เมียลับนายหัว

ตอนที่ 22 : บทที่ 8 ความลับของสิงหนาท 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetailsdata=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NDoiODE1MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyMjk4NCI7fQ

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NDoiODE1MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyMjk4NCI7fQ

e-book โหลดได้แล้วนะคะ
จัดโปร 229 บาทค่ะ ระยะเวลา 7 วัน กดตามลิ้งค์ได้เลยค่ะ

 

 

หนึ่งเดือนต่อมา

ตลอดระยะเวลาดังกล่าวสิงหนาทกับกัญญาภรณ์ปรับตัวเข้าหากัน ทั้งเรื่องนิสัยใจคอและความเป็นอยู่ ทั้งคู่มีนิสัยเหมือนกันเพียงไม่กี่อย่างคือ เป็นคนไม่ยอมคนและเป็นคนรักความยุติธรรม กินง่ายอยู่ง่าย รักพวกพ้อง นอกนั้นสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

สิงหนาทเป็นคนมีความระเบียบวินัย ตื่นเช้ามาก็ต้องดึงผ้าปูที่นอนให้ตึงและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกสามวัน พักผ้าห่มวางไว้ปลายเตียง แล้วนำผ้าคลุมเตียงมาคลุมปิดทับ ต่างกับกัญญาภรณ์ที่พอตื่นขึ้นมาก็ทำเพียงพับผ้าห่ม ไม่สนใจผ้าปูที่นอนว่าจะยับย่นจากการนอน จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำทำกิจวัตรแรกของวัน แต่พอมาอยู่กับเขา เธอก็ไม่ทำ หน้าที่นั้นจึงตกอยู่ที่สิงหนาทคนเดียว

เอ่ยถึงห้องน้ำ กัญญาภรณ์สังเกตได้ว่า ห้องน้ำในห้องนอนของเขาสะอาดมาก ราวกับว่าทำความสะอาดทุกวัน ซึ่งก็ใช่ สิงหนาทชอบเข้าห้องน้ำสะอาด เพราะเขาเป็นคนเข้าห้องน้ำนานและนั่นทำให้ห้องน้ำของเขาติดแอร์ หากเข้านานจะร้อน เครื่องปรับอากาศจึงช่วยสิงหนาทได้เยอะ บางครั้งเข้านานเป็นชั่วโมงก็มี แล้วห้องน้ำห้องนี้ก็กว้างเกือบเท่าห้องนอนในอพาร์ตเม้นต์ที่เธออยู่ แยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง

เสื้อผ้าทุกตัวที่สิงหานาทใส่ต้องผ่านการรีด แม้กระทั้งเสื้อกล้าม ส่วนกัญญาภรณ์เป็นคนง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องรีดทุกตัว ตัวไหนควรรีดก็รีด ตัวไหนไม่รีดก็ใส่ได้สบายๆ เช่นเสื้อยืดเป็นต้น

ถึงแม้ว่าสิงหนาทกับกัญญาภรณ์จะเรียนรู้และทำความคุ้นเคยกัน ทว่าทั้งสองก็ยังคงมีปากเสียงกันบ่อยๆ ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องเท่ามดจนกลายเป็นเรื่องเท่าช้าง

“ฉันจะเอาไว้ตรงนี้” กัญญาภรณ์บอกสิงหนาท

“ฉันจะวางตรงโน้น” สิงหนาทเท้าเอวบอกอีกฝ่าย

“ไม่เอา ฉันจะวางตรงนี้” เธอยังคงยึดมั่นในความคิดตัวเอง

“วางตรงนี้ไม่เหมาะ วางตรงโน้นเหมาะกว่า” เรื่องที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันคือเรื่องเก้าอี้นวมปรับนอนได้ที่เถ้าแก่สันต์ซื้อมาให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ใช้ พอของมาถึงกัญญาภรณ์ก็รีบจัดวางมันตามที่ต้องการ ทว่าสิงหนาทค้าน เรื่องมันเลยเป็นอย่างนี้ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าความคิดตัวเองดี

“มันจะเหมาะกว่าตรงนี้ยังไง” กัญญาภรณ์ถามทันที

“เอาไว้ตรงโน้นเวลานั่งดูทีวีจะได้ดูสบายๆ ไง ถ้าเอาไปไว้ตรงที่เธอบอก ระยะสายตามันห่างไป อีกอย่างตรงนั้นอยู่ใต้แอร์ นั่งดูทีวีไปร้อนไปน่ะสิ หรือถ้าไม่ดูทีวีนั่งเล่นนอนเล่นก็ร้อน เอาไว้ตรงที่ฉันบอกน่ะดีแล้ว” สิงหนาทอยู่ห้องนี้มาหลายปี เขารู้ดีว่าตรงไหนดีไม่ดี

“ไม่เอา ฉันจะเอาไว้ตรงนี้” แต่เธอก็ยังดื้อดึง

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกว่าเอาไว้ตรงโน้นดีกว่า” เขาชักเริ่มมีน้ำโหกับคนพูดไม่รู้เรื่อง

“ไม่ ฉันจะเอาไว้ตรงนี้ ถ้าคุณไม่ยอมฉันจะอาระวาดให้บ้านแตกเลย”

“มีเหตุผลหน่อยสิแม่คุณ ไม่ใช่เอาแต่ใจแบบนี้”

“ไม่รู้แหละ ถ้าคุณไม่ยอมฉันจะทุ่มไอ้นี่ให้แตกเลย” พูดจบก็หันไปคว้าโคมไฟหัวเตียงอันใหม่ที่เถ้าแก่สันต์ซื้อมาแทนอันเก่าที่เธอเขวี้ยงใส่สิงหนาทวันนั้น และนาฬิกาเรือนใหม่ก็ถูกมาแทนที่ของเก่าด้วย “ทุ่มเลยดีกว่า”

“อย่าๆ ยอมแล้ว เธอจะวางตรงไหนก็เรื่องของเธอเลย ตามสบาย อัพทูยู” สิงหนาทยอมแต่โดยดี เพราะไม่ต้องการให้ข้าวของเสียหาย กัญญาภรณ์ยิ้มที่ตนเป็นฝ่ายชนะ

“แน่นะ”

“แน่สิ”

“งั้นฉันวางตรงที่คุณบอกก็ได้” กัญญาภรณ์พูดจบก็วางโคมไฟไว้ที่เดิม

“อ้าว ไหงเป็นงี้” สิงหนาทถามด้วยความแปลกใจ เมื่อกี้ยังเสียงแข็งว่าจะวางอีกที่หนึ่ง ตอนนี้กลับมาเห็นดีกับความคิดเขา ไม่งงคงแปลก

“ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว วางตรงที่คุณบอกดีกว่าวางตรงนี้ ฉันเป็นคนขี้ร้อนด้วย ไม่โดนแอร์เดี๋ยวหงุดหงิด” กัญญาภรณ์ตอบ “คุณจัดการเลยนะ ฉันจะดูทีวี”

พูดจบก็เดินไปกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง เปิดทีวีดูอย่างสบายใจ ยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ มองสิงหนาททำอะไรไม่ได้ เดินส่ายหัวไปจัดการเลื่อนเก้าอี้นวมมาไว้ตรงจุดที่เขาตั้งใจ

เรื่องงานของกัญญาภรณ์ เธอต้องโทรศัพท์ไปลาออกตาคำสั่งของเถ้าแก่สันต์ เพราะเขาต้องการให้เธออยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของสิงหนาท เพราะหากให้กัญญาภรณ์ไปทำงานตามเดิมก็ต้องห่างกับสามี เถ้าแก่สันต์รู้ดีว่า กัญญาภรณ์มีพ่อแม่ต้องรับผิดชอบ ไหนจะค่าใช้จ่ายส่วนตัว เขาจึงให้เงินเดือนกัญญาภรณ์เดือนละหนึ่งแสนบาท มากกว่าเงินเดือนที่เธอได้หลายเท่า

และนั่นทำให้สิงหนาทรู้ว่า ภรรยาของตนเป็นครูสอนศิลปะป้องกันตัว เขาทั้งทึ่งและตกใจ มิน่าเล่าเธอถึงเตะต่อยเก่ง แถมทักษะยังดีอีกด้วย รู้เรื่องนี้แล้วก็นึกกลัวภรรยาขึ้นมาทันใด

มีอีกเรื่องเกี่ยวกับตัวสิงหนาทที่กัญญาภรณ์รู้ เรื่องนั้นคือเขาทำอาหารเก่งมาก ทำได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนและอาหารฝรั่ง เถ้าแก่สันต์เล่าว่า ตอนที่สิงหนาทเรียนต่างประเทศ สิงหนาทไม่เคยใช้เงินทางบ้านเลย จะใช้ช่วงครึ่งปีแรกที่ไปเรียน ต่อจากนั้นสิงหนาทก็ทำงานไปเรียนไปด้วย เหมือนเพื่อนอีกหลายคนที่ทำเช่นนี้ และงานที่สิงหนาททำคือ เป็นผู้ช่วยเชฟ ก่อนขึ้นมาเป็นเชฟหลังจากฝึกปรือเป็นที่ยอมรับของเจ้าของร้าน พอเรียนจบสิงหนาทยังไม่กลับเมืองไทย เขาทำงานหาประสบการณ์ในอาชีพที่อยากทำสามปี แล้วจึงกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เอ่ยไม่ได้คือ เดิมทีสิงหนาทต้องการให้กัญญาภรณ์เป็นเมียลับของตน ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้ว เถ้าแก่สันต์เที่ยวบอกใครต่อใครว่า กัญญาภรณ์คือลูกสะใภ้ของตน คนที่เถ้าแก่สันต์บอกก็ปากต่อปากจนรู้กันไปทั่ว สิงหนาทขัดใจไม่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ที่สำคัญเถ้าแก่สันต์มักให้สิงหนาทพากัญญาภรณ์ไปทำงานด้วย หรือไปไหนต่อไหนด้วยกัน ด้วยเหตุผลว่า เกรงกัญญาภรณ์จะเหงาหากอยู่บ้านตามลำพัง

การไปทำงานของสิงหนาทในแต่ละวัน ไม่ว่าจะไปโรงงานไม้แปรรูป ไปดูไร่ที่รับซื้อไม้ ไปดูรีสอร์ทที่กำลังปลูกสร้างในจังหวัดภูเก็ตและพังงา และอีกหลายที่ที่เขาต้องดูแล สิงหนาทไปที่ไหนก็จะมีกัญญาภรณ์ไปด้วย แรกเริ่มก็รู้สึกอึดอัดเพราะนั่งรถไปด้วยกันก็ทะเลาะกันไปเนืองๆ ทว่าตอนนี้มันคือความคุ้นชินที่ไม่อยากจะชินสักเท่าไหร่

ธุรกิจของครอบครัวสิงหนาทมีหลายอย่าง แต่มีเพียงเดียวที่กัญญาภรณ์ยังไม่เคยไปคือ กระชังเลี้ยงปลาริมชายคลองหรือคลองเลที่ยังไม่เคยไป แล้วดูเหมือนว่าสิงหนาทจะเลี่ยงไปที่กระชังปลา โดยบอกว่าที่นั่นไม่มีอะไรน่าห่วง ทว่าวันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้

สิงหนาทชะงักเท้าที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็นบัญชาคนดูแลกระชังปลาหรือจะพูดได้ว่าเป็นผู้จัดการ หัวหน้าคนงานก็ว่าได้นั่งคุยอยู่กับบิดาในห้องรับแขก บัญชาเงยหน้าส่งยิ้มให้ลูกชายเจ้าของบ้าน ก่อนส่งยิ้มให้กัญญาภรณ์ที่เดินลงมาพร้อมกับสามี

“สวัสดีครับนายหัว ไม่ได้เจอกันนานนะครับ” บัญชารู้เหตุผลที่ไม่ได้เจอกันนานเป็นอย่างดี ทว่าก็ไม่มีใครพูดหรือเอ่ยเรื่องนี้ “สวัสดีครับคุณแพร ผมชื่อโตครับ ดูแลกระชังปลาให้เถ้าแก่กับคุณสิงห์ครับ”

“สวัสดีค่ะคุณโต” กัญญาภรณ์ยกมือไหว้

“เรียกว่าน้าโตดีกว่าครับ” กัญญาภรณ์พยักหน้ารับรู้ ทรุดตัวนั่งลงบนโซหานวมข้างสามี

“สวัสดีครับน้าโต” เขายกมือไหว้อย่างนอบน้อมแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นลูกจ้าง “น้าโตมาถึงนี่ มีปัญหาอะไรที่กระชังปลาหรือเปล่าครับ” สิงหนาทถาม เพราะน้อยครั้งมากที่บัญชาจะมาที่นี่ และการมาแต่ละครั้งก็มักมาพร้อมกับปัญหา

“มีเรื่องนิดหน่อยครับ น้าเลยมาปรึกษาเถ้าแก่”

“มีเรื่องอะไรครับ”

“เรื่องคนงานน่ะครับ กลุ่มของพร พวกมันอยากได้ค่าจ้างเพิ่ม น้าว่าที่ได้ก็มากกว่าที่อื่นแล้วเลยไม่ให้ พวกมันเลยนัดกันหยุดงาน มันต่อรองด้วยว่าถ้าไม่ได้เงินเพิ่มพวกมันจะลาออก” บัญชาบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกระชังปลา “ที่มานี้ก็เพราะอยากมาปรึกษาเถ้าแก่ว่าจะเอายังไง น้ากลัวว่ามันจะไม่ได้แค่ขู่ออกจากงาน กลัวพวกมันจะวางยาปลาด้วย อีกสองวันจะมีพ่อค้ามารับปลา ถ้าพวกมันวางยา เราสูญเงินนับแสนแน่ครับ”

“ไอ้พรเหิมเกริมใหญ่แล้ว คิดว่าเป็นคนเก่าคนแก่หรือไงถึงได้ทำอย่างนี้” เถ้าแก่สันต์พูดเสียงเข้ม

“ผมว่าถ้ามีปัญหานักก็ไล่ออกไปเลยครับ ถ้าให้ครั้งนี้ ครั้งหน้าขออีกก็ต้องให้อีก”

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มพรขอขึ้นเงิน เมื่อสองปีที่แล้วเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้น ซึ่งเขาก็ยอมให้ขึ้นเงินตามร้องขอ และนั่นอาจทำให้กลุ่มของพรได้ใจ ครั้งนี้จึงขอเพิ่มเงินอีก

“ลองไปเจรจาก่อนดีไหม พ่อกลัวว่าถ้าไล่พวกมันออก มันจะมีปัญหาตามมานะ สิงห์ก็รู้นี่ว่า พวกนี้เป็นยังไง” เถ้าแก่สันต์แย้งลูกชาย “เดี๋ยวพ่อไปเจรจากับพรเอง สิงห์ไปทำงานเถอะ”

คนเป็นพ่อหันมามองหน้าลูกชายอย่างรู้ดีว่า อีกฝ่ายไม่อยากเหยียบไปกระชังปลา

“เถ้าแก่ไม่สบายไม่ใช่หรือครับ ไปเองได้หรือครับ”

บัญชาถามเถ้าแก่สันต์ ความจริงเขาโทรศัพท์ขอคำปรึกษาเถ้าแก่สันต์ก็ได้ แต่ที่มาด้วยตัวเองเพราะถือโอกาสมาเยี่ยมเจ้านายที่ไม่ได้เจอกันนานไปในที

“ไม่เป็นไร ฉันไปไหว” เถ้าแก่สันต์ตอบ

“ผมไปเองก็ได้ครับพ่อ พ่อจะได้พักผ่อน” เถ้าแก่สันต์กับบัญชามองหน้าคนพูดเป็นตาเดียว ทั้งคู่มองหน้าสิงหนาทด้วยความตกใจ

กัญญาภรณ์ที่เห็นสายตาและสีหน้าของทั้งสองแล้วก็เกิดความสงสัยว่า เถ้าแก่สันต์กับบัญชาจะตกใจทำไมแค่สิงหนาทไปกระชังปลา

“พ่อไปเองดีกว่า สิงห์จะได้ไปทำงานอย่างอื่น” เถ้าแก่สันต์แย่งอยากไป

“หรือว่าจะให้พรกับพวกมาหาเถ้าแก่สันต์ที่บ้านก็ได้นะครับ ทั้งเถ้าแก่กับนายหัวจะได้ไม่ต้องไปที่กระชังปลาเอง” บัญชาพยายามหาทางออก

“จะให้พวกมันมาที่นี่ทำไมครับ เดี๋ยวพวกมันจะได้ใจหาว่าเราง้อมัน ให้ผมไปเองดีกว่า ผมไม่ได้ไปนานแล้ว พวกมันอาจคิดว่าที่ผมไม่ได้ไปดูแลกระชังเพราะไม่ใส่ใจหรือละเลย พวกมันถึงตั้งแง่ตั้งเงื่อนไข ถ้าผมไปเองพวกมันจะได้รู้ว่า ผมไม่ได้ทิ้งกระชังปลา บางทีพวกมันอาจจะอ่อนลงก็ได้ครับ”

สิงหนาทคิดว่า ที่กลุ่มพรกระด้างกระเดื่องเป็นเพราะตนเองละเลยไม่ไปดูแลกระชังปลาเหมือนก่อน ที่ไปอาทิตย์ละสองครั้ง ทว่าสองกว่ามานี้เขาไม่เคยเหยียบไปที่นั่นเลย หากไปบ้างลูกน้องอาจกริ่งเกรง ไม่กล้าทำเรื่องนี้ เถ้าแก่สันต์มองหน้าบัญชา ก่อนหันมองหน้าลูกชาย

“แน่ใจนะว่าจะไปเอง” เถ้าแก่สันต์ถามราวกับว่าต้องการความมั่นใจ

“แน่ครับ” สิงหนาทตอบกลับทันที ไม่มีความลังเลสักนิดเดียว แต่คนเป็นพ่อไม่คิดอย่างนั้น

“ตามใจ พาแพรไปด้วยนะ แพรจะได้เห็นกระชังปลาของเรา”

“ครับพ่อ” กัญญาภรณ์ที่นั่งเงียบ ตอนนี้กำลังนึกสงสัยบางอย่าง ดูท่าทางเถ้าแก่สันต์กับบัญชาไม่อยากให้สิงหนาทไปกระชังปลา ยิ่งคำถามของพ่อสามีที่ว่า แน่ใจนะว่าจะไปเอง ประโยคคำถามนี้ยิ่งทำให้เธอสงสัย ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้สิงหนาทไม่อยากไปกระชังปลา

นั่นไง...อยากรู้อยากเห็นอีกแล้ว

“ผมขอตัวนะครับเถ้าแก่ จะได้ไปกระชังปลาพร้อมนายหัวเลย”

เถ้าแก่สันต์พยักหน้ารับรู้ สิงหนาทยกมือไหว้บิดา ก่อนลุกเดินไปยังประตูบ้าน กัญญาภรณ์ทำตามสามี แล้วลุกตามไป โดยมีสายตาหนักใจของเถ้าแก่สันต์มองตามร่างลูกชายกับลูกสะใภ้ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #21 Suwan.techa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:27
    เรื่องนี้ยังอัพต่อไหมค่ะ
    #21
    0
  2. #20 warinU (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:39
    อะไร! ยังงัย?
    #20
    0
  3. #17 25142551 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 14:23

    ชื่อตอนและท่าทางของเถ้าแก่ทำให้สงสัย ลุ้นไปด้วยเลยอ่ะ

    #17
    0