จอมใจภาวินทร์

ตอนที่ 15 : บทที่ 6 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

ไร่ญาติกามีเนื้อที่กว่าหนึ่งพันไร่ อาจพูดได้ว่า ไร่แห่งนี้เป็นไร่ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดราชบุรี และมีพื้นที่การเกษตรที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย ไร่แห่งนี้ปลูกผลไม้หลักคือองุ่นไร้เมล็ด มังคุด น้อยหน่า แก้วมังกรรวมทั้งแตงโมและมะนาวก็เป็นหนึ่งในผลผลิตของไร่ อีกส่วนหนึ่งของพื้นที่ขุดเป็นสระขนาดใหญ่ เลี้ยงปลาหลายชนิดเพื่อขายและเป็นอาหารเลี้ยงคนงานในไร่ พื้นที่อีกห้าไร่ภาวินทร์ให้ปลูกพืชผักสวนครัวไว้ให้คนงานนับร้อยคนทาน ทุ่นเงินค่าใช้จ่ายไปได้มาก

อีกด้านหนึ่งจะเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ ที่มีไก่นับพันตัวออกไข่ให้เก็บไปขายวันละเป็นพันฟองทุกวัน ในส่วนนี้จะมีพ่อค้ารายใหญ่ในจังหวัดมารับไข่ไปจำหน่ายทุกวัน แต่เขาก็แบ่งไข่ไว้บ้างเพื่อเลี้ยงคนงาน

        “เอม ออกมาได้แล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บเสื้อผ้าก็ได้” ภาวินทร์ตะโกนบอกเอมิกา ที่เวลานี้เลยมาสิบนาที แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าหล่อนจะออกมาจากกระท่อม “เอม...เอมได้ยินไหม”

        “คุณจะตะโกนเรียกอะไรหนักหนา กระท่อมนะไม่ใช่กำแพงปูนเสริมใยเหล็กถึงได้ตะโกนดังเพื่อให้เสียงทะลุผ่าน พูดเบาๆ ก็ได้ยินแล้ว”

เอมิกาเหวใส่ภาวินทร์ คนถูกว่ากลับมองเอมิกาตาค้าง ที่ว่าตาค้างเพราะชุดที่หล่อนสวมใส่ เธอใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ทรงเดฟ บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้าง ไม่พอยังสวมใส่แว่นตาสีชาอีกด้วย หล่อนแต่งตัวราวกับว่ากำลังไปเดินริมชายหาด

“นี่เธอใส่ชุดบ้าอะไร”

“ก็ชุดธรรมดานี่แหละ ทำไม มันบ้าตรงไหน” เอมิกาตอบ

“จะสวมหมวกกับแว่นตาทำไม ไม่ได้ไปเดินชายหาดนะ”

“ที่สวมหมวกเพราะแดดมันร้อน เดี๋ยวหน้าเป็นฝ้า ที่ใส่แว่นตาเพราะแดดมันแรงเดี๋ยวจะทำให้สายตาเสีย ที่ใส่เสื้อแขนยาวเพราะกลัวแดดเลียผิว ที่ใส่กางเกงรัดรูปเพราะจะได้ทำงานสะดวกๆ มีอะไรจะถามอีกไหม” หล่อนตอบเป็นชุด “แล้วคุณก็ไม่ได้บอกฉันด้วยว่า ห้ามแต่งตัวแบบนี้ ฉะนั้นฉันใส่ได้”

ภาวินทร์ถึงกับมึนกับเหตุผลของเอมิกา แต่จะว่าไปผู้หญิงรักสวยรักงามก็ต้องป้องกันตัวเองจากรังสีแสงอาทิตย์ที่พร้อมจะแผดเผาผิวสวยๆ ของเอมิกาให้หมองคล้ำ หล่อนจึงต้องป้องกันเสียดิบดี จะว่าไป คนงานในไร่ของเขาส่วนใหญ่ก็ใช้ผ้าปกป้องกายเช่นกัน ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว สวมหมวกพลาสติกสานหรือไม่ก็งอบด้วยกันทั้งนั้น

“รีบไปเถอะ เสียเวลากับเธอมามากพอแล้ว ฉันจะพาเธอไปกินข้าวก่อน” ภาวินทร์บอกเอมิกาที่เดินตามหลังมา “ตื่นเช้ามาเธอก็ไปอาบน้ำตอนเจ็ดโมงก็มากินข้าวที่โรงครัว ฉันเลี้ยงคนงานสามมื้อ”

เขาพูดไปด้วยเดินไปด้วย แต่นึกเอะใจที่ไม่มีเสียงตอบรับจากเอมิกา ภาวินทร์จึงหันไปมองด้านหลัง หมายจะดุใส่หล่อนที่ไม่ตอบรับใดๆ กลับมา แต่พอเห็นภาพเอมิกานั่งเล่นกับลูกหมาที่อยู่ห่างจากเขาประมาณสิบเมตร ภาวินทร์กลับอมยิ้ม ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นบึ้งตึง ส่งเสียงไม่พอใจออกไป

“เอมิกา!” เจ้าของชื่อเงยหน้ามองผู้ชายชอบสั่งที่เดินจ้ำอ้าวมาหาตน หล่อนวางลูกหมาที่อุ้มอยู่ลงบนพื้น ลุกขึ้นยืนเท้าเอว

“จะเรียกอะไรดังลั่น อยู่ห่างกันแค่นี้เอง”

“อย่ามาพูดดีนะ รู้ซะบ้างว่าฉันเป็นใคร เธอเป็นใคร”

“ฉันน่ะรู้ว่าฉันเป็นใคร มีแต่คุณนี่แหละ พูดอยู่ได้ว่าฉันเป็นใคร ไม่รู้ตัวเองหรือไงว่าเป็นใคร” เอมิกาเถียงใส่ ก้าวเดินมาหาคนตัวโต “พาฉันไปกินข้าวได้แล้ว ฉันหิว”

ชาตรีที่เดินถือถุงใส่เมล็ดภัณฑ์การเกษตรกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ เมื่อเห็นลูกหนี้สาวสวยยืนเท้าเอวสั่งเจ้านายตน ที่น่าจะเป็นคนออกคำสั่งมากกว่า

“ไอ้ชาตรี มึงยิ้มอะไร” ภาวินทร์มาลงที่ชาตรี

“เปล่าครับเปล่า ไม่ได้ยิ้มครับ บริหารปากอยู่ครับ”

ชาตรีแก้ตัวลิ้นรัว เอมิกาเมื่อเห็นชาตรีก็เดินไปเกาะแขน โดยมีสายตาดุๆ ของภาวินทร์ที่บอกว่าเกลียดหล่อนหนักหนา ทว่าการแสดงออกไม่ทำให้ชาตรีคิดเช่นนั้น พอเขาเห็นสายตาผู้เป็นนาย ก็รับทิ้งถุงในมือ ปลดมือหล่อนออกจากแขนของตน ก่อนที่บาทาของภาวินทร์จะมากระทบตัว

“พี่ชาตรี พาเอมไปกินข้าวหน่อยสิ หิวแล้ว”

“เอ่อ...พี่ว่าให้คุณป้องพาไปเถอะนะ พี่ต้องไปทำงาน”

“นี่มันเที่ยงแล้วนะพี่ชาตรี พี่ยังทำงานอีกเหรอคะ ไม่เอาค่ะ ไปกินข้าวกัน”

“ไอ้ชาตรี! มึงจะไปทำงานก็ไปป่ะ กูคันตีน” เสียงทุ้มใหญ่ดุๆ ดังผ่านปากภาวินทร์

“คุณนี่เป็นเจ้านายที่ใจร้าย ใจดำ อำมหิตเหลือเกิน พักเที่ยงแท้ๆ ยังให้พี่ชาตรีไปทำงาน ฉันจะให้พี่ชาตรีไปฟ้องกรมแรงงาน” เอมิกาออกโรงป้องสิทธิของคนงานแทนชาตรี “พักเที่ยงแล้วไม่ต้องทำงานพี่ชาตรี ไปกินข้าวกัน”

ภาวินทร์อึ้งไปกับคำพูดต่อปากต่อคำของเอมิกา นิสัยของหล่อน เขารู้ดี เถียงเก่ง เวลาพูดมากก็พูดซะจนหูแฉะ แต่ไม่คิดว่า หล่อนจะกล้าว่าเขาต่อหน้าชาตรี

“ไอ้ชาตรี มึงจะไปแดกข้าวก็ไป ก่อนที่ปากมึงจะกินอะไรไม่ได้” ชาตรีก้มหยิบถุง แล้วเดินแกมวิ่งห่างสองหนุ่มสาวที่เปิดศึกน้ำลายทันที หากอยู่นานมีหวังเขาปากแตกแน่นอน “ส่วนเธอถ้าอยากกินข้าวก็ตามมา แล้วอย่าปากดีนะ จะหาว่าไม่เตือน”

เอมิกาหน้างอเดินตามคนขู่เก่งไปยังโรงครัวที่เดินต่อไปอีกประมาณสองร้อยเมตร โรงครัวของไร่ญาติกา เป็นอาคารชั้นเดียวแบบห้องโถงใหญ่ พอเดินเข้าไปจะมีที่นั่งทำจากไม้อยู่หลายสิบโต๊ะ เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ด้านขวามือจะเป็นห้องครัวขนาดใหญ่ ที่เวลานี้มีคนงานทยอยเดินเข้ามาทานอาหารเที่ยง ทุกคนถือถาดหลุมคนละถาด ยืนต่อแถวตักข้าว ตักข้าวเสร็จก็เดินไปยังหม้อแขกที่มีวันนี้แม่ครัวทำแกงเขียวหวานปลาดุก หม้อนี้คนตักอาหารใส่ถาดให้คนงานคือแก้ว ส่วนผักผัดใส่หมูจะเป็นหน้าที่ของจิ้มคอยตักกับข้าว เมื่อได้อาหารครบ คนงานก็จะไปนั่งกินที่โต๊ะ โรงครัวยังมีน้ำดื่มเย็นๆ ไว้บริการ รวมทั้งน้ำหวานที่ผสมพร้อมดื่มให้ดื่มอีกด้วย

“เวลาจะกินข้าวก็ต้องทำเหมือนคนอื่นเขา ใช้อภิสิทธ์อะไรไม่ได้” ภาวินทร์บอกเอมิกา “กินเสร็จเธอก็เอาถาดไปล้างด้านหลัง คนงานที่นี่ต้องรับผิดชอบถาดของตัวเอง ไม่ใช่กินเสร็จแล้วทิ้งภาระให้คนครัว ล้าวเสร็จก็เอาไปคว้ำไว้บนโต๊ะริมที่เรียงกันอยู่ตรงโน้น”

“แล้วคุณล่ะ เวลากินข้าวทำยังไง” เอมิกาย้อนถาม

“ถามทำไม”

“ก็อยากรู้” หล่อนลอยหน้าลอยตาตอบ “ตอบมาสิ”

“นู่นไง ป้าหวินแม่ครัวของที่นี่ เตรียมอาหารให้ฉันกินแล้ว”

“ไม่ยุติธรรม” 

“ไม่ยุติธรรมยังไงมิทราบ”

“เมื่อกี้คุณบอกว่า เวลาจะกินข้าวก็ต้องทำเหมือนคนอื่นเขา ใช้อภิสิทธ์อะไรไม่ได้ แต่ทำไมคุณถึงไม่ต่อแถวเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนงานเห็นล่ะ ทำไมต้องมีคนคอยบริการด้วย อย่ามาตอบนะว่าเพราะคุณเป็นเจ้าของไร่ ยิ่งคุณเป็นเจ้าของไร่ยิ่งต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องไม่ใช่เหรอ ทำตัวแบบนี้ไม่น่าเคารพเลย”

เอมิกาไม่ใช่ลูกหนี้ที่จะมาให้เขาเหยียบย่ำง่ายๆ หล่อนยอมเขาก็จริง แต่บางเรื่องหล่อนก็พร้อมจะสร้างความปวดหัวให้ ภาวินทร์อึ้งอีกแล้ว เจอคำพูดหล่อนที่ไร เขาไปแทบไม่เป็น คนงานที่ได้ยิน ต่างพากันอมยิ้มกับวาจาของสาวสวยหน้าหวาน ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้คิดเช่นเดียวกับหล่อน เพราะภาวินทร์เป็นนายจ้าง ไม่แปลกที่จะมีคนงานคอยบริการ

“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่า จะให้ฉันต่อคิวตักอาหารเหมือนคนงานใช่ไหม”

“เหรอ ฉันพูดแบบนั้นเหรอ” หล่อนทำหน้าไขสือ “เปล่าซะหน่อย ฉันแค่ถามคุณ คุณตอบฉัน แล้วฉันคิดยังไงก็พูดไปอย่างนั้น ไปกินข้าวดีกว่า หิวแล้ว”

โอ๊ย! กูอยากจะบ้า

ภาวินทร์ตะโกนในใจ มองเอมิกาที่เดินไปหยิบถาดหลุม ก่อนที่หล่อนจะเดินมาต่อแถวรอตักข้าวเหมือนคนงานคนอื่น เขารู้ว่าหล่อนร้าย หล่อนแสบ ชอบยอกย้อน แต่ทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นกับตนระหว่างที่ทำเป็นรักเป็นหลง มาเจอฤทธิ์เดชตอนนี้ เขาร้องหายาแก้ปวดหัว ก่อนเส้นสมองจะแตก ภาวินทร์ยืนหน้าเครียด ใบหน้าไม่สบอารมณ์ คนงานรายอื่นเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของเจ้านายก็พากันยิ้ม

“มองอะไร มองมากๆ เดี๋ยวไม่ให้กินข้าวซะเลย”

ภาวินทร์พาล เดินไปนั่งกินข้าวบนโต๊ะตัวประจำ ระหว่างกินก็มองเอมิกาที่นั่งคุยกับคนงานหญิงอย่างไม่ถือตัวไปด้วย เขาอยากรู้ว่า หล่อนจะกินอาหารพื้นๆ ในบรรยากาศแบบชาวบ้านได้หรือไม่ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีคนคอยบริการ แต่เท่าที่มอง เอมิกาทานได้และทานหมดด้วย

หลังจากอิ่มท้องและถึงเวลางานในช่วงบ่าย ภาวินทร์พาเอมิกาไปทำงานแรกของหล่อนในไร่ งานนั้นคือ เก็บองุ่น

“เธอต้องเก็บองุ่นแถวนี้ให้หมดภายในวันนี้ ถ้าไม่หมดไม่ต้องเลิก” ภาวินทร์สั่ง เอมิกามองต้นองุ่นแถวที่เขาบอก ที่มันเรียงกันยาวหลายสิบต้น หล่อนหน้างอทันทีที่เขาออกคำสั่ง

“โห มันมีตั้งเยอะ มือใหม่อย่างฉันจะเก็บทันตามเวลาที่กำหนดได้ไงล่ะ” หล่อนครวญ “ต่อรองได้ป่ะ เอาแค่ต้นเดียว”

“นี่แม่คุณ เธอเป็นหนี้ฉันเกือบสามสิบล้านนะ เก็บองุ่นวันละต้นกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด”

“โอ๊ย! ถ้าชาตินี้ใช้ไม่หมด คุณก็ยกหนี้ให้ฉันละกัน คุณรวยจะตายไป เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก” ลูกหนี้สาวเถียงคำไม่ตกฟาก

“เผอิญว่าฉันเป็นเจ้าหนี้น่าเลือด ไม่มีวันยอมยกหนี้ให้” ภาวินทร์ตอบกลับเสียงเข้ม “ไปทำงานได้แล้ว ถ้าไม่ทำฉันจะยกเลิกทุกอย่างที่เราตกลงกัน”

หล่อนหน้างอหงิกกับคำขู่ เขาขู่แบบนี้เอมิกาก็ต้องทำ ทั้งที่ไม่อยากทำ ตอนนี้ท้องอิ่ม หนังตาก็หย่อน อยากจะนอนมากกว่ามายืนตากแดดทำงาน

“ง่วง” หล่อนพูดสั้นๆ ทำภาพประกอบด้วยการหาวหวอด

“ง่วงก็ต้องทำงาน ไปทำเดี๋ยวนี้” ภาวินทร์สั่งเสียงเฉียบ

“คนที่ไม่เคยทำงานและเพิ่งทำครั้งแรก สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ สอนให้คนๆ นั้นทำงานเป็น และต้องค่อยๆ เริ่มทำจากน้อยไปหามาก ไม่ใช่บ้าอำนาจสั่งให้ฉันเก็บองุ่นให้หมดทั้งแถว ซึ่งคุณก็รู้ว่า ฉันทำไม่ได้อยู่แล้ว ที่คุณสั่งเพราะคุณอยากแกล้งฉัน ไม่ได้หวังให้งานสำเร็จ” สมกับเป็นอดีตคนรักกันจริงๆ เอมิกามองภาวินทร์ถูกต้อง หล่อนไม่ได้ทำให้เขาอึ้งด้วยคำพูดเมื่อครู่ แต่กำลังทำให้ภาวินทร์อึ้งมากกว่าด้วยการตะโกนเรียกคนงานที่กำลังทยอยเดินเข้าไปในไร่เพื่อทำงาน “มาดูเร็ว มาดูเจ้านายของเราสิ ใจร้าย ใจดำ ผิดมนุษย์ ฉันเพิ่งมาทำงานวันแรก งานก็ไม่เคยทำมาก่อน แต่คุณป้องกลับให้ฉันเก็บองุ่นให้หมดทั้งแถว ช่างใจร้ายกับผู้หญิงสวยๆ อย่างฉันเหลือเกิน ฮือ”

คนงานต่างพากันมองหน้าภาวินทร์เป็นตาเดียว เจ้าของไร่ถึงกับไปไม่เป็น และหลายคนพากันซุบซิบขณะสายตามองไปยังภาวินทร์ที่ต้องถลึงตาใส่ลูกน้องทั้งหลาย เพียงแวบเดียวทุกคนก็กระจายตัวกันไปทำงาน ราวกับว่า ไม่สนใจเรื่องสองหนุ่มสาวคู่นี้

“เธออย่าคิดนะว่า จะเอาพวกเขาเป็นกองหนุนได้ พวกเขาไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก”

“ฉันไม่ได้ทำอย่างนั้นสักหน่อย” หล่อนไขสือ “เอาอย่างนี้นะ วันนี้ฉันขอดูงานก่อนล่ะกัน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงานอย่างเป็นจริงเป็นจัง โอเคใช่ไหม ถ้าใช่ฉันไปดูงานก่อนนะ”  

เอมิกาไม่รอให้ภาวินทร์ตอบ หล่อนเดินเข้าไปในเขตไร่องุ่นที่คนงานกำลังทำงานกันอยู่ หล่อนเดินไปคุยกับคนนั้นคนนี้ ถามนั่นถามนี่ ยืนมองดูคนงานเก็บองุ่นและจดจำว่าทำอย่างไร ภาวินทร์ยืนเกาหัว หน้ามุ่ย เขาเริ่มไม่เข้าใจว่า ตนคือคนออกคำสั่งหรือรับคำสั่งกันแน่

วันนี้เขาปล่อยให้หล่อนสบายไปก่อน นับจากพรุ่งนี้เขาเอาจริง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #1 Sutasinee Nkom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 10:49
    55555ชอบอะ เอมเอาคืนเก่ง..
    #1
    0