เมียลับนายหัว

ตอนที่ 15 : บบที่ 5 แผนเฉพาะกิจ 2 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

หลังจากทำบุญกันจนอิ่มใจและกินอาหารจนอิ่มท้อง เถ้าแก่สันต์พร้อมคณะเดินทางได้กลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม พอมาถึงบ้านเถ้าแก่สันต์ได้เรียกพจน์ สายหยุดและกัญญาภรณ์เข้าไปคุยกันในห้องนั่งเล่น หัวข้อเรื่องที่คุยคือเรื่องหนี้สิน 

“พ่อจะฉีกสัญญาเงินกู้ทิ้งต่อหน้าแพร แพรจะได้สบายใจ” เถ้าแก่สันต์หยิบสัญญาเงินกู้ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ก่อนฉีกมันตามคำพูด “ส่วนโฉนดที่ดินพ่อจะคืนให้ในวันที่แพรตั้งท้อง ตกลงตามนี้นะ”

“ค่ะ ตามเถ้าแก่ว่ามาค่ะ” 

“เรียกเถ้าแก่ได้ไง เรียกว่าพ่อสิ ตอนนี้แพรก็เป็นลูกคนนึงของพ่อแล้วนะ” 

“ค่ะ คุณพ่อ” กัญญาภรณ์ทำตามที่เถ้าแก่สันต์ต้องการ

“เอาล่ะ ไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวจะได้เข้าหอกัน” ทั้งสี่จึงพากันเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น มาสมทบกับปานวาดและสิงหนาทที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก

“คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม” ปานวาดถามสามี

“อืม เสร็จแล้ว”

“ถ้างั้นสิงห์กับแพรก็ไปอาบน้ำได้แล้วนะ ใกล้ถึงฤกษ์แล้ว” ปานวาดบอกลูกชายกับกัญญาภรณ์ที่เวลานี้เป็นลูกสะใภ้ของนางเต็มตัว

“ทำไมต้องอาบน้ำก่อนด้วยครับ ขึ้นไปบนห้องค่อยอาบก็ได้” สิงหนาทสงสัย

“อาบที่ห้องแกที่ไหนล่ะ แกต้องไปอาบน้ำห้องแม่ ส่วนหนูแพรไปอาบน้ำที่ห้องรับรอง แม่เตรียมชุดนอนไว้ให้แกกับแพรแล้ววางอยู่บนเตียงนอน” เหมือนมีเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าสิงหนาทกับกัญญาภรณ์ว่า เหตุใดมารดาต้องการให้ทำเช่นนี้

 “ทำไมต้องไปอาบน้ำห้องอื่นด้วยครับ อาบห้องผมไม่ได้หรือครับ”

“มันเป็นเคล็ด โบราณเชื่อกันว่า ถ้าใช้ห้องน้ำในห้องหอ น้ำที่ใช้คือความสุขของชีวิตคู่ พอแกใช้น้ำ น้ำก็ไหลลงท่อ นั่นก็หมายความว่า ความสุขมันก็ลงท่อไปด้วย มันไม่ดีไงแกกับแพรเลยต้องไปอาบน้ำที่อื่น”

สองคนที่ให้ไปอาบน้ำห้องอื่นถึงกับอึ้งกับเหตุผลที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มีแต่เรื่องที่ว่า พอเข้าห้องหอแล้วห้ามออกมาจนกว่าจะถึงเช้า

“ทำไมผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ล่ะครับ” สิงหนาทถาม

“เรื่องโบราณว่าไว้มีตั้งเยอะตั้งแยะ แกได้ยินหมดหรือไง ฉันอายุหกสิบแล้วยังรู้ไม่หมดทุกเรื่องเลย” ปานวาดตอบกลับทันที

“เรื่องที่แม่บอกเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เรื่องร้ายต่อแกกับแพรเลย แค่ทำตามที่แม่บอกก็ไม่น่าเห็นยากนี่นา” เถ้าแก่สันต์พูดเสริม

“ได้ค่ะ แพรจะไปอาบน้ำที่ห้องรับรองค่ะ” 

กัญญาภรณ์แค่แปลกใจที่ให้ไปอาบน้ำห้องอื่น แต่พอได้ยินเหตุผลที่ชวนงงๆ ก็ไม่ได้คิดมากอะไร แต่คนที่ยังติดใจกลับมีคำถาม

“แล้วผมจะใช้ห้องน้ำในห้องได้ตอนไหนครับ ถ้าเกิดปวดหนักปวดเบาต้องไปเข้าห้องน้ำห้องอื่นหรือครับ” สิงหนาทสงสัยไม่หยุด

“แค่สองชั่วโมงหลังจากเวลาเข้าหอ แม่ใช้กุญแจแบบตั้งเวลาล็อคห้องน้ำไว้ พอถึงเวลาที่กำหนดมันก็จะคลายล็อคเอง แกกับแพรก็ใช้ห้องน้ำได้แล้ว” 

สิงหนาทไม่คิดว่า มารดาจะรอบคอบเช่นนี้ เล่นล็อคประตูห้องน้ำด้วยกุญแจตั้งเวลา เขาแปลกใจว่า ปานวาดกลายเป็นคนเชื่อเรื่องโบราณกล่าวไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร ทำตามที่มารดาต้องการดีที่สุด ไม่เช่นนั้นหูชาแน่นอน

เมื่อสิงหนาทกับกัญญาภรณ์เดินขึ้นไปชั้นบน ปานวาดรีบเดินไปในห้องครัวพร้อมสายหยุด ปานวาดหยิบเหงือกน้ำมะลิออกมาจากตู้เย็น ก่อนเทมันใส่แก้วสองแก้ว จากนั้นก็หยิบขวดยาจิ๋วออกมาจากกระเป๋ากางเกง 

“ใส่เท่าไหร่เถ้าแก่เนี้ย” สายหยุดถาม

“เออจริงสิ เถ้าแก่บอกก็ลืมแล้ว” ปานวาดมองขวดจิ๋วในมือ “มันขวดนิดเดียวใส่ไปแก้วละครึ่งๆ ละกัน มันจะได้เห็นผล” 

ปานวาดเทน้ำในขวดจิ๋วใส่แก้วน้ำมะลิ แก้วแรกเหมือนจะใส่น้อยกว่าแก้วที่สองที่เทพรวดเดียวจนหมด ก่อนใช้ช้อนคนให้ตัวยาละลายเข้ากับน้ำมะลิ แล้วเสร็จจึงใส่เข้าไปในตู้เย็นอีกครั้ง รอเวลาสิงหนาทกับกัญญาภรณ์อาบน้ำเสร็จ จึงยกไปให้ดื่ม 

“มันจะได้ผลจริงหรอเถ้าแก่เนี้ย” สายหยุดถามอย่างไม่มั่นใจ

“ต้องได้ผลสิ ยาตัวนี้เถ้าแก่บอกว่า แรงมากและเห็นผลดีสุด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น คนที่หามาให้เถ้าแก่ก็ไว้ใจได้ด้วย รับรองว่าลูกของเราสองคนได้เป็นผัวเมียกันแน่นอน ไม่ตบตี ไม่ทะเลาะกันด้วย” ปานวาดมั่นใจในตัวยาที่สามีหามา “เราไปรอลูกของเราที่ห้องรับแขกกันดีกว่านะ แล้วอย่าทำตัวเป็นพิรุธล่ะ”

สายหยุดพยักหน้าก่อนเดินออกจากห้องครัวไปนั่งรอสิงหนาทกับกัญญาภรณ์ในห้องรับแขก

ชั้นบน ณ ห้องรับรอง

“โห ชุดนี้เนี่ยนะ” กัญญาภรณ์มองชุดนอนที่พาดอยู่บนเตียงแล้วคิดหนัก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใส่ชุดนอนแบบกระโปรงเลยสักครั้ง ชุดนอนของเธอคือเสื้อยืดกับกางเกงสบายๆ แถมชุดนี้เป็นแบบซีทรูยาวเหนือเข่าเล็กน้อยมองเห็นทะลุปรุโปร่ง สมกับเป็นชุดนอนไม่ได้นอนจริงๆ แต่ยังดีที่มีชุดคลุมวางอยู่ใกล้ๆ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่กล้าออกจากห้องนี้แน่ “เฮ้อ...สงสัยเตรียมพร้อมให้อีตานายหัวเผด็จศึกฉันแน่ๆ ฝันไปเถอะ ขาอ่อนก็ไม่ได้เห็น” 

กัญญาภรณ์หยิบชุดนอนบางเบากับชุดคลุมเข้าไปในห้องน้ำ เธอไม่กลัวที่จะสวมใส่ชุดนอนที่ผู้ใหญ่จัดหามาให้ เพราะคิดว่าถึงใส่ไปก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เนื่องจากเธอได้ทำข้อตกลงกับสิงหนาทไว้เรียบร้อยแล้ว

ชั้นล่าง ณ ห้องรับแขก

ผู้ใหญ่ทั้งสี่นั่งรอสิงหนาทกับกัญญาภรณ์ด้วยใจระทึก เป็นเพราะใกล้เวลาส่งตัวลูกชายและลูกสาวของแต่ละฝ่ายเข้าหอ สิงหนาทเดินลงมาเป็นคนแรก อีกห้านาทีต่อมาร่างกัญญาภรณ์ที่สวมชุดคลุมได้เดินมาสมทบ ปานวาดรีบเดินไปห้องครัว ก่อนกลับมาพร้อมกับน้ำมะลิสองแก้ว

“ดื่มน้ำมะลิเป็นสิริมงคลก่อนเข้าหอนะลูก” ปานวาดส่งแก้วน้ำมะลิให้ลูกชายและลูกสะใภ้

“ทำไมต้องเป็นน้ำมะลิครับ” สิงหนาทกลายเป็นคนขี้สงสัย

“ก็มะลิถือว่าเป็นดอกไม้มงคล เป็นดอกไม้ไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โบราณว่าไว้ว่า ถ้าได้ดื่นน้ำโรยด้วยมะลิก่อนเข้าหอ หรือทำงานใหญ่จะทำให้เกิดสิริมงคล ชีวิตคู่ราบรื่นหอมฟุ้งเหมือนกลิ่นมะลิ งานใหญ่ก็จะสำเร็จลุล่วง” ปานวาดบอกเหตุผล

“คนโบราณนี่ก็ช่างคิดนะครับ คิดเยอะซะด้วย” 

“เอาน่า ดื่มๆ ไปเถอะ สิริมงคลกับตัวเองทั้งนั้น” 

เถ้าแก่สันต์บอกลูกชายที่ยังไม่ได้ดื่ม แต่คนที่ดื่มก่อนคือกัญญาภรณ์ ความหอมและมีรสหวานหน่อยๆ ทำให้เธอดื่มทีเดียวหมดแก้ว สิงหนาทเห็นกัญญาภรณ์ดื่มเขาจึงดื่มตามบ้าง ผู้ใหญ่ทั้งสี่เห็นทั้งสองดื่มจนหมดแก้วแล้วลอบยิ้ม แต่ก็ไม่ทำตัวเป็นพิรุธ

“อร่อยดีค่ะ หวานๆ หอมๆ ดื่มเย็นๆ ชื่นใจมากค่ะ” กัญญาภรณ์ที่เพิ่งเคยดื่มน้ำมะลิครั้งแรก เอ่ยชมจากใจ

“แม่เป็นคนปรุงเองนะ ใส่น้ำเชื่อมนิดๆ เพื่อให้มีรสหวาน เวลาดื่มจะได้สดชื่น” ปานวาดบอกลูกสะใภ้ “เอาล่ะดื่มน้ำมะลิแล้วก็เข้าหอได้” 

“ไปเข้าหอกัน” เถ้าแก่สันต์ลุกขึ้นยืน ทำให้ที่เหลือลุกขึ้นตามและพากันเดินขึ้นไปชั้นสอง ไปยังห้องนอนของสิงหนาท พอเข้าไปในห้อง เถ้าแก่สันต์อวยพรลูกชายและลูกสะใภ้

“ขอให้มีความสุขในชีวิตคู่นะลูก ใครทำผิดพลาดอะไรก็ให้อภัยกัน ไม่เข้าใจก็หันหน้าคุยกันนะลูก” เถ้าแก่สันต์รีบอวยพรรีบออกจากห้อง “พ่อกับแม่ไปก่อนนะ”

สี่ผู้ใหญ่รีบเดินออกจากห้อง เนื่องจากทั้งสองดื่มน้ำมะลิผสมยาปลุกเซ็กส์ไปห้านาทีแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่นาทียาก็จะออกฤทธิ์ ทันทีที่ประตูปิดลง เถ้าแก่สันต์นำกุญแจมาล็อคประตูห้องลูกชาย กันคนทั้งคู่ออกมานอกห้อง 

ความที่ตกลงกันไว้ว่า จะไม่มีอะไรกันและใช้วิธีทางการแพทย์ในการทำลูก สิงหนาทกับกัญญาภรณ์จึงไม่เคอะเขินหรือประหม่า

“เธอนอนบนเตียงนะ ฉันนอนบนโซฟาเอง” สิงหนาทบอกกัญญาภรณ์ที่มีอาการแปลกๆ “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” 

“ไม่รู้สิ มันร้อนๆ ยังไงบอกไม่ถูก ร้อนข้างในตัวน่ะ” กัญญาภรณ์บอกอาการที่เป็นอยู่ ซึ่งตอนนี้สิงหนาทก็กำลังรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ

“ฉันก็รู้สึกร้อนเหมือนกัน” ความร้อนในตัวเขาแผ่ซ่านไปทั่วกาย ร้อนวูบวาบแปลกพิกล ความร้อนนี้ทำให้ความเป็นชายเติบใหญ่ ความต้องการทางเพศถูกปลุกทั้งที่ไม่ถูกโอ้โลม “เป็นอะไรวะเนี่ย” 

ระดับความร้อนในกายกัญญาภรณ์สูงขึ้นทุกขณะ ความร้อนมาพร้อมกับกระแสบางอย่างที่เธอไม่รู้จัก มันทำให้เธอรู้สึกมีความปรารถนาทางอารมณ์ ผิวกายเคลือบด้วยไฟเสน่หายิ่งเพิ่มความร้อนรุ่มมากขึ้น ร้อนมากจนเธอแทบอยากฉีกเสื้อผ้าที่สวมใส่ 

“นั่นสิเป็นอะไรเนี่ย ทำไมมันร้อนอย่างนี้ มันไม่ได้ร้อนอย่างเดียวด้วย มันรู้สึก...รู้สึก” 

กัญญาภรณ์เหมือนมีคลื่นพิศวาสสาดซัดไปทั่วกาย เธอพยายามควบคุมแรงพายุนั้นไม่ให้ลุกลาม แต่ก็เหมือนการชักเย่อ ดึงไปดึงกลับอยู่อย่างนั้น อาจเป็นเพราะกัญญาภรณ์ด้อยประสบการณ์ทางด้านนี้ บวกกับฤทธิ์ยาที่ได้ดื่มเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าสิงหนาท ส่งผลให้เธอไม่มีความยับยั้งชั่งใจ มองสิงหนาทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม 

แต่สำหรับคนโชกโชนเรื่องบนเตียงอย่างสิงหนาทรู้ดีว่า ที่ตัวเองเป็นเช่นนี้เพราะอะไร ในน้ำมะลิแก้วนั้นคงใส่ยาปลุกเซ็กส์เพื่อจะได้ให้เขากับกัญญาภรณ์มีความสัมพันธ์ทางกายต่อกัน เขาพยายามควบคุมตัวเอง คุมความต้องการที่กระพือเดือดยิ่งกว่าน้ำร้อนในกา แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะหักห้ามแรงเสน่หาในกาย

ยาตัวนี้เป็นตัวที่แรงที่สุด เถ้าแก่สันต์ให้อดีตคนเฝ้าซ่องหามาให้ หยดลงไปเพียงแค่สามสี่หยดก็ออกฤทธิ์นานสองชั่วโมง แต่ปานวาดเล่นเทไปทั้งขวดในปริมาณที่ต่างกันเล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คืนนี้คงฟ้าเหลืองทั้งคู่ 

“มองฉันแบบนี้ทำไม เฮ้ยๆ ใจเย็นๆ ตั้งสติหน่อยแพร” สิงหนาทถามกัญญาภรณ์ที่มองตนตาพราวระยับ ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังทำในเรื่องที่ทำให้เขาตกใจ “เฮ้ย! เธอจะทำอะไร”

กัญญาภรณ์ถอดเสื้อคลุมออกจากตัว สิงหนาทมองเห็นชุดนอนที่บางแสนบางที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งด้วยความตกใจ แล้วตกใจมากขึ้นเมื่อเธอถอดชุดนอนนั้นออก เผยให้เห็นสรีระของสาวห้าวแบบเต็มตา เขาไม่คิดว่าหุ่นเธอจะซ่อนรูป เนื้อเป็นเนื้อ นมเป็นนม นมเท่าผลส้มโอ

“จูบหน่อย จูบ” กัญญาภรณ์โผกอดสิงหนาทที่ตกอยู่ในอารามตกใจ และพยายามคุมสติตัวเองให้อยู่ เขาไม่อยากละเมิดข้อตกลงที่ให้ไว้กับกัญญภรณ์ ไม่อยากให้เธอมากล่าวหาเขาทีหลังว่าฉวยโอกาส แต่มันยากอีกเช่นเคย เนื่องจากตอนนี้เธอกอดเขาแน่น ทรวงอกอวบใหญ่เบียดชิดกับอกกว้าง ปากจิ้มลิ้มพยายามจะจูบปากเขา “จูบสิ จูบ”

“มีสติหน่อยแพร มีสติ” สิงหนาทเรียกสติกัญญาภรณ์ที่รับมือกับฤทธิ์ยาไม่ได้เลยทั้งน้ำเสียง และผลักร่างสาวให้ออกห่าง ทว่ากัญญาภรณ์ไม่ได้ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย ปากก็บอกให้เธอเรียกสติ แต่พอเขาหลุบตามองบักแตงโมของเธอ สติเขาก็แทบจะหลุดออกจากกาย 

“ไม่เอาสติ จะเอาคุณ” ราวกับว่ากัญญาภรณ์มีความตั้งมั่นเต็มที่ เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตอนนี้เธอต้องการเขา ปรารถนาให้สิงหนาทเคลื่อนไหวบนร่างกายตน ลำแขนเรียวสวยโอบรัดร่างหนา จูบเขาไปทั่วใบหน้าไม่เลือกที่ สิงหนาทที่ยังพอมีสติเหลืออยู่บ้าง แม้ว่าจะน้อยนิดก็ตาม รวบตัวเธอไว้แล้วยกร่างไปยังหน้าห้องน้ำ 

 

 

555 ตอนหน้าเลิฟซีนนะคะ คงลงให้อ่านไม่ได้ค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น