รักร้อนเพลิงพยาบาท (ภาคจบของซีรีย์ รักร้อน)

ตอนที่ 12 : แผนของราชสีห์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ก.ย. 60

        เกือบสองทุ่มวันเดียวกัน

เกวลินเดินเข้ามาในบ้านด้วยจิตใจอ่อนล้า วันนี้ก่อนไปทำงาน เธอต้องไปทำธุระเรื่องเช็คสิบล้าน ด้วยการไปติดต่อธนาคาร หาช่องทางเอาเงินคืนมาจากบุคคลนามว่า อดิศร จิตานิจ เป็นชื่อของคนที่นำเช็คเงินสดไปขึ้นเงิน

        เมื่อไปถึงธนาคาร เกวลินมีคำถามหลายคำถามที่ตนสงสัย เนื่องจากเธอไม่มีความรู้เรื่องเช็ค จึงไม่เข้าใจว่า เหตุใดคนร้ายถึงได้นำเช็คไปขึ้นเงินได้อย่างง่ายดาย โดยที่ทางธนาคารไม่สงสัย พอได้รับคำตอบ เธอจึงเข้าใจ และคิดว่า งานนี้คงยากที่จะตามเงินคืนมา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ย่อท้อที่จะนำตัวคนผิดที่แท้จริงมาชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว ทว่าจะด้วยวิธีไหน เกวลินขอคิดสักวันสองวัน วันนี้เธอทั้งเหนื่อยและล้า ท้อแท้กับชีวิตมาก

        “พี่หลิน” เสียงเรียกจากปากน้องชาย ทำให้คนที่กำลังเดินขึ้นบันไดบ้านหยุดชะงัก

        “มีอะไรโจ้” เสียงที่ถามเบา สีหน้าคนพูดซีดเซียว

        “เรื่องเงินผมเคลียร์กับบริษัทได้แล้วนะพี่ คุณวิน เจ้าของบริษัทเขาใจดี พอเขารู้ว่าผมถูกทำร้ายและเช็คโดนปล้นไป เขาก็ผ่อนผันให้ผมใช้หนี้ ไม่ต้องคืนทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้ แถมยังให้ค่าทำขวัญมาอีกหนึ่งหมื่น”

        วันนี้ชรัณเข้าบริษัทเพื่อพูดคุยกับอุดมหัวหน้าแผนกเรื่องหนี้สินที่ต้องชำระ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปขอผ่อนผันใช้หนี้ เพราะมั่นใจว่า หาเงินมาใช้ในคราวเดียวทั้งหมดไม่ได้ แต่พอไปถึง ชรัณได้รับข่าวดีโดยยังไม่ได้เอ่ยปากพูดสักคำ ข่าวดีนั้นก็คือ รัฐรวินทร์ให้ผ่อนผันใช้หนี้ได้ตามแรงกำลัง และไม่เอาผิดชรัณในด้านกฎหมาย

        เกวลินยิ้มบาง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นข่าวดี ทว่าก็ต้องใช้หนี้เขาอยู่ดี เพียงแค่ว่า ยืดเวลาให้หายใจหายคอได้มากขึ้น อีกทั้งจำนวนหนี้สิบล้าน ไม่ได้ใช้หมดภายในปีสองปีแน่นอน มันอาจยาวนานหลายสิบปีก็ว่าได้ เธอจึงไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องที่ได้ยิน

        “เขาคงต้องยอม เพราะเขาคงรู้ว่าเราไม่มีทางหาเงินจำนวนนั้นได้ภายในสิ้นเดือนนี้” เกวลินเสียงเนือย “แต่ถึงยังไงเราก็เป็นหนี้เขาอยู่ดี เขาไม่ได้ยกหนี้ให้เรานี่”

        “พี่หลินไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่า ผมหาเงินมาใช้คุณวินได้แน่ อาจจะภายในปีนี้ก็ได้” เกวลินขมวดคิ้วกับความมั่นใจของน้องชาย ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เมื่อเห็นชรัณชูลอตเตอรี่ให้เธอดู “ผมซื้อหวยชุดไว้ ถ้าถูกขึ้นมาล่ะก็สิบแปดล้านเชียวนะพี่”

        “พี่เหนื่อยมากเลยโจ้ พี่ขึ้นข้างบนก่อนนะ”

เกวลินไม่คิดว่า น้องชายจะถูกรางวัลที่หนึ่ง เพราะมันไม่ได้ถูกกันง่ายๆ คนถูกหวยรางวัลใหญ่ต้องดวงดีจริงๆ ซึ่งไม่ใช่กับครอบครัวเธอแน่นอน

ชรัณมองตามพี่สาวที่เดินขึ้นไปบนบ้านด้วยความรู้สึกผิดและสงสาร เกวลินเป็นผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบสูง และความรับผิดชอบของเกวลินตอนนี้ก็ล้นมือ เขาจึงตัดสินใจเป็นเด็กส่งยา เนื่องจากค่าตอบแทนที่ได้รับคุ้มกับความเสี่ยง แล้วยังสามารถนำไปใช้หนี้ได้

“ผมจะไม่ให้พี่ต้องมาเดือดร้อน ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง” เขาพูดเบาๆ ก่อนจะก้าวเดินออกจากบ้าน เพื่อไปทำงานใหม่ที่วันนี้ ทำเป็นวันที่สอง

<><><><><><><><> 

        ในขณะที่คนเป็นพี่และคนเป็นน้องกำลังทุกข์ใจกับปัญหาใหญ่ ศุภวรรณลูกคนกลางของบ้านไม่ได้รับรู้ปัญหานั้น ถึงรู้ก็คงไม่คิดช่วยอะไร เป็นเพราะเอาความสบายของตัวเองเป็นที่ตั้ง และตอนนี้เธอก็กำลังมีความสุขอยู่ในผับหรู ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น แน่นอนว่าฐานะอย่างเธอไม่มีวันเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่ดูแพงได้แน่ ถ้าไม่ได้เข้ามากับรัฐรวิศ ลูกชายมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของประเทศ ที่วันนี้นัดเพื่อนร่วมก๊วนมาสังสรรค์

        เพื่อนที่มาร่วมดื่มในวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นลูกเศรษฐีมีระดับทั้งสิ้น อุปนิสัยใจคอจึงคล้ายๆ กัน เอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ ใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าเสื้อผ้า และไม่ลงหลักปักฐานที่ใคร คนแรกคืออัมรินทร์หรืออั้ม เป็นลูกขายร้านจิวเวอรี่ชื่อดังของเมืองไทย ส่วนคนที่สองคือภาสกรหรือม่อน ลูกชายเจ้าของโรงแรมดังย่านราชประสงค์ คนที่สามคือดลวิทย์หรือดล ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิท และแน่นอนว่า พวกเขาทั้งสี่ได้หนีบสาวสวยที่เรียกกันว่า “เด็กเลี้ยง” มาด้วยที่ตอนนี้ต่างพากันไปห้องน้ำ

        “ไอ้อั้ม ฉันรู้มาจากดลว่า คนที่ติดหนี้แกจะพาน้องสาวมาสังเวยนายเพื่อใช้หนี้แทน เรื่องจริงหรือเปล่าวะ” รัฐรวิศถามเพื่อน

        “อืม จริง” อัมรินทร์ตอบทันที

        “ฉันเพิ่งรู้ว่านายทำแบบนี้ด้วย ปกตินายไม่ชองเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

        “ฉันสงสารผู้หญิงน่ะ มีพี่ชั่วๆ แบบนั้นสักวันต้องตกนรกแน่ เงินที่มันติดฉัน ฉันไม่เอาก็ได้ แค่สามล้านเอง แต่ที่ฉันรับข้อเสนอมันเพราะสงสารน้องสาวมันต่างหาก ได้ข่าวว่า มันจะขายน้องสาวให้เสี่ยรายอื่นที่มันติดหนี้ แลกกับหนี้สินและเงินส่วนต่างที่มันจะได้รับ อีกอย่างฉันรู้จักสันดานมันดี มันขายน้องสาวให้เสี่ยคนนี้เสร็จ มันก็ต้องขายให้คนอื่นต่อ ฉันเลยตัดสินใจซื้อน้องสาวมันซะเอง ฉันไม่อยากให้น้องสาวมันตกนรก โรสมีอนาคตที่ดี เป็นคนดีด้วย ไม่อยากให้โรสตกต่ำ”

อัมรินทร์พูดจากใจ นึกถึงสตรีที่เขากำลังซื้อมาก็ยิ่งสงสาร ชื่อเล่นว่า โรส ที่หลุดจากปากอัมรินทร์ ทำให้รัฐรวิศนึกถึงเพื่อนสนิทของศุภวรรณขึ้นมาทันที เขายิ้มยามนึกถึงใบหน้าของกรรณิการ์

        “ไอ้อั้มมันสงสารจริงจังนะ มันบอกว่า มันซื้อมาก็ไม่ได้ซื้อมาหลับนอนด้วย แต่ซื้อมาเลี้ยงเหมือนน้องสาว ส่งให้เรียนถึงปริญญาเอกถ้าคิดใฝ่เรียน ไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้นด้วย” ดลวิทย์พูดต่อ

        “ขนาดนั้นเชียวหรือวะ ท่าทางโรสจะเป็นคนดีมากเลยนะ นายถึงอยากช่วย” เสียงนี้เป็นเสียงของรัฐรวิศ

        “ดีมากเลยแหละ ฉันรู้จักครอบครัวนี้มาหลายปีแล้ว รู้จักผ่านคุณพ่อคุณแม่น่ะ แต่ก่อนครอบครัวของโรสรวย แต่พอมันเข้ามาบริหารงานแทนพ่อ บริษัทเลยล้ม ติดหนี้สินเยอะ หลังจากนั้นก็หยิบยืมเงินคนอื่นเพื่อประคองตัว ได้ข่าวจากคุณพ่อว่า พ่อมันกับตัวมัน ตบตีโรสบ่อยๆ บางครั้งน่วมไปทั้งตัว พอมันพูดว่ามันจะขายโรสให้เสี่ยบ้ากามรายหนึ่ง ฉันก็เลยรีบบอกว่าจะซื้อไว้เอง สงสารโรสวะ มีพ่อมีพี่ชายแบบนี้”

คนฟังก็พลอยสงสารตามไปด้วย โดยเฉพาะรัฐรวิศที่ทำหน้าสงสัย เป็นเพราะคำบอกเล่าจากปากเพื่อน มีหลายเรื่องที่ตรงกับคำพูดของศุภวรรณ แต่เขาก็คิดว่า คงไม่ใช่โรสคนเดียวกัน...โลกมันไม่กลมขนาดนั้น

“แล้วโรสเต็มใจเหรอ” คำถามนี้เป็นคำถามของภาสกร

“คิดว่าคงไม่ยอม ฉันเลยซื้อเองไง” อัมรินทร์ตอบ เพื่อนทั้งสามพยักหน้ารับรู้ “เออ ไอ้วิศ คอนโดของแกว่างอยู่หรือเปล่า ฉันขอใช้ชั่วคราวหน่อยสิ จะพาโรสไปอยู่บ้านก็ไม่ได้ จะให้อยู่คอนโดของฉันก็ไม่มีห้องว่างเลย เอาไว้ฉันหาที่อยู่ให้โรสได้ ค่อยย้ายออก”

คอนโดหลังนี้รัฐรวิศซื้อไว้สองห้อง ห้องที่เขาให้ศุภวรรณพักอยู่ด้วย เป็นห้องส่วนตัว ส่วนอีกห้องอยู่ห้องตรงข้ามเป็นหนึ่งในสิบห้องที่เขาซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร ขายไปแล้วเก้าห้องก็เหลือเพียงห้องนี้ที่ยังไม่ขาย ซึ่งเขาก็ไม่เดือดร้อนหากไม่มีคนซื้อ คิดไว้ว่า ซื้อไว้ให้หญิงสาวที่ตนคิดเลี้ยงไว้อยู่ก็ได้

“ว่าง ห้องนั้นฉันยังไม่ได้บอกขายหรือให้เช่า นายพาโรสไปอยู่ได้เลย” รัฐรวิศไม่ปฏิเสธเพื่อน “ว่าแต่จะมากันวันไหน ฉันจะได้ให้แม่บ้านไปทำความสะอาด”

“ฉันนัดมันพรุ่งนี้ตอนสองทุ่ม” อัมรินทร์ตอบ

“โอเค ฉันจะให้แม่บ้านไปทำความสะอาดตอนสายล่ะกัน ส่วนกุญแจห้องกับคีย์การ์ดฉันจะฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นะ”

“อืม ขอบใจมาก”

จบคำพูดของอัมรินทร์ สาวๆ ได้เดินมาทรุดกายนั่งข้างผู้ชายของแต่ละคน การสนทนาเรื่องโรสจึงยุติลง และเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องอื่น ก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พักในอีกสองชั่วโมงต่อมา 

<><><><><><><><><> 

        ชรัณขับรถมาจอดตรงจุดนัดหมาย โดยมีพิชัยร่วมเดินทางมาด้วย วันนี้เขากับพิชัยมีนัดมาส่งของให้ลูกค้ารายหนึ่งที่มีมูลค่าสูงหลักสิบล้านบาท ซึ่งมากกว่าสินค้าที่ชรัณส่งเมื่อวานหลายเท่า ชรัณจึงกลัวและประหม่า เกรงว่าหากข่าวรั่วถูกหูตำรวจ และมีการจับกุมขึ้นมา เขาต้องแย่แน่นอน

        “มึงกลัวอีกสิท่า” พิชัยถามชรัณ

        “ก็เออสิวะ กูทำครั้งนี้ครั้งที่สองนะมึง ไม่ได้ทำมาเป็นปีๆ อย่างมึงถึงได้นิ่งนอนใจได้”

        “มันไม่มีอะไรหรอกน่า เฮียเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีอะไรจริงๆ กูคงโดนไปนานแล้ว ไม่เป็นเด็กส่งยามาเป็นปีอย่างนี้หรอก” พิชัยพูดให้เพื่อนสบายใจ สีหน้าชรัณดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังหลงเหลือความกังวลใจให้เห็น

        “งวดนี้ได้เงินค่าจ้างเท่าไหร่วะ”

        “กูว่ากูบอกมึงสองรอบแล้วนะ ตกใจจนลืมเหรอ” พิชัยตอกกลับคล้ายรำคาญ แต่ก็ตอบคำถามเพื่อน “ครั้งนี้ได้คนละสามแสน”

        “สามแสน” ชรัณทวนจำนวนเงิน

        “มึงส่งล็อตใหญ่สักสิบครั้งมึงก็ได้สามล้านแล้ว ส่งรายยิบรายย่อยอีก รวมๆ กันมันก็มานะโว้ย ใช้หนี้บริษัทได้สบายๆ” พิชัยวาดฝันให้เพื่อน

        “ให้มันได้แบบนั้นจริงๆ เถอะ”

        “ได้อยู่แล้ว เชื่อกูสิ กูน่ะมีเงินเก็บเป็นล้านแล้วนะมึง กูกะว่าทำอีกสามสี่งานกูก็จะซื้อที่แถวบ้านนอกเพิ่มได้แล้ว”

        “กูถามมึงหน่อยสิว่า แม่มึงไม่สงสัยบ้างเหรอว่า มึงเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะทั้งที่เป็นแค่พนังงานส่งเอกสาร” ชรัณถามในเรื่องคาใจ

        “ก็ถามนะ แต่กูก็แหลไปว่า ถูกหวยใต้ดินบ้าง ลอตเตอรี่บ้าง เล่นไฮโลเอย ดัมมี่เอย สารพัดที่กูจะแหล นึกอะไรออกก็แหลไปเรื่อย แค่นี้แม่กูก็ไม่สงสัยแล้ว”

        “มึงนี่จอมแหลแห่งปีจริงๆ”

        “เออ กูรับคำชมจากมึง”

        ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

        เสียงเคาะกระจกรถฝั่งคนขับดังขึ้น คนที่กำลังมัวแต่คุยกันหันมามองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างประตูแล้วหันไปมองหน้ากัน พิชัยบอกให้ชรัณเปิดกระจกเพื่อถามชายคนนั้นว่า ต้องการอะไร

        “มีอะไรครับพี่” พิชัยเป็นคนถาม

        “32” ชายคนนั้นพูดตัวเลขขึ้นมา พิชัยรู้รหัสจึงตอบกลับ

        “47 ครับ” พิชัยตอบกลับ “พี่เอกไม่มาเองเหรอครับพี่”

        “มันไปรับอีกสายนึง”ชายคนรับยาตอบ “รีบดีกว่า พี่ต้องไปที่อื่นต่อ”

        “ครับพี่” พิชัยกับชรัณก้าวลงจากรถ เดินไปเปิดกระโปรงท้ายรถ “ของอยู่ในกระเป๋าครับพี่”

        “ไอ้น้องเปิดให้พี่ดูหน่อยสิ” พิชัยเป็นคนเปิดกระเป๋าทั้งสี่ใบให้คนรับยาดู

        “พี่มาคนเดียวหรือครับ แล้วจะเอาไปยังไง” ชรัณถาม เมื่อวานมีของน้อยกว่านี้ยังมาสามคน แต่นี่มีสี่กระเป๋าใหญ่กลับมาคนเดียว

        “พี่มาหลายคน โน่นไงเดินมาโน่นแล้ว”

ชรัณกับพิชัยหันไปมองชายฉกรรจ์สี่คนที่เดินลงมาจากรถยนต์คันหนึ่งที่จอดห่างกับรถของพิชัยประมาณสิบเมตร เด็กส่งของทั้งสองคิดว่า กลุ่มคนที่เดินมาคือคนรับยา จึงยืนนิ่งไม่ก้าวเท้าไปไหน

“ผมขอจับกุมคุณสองคนในข้อหาค้ายาเสพติด”

แต่พอได้ยินเสียงของชายที่บอกรหัส ขาของชรัณกลับแข็ง ก้าวเท้าไม่ออก มองกลุ่มคนกลุ่มนั้นตาค้างและตกใจจึงถูกจับได้โดยละม่อมไม่ต้องเหนื่อยแรง ส่วนพิชัยใช้ความไววิ่งหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบอีกสองนายวิ่งตามไป

“ไป เอาตัวไปหน่วย” ชายคนเดิมที่พูดเมื่อครู่บอกลูกน้อง       

“ผมไมได้ทำอะไรผิด มาจับผมทำไม ปล่อยผมนะ”

ชรัณที่ได้สติรีบพูด แต่ก็คิดว่าสายเกินไป เพราะเขาถูกล็อกด้วยกุญแจมือ แล้วยังมีตำรวจอีกสองนายจับแขนเอาไว้ ชรัณพยายามสะบัดตัวเอาตัวรอด ทว่าแรงเขาน้อยกว่าอีกสองคนที่ประกบตัวเขาไม่ห่าง ชรัณจึงไร้ซึ่งอิสรภาพ ถูกพาตัวขึ้นไปบนรถของตำรวจ ขณะที่นั่งอยู่ในรถ

ชรัณตกอยู่ในอาการช็อค เขาแทบไม่มีความคิดความอ่าน สมองดูเหมือนจะไม่สั่งการ มึนงงไปหมด ไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้ เนื่องจากพิชัยบอกย้ำหนักย้ำหนาว่า ตำรวจไม่มีทางได้กลิ่นเรื่องนี้แน่นอน ทว่าตอนนี้ไม่เพียงแค่ตำรวจได้กลิ่น เขายังถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดีที่คิดว่า คงรอดยาก เนื่องจากมีทั้งหลักฐานเป็นยาม้าและเฮโรอีนจำนวนมาก มูลค่าของมันทำให้เขาติดคุกได้ตลอดชีวิต

ความเสียใจเกิดขึ้นในจิตใจของชรัณ เขากำลังรู้สึกผิดที่ตัดสินใจทำเรื่องนี้ หากวันนั้นเขาคิดถึงผลที่ตามมาให้มากสักหน่อย เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่กว่าจะนึกได้ ทุกอย่างก็สายเกินไป

<><><><><><><><> 

        พิชัยหยุดวิ่ง เมื่อวิ่งห่างจากรถยนต์ราวสองร้อยเมตร ก่อนจะขยับตัวไปนั่งอยู่บนอิฐข้างต้นไม้ มองดูนายตำรวจกำมะลอสองคนวิ่งมาสมทบ

        “ไอ้ชัย มึงจะวิ่งไวทำไมวะ วิ่งเยาะๆ ก็ได้ กูเหนื่อย” คนร่างอ้วนถึงกับหอบ

        “วิ่งเยาะๆ มันจะสมจริงเหรอพี่อ้วน วิ่งหนีตำรวจนะไม่ได้วิ่งออกกำลังกาย” พิชัยโต้กลับ

        “มึงไปทำตามแผนต่อไปได้เลย เดี๋ยวกูต้องกลับไปสมทบกับพี่โภชน์” ชายอีกคนนามว่า พี่เต้บอกพิชัยที่ชักสีหน้าสงสัย

        “ถามจริงเถอะพี่ คุณวินทำแบบนี้ทำไม”

พิชัยสงสัยเรื่องนี้ไม่หาย เขาอึ้งไปในทันทีที่รู้ว่า ตนเองต้องทำอะไร แต่ขณะนั้นเขาไม่มีสิทธิ์เอ่ยถามใดๆ นอกจากทำตาม เพราะหากไม่ทำเขาจะถูกดำเนินคดีเรื่องที่นำสินค้าของบริษัทฯ ไปจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ถ้าหากทำงานนี้ทุกอย่างจบ แล้วเขาก็ได้ทำงานตามเดิม

“มึงไม่ต้องสู่รู้ มึงมีหน้าทำงานตามคำสั่ง แล้วอย่าเสือกเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้ามึงทำอย่างนั้น มึงคงรู้นะว่า อะไรจะเกิดขึ้น” อ้วนขู่

“ผมรู้น่า ผมแค่อยากรู้ ไอ้โจ้มันก็เพื่อนผม ผมสงสารและเห็นใจมัน”

พิชัยก็ไม่อยากทำ แต่เพราะความจำเป็น เขาจึงต้องแสดงละครตามผู้กำกับสั่ง ระหว่างที่ทำ ใจเขาก็รู้สึกไม่ดี ยิ่งเห็นหน้าชรัณเต็มไปด้วยความทุกข์ พิชัยก็ยิ่งสงสาร แต่เขาก็ต้องสงสารตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะหากไม่ทำ เขาก็ต้องไปนั่งนอนในคุก พิชัยถึงได้แสดงละครได้อย่างแนบเนียน แสดงให้สมกับเป็นคนส่งยาผู้เจนจัดจริงๆ ส่วนของในกระเป๋าที่อ้างว่าเป็นยาบ้า ก็ใช้ยารักษาโรคที่มีสีและขนาดเหมือนยาบ้า หลอกตาชรัณ เฮโรอีนก็ใช้แป้งอัดๆ ใส่ถุงแล้วมัด ทำให้เหมือนห่อยานรกจริงๆ ชรัณที่ไม่เคยเห็นทั้งยาบ้าและเฮโรอีนจึงหลงกลอย่างง่ายดาย

“บางเรื่องมึงไม่ต้องรู้น่ะดีแล้ว มึงแค่ทำงานให้เสร็จ ตัวเองจะได้รอดจากคุก มึงก็รู้นี่ว่า คนอย่างคุณวิน บทจะร้ายน่ะร้ายแค่ไหน” อ้วนกล่าวเชิงเตือน “อย่าปากมากนะมึง กูไม่อยากตามเก็บมึง”

“รู้แล้วน่าพี่อ้วน ผมไม่ปากหมาแน่นอน ผมไม่อยากตาย” พิชัยเสียงอ่อย ยิ้มแห้ง

“ไปทำตามแผนสุดท้ายได้แล้ว ทำเสร็จงานมึงก็เสร็จตามไปด้วย”

“ครับพี่” พิชัยรับคำ ก่อนที่ทั้งสามจะแยกย้ายกันไปทำงานตามแผนการของรัฐรวินทร์ ที่วางไว้เป็นขั้นเป็นตอน

พิชัยไม่ใช่เด็กส่งยา แต่เป็นเพียงพนักงานที่หลงผิด คิดผิดนำสินค้าในบริษัทไปจำหน่ายให้บุคคลอื่น พอเขาถูกจับได้และกำลังถูกดำเนินคดีของหายักยอกทรัพย์ แต่เหมือนเขายังมีบุญ เมื่อถูกรัฐรวินทร์เรียกพบ ก่อนจะยื่นข้อเสนอบางอย่างให้เขา ซึ่งพิชัยยอมตกลงทำแต่โดยดี แล้วทำได้ดีมากด้วย

ตอนนี้รัฐรวินทร์กำลังถือมีดรอเชือดเกวลิน เขากำลังมุ่งหน้าสู่ชัยชนะ ปราบสาวปากดี ถือดีที่กล้าทำร้ายเขาให้อับอาย เขาจะทำให้เกวลินรู้ว่า คนที่ทำให้เขาอับอายขายหน้า เป็นขี้ปากชาวบ้านจะได้รับสิ่งใดตอบแทน 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #2 Pinkrabbit15 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 05:58
    วางแผรได้แนบเนียนมาก 
    #2
    0
  2. #1 Junior-zaaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 17:06
    จะอาฆาตอะไรขนาดนั้น555
    #1
    0