พันธะเสน่หามาเฟีย

ตอนที่ 9 : บทที่ 5 เรื่องบังเอิญ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    15 ก.ย. 61


ขออภัยที่หายไปนานค่ะ เกตุไม่สบายด้วย 

รามก็เพิ่งหายป่วยเลยเข้ามาอัพช้า

ต่อจากนี้จะอัพทุกวันนะคะ

E-Book น่าจะโหลดได้วันจันทร์ที่ 17 

ช้าสุดก็วันที่ 18 ค่ะ

ส่วนรูปเล่มราวๆ สิ้นเดือนนี้นะคะ

 E

        ความตั้งใจขอเอเดนหยุดชะงักลง เมื่อเขาเดินลงมาชั้นล่างของห้องชุดก็พบว่า ดวงดาราไม่ได้อยู่คนเดียว หล่อนอยู่กับสตรีคนหนึ่งสวมชุดเหมือนกับชุดแม่บ้าน ทั้งสองกำลังยืนคุยกันในห้องครัว เอเดนจึงนั่งลงบนโซฟา สายตาพินิจมองดวงดาราพร้อมกับความคิดที่ไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ เป็นความคิดย้อนแย้งกันตลอดเวลา

        ขณะที่เอเดนกำลังนั่งคิดอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของดวงดาราดังขึ้น เจ้าของเครื่องได้ยินเสียงจึงเดินมายังต้นเสียงที่อยู่ในกระเป๋าบนโต๊ะเข้าชุดกับโซฟา ดวงดาราหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นเอเดนนั่งอยู่บนโซฟา หล่อนพยายามไม่เบนสายตามองเขา คว้ากระเป๋าแล้วรีบเดินห่างออกไปหลายเก้า

        “สวัสดีค่ะครูตู้” ดวงดาราพูดสายกับต้นทางที่โทรเข้ามา คนนั้นคือครูประจำชั้นที่สองแสบเรียนอยู่ “ค่ะ ได้ค่ะ จะไปรับเดี๋ยวนี้ค่ะ”

        น้ำเสียงดวงดาราฟังแล้วดูร้อนรน พอสอดมือถือเก็บเข้าในกระเป๋า หล่อนก็รีบเดินเข้าไปในครัวไปจัดการอาหารเช้าของเมญ่าให้แล้วเสร็จ ก่อนนำมันมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เมญ่าเดินลงมาพอดี

        “เมญ่า ฉันขอตัวไปรับสองแฝดก่อนนะ ครูตู้โทรมาบอกว่า วันนี้โรงเรียนปิดเพราะเด็กที่โรงเรียนเป็นโรคปากเท้าเปื่อย เขากลัวติดเด็กคนอื่นเลยให้หยุดโรงเรียน” ดวงดาราบอกเมญ่า

        “กลับมาให้ทันก่อนฉันออกไปทำงานล่ะกัน”

        “จ้ะ มาทันแน่นอน ไปก่อนนะ” พูดจบ ดวงดารารีบออกจากห้อง

        “มีอะไรหรือเปล่า แล้วลิซไปไหน” เอเดนถาม

        “ไปรับลูกน่ะ ครูที่โรงเรียนสองแสบโทรมาบอกว่า วันนี้หยุด” เมญ่าตอบแบบเข้าใจง่าย เพราะหล่อนเองก็คร้านจะตอบยืดยาว “ไปกินมื้อเช้าดีกว่าค่ะ ลิซเตรียมไว้ให้แล้ว”

        เอเดนไม่ถามต่อ แม้ว่าอยากจะถามอีกข้อสองข้อ เขาลุกเดินไปนั่งทานมื้อเช้าพร้อมกับเมญ่า ในใจตอนนี้นึกถึงดวงดารากับลูกชายฝาแฝด ความตั้งใจที่ว่าจะกลับโรงแรมเลยเป็นอันต้องยกเลิก เขาอยู่ห้องชุดของเมญ่าต่อด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน

        อยู่รอเจอหน้าสองฝาแฝด...

<><><><><><><> 

        ประมาณหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีดวงดาราพาลูกชายฝาแฝดมาถึงห้องชุดของเมญ่า พอเข้ามาในห้องสองแสบก็มองเห็นคนตัวสูงที่นั่งอยู่บนโซฟา เอเดนยิ้มให้สองฝาแฝดที่เดินเข้ามาไหว้ใกล้ๆ

        “สวัสดีฮะคุณลุง” เตชินท์กับเตมีย์จำเอเดนได้ ทั้งสองไหว้เสร็จก็ส่งยิ้มให้เอเดน

        “เจกันอีกแล้วนะครับ ใส่ชุดนักเรียนแล้วหล่อจัง”

เอเดนชมจากใจ ดวงดารามีความสงสัยว่า ลูกชายของตนรู้จักเอเดนได้อย่างไร เพราะทั้งสามไม่เคยเจอกัน แต่ทำไมถึงได้ทักทายเหมือนคนเคยพบหน้ากันมาก่อน

“คุณเคยเจอเสือกับสิงห์ เอ๊ย! ไทเกอร์กับไลออนหรือคะ”

ความเคยชินที่เรียกชื่อเล่นลูกเป็นภาษาไทย ลืมนึกไปว่า คนที่หล่อนสนทนาด้วยเป็นคนต่างชาติ ดวงดาราจึงเรียกชื่อเล่นเป็นภาษาที่เขาเข้าใจได้

“เจอกันที่โรงแรมที่ฉันพัก วันนั้นไทเกอร์กับไลออนมากับพ่อแล้วก็ลุงน่ะ” ดวงดาราร้องอ๋อเบาๆ

“ลิซ เธอจะเอาลูกไปกองถ่ายด้วยเหรอ” คนที่ถามคือเมญ่า ที่เดินลงมาจากบันได

“ใช่จ้ะ ไม่มีใครว่างดูให้ เอกไปสระบุรีกลับพรุ่งนี้ พี่แฟรงค์ไปภูเก็ตอีกสองวันถึงจะกลับ” เอเดนไม่เข้าใจภาษาไทยที่สองสาวคุยกัน รู้แค่ว่าดวงดาราเอ่ยชื่อแฟรงค์กับจังหวัดภูเก็ต

“พาไปวุ่นวายตายเลย ลูกเธอวนอย่างกับลิง วิ่งกันให้พล่าน ทำลายสมาธิคนทำงานหมด อีกอย่างวันนี้เลิกกองดึกนะยะ ไม่ได้เลิกงานห้าโมงหกโมง เผลอๆ เลิกสี่ห้าทุ่มด้วย ฉันว่านะ เธอหาใครดูแลแทนดีกว่า อย่าเอาไปเป็นภาระเลย”

ดวงดาราเข้าใจคำพูดของเมญ่า ลูกชายทั้งสองคนของหล่อนแม้ว่าจะโตพอห้ามปรามได้ทว่าบางครั้งก็พูดไม่ฟัง เรื่องความซนนี่ชนะเลิศ ลิงยังเรียกพี่ หลายครั้งที่พาไปกองถ่าย ดวงดาราแทบไม่ได้ทำอะไรเพราะต้องนั่งเฝ้าลูกตัวเอง คราวนี้ดวงดาราคิดหนัก เพราะไม่รู้ว่าจะหาใครมาเป็นพี่เลี้ยงชั่วคราวดี ป้าหยิบไม่สบาย ไปฝากเลี้ยงคงไม่ได้ ซึ่งก็มีอยู่คนเดียวที่พอพึ่งพิงได้

“ทำไมเหรอ มีอะไรกัน หน้าตาเครียดๆ” เอเดนถาม กลั้นความสงสัยไม่อยู่

“ลิซจะพาลูกไปกองถ่ายด้วยน่ะสิเพราะไม่มีใครดูลูกให้ แต่เมญ่าไม่อยากให้เอาไปด้วย กลัวว่าจะไปก่อความรำคาญให้คนในกองถ่าย ถ่ายละครมันต้องใช้สมาธิและความสงบ สองแฝดซนอย่างกับลิง บางครั้งก็พูดไม่รู้เรื่อง ขืนเอาไปผู้กำกับบ่นตาย” เมญ่าตอบ ดวงดาราหน้าเศร้า คิดไม่ตก “ถ้าจะให้ลิซหยุดงาน ไม่ไปกับเมญ่าก็ไม่ได้ ใครจะดูแลเมญ่าล่ะ ให้คนอื่นดูแลก็ไม่รู้ใจเมญ่า”

“ผมดูให้ก็ได้ ลิซจะได้ไปทำงานกับคุณ” คำพูดของเอเดนเรียกความตกใจให้สองสาว

“คุณเนี่ยนะจะดูสองแสบ” เมญ่าถามเสียงสูง

“ก็ใช่น่ะสิ เลี้ยงไม่ยากหรอกมั้ง”

“ไม่ดีมั้งคะ คุณเองก็ต้องไปทำงาน เดี๋ยวลิซหาคนเลี้ยงลูกเองค่ะ” ดวงดาราเอ่ยด้วยความเกรงใจ ไม่คิดว่า เอเดนจะเลี้ยงลูกชายของตนได้

“ไม่ดีตรงไหน อยู่อิตาลีฉันก็เลี้ยงหลานบ่อยๆ วันนี้ฉันไม่มีงานที่ไหน เลี้ยงได้สบายอยู่แล้ว เธอจะได้ไปทำงานกับเมญ่าไง พอกลับมาก็มารับลูก” เขาบอกเหมือนมันเป็นเรื่องง่าย

“เอาตามนี้แหละอย่าเรื่องมาก จะได้รีบไปกัน ฉันไม่อยากไปกองสาย” เมญ่าสรุป ดวงดาราสองจิตสองใจ

“ไปทำงานเถอะลิซ ฉันดูแลลูกให้เอง”

“โอ๊ย จะอิดออดอะไร มีคนดูลูกให้ก็ดีแล้ว อย่าเรื่องมาก” เมญ่าเริ่มหงุดหงิด

“ค่ะได้ค่ะ ฝากดูไทเกอร์กับไลออนด้วยนะคะ ฉันจะจดเบอร์มือถือไว้ให้ มีอะไรก็โทรหาฉันได้ค่ะ” ดวงดาราบอก

“ไม่ต้องจดหรอก เธอบอกเบอร์มาเลย ฉันจะเม้มไว้ในเครื่อง” ดวงดาราทำตามที่เขาต้องการ หล่อนบอกเบอร์มือถือของตนให้เอเดนบันทึกลงในมือถือ “ฉันโทรเข้าเครื่องเธอแล้วนะ จะได้รู้ว่าเบอร์นี้เป็นเบอร์ฉัน เผื่อเธอไม่รับเบอร์แปลกๆ”

“ค่ะ” ดวงดารหยิบมือถือของตนออกมาจากกระเป๋า บันทึกชื่อเขาลงในมือถือ

“ไปกันได้แล้ว เสียเวลา” เมญ่าเสียงเข้มใส่ดวงดารา ก่อนพูดเสียงหวานกับเอเดน “เมญ่าไปก่อนนะคะ เจอกันคืนนี้ค่ะ”

“แม่ไปทำงานก่อนนะลูก อยู่กับคุณลุงเอเดนนะครับ อย่าดื้อ อย่าซนนะลูก” ดวงดาราบอกลูกชาย

“ฮะแม่” สองแสบขานรับพร้อมกัน

“ฝากสองแสบด้วยนะคะ” ดวงดาราพูดฝากลูกกับเอเดน

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลไทเกอร์กับไลออนให้เหมือนลูกของฉัน”

หัวใจดวงดารากระตุกกับคำพูดของเขา มองหน้าผู้พูดแล้วส่งยิ้มบางให้ ก่อนเดินตามเมญ่าออกไปจากห้อง

หลังจากสองสาวเดินออกไปจากห้อง และมีพนักงานหญิงมาทำความสะอาดห้อง เอเดนจึงพาเด็กทั้งสองขึ้นไปเล่นชั้นบนของห้องชุด ซึ่งเป็นชั้นที่แม่บ้านไม่ขึ้นมาวุ่นวาย หน้าที่ทำความสะอาดห้องจะเป็นของดวงดารา ห้องที่เอเดนพาเด็กทั้งสองไปเล่นคือห้องที่อยู่ติดกับห้องนอนของเมญ่า

“เล่นอะไรกันดีครับ” เอเดนถามสองแสบที่นั่งบนเตียง เตมีย์รื้อค้นอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋านักเรียน

“เล่นเครื่องบินฮะ” เตมีย์ชูเครื่องบินที่นงนุชเพิ่งซื้อมาให้ไปตรงหน้าเอเดน

“ไม่เอา เล่นหุ่นยนต์ดีกว่า” เตชินท์บอกพร้อมกับหยิบหุ่นยนต์ออกมาจากกระเป๋า “คุณยายซื้อให้ไทเกอร์ฮะ”

เด็กชายทั้งสองคนทำตามที่มารดาสอน หากพูดคุยกับคนต่างชาติ ให้เรียกแทนตัวเองว่า ไทเกอร์ ไลออน เพื่อที่จะได้เรียกชื่อง่ายกว่า เสือกับสิงห์

“ไม่เอาจะเล่นเครื่องบิน” เตมีย์ไม่ยอม

“ไม่เอาจะเล่นหุ่นยนต์ เบื่อเครื่องบิน” เตชินท์ก็ไม่ยอมแพ้

“เบื่อหุ่นยนต์ เล่นเครื่องบิน”

“เบื่อเครื่องบิน เล่นหุ่นยนต์”

สองฝาแฝดเถียงกันไปมา เอเดนมองหน้าสองแฝดสลับกันจนเวียนหัว แต่เขาไม่รู้สึกรำคาญกับการโต้เถียง กลับหาทางออกให้การทะเลาะกันยุติลง เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงเรียกว่าสองแสบ ดูท่าทางจะแสบน่าดู

“ลุงว่าไปเที่ยวข้างนอกกันดีไหม ลุงเองก็ไม่อยากเล่นทั้งเครื่องบินและหุ่นยนต์” สองพี่น้องถึงกับหูผึ่งกับประโยคที่ได้ยิน รีบวางของเล่นลงบนที่นอน

“เย้ๆๆ ไปฮะ ไป” เตชินท์กับเตมีย์พูดพร้อมกัน กระโดดบนเตียงด้วยความดีใจ เอเดนยิ้มเมื่อเห็นท่าทางมีความสุขของสองแฝด

“ถ้าอย่างนั้นเก็บของเล่นใส่กระเป๋านะครับ แล้วเราออกไปเที่ยวกัน”

“ฮะ” สองฝาแฝดรีบทำตาม “แล้วเราจะไปเที่ยวไหนฮะคุณลุง”

คนถูกถามนิ่งไป เขาเพิ่งมาเมืองไทยไม่กี่วัน ไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวหรือสวนสนุกใดสักแห่ง อย่างนี้จะพาสองแสบไปเที่ยวได้อย่างไร แต่ไม่เป็นไร เขามีตัวช่วย

“รอแปปนะ ลุงหาข้อมูลก่อน” คนที่เอเดนขอความช่วยเหลือคือ นภดลที่ให้ข้อมูลเขาได้ดีทีเดียว “เดี๋ยวเรารอรถมารับก่อนนะ ลุงเพิ่งมาเมืองไทยไม่รู้จักอะไรมาก ลุงจะพาไปเที่ยวดรีมเวิลด์นะ”

นภดลแนะนำว่า ให้เช่ารถโรงแรมที่เอเดนพัก คนขับรถนอกจากพูดภาษาอังกฤษได้ ยังรู้จักเส้นทางที่จะพาเอเดนกับเด็กชายฝาแฝดไปเที่ยว อีกทั้งยังเหมาได้ทั้งวัน ดีกว่าไปเองสื่อสารกับแท็กซี่ที่บางคันพูดและฟังภาษาสากลไม่ได้ เอเดนจึงโทรไปโรงแรมที่ตนพักและบอกเรื่องที่ต้องการ

“ฮะคุณลุง”

“พ่อกับแม่เคยพาไปเที่ยวไหนไหมครับ” เอเดนถาม

“ก็พาไปบ้างคับ แต่ไม่เคยพาไปเที่ยวสวนสนุก จะไปเที่ยวในห้างมากกว่า” เตชินท์ตอบ “พ่อแฟรงค์พาไปกินไก่เคเอฟซี พาไปกินไอติมแล้วก็เล่นของเล่นคับ”

เหตุใดมิทราบได้ เอเดนเจ็บแปลบในอกเมื่อเตชินท์พูดถึงแฟรงค์ บิดาของเด็กชายและเป็นสามีของดวงดารา ในความรู้สึกตอนนี้ เอเดนอยากแย่งชิงดวงดารากับลูกมาเป็นของตน เขาไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำไมต้องคิดและรู้สึกเช่นนี้ด้วย และเป็นคำตอบที่เขาต้องการความกระจ่าง

<><><><><><><><><><> 

        ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ดวงดาราไม่มีสมาธิในการทำงานสักเท่าไหร่ เนื่องจากใจหล่อนเป็นห่วงบุตรชายทั้งสองที่ตอนนี้อยู่ในความดูแลของเอเดนที่รับอาสาเป็นพี่เลี้ยงชั่วคราว และตอนนี้ทั้งสามกำลังสนุกสนานอยู่ในสวนสนุกดรีมเวิลด์

        เอเดนไม่ได้พาเตชินท์กับเตมีย์ไปเที่ยวโดยพลการ เขาโทรศัพท์มาบอกดวงดาราก่อนจะออกจากห้อง คราแรกดวงดาราไม่อยากให้ลูกชายไปเที่ยวกับเขา ด้วยเหตุผลที่ว่าเกรงใจ เอเดนช่วยดูลูกชายทั้งสองคนให้หล่อนก็เกรงใจจะแย่ นี่เขาตั้งใจจะพาสองแฝดไปเที่ยวอีก ทว่าเอเดนพูดออกมาว่า ที่เขาโทรมาหาไม่ใช่เพราะขออนุญาต เพียงแค่โทรมาบอกให้รู้เท่านั้น

        ขณะที่เอเดนพาสองฝาแฝดไปเที่ยว เขาได้โทรศัพท์มาหาดวงดาราทุกหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะขอไอดีไลน์เพื่อให้ดวงดาราได้พูดคุยกับลูกชายแบบเห็นหน้ากัน ดวงดารายิ้มเมื่อเห็นประกายตามีความสุขของบุตรชายทั้งสอง แต่ก็ต้องใจสั่นยามได้เห็นใบหน้าและรอยยิ้มของเอเดน

        สายตาของดวงดารามองมือถือนิ่ง มองมันราวกับว่ารอคอยใครบางคนโทรศัพท์มาหา เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว ทว่าเอเดนก็ยังไม่ติดต่อกลับมา ดวงดารารู้สึกเป็นห่วงทั้งตัวเขาและบุตรชาย กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่กล้าเป็นฝ่ายโทรศัพท์หาเขา หล่อนจึงได้แต่นั่งมองมัน

        “เป็นอะไรลิซ พี่เห็นมองมือถือตลอดเลย กำลังรอโทรศัพท์จากใครเหรอ” มะนาวเดินเข้ามาในห้องพักนักแสดง หล่อนเห็นดวงดาราเอาแต่จ้องมือถือ จึงอดถามไม่ได้

        “คุณเอเดนน่ะค่ะพี่นาว วันนี้คุณเอเดนอาสาเลี้ยงสองแฝด แถมพาไปเที่ยวสวนสนุก ก่อนหน้านี้โทรมาหาลิซทุกชั่วโมง แต่นี่ห่างไปเกือบสองชั่วโมงแล้วยังไม่โทรมาค่ะ” ดวงดาราบอกตามตรง

        “ทำไมไม่โทรไปหาเองล่ะจะได้ไม่ต้องมานั่งมองมือถืออย่างนี้” มะนาวแนะนำ

        “ลิซก็อยากโทรไปค่ะ แต่กลัวว่าคุณเอเดนจะยุ่ง” ดวงดาราตอบเสียงเบา จบคำพูดเสียงวิดีโอไลน์ก็ดังขึ้น คนที่โทรเข้ามาคือเอเดน ดวงดารารีบกดรับสายทันที แม่ของเด็กแฝดมองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มลูกชายในมือถือ โบกมือให้สองหนุ่มน้อยที่โบกมือทักทายกลับ

        “แม่ฮะแม่” เตชินท์เรียกมารดาเป็นคนแรก ตามด้วยเสียงของเตมีย์

        “แม่คับ เมื่อกี้สิงห์เข้าบ้านผีสิงด้วยคับ น่ากลัวมากคับ” เตมีย์บอกมารดา

        “เหรอครับ สนุกไหมครับ” ดวงดาราถามลูก สองแสบตอบพร้อมกัน

        “สนุกฮะ” หลังจากแม่ลูกพูดคุยกันเสร็จ เอเดนก็ขยับมือถือให้มาอยู่ตรงหน้าตน ดวงดาราจึงมองเห็นเขาเต็มตา และเลี่ยงที่จะสบสายตาไม่ได้

        “ฉันกับสองแสบจะกลับแล้วนะ แต่จะแวะห้างหาอะไรกินกันก่อน” เขาบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง

        “เกรงใจคุณจังเลยค่ะ พาไปเที่ยวแล้วยังพาไปหาของกินอีก”

        “ไม่เป็นไร ฉันสนุกมากๆ เลยนะ ไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อนด้วย”

เอเดนพูดจากใจ ไม่มีแสแสร้างสักนิดเดียว ตอนแรกเอเดนคิดว่า การเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นครั้งนี้จะทำได้ไม่ดีพอ แล้วอาจเกิดความเบื่อหน่ายระหว่างเลี้ยงดู ผิดคาด มันไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิด การมาเที่ยวสวนสนุกครั้งนี้เหมือนเขาได้ปล่อยแก่ ปลดปล่อยความเครียดจากเรื่องธุรกิจ เครื่องเล่นบางอย่างที่ไม่กำหนดอายุการเล่น แน่นอนว่า เตชินท์กับเตมีย์เล่นไม่ได้สองแสบก็จะยุให้เอเดนเล่น ซึ่งเขาก็เล่นตามคำขอ เขาได้ร้องตะโกนรับความเสียวจากความสูงของเครื่องเล่น ได้ปล่อยเสียงตะโกนแบบไม่ต้องอายใคร เสมือนปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากความรู้สึกหนักอึ้ง

ใครที่มักพูดว่าสองแสบ พอเขาได้เลี้ยงดูเพียงไม่กี่ชั่วโมง เอเดนกลับมองเห็นความน่ารัก ว่านอนสอนง่ายและเชื่อฟัง แต่ก็มีซนบ้างตามประสาเด็ก เขาจะยิ้มทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มเตชินท์กับเตมีย์ เขารู้สึกว่าเวลาหมดไปเร็วเมื่อได้อยู่กับสองแสบ แล้วรู้สึกรักและผูกพันกับทั้งสองไม่รู้ตัว

“ไปหาอะไรกินแล้วก็พากลับคอนโดเมญ่านะคะ คุณจะได้ไม่เหนื่อย”

“ครับคุณแม่ แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะโทรมารายงานตัวใหม่” เอเดนทำเสียงล้อเลียน ดวงดาราแก้มแดงขึ้นมา ก่อนจะวางมือถือลงที่เดิมหลังจากการสนทนาเสร็จสิ้น

“คุณเอเดนนี่น่ารักเนอะ ไม่น่าเชื่อว่าจะดูแลสองแสบได้” มะนาวพูดขึ้น

“ใช่ค่ะพี่นาว ไม่คิดว่าคุณเอเดนจะดูเจ้าแสบได้”

“จะว่าไป หน้าตาสองแสบก็คล้ายคุณเอเดนนะ โดยเฉพาะสีดวงตาเหมือนกันเลย แต่ไม่ยักกะเหมือนแฟรงค์ เมื่อกี้ตอนเห็นหน้าคุณเอเดนพร้อมสองแฝด เหมือนพ่อลูกกันเลย ถ้าพี่ไม่รู้ว่า แฟรงค์กับลิซแต่งงานกันและมีลูกด้วยกัน พี่คงคิดว่าสองแสบเป็นลูกคุณเอเดน”

ดวงดาราชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ความคิดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในหัว แต่เมื่อได้ยินคำพูดของมะนาว มันเหมือนสะกิดความคิดให้วาบขึ้นมา สีของนัยน์ตาเตชินท์กับเตมีย์เหมือนเอเดนจริงๆ เหมือนราวกับถอดแบบมา โครงหน้าก็เช่นกันก็มีส่วนคล้าย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากปากและเป็นสีชมพูอ่อน แน่นอนว่าทุกอย่างที่กล่าวมาไม่มีส่วนใดเหมือนแฟรงค์เลย จะเหมือนได้อย่างไร ในเมื่อแฟรงค์ไม่ใช่พ่อของสองแสบ แต่จะพูดว่า สองแสบเป็นลูกของเอเดนก็ไม่ได้ เพราะหล่อนไม่เคยร่วมหลับนอนกับเขา อีกทั้งชายปริศนาคนนั้นไม่ใช่เอเดนแน่นอน เอเดนเป็นคนอิตาลี ทว่าเหตุเกิดที่ฝรั่งเศส

โลกนี้มันคงไม่บังเอิญเช่นนั้น

“พี่นาวก็พูดไปค่ะ ใครมาได้ยินจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดนะคะ”

“พี่ก็พูดตามที่เห็น แต่ก็รู้น่าว่าใครเป็นพ่อสองแสบ” มะนาวพูดไปตามเนื้อผ้า “แต่ถ้าพี่ไม่รู้มาก่อนว่าแฟรงค์คือพ่อของสองแสบ พี่คิดตามที่พูดจริงๆ นะ”

ดวงดาราชะงักไปอีกครั้ง มะนาวยิ้มก่อนหยิกแก้มดวงดาราเบาๆ

“พี่ล้อเล่นน่า พี่ไปทำงานก่อนนะ”

มะนาวเดินออกไปจากห้องแล้ว แต่ดวงดารายังคงนั่งนิ่งที่เดิม นั่งจมอยู่กับคำพูดของมะนาวที่วนเวียนในหัว

ไม่ใช่หรอก...ไม่ใช่แน่นอน

<><><><><><><><><><> 

        ร้านอาหารที่เอเดนพาเตชินท์กับเตมีย์มาทำให้อิ่มท้องคือร้านอาหารไทย เขาเลือกอาหารจากรูปภาพในเมนู เป็นอาหารที่ทั้งเขาและสองแฝดทานได้ หลังจากทานอาหารเสร็จ เอเดนได้พาสองแฝดไปกินไอศกรีมต่อ จากนั้นก็พาไปเดินซื้อของในห้าง

        “ลุงจะพาไปซื้อเสื้อผ้ากับของเล่นดีไหมครับ” เอเดนนั่งยองตรงหน้าสองแฝดแล้วถาม

        “ดีฮะ” เตมีย์ตอบตามประสาเด็ก

        “ทำไงก่อนครับ”

สองฝาแฝดรู้ดีว่า เอเดนหมายถึงอะไร ทั้งสองหอมแก้มเอเดนคนละข้างพร้อมกัน ทั้งคู่ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก เอเดนหอมแก้มสองแฝดบ้าง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมือข้างซ้ายจับมือเตชินท์ มือข้างขวาจับมือเตมีย์ ก่อนพาสองฝาแฝดไปเลือกซื้อของตามที่ใจเขา

อยากซื้ออะไรก็ซื้อ เหมาทั้งห้างยังไหว...เตชินท์กับเตมีย์เจอสายเปย์เข้าให้

เอเดนมีความสุขและสนุกในการซื้อเสื้อผ้า ของเล่นแชะของใช้อีกหลายอย่างให้สองฝาแฝด ถุงเกือบสิบใบอยู่ในมือเอเดนจนเขาถือไม่ไหวต้องเรียกให้คนขับรถของโรงแรมเอาถุงชุดแรกไปเก็บที่รถ แล้วไปเลือกซื้อของร้านอื่นต่อ ซึ่งส่วนใหญ่เอเดนจะเป็นฝ่ายเลือกให้ โดยที่สองแฝดไม่ได้เรียกร้องใดเลย เขาซื้อให้เพราะอยากซื้อ ซื้อให้มากมายราวกับว่า กำลังชดเชยสิ่งที่สองหนุ่มน้อยขาดหายไป

“คุณลุงฮะ ผมอยากเข้าห้องน้ำฮะ” เตมีย์บอกเอเดน

“ได้ครับ ลุงพาไปนะ”

สามหนุ่มสองวัยพากันเดินไปห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลนัก หลังจากทำกิจส่วนเสร็จ ทั้งสามชีวิตได้เดินออกมาจากห้องน้ำ เดินไปตามทางเดินที่จะไปสู่ตัวห้าง

“คุณเอเดน” เสียงเรียกชื่อทำให้เท้าใหญ่ของเอเดนชะงัก เขาหันมาทางต้นเสียง

“คุณชลิต” เอเดนทักทายกลับ

“มาทำอะไรที่นี่ครับ แล้วพาใครมาด้วย ลูกชายหรือครับ หน้าตาหล่อเหมือนพ่อเลย”

ชลิตถามและพูดแบบไม่มีช่องว่างให้เอเดนตอบ ชลิตยิ้มให้เด็กทั้งสอง ยีผมเตชินท์ด้วยความเอ็นดู เอเดนสะดุดใจกับคำพูดประโยคท้ายของชลิต เอเดนยิ้มก่อนตอบ

“พาเจ้าสองแสบมาเที่ยวครับ สองคนนี้เป็นลูกของ...” เอเดนยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงของเตชินท์ก็ดังขึ้น เป็นเสียงที่เรียกความสนใจให้ผู้ใหญ่

“คุณยาย” เตชินท์ไม่เพียงแค่เรียกชื่อหญิงสูงวัยที่กำลังเดินมาทางตน แต่กลับวิ่งไปกอดขาอีกฝ่ายด้วย เตมีย์ทำตามพี่ชายบ้าง เอเดนไม่ได้มีสีหน้าตกใจอะไร เพราะคิดว่า เป็นญาติกัน ทว่าชลิตกลับมองภาพนั้นด้วยความตกใจ บางอย่างพุ่งเข้ามาในจิตใจของชลิต เขามองเด็กฝาแฝดสลับกับมองหน้าภรรยา

นงนุชเห็นสายของสามีแล้วอดหวั่นใจไม่ได้ ไม่รู้ด้วยว่าจะตอบสามีว่าอย่างไรหากถูกถามว่า สองฝาแฝดสองคนนี้คือใคร ญาติพี่น้องไม่ว่าจะฝั่งไหนไม่มีใครมีลูกแฝด อีกทั้งไม่มีเป็นลูกครึ่งด้วย จะอ้างว่าเป็นลูกหลานเพื่อนของตนก็คงยาก เนื่องจากตนมีเพื่อนน้อย และเพื่อนทุกคนของนาง ชลิตรู้จักหมด ใบหน้านงนุชเริ่มซีด ปากคอสั่นด้วยความเกรงกลัวความลับแตก

 “ทำไมเด็กสองคนนี้ถึงเรียกเธอว่าคุณยาย เด็กสองคนนี้เป็นลูกใคร” ชลิตถามภรรยาที่ทำท่าทางอึกอัก หน้าซีด ก่อนหันมาถามเอเดน “เด็กสองคนนี้เป็นลูกใคร ลูกคุณหรือเปล่า แม่เด็กชื่ออะไร”

“ผมไม่ใช่พ่อของเด็กแฝดครับ ผมอาสาเลี้ยงไทเกอร์กับไลออนครับ แม่ของเด็กชื่อลิซครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 “ชื่อลิซงั้นหรือ” ชลิตหันมามองภรรยาตาเขียวปัด ก่อนก้มหน้ามองเด็กชายสองคนที่ส่งยิ้มให้ตน เอเดนเริ่มสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าของชลิตหลังจากได้คำตอบจากตน ดูท่าทางอีกฝ่ายจะโกรธมาก ทำไมถึงไม่พอใจกับชื่อมารดาสองแฝด

“เด็กสองคนนี้เป็นลูกของลิซใช่ไหม” ชลิตถามเสียงเข้ม และเพิ่มระดับความเข้มอีกหลายเท่า เสียงที่ค่อนข้างดังทำให้นงนุชถึงกับสะดุ้ง “ใช่ไหม”

“คุณพี่ใจเย็นๆ สิคะ ทำเสียงดังอายคนอื่นเขา” นงนุชใจดีสู้เสือ ก่อนหันไปพูดกับเอเดนเป็นภาษาสากล ส่งสายตาขอร้องให้อีกฝ่ายด้วย “คุณช่วยพาเสือกับสิงห์กลับไปก่อนนะคะ”

“ได้ครับ” เอเดนดึงร่างสองแฝดให้มาหาตน

“เธอติดต่อกับลูกไม่รักดีใช่ไหม เธอกล้าขัดคำสั่งฉัน เธอก็รู้ว่ามันทำให้ฉันอับอายขายหน้าแค่ไหน แต่เธอก็ยังกล้าติดต่อกับมัน ถ้าอย่างนั้นเธอไม่ต้องกลับบ้าน ไปอยู่กับมันเลย ไปเลย”

ชลิตขับไล่ภรรยาด้วยความโกรธและไม่พอใจ แม้ว่าจะรู้สึกเอ็นดูสองแฝด แต่พอรู้ว่าเป็นลุกใคร เขาโยนความเอ็นดูทิ้งลงบนพื้นทันที พูดจบก็ก้าวเท้าเดินกลับไปยังลานจอดรถ ไม่สนใจภรรยาคู่ชีวิต

“คุณยายร้องไห้ทำไมคับ โอ๋ๆ อย่าร้องนะคับ” เตมีย์เข้ามาปลอบคนเป็นยาย

“ผมว่า เราไปหาที่คุยกันดีไหมครับ ผมมีหลายเรื่องที่สงสัย” เอเดนบอกนงนุชที่เอามือปาดน้ำตา “ผมเป็นเพื่อนเมญ่าครับ วันนี้โรงเรียนของสองแสบปิด ลิซเลยไปรับมาคอนโดเมญ่า แต่ก็พาไปทำงานไม่ได้ ผมเลยอาสาเลี้ยงไทเกอร์กับไลออนให้ครับ นี่ก็กะว่าจะพาไปโรงแรมที่ผมพัก รอให้ลิซมารับกลับ ถ้ายังไงเราไปคุยกันที่นั่นดีไหมครับ”

“ค่ะ ได้ค่ะ” นงนุชเองก็อยากหาสถานที่พักอารมณ์ พักใจ เพราะตอนนี้กลับบ้านไปก็คงถูกไล่ออกมา ต้องรอให้ชลิตใจเย็นกว่านี้ นางถึงจะเข้าบ้านได้ หรือไม่ก็เข้าไม่ได้เลย นงนุชเดินตามเอเดนไปยังชั้นที่รถยนต์ของทางโรงแรมจอดอยู่ หลังจากเข้าไปนั่งประจำที่ทั้งหมดทุกคน พลขับได้นำพาทั้งสี่ชีวิตกลับโรงแรม

<><><><><><><> 

        ณ โรงแรมเมอร์ลิน่า

        นงนุชก้าวเข้ามาในห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรม ห้องนี้เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดของโรงแรม เดินเข้ามาในห้องก็จะพบกับห้องโถงใหญ่ที่โซฟาหนังชุดใหญ่อยู่กลางห้อง ด้านขวามือจะเป็นห้องนอนสองห้อง ด้านซ้ายจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ มีเครื่องดื่มหลายยี่ห้อ ในตู้เย็นมีไวน์ขาวและไวน์แดง รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทเบียร์กระป๋อง รวมทั้งน้ำเปล่า น้ำอัดลมและชาเขียว ถัดไปอีกนิดก็จะเป็นโต๊ะอาหารที่รองรับผู้ร่วมโต๊ะได้แปดคน ด้านนอกระเบียงจะเป็นสระว่ายน้ำแบบส่วนตัว ใครเข้ามาในห้องนี้ต่างคิดว่า มันคือห้องชุดในคอนโดหรู ให้อารมณ์ความรู้สึกว่า อยู่บ้านมากกว่าอยู่โรงแรม

        “ขอบคุณนะคะที่ดูหลานชายแทนลิซ” นงนุชไม่ได้พูดมาตลอดทาง นางนั่งร้องไห้เงียบๆ เอเดนเองก็ไม่ได้ซักถามใดๆ

        “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีดูแลครับ” เอเดนตอบตรงกับใจ “คุณป้าพอจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผมฟังได้ไหมครับ มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ เมื่อวานนี้ผมไปพบคุณชลิตกบเพื่อนผม แล้วรู้เรื่องที่ลูกสาวของคุณชลิตท้องไม่มีพ่อ รู้ชื่อเล่นของคุณชลิตว่าชื่อลิซ ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าจะใช่คนเดียวกับลิซที่ทำงานกับเมญ่าหรือเปล่า บอกตามตรงนะครับว่า ผมไม่คิดว่าใช่ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนความคิดแล้ว”

        เอเดนเท้าความ

        “ใช่คนเดียวกันค่ะ” นงนุชตอบ “เรื่องมันก็นานมาแล้ว แต่พ่อของลิซก็ยังไม่ลืมและไม่ให้อภัยความผิดพลาดของลิซ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นลิซเรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส วันนั้นเป็นวันสำเร็จการศึกษา ลิซกับเพื่อนๆ จึงจัดงานปาร์ตี้กัน หนึ่งในเพื่อนของลิซเป็นเจ้าของโรงแรมมีชื่อในกรุงปารีส เลยจัดงานที่โรงแรมนั้น คอนเซปต์ของงานคือ ให้ทุกคนแต่งหน้าและแต่งตัวแฟนตาซี อย่างว่าล่ะค่ะ งานปาร์ตี้ก็ต้องมีเหล้ามีเบียร์ ลิซคออ่อนแต่ไม่เจียม คิดว่าปาร์ตี้กับเพื่อนๆ เลยดื่มทั้งเบียร์และเตกิล่า สุดท้ายก็น็อคคาโต๊ะ เพื่อนลิซเห็นว่าเมาหลับจึงพาลิซขึ้นไปพักบนห้อง แต่ดันเข้าห้องผิด และนั่นทำให้ลิซเสียตัวให้ใครก็ไม่รู้ พอกลับมาเมืองไทยลิซก็ท้อง คุณชลิตรู้ก็โวยวาย ตีลิซแล้วไล่ออกจากบ้าน”

        ตรงเป๊ะ...เหตุการณ์ในคืนนั้นช่างตรงกับที่นงนุชเล่ามา ตอนนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ดวงดาราคือสาวปริศนาในชุดแฟนตาซีคนนั้น ลูกของดวงดาราคือลูกของเขา

        เดี๋ยวก่อน...แล้วแฟรงค์ล่ะ แฟรงค์คือสามีและพ่อของเตชินท์ เตมีย์ โอกาสที่สองฝาแฝดจะเป็นลูกของเขาก็ปิดประตูตาย

        “ถ้าลิซกลับมาเมืองไทยแล้วท้อง แล้วแฟรงค์ล่ะครับ เท่าที่ผมรู้ แฟรงค์คือสามีและพ่อของสองแสบ” เอเดนถามต่อ

        “ไม่ใช่ค่ะ มันเป็นแค่ฉากบังหน้าค่ะ แฟรงค์เป็นเกย์แต่ทางบ้านไม่รู้ แฟนของแฟรงค์คือเอก เพื่อนสนิทของลิซ ตอนนั้นแม่แฟรงค์ป่วยหนักและอยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา ประจวบเหมาะกับลิซที่ท้องไม่มีพ่อ แฟรงค์เลยจดทะเบียนสมรสกับลิซ รับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แล้วเอาทะเบียนสมรสไปให้แม่แฟรงค์ดู หลังจากนั้นไม่นานแม่แฟรงค์ก็เสียชีวิต แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่หย่ากัน ยังคงสถานะเป็นผัวเมียในนามจนถึงทุกวันนี้ค่ะ” คำตอบของนงนุช ส่งผลดีต่อความรู้สึกและหัวใจของเอเดน ราวกับว่าความสงสัย คลางแคลงใจถูกยกออกจากอก ทุกอย่างมันโล่ง ดีใจเป็นที่สุดที่เขาหาสาวปริศนาเจอ แถมยังได้ลูกน่ารักเป็นของแถม หันไปมองสองแสบที่กำลังนั่งเล่นของเล่นกลางห้อง เอเดนลืมตัวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “คุณยิ้มทำไมคะ”

        “ผมมองสองแฝดน่ะครับ ความน่ารักของสองแฝดทำให้ผมยิ้ม” เอเดนแก้ตัว “แล้วคุณป้าจะทำยังไงต่อไปครับ”

ในขณะที่ถาม เอเดนนึกถึงดวงดารา หล่อนเกิดมาในครอบครัวมีอันจะกิน แต่ต้องระหกระเหินออกจากวิมาน มาอยู่บนพื้นดินที่ไร้ความสะดวกสบาย แต่ก็ไม่เคยคิดเอาลูกออก กลับอดทนสู้ชีวิตทำงานหาเงินเลี้ยงดูลูกสองฝาแฝดมาจนถึงทุกวันนี้ จะว่าไปเรื่องนี้ดวงดาราไม่ผิด ผิดที่เอเดน ความเข้าใจผิดในคืนนั้น อีกทั้งความคิดน้อยถอดถุงยางอนามัยออก ส่งผลกระทบต่อชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แถมต้องมาเป็นคนรองมือรองเท้า รองรับอารมณ์ของเมญ่าอีก ความสงสารและเห็นใจเพิ่มหลายเท่า

“ก็คงไปอยู่กับพ่อแม่ของป้าก่อน รอให้คุณชลิตใจเย็นกว่านี้อีกสักนิดแล้วค่อยเข้าบ้าน”

“ผมสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง คุณชลิตมีลูกคนเดียว เขาตัดขาดได้เลยหรือครับ” เอเดนถามในเรื่องที่ตนสงสัย

“คุณชลิตเป็นคนดื้อรั้น เอาแต่ใจ รักหน้ารักตาของตัวเอง เผด็จการ พอรู้ว่าลิซท้องไม่มีพ่อเลยโกรธจัด ทั้งตีและดุด่าลิซ แล้วไล่ออกจากบ้าน ตัดช่องทางการเงินของลิซทุกอย่าง ป้าเองก็ไม่ดี อ่อนแอ ตกอยู่ใต้อาณัติของสามีเกินไป ทำอะไรไม่ได้นอกจากดูลูกเดินออกไปจากบ้าน ถึงตอนนี้ป้าก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม”

นงนุชเล่าทั้งน้ำตา นางสงสารลูกและหลานที่ต้องลำบาก หากชลิตลดความโกรธลงสักนิด เปิดใจรับความผิดพลาดและเหตุผลของดวงดารา เรื่องคงไม่เป็นเช่นนี้

เอเดนไม่ซักไซ้ถามอะไรต่อ เพราะดูจากอารมณ์และความรู้สึกนงนุชตอนนี้ นางน่าจะอยู่คนเดียวมากกว่า เขาจึงเดินเลี่ยงไปเล่นกับสองฝาแฝดที่มีความมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า เป็นลูกของตน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #21 💋P&M💋 (@Peechaya45) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 19:11
    แต่คงเป็นไปไม่ด้ายใช้ไม่ค่ะพี่นักเขียน
    #21
    0
  2. #20 💋P&M💋 (@Peechaya45) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 19:10
    รักนักเขียนเรื่องนี้สนุกมากกกกกค่ะ
    อยากให้อัพทุกวันเลย
    #20
    0
  3. #19 4367443674 (@4367443674) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 05:12
    มาอับต่อไวๆนะคะ
    #19
    0
  4. #18 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 18:55
    เมื่อไหรลิซถึงจะหลุดจากเมญ่าอ่ะ
    #18
    0
  5. #17 HoneyBomb (@HoneyBomb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 11:12
    สนุกมากค่ะ คุณพ่อสายเปย์555
    #17
    0