จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

โรงพยาบาลดวงลัดดา สถานพยาบาลเอกชนด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของบุคคลที่มีอาการทางประสาทในรูปแบบที่แตกต่างกันไป สถานพยาบาลแห่งนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งในรูปแบบโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางให้การรักษาผู้ป่วย รวมถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตกับบุคคลทั่วไปด้วย

ส่วนที่สองตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านหลังโรงพยาบาลที่แยกเป็นสัดส่วน พื้นที่ส่วนนี้จะเป็นเรือนพักอาศัยของผู้ป่วยจิตเวช ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และผู้ป่วยที่ทางครอบครัวหรือทางญาติไม่สะดวกดูแล ก็จะมาฝากไว้กับที่นี่ โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน ที่จำแนกฐานะของผู้ใช้บริการ

ส่วนนี้จะล้อมด้วยรั้วรอบคอบชิดกันผู้ป่วยหลบหนี มีอาคารสูงสี่ชั้นแบ่งเป็นห้องเพื่อให้ผู้ป่วยทางจิตพักอาศัย โดยมีพยาบาลและบุรุษพยาบาลสับเปลี่ยนดูแล ถัดไปอีกหน่อยจะเป็นเรือนพักเป็นหลังแบบส่วนตัว ภายในบ้านมีเครื่องอกนวยความสะดวกหลายอย่าง และติดเครื่องปรับอากาศทุกหลัง มีสองห้องนอน หนึ่งห้องเป็นของผู้ป่วย อีกหนึ่งห้องมีไว้รับรองญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมค้างคืน ในส่วนนี้จะต้องจ่ายเงินค่าดูแลมากกว่าผู้ป่วยที่อยู่บนตึก ค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณสามถึงห้าหมื่นบาท ซึ่งครอบครัวของผู้ป่วยรายนั้นก็ยอมจ่าย เป็นเพราะไม่สะดวกดูแลพวกเขาที่ต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ

ระบบความปลอดภัยของโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเกี่ยวกับตัวผู้ป่วยหรือสถานที่ แต่ก็มีบางครั้งที่อารมณ์ของผู้ป่วยที่เกิดกำเริบขึ้นมาแล้วทำความเกิดความเสียหาย อย่างเช่นเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ที่เกิดขึ้นกับพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยวีไอพี ที่ให้ค่าตอบแทนในการดูแลผู้ป่วยนามอัจฉราสูงถึงเดือนละหนึ่งแสนบาท

อัจฉราหรืออ้อมเป็นบุตรสาวคนโตของอมรกับอัมพร ภรรยาเก่า ที่ไม่มีคนรู้เรื่องในอดีตของอมรเรื่องนี้มากนัก รู้แค่เพียงในเครือญาติ และเพื่อนสนิทสองสามคนเท่านั้น อัจฉราผู้ป่วยทางจิตเวชที่มีสาเหตุมาจากความเจ็บปวดเรื่องความรัก และความกลัวบวกกับความเสียใจกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิต หล่อนถูกนำตัวมารักษาที่นี่เมื่อแปดปีก่อน วันนี้หล่อนอาการกำเริบ กรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อภาพความทรงจำอันเจ็บปวดจุดประกายขึ้นในสมอง ส่งผลให้หล่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ประจวบเหมาะกับเจ้าหน้าที่นำอาหารมาให้ อัจฉราคว้าช้อนส้อมจ้วงแทงเจ้าหน้าที่คนนั้นจนได้รับบาดเจ็บ

ไม่เพียงแค่นั้น อัจฉราทำลายข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านจนได้รับความเสียหาย แล้วดูเหมือนมีอะไรหลายอย่างเป็นใจ มีคนงานมาก่อสร้างบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ติดกัน ตรงนั้นมีถังน้ำมันก๊าดวางอยู่ อัจฉราหยิบน้ำมันก๊าดมาสาดบ้านพักหลังที่ตนพักอยู่ ก่อนจะใช้ไฟแช็คที่บังเอิญว่า มันตกอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักมาจุด เมื่อน้ำมันมาเจอกับไฟจึงเกิดเพลิงไหม้ ดีท่าตอนที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เห็นเสียก่อน จึงช่วยกันดับก่อนจะเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วย ความเสียหายครั้งนี้ทำให้บ้านพักมอดไปเกือบครึ่งหลัง อัจฉราถูกแยกไปอยู่อีกห้องหนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนที่เตือนใจจะแจ้งให้บิดาผู้ป่วยทราบ

อมรกับโสภาเดินเข้าไปในโรงพยาบาลดวงลัดดา ทั้งสองไม่ได้พบแพทย์หรือมีอาการผิดปกติทางจิตแต่อย่างใด ทว่าสองสามีภรรยามาที่นี่เพื่อพบกับใครบางคนที่เพิ่งก่อเรื่อง ตอกย้ำความทุกข์อันหนักอกให้ทั้งคู่เพิ่มมากขึ้น อมรกับภรรยามุ่งหน้าเดินไปยังส่วนบ้านพักที่อยู่ด้านหลังโรงพยาบาล พอเดินไปในอาคารสี่ชั้นเพื่อพบกับหัวหน้าผู้ดูแลบ้านพักที่นั่งรอสองสามีภรรยาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ขอโทษครับที่มาช้า ผมได้ข่าวจากคุณเดือน ผมก็รีบมาเลยครับ” อมรบอกเตือนใจ “แล้วเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ”

“นั่นสิคะ ทำไมอยู่ๆ อากาของเปรมถึงได้กำเริบขึ้นมาคะ” โสภาถามเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า

“คุณอ้อมไม่ได้กินยาค่ะ หลังจากที่เพลิงสงบ ดิฉันเข้าไปตรวจดูภายในบ้าน ดิฉันไปเจอยาที่คุณอ้อมต้องทานซุกอยู่ในลิ้นชัก พอไม่ได้กินยาอาการก็เลยกำเริบ เพราะหลังจากที่พาตัวคุณอ้อมไปอีกห้องหนึ่ง เธอยังกรีดร้องและพูดด้วยท่าทางหวาดกลัวเกี่ยวกับเรื่องที่เผชิญมา ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด จนหมดต้องฉีดยานอนหลับให้ค่ะ” เตือนใจบอก สีหน้าหนักใจ

“คุณอ้อมก่อความเสียหายทั้งคนและทรัพย์สิน ทางเราก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต เพราะมันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของเราด้วย ส่วนหนึ่งทางเรายอมรับว่ามีหลายอย่างที่ประมาท ไม่รอบคอบ จนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น อีกอย่างก็ไม่อยากฟ้องร้องให้วุ่นวาย เพราะถึงอย่างไรคุณอ้อมก็เป็นผู้ป่วยทางจิต กฎหมายเอาผิดไม่ได้ ต้องรอจนกว่าคุณอ้อมจะหายถึงดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางเราคิดว่าตกลงกับคุณอมรดีกว่าค่ะ”

อมรหันมามองหน้าภรรยาที่นั่งน้ำตาปริ่ม ทั้งสองเข้าใจคำพูดของเตือนใจ และยินดีทำตามข้อตกลงของหล่อน เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต เป็นข่าวคึกโครม เพราะปิดเรื่องนี้เป็นความลับมานานหลายปี

“แล้วจะเอายังไงครับ” อมรเอ่ยถาม

“ทางคุณอมรจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเจ้าหน้าที่ที่ถูกแทง ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วและพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนเรื่องค่าเสียหายจากไฟไหม้ทางเราจะออกครึ่งหนึ่ง ทางคุณอมรครึ่งหนึ่ง ถือว่าช่วยกันรับผิดชอบ คุณอมรคิดเห็นว่าอย่างไรคะ”

“ไม่มีปัญหาครับ เอาตามที่คุณเตือนพูดครับ”

“มีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ”

“เรื่องอะไรครับ”

“ดิฉันขอเงินค่าทำขวัญเจ้าหน้าที่ที่ถูกแทงสามหมื่นบาทค่ะ”

“ครับ ผมยินดีจ่ายครับ” อมรตอบทันทีโดยไม่คิด “จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเท่าไหร่ครับ”

“เรื่องค่ารักษาตัวเจ้าหน้าที่ ดิฉันไม่ทราบตัวเลขค่ะ แต่ค่าเสียหายบ้านพักสองหลัง เพราะบ้านที่คุณอ้อมพักเป็นบ้านแฝด ทำให้อีกหลังเสียหายไปด้วย รวมแล้วก็ประมาณเจ็ดแสนบาทค่ะ”

อมรระบายลมหายใจออกมาพรืดยาว เป็นความหนักใจและความทุกข์ที่เขาต้องแบกรับ เรื่องเก่ายังไม่ทันเคลียร์จบ เรื่องใหม่ก็เข้ามาทับถม เป็นเรื่องที่ตนต้องจัดการอย่างเร่งด่วนด้วย

“ตามนั้นครับคุณเตือน พรุ่งนี้ผมจะโอนเงินให้นะครับ”

“แล้วเปรมจะยังอยู่ที่นี่ต่อไปได้หรือเปล่าคะ”

โสภาถามด้วยความกังวล เพราะหากที่นี่ไม่รับดูแลอัจฉรา นางก็ต้องหาสถานที่แห่งใหม่ ครั้นจะรับกลับไปพักที่บ้านก็ไม่ได้ ไม่ใช่ว่ารังเกียจที่อัฉราเป็นลูกเลี้ยง จะว่าไปนางให้ความรัก ความเอ็นดูและเมตตากับอัจฉราไม่น้อย เพราะหลังจากที่อัมพรเสียชีวิต นางก็รับอัจฉรามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน และการรับลูกเลี้ยงมาอยู่ด้วย คือต้นเหตุของเรื่องเลวร้าย แต่เป็นเพราะเกรงว่าจะดูลอัจฉราไม่ดีพอ

“ได้ค่ะ แต่ต้องให้อยู่บนตึกก่อนนะคะ พอบ้านพักสร้างเสร็จก็ค่อยย้ายไปอยู่ตามเดิม”

 “ขอบคุณมากค่ะ”

“ผมกับคุณภาขอตัวไปเยี่ยมเปรมก่อนนะครับ” 

“ค่ะ ดิฉันจะให้แมวพาไปนะคะ”

เตือนใจเรียกเจ้าหน้าที่ชื่อเล่นว่าแมว ให้พาสองสามีภรรยาไปเยี่ยมอัจฉราที่ย้ายขึ้นไปพักบนตึกชั่วคราว ระหว่างที่อมรกับโสภากำลังเดินไปตัวอาคารสูงสี่ชั้น เอมิกาได้เดินทางมาถึงพอดี

“ว่าไงคะพ่อ เรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ”

เอมิกาถามบิดา ที่เดินไปเล่าเรื่องไป จนกระทั่งถึงห้องที่อัจฉราพัก ทั้งหมดเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยที่มีเพียงเตียงนอน เก้าอี้ไว้สำหรับญาติผู้ป่วยนั่งเท่านั้น

อมรยืนริมเตียง มองใบหน้าลูกสาวคนโตที่นอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา มือใหญ่เหี่ยวย่นตามวัยลูบหัวคนที่นอนหลับแผ่วเบาด้วยกิริยาอ่อนโยน ก่อนหน้าที่อัจฉราจะป่วยทางจิต หล่อนเป็นหญิงสาวสดใส ร่าเริง ยิ้มเก่ง พูดจาไพเราะอ่อนหวาน หัวอ่อนเชื่อคนง่าย และกำลังมีอนาคตที่ดีรออยู่เบื้องหน้า ความใฝ่ฝันของอัจฉราคือเป็นแพทย์หญิง ตั้งมั่นมุ่งมานะทำตามฝัน ทว่าทุกอย่างที่คาดหวังไว้พังทลาย เพราะชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของอัจฉรา

ในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบอายุสิบหกปีของเอมิกาเมื่อแปดปีก่อน หลังจากอัมพรเสียชีวิต อมรรับอัจฉรามาอยู่ด้วย มาอยู่ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ก็ถึงงานวันเกิดของเอมิกา อมรจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวคนเล็กในโรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิท เอมิกาชักชวนเพื่อนร่วมชั้นเรียนและเพื่อนสนิทที่คบกันตั้งแต่ชั้นอนุบาลสองคนคือ รัตนามณีกับชาติชายมาร่วมงานด้วย รัตนามณีมากับพี่สาวที่เอมิกาก็ให้ความสนิทสนมด้วย ทว่าชาติชายมากับเพื่อนข้างบ้านที่มีอายุมากกว่าเขาสี่ปีชื่อเด่นชัย

ภายในงานอัจฉราได้พบกับเด่นชัย ฝ่ายชายถูกใจอัจฉราตั้งแต่แรกเห็น และเดินหน้าจีบหล่อนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ในขณะนั้นอัจฉรากำลังศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความบังเอิญเกิดขึ้นเมื่อเด่นชัยเรียนอยู่มหาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่เช่นกัน ส่งผลให้ทั้งคู่เกิดความสนิทสนมในระยะเวลาอันรวดเร็ว อัจฉราหลงรักเด่นชัยจนหมดใจ

ภาพลักษณ์ภายนอกที่เด่นชัยสร้างขึ้นเป็นภาพลวงตา เขาไม่ได้นิสัยดี จิตใจอ่อนโยนเหมือนที่ใครหลายคนเข้าใจ เด่นชัยมีรูปกายเป็นทรัพย์ หล่อ สมาร์ทและดูดี จึงมีสตรีหลายวัยให้ความสนใจ ในขณะที่คบหาอัจฉราเป็นแฟน เด่นชัยก็มีหญิงสาวทั้งสาวและตกพุ่มม่ายเป็นกิ๊ก รวมถึงสาวประเภทสองที่แปลงเพศเรียบร้อยนามว่า แพนตี้ คนที่จุดชนวนเรื่องเลวร้าย

เด่นชัยแพ้ความดี ความน่ารัก มองโลกในแง่ดีและความสดใสของอัจฉรา จากเดิมที่จะปอกลอกและหลอกฟันเปลี่ยนไป เขากลับรักหล่อนจากใจจริง คิดไว้ว่าเมื่อเรียนจบ เขาจะเลิกกับผู้หญิงที่ให้ความสนับสนุนตนเรื่องเงิน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความคิด เมื่อแพนตี้ สาวประเภทสองที่หลงรักเขามาก มีความหึงหวงแรงกล้ารู้เรื่องนี้ แพนตี้สั่งให้เขาเลิกกับอัจฉรา

คราแรกเด่นชัยไม่ยอม ทว่าก็เกิดเรื่องกับพี่ชายตนที่ต้องใช้เงินนับล้านบาทในการแก้ปัญหา ครั้นจะไม่หาก็ให้พี่ชายก็ไม่ได้ เป็นเพราะมารดาขอร้องทั้งน้ำตา เด่นชัยจึงต้องหาเงินจำนวนนี้ในระยะเวลาสามวัน ซึ่งคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือในทันทีที่รู้ข่าวคือ แพนตี้ แต่ต้องมีข้อแม้ว่า ต้องเลิกกับอัจฉรา เด่นชัยตอบตกลงเพราะต้องการเงิน

เด่นชัยทำตัวเหมือนเลิกกับอัจฉรา เขาห่างคนรักตบตาแพนตี้ด้วยการบอกอัจฉราว่า ช่วงนี้อาจไม่ได้มาหาเนื่องจากต้องกลับกรุงเทพไปดูแลมารดาที่ป่วย อัจฉราหลงเชื่อ ตั้งใจว่าจะไปกรุงเทพกับเขาด้วย แต่ก็ทำตามใจไม่ได้เนื่องจากติดเรียน ทั้งสองติดต่อกันทางโทรศัพท์และแอพพลิเคชั่นไลน์  ความมาแตกในวันหนึ่ง วันที่เด่นชัยเข้าห้องน้ำแล้วข้อความไลน์เด้งขึ้นมา แพนตี้ถือวิสาสะเปิดอ่านข้อความ และไล่อ่านข้อความที่เด่นชัยลืมลบ แพนตี้จึงรู้ความจริง แพนตี้โกรธเด่นชัย และแค้นอัจฉรา แพนตี้จึงคิดแผนกำจัดอัจฉราไปให้พ้นเส้นทางรักของตน

แพนตี้เป็นคนรักแรงเกลียดแรง แน่นอนว่าหากหล่อนไม่พอใจใคร คนนั้นจะไม่ปลอดภัยในชีวิต ทว่าหล่อนกลับรักเด่นชัยมาก มากจนไม่กล้าทำอะไรเด่นชัย หวยจึงมาตกที่อัจฉรา แต่งานนี้มันจะสะใจมากยิ่งขึ้น หากอัจฉราจะต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเด่นชัย แพนตี้จึงขู่เด่นชัยว่า หากไม่ทำตามที่หล่อนบอก หล่อนจะฆ่าเด่นชัย ก่อนที่เด่นชัยจะตาย หล่อนจะทำให้ครอบครัวของเขาพินาศด้วย เด่นชัยจำยอมทำตามที่แพนตี้สั่ง

เด่นชัยหลอกล่อให้อัจฉรามาพบตนที่ห้องพักแห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ อ้างว่าห้องพักแห่งนี้เป็นห้องพักใหม่ที่ตนเพิ่งเข้ามาอยู่ อัจฉรารักและไว้ใจเด่นชัยจึงหลงเชื่อ พอไปถึงห้องพักห้องนั้น หล่อนกลับไม่พบคนรัก แต่ได้พบกับชายวัยรุ่นจำนวนสามคน อัจฉราถูกกระชากลากถูเข้าไปในห้อง ก่อนที่ชายสามคนนั้นจะลงมือข่มขืนอัจฉรา ด้วยความตกใจสุดขีด บวกกับความกลัวเต็มพิกัด หล่อนกรีดร้องออกมาดังลั่นเมื่อเสื้อผ้าถูกกระชากติดมือชายทั้งสาม ก่อนที่อัจฉราจะหมดสติในวินาทีต่อมา

พอฟื้นคืนสติ อัจฉราก็ไม่เหมือนเดิม หญิงสาวผู้น่าสงสารอยู่ในโลกที่จะไม่มีใครทำร้ายหล่อนได้ หัวสมองหล่อนว่างเปล่า ไม่มีความคิดอ่านใดใด จำใครไม่ได้แม้แต่พ่อแท้ๆ บางครั้งอัจฉราก็กรีดร้อง ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว ใช้มือขัดตัวแรงๆ เสมือนกับว่ากำลังลบรอยคราบความอัปยศออกไปจากร่างกาย วิ่งออกจากบ้านเพราะกลัวคนรอบกาย บ่อยครั้งที่อมรกับคนในบ้านต้องวิ่งไล่จับ ก่อนที่อมรจะตัดสินใจพาอัจฉรามาอยู่ในโรงพยาบาลดวงลัดดา เพื่อรักษาอาการอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

“โธ่ ลูกพ่อ ไม่น่าเลยลูก”

อมรกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาสงสารชะตาชีวิตของบุตรสาวคนโตที่ไม่ได้เลี้ยงดูสักเท่าไหร่ เนื่องจากอัจฉราอยู่กับอัมพรตั้งแต่เกิด เขาแค่ส่งค่าเลี้ยงดูให้ทุกเดือนไม่เคยขาด ไปหาลูกบ้างแต่ก็ไม่บ่อย แม้ว่าจะห่างเหินกันด้วยระยะทาง ทว่าความรักก็ไม่เคยขาด นับตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายกับอัจฉรา เขาก็โทษตัวเองที่ดูแลหล่อนไม่ดีพอ ขอโทษต่อดวงวิญญาณของอัมพรด้วยเช่นกัน

โสภากับเอมิกาไม่มีคำใดเอ่ย ทั้งคู่กอดและร้องไห้ในอ้อมแขนของกันและกัน ความรู้สึกของทั้งคู่ไม่ต่างกับอมร มีความเสียใจและสงสารอัจฉราท่วมท้นในจิตใจ

เงินที่หามาได้แล้วตั้งใจว่าจะไปใช้จ่ายในบริษัท ก็ต้องเบียดมารับผิดชอบในเรื่องที่อัจฉราก่อ แต่อมรยอมเสียเนื่องจาก อัจฉราไม่รู้ตัวว่าทำอะไร อีกทั้งเขาเป็นพ่อ มีหน้าที่ดูแลลูกและรับผิดชอบทุกการกระทำที่อัจฉราก่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น