จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 25 : บทที่ 11 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 60


จอมใจภาวินทร์
อัญญาณี
www.mebmarket.com
      ความแค้นที่สะสมเป็นเวลาหลายปีกำลังถูกสะสาง “หล่อน” ที่ไม่เคยสำนึกผิดกับการกระทำของตัวเองกำลังถูก        “เขา” ลงทัณฑ์ วิธีการลงโทษขอเขาไม่ธรรมดา นอกจากจะทำให้ครอบครัวเธอหมดเนื้อหมดตัว เขายังทำให้หล่อนมาอยู่ในฐานะนางบำเรอ ที่ยิ่งนับวันความเร่าร้อนของจำเลย จะยิ่งทำให้โจทก์หวั่นไหว และโขกสับหล่อนยิ่งกว่าทาส ทาสสวาทที่ไม่ธรรมดา...เพราะฤทธิ์เดชยิ่งกว่าพริกร้อยเม็ด!       “ถ้าเธอไม่หยุดทำให้ฉันปวดหัว ฉันจะจูบเธอต่อหน้าคนงาน” ภาวินทร์ขู่เสียงเขียว จ้องมองสาวตรงหน้าที่ยืนเท้าเอว ไม่มีทีท่าเกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย       “ถ้าคุณจูบฉันต่อหน้าคนงาน ฉันก็จะจูบพี่ชาตรีต่อหน้าคุณเหมือนกัน” เจอย้อนแบบนี้เข้าไป ภาวินทร์ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเธอจะยอกย้อนเช่นนี้ ก่อนจะหันไปมองชาตรี ลูกน้องคนสนิทที่สะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าตนเข้าไปอยู่สงครามประสาท       “เธอกล้าเหรอ” ภาวินทร์เสียงเข้มกว่าเก่า       “คุณก็ลองทำดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าฉันทำจริงหรือไม่จริง” เอมิกาท้ากลับ เชิดหน้าใส่ “ฉันทำให้คุณดูตอนนี้เลยก็ได้นะ มามะ พี่ชาตรีจ๋า มาให้เอมจูบหน่อย”      ผู้พูดเดินตรงไปหาชาตรีที่ก้าวถอยหนีด้วยความกลัว เขาไม่ได้กลัวว่าเอมิกาจะจูบตนจริงๆ แต่กลัวแววตา ท่าทางของเจ้านายตัวดีต่างหาก กลัวว่าเท้าหนักๆ ของเจ้านายจะประเคนใส่หน้าตน ภาวินทร์ถึงกับทนไม่ไหว ตะเบ็งเสียงเรียกสาวแสบดังลั่น       “เอมิกา!” ไม่พูดเปล่า เขาก้าวฉับๆ ไปหาร่างแน่งน้อย ก่อนจะจับหล่อนพาดบ่า เดินลิ่วๆ ไปบ้านพัก เดินไปตีก้นหล่อนไปด้วย ไม่สนใจเสียงร้อง และกำปั้นน้อยๆ ที่ทุบหลังเขาไม่หยุด “ร้ายนักนะ ร้ายอย่างนี้เดี๋ยวจะทำให้คลานลงจากเตียงเลยคอยดู”        มาดูกันสิว่า คดีนี้ใครจะชนะระหว่าง โจทก์หนุ่มสุดหล่อกับจำเลยสุดสวย ใครคือผู้ชนะ

นอกจากเป็นเจ้ามือหวยจำเป็นแล้ว ภาวินทร์มีตำแหน่งเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหน้าที่โดยไม่รู้ตัว ตำแหน่งที่ว่านั้นคือ องครักษ์พิทักษ์เอมิกาเป็นเพราะมีชายหนุ่มหลายวัยมองหล่อนอย่างไม่เกรงใจสายตาเขา ภาวินทร์จึงต้องประกาศตัวเป็นเจ้าของด้วยการโบเอวเล็กหรือไม่ก็โอบไหล่หล่อนไม่ห่าง พร้อมกับถลึงตาใส่เชิงห้ามปรามอีกด้วย

        “คุณป้องคะ ยิงเป้าให้หน่อยสิ อยากได้ตุ๊กตา” หล่อนหันมาบอกบอดี้การ์ดหนุ่ม

        “ทำไมเรียกคุณ เรียกพี่สิ” เขาหงุดหงิดทุกครั้งที่เอมิกาเรียกตนว่าคุณ ภาวินทร์อยากได้ยินหล่อนเรียกตนด้วยสรรพนามเดิมมากกว่า “ที่ตอนนอนกับฉันยังเรียกพี่ป้องคะ พี่ป้องขาเลย ทำไมตอนนี้ไม่เรียก”

        ดีนะที่นุ่มนิ่ม กิ่งไผ่และพวกป้าๆ ไปจองที่นั่งดูลิเกกันก่อน จึงไม่มีใครได้ยินคำพูดของเขา ไม่เช่นนั้นหล่อนต้องอายจนหน้าแทรกแผ่นดินแน่

        “ก็ตอนนั้นกับตอนนี้สถานะไม่เหมือนกันไงคะ เอมก็เลยเรียกพี่ป้องว่าคุณ แต่ถ้าพี่ป้องอยากให้เรียกตามเดิมก็ตามนั้นค่ะ เอมเป็นลูกหนี้ค้านอะไรเจ้าหนี้ไม่ได้อยู่แล้ว”

        “ถ้างั้นก็เรียกพี่สิ พี่จะได้ยิงเป้าให้ พี่ยิงแม่นนะ เอมก็น่าจะรู้ว่าพี่ยิงแม่นแค่ไหน ไม่เคยพลาดเป้าเลย เข้าตรงทุกครั้งที่ปาเป้า”

        เอมิกาหน้าแดงกับคำพูดสองแง่สองง่ามของภาวินทร์ ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องใด ที่ว่า ไม่เคยพลาดเป้า หล่อนอยากจะเอาเล็บข่วนหน้าหล่อๆ ของเขาเหลือเกิน

        “พี่ป้องขา ยิงเป้าเอาตุ๊กตาให้เอมหน่อยนะคะ เอมอยากได้ตัวนั้น” หล่อนชี้ไปยังตุ๊กตาตัวใหญ่

        “ถ้าพี่ยิงได้ คืนนี้เอมต้องให้รางวัลพี่นะ” เอมิกาหน้าเปื้อนสีเลือดอ่อนๆ หล่อนไม่ตอบด้วยเสียง แต่พยักหน้าแทน

        “เย้ๆๆ ได้แล้ว พี่ป้องได้ตุ๊กตาแล้ว”

เอมิกากระโดดตัวดีใจที่ภาวินทร์ยิงกระป๋องได้ตามจำนวนที่ผู้ขายติดป้ายบอกไว้ และได้รางวัลเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ที่หล่อนรีบไปชี้ตัวตุ๊กตาที่อยากได้

“ชอบเหรอถึงอยากได้” ภาวินทร์อดแปลกใจไม่ได้ว่า เอมิกาอยากได้ตุ๊กตาไปทำไม จะว่าไปมูลค่าของตุ๊กตาตัวนี้ไม่ได้แพงเท่ากับตุ๊กตาหลายตัวที่เอมิกามีอยู่ อีกทั้งเป็นที่รู้กันอยู่ว่าไม่ใช่ของถูกลิขสิทธิ์

“อยากได้ค่ะ เอมจะเอาไปให้นุ่น ลูกสาวของพี่นัน เอมได้ยินนุ่นพูดกับพี่นันว่า อยากได้ตุ๊กตา แต่พี่นันไม่มีเงินซื้อให้ พรุ่งนี้เอมจะเอาไปเซอร์ไพรส์นุ่นค่ะ”

ภาวินทร์อึ้งไปกับคำตอบ ไม่คิดว่าเอมิกาจะมีใจเอื้ออาทรกับคนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็อยู่ในภาวะลำบาก เสี้ยววินาทีเขามีความคิดว่า หากหล่อนไม่ใช่คนที่ฆ่าน้องชายเขาก็คงดี ความรู้สึกหลายอย่างที่เขาพยายามเก็บกักไว้ จะฉายชัดเต็มหัวใจได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

ไม่ได้...เขาจะอ่อนแอไม่ได้ สิ่งที่เขาต้องทำคือ ทำร้ายจิตใจเอมิกา ไม่ใช่ปล่อยให้หล่อนมีความสุข ยิ้มร่าเช่นตอนนี้

“ไปกัน...” ภาวินทร์ตั้งใจจะตวาดและพาเอมิกากลับไร่ ไม่พาไปดูลิเกตามที่คุยกันไว้ ทว่าเสียงหวานออดอ้อนของเอมิกาดังขัด ไม่เพียงแค่นั้นหล่อนยังยิ้มหวานปลิดหัวใจภาวินทร์อีกด้วย และนั่นทำให้ความตั้งใจของเขายุบตัวลง ถูกกลบด้วยปลายเท้าของลูกหนี้สาว

“พี่ป้องขา พาเอมไปดูลิเกได้แล้วค่ะ ไปค่ะ เอมอยากดูลิเก”

เฮ้อ! ใจอ่อนอีกตามเคยภาวินทร์เอ๋ย เป็นเช่นนี้แล้ว แผนการของตนจะสำเร็จได้อย่างไร เห็นทีเขาต้องทำจิตใจให้เข้มแข็งมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เอง

ไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นแก้แค้นหล่อนก็แล้วกัน...

<><><><><><><><><><> 

        ตกดึก

        หลังจากกลับมาจากงานวัด เอมิกาก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พูดถึงพระเอกลิเกนามว่าศรรามตลอดทาง คนที่กำลังขับรถพาหล่อนกลับบ้านหูเริ่มชา แต่ก็ทนนั่งฟังโดยไม่ปริปากโต้กลับ อมยิ้มกับการบ้าพระเอกลิเกของเอมิกาที่เข้าขั้นมาก ทั้งที่ได้ดูลิเกได้เพียงสองวัน

        ภาวินทร์ไม่ได้แสดงทีท่าหึงหวงหรือไม่พอใจกับการชื่นชอบผลงานการแสดงลิเกาของศรราม เพชรรัตน์ เพราะเขาคิดว่า หล่อนมีโอกาสได้ดูพ่อศรรามคืนพรุ่งนี้อีกคืนหนึ่ง จากนั้นก็คงไม่ได้ดู เนื่องจากคณะลิเกคณะนี้ต้องไปแสดงที่อื่น ซึ่งเขารู้มาว่า เป็นคณะลิเกดังมีคิวยาวเหยียดไปถึงปีหน้า คงไม่กลับมาแสดงที่นี่อีกง่ายๆ แน่ ภาวินทร์จึงให้เอมิกาดูได้อย่างเสรี ไม่ขัดขวางหรือต่อว่า หากหล่อนจะทำท่าคลั่งไคล้ศรรามต่อหน้าตน ทว่าเขาก็อดหมั่นไส้กับท่าทางของเอมิกาที่คล้ายแตกเนื้อสาว เอียงอายยามศรรามส่งยิ้มให้ แล้วเหมือนพระเอกลิเกจะรู้ว่า เอมิกามีคนคุมอยู่ ศรรามจึงเลี่ยงๆ ที่จะส่งสายตาหวานฉ่ำมาให้เอมิกา

        พอถึงบ้าน ภาวินทร์อาบน้ำเป็นอันดับแรก แล้วเสร็จก็มานอนเปลือยกายรอเอมิกาบนเตียง รอคอยรางวัลจากเอมิกาตามคำสัญญา ส่วนหญิงสาวก็เดินเข้าไปอาบน้ำเป็นคนต่อไป และออกมาในอีกสิบนาที ทั้งที่ยังอาบน้ำไม่เสร็จ

        “พี่ป้อง” เอมิกาเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวพันตัว

        “มาเร็วสิ พี่อยากได้รางวัลจากเอมจนตัวสั่นแล้ว” หล่อนเห็นแล้วว่า เขารอคอยจริงๆ เล่นแก้ผ้ารอบนเตียง

        “เอมคงให้รางวัลพี่ป้องไม่ได้แล้วค่ะ”

        “ทำไมล่ะ อย่าบอกนะว่าจะเบี้ยว พี่ไม่ยอมจริงๆ นะ” ภาวินทร์ลุกขึ้นนั่ง มองร่างงามที่เยื้องกายเดินมานั่งบนตักตน

        “ไม่ใช่ค่ะ เอมประจำเดือนมา”

        “หา! ประจำเดือนมาเหรอ” เขาร้องเสียงหลง หน้าตาเหมือนเด็กอดกินขนมที่อยากกินใจแทบขาด “ล้อพี่เล่นหรือเปล่า”

        “ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ ประจำเดือนมาจริงๆ แล้วพี่ป้องก็ต้องไปซื้อผ้าอนามัยให้เอมด้วย เอมไม่มีใช้” หล่อนสั่งราวกับเป็นเจ้านาย ส่วนภาวินทร์เป็นคนรับใช้ “หรือถ้าพี่ป้องไม่อยากไป เอมไปเองก็ได้นะคะ เอากุญแจรถมาค่ะ”

        ดึกป่านนี้คงไม่มีร้านค้าปลีกร้านใดเปิด ที่ใกล้ที่สุดคือร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมันที่อยู่ห่างจากไร่ของเขาราวสิบกิโลเมตร เขาไม่ห่วงเรื่องการขับรถของเอมิกา แต่ห่วงเรื่องความปลอดภัยของหล่อนมากกว่า ถนนหนทางที่นี่หล่อนไม่รู้จัก ไฟทางก็มีเป็นบางช่วง แล้วไม่รู้ว่าจะมีคนใจทรามดักปล้นชิงทรัพย์หรือไม่ ภาวินทร์คงไม่วางใจปล่อยให้หล่อนไปซื้อผ้าอนามัยแน่นอน

        ถ้าอย่างนั้นนก็ต้องเป็นเขา ที่เป็นเบ้ไปซื้อของสิ่งนั้นแทนเอมิกา

        “จะไปยังไงดึกป่านนี้แล้ว” ภาวินทร์เสียงอ่อนลง หน้าตาเศร้า เศร้าเพราะไม่ได้ทำตามที่หวัง “พี่ไปซื้อให้เอมเอง”

        “พี่ป้องน่ารักที่สุดเลยค่ะ” เอมิกหอมแก้มเขา “เอาไว้เอมจะทบต้นทบดอกให้นะคะ ตอนนี้พี่ป้องไปซื้อผ้าอนามัยให้เอมได้แล้วค่ะ เอายี่ห้อโซฟีแบบมีปีกยาวสามสิบเซนติเมตรนะคะ อ้อ...ถ้าพี่ป้องไปซื้อร้านเซเว่นก็ซื้อชีทไบรท์มาฝากเอมสองชิ้น แบรนด์วีต้าบาลานท์หนึ่งขวดด้วยค่ะ เอมหิว”

        เอมิกาได้ทีสั่งอาหารที่อยากได้ ลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำให้เสร็จ ส่วนภาวินทร์ลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้า หยิบกุญแจรถแล้วก้าวเดินออกไปจากห้อง ไปซื้อของตามที่เอมิกาต้องการ

        เฮ้อ! ภาวินทร์เอ๋ย เกิดมาก็เพิ่งเคยซื้อผ้าอนามัยให้ผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขาหมายมั่นว่าจะแก้แค้น เลยไม่รู้ว่า ตอนนี้เขากำลังแก้แค้นหล่อนอยู่หรือไม่ หรือว่าเป็นเบ้หล่อนก็ไม่รู้

<><><><><><><><><><> 

        อมรกับโสภาก้าวลงจากรถแท็กซี่เมื่อคนขับรถมาจอดหน้าโรงพยาบาลดวงลัดดา ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมอัจฉรา ที่ย้ายไปอยู่ในบ้านพักเดี่ยวอีกหลังหนึ่ง ที่คนไข้เดิมกลับไปอยู่บ้าน สีหน้าของทั้งคู่ราบเรียบ ไม่มีรอยยิ้มเหมือนวันวาน มีความทุกข์ปกคลุมจิตใจ จะให้สองสามีภรรยาไร้ทุกข์ได้อย่างไร ในเมื่อลูกสาวทั้งสองคนกำลังเผชิญชะตาอันเลวร้ายแตกต่างกัน หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงหาความสุขไม่ได้แน่นอน

        ภาวินทร์ทำตามที่บอกไว้ทุกอย่าง เขาเคลียร์เรื่องหนี้สินให้ทั้งหมด จ่ายค่าต่างๆ ที่อมรต้องจ่ายด้วย ตอนนี้อมรจึงหมดหนี้สิน ทว่าเงินที่อมรหามาได้ก็ไม่ได้ว่าจะไม่ได้ใช้อะไร เขาต้องนำมาจ่ายค่าเสียหายจากการคลุ้มคลั่งของอัจฉรา

แต่ก็ยังมีเงินเหลือจำนวนหนึ่ง ซึ่งในตอนนี้เขายังไม่คิดทำอะไร เกรงว่าหากนำไปต่อยอดแล้วอาจสะดุด ทุนหายกำไรหด แล้วกลัวว่าหากภาวินทร์รู้ว่า เขานำเงินมาลงทุน อาจเข้ามาขัดขวางธุรกิจ ปั่นป่วนจนดำเนินต่อไปไม่ได้ ช่วงนี้อมรต้องทำตัวนิ่งไว้เป็นดีที่สุด นำเงินที่เหลือเก็บไว้เป็นทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรอจังหวะรวมทั้งโอกาสที่เหมาะสมกว่านี้ อมรจะนำเงินจำนวนนี้มาลงทุน นำผลกำไรมาใช้หนี้ภาวินทร์ให้หมดเร็วๆ เอมิกาจะได้เป็นอิสระจากความผิดที่ไม่ได้ก่อ

“คุณพี่ไปก่อนก็ได้นะคะ ภาจะไปเข้าห้องน้ำ ภาปวดท้องหนักค่ะ” ขณะที่สองสามีภรรยากำลังเดินไปยังด้านหลังโรงพยาบาล โสภาเกิดปวดท้องหนักจึงบอกสามี

“พี่รอภาก็ได้ เราจะได้ไปพร้อมกัน”

“ได้ค่ะ” โสภารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนอมรก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้คนที่มาใช้บริการนั่ง ระหว่างที่อมรกำลังนั่งคอยภรรยา คนขายลอตเตอรี่คนหนึ่งที่เข้ามาใช้ห้องน้ำในโรงพยาบาลเดินออกมาจากดังกล่าว พอเห็นอมรพ่อค้าคนนั้นก็ตรงปรี่มาหาทันที

“ซื้อลอตเตอรี่ไหมครับ มีรางวัลที่หนึ่งด้วยนะ” พ่อค้าพูดเช่นนี้ทุกครั้งที่ขายของ

“มีจริงเหรอ ถ้ามีจริงทำไมไม่เก็บไว้เองล่ะ จะได้รวยเอง” อมรไม่เชื่อว่าจะมีรางวัลดังกล่าว เขาจึงสวนพ่อค้าไป

“ก็อยากให้พี่รวยไง หน้าตาพี่เหมือนคนกำลังมีความทุกข์ ซื้อไปสักชุดรับรองว่าหายจากความทุกข์แน่ จะมีความสุขที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแทน เอาไหมพี่นี่เลย ชุดนี้เลยถูกขึ้นมาได้สามสิบล้านเลยนะพี่” พ่อค้าหยิบลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวยื่นให้อมรที่หลุบตามองเงินรางวัลใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนขายหวยรัฐบาลที่ยืนยิ้มแฉ่ง “ซื้อเถอะพี่ รับรองถูกแน่ๆ”

“ถ้าถูกแน่ๆ ทำไมไม่เก็บไว้เองล่ะ เอามาขายทำไม” อมรสวนกลับเช่นครั้งแรก

“ก็อยากให้พี่ถูกไง ถูกชัวร์ไม่มั่วนิ่ม” คนขายพูดต่อ “หนึ่งพันบาทแลกกับเงินสี่สิบล้านที่จะได้ คุ้มนะพี่ ซื้อเถอะพี่ คุ้มเห็นๆ”

อมรมองลอตเตอรี่ชุดตรงหน้าอย่างชั่งใจ เขาไม่ชอบเล่นการพนันทุกชนิด ไม่ชอบเสี่ยงโชคเพราะคิดว่าตนไม่มีดวงทางด้านนี้ จึงไม่เคยซื้อลอตเตอรี่เลยสักครั้ง แค่คิดยังไม่เคย แล้วการถูกรางวัลไม่ใช่เรื่องง่ายด้วย ยิ่งรางวัลที่หนึ่งยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เขาจึงไม่คิดว่า ลอตเตอรี่ชุดตรงหน้าจะถูกรางวัล แต่ที่ทำให้เขาคิดซื้อลอตเตอรี่ชุดนี้เป็นเพราะ เห็นว่าคนขายลอตเตอรี่เป็นคนพิการแขนขาด ยังสู้ทำมาหากิน ผลกำไรจากการขายลอตเตอรี่ที่เขาพอรู้มาก็ไม่มากมายอะไร ขายหมดจึงเห็นน้ำเห็นเนื้อ หากขายไม่หมดก็เข้าเนื้อ โดยไม่มีความหวังสักนิดเดียวว่า มันจะถูกรางวัลที่หนึ่ง

“พี่ไม่คิดว่ามันจะถูกนะ แต่ที่พี่ซื้อเพราะพี่ถือว่าช่วยน้อง” อมรรับหวยชุดมาไว้ในมือ ก่อนจะล้วงหยิบเงินหนึ่งพันบาทส่งให้พ่อค้า

“ขอบคุณมากพี่ รับรองพี่รวยแน่ๆ” พ่อค้าย้ำบอก จากนั้นก็เดินออกไปจากโรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกันกับที่โสภาเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

“พี่ซื้อหวยหรือคะ” โสภาถามเมื่อเห็นลอตเตอรี่ในมือสามี “นึกยังไงถึงซื้อคะ”

ที่ถามออกไปเช่นนั้นเพราะตั้งแต่อยู่กินกับอมรมา เขาไม่เคยซื้อลอตเตอรี่เลยสักครั้ง แล้วไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวด้วย

“อืม พี่ช่วยเขาน่ะ เขาเป็นคนพิการ แล้วยังบอกด้วยนะว่าหวยชุดนี้ถูกรางวัลที่หนึ่ง” อมรตอบภรรยา “มันถูกกันง่ายๆ ที่ไหน พี่ว่าถูกสองตัว สามตัวยังพอมีลุ้น”

“ของอย่างนี้มันแล้วแต่ดวงค่ะ ตอนหวยออกก็รู้เอง” โสภาบอกสามี

“ถ้าถูกขึ้นมา เรามีเงินไปใช้หนี้ป้องได้เลยนะ” อยู่ๆ ลอตเตอรี่ชุดนี้ก็เป็นความหวังของอมรขึ้นมา

“แล้วแต่บุญพาวาสนาเถอะคะพี่ เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ” โสภาเองก็เกิดความหวังเช่นกัน แต่ก็รู้ดีว่าเป็นความหวังที่ค่อนข้างริบหรี่ “เราไปเยี่ยมอ้อมกันดีกว่าค่ะ”

อมรเก็บลอตเตอรี่ลงในกระเป๋า ลุกเดินไปทางด้านหลังของโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมลูกสาวคนโต ระหว่างทางที่เดินก็พูดคุยเรื่องอัจฉราไปด้วย ทำให้เขาลืมเรื่องลอตเตอรี่ไปในทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #9 Aom-Dekbah (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 15:27
    ถ้าคุณอมรถูกหวยนี่ จะเป็นนิยายเรื่องแรกที่หนูอ่านแล้ว พลิก!!!!เกินคาด 5555555
    #9
    0
  2. #8 Sutasinee Nkom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 15:17
    เพี้ยง...ขอให้คุณอมร ถูกหวยทีเถอะ
    #8
    0