เมียลับนายหัว

ตอนที่ 17 : บทที่ 6 เมียไม่ลับ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

 

เปิดจองนิยายเรื่อง “เมียลับนายหัว”
ราคาเล่มละ 299 บาท ช่วงเปิดจอง 250 รวมส่ง (ส่งแบบลงทะเบียน)

เปิดจองวันนี้ถึงวันที่ 31 พ.ค. 63 หนังสือได้วันที่ 10 มิถุนายน 2563

20 ท่านแรกที่จองเข้ามาจะได้รับชุดกระเป๋า+ที่ห่อปก 1 ชุดๆ ละ 249 บาท

ของแถมเลือกลายไม่ได้นะคะ

รายละเอียดการโอน
โอนเงินมาที่ ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขที่ 3822174253
ชื่อบัญชี นางจันทรา พุฒแซม

แจ้งการโอนมาได้ที่
อีเมล์ anyanee2009@hotmail.co.th
เฟชบุ๊ก พิมพ์คำว่า อัญญาณี เกตุ 
โทร. 0991853257

 

 

สายวันต่อมา

เกือบสิบโมงแล้ว ทว่าสองคนที่นอนหลับบนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ทั้งคู่หลับเป็นตายราวกับว่า สูญเสียพลังงานจนเหลือศูนย์ การนอนพักผ่อนคือวิธีเดียวที่จะเรียกพลังงานที่สูญเสียไปให้กลับคืนมา เมื่อคืนนี้กว่าสงครามสวาทจะสิ้นสุดลงก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งครึ่ง หลังจากจบภารกิจสุดท้าย สิงหนาทกับกัญญาภรณ์ก็หลับสนิท จมอยู่ในห้วงนิทรา กรนครอกหมดเรี่ยวแรง

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง…

เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาไว้ที่ 10.00 น. ดังขึ้นหลายครั้ง หลายครั้งมากกว่าที่สิงหนาทจะขยับตัวเป็นคนแรก เขาพลิกจากท่านอนคว่ำหน้ากับหมอนเป็นนอนหงาย

“ใครมาตั้งนาฬิกาปลุกแถวนี้วะ คนจะนอน” คนไม่อยากตื่นบ่นเสียงค่อนข้างดัง เพราะห้องนอนของเขาไม่เคยมีนาฬิกาปลุกมาก่อน แต่อยู่ๆ ก็เกิดเสียงนี้ขึ้นมา เป็นเสียงที่ดังน่ารำคาญ ทว่าสิงหนาทก็ไม่ได้ทำให้เสียงนั้นดับลง

เขาหลับต่อ...

“โอ๊ย...ปิดนาฬิกาปลุกซะทีสิวะ นอนไม่หลับเลยเนี่ย” เจ้าของเสียงคือกัญญาภรณ์ที่โวยวายดังกว่าสิงหนาทเสียอีก ความที่ไม่มีใครทำให้เจ้าเสียงที่ดังขัดจังหวะการนอนหยุดลงเสียที เธอจึงดีดตัวลุกขึ้นนั่งในสภาวะงัวเงีย รู้สึกปวดเนื้อเมื่อยตัวมาก ราวกับว่าไปตรากตรำทำงานหนักมาก็ไม่ปาน แม้ว่าจะหนวกหูเสียงนาฬิกาปลุก ทว่าความเพลียที่มีอยู่มากทำให้เธอลุกขึ้นมานั่งหลับนกต่อ

กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง

เสียงนาฬิกาที่ยังคงดังต่อเนื่องส่งผลให้คนนั่งหลับนกสะดุ้งตื่น เปลือกตาสาวค่อยๆ ลืมขึ้นเชื่องช้า พอลืมตาเต็มตาก็เห็นทรวงอกของตนเป็นอันดับแรก เพราะตอนที่กำลังตื่นเธอนั่งหลับคอตก วินาทีเธอคิ้วย่นด้วยความสงสัยว่า เหตุใดทรวงอกตนจึงเปล่าเปลือย มันน่าจะอยู่ภายใต้ชุดนอนบางเบาไม่ใช่หรือ

มีบางอย่างทำให้ที่นอนด้านข้างยวบยาบ คล้ายกับว่ามีการเคลื่อนไหว กัญญาภรณ์จึงหันไปมองที่นอนข้างกาย ใบหน้าสาวอาบไปด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสิงหนาทนอนอยู่ด้านข้าง ในสภาพเปลือยท่อนบน มีผ้าห่มคลุมท่อนล่างอยู่ เธออ้าปากค้าง ก้มหน้าสำรวจตัวเองใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ รีบยกผ้าห่มที่ปิดบังตั้งแต่ช่วงเอวลงไป

“กรี๊ด!” กัญญาภรณ์กรีดร้องลั่นห้องเมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เพียงแค่กรีดร้องเท่านั้น เธอดึงผ้าห่มมาห่มตัวเพียงคนเดียว แล้วถีบร่างสิงหนาทที่สะลึมสะลือตื่นให้ตกจากเตียง ความที่ไม่ระวังตัวในการถูกถีบครั้งที่สองเขาจึงหล่นไปบนพื้น

ตุ๊บ...

“โอ๊ย!” สิงหนาทร้องเจ็บ ลุกขึ้นนั่งเอามือลูบสะโพก มองหน้ากัญญาภรณ์ที่นั่งบนเตียง “เธอถีบฉันทำไมเนี่ย”

“ก็คุณปล้ำฉันไง ไหนตกลงกันว่าจะไม่มีอะไรกัน แล้วนี่อะไร คุณผิดสัญญา ฉันจะฆ่าคุณ” “เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆๆ” สิงหนาทร้องห้าม ลุกขึ้นยืนคว้ากางเกงนอนมาสวมใส่ มองดูกัญญาภรณ์ที่ห่อตัวด้วยผ้าห่ม ไม่ได้ลุกขึ้นมาฆ่าเขาตามที่พูด เป็นเพราะกัญญาภรณ์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตนเองอยู่ในสภาพใด อีกทั้งยังรู้สึกเจ็บหน่วงตรงความเป็นสาว เธอจึงไม่ลุกไปไหน แต่ใช้วิธีหาของระบายอารมณ์แทน เธอจึงขยับตัวไปใกล้ๆ โคมไฟหัวเตียง กระชากมันสุดแรงแล้วเขวี้ยงมันใส่สิงหนาทที่กระโดดหลบแทบไม่ทัน

“ไอ้คนชั่ว ไอ้คนเลว ไอ้คนฉวยโอกาส” ตามมาด้วยรูปปั้นทำจากเหล็กรูปสิงโตตัวเล็ก นาฬิกาดิจิตอลที่ลอยละล่องมาหาร่างสิงหนาทที่หลบซ้ายทีขวาที

“หยุดก่อน ฟังก่อน” สิงหนาทห้ามแทบไม่ทัน

“ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ฉันจะฆ่าคุณ ถ้าวันนี้ฆ่าฉันไม่ได้อย่ามาเรียกฉัน...”

“ถ้าไม่ฟังแล้วจะรู้เรื่องหรอ เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากยาปลุกเซ็กส์นะ มันเป็นเพราะฤทธิ์ยา ฉันไม่ได้ปล้ำเธอ”

สิงหนาทรีบพูดเพราะตอนนี้กัญญาภรณ์กำลังจะเปิดลิ้นชักหัวเตียง เปิดชั้นแรกไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ชั้นที่สองนี่สิ หากเธอเปิดออกแล้วเห็นว่ามีปืนอยู่ในนั้น รับรองกระสุนปืนว่อนแน่ ตอนนี้หัวใจเขาเต้นแรงมาก เกิดความกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ได้ผล...กัญญาภรณ์ละมือจากลิ้นชักชั้นที่สอง หันมามองผู้พูด สิงหนาทโล่งใจนึกว่าจะตายในห้องนอนตัวเอง ยิ่งถ้าคนอื่นรู้ว่าใครเป็นคนยิง รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น

“คุณว่าอะไรนะ” กัญญาภรณ์ถามเสียงเขียว จ้องมองเขาเขม็ง

“เราสองคนถูกวางยาปลุกเซ็กส์ เราสองคนแทบไม่รู้เรื่องเลยนะว่าทำอะไรลงไป เธอลองนึกถึงเรื่องเมื่อคืนดูสิว่าถ้าฉันปล้ำเธอจริงๆ เธอก็ต้องสู้ฉันใจขาดดิ้นอยู่แล้ว เธอก็คงไม่ยอมฉันง่ายๆ แล้วในหัวของเธอมีเรื่องนี้ไหมล่ะ” กัญญาภรณ์สะดุดคิด นึกทวนเรื่องเมื่อคืน จริงตามที่สิงหนาทบอกว่า เรื่องที่ตนถูกเขาปล้ำไม่มีในหัว มีเพียงความทรงจำตอนที่ตนได้รับความเจ็บปวดจากเหตุการณ์บางอย่างที่แวบเข้ามาในหัว แต่ก็จำไม่ได้ว่า ความเจ็บปวดนั้นคืออะไร ความทรงจำของเธอคล้ายหยุดนิ่งตั้งแต่ถูกส่งตัวเข้าหอ “เห็นไหมว่าเธอก็จำอะไรไม่ได้ ฉันเองก็จำอะไรไม่ค่อยได้เหมือนกัน”

“แล้วใครทำล่ะ ใครเป็นคนวางยาเราสองคน”

“จะมีใครล่ะถ้าไม่ใช่พ่อแม่ของฉันกับเธอ” สิงหนาทตอบ “น้ำมะลิแก้วนั้นแน่ๆ ท่านคงใส่ยาลงไปในน้ำมะลิแล้วให้เราดื่ม”

ตอนนี้จิตใจกัญญาภรณ์สงบลงมาหลังแน่ใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากสิงหนาท

“ทำไมพ่อแม่ของเราต้องทำอย่างนั้นด้วย”

“ก็คงกลัวฉันกับเธอไม่มีอะไรกันมั้ง หรือไม่ก็กลัวจะกัดกันตาย”

“คุณน่ะเป็นผู้ชาย ทำไมไม่หักห้ามใจตัวเองล่ะ วิ่งออกไปนอกห้องก็ได้ เรื่องเมื่อคืนคงไม่เกิดขึ้น”

กัญญาภรณ์อายมาก ตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ถือพรมจรรย์ และเป็นเมียของสิงหนาทอย่างสมบูรณ์ เรื่องที่เธอปฏิญาณไว้ว่า เขาไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนตน ตอนนี้เขาคงเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนๆ ไม่อายก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร สิงหนาทยืนเท้าเอว มองหน้าคนกล่าวหาตัวเอง

“นี่แม่คุณจะบอกอะไรให้นะ ฉันใช้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดพยายามหาทางแก้ไข แต่เธอกลับแก้ผ้าต่อหน้าฉัน มากอดแล้วจูบฉันอีก ขอร้องให้ฉันจูบเธอ ฉันเห็นว่าเธอไม่ไหวแล้วก็เลยอุ้มเธอไปห้องน้ำ ห้องน้ำก็ล็อค จะพาเธอออกจากห้องห้องก็ล็อคอีก แล้วที่ทำให้ฉันหมดความอดทนก็คือ เธอยังเอานมมาเบียดอกฉัน เบียดอยู่นั่นแหละ เบียดจนมันจะจมไปกับเนื้อฉัน ฉันโดนยาเข้าไปด้วยเลยทนไม่ไหว เราสองคนเลยซัดกันนัว” คำตอบที่ได้รับ ทำให้กัญญาภรณ์ถึงกับหน้าแดง สองจิตสองใจว่า เรื่องที่เขาพูดมาจริงหรือไม่

“จริงเหรอ ไม่จริงมั้ง ฉันไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก” เธอพูดไม่เต็มเสียงนัก “ฉันเป็นกุลสตรีไม่มีวันทำอย่างที่คุณพูดหรอก”

“ยิ่งกว่าจริงซะอีก ฉันล่ะอยากอัดคลิปตอนนั้นไว้จริงๆ อยากให้เธอได้เห็นกับตาว่า ทำอะไรลงไปบ้าง” สิงหนาทยิ้มหลังจากพูดจบ

“คุณยิ้มอะไร”

“ก็นึกถึงตอนเธอไล่จูบฉันแล้วอดขำไม่ได้ไง เธอน่ะร้อนมากเลยนะ จูบฉันทั่วหน้าเลย ส่ายนมเบียดฉันไปมาด้วย เธอยังจับมือฉันไปวางบนนมเธอด้วยนะ แหม...ยานี่มันแรงจริงๆ” ยิ่งเขาพูดเธอยิ่งเขินหนัก อายไม่รู้จะอายยังไง เลยต้องเฉไฉ

“ถ้าฉันไม่โดนวางยาล่ะก็ คุณไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนฉันหรอก”

“แต่ขอโทษ ฉันน่ะเห็นยิ่งกว่าขาอ่อนของเธอซะอีก อยากให้บรรยายไหมล่ะว่า เห็นตรงไหนบ้าง”

“อีตาบ้า ไหนบอกว่าจำอะไรไม่ได้ไง แล้วคุณเอาสติตอนไหนจำร่างกายฉัน” กัญญาภรณ์ไม่รู้ตอบโต้เขาอย่างไรดี ตอนนี้ทั้งเขินทั้งอายหนักมาก จึงคว้าหมอนมาปาใส่สิงหนาทที่หลบได้อย่างรวดเร็ว

“เอ้า...ก็ตอนที่ยาหมดฤทธิ์ไง ครั้งสุดท้ายที่ฉันเสร็จน่ะ ฉันมองเธอเต็มตาเลยนะ นมเป็นนม เนื้อเป็นเนื้อ เนื้ออูมๆ ด้วย” เขาก็พูดสวนทางกับความเป็นจริง หลังเสร็จกิจครั้งสุดท้ายต่างคนต่างหลับทันทีด้วยความเหนื่อยล้า แต่ที่เอ่ยออกไปอย่างนี้เพราะอยากแกล้งเธอมากกว่า “ฉันไปอาบน้ำดีกว่า ฉันอาบเสร็จเธอจะได้อาบต่อ แล้วเราก็ลงไปกินข้าวด้วยกัน ฉันหิวจนแทบอยากกินเธอแทนข้าว”

สิงหนาทยิ้มให้กัญญาภรณ์ ก่อนกระพริบตาข้างเดียวให้เธอเป็นการส่งท้าย จากนั้นก็หมุนตัวเดินไปยังห้องน้ำ เขาไม่รู้เลยว่า ความทะเล้นที่ตัวเองทำ ทำให้กัญญาภรณ์ใจสั่นไม่รู้ตัว

“คนผีทะเล คอยดูนะ ถ้าแตะเนื้อต้องตัวฉันอีกล่ะก็ แม่จะฟาดให้หัวแตก”

เธอพูดกับตัวเอง มากกว่าพูดให้คนที่กำลังเดินเข้าห้องน้ำได้ยิน ตอนนี้แก้มเธอร้อนผ่าวยามก้มมองดูบนเตียง ที่นอนยับยู่ยี่ราวกับว่าผ่านสมรภูมิสวาทนับครั้งไม่ถ้วน แล้วยังมีคราบขาวๆ แข็งๆ ติดอยู่บนที่นอน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นน้ำอะไร

“โอ๊ยๆๆ โอ๊ย...ทำไมมันเป็นแบบนี้นะ ขายหน้าชะมัดเลย” เมื่อร่างหนาเดินเข้าห้องน้ำและประตูห้องน้ำปิดสนิท กัญญาภรณ์เอนตัวลงบนที่นอน พูดประโยคนี้พร้อมกับขยับปลายเท้าไปมาบนที่นอน ทำตัวราวกับว่าเด็กถูกขัดใจดีดดิ้นอย่างไหนอย่างนั้น

ในความอับอายกัญญาภรณ์กลับไม่รู้สึกเสียใจที่สูญเสียพรหมจรรย์ให้สิงหนาท ทั้งที่เธอควรรู้สึกเช่นนั้น เป็นเพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ตนรักและตั้งใจแต่งงานด้วย มันแปลกตรงนี้แหละ ซึ่งกัญญาภรณ์ก็หาคำตอบไม่ได้ว่า...ทำไม

เมื่อเรื่องมันเป็นเช่นนี้เธอถึงกับตีบตัน ไม่รู้ว่าจะทำต่อไปนี้ จะยังคงข้อตกลงหรือไม่ เพราะเรื่องมันก็เลยเถิดมาไกล เธอตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาอย่างไรดี เห็นทีต้องพูดกับสิงหนาทอีกครั้งเสียแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น