เมียลับนายหัว

ตอนที่ 13 : บทที่ 4 แผนเฉพาะกิจ 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

บ่ายวันต่อมา

        สิงหนาทอยากรู้เต็มประดาว่า ผู้หญิงที่บิดามารดาหามาให้คือใคร หน้าตาเป็นอย่างไร ลูกเต้าเหล่าใคร เหตุใดทั้งสองจึงตื่นเต้นกับวันนี้เสียเหลือเกิน เมื่อวานนี้สิงหนาทกลับมาบ้านก็ต้องตกใจที่อยู่ๆ เตียงนอนถูกเปลี่ยนเป็นเตียงใหม่  ใหม่หมดยันผ้าปูที่นอนหมอน หมอนข้างและผ้าห่ม ไม่เพียงแค่นั้นตู้เสื้อผ้าใบเดิมถูกยกออกไปมีใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม มารู้คำตอบจากมารดาว่า เตียงเก่ามันไม่เหมาะกับนอนสองคน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าไม่เหมาะตรงไหน ในเมื่อเตียงนอนเดิมเป็นเตียงนอนขนาดหกฟุต บิดามารดาจึงจัดการให้ใหม่ เวลานอนคู่จะได้สบายๆ 

        เรื่องเตียงนอนกับตู้เสื้อผ้าชุดใหม่สิงหนาทพอเข้าใจ แต่พอมาตอนเช้าเขาก็ต้องตาค้างเมื่อเห็นเถ้าแก่สันต์กลายเป็นพ่อบุญทุ่ม ซื้อรถยนต์ป้ายแดงยี่ห้อหรูราคาเกือบหกล้านไว้รับขวัญว่าที่ลูกสะใภ้ 

        “พ่อจัดใหญ่ไปไหมครับ เราตกลงกันว่า เธอจะมาเป็นเมียลับของผมหรือเป็นเมียออกหน้าออกตาของผมกันแน่ถึงต้องแล้วซื้อรถให้เธอ” สิงหนาทถามบิดา 

       “นี่ขนาดเป็นเมียลับนะ ฉันยังทุ่มให้ขนาดนี้ แกคิดดูสิว่า ถ้าเป็นเมียตบเมียแต่งฉันจะทุ่มให้ขนาดไหน แล้วฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหน แกบอกว่าจะให้ผู้หญิงที่ฉันหาให้เป็นแค่เมียลับ ฉันก็ต้องปลอบใจเธอสิ มีอย่างที่ไหนเอาลูกสาวเขามาเป็นเมียแต่ดันแกดันมาให้เป็นเมียลับ แกลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างสิ ฉันก็เลยต้องหาของกำนัลมาทำให้เธอสบายใจ ให้รู้สึกว่ายังมีค่าสำหรับแก นี่ยังน้อยนะ ถ้าแกทำตัวแย่ๆ กับเธอล่ะก็ ฉันจะยกสมบัติในส่วนของแกให้เธอหมดเลย” เถ้าแก่สันต์ตอบลูกชาย 

       “พ่อทำแบบนี้ไม่ได้นะ พ่อจะเห็นเธอดีกว่าผมได้ไง ผมลูกพ่อนะ” สิงหนาทโวย แต่ไม่ได้โวยเพราะหวงสมบัติ เขากำลังรู้สึกว่า บิดาเอาอกเอาใจว่าที่เมียลับของตนมากเกินไป 

       “ฉันทำตามที่พูดแน่ ถ้าแกทำตัวไม่ดีกับผู้หญิงที่ฉันหามาให้ อย่าไปขบหัวเธอ อย่าพูดจาไม่ดี อย่าทำร้ายเธอด้วย ถ้าฉันรู้นะว่าแกทำไม่ดีล่ะก็ แกหมดตัวแน่” เถ้าแก่สันต์ทำท่าจริงจัง

       “อะไรของพ่อเนี่ย พ่อเห็นผมเป็นคนยังไง ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิงนะพ่อ” 

       “ฉันรู้ว่านิสัยแกเป็นไง ฉันก็แค่เตือนแกไว้ ให้แกจำ จำ จำใส่สมอง” เถ้าแก่สันต์ย้ำ

       “สิงห์ก็ทำตามที่พ่อบอกนะลูก ถึงจะเป็นเมียลับก็เถอะ ไปทำร้ายจิตใจหรือร่างกายไม่ได้นะ แม้แต่คำพูดด้วย เข้าใจไหมลูก” ปานวาดพูดคล้ายกับเถ้าแก่สันต์ คนเป็นลูกทำอะไรได้ บิดามารดาเข้าขากันเหลือเกิน ไม่รับปากก็คงไม่ได้

       พอตกเที่ยงก็มีเรื่องให้ตกใจอีก เมื่อเจ้าของร้านทองในจังหวัดนำทองคำแท่งและทองรูปพรรณมาส่งที่บ้าน รวมมูลค่าของทองคำหนักรวมหนึ่งร้อยบาท 

        “นอกจากจะให้ลูกสาวมาล้างหนี้แล้ว พ่อยังให้ทองกับพ่อแม่เธอด้วยเหรอครับ” 

        “ก็ใช่น่ะสิ พ่อถือว่าทองที่ให้เป็นค่าสินสอด พ่อไม่อยากให้ใครครหาว่า ไปเอาผู้หญิงมาเป็นเมียลับให้ลูกตัวเองมาฟรีๆ” เถ้าแก่สันต์ให้คำตอบลูกชาย “เรื่องที่ฉันจะให้อะไรใครบ้างแกไม่ต้องสนใจหรอก แค่แกทำหลานฉันให้เกิดมาก็พอ” 

        “ชักอยากเห็นหน้าว่าที่เมียเหลือเกินว่าจะสวยเลิศแค่ไหน พ่อถึงอยากได้ให้มาเป็นเมียผมนัก” 

        “เดี๋ยวแกก็ได้เห็น รับรองตะลึง” 

        “ตะลึงไม่กลัว กลัวไม่ตะลึง” สิงหานาทยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง เขาไม่คิดว่าจะตะลึงว่าที่เมียสักนิดเดียว ผู้หญิงสวยๆ ระดับนางเอกและนางงาม เขายังไม่ตะลึงเลย นับประสาอะไรกับผู้หญิงบ้านๆ 

        “นั่นไงมาแล้ว แกเตรียมตัวตะลึงได้เลย” 

สิงหนาทมองไปยังประตูบ้านที่ตอนนี้มีคนสามคนเดินเข้ามา สองคนที่เดินนำหน้าไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่า สตรีในชุดทะมัดทะแมงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนทรงเดฟ สิงหนาทมองหน้าผู้หญิงที่จะมาเป็นเมียลับด้วยความตกใจ สายตาตื่นตะลึง ที่ว่าตะลึงไม่ใช่เพราะความสวย เป็นความตะลึงที่ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงคนนี้ต่างหาก ผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นเมียเขา

‘โอ้...ไม่นะ ไม่ใช่ ไม่ใช่แน่ๆ’

ไม่เพียงแค่สิงหนาทที่ตะลึง กัญญาภรณ์มีอาการไม่ต่างกัน เธอจำหน้าผู้ชายที่อยู่ในผับคืนก่อนได้ดี หน้าตาเหมือนคนนี้ไม่ผิดเพี้ยน แถมเขายังมองหน้าตนแบบไม่เคลื่อนสายตา

‘อย่าบอกนะว่า ผู้ชายคนนี้คือนายหัวสิงห์…ตายแล้ว น่าอายชะมัด’ 

กัญญาภรณ์คิดในใจ แล้วทำให้นึกถึงคำพูดของตนที่ประกาศในวันนั้นว่า ตนคือเมียนายหัวสิงห์ นึกแล้วก็รู้สึกอายขึ้นมาทันใด เพราะคืนนั้นเธอพูดต่อหน้าเขาและเพื่อนๆ ไปเต็มเสียง ทว่าเขาก็ไม่ได้พูดขัดหรือทำให้ตนหน้าแหก กลับปล่อยให้เธออ้างว่าเป็นเมียตามอำเภอใจ เรื่องรูปร่างหน้าของของนายหัวสิงห์ในความคิดของเธอนั้น มันสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งคิดก็ยิ่งอายตัวเอง

“เธอ...”

“คุณ...”

“อ้าว รู้จักกันเหรอ” เถ้าแก่สันต์ทำเป็นไม่รู้เรื่องที่ทั้งสองเคยเจอกันในผับทักขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกชายกับกัญญภรณ์ทักกัน สายตาของทั้งสองมีความตกใจจนเถ้าแก่สันต์สังเกตเห็น  

“อ๋อ ไม่ครับ ไม่รู้จักกันครับ” สิงหนาทรีบตอบบิดา เขาตอบออกไปแบบนี้ก็ไม่ผิด เป็นเพราะสิงหนาทไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของว่าที่เมียจริง เขาเพียงแค่เห็นหน้าและวีรกรรมเกินหญิงของเธอแค่นั้น 

“ใช่ค่ะ เราสองคนไม่รู้จักกันค่ะเถ้าแก่” กัญญาภรณ์พูดสมทบ

“แต่ตอนนี้คงต้องรู้จักกันแล้วแหละ หนูแพรไปนั่งตรงนั้นนะ” เถ้าแก่สันต์ชี้ไปทางที่นั่งข้างสิงหนาท กัญญาภรณ์ยิ้มแห้งทรุดกายนั่งตามคำสั่งเจ้าหนี้ “พ่อจะแนะนำให้เราสองคนรู้จักกันนะ”

เถ้าแก่สันต์แนะนำตัวให้สิงหนาทกับกัญญาภรณ์รู้จักกัน คนที่เพิ่งรู้จักกันอย่างเป็นทางการทำหน้าปั้นยาก กัญญาภรณ์หันมายิ้มเจื่อนให้สิงหนาที่ยิ้มบางส่งให้

วินาทีที่เขาและเธอมองหน้ากัน เหตุการณ์ในผับก็วาบเข้ามาในหัว ภาพกัญญาภรณ์ทั้งเตะและต่อย รวมทั้งจระเข้ฟาดหางผู้ชายได้แบบไม่ยาก ทำให้สิงหนาทรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันใด ส่วนกัญญาภรณ์เกิดความอายกับการอ้างตัวเป็นเมียนายหัวสิงห์ ทำให้เธอมองหน้าเขาไม่ติดสักเท่าไหร่

‘ทำไมโลกแม่งกลมจังวะ’ เป็นคำพูดในใจสิงหนาท

“วันนี้เป็นวันดีนะ ฉันถือฤกษ์วันนี้สู่ขอหนูแพรเลยก็แล้วกัน นี่คือสินสอดที่ฉันเตรียมไว้ให้พจน์กับสายหยุด” เถ้าแก่สันต์เปิดผ้าสีแดงที่คลุมสินสอดออก พจน์กับสายหยุดมองทองคำแท่งกับทองคำรูปพรรณที่วางอยู่บนถาดกำมะหยี่ตาโต ก่อนเงยหน้ามองคนให้

“เถ้าแก่ให้ฉันจริงๆ เหรอ” พจน์ถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะเรื่องสินสอดไม่ได้อยู่ในแผนการ 

“ให้จริงๆ สิ ฉันแยกแยะเป็นน่าอันไหนหนี้สินอันไหนที่ต้องให้ หนูแพรมาเป็นเมียลูกชายฉัน จะเอามาเฉยๆ ได้ยังไงมันก็ต้องมีค่าสินสอดด้วย” เถ้าแก่สันต์ให้เหตุผล

“ขอบคุณมากเถ้าแก่” พจน์ยกมือไหว้ขอบคุณ

“ต่อไปนี้แพรก็เป็นลูกของฉันอีกคนหนึ่ง พจน์กับสายหยุดไม่ต้องห่วงนะ ฉันดูแลแพรอย่างดี ไม่ให้ใครรังแกแน่นอน” เถ้าแก่สันต์บอกสองสามีภรรยาที่นั่งยิ้มกว้าง

“ไม่รู้ใครจะรังแกใครมากกว่า” สิงหนาทพึมพำเบาๆ แต่หูเถ้าแก่สันต์ก็ดีเหลือหลาย

“แกว่าอะไรนะสิงห์ พ่อได้ยินไม่ถนัด” 

“ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ผมร้องเพลง” สิงหนาทแก้ตัว ดีที่ว่ากัญญาภรณ์ตกอยู่ในอาการใจไม่อยู่กับตัว อึ้งๆ กับการพบเจอนายหัวสิงห์ครั้งแรก เธอจึงไม่ได้ยินคำพูดของเขา 

“วันนี้ฤกษ์ดี เถ้าแก่ก็อย่าไปสนใจอะไรไม่ใช่เรื่องเลยนะ” ปานวาดแก้ไขสถานการณ์ “เราไปไหว้พระทำบุญกันดีกว่านะ เสร็จแล้วก็แวะหาของกินอร่อยๆ กัน แล้วกลับมาส่งตัวสิงห์กับแพรเข้าห้องหอ”      ผู้ใหญ่ทั้งสี่พากันยิ้ม ทว่าสิงหนาทกับกัญญาภรณ์กลับยิ้มไม่ออก ทั้งสองรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหมือนมีหลายอย่างที่จะพูดออกไปแต่ก็พูดไม่ได้ ได้แต่ทำตามคำพูดผู้ใหญ่ไปก่อน ทั้งหมดพากันเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถตู้ที่จอดรอด้านนอก เพื่อไปทำบุญที่วัดตามตั้งใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #7 กระรอกน้อยซันซัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 15:03
    รอต่อออออ
    #7
    0