(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 5 : 3 ::ชีวิตที่แตกต่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    19 ก.ย. 63

“เฮ้อ……” หลังจากผ่านความรู้สึกเศร้า ตอนนี้ฉันกำลังทำตัวเองอายุสั้นลงด้วยการถอนหายใจซ้ำๆ วันนี้เองก็เป็นอีกวันที่แม่เลี้ยงเรียกฉันมา แต่ดูท่าทางจะทนความโสโครกของตัวฉันเองและสถานที่รกร้างของที่นี่ไม่ไหวแล้ว ถึงขนาดให้แม่บ้านมันจัดมุมเล็กๆ ทั้งตัดหญ้าผ้าปูโต๊ะกับเครื่องเรือนมาเอง ถ้าค้นเก้าอี้กับโต๊ะยัดใส่รถม้ามาได้ คงทำล่ะมั่ง แถมยังจะให้สาวใช้นั่นลากฉันไปอาบน้ำอีก แต่ห้องน้ำสกปรกกว่าสวนอีกแม้แต่สาวใช้ก็ไม่อยากเข้าไป ตัวฉันก็เลยยังมีคราบดินโคลนเต็มตัว

“วันนี้ ถอนหายใจบ่อยจัง ถ้ามีเรื่องหนักใจอะไรบอกแม่ได้นะ” อีกฝ่ายยังคงทำตัวเป็นแม่ของฉันเต็มที แต่ความอดทนของเธอที่แสดงออกมาก็น่าจะถึงขีดจำกัดในทุกๆวัน

“พอเถอะค่ะ...จะมากี่ครั้งหนูก็ไม่ไปหรอก ต้องขอบคุณมากๆ ที่อุสาชวนแต่นี่มันปัญหาของหนูเอง” ฉันพูด และไม่แตะขนมบนโต๊ะเลย มันเครียดจนกินไม่ลง... จึงได้แค่นั่งเงียบๆและตอบเป็นครั้งคราว

“อะไรเป็นปัญหาของลูกล่ะ อาหาร ความสะดวกสบาย...แม่ก็ให้ได้”

“เกรงใจค่ะ…ทั้งหนักใจแล้วก็อึดอัด ที่มากไปกว่านั้น เสียเวลาค่ะ” ฉันรีบเอามือปิดปากทันที ดันพูดความในใจออกไป แต่ก็เลือบมองวิกตอเรียที่ยกพัดขึ้นมาปิดบังความขุ่นเคืองของตนเองที่แสดงออกมาทางสีหน้าของตน

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ..แม่แค่เป็นห่วง….”

“หนูไม่อยากทิ้งพี่ออสการ์ไว้คนเดียว…” ฉันพูดและเอามือกุมหน้าอกแน่น อึดอัดจริงๆ

“ถึงไปอยู่กับแม่ ก็ยังมาที่นี่ได้นะ ดูแม่สิแม่ยังมาหาโคลอี้ได้ทุกวันเลย” ฉันเงยหน้ามองวิกตอเรีย ที่ฝืนยิ้มแบบสุดๆ...เธอเอาแต่ย้ำว่าเป็นแม่ ถึงฉันจะไม่รังเกียจที่จะเรียกใครว่า ‘แม่’ แต่ถึงอย่างนั้น.. ก็ยังรู้สึกอึดอัดที่คนตรงหน้ายัดเยียดอยากจะเป็นแม่ฉันให้ได้เหลือเกิน

“ท่านดัชเชส แค่นี้ก็เป็นบุญคุณมากแล้วที่ท่านละทิ้งที่นี้ ได้โปรด...อย่าได้ข้องแวะกันอีกเลย” ฉันตบมือสามครั้งเหมือนไล่สิ่งชั่วร้าย ให้อยู่กับคนน่าอึดอัดแบบนี้ ไม่มีทางที่ฉันจะอยู่ด้วยได้หรอก เมดที่ยืนเฝ้าเริ่มจะหมดความอดทน

“นี่เจ้า!! เสียมารยาทซ้ำแล้วซ้ำเหล่า ท่านวิกตอเรียอุสาไม่ถือสา” วิกตอเรียส่งสายตาตำหนิใส่เมดที่ตะโกนขึ้นมาฉันเลยรอดตัวไปไม่งั้นโดนกระถืบตกเก้าอี้แน่ๆ ดูเธอยกชายกระโปรงและยกเท้าขึ้น ดูก็รู้ว่าทำจริง ก็เคยเตะฉันมาแล้วด้วย

“เพราะแบบนี้เราถึงไปกันไม่ได้ไงคะ ฉันคิดมาสักพัก...ไม่เอาหรอกการใช้ชีวิตแบบขุนนาง มีแต่ดราม่าไม่มีเรื่องดีๆ ต้องสวมหน้ากากจ้องหน้ากัน...ฉันไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนั้นได้ ถ้าไปอยู่ก็มีแต่จะสร้างความอับอาย” ฉันถอนหายใจอีกครั้ง และโค้งหัวให้ หวังอย่างสุดใจว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ความหมายของการตบมือของฉัน ฉันมีชีวิตอย่าตรงไปตรงมา ถ้าเป็นแบบหนังสือที่เคยอ่านอย่าพวกการตูนแนวนางร้าย ถึงน่างั้นมันก็ควรอยู่และเป็นจริงในแค่นิยายรักเท่านั้น…

“....นิยาย” ฉันลุกขึ้นทันที แต่เพราะกระทันหันร่างของวิกตอเรียก็สะดุ้งนิดหน่อย

“ถ้าเป็นเรื่องนี้ฉันทำได้นี่น้า…” ฉันร้สึกตื่นเต้นกับตัวเองแบบสุดๆ แบบนี้ต้องถาม ออสการ์

“อยากได้นิยายหรอ?” วิกตอเรียพูดด้วยสีหน้าหงุดงง

“ไม่ค่ะ ขอตัวนะคะ!” ฉันพูดพลางวิ่งออกมาจากตรงนั้น จากนี้ต่อให้อีกฝ่ายเรียก ฉันก็ไม่มีวันหันกลับไปอีกแล้ว

 

“ท่านดัชเชสวิกตอเรีย จับตัวไปเลยไม่ดีกว่าหรอค่ะ” เมดที่อยู่ข้างๆพูดขึ้นมา หลังจากที่เด็กที่ชื่อโคลอี้วิ่งออกไป วิกตอเรียก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาพลางกำมือแน่น

“ยัยเด็กโง่นั่นก็แค่เล่นตัว ปล่อยมันไปก่อน เดียวเดือดร้อนเข้าหน่อย มันก็จะร้องไห้วิ่งแจ่นคุกเข่าคานขอความเห็นใจจากฉันเองนั่นแหละ…” วิกตอเรียพูดก่อนจะลุกขึ้น พลันสายตาสะดุดไปที่ลูกแก้วสีฟ้าที่ตกลงกับพื้นก่อนจะเก็บขึ้นมา

“ยังมีของมีค่าเหลืออยู่อีกหรอ”

“แต่ได้ยินว่า ออสการ์เอาสมบัติทั้งหมดไปขายทั้งหมดแล้ว บางทีนั่นอาจเป็นของตกหล่น” ผู้เป็นเมดพูด แต่วิกตอเรียก็แค่ยิ้มขึ้นมานิดๆ

“ไม่ก็ของสำคัญ….” วิกตอเรียพูด เธอยิ้มออกมาอย่างสนุกสนาน แม้จะมีเรื่องหงุดหงิดไปบ้างแต่เธอก็เก็บลูกแก้วขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี

“กลับกันเถอะ เราคงไม่ต้องมาที่นี่แล้ว ปล่อยให้นกน้อยในกรงร้องไห้กลับรังเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเราด้วย”

 

--------------------

ฉันเดินกลับเข้าไปในคฤหาร์และลองค้นหาสิ่งที่ฉันพอทำได้ แต่ในนี้ดูยังไงก็มีแต่ห้องว่างเยอะจริงๆ ที่นอนเก่าๆโทรมๆนอกจากห้องฉันก็มีห้องอื่นที่มีเหมือนกัน โต๊ะก็ดูหรูหราเกินความจำเป็นแต่ก็สภาพดีมากแม้จะมีตำหนินิดหน่อย นอกนั้นก็มีแค่ฝุ่นเต็มไปหมด รวมไปถึงพวกของที่ไม่ใช้แล้วอย่างขวดน้ำหอม เครื่องสำอาง ขวดมันสวยมากๆแม้จะหมดแล้ว ยิ่งขวดหมึกก็ถูกปล่อยให้แห้ง หัวปากกาขนนกอีก...เป็นแบบที่เคยเห็นในเน็ต แต่หมึกก็ไม่ออกมาคงแห้งไปเหมือนกัน ของส่วนใหญ่ที่ถูกทิ้งที่นี่มีแต่ ของใช้ที่หมดไปแล้วหรือใช้การไม่ได้ หนังสือก็ไม่เหลือสักเล่มมีแค่ห้องกับชั้นหนังสือว่างๆ

แต่ว่าที่นี่ก็มีอะไรมากกว่าที่คิด ผ้าม่านเงางาม เรื่องเรือนที่รวดลายซับซ้อน ทั้งน้ำประปา เตาฝืนทุกอย่างค่อนข้างใกล้เคียงกับโลกของฉัน และอาจจะล้าหลังกว่า คงเป็นเพราะใช้เวตร์มนต์ ทดแท้ความล้าหลังเหล่านั้น...มันก็คงจะสะดวกไม่น้อยหากใช้เป็น แต่ก็ไม่มีใครเห็นความสำคัญของคนที่ใช้ไม่เป็นหรอก ฉันลองหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาดู ในนี้มันถูกเขียนเรียงเป็นตัวอักษรเลย

“มันภาษาอะไรกันล่ะเนี่ย….”

 

แย่ล่ะสิไม่ได้คิดเรื่องนี้ไว้เลย

“โถ่… มีแต่เรื่องน่าปวดหัวแหะ” ฉันพูดกับตัวเองและหยิบลูกแก้วสีฟ้าที่พกเอาไว้ติดตัวตลอด ถึงจะโยนระบายอารมณ์บ่อยๆแต่เจ้านี่ก็สำคัญมาก… แต่ล้วงกระเป๋าก็หาไม่เจอ สะงั้น

หายไปไหนล่ะเนี่ย! ฉันรีบวิ่งหาทันที ก่อนหน้านี้เดินไปหลายห้องด้วยจะไปตกที่ไหนก็ไม่รู้

“เอวา!” ฉันลองตะโกนดู แต่ก็เหมือนมีก้อนหินปาใส่หัวฉันทันทีเลย

“พี่สาว….”เอวาเกาะบนหัวฉันด้วยสีหน้าโกรษเคืองแบบสุดๆ  และตีหัวฉันแรงมาก

“อะไร!! นายอยู่แถวนี้หรอ!!” ฉันเงยหน้ามองเอวาที่เอาแต่ทุบหัวฉัน

“พี่ทำลูกแก้วตกไปนานแล้วพึงรู้ตัวเนี่ยนะ… ทั้งๆที่บอกว่าเป็นของสำคัญแท้ๆ” เอวาพูดพลางเกาะหัวฉัน

“ก็จะไปรู้หรอ ดูกระเป๋ากระโปรงนี่สิ มันตื้นจนไม่รู้ตัวว่าตกไปตั้งแต่เมื่อไร นายบอกมันใช้สื่อสารแต่ตัวนายก็อยู่นี่ไม่ใช่หรอ!!” ฉันพยายามคว้าตัวเอวาลงจากหัวแต่เด็กนั่นก็เริ่มหัวเราะรั่วอีกครั้ง ทุกครั้งที่จะคว้าตัวมือของฉันก็ทะลุผ่านตัวเอวาไป

“พี่สาวนี่บ้าจริงๆ พี่จะเอาชีวิตรอดไม่ได้แน่ๆเลย อุ๊บคิกๆ”

“งั้นนายหลอกฉันหรอ!!!”

“ผมน่ะบอกว่าตัวผมกับอีวี่ที่อยู่อีกฝั่งเชื่อมต่อให้พี่สื่อสารต่างโลกได้ แน่นอนลูกแก้วนั่นก็ใช้สื่อสารได้เหมือนกันแต่มีลูกเดียวก็ใช้ไม่ได้หรอกครับ” ฉันพยายามเงยหน้ามองเอวาที่เริ่มลอยไปลอยมารอบๆตัวฉัน

“ถ้างั้นลูกแก้วอยู่ไหนล่ะ”

“แล้วก็ผู้หญิงที่ใส่ชุดสะท้อนแสงได้เอาไปแล้วน่ะ” แม่เลี้ยงน่ะหรอจะว่าไปชุดก็ทั้งฝู่ฝ่องระยิบระยับและดูหนักๆ คงมีแค่คนเดียว ฉันรีบวิ่งไปที่สวนแต่ว่าคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว

“เอาไงดีล่ะ” ฉันพูดกับตัวเองและถอนหายใจอีกครั้ง เอวาที่ลอยตามมาจ้องหน้าฉันนิดๆ

“ดูพี่จะมีปัญหามากจริงๆด้วย” เอวาพูด ฉันได้แค่นั่งขุกเข่าและถอนหายใจ

“ฉันเองก็ไม่อยากจะเป็นแบบนี้สักหน่อย” พอพูดออกไปฉันก็รู้สึกมันอึดอัดในอก ฉันก็ยังเป็นฉันที่ขี้ขลาดไม่ได้เรื่องอย่างเดิมนั่นแหละ…. เพราะอย่างงั้นพ่อแม่ก็เลยเป็นห่วงและฉันก็ไม่เคยออกห่างจากพวกเขาเลย… ว่าแล้วเชียวฉันน่ะ อยู่โดยขาดพวกเขาไม่ได้หรอก

“อยากกลับบ้าน…”

“พี่สาวเนี่ย...นิสัยเหมือนเด็กเลยนะครับ ทั้งๆที่ร่างกายของตัวเองอายุ 24ปีเข้าไปแล้วเนี่ย มันก็ไม่เป็นไรหรอกนะครับที่จะเป็นแบบนั้นแต่พี่น่ะ...จะอยู่ที่ไหนไม่รอดเอานะครับ”

“ฉันรู้…แล้วฉัน23 ยะ ไม่ต้องมาย้ำเลย” ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้อีกครั้ง ถึงน่าจะทำใจได้บ้างแล้วแต่ฉันก็ยังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่ดี...ไม่มีอะไรที่คนไร้ประโยชน์อย่างฉันทำได้หรอก..

 

---------------

 

“พี่โคลอี้…” เด็กสาวที่ลอยขึ้นมาทันที ทำเอาคนที่เห็นสะดุ้งไปนิดหน่อย

“อี่วี่ จู่ๆอย่าโพล่มาสิ… ฉันตกใจนะ” โคลอี้ในร่างของเบลพูด เธอยิ้มแย้มและร่าเริงสุด ก่อนจะหันไปรอบๆและมองนาฬิกา แม้จะผ่านไปไม่กี่อาทิตย์แต่โคลอี้ก็ปรับตัวเข้ากับโลกของเบลได้อย่างรวดเร็ว

“แล้วก็อี่วี่ เธอต้องเรียกฉันว่าเบลนะ” เธอดุอี่วี่นิดๆ พลางหัวเราะออกมาเบาๆ

“ค่ะ พี่เบล” อีวี่ทำตามที่เบลพูดอย่างว่าง่าย

 

ตั้งแต่ที่โคลอี้อยู่ในร่างของเบลเธอล้วนมีความสุขในทุกๆวัน วันๆที่แสนสะดวกสบาย ทั้งรถทั้งตึกทุกๆอย่างมันแปลกตามาก แต่เธอก็เข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว เธออาศัยอยู่กับพ่อและแม่ของเบล พวกเขาทั้งใจดีและทำกับข้าวอร่อยๆให้เสมอ และออกไปทำงานพร้อมกันในทุกๆเช้า แม้ในช่วงแรกเธอจะไม่เข้าใจทั้งภาษาและการวางตัวเธอก็ค่อนข้างแปลก แถมยังทำงานผิดพลาด แต่ก็ไม่มีใครโกรษทุกคนล้วนใจดี ชวนไปกินข้าวและทำงานอย่างไม่ต้องซีเรียล มีคนทักทายและให้ความเอ็นดูราวกับเด็กตัวน้อย มันคือความอบอุ่นที่เธอต้องอย่างแท้จริง ในทุกๆวันเธอได้รับความรักและน้ำใจมากมาย และเธอก็ตอบสนองด้วยความพยายามของตัวเอง แม้จะยังให้อีวี่คอยช่วยเรื่องแปลภาษาบางครั้งให้แต่โดยรวมเธอก็แสดงความเป็นอัจริยะออกมาจนทุกคนต้องตกใจในความเรียนรู้งานไวของเธอ

 

ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้คงเป็นคนที่มีความสุขในโลกแท้ๆ

ข้อมูลของอีวี่ที่ได้ส่งผ่านทางความคิดมาถึงตัวเอวา ตัวเขาที่มองร่างของโคลอี้ที่เอาแต่นั่งซึมและร้องไห้ กับร่างของเบลที่มีชีวิตอย่างมีความสุข แม้ตัวเขาจะรู้แค่โคลอี้ต้องประสบปัญหาในชีวิตมากยากลำบากขนาดไหน แต่แบบนี้มันก็ไม่ถูก

พวกเขารู้ดีว่านี่ไม่เกี่ยวกับพวกเขา หากแต่ว่า เขาก็ไม่อาจ...จะทิ้งคนที่สิ้นหวังเพราะพรบ้าๆนั้นได้เหมือนกัน

 

 

 

 

 

.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #2 _ENG_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 12:50
    ทำไมเห็นเเก่ตัวจังเลยอ่ะเเงง;_______;สงสารน้องอ่ะ
    #2
    0