รักร้อนเพลิงพยาบาท (ภาคจบของซีรีย์ รักร้อน)

ตอนที่ 7 : เสือโมโห (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 ส.ค. 60

     


       ภคพรทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากเรื่องระเบียบวินัยที่มาเป็นอันดับหนึ่ง เธอจะมาก่อนเวลานัดหมายเพื่อเตรียมตัวถ่ายละคร และซ้อมคิวก่อนถ่ายจริง เรื่องการแสดงก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน เข้าถึงบทบาทในบนนั้นๆ สมกับเป็นมืออาชีพ รวมถึงนิสัยใจคอที่ดีมากคนหนึ่ง เธอจึงเป็นที่รักของคนในกองถ่าย รวมถึงผู้จัดละครหลายคนที่จองคิวภคพรไว้ล่วงหน้าเป็นปี เธอจึงมีงานต่อเนื่องถึงปีหน้า ยังไม่รวมงานอีเว้นท์ต่างๆ งานโฆษณาที่มีต่อเนื่องอีกหลายหลานสินค้า

เมื่อมีนางเอกนิสัยดีก็ต้องมีนางร้ายจอมเหวี่ยงนิสับแย่ ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากชนิดสุดโต่ง เอาแต่ใจสุดๆ ตัวแม่ นั่นนี่ก็ไม่เอา ไอ้โน่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ เป็นที่ระอาของคนในกองถ่ายและผู้จัด ทว่าก็ต้องยอมเนื่องจากเธอเป็นนางร้ายอันดับหนึ่ง ที่เล่นเรื่องไหนสร้างสีสันให้กับละครเรื่องนั้น จนดังพลุแตก แต่ไม่น่าเชื่อว่า นางเอกและนางร้ายมือหนึ่งของประเทศไทยจะเป็นเพื่อนซี้กัน ทั้งที่นิสัยต่างกันคนละขั้ว

“ทำไมแต่งหน้าอย่างกับงิ้วอย่างนี้เนี่ย” หมิวหรือสิณีนารถโวยช่างแต่งหน้า

“ก็แต่ปกตินี่คะ งิ้วตรงไหนคะน้องหมิว” ช่างแต่หน้าสาวประเภทสองพยายามทำใจให้เย็น ไม่ตอบโต้กลับ เพราะเกรงว่าจะตกงาน

“ก็คิ้วนี่ไง ไม่เห็นเหรอ โก่งอย่างกับงิ้ว” สิณีนารถชี้ไปที่คิ้วขณะมองกระจก “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่า ไม่ต้องแตะต้องคิ้วของฉัน แต่เธอก็ยังแตะมัน”

“พี่เติมนิดเดียวเองนะคะ ไม่ได้ทำให้มันเป็นงิ้วสักหน่อย” ช่างแต่งหน้าเอ่ยเสียงเบา

“อ๋อ พูดอย่างนี้หาว่าฉันวาดคิ้วตัวเองให้เหมือนงิ้วใช่ไหม”

เมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหู สิณีนารถก็เหวี่ยงอีกรอบ แล้วด้วยน้ำเสียงแว๊ดๆ เหมือนตลาดแตกก็ทำให้คนอื่นที่อยู่ในห้องได้ยิน หนึ่งในนั้นคือภคพรที่ลุกเดินมาหาเพื่อนสนิท

“ใจเย็นๆ นะหมิว ไหนให้ฉันดูสิว่า มันเหมือนงิ้วยังไง” ภคพรส่งสัญญาณมือให้ช่างแต่งหน้าลุกเดินออกไปจากห้อง ก่อนที่เธอจะมานั่งแทนที่คนที่เพิ่งลุกไป นางเอกสาวมองดูคิ้วของนางร้ายที่บอกว่าโก่งเหมือนงิ้ว ซึ่งดูแล้วก็ไม่เห็นมีความผิดปกติใดๆ “ก็ไม่เห็นจะเหมือนงิ้วเลยนี่ สวยจะตายไป”

“สวยตรงไหน เห็นอยู่ว่ามันโก่งเหมือนงิ้ว” คนอารมณ์ไม่ดีโวยต่อ

“จ้าๆ โก่งก็โก่ง เดี๋ยวฉันดูให้นะ” ภคพรใช้ความใจเย็นเข้าลูบ หยิบอุปกรณ์แต่งคิ้วขึ้นมาทำทีเป็นวาดไปตามคิ้วของสิณีนารถ “อ่ะ สวยแล้ว ดูสิพอใจไหม”

สิณีนารถมองดูใบหน้าของตัวเองในกระจกแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ

“อืม ดีขึ้นเยอะเลย” ภคพรยิ้มกับความเอาแต่ใจของเพื่อนที่นับวันจะทวีขึ้นเรื่อยๆ

“หงุดหงิดอะไรถึงต้องไปเหวี่ยงช่างแต่งหน้า” ภคพรรู้ว่า สิณีนารถกำลังอารมณ์ไม่ดี ต้องหาที่ระบาย แล้วหวยก็มาออกที่ช่างแต่งหน้า

“รู้ดี” พูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่

“แล้วมันจริงไหมล่ะ”

“อืม จริง”

“ตกลงหงุดหงิดเรื่องอะไร”

“ก็พี่ต่ายน่ะสิ ดันไปรับงานโฆษณาตัวนึงไว้ ต้องบินไปถ่ายที่มิลาน” สิณีนารถบอกเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสีย

“แล้วไม่ดีหรือไง ได้ไปเที่ยวเมืองนอกด้วย ไปทำงานด้วย แถมเงินก็ได้อีก”

“มันก็ดีอยู่หรอก ถ้าเผื่อฉันไม่รับอีกงานนึงไว้ มันก็เลยชนกัน พอรู้ว่าชนกันฉันก็ไม่ยอมไปทำงานที่อิตาลี พี่ต่ายเลยวีนใส่ฉัน มีเหรอที่ฉันจะไม่วีนกลับ พอฉันวีนเข้าหน่อยมานอยด์ใส่ บอกว่าฉันต้องเป็นคนจ่ายค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าของโฆษณาตัวนั้นเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว เขาเลยจะให้ฉันชดใช้ค่าเสียหายหนึ่งล้านบาท ฉันคงยอมหรอก ฉันไม่ผิดนะ เพราะทุกทีก่อนที่พี่ต่ายจะรับงาน นางต้องมาถามฉันก่อน แต่นี่ไม่ถามเลย ตอบตกลงไปทันที ใครตกลงก็จ่ายเองสิ”

สิณีนารถบอกเรื่องที่ทำให้เธอหงุดหงิด จะไม่ให้เธออารมณ์เสียได้อย่างไร เพราะอยู่ๆ ต้องจ่ายเงินเป็นล้าน ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของตนสักนิดเดียว

“พี่ต่ายหวังดี อยากให้หมิวมีงานเยอะๆ ไง” ภคพรพยายามปลอบใจเพื่อน

“หวังดีกับตัวเองด้วยล่ะสิไม่ว่า สามสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะที่พี่ต่ายจะได้” สิณีนารถหมายถึงส่วนแบ่งของรายได้ในแต่ละงานของตนจะถูกแบ่งให้นงเยาว์ ผู้จัดการส่วนตัว “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะกับส่วนแบ่งที่ให้พี่ต่าย เพราะถือว่าช่วยๆ กัน อีกอย่างพี่ต่ายก็เป็นคนดึงฉันมายืนถึงจุดนี้ ฉันก็ไม่ได้คิดเนรคุณ แค่เคืองๆ พี่ต่ายหน่อยๆ ที่รับงานโดยไม่ได้ถามฉันก่อนก็แค่นั้น”

“ถ้าเผื่อมันต้องจ่ายค่าเสียหายจริงๆ ก็พบกันคนละครึ่งทางสิ แกครึ่งหนึ่ง พี่ต่ายครึ่งหนึ่ง ร่วมกันรับผิดชอบจะได้ไม่ต้องผิดใจกัน ฉันเชื่อว่าพี่ต่ายคงระวังเรื่องรับงานมากขึ้น ไม่รับโดยไม่ถามแกก่อน แต่ก่อนจะถึงขั้นนั้น แกกับพี่ต่ายก็เข้าไปหาเจ้าของโฆษณา ไปขอโทษเขา บอกว่าการสื่อสารของแกกับพี่ต่ายคลาดเคลื่อน รับงานซ้อน เข้าไปคุยกับเขาก่อนนะ” ภคพรหาทางออกให้เพื่อน “แล้วเวลาแกไปพูดคุยกับเขาก็อย่างวีนใส่ ทำใจนิ่งๆ เข้าไว้เพื่อประโยชน์ของแกเอง”

“อืมๆ ฉันจะทำตามที่แกแนะนำ” ทุกครั้งที่สิณีนารถมีปัญหา เธอจะมาปรึกษาภคพร ที่หาทางออกให้ตัวเองได้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน “ว่าแต่วันนี้พี่กฤตย์มากับแกหรือเปล่า รถฉันมันเป็นไรไม่รู้ ขับแล้วกระตุก ฉันว่าจะให้พี่กฤตย์ดูรถให้หน่อย”

“มาจ้ะ เดี๋ยวฉันบอกพี่กฤตย์ให้นะ”

“พี่กฤตย์น่ารักดีเนอะ แกนี่โชคดีจัง มีสารถีรูปงาม แถมนิสัยดีคอยไปรับไปส่งตลอดเลย ไม่เหมือนฉันที่ต้องขับรถเอง ดูแลตัวเอง ฉันอยากมีผู้ชายอบอุ่นอย่างพี่กฤตย์อยู่ข้างๆ จัง” ภคพรยิ้มกับคำพูดของนางร้ายเบอร์หนึ่ง

“อยากได้ไหมล่ะ ฉันยกให้”

“ไม่เอาหรอก ฉันกลัวแกร้องไห้เป็นเผ่าเต่า ฉันหาเองดีกว่า” สิณีนารถปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม ขณะที่สองสาวกำลังพูดคุยกันอยู่ใน นกคนในกองถ่ายได้เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว เดินมาหานางเอกและนางร้าย

“น้องตาล น้องหมิวคะ จวนถึงคิวแล้วค่ะ”

“ค่ะ เดี๋ยวตาลกับหมิวออกไปค่ะ” ภคพรบอกนก “พี่นกคะ ตาลวานพี่นกเอากุญแจรถของหมิวไปให้พี่กฤตย์ทีนะคะ”

ภคพรแบมือตรงหน้าสิณีนารถที่รู้ว่า ตัวเองต้องล้วงหยิบกุยแจรถออกมาจากกระเป๋าสะพาย ก่อนจะวางลงบนกลางฝ่ามือของเพื่อนรัก

“ได้ค่ะน้องตาล” นกรับคำขณะรับกุญแจจากภคพร “จะให้พี่บอกพี่กฤตย์ยังไงคะ”

“ไม่ต้องบอกค่ะ เดี๋ยวหมิวโทรบอกพี่กฤตย์เอง”

นกพยักหน้ารับรู้ เดินออกจากห้องแต่งตัว ภคพรลุกเดินไปยังกระเป๋าถือของตน หยิบมือถือออกมากดส่งข้อความถึงกฤตย์ และเมื่อได้คำตอบรับกลับมา เธอจึงวางมันลงที่เดิม และออกไปทำหน้าที่นักแสดงพร้อมกับเพื่อนรักที่นิสัยต่างกันประหนึ่งฟ้ากับเหว

<><><><><><><><><><> 

        เกือบสี่โมงเย็นวันเดียวกัน

        มนูเดินถือซองสี่น้ำตาลเข้ามาในห้องทำงานของรัฐรวินทร์ เขาถึงกับโล่งใจที่หาข้อมูลของเกวลินได้ทันก่อนถึงเวลาที่เจ้านายกำหนด พอได้มามากพอเขาจึงพิมพ์ใส่คอมพิวเตอร์แล้วปริ้นออกมา เพื่อให้เจ้านายได้อ่านอย่างสะดวก

        “ได้แล้วครับคุณวิน” มนูวางซองในมือลงบนโต๊ะทำงาน รัฐรวินทร์เอื้อมมือไปหยิบซองดังกล่าวมาเปิดออก ดึงกระดาษเอสี่สีขาวออมาอ่าน

        “ขอบใจมาก” รัฐรวินทร์เอ่ยหลังจากอ่านเสร็จเรียบร้อย

        “คุณวินเอาไงต่อครับ”

        “ขอคิดอีกรอบ ฉันพร้อมเมื่อไหร่จะบอกนายเอง”

        “ครับคุณวิน” มนูรับคำ “ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”

        รัฐรวินทร์พยักหน้า หลุบตามองประวัติของเกวลินที่ลูกน้องคนสนิทนำมาให้ พร้อมกับใช้ความคิดหาวิธีจัดการสั่งสอนเกวลินให้รู้ว่า เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นให้รัฐรวินทร์ขายหน้า เขากำลังมองหาจุดเริ่มต้นของแผนการ รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าของรัฐรวินทร์ เมื่อเขาคิดวิธีนั้นออก

<><><><><><><><><><> 

        กว่าคิวถ่ายของภคพรจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบตีสองครึ่ง สาเหตุที่ล่าช้าเป็นเพราะ ฝนตกลงมาในช่วงเย็นจนถึงค่ำ ส่งผลให้ต้องหยุดการถ่ายทำ ซึ่งซีนส่วนใหญ่ถ่ายด้านนอก เมื่อฝนตกการถ่ายทำต้องหยุด พอฝนหยุดก็รีบถ่ายทำต่อ ระหว่างนั้นฝนก็ตกเป็นระยะ การถ่ายทำจึงถ่ายไปหยุดไป ครั้นจะยกกองก็ไม่ได้ เป็นเพราะการเช่าพื้นที่ถ่ายทำได้คิวเพียงแค่วันเดียว ที่สำคัญราคาเช่าต่อวันก็แพงแสนแพง ฉะนั้นต้องถ่ายให้เสร็จไม่ว่าจะดึกแค่ไหน

        อีกทั้งภคพรต้องรอนักแสดงอีกคนที่จะมาถึงกองถ่ายตอนสามทุ่มตามเวลานัดหมาย ที่ต้องถ่ายรวมกับเธอสามคิว ความที่ฝนตกทำให้เวลานัดหมายล่าช้าออกไปหนึ่งชั่วโมง พอนักแสดงคนนั้นมาก็รีบถ่ายทำต่อ

        “น้องตาลคะ พรุ่งนี้น้องตาลมีคิวถ่ายตอนหกโมงเช้าที่โรงแรม พี่ว่าตาลค้างที่โรงแรมดีกว่านะคะ กลับบ้านตอนนี้กว่าจะถึงบ้านก็คงเกือบตีสี่ กลับไปถึงก็ต้องบึ่งรถมาที่นี่อีก พี่กลัวตาลจะไม่ไหวนะคะ”

        ฤดีมาศผู้จัดการกองถ่ายบอกนางเอกสาว การถ่ายทำวันนี้ภคพรเดินมาบ้านพักหลังหนึ่งในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนเช้าก็ต้องเดินทางไปถ่ายทำต่อยังโรงแรมริมชายหาดหัวหินที่จองคิวถ่ายทำไว้ หากภคพรเดินทางกลับกรุงเทพตอนนี้ พอถึงบ้านก็ทำได้แค่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วต้องรีบกลับมาหัวหินอีกครั้ง สู้พักในโรงแรมที่ทางกองถ่ายจัดหาให้ดีที่สุด

        ภคพรหันมามองหน้ากฤตย์ที่พยักหน้าเห็นด้วย เธอจึงหันมาตอบตกลงฤดีมาศ

        “ได้ค่ะพี่สาว แต่ตาลขอพักโรงแรมของคุณพ่อนะคะ ที่นั่นจะสะดวกกว่า เพราะพี่กฤตย์จะได้พักด้วย ตาลไม่อยากให้พี่กฤตย์นอนในรถ ตอนเช้าตาลจะไปที่โรงแรมเมอรีน่าเองค่ะ”

          ภคพรเป็นบุตรสาวคนเดียวของนายทัดเทพ หิรัญสฤทธิ์ นักธุรกิจด้านโรงแรมที่มีอยู่ห้าแห่งในห้าจังหวัดของ หนึ่งในห้าตั้งอยู่กลางอำเภอหัวหินติดชายทะเล และยังเป็นหุ้นส่วนสายการบินแอร์ไทยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถือว่าครอบครัวภคพรมั่งมีศรีสุขมากครอบครัวหนึ่ง

        “ไม่มีปัญหาค่ะน้องตาล”

        “ถ้าอย่างนั้นตาลขอตัวนะคะ ตอนเช้าเจอกันค่ะ” ภคพรกับกฤตย์เดินไปยังรถมินิแวนทันทีที่พูดจบ  ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะเคลื่อนตัวออกจากจุดที่จอด มุ่งตรงไปยังโรงแรมเอลีน่าพาเลช

<><><><><><><><><> 

        กฤตย์เดินถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมสองใบเข้ามาในโรงแรมเอลีน่าพาเลซ โดยมีนางเอกสาวเดินอยู่ด้านข้าง ความที่ภคพรมีอาชีพนักแสดง เธอจึงมีเสื้อผ้าสำรองติดรถไว้เสมอ เผื่อเดินทางไปถ่ายละครหรือภาพยนตร์ต่างจังหวัดกว่าจะเสร็จก็ค่ำมืดดึกดื่น ไม่สะดวกเดินทางกลับบ้านในเวลานั้น ภคพรเลือกจะพักโรงแรมและกลับบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น ส่วนกฤตย์ก็ต้องมีเผื่อไว้เช่นกัน

        หลังจากกฤตย์ติดต่อขอคีย์การ์ดจากพนักงานต้อนรับส่วนหน้า เขากับภคพรได้ขึ้นไปยังชั้นที่ยี่สิบเจ็ดของโรงแรม หมายเลขห้องที่ทั้งสองพักคือ 2703 ห้องนี้เป็นห้องพักส่วนตัวของครอบครัวภคพร ที่หากมาเที่ยวหัวหินก็จะมาพักที่ห้องนี้เสมอ หรือแม้แต่ภคพรมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนก็จะมาพักห้องนี้เช่นกัน มันจึงพิเศษตรงที่ว่า เป็นห้องสูทขนาดใหญ่ มีสามห้องนอน สี่ห้องน้ำ ห้องโถงใหญ่มีไว้สำหรับสังสรรค์ สระว่ายน้ำแบบส่วนตัวอยู่บนระเบียงด้านนอก ที่มองเห็นความสวยงามของท้องทะเลในมุมกว้าง ฃ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้ลูกค้าใช้บริการเสียทีเดียว หากมีลูกค้าระดับวีไอพี หรือแขกบ้านแขกเมืองระดับสูงแจ้งความจำนงขอพัก ทางโรงแรมก็ปล่อยให้เช่าพักแล้วแต่กรณีไป

“คุณตาลไปอาบน้ำนะครับ จะได้พักผ่อน” กฤตย์บอกภคพรที่มีทีท่าเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะ” ภคพรตอบรับเสียงเบา เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำ ทำร่างกายให้สดชื่นมากกว่านี้ ส่วนกฤตย์ได้เดินเข้าไปอาบน้ำในอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกัน ความที่เขาเป็นผู้ชายทำให้อาบน้ำเสร็จก่อนภคพร แล้วพออาบน้ำเสร็จ เขาโทรศัพท์สั่งนมอุ่นมาให้เจ้านายสาวดื่มก่อนนอน แล้วถูกนำขึ้นมาเสิร์ฟให้บนห้องพักในอีกสิบนาทีต่อมา

ประตูห้องน้ำภายในห้องนอนของภคพรเปิดออก ช่วงจังหวะเดียวกันกับที่กฤตย์เดินถือนมอุ่นมาให้เธอ เขาวางมันลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียง หันมายิ้มให้ภคพรที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงชุดคลุมสีขาวปิดร่างกาย

“วันนี้เหนื่อยจังพี่กฤตย์” เธอบ่น เดินมานั่งบนเตียง

“ดื่มนมอุ่นก่อนนะครับ ตื่นมาจะได้มีเรี่ยวแรง” เขาส่งแก้วนมให้เธอ ภคพรดื่มมันไปจนหมดแก้ว กฤตย์ดึงทิชชู่ออกมาหนึ่งแผ่น นำมาเช็ดคราบนมที่เปรอะอยู่บนขอบริมฝีปากเธอ “พี่นวดให้นะจะได้หลับสบาย”

“ดีค่ะ” ภคพรไม่บ่ายเบี่ยง ยินดีมากหากเขาบีบนวดให้ เธอเอนกายลงนอนกลางเตียง เพื่อให้เขาบีบนวดเธอได้สะดวก กฤตย์ลงมือบีบนวดเจ้านายสาวเริ่มต้นจากบ่า หัวไหล่ ไล่ไปตามแขน ก่อนจะเลื่อนมานวดขา ท้ายสุดคือเท้าที่เขานวดนานเป็นพิเศษ

“วันนี้พี่เห็นคุณตาลใส่รองเท้าส้นสูงแทบทั้งวัน พี่จะนวดเน้นฝ่าเท้าให้นะ ตื่นมาจะได้ไม่ปวด” เขาบอกคนที่กำลังเคลิ้ม และได้ยินเสียงตอบรับมาเบาๆ ว่า “ค่ะ”

“พี่ว่าแช่น้ำอุ่นหน่อยดีไหม พี่ไปเตรียมน้ำให้นะ” กฤตย์บอกด้วยความหวังดี

“พี่กฤตย์คะ ตาลง่วงแล้ว มานอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”

เธอพูด ชักเท้าหนีมือใหญ่ที่กำลังบีบนวด พร้อมกับขยับตัวให้ตนอีกไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ให้มีพื้นที่เหลือให้กฤตย์นอน และทันทีที่กฤตย์ล้มตัวลงนอนบนที่นอนอีกด้าน ภคพรขยับตัวมานอนชิดร่างสูงใหญ่ เขาใช้แขนให้เธอหนุนต่างหมอน ตะแคงร่างกอดนางเอกสาวที่วาดแขนกอดเขาเช่นกัน

กฤตย์ก้มหน้าจูบหน้าผากภคพร ที่ไม่มีใครรู้ว่า แท้จริงแล้วทั้งสองรักกัน แต่ด้วยสถานะและฐานะทางสังคม กฤตย์กับภคพรจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับมามากกว่าสี่ปี หมายจะบอกให้ทัดเทพรู้ ทว่าก็ต้องปิดปากเงียบเมื่อทัดเทพต้องการให้ภคพรแต่งงานกับรัฐรวินทร์ ลูกชายเพื่อนสนิท ภคพรจำยอมหมั้นหมายกับคนที่บิดาเลือกให้ แต่ไม่ใช่ว่า เธอจะยินยอมแต่งงกับคู่หมั้นหนุ่ม ภคพรตั้งใจไว้ว่า ในวันหนึ่งที่ตนพร้อม เธอจะบอกความจริงเรื่องลับนี้ให้รัฐรวินทร์รู้ ภคพรหวังว่าคู่หมั้นจะเข้าใจ เป็นเพราะเขาเองก็ไม่ได้รักเธอตั้งแต่ต้น

สองหนุ่มสาวที่หัวใจตรงกัน นอนหลับในอ้อมกอดของกันและกัน ทั้งคู่พร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรค ขวากหนามที่ต่างรู้ดีว่า ต้องได้รับบาดเจ็บจากสิ่งกีดขวางเหล่านั้น โดยเฉพาะทัดเทพ ที่แน่นอนว่า จะค้านหัวชนฝา หากความจริงปรากฏ แต่ไม่ว่าจะเจ็บปวดมากแค่ไหน เหนื่อยมากเพียงไร กฤตย์กับภคพรไม่หวั่น ของเพียงมีกันและกันแค่นั้นเป็นพอ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น