จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 21 : บทที่ 9 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ก.ค. 60

      ชาตรียืนเกาหัวก้มมองดูพวงองุ่นที่อยู่ในกระบะไม้แล้วถอนหายใจพรืดยาว ก่อนเงยหน้ามองคนงานเก็บองุ่นมือใหม่เอี่ยมอ่องที่ยืนยิ้มแห้ง ทำหน้าสำนึกผิดกับเรื่องที่ตัวเองทำลงไป

        “เอมขอโทษ เอมไม่รู้นี่นาว่า องุ่นที่เก็บได้แล้วมันหน้าตาเป็นไง ก็เลยเก็บทั้งต้นเลย” เอมิกาทำตาปริบๆ แก้ตัวน้ำใสๆ ชาตรีมองหน้าคนขอโทษแล้วถอนหายใจอีกครั้ง

        “พี่ก็ผิดด้วยแหละที่ไม่ได้สอนเอมเก็บองุ่น มันก็เลยออกมารูปนี้”

ก่อนภาวินทร์เข้ากรุงเทพได้สั่งให้งานเอมิกาให้หล่อนเก็บองุ่นให้ได้สิบกระบะ โดยมีเขากำกับดูแล ชาตรีทำตามที่เจ้านายสั่งไว้ เขาได้ถ่ายทอดคำสั่งให้เอมิกาอีกทอดหนึ่ง แล้วตั้งใจว่าจะสอนงานหล่อนก่อนลงมือปฏิบัติ ทว่าเขายังไม่ทันสอน ก็ต้องรีบไปคอกม้า เนื่องจากม้าแม่พันธุ์กำลังตกลูก ทว่าชาตรีก็บอกเอมิกาให้คอยเขาก่อน แต่หล่อนไม่ทำตามที่เขาบอก เก็บองุ่นทั้งที่ไม่รู้ว่า มันถึงเวลาเก็บผลผลิตหรือไม่

“เอมผิดมากกว่า เพราะเอมไม่รอพี่ชาตรี” เอมิกาพูดเสียงอ่อย “เมื่อวานนี้เอมก็ดูคนงานคนอื่นเก็บองุ่นนะ สีและลูกมันก็ใกล้เคียงกับที่เอมเก็บ เอมก็นึกว่าใช้ได้”

“ช่างเถอะ มือใหม่นี่นา มันก็ผิดพลาดกันได้ ดีนะที่น้ำหวานมาเห็นซะก่อน ไม่งั้นคุณป้องเล่นงานเอมแน่ๆ     “ งานนี้ต้องขอบใจน้ำหวาน ที่ตาดีมาเห็นเอมิกาเก็บองุ่นที่ยังไม่ถึงกำหนดการเก็บเสียก่อน ไม่เช่นนั้นสาวสวยตรงหน้าคงถูกภาวินทร์ดุและเก็บเงินค่าความเสียหาย “พี่จะไม่บอกเรื่องนี้ให้คุณป้องรู้ ถือว่าผิดเป็นครูก็แล้วกัน วันนี้เอมยังไม่ต้องเก็บองุ่น พี่จะสอนงานเอมก่อน ให้เอมได้เรียนรู้และทำความรู้จักผลผลิตในไร่ ถ้าให้เอมลงมือทำงานทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องมัน พี่ว่าคงผิดซ้ำซาก”

“จะว่าไปเรื่องนี้เอมก็ไม่ผิดซะทีเดียว เจ้านายพี่ชาตรีผิดด้วย รู้ทั้งรู้ว่าเอมไม่เคยทำงานแบบนี้ก็น่าจะสอนเอมก่อน ไม่ใช่สั่งให้ลงมือทำเลย ฉะนั้นถ้าหากเอมทำผิดพลาด เขาก็จะมาว่าเอมไม่ได้ ว่าพี่ชาตรีว่าไม่ดูแลเอมก็ไม่ได้อีก ต้องว่าเขานั่นแหละ สั่งงานไม่รู้เรื่อง”

ที่เอมิกากล่าวมามีส่วนถูกทั้งหมด ชาตรีรู้ดีว่าที่ภาวินทร์สั่งเช่นนี้เป็นเพราะต้องการกลั่นแกล้งเอมิกา คนงานในไร่กว่าจะได้เก็บองุ่นก็ต้องศึกษาดูวิธีการทำงานหลายวัน บางคนเป็นอาทิตย์ถึงจะได้เก็บผลผลิตในไร่ ส่วนใหญ่มือใหม่จะให้ทำงานอื่นมากกว่า ไม่ใช่ให้มาเก็บองุ่นซึ่งมีราคาสูงในวันแรกๆ ที่เข้ามาทำงาน ทว่าชาตรีเป็นเพียงลูกน้อง จะพูดหรือขัดคำสั่งภาวินทร์ก็ไม่ได้ ทั้งที่อยากทำใจแทบขาด

“มันก็จริง”

“แล้วคุณป้องจะไม่ว่าพี่ชาตรีหรือคะที่ให้เอมศึกษาดูงานก่อน คุณป้องอยากให้เอมทำงานกลางแดดกลางลมจะตายไป อีกข้อเจ้านายพี่ชาตรียิ่งบ้าอำนาจอยู่ด้วย เอมไม่อยากให้พี่ชาตรีเดือดร้อน”

“ก็งานมันออกมาเป็นแบบนี้ มันมีความเสียหายเกิดขึ้น พี่จะดันทุรังให้เอมทำงานทั้งที่ไม่รู้งานได้ยังไง เดี๋ยวพี่จะเอาองุ่นในกระบะไปยันกับคุณป้องด้วย พี่คิดว่าคุณป้องคงเข้าใจที่พี่ไม่ให้เอมทำงานในไร่องุ่น” ชาตรีคิดว่า ภาวินทร์น่าจะเข้าใจเหตุผลที่ตนทำ “ไปเอม พี่จะสอนงานเอมเอง”

เอมิกาพยักหน้าหงึกๆ หล่อนก้าวเดินตามชาตรีที่กำลังพาหล่อนไปดูต้นองุ่นที่เก็บผลผลิตได้แล้วและยังไม่ได้ เพื่อให้หล่อนดูข้อเปรียบเทียบ ทว่าทั้งคู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงของดำคนงานในไร่เรียกชาตรีดังลั่น เจ้าของชื่อหันไปมองต้นเสียงที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหา

“มีอะไรดำ” ชาตรีถามดำคนงานที่ดูแลคอกม้า

“ลูกม้าที่ออกมาอาการไม่ดีครับ ผมว่าน่าจะตามหมอเติ้ลมาดูมันนะครับ” ดำบอก

“ตอนมันออกมาก็ยังดีๆ อยู่ไม่ใช่เหรอ มันแย่ได้ไง” ชาตรีจำได้ว่า ตอนมันเกิดมา แลดูมันปกติเหมือนลูกม้าตัวอื่น แต่พอหนึ่งชั่วโมงต่อมาอาการมันกลับไม่ดี

“ผมก็ไม่รู้ครับ อยู่ๆ มันก็นิ่งไป หายใจก็อ่อนลงด้วย”

“นายไปดูมันก่อน ฉันจะโทรไปตามหมอเติ้ลเอง”

“ครับพี่ชาตรี” ดำรีบวิ่งกลับไปคอกม้า ส่วนชาตรีก็รีบโทรศัพท์หาสัตวแพทย์โกศลทันที

“พี่ชาตรีไปดูลูกม้าเถอะคะ เอมจะไปดูน้ำหวานกับนุ่มทำงานพรางๆ ก่อน”

“อืม ก็ดีเหมือนกัน” ชาตรีเห็นด้วย “พี่ไปก่อนนะ”

“จ้ะ” เอมิกาโบกมือให้ชาตรี จากนั้นก็เดินไปหาน้ำหวานกับนุ่มนิ่มที่ทำงานอยู่ในสวนมะนาว ระหว่างทางที่เดินไป หล่อนทักทายคนงานคนอื่นที่กำลังทำงานอยู่อย่างไม่ถือตัว คนงานชายบางคนยิ้มกว้างเมื่อเห็นนางฟ้าเดินดินสวมหมวกสีชมพูปีกกว้างโปรยยิ้มอย่างไม่กลัวหมด

เอมิกาเดินมาเรื่อยๆ จนถึงทุ่งโล่งกว้างที่วันนี้มีม้าหลายตัวกำลังยืนแทะเล็มหญ้าอยู่ หล่อนหยุดยืนมองดูทิวทัศน์ที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง ทุ่งหญ้าอันเขียวขจีที่นี่กว้างหลายไร่ ด้านหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่ที่ยังคงมีต้นไม้ขึ้นปกคลุม ไม่เป็นเขาหัวโล้นเหมือนภูเขาหลายที่ที่หล่อนเคยเห็น และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นดินกลิ่นหญ้าเข้าจมูก หล่อนรู้สึกสดชื่น ยืนยิ้มกับธรรมชาติที่รังสรรค์อย่างลงตัว ขณะที่เอมิกากำลังเพลิดเพลินอยู่กับธรรมชาติ เสียงของชายคนหนึ่งดังเข้ามาในหู ประโยคคำพูดก็ชวนให้สนใจ หล่อนจึงเดินไปยังต้นเสียงที่อยู่ห่างไม่มากนักทันที

“อีเย็น มึงอย่าปากดีนะ ไม่งั้นกูเอามึงหนักแน่” ก้านตะเบ็งเสียงใส่ลำพูน เมียที่อยู่กินกันมาเจ็ดปีด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว ชี้หน้าลำพูนที่เวลานี้ใบหน้ามีรอยช้ำหลายแห่ง

“อย่าทำฉันพี่ ฉันกลัวแล้ว” ลำพูนยกมือไหว้ผัวที่ถนัดซ้อมเมีย

“ถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าพูดมาก กูให้มึงเอาเงินไปใช้ลุงสมมึงก็เอาไปใช้ ไม่ต้องถามให้กูรำคาญเข้าใจไหม” ก้านตวาดเมียที่มีทีท่ากลัวหนัก

“ฉันไม่มีเงินพี่ เงินยังไม่ออกเลย” ลำพูนบอกเสียงเบา

“มึงก็ไปกู้สิ ไปหากู้มา กูต้องจ่ายลุงสมวันนี้ ไม่งั้นเขาจะตามมาทวงที่ไร่ ไป ไปหามา” ก้านตะคอก

“ฉันไม่รู้จะหาที่ไหนแล้วพี่ ของเก่ายังไม่ให้เขาเลย ของใหม่เขาไม่ให้หรอกพี่”

ลำพูนพูดความจริง ไม่ใช่หล่อนไม่อยากหาเงินมาใช้หนี้แทนสามี ทว่าหล่อนไม่รู้จะหาเงินจากที่ใด ตอนนี้หนี้สินเป็นดินพอกหางหมู หนี้เก่าไม่ทันเคลียร์หมด หนี้ใหม่ก็เข้ามา ค่าแรงจากการทำงานต่อวันก็ไม่มาก เงินออกก็จ่ายได้แค่ดอกเบี้ย ลำพูนจนปัญญาหาเงินมาให้ก้าน

“ถ้ามึงไม่หาเงินมาให้กู กูจะตบมึงให้ฟันหลุดเลยคอยดู” ก้านขู่

“ฉันไม่รู้จะหาที่ไหนจริงๆ พี่ ฉันตันแล้วจริงๆ ฮือ” ลำพูนพูดทั้งน้ำตา

“มึงนี่วอนซะแล้ว ตบให้ตายคามือดีไหมเนี่ย”

ก้านโมโห เงื้อมือทำท่าจะตบเย็นที่รีบถอยหลบ แต่ก็ถูกมืออีกข้างของก้านจิกลงกลางหัวแล้วกระชากเข้ามาหาตัว ฟาดมือลงบนแก้มลำพูนเต็มแรงดังเพี้ยะ

“อย่าพี่! ฉันกลัวแล้ว อย่าทำฉันเลย...ฮือ” ก้านไม่ฟังเสียงร้องขอของลำพูน เขาตบหน้าเมียหลายครั้งติดกัน จนเจ้าของแก้มรู้สึกชาดิก

“หยุดนะ!” สองผัวเมียหันมามองต้นเสียงที่เดินจ้ำอ้าวมาปลดมือก้านที่จิกอยู่กลางหัวลำพูน ก่อนจะดันร่างก้านให้ออกห่างหญิงสาวที่ถูกทำร้าย “ทำไมถึงต้องทำร้ายผู้หญิงด้วย เป็นผู้ชายหรือเปล่า”

ก้านมองหน้าผู้พูดที่ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวไม่น่าจะใช่คนงานในไร่ เนื่องจากคนงานผู้หญิงไม่มีใครแต่งตัวเหมือนสาวเมืองกรุงสักคน ผู้หญิงตรงหน้าสวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นตาสีชา ริมฝีปากเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน ทาทับด้วยลิปกลอสมันวาว เสื้อเชิ้ตแขนยาวที่สวมใส่ก็ดูดีมีราคา กางเกงยีนส์รัดรูปทำให้หล่อนดูทะมัดทะแมง หล่อนเหมาะไปเดินแบบมากกว่าเป็นคนงานในไร่ อีกอย่างเขาก็รู้จักคนงานที่นี่ทุกคน หญิงสาวคนนี้น่าจะเป็นคนต่างถิ่นที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน

“คุณเป็นใคร อย่ามายุ่งเรื่องผัวเมีย” ก้านลดเสียงเกรี้ยวกราดลง มองหน้าสตรีที่สวมใส่แว่นตาสีชาเขม็ง “คนที่นี่ยังไม่ยุ่งเรื่องฉันกับเมียเลย คุณก็ไม่ต้องมายุ่ง”

“ก็เพราะคนที่นี่ไม่ยุ่งน่ะสิ คุณถึงได้ทำอย่างนี้กับเพศแม่ ถึงผู้หญิงคนนี้จะเป็นเมียคุณก็เถอะ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเธอแบบนี้ คุณโดนข้อหาทำร้ายร่างกายได้เลยนะ ติดคุกได้นะจะบอกให้”

ก้านอึ้งไปหลายวินาทีกับคำพูดของสาวแปลกหน้า เรื่องการทะเลาะระหว่างเขากับลำพูนถือว่าเป็นเรื่องชินชาของคนในไร่ญาติกา แม้แต่ภาวินทร์เจ้าของไร่ยังไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว อาจจะว่ากล่าวตักเตือนบ้าง ทว่าไม่มีใครข่มขู่เขาเช่นหล่อนคนนี้

“ตำรวจไม่ยุ่งเรื่องผัวเมียหรอก เพราะฉะนั้นคุณก็อย่ายุ่ง”

ก้านไม่กลัว กระชากแขนลำพูน แต่ก็ถูกมือเล็กนุ่มของเอมิกาฟาดลงที่ท่อนแขนก้าน ก้านเงยหน้ามองคนแปลกหน้ากล้าลองดีเขม็ง เขาชักเริ่มฉุนกับคนชอบยุ่งเรื่องผัวเมีย

“ฉันไม่ยุ่งไม่ได้หรอก ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณจะทำร้ายเธอ ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกันทนเห็นเธอถูกตบตีไม่ได้ คุณเองเป็นผู้ชาย เป็นหัวหน้าครอบครัวแต่ทำไมต้องให้เมียหาเงินมาใช้หนี้ที่ตัวเองก่อด้วย เป็นหนี้เองก็ใช้หนี้เองสิ ให้เมียหาเงินมาใช้หนี้แทนอย่างนี้มันน่านุ่งกระโปรงแทนกางเกง”

เอมิกาเชิดหน้าพูด ไม่เกรงกลัวหน้าตาท่าทางน่ากลัวของก้านที่จ้องมองหล่อนไม่กระพริบ ระหว่างที่เดินตามเสียงก้าน เอมิกาได้ยินประโยคที่ก้านให้ลำพูนไปหาเงินมาใช้หนี้ หล่อนจึงประติดประต่อเรื่องราวและคิดว่าไม่ผิดอย่างที่คิด

“มันจะมากไปแล้วนะ ถ้าไม่หยุดพล่ามจะตบให้คว่ำ”

“ขอบคุณคุณมากนะคะที่เข้ามาช่วยฉัน ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

ลำพูนกลัวว่าสามีจะทำร้ายคุณคนสวย หล่อนจึงรีบขอบคุณและลากจูงสามีออกไปจากจุดนี้ก่อนที่ก้านจะคุมตัวเองไม่อยู่ แต่คนชอบยุ่งเรื่องคนอื่น และไม่ชอบผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงไม่ยอมลามือง่ายๆ เอมิกาเดินมาดักหน้าสองผัวเมีย

“อย่าไปยอมให้เขาตบตีนะ ถ้ายอมเขา เขาก็จะทำร้ายเธอแบนนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าเธอไม่หาเงินมาให้เขา เขาก็จะยิ่งทำร้ายเธอ เธอไม่ใช่กระสอบทราย แล้วเขาก็ไม่ใช่เจ้าชีวิตที่จะทำกับเธออย่างนี้ เธออย่ายอมนะ ถ้ายังยอมเธอตายคามือเขาสักวันแน่”

ลำพูนมองหน้าสาวสวย หล่อนซึ้งในคำพูดของสาว หล่อนอยู่กินกับก้านมาเจ็ดปี ถูกตบตีบ่อยครั้ง แทบจะนับไม่ไหวว่ากี่ครั้งกี่หน แต่หล่อนก็ไม่คิดเลิกรากับก้าน อาจเป็นเพราะความรักที่มีต่อก้านที่มีมากกว่ารักตัวเอง หล่อนจึงจำยอมเป็นกระสอบทราย หาเงินมาใช้หนี้แทนก้านที่ไม่รู้ว่า จ่ายแทนไปแล้วเท่าไหร่ และสิ้นสุดเมื่อไหร่ มีหลายคนที่เตือนให้หล่อนเลิกกับก้าน เพราะอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จะทำให้ตัวเองมีแต่ความทุกข์ ทว่าลำพูนไม่ทำตามคำแนะนำนั้น แถมยังยอมก้านทุกอย่าง หลายคนที่เคยเตือนด้วยความหวังดี จึงไม่ให้ความสนใจ มองเห็นแล้วเลยผ่าน ถือว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

ก้านหน้าตึงไม่คิดว่าหญิงสาวแสนสวยจะกล้าพูดกล้าเตือนลำพูนต่อหน้าตน หลายคนที่เคยทำแบบนี้ถูกเขาตอกใส่หน้าจนไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว มีหรือที่ก้านจะไม่พูดใส่หน้าคนชอบยุ่งเรื่องผัวเมีย

“เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่า ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู ถ้ามึงไม่รู้จักหุบปากล่ะก็ ปากมึงแตกแน่”

“พี่อย่าไปว่าคุณเขา เราไปกันเถอะพี่ มีงานต้องทำ”

ลำพูนเข้าแก้ไขสถานการณ์ เพราะรู้นิสัยสามีดีว่า ทำร้ายผู้หญิงได้โดยไม่คิดอ่านอะไร ซึ่งหล่อนเองก็ไม่ต้องการให้สามีทำร้ายคนหวังดีตรงหน้าด้วย

ในขณะที่ลำพูนกำลังพาก้านออกห่างเอมิกา น้ำหวานที่ได้ยินเสียงก้านเอะอะโวยวาย หล่อนรู้ได้ทันทีว่าคงทะเลาะกับลำพูนเช่นเคย ความที่เป็นห่วงเพื่อน น้ำหวานจึงเดินตามเสียงมา แต่พอมาถึงก็เห็นเอมิกายืนอยู่ตรงหน้าสองผัวเมีย

“ฉันไม่กลัวนายหรอก ถ้านายทำอะไรฉัน ฉันจะไปแจ้งตำรวจมาลากคอนายเข้าคุก” เอมิกาแอวพูด เชิดหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าใจนึกหวั่นก็ตาม

“คุณเอมเกิดอะไรขึ้นคะ” น้ำหวานรีบเดินมาหยุดยืนข้างเอมิกา หล่อนตกใจไม่น้อยกับคำพูดของสาวกรุงเทพแสนสวย หล่อนคิดว่าคงเกิดเรื่องใดเข้าแล้ว

“ก็ผู้ชายคนนี้น่ะสิ เขาทำร้ายเมียตัวเอง แถมจะทำร้ายฉันด้วยนะ” เอมิกาตอบ

“หวานว่า เราไปกันดีกว่าค่ะ อย่าไปยุ่งเรื่องเขาสองคนเลย ไปค่ะ ไปช่วยหวานเก็บมะนาวดีกว่า” น้ำหวานไม่อยากให้เอมิกายุ่งกับก้าน คนพาลและติดการพนัน แถมยังติดเหล้า ห่างไว้เป็นดีที่สุด

“แต่ว่า...” เอมิกาไม่อยากไป

“ไม่มีแต่ค่ะ ไปค่ะคุณเอม” เสียงน้ำหวานขัดขึ้น ลากจูงเอมิกาไปยังสวนมะนาว โดยมีสายตาไม่พอใจของก้านมองตามไปไม่ลดละ

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” ก้านถามลำพูนที่จนด้วยคำตอบ

“ฉันไม่รู้หรอกพี่ แต่เท่าที่เห็น คงไม่ใช่คนงานแน่ๆ”

“ถ้ามันมาเสือกเรื่องของกูอีกล่ะก็ กูไม่เอามันไว้แน่” ก้านอาฆาต “ส่วนมึงก็ไปหากู้เงินมาด้วย กูจะได้เอาไปใช้หนี้ลุงสม ภายในวันนี้ด้วยนะ”

ก้านไม่รอให้ลำพูนพูดอะไร เขาเดินไปทำงานต่อทันทีที่สั่งเมียเสร็จ ไม่สนใจสักนิดว่าลำพูนจะหาเงินมาได้หรือไม่ สำหรับก้านมีเพียงคำว่าต้องได้คำเดียวเท่านั้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น