รักร้อนเพลิงพยาบาท (ภาคจบของซีรีย์ รักร้อน)

ตอนที่ 21 : หัวใจลงกลอน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

รักร้อนเพลิงพยาบาท
อัญญาณี
www.mebmarket.com
ความพยาบาทของเธอ ทำให้ทุกคนต่างสะพรึงกลัวยกเว้นเขา...รัฐรวินทร์ ที่จะใช้ความรักทั้งหมดสลายความพยาบาทในใจเกวลิน เขาคือทายาทตระกูลอัครธนากุล ตระกูลมหาเศรษฐีของเมืองไทยเธอคือหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่ไร้พิษสง แต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นลูกไก่ในกำมือ “เพี้ยะ!” ฝ่ามือเล็กฝาดลงไปบนแก้มรัฐรวินทร์เต็มแรง จนเกิดรอยฝ่ามือบนผิวแก้มเขา“เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ” เขาถามเสียงเข้ม แววตาลุกโชนด้วยความโกรธ“ก็ใช่น่ะสิ ก็คุณอยากปากหมาทำไม แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” เกวลินตอบด้วยทีท่าไม่เกรงกลัว ทว่าความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ ในใจเต้นรัวจากความกลัวชายตรงหน้าที่อาจบีบคอเธอตายได้“สองครั้งแล้วนะ สองครั้งแล้วที่เธอตบหน้าฉัน เธอจำไม่ได้หรือว่า เธอตบหน้าฉันครั้งแรก เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอคงอยากจะกระอักเป็นครั้งที่สองใช่ไหม” เขาถามเสียงเหี้ยม แววตาไร้ซึ่งความปราณี“แค่นี้ฉันก็กระอักเลือดมากพอแล้ว จะโดนอีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร อีกอย่างคนอย่างคุณ มันก็หน้าตัวเมียอยู่แล้ว รังแกคนไม่มีทางสู้ เอาสิ เอาเลย ตบฉันเลย แตะฉันก็ได้ หรือว่าจะถีบฉัน ฉันก็ยินดี ฉันจะไม่ร้องขอชีวิตจากคุณ แต่ฉันจะจำทุกอย่างที่คุณทำกับฉัน แล้ววันหนึ่งฉันจะเอาคืนคุณอย่างสาสม”ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เกวลินพูดโดยปราศจากความเกรงกลังรัฐรวินทร์ ชายหนุ่มที่กุมชีวิตตนกับครอบครัวไว้ในอุ้งมือ อุ้งมือของคนที่ไม่เคยให้คำว่า เมตตาปราณีกับตน

หัวใจลงกลอน

 เกวลินรู้สึกตื่นเต้นกับงานใหม่ของตัวเองมาก เนื่องจากงานเลขานุการเป็นงานที่เธอไม่เคยทำมาก่อน ความประหม่าและกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีจึงเกิดขึ้นในจิตใจ แต่อีกใจก็คิดว่า คงไม่ยากเกินกว่าความสามารถของตัวเอง เพราะทุกคนมีครั้งแรกเสมอ

แต่ก่อนที่เกวลินจะได้มาทำงานที่นี่ เธอก็ต้องพูดกับรัฐรวินทร์อยู่นานพอสมควร เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้เธอทำงานประจำ หารายได้พิเศษจากการค้าขายทางออนไลน์เพียงอย่างเดียวก็พอ เพราะเขากลัวว่า หน้าที่นางบำเรอของเกวลินจะขาดตกบกพร่อง ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ เขาจะเสียผลประโยชน์ ไม่คุ้มกับเงินสามหมื่นที่ให้เกวลินเป็นรายเดือน

เธอได้เงินเดือนจากที่นั่นเท่าไหร่ ฉันให้เพิ่มสองเท่า แลกกับที่เธอไม่ต้องไปทำงานรัฐรวินทร์ยื่นข้อเสนอ    

คุณต้องเข้าใจความจำเป็นของฉันนะคะ ฉันมีครอบครัวต้องดูแล แล้วถ้าเผื่อวันใดวันหนึ่งฉันไม่ได้เป็นนางบำเรอของคุณ ไม่ได้รับเงินเดือนจากคุณ ฉันต้องหาหลักประกันกับตัวเองด้วย ฉันสัญญาค่ะว่า ฉันจะทำหน้าที่นางบำเรอของคุณอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

เกวลินรู้สึกเจ็บในอกกับคำพูดของตัวเอง ความสับสนเกิดขึ้นในจิตใจ ใจหนึ่งอยากไปให้พ้นเขา ในขณะเดียวกันก็อยากอิงซบอกเขา ไม่อยากเหินห่าง แต่เมื่อนึกได้ว่า รัฐรวินทร์มีคู่หมั้นและกำลังจะแต่งงาน หัวใจเธอเหี่ยวเฉา เจ็บปวด น้ำตาเกือบรินไหล เป็นความรู้สึกที่เกวลินไม่คิดว่า มันจะเกิดขึ้น...เกิดขึ้นกับผู้ชายที่เธอเกลียด

คำพูดเกวลินกระแทกใจรัฐรวินทร์ ในหัวเขาไม่มีความคิดจะให้เธอหลุดจากตำแหน่งนี้ แม้ว่าในอนาคตเขาจะต้องแต่งงานกับภคพร เขาก็ยังเก็บเกวลินไว้ข้างกาย

งั้นก็ตามใจ แต่อย่าให้เสียหน้าที่ของเธอก็แล้วกัน ฉันกลัวไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป

น้ำตาเกวลินแทบทะลักไหล หัวใจเหมือนถูกบีบด้วยมือเขา บีบไม่พอคล้ายถูกกระชากออกมาจากอก แล้วถูกเท้าหนากระทืบซ้ำ เป็นความเจ็บปวดทางคำพูดที่เธอไม่มีวันลืม

การทำงานวันแรกของเกวลินเป็นไปอย่างราบรื่น โสภา เลขาผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อคือคนที่สอนงานมือใหม่อย่างเกวลิน เดิมทีเกวลินคิดว่า งานเลขจะยาก ทว่าพอได้ทำและได้เรียนรู้ ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไป เธอรับมือไหว

นอกจากเรื่องงานที่เกวลินต้องเรียนรู้ มีอีกเรื่องหนึ่งที่เธอเองก็เพิ่งรู้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างรอซซี่กับขนิษฐาที่เป็นมากกว่าลูกน้องกับเจ้านาย แต่ก็ไม่ใช่คนรัก ขนิษฐาเป็นเพียงผู้หญิงของรอซซี่ วันที่เธอมาสัมภาษณ์งาน วันนั้นเธอเจอขนิษฐาด้วย แต่ไม่ได้สงสัยอะไร โสภาบอกให้ตนรับรู้ เกวลินก็รับฟัง แล้วช่วงเวลาที่รอซซี่พาขนิษฐามาที่ทำงานคือเวลาส่วนตัว ที่ห้ามใครรบกวน วันทำงานวันแรกของเกวลิน คือวันที่รอซซี่พาขนิษฐามาด้วย

เป็นไงหลิน ทำได้นะรอซซี่ถามขณะที่เขาก้าวออกมาจากห้องทำงาน

เกวลินเงยหน้ามองเจ้านาย ก่อนตอบด้วยรอยยิ้ม ไหวคะ

ผมจะไปข้างนอกนะ แล้วคงไม่กลับเข้ามาที่นี่อีก ถ้ามีเอกสารให้ผมเซ็น เอาไว้พรุ่งนี้นะ

ค่ะคุณรอซรอซซี่พูดจบก็โอบเอวขนิษฐา พากันเดินไปยังลิฟต์โดยสาร จากที่เกวลินสังเกตเห็น แววตาของรอซซี่ยามมองขนิษฐา มีทั้งความรักและความห่วงใย ทำให้เธอสะท้อนนึกถึงตัวเอง สถานะของขนิษฐาคือนางบำเรอของรอซซี่ คล้ายกับเกวลินที่เป็นนางบำเรอของรัฐรวินทร์ แต่มีความต่างกันตรงที่ รอซซี่มักพาขนิษฐาไปไหนต่อไหนอย่างเปิดเผย ส่วนตนอยู่ในที่ที่รัฐรวินทร์จัดให้อยู่ เปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้ เป็นความเจ็บช้ำกล้ำกลืนของเกวลินที่ต้องแบกรับความรู้สึกนี้ไปอีกยาวนาน ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดที่วันใด

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดึงให้เกวลินหลุดออกจากภวังค์ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอที่ปรากฎชื่อย่อของรัฐรวินทร์ ชายหนุ่มที่ตนเพิ่งนึกถึงเมื่อครู่

ค่ะคุณวิน

เย็นนี้เลิกงานกี่โมงต้นสายถาม

ห้าโมงค่ะ

จะกลับถึงบ้านกี่โมงรัฐรวินทร์ถามต่อ

น่าจะไม่เกินหกโมงครึ่งเธอกะระยะเวลาแบบเผื่อๆ ไว้

อืม แค่นี้แหละพูดจบรัฐรวินทร์ก็ตัดสายทิ้งดื้อๆ

อะไรของเขานะเกวลินบ่นกับมือถือ อยู่ๆ เขาก็โทรมา แล้วอยู่ๆ ก็ตัดสายทิ้ง เกวลินไม่คิดอะไร คิดว่าเขาคงโทรมาถามถึงเวลาที่เธอกลับบ้าน รัฐรวินทร์คงกลัวว่าตัวเองจะเสียประโยชน์จากการที่เธอมาทำงาน

รัฐรวินทร์ไม่ได้โทรมาถามว่า งานเป็นยังไง ทำได้ไหม เจ้านายดุหรือเปล่า เพื่อนร่วมงานเข้ากันได้ไหม ไม่เลย ไม่มีคำถามประมาณนี้ให้ได้ยิน คิดแล้วความเสียใจ น้อยใจก็หวนกลับเข้ามาในจิตใจอีกรอบ แต่ก็ต้องสลัดให้ลหลุดไปจากจิตใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืองานตรงหน้าที่ต้องจัดการให้เสร็จก่อนไปทานอาหารกลางวัน

 

รถยนต์หรูของรอซซี่แล่นเข้ามาในลานจอดรถภายในกรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ คนที่นั่งรถมากับเขาด้วยอย่างขนิษฐาไม่ได้สงสัยอะไรที่เขามาที่นี่ เธอจึงไม่มีคำถาม แต่เมื่อรู้ว่า รอซซี่พาตนมาทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต คำถามรีบไหลผ่านปากเธอทันที

ให้ไอซ์ทำพาสปอร์ตทำไมคะ

ก็ทำไว้อย่างนั้นแหละ เผื่อฉันพาเธอไปเที่ยวเมืองนอกไงรอซซี่ตอบแบบกว้างๆ ไม่เจาะจงประเทศ

แต่ไอซ์ไม่ได้เตรียมเอกสารมานะคะ

บัตรประชาชนใบเดียวก็พอ

อ๋อค่ะขนิษฐาทำเสียงรับรู้ ก้าวลงจากรถเดินเคียงคู่รอซซี่เข้าไปในอาคาร ไปทำหนังสือเดินทางตามที่เขาต้องการ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น

เราไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ ฉันหิวแล้ว

วันนี้ไอซ์ขอไปหาลูกได้ไหมคะ ไอซ์ไม่ได้เจอลูกมาหลายวันแล้ว ไอซ์คิดถึงลูก

ขนิษฐากลั้นใจขออนุญาตรอซซี่ที่ชักสีหน้าบึ้งตึง มองผู้พูดนิ่ง หัวใจขนิษฐาเต้นแรง ตื่นเต้นกับคำตอบ และเผื่อใจไว้ว่า เขาอาจไม่ให้เธอไปพบลูกชาย

งั้นก็ไปรับเฮิร์บไปหาอะไรกินกับเราเลยก็ได้รอยยิ้มขนิษฐาเปื้อนเต็มดวงหน้ากับคำตอบที่ไม่คิดว่าจะง่ายดาย

จริงหรือคะเธอถามคล้ายต้องการความมั่นใจ คุณจะไปรับเฮิร์บไปกับเราด้วยจริงนะคะ

จะไม่จริงก็ตรงที่เธอถามย้ำนี่แหละ คนอย่างฉันพูดจริงทำจริง เธอก็น่าจะรู้ดีนี่

ขอบคุณค่ะขนิษฐาพนมมือไหว้ในความมีน้ำใจของเขา ซึ่งระยะหลายวันมานี้ รอซซี่ให้ความเมตาเธอมาก แทบจะตามใจทุกอย่างที่ร้องขอ

เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม

รอซซี่พูดอย่างมีความหมาย แล้วเธอก็รู้ว่า เขาหมายถึงเรื่องใด รถยนต์คันหรูของรอซซี่ขับออกจากอาคารจอดรถ มุ่งตรงไปยังโรงเรียนที่เด็กชายดนุพลศึกษาอยู่ เพื่อรับเด็กชายไปห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง

 

18.20 .

เกวลินเดินออกมาจากลิฟต์ของคอนโดเมื่อเธอมาถึงชั้นที่ต้องการ เธอก้าวเดินไปห้องของรัฐรวินทร์อย่างไม่รีบร้อน  เพราะในห้องนั้นไม่มีคนรอตนอยู่ พอถึงห้องก็ต้องอยู่คนเดียว รอเวลาเจ้าของห้องกลับมาเช่นทุกวัน เธอจึงเดินทอดน่องคิดโน่นนี่นั่นไปเรื่อย และไม่ได้นึกถึงเรื่องที่เขาโทรมาหาตนก่อนเที่ยงวันนี้ด้วย

ทันทีที่เกวลินเปิดประตูห้อง เสียงทีวีได้ดังเข้ามาในหู เธอชักสีหน้าแปลกใจที่เห็นทีวีเปิด เครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานให้ความเย็นฉ่ำ เกวลินแน่ใจว่าก่อนออกจากห้องทีวียังปิดอยู่ และเธอก็ไม่ได้เปิดแอร์ทิ้งไว้ด้วย แล้วสองสิ่งนี้ทำงานได้อย่างไร ความสงสัยของเกวลินหมดไปเมื่อเห็นรัฐรวินทร์เดินถือถาดอาหารออกมาจากห้องครัว คราวนี้ความสงสัยกลายเป็นความแปลกใจ

อ้าวมาแล้วเหรอ ฉันทำกับข้าวเสร็จพอดีเลยรัฐรวินทร์ทักหญิงสาวที่ทำหน้าแปลกใจ มองอาหารบนถาดสลับมองหน้าเขา

คุณทำเองหรือคะ

ใช่สิ ฉันทำเอง มาเร็วกำลังร้อนๆ เลย

เกวลินเดินไปยังโต๊ะอาหารที่จัดอย่างเป็นสัดส่วน มองดูอาหารสามอย่างที่อยู่บนโต๊ะ แล้วหันไปมองหน้าคนที่บอกว่า เป็นคนทำกับข้าวทั้งสามอย่าง

ฉันไม่ยักรู้ว่าคุณทำกับข้าวเป็นด้วยเกวลินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า คนอย่างรัฐรวินทร์จะเข้าครัวทำอาหาร

พูดแบบนี้แสดงว่าไม่เชื่อล่ะสิเขาดักคอ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอไม่รู้ว่า รัฐรวินทร์คนนี้ทำได้

ฉันรู้ค่ะว่าคุณเก่ง คุณมีความสามารถ แต่เรื่องอาหารฉันบอกตรงๆ ว่าไม่เคยคิดว่าคุณจะทำได้ เพราะฉันเป็นผู้หญิง ยังทำได้ไม่กี่อย่าง และไม่กี่อย่างที่ว่า ก็ไม่ใช่สามอย่างที่คุณทำวันนี้

ก็อย่างที่ฉันบอกเมื่อกี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอไม่รู้ว่า คนอย่างฉันทำได้หนึ่งในหลายเรื่องที่เธอยังไม่รู้ หากเกวลินรู้รับรองอึ้งแน่นอน มากินกันเถอะ กินเสร็จฉันจะดูบอล บอลมาทุ่มนึง

เกวลินเลื่อนเก้าอี้และทรุดกายนั่งเพื่อทานอาหารกับเขา รู้สึกประหลาดใจไม่หายกับการกระทำผีเข้าผีออกของเขา ประเดี๋ยวพูดดี ทำดีด้วย ประเดี๋ยวทำร้ายเธอด้วยคำพูด เกวลินหยั่งไม่ถึงจิตใจของรัฐรวินทร์สักนิดเดียว แต่ถึงจะสงสัยว่าทำไมเขาถึงกลับบ้านเร็วและลงมือทำอาหารให้ทาน เกวลินก็ไม่หลุดคำถามที่ค้างคา เธอปล่อยให้มันผ่านไป

ใช้ได้ไหมเขาหมายถึงรสชาติอาหาร

อร่อยค่ะเกวลินตอบตามตรง

ฉันทำกับข้าวให้เธอกินเป็นคนแรกในรอบครึ่งปีเลยนะ ฉลองที่เธอทำงานวันแรกรัฐรวินทร์เฉลยความสงสัยให้เกวลินโดยที่เธอไม่ได้ถาม เธอยังรู้สึกดีใจที่เขาทำอาหารให้ตนทาน ครั้งสุดท้ายที่ฉันทำอาหารคือวันเกิดของคุณแม่ วันนั้นฉันทำอาหารไทยและฝรั่งเศส ยังมีเค้กวันเกิดด้วยนะ ฉันก็ทำให้คุณแม่ด้วย

คุณเนี่ยนะคะทำเค้กด้วย

เกวลินอดถามไม่ได้ ทำหน้าแปลกใจกว่าเดิม เขาทำอาหารว่าน่าประหลาดใจแล้ว นี่พ่อเจ้าประคุณบอกว่าทำเค้กวันเกิด มันสวนทางกับนิสัยของเขาสิ้นเชิง

ก็ใช่น่ะสิ มือใหม่หัดทำน่ะ เปิดดูสูตรในเน็ตแล้วทำตาม รสชาติถือว่าผ่าน

คุณนึกยังไงคะถึงทำเค้กเอง คนระดับคุณสั่งเค้กจากโรงแรมดังๆ ยังได้ ทำไมต้องเหนื่อยทำเองคะเกวลินสกัดกลั้นความสงสัยไม่อยู่ จึงเอ่ยถาม

บางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้ มันเป็นคุณค่าทางจิตใจน่ะ เธอลองคิดดูสิว่า ถ้าคนที่เธอรักและรักเธอทำอะไรให้สักอย่างด้วยความตั้งใจ คนรับจะมีความสุขมากแค่ไหน ฉันถือว่าเค้กก้อนนั้นเป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันมอบให้คุณแม่เกวลินอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง เธอไม่คิดว่าผู้ชายใจร้าย มีความเจ้าเล่ห์อยู่ในตัว จะมีความคิดละเอียดอ่อนกับเขาเป็น เธออยากกินอะไรเป็นพิเศษก็บอกฉัน ฉันว่างจะทำให้เธอกิน

หัวใจเกวลินพองโตขึ้นมาทันใดกับคำพูดประโยคนี้ของเขา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่า ตนคือคนพิเศษที่เขาเอาใจใส่ดูแล

ถ้าฉันอยากกินอะไรแล้วจะบอกนะคะ

รีบกินเถอะ เดี๋ยวบอลมา

การสนทนาของทั้งคู่ยุติลง ทั้งสองลงมือทานอาหารต่อจนเสร็จ คราวนี้เป็นหน้าที่ทำความสะอาดจานชามเป็นของเกวลิน ส่วนเจ้าของห้องเดินเข้าไปในห้องนอน ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อทีมโปรด เดินออกมาหยิบเบียร์ในตู้เย็นแล้วมานั่งบนโซฟา จิบรอเวลาฟุตบอลทีมโปรดที่เป็นจ่าฝูงลงเล่นกับรองจ่าฝูง

เกวลินเดินออกจากห้องครัวหลังทำความสะอาดจานชามเสร็จเรียบร้อย เธอเดินมาบอกชายตัวโตที่นั่งดูบอลอย่างตั้งใจว่า ขอตัวไปอาบน้ำ เกวลินกะว่าอาบน้ำเสร็จจะเข้าไปดูในเพจว่า มีออเดอร์ลูกค้าเท่าไหร่อย่างไร ทว่าคำสั่งของรัฐรวินทร์ทำให้ความตั้งใจของเธอต้องชะงักลง

อาบน้ำเสร็จมาดูบอลเป็นเพื่อนฉันด้วยนะ

ค่ะเกวลินตอบอย่างไม่มีทางเลี่ยง เธอเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำก่อนออกมานั่งข้างเขา ที่พอเธอหย่อนก้นนั่งปุ๊บ ลำแขนใหญ่ก็โอบบ่าเกวลินไว้ทันที

ปกติแล้วเกวลินไม่ชอบดูกีฬาฟุตบอล จัดว่ากีฬาประเภทนี้เธอไม่ชอบเอาเสียเลย ดูทีไรหลับทุกที ทว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่หอ้งชุดกับรัฐรวินทร์ เธอต้องดูกีฬาฟุตบอลไปโดยปริยาย เนื่องจากเป็นกีฬาที่เขาชอบ ยิ่งทีมโปรดลงแข่งขัน ทุกเกมเขาต้องดู ไม่ว่าจะมาเที่ยงคืน ตีหนึ่งหรือตีสอง เขาไม่มีพลาด จากความที่ไม่ชอบกลายเป็นความเคยชิน นั่งดูไปกับเขาด้วยโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย แถมลุ้นไปกับเขาด้วย

เฮ้ยๆ มันบุกไปแล้ว ระวังสิวะรัฐรวินทร์นั่งหลังตั้งตรง ตามองทีวีไม่กระพริบ ลุ้นไปกับการแข่งขันที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่ตั้งรับฝ่ายเดียว ส่งผลให้เกมมีความสนุกและลุ้นไปในตัว แม่งเอ๊ย! ถ้ามันหลุดไปได้นะ ยิงประตูได้แน่

คนเชียร์บอลใจหายใจคว่ำ กลัวว่าทีมที่ตนเชียร์จะเสียประตู เกวลินเห็นท่าทางของเขาแล้วอดกลั้นยิ้มหัวเราะไม่ได้ ขำออกมาเบาๆ

ขำอะไร

ก็ขำคุณน่ะสิ ลุ้นซะจนนั่งไม่ติดเลย

ก็มันลุ้นนี่ คู่นี้สูสีกันด้วย ต่างฝ่ายต่างต้องการชัยชนะ ถ้าทีมฉันชนะก็ได้เป็นจ่าฝูงต่อ แต่ถ้าแพ้หรือเสมอคะแนนของอีกทีมก็จะจี้ติดตูดมา ไม่ปลอดภัยกับตำแหน่งแชมป์

แต่ฉันว่า อีกทีมก็เล่นดีนะ ไม่ได้ตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว โต้กลับบุกไปยิงประตูทีมที่คุณชอบ พวกศูนย์หน้าพากันลนลานมากองหลังกันหมดเลยเกวลินพูดไปตามเกมส์ ไม่คิดดูถูกทีมโปรดของเขา

เขาไม่ได้เรียกลนลานนะแม่คุณ เขาเรียกว่า มาช่วยกันรักษาประตูน้ำเสียงเขาเริ่มไม่พอใจที่เธอดูถูกทีมโปรด มาพนันกันดีกว่า ว่าใครจะชนะ

พนันเหรอคะ

ใช่ ก็เธอดูถูกทีมฉัน หาว่าเล่นไม่ดี อย่างนี้ต้องพนันกันสิ

ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซะหน่อย ฉันแค่พูดไปตามเกม

ไม่รู้แหละ ต้องพนันกันเขาดื้อดึง

ฉันไม่มีอะไรพนันกับคุณ เงินก็ไม่มี ทรัพย์สินก็ไม่มีเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ ริมฝีปากเขากระตุกยิ้ม ดวงตาแพรวระยับจนเธอใจสั่นเมื่อได้สบสายตา

มีสิ ทำไมจะไม่มีเขาตอบกลับ หนึ่งประตูต่อหนึ่งที

เกวลินทำหน้างง ยังไม่เข้าใจที่รัฐรวินทร์พูด

อะไรของคุณ ฉันไม่เข้าใจ

ก็ง่ายๆ ถ้าทีมฉันยิงประตูเข้าหนึ่งลูก เธอต้องโดนหนึ่งที แต่ถ้าทีมเธอทำประตูทีมฉันได้ ฉันยอมพลีกายให้เธอเชยชม

เกวลินฟังการเดิมพันของเขาแล้ว รู้ได้ทันทีว่าตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะไม่ว่าใครจะเสียประตู เธอก็ต้องเสียตัว

เดิมพันแบบนี้ฉันเสียเปรียบนะเกวลินมีโวย

เสียเปรียบตรงไหน ไม่เห็นเสียเปรียบเลย เอาน่า เดิมพันกันขำๆรัฐรวินทร์พูดหน้าตาย ดูบอลต่อดีกว่า กำลังสนุก

เกวลินกรอกตาบน ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็นั่งดูบอลไปกับเขาด้วยความลุ้นระทึก ขออย่าให้ทีมใดทีมหนึ่งเสียประตูเลย เพราะนั่นหมายถึงเธอจะไม่เสียตัว แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า เรื่องไม่เสียตัวคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากผลออกมาเสมอ อย่างไรเสียคืนนี้เธอคงไม่พ้นมือเขา

เฮ้อ...เสียเปรียบวันยังค่ำ

ไชโย ทีมฉันยิงเข้าแล้ว ไชโยคนตัวโตโห่ร้องด้วยความดีใจ หันมากอดและหอมแก้มเกวลิน หนึ่งทีแล้วนะ

เกวลินทำท่างอนใส่ รัฐรวินทร์เห็นแล้วทั้งน่ารักและหมั่นไส้ เขาจึงโถมตัวกอดร่างอิ่มไว้ ออกแรงเพียงนิดโน้มตัวเธอให้นอนลงบนที่นอน จากนั้นก็หอมแก้มเธอซ้ำๆ หลายครั้ง ก่อนเลื่อนปากมาปิดปากบางน่าจูบ ไม่รอช้าบดเคล้าแผ่วเบา เปิดปากเธอด้วยความชำนาญ แทรกลิ้นร้อนชื้นเข้าไปในโพรงปากสาวที่ฉ่ำไปด้วยความหวาน

มือใหญ่ป่ายไปตามเรือนร่างสวยงามผ่านชุดนอนบางเบา ที่ภายในชุดนอนไร้ชุดชั้นใน เพราะเขาสั่งไว้ว่า เวลานอนห้ามใส่บราเซียเนื่องจากเขาไม่อยากเสียเวลาถอดมัน ซึ่งเกวลินก็ทำตามคำสั่ง รัฐรวินทร์ไม่อยากเชื่อว่า เขาจะหลงใหลเกวลิน หลงราวกับจมดิ่งอยู่ในห้วงพิศวาสที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรดึงรั้งเขาให้ขึ้นไปได้ แม้ว่าใจพยายามรั้ง ฉุดความปรารถนาก็ไม่อาจทำได้ จุมพิตอันอ่อนหวาน เร่าร้อนจึงเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างโรมรันตอบโต้จูบดุเดือด อารมณ์เสน่หาของทั้งคู่ค่อยๆ ลุกดชน

ไม่ดูบอลเหรอคะ

เกวลินถามเมื่อรู้สึกได้ว่า เขาไม่หยุดเพียงจูบกับลูบเนื้อลูบตัวเธอแน่นอน เขายังไม่ตอบ รัฐรวินทร์หันไปมองจอทีวีจอใหญ่ก่อนหันมามองดวงหน้าหวานสวย

อีกแค่สองสามนาทีก็จะหมดครึ่งแรก พักดูบอล มาดูเธอก่อนดีกว่า ตอนนี้ตัวฉันร้อนไปหมดแล้ว

เสียงเขาสั่นพร่า เช่นเดียวกับร่างกายที่สั่นไหวตามความใคร่ที่ลามเลียในกาย ตอนนี้เขาแทบไม่สนใจฟุตบอลทีมโปรด สิ่งที่น่าสนใจอยู่ใต้ร่างเขาต่างหาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มนวล

เดี๋ยวบอลแพ้ไม่รู้นะ

เธอเหย้าเขากลับ ใช้ปลายนิ้วลูบจอนผมเขาเบาๆ เป็นการกระทำที่ทั้งรัฐริวนทร์กับเกวลินไม่เคยทำซึ่งกันและกันมาก่อน ดูเหมือนทั้งคู่เป็นคนรักมากกว่า ไม่ใช่เจ้าหนี้กับนางบำเรอ

ถ้าบอลแพ้ เธอคางเหลืองคาเตียงแน่เขาขู่ เป็นคำขู่ชวนวาบหวาม

ไม่กลัว กลัวว่าจะไม่คางเหลืองมากกว่าเกวลินยั่วกลับ

พูดอย่างนี้ดูถูกกันชัดๆ อย่างนี้ต้องลงโทษให้เข็ดหลาบ

ว่าแล้ว รัฐรวินทร์ก็ลงมือลงโทษเกวลินด้วยบทรักอันแสนหวาน ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน เสียงครางของเขาและเธอดังประสานกับเสียงจากทีวี ที่ดังควบคู่กันไปจนทั้งสองเดินทางไปสุดเส้นทางรัก

การดูฟุตบอลของรัฐรวินทร์ค่ำคืนนี้ ดูเขาจะไม่มีสมาธิสักเท่าไหร่ หลังจากลงโทษเธอจนอิ่มหนำ ร่างเล็กก็ระทวยอ่อนนอนบนโซฟา สภาพร่างกายเธอตอนนี้น่ามองเป็นที่สุด เกวลินนอนหลับโดยสวมชุดนอนบางเบา มองเห็นก้อนเนื้อสองก้อนที่เขาชอบบีบขยำ ไล่สายตาลงมายังเนินสวาทที่อวบอูม เขาเผลอนำมือไปวางบนเนินแห่งนั้น บีบเบาๆ แต่ก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกตัว เกวลินขยับตัวตามความรัญจวนที่วิ่งวนในกาย

สายตาเขามองเกวลินที มองดูทีวีที สลับกันไปมาราวกับจะตัดสินใจว่า จะนั่งดูบอลต่อ หรือจะอุ้มเกวลินเข้าไปในห้องนอน และทำอะไรต่อมิอะไรตามใจคุกรุ่น สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถต้านความต้องการของตัวเองได้ อุ้มร่างคนกำลังนอนหลับสบายเข้าไปในห้องนอน และพอวางเธอลงบนเตียง รัฐรวินทร์เริ่มลงมือปลุกเธอขึ้นมาต่อเพลิงพิศวาสทันที

ฟุตบอลไว้ค่อยดูย้อนหลังก็ได้...

 

สามวันแล้วที่ภคพรรู้สึกอึดอัด ยามบิดามารดาพูดเรื่องแต่งงาน ต้องปั้นหน้าให้ท่านทั้งสองไม่รู้สึกว่า ตนไม่อยากเข้าพิธีวิวาห์กับรัฐรวินทร์ ได้แต่นั่งฟังเออออห่อหมก ในใจครุ่นคิดหาทางออก เพราะหากตนไม่หาทางแก้ไข ตัวเธอเองจะต้องเจ็บปวดที่สุด

ความลับเรื่องระหว่างภคพรกับกฤตย์มีเพียงคนเดียวที่รู้คือ สิณีนารถ นางร้ายอันดับหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งหากไม่ได้ทำงานร่วมกันก็จะหาเวลาพูดคุยได้ยาก เพราะต่างฝ่ายต่างงานยุ่งกันทั้งคู่ จะคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ก็กลัวจะมีคนได้ยิน และตอนนี้สิณีนารถถ่ายละครอยู่ที่จังหวัดอยุธยา ภคพรจึงเป็นฝ่ายมาหาเพื่อนรักแทน และรอจนกว่านางร้ายคนเก่งหมดคิวถ่าย

ถ้าแกเหนื่อยไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยก็ได้นะ

ภคพรกล่าวอย่างเกรใจเพื่อน เพราะตอนนี้จวนตีหนึ่งแล้ว ถึงเวลาที่สิณีนารถต้องพักผ่อน เพื่อเข้าคิวถ่ายในตอนเช้า

ฉันไม่เหนื่อยหรอก มีแต่ซีนง่ายๆสิณีนารถบอก ว่าเรื่องของแกมาเถอะ ถ้าไม่ด่วนแกไม่มาหาฉันที่นี่แน่

ฉันจะมาปรึกษาเรื่องฉันกับพี่กฤตย์ภคพรเกริ่น คุณพ่อคุณแม่ของฉันกับพี่วินพูดคุยเรื่องแต่งงานแล้ว แกก็รู้ว่าฉันไมได้รักพี่วิน และไม่มีวันรักด้วย แกว่าฉันจะทำยังไงดี

มันก็ไม่ยาก เพียงแค่ว่าแกพร้อมจะทำหรือเปล่าสิณีนารถมีทางออก และเป็นทางออกทางเดียวของภคพร มันถึงเวลาแล้วที่แกจะบอกความจริงเรื่องแกกับพี่กฤตย์ให้ทุกคนได้รู้ ต้องบอกก่อนที่ทางผู้ใหญ่จะดำเนินการเรื่องแต่งงาน

นี่แหละเรื่องที่ฉันคิดไม่ตก ฉันกลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ยอมรับพี่กฤตย์ภคพรหน้าหมองเศร้า เมื่อพูดประโยคนี้

ตอนนี้แกจะมาห่วงว่า คุณพ่อคุณแม่จะยอมรับพี่กฤตย์หรือเปล่า เรื่องที่แกต้องห่วงคือ อย่าให้เรื่องมันใหญ่โตไปกว่านี้ เพราะบางทีแกอาจจะแก้ไขไม่ไหวสิณีนารถเตือนเพื่อน คนแรกที่แกต้องบอกให้รู้เรื่องนี้คือพี่วิน เพราะเขาอาจช่วยแกได้

ทำไมต้องเป็นพี่วินด้วยล่ะ

ก็เพราะคนที่แกต้องขอโทษคนแรกคือพี่วิน แกอย่าลืมสิว่าแกอยู่ในฐานะคู่หมั้นของพี่วิน แล้วการที่แกคบพี่กฤตย์ไปด้วย นั่นก็หมายถึงแกนอกใจพี่วิน แกทำผิดกับพี่วินมาก แกต้องบอกให้เขารู้ แล้วขอคำปรึกษาเขาว่าจะทำยังไง ฉันเชื่อว่าพี่วินต้องมีทางออกที่ดีสำหรับทุกคน

ข้อนี้ภคพรรู้ดีว่าตนผิดกับรัฐรวินทร์มาก เป็นความผิดที่ตนพยายามรวบรวมความกล้าหลายครั้งที่จะบอกความจริงให้คู่หมั้นหนุ่มรู้ ทว่าความพยายามมันดูน้อยเกินไป จนถึงวันนี้ภคพรก็ยังไม่บอกความลับนี้ให้รัฐรวินทร์รู้ ทว่าคงถึงเวลาแล้วที่เธอจะง้างปากบอก และยอมรับผลที่ตามมา

แกว่าพี่วินจะโกรธไหมภคพรถามเพื่อนอย่างหวั่นใจ

เขาเคยบอกรักแกหรือเปล่าสิณีนารถไม่ตอบคำถามเพื่อน กลับยิงคำถามใส่

ไม่

เขาเคยพูดเรื่องงานแต่งงานกับแกหรือเปล่า ฉันหมายถึงก่อนหน้าที่คุณพ่อคุณแม่ของแกกับของพี่วินจะคุยกันเรื่องนี้

ไม่นะ

ถ้าคำตอบของแกคือไม่ ฉันมั่นใจว่าพี่วินไม่โกรธแก

ทำไมแกคิดอย่างนั้นภคพรถามอย่างสงสัย

แกนี่สมกับเป็นนางเอกเรื่อง สะใภ้บ้านนอกเหลือเกินนะละครเรื่องนี้ภคพรเป็นนางเอกบ้านนอกแสนดี มองโลกในแง่ดี จนบางครั้งสิณีนารถที่เล่นเป็นนางร้ายเรื่องเดียวกับเพื่อนยังแอบคิดว่า นางเอกทั้งโง่และเซ่อ ถ้าคนรักกันก็ต้องบอกรักกันบ้างสิ แกไม่เคยบอกรักพี่วิน พี่วินก็ไม่เคยบอกรักแก ไม่เคยพูดเรื่องแต่งงาน แกกับพี่วินต่างฝ่ายต่างถูกบังคับให้หมั้นหมายกัน บางทีการที่แกบอกความจริงให้พี่วินรู้ มันอาจช่วยให้ทั้งแกกับพี่วินพ้นจากบ่วงทุกข์ก็ได้นะ

ภคพรคิดตามคำพูดของเพื่อนรัก ที่เปรียบเสมือนชี้ทางสว่างให้เธอก็ว่าได้ ความที่ทุกข์ใจมากอาจทำให้สมองของภคพรทำงานไม่เต็มที่ คิดอ่านอะไรไม่ค่อยออก แม้แต่เล่นละครหรือทำงาน เธอก็ต้องใช้สมาธิมากกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นทำงานไม่ได้แน่

ขอบใจแกมากนะที่ให้คำแนะนำฉัน

ไม่เป็นไรเราเป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็คุยก็ปรึกษากันสิณีนารถพูดด้วยรอยยิ้ม แต่แกต้องรีบหน่อยนะ ถ้าช้ากว่าที่คุณพ่อคุณแม่แกหาฤกษ์ยามได้ มันจะสายเกินแก้

พรุ่งนี้ฉันต้องไปถ่ายโฆษณาที่ประจวบฯ มะรืนนี้ฉันจะไปคุยกับพี่วินที่บริษัท

แล้วนี่แกจะพักกับฉันหรือว่าจะกลับบ้าน

ฉันจะไปประจวบฯ เลย กว่าจะไปถึงโน่นก็คงสว่างพอดี มีงานตอนสิบเอ็ดโมง ฉันก็ได้พักสามสี่ชั่วโมง

งั้นแกก็รีบไป จะได้ไปถึงเร็วๆ

ขอบใจแกมากนะ ไว้โทรคุยกันนะ

ภคพรลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มให้เพื่อนก่อนก้าวเดินออกจากห้องพักที่ทางกองถ่ายเปิดจองไว้ให้ดารานักแสดงและทีมงานพัก

แน่นอนว่า การเดินทางไปต่างจังหวัดทุกครั้งของภคพร กฤตย์จะเป็นสารถีขับรถให้ ระหว่างทางที่ไปถึงจุดหมาย ทั้งสองได้พูดคุยกันเรื่องไปสารภาพความผิดกับรัฐรวินทร์ ข้อสรุปมีอยู่ว่า กฤตย์จะไปกับภคพรด้วย เพราะเรื่องนี้เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเต็มๆ จะให้ภคพรเป็นฝ่ายผิดคนเดียวไม่ได้ กฤตย์ไม่มีวันทำเช่นนั้นแน่

 

หลายวันที่เกวลินได้เรียนรู้การทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่ไม่เคยทำ งานเลขนุการไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่เธอกังวล ความสามารถบวกกับความตั้งใจ ทำให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง การนี้ต้องเอ่ยชมนฤมลหรือมล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบัญชีที่คอยสอนงานให้ ไม่เพียงแค่สอนงาน ยังคอยบอกด้วยว่า พนักงานในบริษัทคนใดน่าคบและไม่น่าคบ คนใดควรเข้าใกล้และไม่น่าเข้าใกล้

ซึ่งเรื่องนี้เกวลินเพียงแค่รับรู้ไว้ ยังไม่ปักใจเชื่อคำเตือนเต็มร้อย เธอคิดว่า เรื่องแบบนี้เธอเท่านั้นที่จะตัดสินใจเองว่า ใครดีไม่ดี ใครน่าคบไม่น่าคบ ใครสมควรเข้าใกล้และใครสมควรไกลห่าง เกวลินไม่ตัดสินใจคนด้วยคำพูดของใคร

แน่นอนว่าคนในบริษัทมาจากร้อยพ่อพันแม่ อุปนิสัยย่อมต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา และมีนิสัยอย่างหนึ่งของพนักงานหญิงส่วนใหญ่ในบริษัทที่นิสัยคล้ายกันคือ บ้าดารานักร้อง สนใจเสพข่าวของคนมีชื่อเสียง แล้วมาต่อยอดซุบซิบนินทากล่าวถึงอย่างสนุกปาก

บริษัท รอยัลแอนด์เดอสันไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทใหญ่ รอซซี่อำนวยความสะดวกให้พนักงานของเขาหลายอย่างเช่น มีห้องพักให้พนักงานที่ทำงานดึกและไม่สะดวกกลับบ้านไว้พักผ่อน โดยแยกเป็นห้องชายและหญิง

แล้วยังมีห้องไว้สำหรับบริการพนักงานที่พนักงานจะเรียกกันว่าห้องกลาง ห้องนี้จะมีตู้เย็น ไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อน ชา กาแฟและโกโก้ไว้บริการพนักงานในแต่ละชั้นอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ห้องนี้จะถูกใช้แทบทั้งวัน ตอนเช้าก็จะมีพนักงานทานอาหารหรือดื่มของร้อน ของเย็นตามชอบ ทุกคนต้องจัดการเรื่องของกินให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเข้าทำงาน เนื่องจากทางบริษัทไม่อนุญาตให้พนักงานนำอาหารไปกินบนโต๊ะทำงาน ตอนเที่ยงก็จะมีพนักงานที่ซื้ออาหารมาเก็บไว้แล้วอุ่นกินตอนพักเที่ยงมานั่งทานอาหาร และมีบางกลุ่มที่ใช้ห้องนี้เป็นห้องพูดคุยสังสรรหรือพูดกันติดปากว่า ห้องเม้าท์มอยกันตามประสาผู้หญิง แล้วกลางวันนี้กลุ่มนี้ก็มานั่งคุยกันเช่นเดิม

ฉันก็ว่าเขาน่าจะแต่งงานกันได้แล้วนะ ดูเหมาะสมกันจะตาย ผู้หญิงก็สวยซะหาที่ติไม่ได้ ผู้ชายก็หล่อสมบูรณ์แบบ อีกอย่างรวยกับรวยมาเจอกัน เรือล่มในหนองทองจะไปไหนวรนุชพูดขึ้น เมื่ออ่านข่าวนางเอกแถวหน้าของเมืองไทยกำลังแต่งงานกับคู่หมั้นหนุ่มไฮโซ

เออจริงด้วย คู่นี้หมั้นกันเป็นปีแล้วนี่ จะแต่งงานก็ไม่เห็นแปลก ถ้าไม่แต่งนี่สิแปลก

เอมอรพูดขึ้น ระหว่างขาเม้าท์ประจำบริษัทกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกปาก มลฤดีกับเกวลินได้เดินเข้ามาในห้องกลาง เพื่อนำผลไม้ที่ซื้อมาไปเก็บในตู้เย็น

วันนี้เม้าท์เรื่องอะไรกัน หน้าตาไม่ยักเครียดมลฤดีถามวรนุชกับพวกที่นั่งคุยกันอยู่

คุยเรื่องนางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยจะแต่งงานไงวรนุชตอบ มลฤดีที่ไม่ได้ตามข่าวดารานักร้องย่นคิดสงสัย ยิงคำถามใส่ด้วยความอยากรู้

ดาราคนนี้คือใครเหรอ แล้วแต่งกับใคร

มลฤดีไม่ใช่คนเดียวที่อยากรู้คำตอบ เกวลินรู้สึแปลกๆ ในอกเมื่อได้ยินคำตอบของวรนุช นางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยในความคิดของเกวลินคือ ภคพร ซึ่งเธอเองก็รู้ดีว่า ภคพรคือคู่หมั้นของใคร ใจเกวลินเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ

ฉันบอกไปเธอจะรู้ไหมเนี่ย ขี้เกียจอธิบายเพิ่มเติมวรนุชชักสีหน้ารำคาญ

แหม ฉันก็พอรู้จักดารานะ ไม่ใช่อยู่ใต้ดินถึงจะไม่รู้เลย

มลฤดีโต้กลับ

นางเอกที่ชื่อตาลไง เป็นนางเอกเรื่องสะใภ้บ้านนอกที่ตอนนี้กำลังออนแอร์อยู่ เธอจะแต่งงานกับคุณวิน ไฮโซรูปหล่อชื่อดังของเมืองไทย เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากเลยนะ

เกวลินรู้สึกว่า ตนเองทรงตัวไม่อยู่ สมองมันหมุน ใบหน้าเกวลินซีดลง หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ ทั้งมที่เรื่องนี้เธอรู้มานานแล้ว รู้ก่อนจะมารู้จักรัฐรวินทร์เป็นการส่วนตัวเสียอีก ทว่าความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันลิบลับ จากที่รู้สึกยินดีกับคนทั้งคู่ เวลานี้ไม่ใช่ ในใจส่วนลึกของเกวลินไม่อยากให้รัฐรวินทร์กับภคพรสมหวัง  รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจขึ้นมาทันใด เสมือนมีค้อนปอนด์ตอกย้ำ เกวลินไม่สมควรรู้สึกเช่นนี้มิใช่หรือเพราะรัฐรวินทร์คือผู้ชายที่ตนเกลียดชัง

เกลียดหรือรัก...เกวลินก็ไม่แน่ใจ

เป็นอะไรตาล หน้าตาเธอซีดๆ นะวรนุชถาม

นั่นสิ จะเป็นลมเหรอมลฤดีถามอีกคน

ป่ะเปล่าไม่ได้เป็นอะไร มันคงมีผลมาจากอากาศข้างนอกมันร้อนมาก พอมาเจอแอร์เย็นๆ ก็เลยเป็นแบบนี้ พวกเธอไม่เคยเป็นกันเหรอ ฉันเป็นออกบ่อยเกวลินหาข้อแก้ตัว 

ฉันเคยเป็นนะ มันวูบๆ เลยล่ะแกเอมอรเอ่ยขึ้น คนที่สงสัยไม่ติดใจ จึงหวนกลับมาพูดคุยกันเรื่องเดิม

ว่าแต่ตาลจะแต่งงานเมื่อไหร่ล่ะมลฤดีคือเจ้าของคำถาม

ในข่าวบอกว่ากำลังหาฤกษ์นะ คนที่ให้ข่าวคือแม่ของตาลน่ะ น่าจะมีมูลอยู่หรอก ดูสิหน้ายิ้มระรื่นเชียว ผู้หญิงที่ยืนข้างๆ คือแม่ของฝ่ายชาย ฉันว่าข่าวไม่ผิดแน่นอนวรนุชตอบ

รวยทั้งคู่ด้วยนะ ฉันว่านะ งานแต่งต้องยิ่งใหญ่อลังการแน่ๆ

มันก็แน่นอนอยู่แล้ว มีชื่อเสียงด้วยกันทั้งคู่จะให้จัดเล็กๆ ได้ไงเอมอรเห็นด้วย

ขณะที่เพื่อนร่วมงานขาเม้าท์กำลังสนทนาเรื่องนี้กันอย่างออกรส เกวลินที่รู้สึกว่า ไม่อยากฟังเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะรู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เกวลินเดินออกจากห้องกลางเงียบๆ เดินหนีความปวดร้าวในหัวใจที่ตนกำลังเป็นอยู่ และเดินหนีความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น