จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 22 : บทที่ 9 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 937
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ส.ค. 60

“สองผัวเมียคู่นั้นทำงานที่นี่เหรอน้ำหวาน” เอมิกาถามน้ำหวานขณะเดินไปยังสวนมะนาว

        “ใช่จ้ะ คนเป็นผัวชื่อพี่ก้าน คนเป็นเมียชื่อเย็น ทั้งคู่ทำมานานหลายปีแล้ว ทะเลาะกันจนคนที่นี่เห็นเป็นเรื่องปกติ”

        “แล้วไม่มีใครที่จะช่วยเย็นเลยเหรอ ถูกตบตีซะขนาดนั้น” เอมิกาถามด้วยความสงสัย

        “ช่วยไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วค่ะคุณเอม เย็นมันรักพี่ก้านมากกว่าตัวเอง ถูกตบตียังไงก็ไม่ยอมเลิกกับพี่ก้าน ยอมเป็นหนี้สินท่วมหัวเพื่อเอาใจผัว หวานกับเพื่อนๆ     ทั้งเตือนทั้งด่า แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ทุกคนในไร่จึงเมินเฉย ในเมื่อเย็นยังไม่สนใจตัวเอง เราเป็นคนอื่นจะไปยุ่งให้พี่ก้านด่าทำไม” น้ำหวานบอกเหตุผลของการเมินเฉย “คุณป้องพูดกับเย็นเรื่องนี้ด้วยนะ แต่เย็นก็เฉย ไม่ทำตามที่คุณป้องแนะนำ คุณป้องก็เลยไม่เคยพูดอะไรกับเย็นอีกเลย เพราะถือว่าพูดไปแล้วแต่เย็นไม่ฟัง”

        เอมิกาพยักหน้ารับรู้ คำพูดน้ำหวานมีส่วนถูก ในเมื่อเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง พูดไปคงเปลืองน้ำลาย เท่าที่เอมิกาเห็นเมื่อครู่ บอกให้หล่อนรู้ว่า ลำพูนยอมเจ็บตัง ยอมเป็นหนี้สินเพื่อผัวสุดที่รักโดยไม่ฟังคำเตือนของใคร

        “ผู้ชายแบบนั้นรักลงไปได้ยังไง โหดร้าย ป่าเถื่อน รังแกผู้หญิง”

        “ความรักไงจ้ะ ความรักมันออกแบบไม่ได้หรอกว่า คนที่เรารักจะดีหรือชั่ว เย็นมันรักพี่ก้านไปแล้ว ยากที่จะถอนใจ มันเลยต้องรับกรรมกับความรัก” น้ำหวานพูดอีกก็ถูกอีก “คุณเอมอยู่กรุงเทพเคยดูลิเกหรือเปล่าคะ”

        อยู่ๆ น้ำหวานก็เปลี่ยนเรื่องคุย

        “รู้จักสิ”

        “แล้วเคยดูหรือเปล่าคะ”

        “ฉันเคยดูในทีวีน่ะ ตอนที่ย่าฉันยังไม่เสีย ท่านชอบดูมากๆ เลย บางครั้งฉันก็นั่งดูด้วย แต่ดูไม่รู้เรื่องหรอก” เอมิกาตอบ

        “คืนนี้น้ำหวาน นุ่ม กิ่งกับพวกป้าๆ ในครัวจะไปงานวัดค่ะ ที่งานมีลิเกคณะเพชรรัตน์มาแสดงลิเกให้ดูฟรีด้วยนะคะ ได้ข่าวมาว่าคนแถววัดไปบนไว้ว่า ถ้าขายที่ได้จะเอาลิเกขณะนี้มาแก้บน พระเอกลิเกคณะนี้หล่อมากๆ เลยค่ะ มีแม่ยกติดกันตรึม ป้าๆ ในครัวก็เป็นหนึ่งในนั้น พอรู้ว่าคณะนี้จะมาแสดง พวกเราก็ตั้งใจว่าจะไปดูลิเกกัน คุณเอมสนใจไปกับพวกเราไหมคะ” น้ำหวานกล่าวชวน

        “งานวัดเหรอ” เอมิกาทำเสียงและสีหน้าสนใจ

        “ใช่ค่ะงานวัด วัดนี้จัดงานใหญ่ด้วยนะคะ นอกจากจะมีลิเกแล้วยังมีหนังกลางแปลงด้วยค่ะ ฟรีตลอดงานเลยนะคะ” น้ำหวานบอกต่อ “คุณหวานไปกับพวกเราไหมคะ”

        “ไปสิ ไป” เอมิการีบรับคำ “ฉันไม่เคยไปงานวัดเลย น่าสนุกเนอะ”

        “สนุกค่ะ สนุกมากๆ เลย ในงานมีเครื่องเล่นด้วยนะคะ ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุนก็มี แต่ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีรถบั้มหรือเปล่า มียิงเป้าชิงรางวัลด้วยนะคะ สาวน้อยตกน้ำก็มีค่ะ รับรองว่าคุณเอมต้องชอบแน่ๆ”

        “แล้วไปกันกี่โมงล่ะ ชักอยากไปตอนนี้แล้ว”

        “งานวันมีเย็นๆ ค่ะ ไปถึงโน่นหัวค่ำกำลังดี พวกเราจะไปกันตอนหกโมงครึ่งค่ะ ให้ลุงแม้นไปส่ง ไปถึงโน่นก็เกือบทุ่ม”  

        “งั้นฉันไปด้วย ฉันอยากไปเที่ยวงานวัด แล้วจะได้ดูลิเกสดๆ ครั้งแรกในชีวิต”

        “คุณเอมต้องขออนุญาตคุณป้องก่อนหรือเปล่าคะ ไปโดยไม่บอกคุณป้อง หวานกลัวว่าคุณป้องจะว่าเอาได้”

น้ำหวานจำเหตุการณ์ตอนที่พาเอมิกาไปน้ำตกได้ดี แค่ไปน้ำตกใกล้ๆ ภาวินทร์ยังตาขวาง น้ำหวานเกรงว่าเจ้านายจะโกรธ

“ไม่ต้องขอหรอก จะขอทำไม ฉันเป็นลูกหนี้นะไม่ใช่ทาส อีกอย่างไปเที่ยวงานวัดเป็นเวลานอกงาน ฉันมีสิทธิ์ไหนมาไหนก็ได้ เธอไม่ต้องกลัวคุณป้องจอมสั่งมากนักหรอก มีอะไรฉันรับผิดชอบเอง”

“ถ้างั้นหกโมงครึ่งเจอกันหน้าโรงครัวนะคะ แต่ว่าตอนนี้หวานต้องไปเก็บมะนาวก่อน ต้องเก็บให้ทันก่อนพ่อค้าคนกลางมารับค่ะ”

เอมิกายิ้มให้น้ำหวาน ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในสวนมะนาวที่มีต้นมะนาวมากร่วมหนึ่งพันต้นปลูกเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ มีคนงานหลายสิบคนช่วยกันเก็บมะนาวใส่เข่ง ตระเตรียมไว้ให้พ่อค้าคนกลางที่จะมารับไปจำหน่ายต่อ

<><><><><><><><><><> 

        เกือบสี่ทุ่มกว่าที่รถลุงแม้นจะนำคนงานหญิงกลับมาถึงไร่ญาติกา พอรถจอดนิ่งสนิทหน้าโรงครัว คนที่โดยสารมาด้วยได้ก้าวลงจากรถ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พัก ระหว่างทางที่เดินกลับบ้านพักคนงาน น้ำหวาน กิ่งไผ่ นุ่มนิ่มและเอมิกาพูดถึงศรราม พระเอกลิเกคณะเพชรรัตน์ไปตลอดทาง

        การไปเที่ยวงานวัดครั้งแรกในชีวิตเอมิกา สาวไฮโซที่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม อาจเป็นเพราะว่าหล่อนไม่ใช่คนเรื่องมาก กินง่ายอยู่ง่ายเป็นทุนเดิม เรื่องการปรับตัวจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทว่าเรื่องใหญ่ของการใช้ชีวิตอยู่ในไร่ญาติกาคือ ตุ๊กแก

ความที่ไม่อยากอยู่ร่วมห้องเดียวกับภาวินทร์ ให้เขาเหยียบย่ำน้ำใจหล่อนง่ายๆ เอมิกาจึงไว้วานให้ชาตรีนำคนงานไปจัดการอุดรู อุดร่องในกระท่อม กันไม่ให้ตุ๊กแกเข้ามารังควาน แต่หารู้ไม่ว่า มีใครบางคนจ้องจะรังหวานหล่อนทั้งกายใจ ไม่ยอมปล่อยให้หล่อนหลุดรอดเงื้อมมือไปง่ายๆ

วกกลับมาเรื่องงานวัด เอมิกาได้สัมผัสงามวัดเป็นครั้งแรก หล่อนสนุกสนานกับการเที่ยวงานวัด หล่อนเสียเงินไปหลายร้อยกับเกมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปาลูกโป่งชิงตุ๊กตา ยิงปืนเข้าเป้าเพื่อแลกของรางวัล รวมทั้งปาสาวน้อยตกน้ำ ไม่หมดเพียงแค่นี้หล่อนยังเล่นรถบั้มที่เรียกเสียงกรี๊ดกับเสียงหัวเราะได้มากทีเดียว

ยังไม่หมด หล่อนยังได้ชิมขนมน้ำตาลปั้นโบราณ ที่พ่อค้าจะปั้นเป็นรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปดอกไม้ รูปสัตว์ และอื่นๆ ตามที่พ่อค้ารังสรรค์ แล้วยังมีอาหารอีกหลายชนิดให้ลิ้มลอง หนังกลางแปลงก็มีให้ดูฟรีซึ่งจำนวนคนที่นั่งดูก็หนาตา แต่จะแน่นมากหน่อยก็ต้องเป็นคณะลิเกเพชรรัตน์ ที่แม่ยกส่วนใหญ่จะเป็นสตรีวัยต่างกันไป อายุมากที่สุดก็น่าจะประมาณแปดสิบปีที่มอบมาลัยเงินให้ศรราม พระเอกของคณะเป็นรางวัล

หนึ่งในจำนวนนับร้อยที่นั่งดูลิเกคือเอมิกา หล่อนไม่คิดว่าการดูลิเกสดจะสนุกและเข้าใจง่าย แถมพระเอกลิเกก็หล่อตามคำล่ำลือ เป็นความโชคดีของหล่อนที่ได้นั่งหน้าสุด จึงได้เห็นโฉมงามของศรรามได้ชัดตา ยามเขาร่ายรำจะชำเลืองสายตาอ่อนหวานระคนออดอ้อนมาให้แม่ยกทั้งหลาย ที่พากันยิ้มขวยเขิน ทำตัวราวกับว่า พ่อศรรามกำลังยิ้มให้ตัวเอง มีอีกเรื่องที่เอมิกาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตน เรื่องนั้นคือ หล่อนสมัครเป็นแม่ยกพ่อศรราม เพชรรัตน์ ติดอกติดใจเสียงอันไพเราะ ลีลารำอันอ่อนช้อย น้ำเสียงออดอ้อน และการแสดงที่ถือว่าเล่นได้ดีมาก

“พรุ่งนี้คุณเอมจะไปดูลิเกอีกไหมคะ เขาแสดงกันสามวัน” น้ำหวานถามเอมิกาขณะพากันเดินกลับบ้านพักคนงาน

“ไปสิ ฉันจะไปดูพ่อศรรามรูปหล่อ” เอมิกาตอบทันที

“คุณเอมติดใจพ่อศรรามเหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลย ตอนแรกนุ่มคิดว่าคุณเอมน่าจะเบื่อมากกว่าที่ต้องไปนั่งดูลิเก” นุ่มนิ่มพูดขึ้น

“จะว่าไป ตอนแรกฉันก็คิดนะว่ามันจะน่าเบื่อ แต่พอได้ดูพวกเขาแสดงมันก็ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด ฉันสนุกกับการดูลิเก อีกอย่างพระเอกลิเกทั้งหล่อ ทั้งเล่นดี แถมยิ้มก็สวย เสียงก็หวาน ตาก็มีเสน่ห์ ฉันไม่ติดใจได้ไง พรุ่งนี้ต้องไปอีกแน่ๆ”

เอมิกาเองก็ไม่คิดว่า ตัวเองจะนั่งดูลิเกได้เป็นชั่วโมงตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่เบื่อ ไม่บ่น แล้วยังสนุกกับการดูลิเกไม่ต่างกับตอนที่หล่อนดูภาพยนตร์ในโรงหนัง หรือดูการแสดงละครเวทีในห้องแอร์ เอมิกามีความรู้ว่า ดูลิเกยังสนุกกว่าดูภาพยนตร์บางเรื่องเสียอีก

“ดีเลยค่ะ ไปดูกันหลายๆ คนสนุกดี” กิ่งไผ่พูดขึ้นบ้าง

สี่สาวเดินไปคุยกันไปจนถึงทางเข้าบ้านพักคนงาน ขาของพวกหล่อนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นภาวินทร์นั่งอยู่ตรงบันไดกระท่อม หน้าตาเขาค่อนข้างบึ้งตึง มองมายังเอมิกาเขม็ง แล้วพอเห็นลูกหนี้สาว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินมาหาเอมิกา

“จะออกไปนอกไร่ทำไมไม่ขออนุญาตฉันก่อน” เสียงเข้มของภาวินทร์เอ่ยถามเอมิกา ที่ยืนทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้

“ทำไมต้องบอก ฉันเป็นลูกหนี้นะไม่ใช่ทาส อีกอย่างก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว ฉันมีสิทธิ์ไปไหนก็ได้”

“ถ้าเป็นคนงานคนอื่นมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ แต่เธอไม่...เธออย่าลืมสิว่า เธอมาอยู่ที่นี่ทำไม เพราะอะไรแล้วต้องทำตัวยังไง อย่าให้ฉันพูดมากนะ เป็นคนพูดครั้งเดียวก็รู้เรื่อง”

“คุณนี่ย้ำคิดย้ำพูดจริงๆ เลย ฉันไม่ลืมหรอกน่าว่าฉันมาอยู่ที่นี่ทำไม เพราะอะไรแล้วต้องทำตัวยังไง และฉันก็ไม่อยากพูดมากด้วย ฉันเป็นคนพูดครั้งเดียวก็รู้เรื่อง มีแต่คุณนี่แหละพูดไม่รู้เรื่อง” เอมิกาเถียงสู้

น้ำหวาน นุ่มนิ่ม กิ่งไผ่รีบเดินกลับบ้านพัก เพราะเกรงว่าจะถูกลูกกระทบจากการพาเอมิกาออกไปนอกไร่โดยเจ้าของไร่ไม่อนุญาต ดีไม่ดีอาจถูกคาดโทษ

“ฉันพูดไม่รู้เรื่องยังไง” ภาวินทร์ชักงง

“อ้าว ถ้าพูดรู้เรื่องจะมายืนพูดตอกย้ำตรงนี้เหรอ ส่วนเรื่องที่ฉันออกไปเที่ยวงานวัด ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าจะผิดก็คือคุณ เพราะคุณไม่ได้บอกฉันก่อนนี่นาว่าไม่ให้ออกไปนอกไร่ คุณแค่ย้ำกับฉันว่า ให้ฉันทำนั่นนี่ เห็นไหมว่าฉันไม่ผิด คุณผิด” เอมิกาตอกกลับจนภาวินทร์อึ้ง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ ง่วงอยากนอน”

“เธอจะนอนที่นี่หรือไง” ภาวินทร์ถาม

“ก็ใช่น่ะสิ คุณอุตส่าห์ปลูกให้ฉันอยู่ ฉันก็ต้องอยู่”

“ไม่กลัวตุ๊แกหรือไง แถวนี้ชุมนะ” เขาถามยิ้มๆ

“ฉันให้พี่ชาตรีอุดรู อุดร่องแล้ว มันเข้ามาไม่ได้หรอก”

“จริงเหรอ” เขาพูดเสียงสูง “แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น”

“แต่ฉันคิดอย่างนั้น” เอมิกาเถียงกลับ สะบัดหน้าเดินเชิดไปยังกระท่อม

ภาวินทร์ยิ้มมุมปากกับทีท่าหยิ่งยโสของเอมิกา เขายอยากรู้นักว่า หากหล่อนเปิดประตูกระท่อม หล่อนจะเชิดหน้าหรือไม่

“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องของเอมิกาดังขึ้น ไม่กี่วินาทีต่อมา หล่อนก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากกระท่อม มากอดร่างใหญ่ของภาวินทร์อย่างลืมตัว

“พี่ป้อง ตุ๊กแก ตุ๊กแกเต็มเลย อี๋!

หล่อนรู้สึกขยะแขยงตุ๊กแกจนตัวเนื้อสั่น ไม่คิดว่า มันจะเข้ามาในกระท่อมได้ ทั้งที่บอกให้ชาตรีอุดรูอุดร่องที่ตุ๊กแกอาจเข้ามาได้ แต่ทำไมมันยังเข้าในกระท่อมได้ก็ไม่รู้

“ฉันบอกเธอแล้วว่า ฉันไม่คิดอย่างนั้น ตุ๊กแกที่นี่เก่งจะตายไป หาทางเข้ามาจนได้ แล้วมันก็เหมือนนกรู้ มีจิตสัมผัสว่า คนไหนกลัวมันไม่กลัวมัน พอมันรู้ว่าเธอกลัว มันก็จะพยายามเข้ามาหาเธออีก ไม่ได้มาตัวเดียวนะ มันพามาทั้งครอบครัวเลย” เขาพูดไปเรื่อย พูดให้หล่อนเกิดความกลัวมากขึ้น “คราวนี้เธอจะนอนที่นี่หรือไปนอนกับฉันที่บ้าน”

“ฉันไม่นอนกับคุณหรอก ฉันไปนอนกับพี่ชาตรีก็ได้ หรือไม่ก็ไปนอนกับนุ่ม ที่นั่นคงไม่มีตุ๊กแก” หล่อนคลายอ้อมกอดจากร่างสูงใหญ่ ถอยหลังมาสองสามก้าว แม้ว่าใจกลัว ทว่าก็ยังแอบหยิ่ง

“รู้ได้ไงว่าไม่มีตุ๊กแก เธอไปนอนไหนมันก็ตามกลิ่นเธอไป จมูกตุ๊กแกไวจะตายไป มันตามเธอไปทุกที่นั่นแหละ”

“ถ้าคุณบอกว่ามันตามกลิ่นฉันไป มันก็ต้องตามฉันไปบ้านคุณด้วย ฉะนั้นนอนที่ไหนก็คงหนีมันไม่พ้นอยู่ดี”

เอมิกาอยากจะร้องไห้ สภาพความเป็นอยู่ไม่มีปัญหากับหล่อนเลยสักนิด จะมีก็แต่ตุ๊กแกที่ทำให้ประสาทหล่อนสั่นสะเทือน

“แต่บ้านฉันไม่มีตุ๊กแก เพราะบ้านฉันมีน้ำยาทากันตุ๊กแก แล้วเป็นบ้านหลังเดียวที่ทาน้ำยาชนิดนี้ด้วย รับรองว่าไม่มีตุ๊กแกกวนใจ แต่ถ้าเธอไม่อยากไปนอนกับฉันก็ได้นะ ฉันไม่ห้าม จะไปนอนกับใครก็เชิญ แล้วฉันก็มั่นใจว่า ตุ๊กแกที่อยู่ในกระท่อมมันจะตามเธอไปทุกที ขอให้นอนหลับฝันดีนะ”

ภาวินทร์ไม่บังคับเอมิกา เขาหมุนตัวเดินกลับไปยังบ้านพัก ไม่เหลียวหันมองเอมิกาที่ยืนหันซ้ายหันขวา หวาดหวั่นกับเรื่องที่เขาพูดที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ หล่อนเพิ่งรู้ว่า ตุ๊กแกมีสัมผัสพิเศษ หากมันรู้ว่าใครกลัวมันก็จะมาหา

“ตั๊กแก ตั๊กแก ตั๊กแก”

ระหว่างที่เอมิกากำลังครุ่นคิด เสียงตุ๊กแกดังขึ้น มันไม่ได้ดังเพียงตัวเดียว ประสานเสียงกันสองตัว วินาทีนั้นเอมิกาไม่คิดอ่านอะไรทั้งสิ้น จ้ำอ้าวเดินตามภาวินทร์ไปทันที

“รอด้วย รอฉันด้วย”

เจ้าของไร่อมยิ้มกับเสียงเรียกที่ได้ยิน พอใจกับแผนการของตัวเอง เรื่องที่ตุ๊กแกเข้ามาอยู่ในกระท่อมได้เป็นฝีมือเขาเอง หลังจากที่รู้จากชาตรีว่า เอมิกาสั่งให้ชาตรีอุดรูอุดร่องในกระท่อมกันตุ๊กแกเข้ามา เพราะหล่อนต้องการพักที่นี่มากกว่าอยู่ร่วมบ้านเดียวกันตน เขาจึงสั่งให้คนงานในไร่ไปจับตุ๊กแกมาไว้ในกระท่อม แกล้งให้หล่อนอยู่ในกระท่อมไม่ได้ ยิ่งหล่อนไม่อยากอยู่กับเขา ภาวินทร์ก็จะทำให้หล่อนมาอยู่ร่วมบ้านเดียวกับเขาให้ได้ และแล้วภาวินทร์ก็ทำสำเร็จ

รอยยิ้มที่เกิดขึ้นจึงเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #3 Sutasinee Nkom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 15:26
    ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเล้ยยย คุณป้อง
    #3
    0