จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 16 : บทที่ 7 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    13 ก.ค. 60

        ช่วงเวลาตั้งแต่บ่ายยันสี่โมงครึ่งเย็นเอมิกามีเพื่อนใหม่นับสิบคน ความที่หล่อนมีนิสัยพูดเก่ง พูดคล่อง ไม่ถือตัว ที่สำคัญชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นทุนเดิม ส่งผลให้หล่อนเข้ากับคนงานได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่แนะนำตัวให้คนนั้นคนนี้รู้จัก เอมิกาก็ใช้เวลานี้ศึกษาดูงานไปด้วย หลายชั่วโมงที่ผ่านมา นุ่มนิ่ม กิ่งไผ่ น้ำหวานและน้าทม ช่วยสอนให้หล่อนดูผลองุ่นที่เก็บผลิตได้ และสอนวิธีเก็บมันออกจากต้นอย่างถูกวิธี ไม่ให้ช้ำ ซึ่งเอมิกาก็ทำได้ดี

        ระหว่างที่ทำความรู้จักกับคนงาน เอมิกาได้ถามเรื่องความเป็นมาเป็นไปของไร่ญาติกาว่า ภาวินทร์มาเป็นเจ้าของไร่แห่งนี้ได้อย่างไร เนื่องจากเขาเป็นพี่ชายของสาริช ฉะนั้นฐานะของเขาตอนนั้นถือว่าด้อยกว่าหล่อนมาก เป็นไปไม่ได้ที่ภาวินทร์จะเป็นเจ้าของไร่อันกว้างใหญ่แห่งนี้

        คำตอบที่ได้รับเอมิกาถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าโชะตาจะเล่นตลกกับคนเราได้มากขนาดนี้ เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นจากวิมลวรรณ มารดาที่แท้จริงของภาวินทร์ ได้ทอดทิ้งภาวินทร์ไปตั้งแต่เด็ก ให้อยู่กับปัญญาและอรุณที่ขณะนั้นรับจ้างเลี้ยงเด็ก วิมลวรรณจ่ายค่าจ้างเลี้ยงดูภาวินทร์ได้เพียงสองเดือนก็หายหน้า ไม่ติดต่อกลับมา ด้วยความสงสารปัญญากับอรุณจึงรับภาวินทร์เป็นบุตรบุญธรรม และเลี้ยงดูเขาตั้งแต่นั้นมา

        เมื่อหกปีก่อนทนายความของวิมลวรรณมาหาปัญญากับอรุณที่บ้าน พร้อมกับข่าวการเสียชีวิตของวิมลวรรณและมรดกที่ภาวินทร์จะได้รับคือ ไร่ญาติกา ไร่แห่งนี้เป็นของสามีวิมลวรรณที่อยู่กินกันมาสามสิบปี และเพิ่งรู้ว่าวิมลวรรณมีลูกติดคือภาวินทร์ ก่อนวันที่สามีนางเสียชีวิตสี่วัน

ด้วยความรัก ความเมตตาที่มีให้วิมลวรรณ เขาจึงมอบทรัพย์สมบัติให้วิมลวรรณทั้งหมด และไม่โกรธหรือหวงสมบัติ หากวิมลวรรณจะนำไปให้ลูกชายที่ไม่ได้เลี้ยงดู วิมลวรรณซาบซึ้งใจมาก หลังจากสามีเสียชีวิต นางได้แบ่งสมบัติส่วนหนึ่งให้กับน้องชายของสามี ส่วนที่เหลือนางได้เขียนพินัยกรรมมอบให้ภาวินทร์เพียงคนเดียว และตั้งใจว่าจะไปหาบุตรชายหลังเรื่องจัดการมรดกให้น้องชายสามี ในวันที่นางเดินทางไปหาภาวินทร์ เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น รถยนต์ที่นางใช้เป็นพาหนะเกิดอุบัติเหตุ วิมลลวรรณเสียชีวิตคาที่ ทนายความจึงเดินทางมาหาภาวินทร์ที่บ้าน เปิดพินัยกรรมของวิมลวรรณต่อหน้าทายาท

นอกจากไร่ญาติกา ภาวินทร์ยังได้รับเงินสดในธนาคารหนึ่งร้อยยี่สิบล้าน อาคารพาณิชย์ในอำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี บ้านพร้อมที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครที่วิมลวรรณซื้อไว้ก่อนเสียชีวิตอีกหนึ่งหลัง ปัญญากับอรุณอึ้งจนพูดไม่ออก ส่วนภาวินทร์ทั้งตกใจและคาดไม่ถึงว่า มารดาจะทิ้งมรดกไว้ให้มากมายถึงเพียงนี้ เขายินดีรับมรดกที่มารดามอบให้ มรดกจำนวนมากนี้จะทำให้ปัญญากับอรุณ พ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กสบาย อโหสิกรรมและทำบุญใหญ่อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้มารดา นับตั้งแต่วันนั้นภาวินทร์เข้ามาทำงานในไร่ เรียนรู้และพัฒนาไร่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

        “พี่เอม ฉันกับไผ่และหวานจะไปเล่นน้ำที่น้ำตก พี่เอมไปด้วยกันไหมจ้ะ น้ำตกน้ำเย็นมากๆ เลย อาบแล้วชื่นใจสุดๆ” นุ่มนิ่มชวนเอมิกา ขณะที่เดินกลับไปบ้านพัก

เอมิกามีสีหน้าตื่นเต้นกับคำชวน หล่อนเคยเห็นน้ำตกในภาพถ่าย สารคดีและตามรายการท่องเที่ยว แต่ไม่เคยเห็นและสัมผัสด้วยตัวเอง เมื่อถูกชวน หล่อนจึงรับคำอย่างไม่ลังเล

“ไปสิไป ฉันอยากเห็นน้ำตก”

        “แล้วพี่เอมไม่ไปขออนุญาตคุณป้องก่อนเหรอ เผื่อคุณป้องไม่ให้ไป ถ้าคุณป้องรู้ว่าเราชวนพี่เอม มีหวังโดนหักเงินค่าแรงแน่ๆ” กิ่งไผ่เอ่ยอย่างเป็นกังวล

        “ทำไมต้องขอคุณป้องด้วยล่ะ ก็แค่ไปน้ำตก ไม่ได้หนีไปจากที่นี่ซะหน่อย” นุ่มนิ่มถาม เป็นคำถามที่เอมิกาก็อยากรู้เช่นกัน

        “นั่นสิ ทำไมฉันต้องขออีตาคุณป้องด้วย ฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะลูกหนี้ก็จริง แต่ไม่ใช่นักโทษที่จะไปไหนมาไหนไม่ได้” เอมิการู้ตัวเองดีว่า ตนอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร และไม่คิดจะละเมิดข้อตกลง

        “แต่บอกหน่อยก็ดีนะพี่เอม คุณป้องเวลาดุก็ดุอย่างกับเสือนะ พวกหนูกลัว” กิ่งไผ่พูดเสียงอ่อน

        “กลัวในสิ่งที่สมควรกลัว การที่ฉันไปอาบน้ำที่น้ำตกไม่เป็นความผิด แต่ถ้ากลัวเขาว่า เดี๋ยวฉันจัดการเอง รีบไปเอาชุดไปเล่นน้ำกันเถอะ ฉันเหนียวตัวจะแย่”

เอมิกาจอมเอาแต่ใจไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หล่อนเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในกระท่อมเพื่อเปลี่ยนชุด เป็นชุดที่พร้อมสำหรับการเล่นน้ำตก

นุ่มนิ่ม กิ่งไผ่และน้ำหวานมองหน้ากัน ก่อนจะพากันมองหน้ากัน ทุกคนรู้ฐานะของเอมิกาจากคำบอกเล่าของชาตรีว่า เอมิกาคืออดีตคนรักของภาวินทร์ และมาอยู่ที่นี่ในฐานะลูกหนี้ ทำงานใช้หนี้จำนวนหลักล้าน ชาตรียังบอกทุกคนอีกว่า อย่ากลั่นแกล้งหรือพูดจาไม่ดีกับเอมิกา เพราะอย่างน้อยหล่อนคือคนที่ภาวินทร์ยังมีเยื่อใยอยู่ คนงานทุกคนที่เอมิกาพูดคุยด้วยวันนี้ จึงให้เกียรติและพูดดีกับหล่อนทุกคน

<><><><><><><><><> 

        สายตาภาวินทร์กวาดมองไปในกระท่อมที่ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่ตนหมายจะมาหา เขาพบเพียงเสื้อผ้าที่จำได้ดีว่าหล่อนเพิ่งใส่เมื่อตอนกลางวัน วางอยู่ตรงมุมห้อง เขาเข้าใจว่า หล่อนคงไปอาบน้ำ จึงเดินไปนั่งบนแคร่ไม้กลางลาน นั่งคุยกับลุงแม้น น้าหวี น้าชายที่นั่งกงเหล้าขาวกันอยู่

        ขณะกำลังกระดกเหล้าขาวในแก้วเข้าปาก ตามด้วยมะขามเปียก สายตาเขามองเห็นความผิดปกติของเสกกับสินสองพี่น้องที่เดินเข้ามาในส่วนบ้านพัก ทุกคนต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หน้าตาระรื่นผิดปกติ ภาวินทร์จึงอดทักไม่ได้

        “ไอ้เสก ไอ้สิน ยิ้มกันใหญ่เชียว ไปแอบดูใครอาบน้ำมาล่ะ” ภาวินทร์แซว

        “ไปดูนางฟ้าลงเล่นน้ำในน้ำตกครับคุณป้อง สวยมากๆ เลยครับ ถ้าไม่ติดว่า ผมสองคนต้องเอาของไปส่งที่กรุงเทพ กะว่าจะกระโจนเล่นน้ำกับแม่นางคนสวยซะหน่อย” สินตอบ ภาวินทร์ย่นคิ้วสงสัย

        “นางฟ้าคนสวย” เจ้าของไร่ทวนคำ “ใครวะ นุ่มหรือน้ำหวาน”

        “สองตัวนั้นอย่าเรียกว่านางฟ้าเลยครับ ต้องเรียกว่านางมารถึงจะเหมาะ” เสกรีบพูด “ผมก็ไม่รู้จักครับ สงสัยเพิ่งมาทำงานที่นี่ เธอใส่ชุดว่ายน้ำแบบสองชิ้นเล่นน้ำครับ ตัวนี่ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยมากๆ นมก็ใหญ่ ผมเห็นแล้วอยากจะฟัดเธอจริงๆ ครับ”

        “แคกๆ” ภาวินทร์สำลักเหล้าขาวทันที จากรูปพรรณที่สินตอบ มันตรงกับเอมิกาเหลือเกิน  คนงานในไร่คงไม่มีใครใส่บิกินี่เล่นน้ำแน่ ที่สำคัญเป็นคนงานใหม่ที่สินกับเสกไม่รู้จัก “มึงสองคนอย่าคิดชั่วกับเอม ถ้ากูรู้ว่ามึงคิดชั่วล่ะก็ กูยิงมึงทิ้งแน่”

        เสกกับสินถึงกับอ้าปากค้างกับคำขู่ของเจ้านาย ทั้งสองเกาหัว มองร่างสูงใหญ่ของภาวินทร์ที่จ้ำอ้าวเดินทางเดียวกับที่ทั้งคู่เพิ่งเดินกลับมา หน้าตาของภาวินทร์บอกบุญไม่รับมาแต่ไกล

        “ลุงแม้น คุณป้องเป็นอะไร” สินถามลุงแม้น

        “มึงสองตัวไปแอบดูสามสาวเล่นน้ำที่น้ำตกมาใช่ไหม” คนถูกถามไม่ตอบ แต่ถามกลับ

        “ใช่” เสกตอบ

        “แล้วคงมีผู้หญิงหน้าตาสวยๆ ขาวๆ ไปร่วมวงด้วยใช่ไหม” ลุงแม้นถามต่อ

        “ใช่” สินตอบ

        “ผู้หญิงที่มึงบรรยายเมื่อกี้คือ คนรักเก่าของคุณป้อง หนูเอมมาทำงานใช้หนี้คุณป้อง แล้วที่คุณป้องขู่มึงอย่างนั้นเพราะเขาหึงหนูเอม คราวหน้ามึงสองตัวก็อย่าคิดไม่ดีกับหนูเอมล่ะ ไม่งั้นจะตายคาไร่” ลุงแม้นให้ความกระจ่าง

สองพี่น้องเหงื่อตกเมื่อรู้ความจริง เกือบไปแล้ว เกือบตายเพราะความบ้ากามของตัวเองซะแล้ว ดีที่ลุงแม้นช่วยไขข้อข้องใจและกล่าวเตือน ไม่งั้นเขาทั้งสองคงเป็นผีเฝ้าไร่นี้แน่ เพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่า ภาวินทร์บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายขึ้นมาความสยองมาเยือน

“ผมไม่รู้จริงๆ ลุงแม้น ดีนะไม่ถูกคุณป้องกระทืบ”

“มึงสองตัวจะรู้ได้ไง เข้ากรุงเทพไปเป็นอาทิตย์ ไอ้ชาตรีเพิ่งมาบอกพวกเราเมื่อวานซืนนี้เอง” น้าหวีเป็นคนตอบ “ไปๆ ไปเตรียมตัวเถอะ มึงสองตัวต้องเอาของไปส่งหลายที่ไม่ใช่เหรอ”

“งั้นผมสองคนไปอาบน้ำกินข้าวก่อนนะลุง ขอบคุณมากที่บอกผมเรื่องคุณเอม”

คนที่นั่งก๊กเหล้าขาวพยักหน้าให้สองพี่น้องที่เดินกลับไปห้องพักของตัวเอง ก่อนจะนั่งดื่มเหล่าขาวกันต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น