จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 23 : บทที่ 10 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ส.ค. 60

ภาวินทร์นอนตะแคงตัวหันมามองเอมิกาที่เดินออกมาจากห้องน้ำ เขายิ้มเมื่อเห็นท่าทางของหล่อน ที่กระชับผ้าขนหนูที่พันรอบอกไว้แน่น ราวกับกลัวว่ามันจะหลุด ทำให้เขาเห็นเรือนร่างไร้เสื้อผ้าของตัวเอง ทั้งที่เขาเห็นทุกซอกทุกมุมบนเรือนร่างหล่อน แต่จะว่าไป ท่าทางเหนียมอายของเอมิกาก็น่ารักดี

        “ไม่ต้องกลัวมันหลุดขนาดนั้นหรอก เธออยู่ในห้องฉัน เธอไม่รอดอยู่แล้ว อย่าลืมสิว่าเธอเป็นนางบำเรอของฉัน เรื่องอย่างว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ฉันต้องการ พูดง่ายๆ คือฉันอยากเธอก็ต้องสนอง”

        ปากเขานี่แหละที่ทำให้เอมิกาไม่อยากอยู่ร่วมห้องด้วย เพราะภาวินทร์ต้องสาดคำพูดบาดจิตใจมาให้ได้ยินเนืองๆ ต่างกับวันวานที่พร่ำพูดแต่คำหวานให้หล่อนตายใจ

เฮ้อ! จะนึกถึงอดีตให้เจ็บช้ำทำไม คิดไปก็ไม่มีประโยชน์ รังแต่จะเสียใจมากขึ้น

“มานี่สิ” ภาวินทร์เรียกสาวร่างอวบอิ่มที่ยืนหน้าง้ำหน้างออยู่หน้าตู้เสื้อผ้า “มาเร็วๆ อย่าทำให้ฉันโมโห ระวังเถอะพ่อแม่เธอจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”

นั่นไง! ขู่อีกแล้ว ขู่อยู่ได้ ขู่ได้ขู่ดี ขู่แบบนี้หล่อนก็ต้องยอมทำตามที่เขาสั่ง

เอมิกาเดินไปกระแทกตัวนั่งบนเตียงใกล้ร่างสูงใหญ่

“มีอะไร” เสียงค่อนข้างกระแทกกระทั้น ภาวินทร์ลุกขึ้นนั่งซ้อนหลังเอมิกา โอบกอดหล่อนทางด้านหลัง จูบบ่าเปลือยหล่อนเบาๆ ขยับปากไต่ไปตามลำคอ ความเสียวซ่านบางเบาเกิดขึ้นภายในร่างอรชร หล่อนย่นคอหนีสัมผัสรัญจวน

“พูดเพราะๆ สิ พูดห้วนแบบนี้ไม่น่าฟังเลย” เขาบอกข้างหูหล่อน ก่อนจะกัดเบาๆ เชิงหยอกเย้า “พูดให้ฟังหน่อยสิ พี่ป้องคะ พี่ป้องขา”

ปากพูดมือเลื่อนมาปลดปมผ้าขนหนูให้คลายออกจนมันไปกองอยู่ตรงเอวคอดกิ่ว จากนั้นก็วางมือทั้งซ้ายขวาลงบนอกอวบของเอมิกา เขาบีบเบาๆ คลึงช้าๆ จูบต้นขอหล่อนไปด้วย ประสาทเอมิกาแทบจะไม่ทำงาน ตัวสั่นไปกับการโอ้โลม

“พูดให้พี่ฟังได้ไหม พี่อยากได้ยินเสียงหวานๆ ของเอมเวลาเรียกพี่ป้องคะ พี่ป้องขา” เขาลากเสียงยาวในประโยคท้าย คนที่ได้ยินเคลิ้ม เปิดปากพูดในวลีที่เขาอยากได้ยิน

“พี่ป้องขา”

“เพราะจัง” ภาวินทร์ให้รางวัลสาวสวยด้วยการหอมแก้ม “วันนี้ไปงานวัดสนุกไหม”

“สนุกค่ะ ได้ดูลิเกด้วย พระเอกลิเกหล่อมากๆ เลย เสียงก็หวาน ตาก็หวาน ยิ่งตอนยิ้มเห็นแล้วจะละลาย เขายังยิ้มให้เอมด้วยนะ เอมก็ยิ้มตอบ ตอนนั้นเขิ้นเขิน เอมกะว่าพรุ่งนี้จะซื้อพวงมาลัยไปคล้องคอพี่ศรรามซะหน่อย ได้เห็นหน้าใกล้ๆ ใจคงสะเทิ้นน่าดู”

อารมณ์สุนทรีของภาวินทร์ชะงัก นี่เขาหูฟาดไปหรือเปล่า อย่างเอมิกาเนี่ยนะจะนั่งดูลิเก แถมยังติดอกติดใจพระเอกลิเกอีก จากที่หล่อนบรรยายภาพลักษณ์พระเอกลิเก ทำให้เขาอยากจะเห็นหน้าชายคนนั้นขึ้นมาว่าจะหล่อมากแค่ไหน แต่ก็คงสู้เขาไม่ได้ ภาวินทร์หันตัวหล่อนมาเผชิญหน้ากับตน

        “คงไม่หล่อไปกว่าพี่มั้ง”

        “พ่อศรรามหล่อกว่าค่ะ”

        “ไม่จริงพี่หล่อกว่า” เขาหน้าตึงทันทีที่ได้ยินคำตอบ อยากจะฟาดก้นหล่อนนักที่เห็นผู้ชายอื่นหล่อกว่าตน

เอมิกามีความคิดบางอย่างในใจ หากหล่อนค้านไปว่า ศรรามหล่อกว่า หล่อนอาจถูกห้ามไม่ให้ไปดูลิเก แล้วอาจถูกเขาลงโทษอีก

เอาไงดีหว่า...หล่อนคิดแผนในใจ

ไหลไปตามน้ำก็แล้วกัน

“พี่ป้องหล่อกว่าอยู่แล้วค่ะ ทั้งหล่อ ทั้งหุ่นดี บึกบึนสมชายชาตรี พ่อศรรามหล่อน้อยนิดเดียว ไม่เท่าขี้เล็บพี่ป้องด้วยค่ะ” ภาวินทร์ยิ้มกว้าง หอมแก้มสาวสวยเป็นรางวัล

“มันแน่นอนอยู่แล้ว พี่ต้องหล่อกว่าไอ้หน้าเต้าหู้นั่น”

        “ถ้างั้นพรุ่งนี้ให้เอมไปดูลิเกอีกนะคะ เอมอยากไปดูลิเก” เอมิกาเข้าโหมดอ้อน ซบหน้าลงกับไหล่เขา ถูไถเบาๆ “นะพี่ป้อง ให้เอมไปดูลิเกนะ เอมอยากไป”

        “ให้ไปก็ได้” เอมิกายิ้มกว้างกับคำตอบ ทว่าก็ต้องหุบยิ้มกับประโยคต่อมา “แต่พี่ต้องไปด้วยนะ พี่อยากเห็นหน้าไอ้หน้าเต้าหู้ อยากรู้นักว่าจะหล่อขนาดไหน แต่ถ้าเอมไม่ให้พี่ไป เอมก็ไม่ต้องไป”

        เล่นไม่นี้มีหรือหล่อนจะไม่ยอม บังคับกันเห็นๆ

        “ตามใจพี่ป้องค่ะ อยากไปก็ไป” หล่อนฝืนพูด ฝืนยิ้ม

        “แต่ตอนนี้พี่ต้องลงโทษเอมก่อนนะที่เห็นผู้ชายคนอื่นดีกว่าพี่ แถมยังชมไอ้หน้าเต้าหู้ต่อหน้าพี่อีก”

เขาพูดขณะผ่อนร่างเล็กลงบนที่นอน เอมิกาไม่ได้ต่อปากต่อคำ หล่อนรู้ว่า วิธีการลงโทษเขาคืออะไร จะว่าไปหล่อนก็เต็มใจให้เขาลงทัณฑ์สวาทที่มาพร้อมกับความเร่าร้อนเกินบรรยาย และความสุขที่ประเมินไม่ได้

<><><><><><><><><> 

        เอมิกาเดินมายังกระท่อมเพื่อเก็บเสื้อผ้า ต่อจากนี้ไปหล่อนต้องเปลี่ยนที่หลับที่นอนไปอยู่กับภาวินทร์ตามคำสั่ง ถึงแม้ว่าจะไม่เต็มใจเท่าไหร่แต่ก็ยังดีกว่านอนกับตุ๊กแก ทว่าการกลับมายังกระท่อมหลังนี้ก็นำความหวาดกลัวมาให้หล่อนมิน้อย เพราะไม่รู้ว่าจะได้พบเจอกับตุ๊กแกอีกหรือไม่ หล่อนจึงค่อยๆ เปิดประตูกระท่อม เยี่ยมหน้ามองดูจนทั่ว เมื่อพบว่าไม่มีแขกไม่ได้รับเชิญ หล่อนก็รีบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ แล้วเสร็จก็รีบวิ่งออกมาจากกระท่อม

        ทว่าเสียงของคนทะเลาะกัน เรียกความสนใจให้เอมิกา หล่อนระงับเท้าที่กำลังก้าวเดิน หันไปทางต้นเสียงที่อยู่แถวบ้านพักคนงาน พอหล่อนหันไปมองก็พบว่า มีคนงานสามสี่คนยืนอยู่หน้าห้องพักห้องหนึ่ง มองดูเหตุการณ์ในห้องนั้น ความอยากรู้อยากเห็นที่มีมาก ส่งผลให้เอมิกาทิ้งกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินไปร่วมดูเหตุการณ์นั้น

        “มีเรื่องอะไรจ้ะป้า” เอมิกาถามคนงานหญิงที่ยืนอยู่หน้าห้องนั้น

        “ก็ไอ้ก้านน่ะสิ มันคงตบตีเมียมันอยู่”

        “แล้วทำไมไม่มีคนเข้าไปห้ามล่ะป้า มายืนออกันอยู่อย่างนี้ทำไม”

        “ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามมันหรอก เดี๋ยวจะถูกมันย้อนเปล่าๆ ดีไม่ดีถูกมันตบเอาด้วย หาว่าไปยุ่งเรื่องของผัวเมีย” ป้าตอบ

        “ถ้าไม่มีใครช่วย ฉันช่วยเอง” เอมิกาทนได้ยินเสียงกรีดร้องขอความเมตตาของเย็นไม่ได้ หญิงสาวเดินไปยังประตูห้อง ทุบมันหลายครั้ง ก่อนจะลองบิดลูกบิดประตูดูว่ามันล็อคอยู่หรือไม่ เป็นความโชคดีที่ว่าประตูไม่ได้ล็อค หล่อนจึงถือวิสาสะเปิดมัน แล้วก้าวเข้าไปในห้อง

        “หยุดนะ!” เอมิกาเสียงดังลั่นห้อง สองผัวเมียหันมามองต้นเสียงที่ยืนหน้าเรียบตึงตรงประตู “นายไม่มีสิทธิ์ตบตีเย็นอย่างนี้นะ ปล่อยเย็นเดี๋ยวนี้”

        “อย่ามาแส่เรื่องของกู กูจะทำอะไรกับมันก็ได้ มันเป็นสิทธิ์ของกู” ก้านมองเอมิกาด้วยสายตาไม่พอใจ ตะเบ็งเสียงใส่เอมิกา

        “สิทธิ์อะไรมิทราบ สิทธิ์ความเป็นผัวชั่วๆ อย่างนั้นเหรอ แต่ถึงนายจะอ้างว่าเป็นผัว แต่ตามหลักกฎหมายและมนุษยชน นายจะทำอย่างนี้กับเย็นไม่ได้ ข่มขู่เมียให้ไปหาเงินมาใช้หนี้ให้ มีปัญญาสร้างหนี้ได้แล้วทำไมถึงไม่มีปัญญาใช้หนี้เองล่ะ เป็นผู้ชายซะเปล่า แทนที่จะเป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลลูกเมียแต่นี่ต้องให้เมียมาดูแล ทุเรศ เสียชาติเกิดจริงๆ”

เอมิกาต่อว่าก้านเป็นชุด หล่อนไม่ชอบผู้ชายใช้กำลังเป็นทุนเดิม ยิ่งมาเห็นต่อหน้ามีหรือจะไม่ห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของตนก็ตาม มันอดไม่ได้ที่จะเข้าไปยุ่ง

“ไม่เป็นไรจ้ะคุณ ฉันทนได้” เย็นบอกทั้งน้ำตา

“เธอนี่ก็แปลกนะ มีหลายคนที่ช่วยเธอ ทั้งพูดทั้งเตือน และหาทางออกให้ เธอกลับไม่เอา ทนให้เขาตบตีอยู่ได้ แถมยังหาหนี้สินให้อีก ฉันอยากรู้นักว่า ถ้าพ่อแม่เธอเดือดร้อนเธอจะหาให้ไหม เงินที่เธอหามาได้เคยส่งให้พ่อกับแม่บ้างหรือเปล่า หรือคิดแค่ว่าจะประเคนให้ผัวชั่วๆ คนเดียว ไม่นึกถึงคนที่เลี้ยงดูเธอมาเลย ผัวเธอตบตีด่าว่าเธอสารพัด ให้เธอหาเงินมาใช้หนี้ พอหาใช้

ลำพูนนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก ทุกคำพูดของเอมิกาเป็นความจริงทั้งหมด ลำพูนไม่เคยส่งเงินให้พ่อกับแม่ใช้เลย ลำพังหาเงินมาใช้หนี้แทนก้านก็แทบไม่พอ หากไร่นี้ไม่ให้ที่พักแถมยังกินฟรีสามมื้อ หล่อนคงอยู่ไม่ได้แน่ ลำพูนพยายามตัดใจเลิกกับก้านหลายครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้สักครั้ง

“มึงอย่าเสือกเรื่องของกู เย็นเป็นเมียกู กูจะให้มันทำอะไรก็ได้” ก้านเสียงแข็งใส่คุณคนสวย เดินอาดมาหาเอมิกา “มึงคงอยากเจ็บตัวมากใช่ไหม ถึงได้ยุ่งเรื่องของกูไม่หยุด”

เอมิกาถอยหลังก้าวหนี ลำพูนรีบมาดึงแขนก้านไว้ไม่ให้เข้าไปทำร้ายผู้หวังดี

“ฉันไม่กลัวแกหรอก ถ้าแกทำร้ายฉัน ฉันจะไปแจ้งตำรวจมาลากคอแกเข้าคุก” เอมิกาขู่

“พี่อย่าไปยุ่งกับเธอเลยนะ ฉันสัญญาว่าจะหาเงินมาให้พี่ อย่าทำใครเลยนะพี่” ลำพูนห้ามผัว

“ก็มันแส่เรื่องของกูสองครั้งแล้วนะ ว่ากูสารพัด กูไม่ปล่อยมันไว้หรอก อย่างนี้มันต้องตบสั่งสอน”

ก้านไม่สนใจ เขาผลักลำพูนกระเด็น เดินอาดมาหาเอมิกาที่หวั่นเกรงกับท่าทางคุกคามของก้านไม่น้อย ในขณะเดียวกัน เสียงของใครบางคนตวาดลั่น ย่างเท้าเข้ามาในห้องพัก นำตัวเองมาบังร่างเอมิกาไว้

“ถ้ามึงแตะต้องตัวเอม มึงเจอตีนกูแน่ไอ้ก้าน”

ภาวินทร์จ้องมองก้านเขม็ง เขาไม่ได้ตั้งใจมาห้องนี้ แต่ตั้งใจมาดูเอมิกาเก็บเสื้อผ้า พอเดินมาถึงกระท่อมก็เห็นกระเป๋าเดินทางของเอมิกาวางอยู่บนพื้น แต่ตัวหล่อนกลับไม่อยู่ และมองเห็นคนงานหลายคนยืนอยู่หน้าห้องพักของก้านกับลำพูน ซึ่งเขาคิดในทันทีว่าสองผัวเมียคู่นี้คงทะเลาะกัน ก่อนจะได้ยินเสียงเอมิกาแว่วๆ ออกมาจากห้องนั้น เขาจึงเดินตามเสียงไป และได้ยินคำพูดของก้านพอดี

ก้านชะงักการกระทำของตน ลำพูนรีบเข้าไปยืนกั้นกลางระหว่างเจ้าของไร่กับสามี

“ขอโทษค่ะคุณป้อง พี่ก้านไม่ได้มีเจตนาทำร้ายคุณคนนั้นค่ะ”

ภาวินทร์มองหน้าลำพูนแล้วถอนใจ เขาสงสารลำพูนมากแต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรให้พ้นจากก้าน อาจเป็นเพราะลำพูนยินยอมเจ็บตัว เขาก็คงช่วยอะไรไม่ได้

“ไอ้ก้าน มึงทำร้ายตบตีเมียมึงได้ แต่มึงอย่าระรานคนอื่น โดยเฉพาะกับเอม ถ้ามึงทำอะไรเอมแม้แต่ปลายก้อยล่ะก็ กูไม่เอามึงไว้แน่” ภาวินทร์เตือนก้านเสียงเข้ม สายตาไม่ละจากใบหน้าก้าน “ไปเอม อย่าไปยุ่งเรื่องของผัวเมียเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นหมาไม่รู้ตัว”

ภาวินทร์จูงมือเอมิกาออกจากห้องก้าน เขาหันหลังให้สองผัวเมียแม้ว่าจะสงสารลำพูนมาก แต่ในเมื่อลำพูนไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร เขาก็จนปัญญา คล้อยหลังร่างภาวินทร์กับเอมิกาพ้นห้องก้าน บานประตูห้องก็ถูกปิดลง เสียงตบตีดังขึ้นตามมา

“คุณไม่คิดช่วยเย็นบ้างเหรอ เธอถูกทำร้ายร่างกายนะ”

เอมิกาชักไม่พอใจภาวินทร์ ที่เมินเฉยต่อการกระทำของก้าน ทั้งที่เขาเป็นเจ้านายก็น่าช่วยเหลือลูกน้องบ้าง

“ช่วยแล้ว แต่เย็นไม่รับความช่วยเหลือจากฉัน ฉันก็มองดูห่างๆ” ภาวินทร์ตอบตามความเป็นจริง “เธอก็เห็นนี่ว่า เย็นรักก้านแค่ไหน ยอมเจ็บตัวแต่ไม่ยอมเลิก ต่อให้มีคนเป็นร้อยคนคิดช่วย แต่ถ้าเย็นไม่ยอมตัดใจเลิกกับก้าน ก็สุดปัญญาจะช่วย”

“คุณทนเห็นเย็นถูกตบตีได้เหรอ ฉันทนไม่ได้หรอกนะ ฉันต้องช่วยเย็นให้ได้”

“ต่อมยุ่งเรื่องของชาวบ้านถูกปลุกหรือไงถึงได้ไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ฉันจะบอกอะไรให้นะ ยุ่งเรื่องไหนไม่ยากเท่ายุ่งเรื่องผัวเมีย เพราหลังจากที่เขาเลิกทะเลาะกัน เราก็กลายเป็นหมาตัวหนึ่ง ฉะนั้นอย่าไปยุ่งเรื่องของก้านกับเย็นเลย เอาตัวเองให้รอดก่อน”

ถูกย้อนอย่างนี้ เอมิกาถึงกับหน้างอหงิก

“ทำไม คุณจะทำร้ายฉันเหมือนกับที่ก้านตบเย็นหรือไง”

“ใช่ ฉันทำแน่ ถ้าเธอยังชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นแบบนี้” ภาวินทร์ตอบกลับทันควัน “แต่ฉันไม่ใช่มือตบนะ จะใช้ปากตบนะ ตบลงบนปากเธอ จูบเธอให้ขาดใจเลย”

ตอนแรกเอมิกาตกใจ คิดว่าเขาจะทำร้ายตนจริงๆ แต่พอได้ยินประโยคต่อมา เอมิกาหน้าแดง ตีแขนเขาแก้เขิน

“ยกกระเป๋าฉันด้วย ฉันขี้เกียจยก” หล่อนสั่ง “แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ให้ฉันยุ่งเรื่องเย็นด้วย ในฐานะลูกผู้หญิงเหมือนกัน แล้วเย็นก็มีสิทธิเท่าเทียมกับก้าน ย่อมได้รับความเป็นธรรม คอนดูนะ ฉันจะต้องช่วยเย็นให้ได้”

พูดจบสาวงามชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็สะบัดหน้าเดินหนี ภาวินทร์ส่ายหัวไปมานิสัยนี้ของเอมิกาแก้ไม่หาย ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเป็นอาจิณ มือใหญ่เกาหัวแกรกๆ ก้มมองดูกระเป๋าเดินทางสลับกับมองร่างอิ่มที่มุ่งหน้าเดินไปบ้านพักหลังใหม่อย่างไม่เข้าใจตัวเอง

ตกลงว่า...ภาวินทร์เป็นเจ้าหนี้หรือเป็นเบ้หล่อนกันแน่ ท้ายสุดภาวินทร์ก็ต้องลากกระเป๋าใบนั้นตามเอมิกาไป และตอนนี้เขาก็เริ่มปวดศีรษะขึ้นมาหน่อยๆ สงสัยต้องหายาพารามาบรรเทาอาการ ก่อนจะปวดหนักมากกว่านี้ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น