดิ์พร้อมใจกันเข้าข้างกัญญาภรณ์ก็เข้ามาซัดกับลูกน้องทั้งสามคนของสักรินทร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น