เมียลับนายหัว

ตอนที่ 19 : บทที่ 6 เมียไม่ลับ 90%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

 

สุชาติเดินกางร่มให้กัญญาภรณ์ขณะพาดูโรงงานตามคำสั่งเถ้าแก่สันต์ ที่ต้องการให้คนงานทำความรู้จักกับลูกสะใภ้ของตน ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากคนงานมาก เพราะเรื่องนายหัวสิงห์มีเมียเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิด เนื่องจากต่างก็รู้ดีว่า ลูกชายเจ้าของโรงงานครองตัวเป็นโสด และไม่มีวี่แววจะมีเมียมาก่อน ไม่แปลกที่พาทุกคนรู้เรื่องจะพากันแปลกใจ และชื่นชมในความสวยน่ารักของกัญญาภรณ์

        บิดามารดากัญญาภรณ์แม้ว่าจะอยู่จังหวัดตรัง ทว่าเธอกลับใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพมากกว่า เธอไปอยู่กับป้าที่กรุงเทพตั้งแต่อายุสิบสองปีหรือเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง และอยู่เรื่อยมาจนจบชั้นปริญญาตรี ทว่าก็กลับมาเยี่ยมพจน์กับสายหยุดปีละหนึ่งครั้งในช่วงปิดเทอมใหญ่ อยู่ยาวจนกว่าปิดภาคเรียน ช่วงเธอเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ได้กลับบ้าน เป็นเพราะอยู่ในช่วงเรียนหนัก บุพการีจึงขึ้นมาเยี่ยมลูกสาวที่แทน กัญญาภรณ์จึงรู้จักเถ้าแก่สันต์เพียงแค่ชื่อ แล้วรู้ถึงความร่ำรวย จึงไม่เคยเห็นกิจการของเขา แต่วันนี้เธอได้เห็นด้วยตัวเองแล้วว่า เถ้าแก่สันต์รวยสมคำร่ำลือจริง    

        สุชาตินอกจากจะพากัญญาภรณ์เดินทัวร์โรงงานไม้แปรรูป เขายังให้ความรู้กับเธออีกด้วย ซึ่งเธอก็ให้ความสนใจกับเรื่องธุรกิจแขนงนี้ กัญญาภรณ์ทักทายคนงานอย่างเป็นกันเอง พูดคุยและส่งยิ้มให้กับทุกคนไม่ว่าเป็นหญิงหรือชายอย่างไม่ถือตัว 

        “เมียนายหัวนี่ทั้งสวยและน่ารักเนอะ ดูบอบบางน่าทะนุถนอม ข้าล่ะกลัวเหลือเกินว่า เวลานายหัวโกรธจะตบเมียเข้าให้ ถ้าถูกตบล่ะก็ฟันหักแน่ๆ” คนงานร่างสันทัดพูดกับคนงานชื่อนัด 

        “นายหัวไม่ได้โหดถึงขั้นทำร้ายผู้หญิงนะโว้ย นายหัวโหดกับคนไม่ดี คนที่มาหาเรื่องเท่านั้น กูไม่เคยเห็นนายหัวจะไปหาเรื่องใครก่อนเลย มึงพูดอะไรหัดระวังไว้บ้างก็ดีนะ ใครมาได้ยินเข้าคาบเรื่องไปบอกนายหัว มึงจะโดนตีนไม่รู้ตัว” นัดพูดอย่างรู้นิสัยเจ้านาย

        “เออๆ กูรู้แล้ว” คนงานรับคำ ก่อนเดินไปทำงานต่อ 

        สิงหนาทเดินมาหากัญญาภรณ์ที่ยืนอยู่กับสุชาติและคนงานอีกราวห้าคน เขามองเธอมาแต่ไกล สายตาที่มองไม่ได้เกลียดชังหรือไม่พอใจที่บิดาประกาศสถานะของเธอให้ทุกคนในโรงงานรู้ แต่เป็นสายตาชื่นชมเพราะทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กัญญาภรณ์สวย น่ารัก เป็นกันเอง ไม่ถือตัว ยังพูดอีกว่า เขาตาถึงที่หาสตรีหน้าตาสวยและนิสัยดีมาเป็นคู่ครอง ทำให้คนเป็นสามีถึงกับตัวลอย

        “แพร” เจ้าของชื่อหันมาตามต้นเสียง “เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกัน” 

        “ค่ะ” 

        “ฉันจะให้ป้าอิ่มจัดอาหารไปให้เธอในออฟฟิซนะ ส่วนฉันจะไปกินกับคนงานที่โรงครัว” เขาบอกเมียลับที่ไม่ลับอีกต่อไป

        “ทำไมต้องกินแยกกันด้วยล่ะ” กัญญาภรณ์ถาม

“ปกติฉันก็กินกับคนงานที่โรงครัว เธอมาที่นี่วันแรกฉันก็เลยให้เธอกินในออฟฟิซ” 

จะว่าไปสิงหนาทกับกัญญาภรณ์เหมือนคนแปลกหน้าที่เพิ่งมาอเจอกัน และเป็นสามีภรรยาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เขาและเธอต่างฝ่ายต่างไม่รู้นิสัยใจคอ เขาจึงไม่แน่ใจว่า กัญญาภรณ์จะนั่งกินในโรงครัวพร้อมคนงานเป็นร้อยได้หรือไม่ เขาจึงแยกให้เธอกินต่างหากในห้องแอร์เย็นๆ 

“ฉันไม่ใช่ลูกคุณหนูนะ ที่ต้องกินข้าวบนโต๊ะในห้องแอร์น่ะฉันเป็นลูกคนสวนนะ เรื่องไปกินข้าวกับคุณ กับคนงานในโรงครัวได้สบายเลย” 

        “งั้นก็ตามใจเธอ” 

        “ไปครับคุณแพร ผมจะพาคุณแพรไปโรงครัวนะครับ อยู่ไม่ไกลเดินไปแค่ร้อยกว่าเมตรก็ถึงแล้ว และไม่ต้องกลัวว่าแดดจะร้อนเพราะผมจะกางร่มให้คุณแพรครับ” 

สุชาติพูดจบก็กางร่มให้ภรรยาเจ้านายที่ยืนมองหน้าเขาด้วยสายตากึ่งๆ หาเรื่อง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก้าวเดินไปยังโรงครัวที่เวลานี่คนงานต่างพากันทยอยเดินไปยังที่นั่นเช่นกัน

<><><><><><><><><>

        อาหารเที่ยงวันนี้คือแกงไตปลาที่มีผักเครื่องเคียงกว่าเจ็ดชนิดไว้กินคู่กัน แล้วยังมีไข่เจียวหนาๆ นุ่มอีกหนึ่งอย่าง แต่จะมีเพียงคนเดียวที่พิเศษกว่าคนอื่นคือ มีกุนเชียงหั่นพร้อมกินไว้ในถ้วย คนพิเศษคนนั้นคือสิงหนาทที่วันไหนแม่ครัวทำแกงไตปลาจะต้องมีกุนเชียงให้เขาด้วย

        โต๊ะที่สิงหนาทนั่งกินข้าวไม่ได้เป็นโต๊ะพิเศษที่แยกออกมา เขานั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันกับสุชาติ ธงชัย นัด กล้วย และกัญญาภรณ์ที่นั่งกินตรงข้ามสิงหนาท    

สิงหนาทกินข้าวไปด้วยขยับสายตามองกัญญาภรณ์เป็นระยะ เขามองเห็นความไม่เรื่องมากของเธอ ที่มีอะไรให้กินก็กิน ไม่บ่นและไม่ขออะไรเพิ่มเติม แล้วยังเป็นกันเองกับคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุย ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองปีวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโรงครัว

“นายหัวครับนายหัว” วิชัยหรือโชติ คนงานในโรงงานที่ทำหน้าที่ไปซื้อไม้จากสวนยางเรียกสิงหนาทเป็นภาษาใต้

“มีอะไรโชติ”

“พี่มั่นซ้อมพี่เอม นายหัวไปช่วยพี่เอมด้วย” สิงหนาทถอนหายใจ ทิ้งช้อนลงบนจานแล้วเดินแกมวิ่งออกไปจากโรงครัว โดยมีลูกน้องคนสนิทวิ่งตามไป กัญญาภรณ์มองคนที่วิ่งออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วกำลังวิ่งตามไป

“คุณแพรจะไปไหนคะ” จีรวรรณหรือเก๋ พนักงานบัญชีทักขึ้น

“ไปดูเขาน่ะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น” พูดจบก็เดินออกจากโรงครัว จีรวรรณจึงเดินตามออกไปด้วย

“เป็นเรื่องปกติค่ะ คนที่นี่เห็นกันจนชินตา ทุกครั้งที่ผัวเมียคู่นี้ทะเลาะกันแล้วคนเป็นผัวก็ตบตีเมีย ก็จะมีคนวิ่งมาตามให้ไปช่วยพี่เอมทุกครั้ง ไม่งั้นถูกพี่มั่นตีตายแน่” จีวรรรณบอกข้อมูลให้กัญญาภรณ์รู้ “พอเข้าไปช่วยแยกสักพักก็ดีกัน รักกันเหมือนเดิม หลายครั้งเข้ามันก็น่าเบื่อนะคุณแพร”

กัญญาภรณ์ไม่ได้พูดอะไร เธอก้าวเดินเร็วๆ เพื่อจะไปดูเหตุการณ์ในตอนนี้ว่า ฝ่ายหญิงจะน่วมมากแค่ไหน พอมาถึงบ้านพักคนงานที่อยู่ไม่ห่างจากโรงครัวมากนักก็พบว่า สิงหนาทยืนเท้าเอวอยู่หน้าห้องพักคนงาน 

“มึงนี่นะ เมาทีไรเป็นต้องเตะเมียทุกที กูจะทำยังไงกับมึงดีเนี่ยไอ้มั่น” สิงหนาทพูดด้วยความระอา ถ้าไม่ติดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เขาจะไล่สองผัวเมียคู่นี้ออกทันที แต่ที่ไม่ทำเพราะมั่นในเวลาทำงานก็ทำเต็มที่และทำได้ดีด้วย เขาแยกแยะได้ว่าเรื่องไหนเรื่องงาน เรื่องไหนเรื่องส่วนตัว “แล้วเสือกเมาตั้งแต่หัววันด้วย แทนที่จะนอนหลับพักผ่อนเสือกแดกเหล้า กูอยากเตะมึงจริงๆ” 

หน้าที่ของมั่นคือไปรับซื้อไม้จากสวนยางต่างๆ ทั่วภาคใต้ มั่นกับคนงานอีกหลายคนเพิ่งกลับมาจากรับซื้อไม้ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อตอนหกโมงเช้า วันนี้มั่นกับคนงานอีกหลายคนได้รับอภิสิทธิ์ให้หยุดงานหนึ่งวันเพื่อพักผ่อน บางคนก็นอนหลับในห้องพักของตนเอง มีบางคนนั่งก๊งเหล้าหนึ่งในนั้นคือมั่น

“นายหัวอย่ามายุ่ง อีเอมมันกวนโมโห มันต้องโดนกระทืบ” มั่นพูดเสียงอ้อแอ้ “มานี่อีเอม มึงมานี่”

“หยุดเลยนะไอ้มั่น มึงเมามึงก็ไปนอน มึงไม่เชื่อฟังกู กูไล่มึงออกแน่” สิงหนาทขู่ คนที่กลัวคือเอม

“นายหัวอย่าไล่พี่มั่นกับฉันออกเลยนะ ฉันขอโทษแทนพี่มั่นด้วย พี่มั่นเมาไม่ได้สติ ทำอะไรเลยไม่รู้ตัวจ้ะ” เอมที่ตอนนี้ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ มีเลือดไหลซึมจากมุมปากยกมือไหว้สิงหนาทที่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับภาพและคำพูดเดิมๆ ที่เคยได้ยิน

“คุณสิงห์ คุณจะไปช่วยทำไม น่าจะปล่อยให้ถูกผัวซ้อมให้ตายไปเลย” เสียงกัญญาภรณ์ดังแทรกผ่านอากาศ ทำให้คนที่ได้รับฟังหันมองเป็นตาเดียว “ฉันรู้มาว่า เธอถูกผัวซ้อมบ่อยๆ แล้วทุกครั้งก็มีคนเรียกให้ไปช่วย ถึกและทนมาหลายครั้งแบบนี้จะไปช่วยทำไม เพราะเธอก็ยินยอมให้ผัวซ้อมไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่อยากถูกผัวซ้อมจนตัวเองต้องเจ็บตัวคงเลิกกับผู้ชายคนนี้นานแล้ว ไม่อยู่ทนเป็นกระสอบทรายให้ผัวซ้อมแบบนี้หรอก” 

กัญญาภรณ์เดินมาหยุดยืนข้างสิงหนาท เธอกล่าวเสียงเรียบเสมือนหน้าตาที่ไม่ยินดียินร้ายเมื่อเห็นร่องรอยถูกทำร้ายบนใบหน้าเอม กัญญาภรณ์มองเอมสลับกับมองมั่นที่ยืนเซไปเซมาจากฤทธิ์สุราหันกลับมามองเอมอีกครั้งหนึ่ง

“ถ้าเธอกลัวถูกผัวทุบตีทำไมไม่เลิกล่ะ ทนให้เขาทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง แต่ที่เธอไม่เลิกฉันถือว่าเธอยินยอมให้เขาทำร้ายนะ แล้วเธอจะร้องเรียกให้คนช่วยทำไม โดนผัวซ้อมก็สมควรแล้ว” มีเพียงกัญญาภรณ์เพียงคนเดียวที่ไม่เห็นด้วยที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเอม “คนเราน่ะ ตรงไหน จุดไหนที่รู้ว่ามันอันตรายต่อตัวเองก็ต้องหลบหลีกหรือหนีไปให้ไกล แต่เธอไม่ไง เธอยังอยู่กับเขา ยอมถูกซ้อมตอนเขาเมา เธอก็ต้องทนเจ็บต่อไป ไม่มีใครช่วยเธอได้ตลอดหรอกนะ ถ้าเธอไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักช่วยเหลือตัวเอง รักน่ะรักได้ แต่รักอย่างมีสติ ถ้าคิดเองไม่ได้ก็ทนเจ็บต่อไปก็แล้วกัน” กัญญาภรณ์พูดจบก็หันมามองหน้าสิงหนาทที่ยืนมองเธออย่างทึ่งๆ อึ้งๆ “ทางนี้คงไม่มีอะไรให้คุณช่วยแล้ว เรื่องของผัวเมียก็ปล่อยให้ผัวเมียจัดการกันเองดีกว่าค่ะ เพราะถ้าเขาคืนดีกัน เราก็จะเป็นหมาทันที ไปค่ะ ไปกินข้าวกันต่อ” 

ทุกคนต่างพากันอึ้งกับคำพูดของกัญญาภรณ์ที่มีส่วนถูกอยู่ทั้งหมด อึ้งที่ว่ากัญญาภรณ์มาที่นี่เป็นวันแรกก็รู้เรื่องเอมดีราวกับว่าอยู่ที่นี่มานาน และพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้หลายครั้งหลายหน คำพูดกัญญาภรณ์เหมือนพูดแทนใจทุกคนในโรงงาน ที่ต่างเอือมกับการทะเลาะวิวาทของสามีภรรยาคู่นี้ ตอนตีกันก็เรียกให้คนอื่นช่วย แต่พอคืนดีกันทุกคนทั้งสองแทบไม่เห็นหัว 

เอมมองตามกลุ่มคนที่เดินห่างตนไปพร้อมกับข้อคิดที่กัญญาภรณ์ฝากไว้ ซึ่งก็จริงทุกอย่าง เป็นเพราะตัวเธอเองที่ไม่เดินออกไปจากชีวิตมั่น เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะคำว่ารักคำเดียวที่ผูกเธอไว้กับมั่น ยอมรับความเจ็บปวดจากการกระทำของสามีมาตลอดหลายปี เธอตัดใจจากมั่นไม่ได้ แล้วคงต้องยอมรับสภาพนี้ไปตลอดชีวิต หรือจนกว่าความรักจะหมดลง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น