(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 3 : 1 ::โอกาสที่ไม่ต้องการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

นี่มันก็ผ่านมา 3 วันแล้ว ที่ฉันอยู่ในร่างนี้ ฉันเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายจนเหนื่อยที่จะร้อง รู้สึกเจ็บตาไปหมด...แต่ก็ยังร้องไห้อยู่ดี  แต่ในวันสองวันนี่….ฉันก็ยังรู้สึกเศร้าและหิวอีกด้วย เพียงแค่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นน้ำตามันก็ไหล ราวกับเปิดก๊อกน้ำ แม้จะไม่ส่งเสียงร้องไห้ เพราะร้องจนแสบคอไปหมด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

บางครั้งฉันมองใบหน้าที่ไม่ชวนคุ้นเลยสักนิด บนเงาสะท้อนในน้ำ รู้สึกโกรษ เสียใจจนไม่อาจบรรยายได้ เอามือตีน้ำหวังให้ระบายความรู้สึกนี้ออกไปบ้าง ฉันโกรษเสียจนอยากจะฆ่าหล่อนขณะที่มองเงาสะท้อน  แต่ใจมันก็กลัว ฉันกลัวเจ็บ และคงไม่มีทางทำได้

 

มันเป็นความจริง ฉันติดอยู่ในร่างนี้ บางทีก็อยากจะฆ่าตัวเองความโกรษที่เจ้าของร่างตัวจริงขโมยทุกสิ่งของฉัน

ฉันอยากจะขาดสติพอที่จะทำแบบนั้นแต่ ก็ได้แค่ร้องไห้และยอมรับ

 

ฉันยังกลัวความตายมากกว่าความโกรษแค้น

 

ยิ่งแสดงออกว่าเศร้ามากแค่ไหน ผู้ชายคนนั้น ออสการ์  โรชินันเต้ ก็ดูจะห่วงใยโคลอี้มาก… ตอนนี้เขากลายมาเป็นพี่ชายของฉัน และดูแลฉันด้วยเวลาว่างน้อยนิด เขาทำให้ฉันสงบทุกๆครั้งที่เขาวางมือไว้บนหัวและลูบเบาๆ

 

ฉันจึงเริ่มที่จะสนใจเขาบ้างนิดหน่อย...พอร้องไห้จนเหนื่อยและใจเย็นลง ฉันก็คอยมองเขาห่างๆ ฉันพึงมาสังเกตทีหลัง เขามีงานล้นมือตลอด กำลังจัดการกับหนี้และความรับผิดชอบมหาศาล เพียงลำพัง ทั้งๆที่พึงอายุ 18 ปี  

 

เขาขายของมีค่า เพรชพลอย เครื่องประดับ ชุดหรูหรา และต่อรองกับพวกที่พยายามกดราคา สุดท้ายเขาก็สามารถจัดการหนี้ทั้งหมดได้  

แม้จะไม่มีหนี้สินอีกแล้ว แต่ก็แทบจะเหลือเพียงของที่ขายไม่ได้กับคฤหาร์โทรมๆที่เราอยู่ ไม่มีคนงานเลยสักคน กับเงินทุนเริ่มต้นใหม่อีกนิดหน่อย พร้อมเกวียนเก่าๆ

 

เขาดูจะพยายามเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้นกับหนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อสักนิด

 

ว่าแล้วตัวต้นเหตุของหนี้ที่ว่ากลับชวนฉันมาทานของว่างทุกๆบ่ายในสวนทั้งๆที่ เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลเราอีกแล้ว เพราะวันก่อนๆฉันเอาแต่ซึมและร้องไห้หนัก จึงไม่แปลกที่จะคุยไม่รู้เรื่อง นับว่าเป็นคนที่มีความอดทน แต่ขณะเดียวกันเธอก็ยังคงทำตัวหรูหราและชวนให้ฉันไปอยู่ด้วยตลอด

“ฉันยังรอการตัดสินใจของเธออยู่นะ” เธอพูดขณะที่รอให้สาวใช้เสริฟ์ชาให้ และทานขนมที่เป็นคนนำมาเอง เธอสงบ และดูจะพยายามผ่อนคลายอย่างที่สุด

“ต้องขออภัยค่ะ ท่านดัชเชส คำตอบยังคงเป็นเช่นเดิม” ฉันพูดสุภาพกับเธอ และทำตัวให้ห่างเหินมากที่สุด  

“อย่าห่างเหินแบบนั้นสิ ถึงเราจะไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว แต่แม่ยังเป็นแม่ของเธอเสมอนะ” ฉันเงยหน้ามองเธอและหันไปมองเมดที่เป็นคนเดียวกันที่เคยเตะท้องฉันก่อนหน้านี้ ถึงเธอจะรวยล้นฟ้าและสามารถเลี้ยงดูฉันโดยไม่จำเป็นต้องทำงาน ความฝันจะอยู่แบบขี้เกียจๆของใครหลาย มันเป็นจริงได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ตอบ ‘ตกลง’  

มันเคยเป็นความฝันของฉันเหมือนกัน แต่กลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด

ฉันลองหยิบคุ๊กกี้มาชิ้นหนึ่งกินมันทั้งๆแบบนั้นเงียบๆและค่อยลุกขึ้น

“ถ้าเปลี่ยนใจแม่ยังรอเสมอนะ”

 

ฉันไม่หันหลับไปมองและไม่อยากจะโต้เถียงด้วย ฉันแค่เจออะไรมาเยอะเกินไป..

 

อยากจะพัก

 

แต่คนที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายมีแค่ความใจดีของออสการ์ แต่จะไปหาเขาตลอดก็ไม่ได้ ยิ่งร้องมากตาก็ยิ่งบวม  คงต้องหาอะไรทำไปก่อน

ฉันเดินกลับมาที่ห้องกว้างๆห้องแรกที่ฉันตื่นขึ้นมา มันยังคงมีฝุ่นอยู่ แม้บนเตียงจะเปลี่ยนใหม่เองเพราะสกปรกจนไม่ไหวจริงๆ แต่ก็ยังมีคราบน้ำตาแห้งเต็มหมอน…

 

เป็นความจริงที่ฉันไม่มีทางสบายใจกับเรื่องนี้แน่ๆ และก็ไม่อยากจะปรับตัวแบบพวกขุนนางด้วย ฉันดึงผ้าห่มหนาๆและขนหมอนออกมาโยนออกไปจากห้อง ก่อนจะเอาห่อตัวไว้ เดินไปที่ห้องเล็กๆชั้นแรกที่ฉันเคยเจอใกล้ๆ ห้องครัว มันดูจะเป็นห้องคนใช้แม้จะตอนนี้จะเป็นห้องเก็บลังไม้จำนวนมาก พร้อมกับกำดักหนู พอสังเกตดีๆก็เจอซากหนูตายด้วย…

 

ถ้าจะเริ่มปรับตัว ฉันน่าจะต้องสร้างสภาพแววล้อมเองดีกว่า..

ทำให้เหมือนห้องของฉันในบ้านแสนอบอุ่นที่ฉันคงไม่มีวันได้กลับไป..

 

ฉันหาไม้กวาดได้ไม่ยากจากห้องนี้ มีอุปกรณครบ และช่องระบายอากาศเล็กๆ โชคดีห้องนี้ไม่แคบหรือกว้างไป ทำให้ทำความสะอาดไม่ยากเกินกำลังของตัวเองฉัน ฉันดันลังไม้มาต่อเป็นเตียงโต๊ะเก้าอี้และชั้นวางของ คอ่ยๆพับผ้าห่มหนามาปูบนเตียงลังไม้ที่วางเรียงขึ้นมาเอง พอเสร็จฉันก็นั่งลงบนลังไม้ที่สมมุติเอาเองว่าเป็นเก้าอี้ ค่อยๆนึกถึงความทรงจำของตัวเอง

 

 

ฉันเงยหน้ามองกำแพงสีถูกติดด้วยพื้นพนังสีเทาเก่าๆและค่อยๆเอาตะปูขูดมันเป็นรูปคนสามคน

 

พ่อ ที่มักจะใจเย็นอยู่เสมอ เขาตามใจฉันและซื้อของที่ชอบให้กินบ่อยๆ

 

แม่ ที่มักจะทำโทษฉันเวลาที่ทำผิด บ่นเรื่องน้ำหนักเพราะกินเยอะไป บ่นพ่อด้วยที่ตามใจเรา แต่ก็อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

 

และฉัน…...

 

ฉันเลิกคิดถึง ….ไม่ได้จริงๆ…

 

“พ่อ...แม่...หนูไม่เคยห่างกันขนาดนี้มาก่อนเลย..มันคงเป็นเรื่องจริงสินะ...ถ้าจู่ๆคนที่อยู่ด้วยกันหายไป เราจะยิ่งคิดถึง..”

 

“หนูเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่รึเปล่า…”

 

ฉันพูดออกมาเบาๆน้ำตามันไหลออกมาอีกครั้งและค่อยๆนอนลงบนผ้าห่ม แม้จะไม่นอนสบายเท่าเตียงจริงๆ แต่มันก็รู้สึกสบายใจมากๆ เป็นพื้นที่ของเราคนเดียว….ความคับแคบของห้องนี้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น จริงๆมันก็ไม่ได้แคบมาก แต่ก็เล็กอยู่ดีถ้าเทียบกับห้องก่อนหน้านี้ ตั้ง 5-6 เท่า

 

ความเยาว์วัยโดนบังคับก่อนเวลา

ตื่นขึ้นมาในวันนี้เราต้องโตเป็นผู้ใหญ่

 

บทเพลงในห้วงความทรงจำ ดังก้องอยู่ในใจของฉัน…ฉันได้แค่เช็ดน้ำตาของตัวเอง

 

ในเมื่อฉันกลัวความตายฉันก็ต้องมีชีวิตอยู่…

และไม่มีทางเลยที่กาลเวลาจะรอให้เราพร้อม

 

ฉันยังคงกลัว…  

 

พอมาคิดดู ตัวฉันไม่เคยที่จะเริ่มทำอะไรด้วยตัวเองเลยแม้แต่อย่างเดียว ถ้าขาดการช่วยเหลือและสนับสนุนจากพ่อแม่ฉันจะอยู่ได้ไหม

 

แล้วพวกเขาจะยังคงยิ้มแย้ม และสุขภาพดี ไปอีกนานเลยรึเปล่า

 

โดยไม่มีฉัน…

 

 

 

ไม่มีทางรับรู้ได้เลย...บางทีเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันหายไป

 

 

“มีปัญหาอยู่ใช่รึเปล่า?” ขณะที่ถอนหายใจก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กที่ลอยไปลอยมาปรากฎขึ้น แต่ตอนนี้ ฉันเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ จึงไม่ได้ตกใจเท่าทีควร

 

“ร้องไห้อยู่หรอ?” เด็กชายเล่นหูเล่นตาพลางทำหน้าเยาะเย้ย ฉันรู้ว่าเขายั่วให้ฉันโกรษ และแน่นอนว่าฉันเดือดสุดๆ หยิบลังไม้โยนใส่เด็กชาย แต่มันก็ทะลุผ่านเด็กชายไปโดนกำแพง

“มันเป็นเพราะพวกแกนั่นแหละ!!!”

 

“แต่ว่าผมก็รับผิดชอบอยู่น้าาา   พี่สาว คงไม่คิดวาเราจะแค่สลับตัวเฉยๆหรอกใช่ไหมล่ะ”

 

ฉันมองท่าทางเหมือนเด็กที่ต้องการจะเล่นสนุก ฉันไม่อยากจะเถียงด้วย และการใช้กำลังมันก็เปล่าประโยชน์ฉันจึงพยายามสงบอารมณ์กอดหมอนตัวเองแน่น

“แล้วอยากจะบอกอะไร”  

 

“จะบอกดีไหมน้า….” เมื่อถาม เด็กชายทำท่าทางลังเล และส่งสายตาน่าโมโหให้ ฉันก็ได้แค่กำหมัดแน่นไม่อยากจะพูดอะไรอีก เพียงแค่พยายามสงบอารมณ์ ไม่งั้นฉันต้องกริ๊ดลั่นและทำลายห้องที่พึงทำเสร็จใหม่ๆนี่แน่

 

 

“พี่สาว ไม่สนใจที่ผมจะพูดหรอ?” เด็กชายพูด ดูท่าทางเขาอยากจะยั่วโมโหฉันมากและเมื่อไม่ได้ผลเขาก็ดูจะมีอาการง้อแง้หน่อยๆ ราวกับเรียกร้องอยากให้ฉันสนใจ

 

“ฉันรอฟังอะไรที่มีสาระอยู่...แต่ถ้าจะมาเพื่อกวนประสาท ก็รีบๆหายไปสะ...” ฉันหันไปทางอื่น..อยากที่จะไม่สนใจเขาอีก…

 

“พี่สาวผมพยายามทำให้พี่หัวเราะอยู่นะ…” เขาพูดด้วยท่าทางเช่นเดิม แม้จะพูดแบบนั้น สิ่งที่ฉันมองเห็นก็มีแค่เด็กกวนประสาทที่พยายามยั่วโมโห เท่านั้น.. ไม่มีทางมองเป็นอย่างอื่นได้เลย

 

“จะบอกว่าตัวเองหวังดีรึไง...แค่สิ่งที่เกิดขึ้น นี้ฉันก็แทบเป็นบ้าอยู่แล้ว… แล้วนายก็ยังจะมาเยาะเย้ยฉันอีก….ไปให้พ้นเดียวนี้เลย!!” ฉันไล่เขาและเริ่มเอาหน้าซุกหมอนร้องไห้อีกครั้ง เด็กชายเอียงคอตัวเองไปมา

“ผมไม่เล่นแล้วก็ได้…” เด็กชายพูดแต่ยังคงมีท่าทียิ้มแย้ม เขาลอยเข้ามาใกล้ฉัน ถึงจะพลักออกไปแต่มือมันก็ทะลุผ่านร่างอยู่ดี

 

“พี่สาว...ถ้าผมจะรอให้พี่ใจเย็นก่อน มันจะเป็นปัญหากับตัวพี่เองนะ...“ ฉันยังคงไม่ตอบอะไรไม่ยอมเงยหน้าขึ้น

 

“คนที่เป็นคนทำให้พวกพี่สลับร่างใม่ใช่ผม...พี่โคลอี้..เขาได้เขาไปอยู่ในร่างของพี่ทันทีเลยก็จริง แต่ตัวของพี่น่ะ...ย้อนกลับมา อีก 8 ปี ก่อนที่พี่โคลอี้จะตาย”

 

ฉันเงยหน้าขึ้นทันที…

“ยังไงก็อยากให้ฉันตายแทนอยู่แล้วไม่ใช่รึไง…ทำไมไม่สงฉันไปตายสะตอนนั้นเลยล่ะ” ฉันพูดประชดและยิ่งร้องไห้โฮออกมาอย่ากหนัก

 

“ผมรู้ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับพี่…” เด็กชายพูด เขาเริ่มจะยิ้มเจื่อนๆ แม้จะไม่น่าโมโหเท่าเดิมแต่ก็ยังคงยิ้ม  

“รับนี่ไปสิ... หินนี่...เป็นสื่อกลางการสื่อสาร เป็นของขวัญที่ผมพอจะให้ได้” ฉันเงยหน้ามองและรับหินนั่นมา

“ฉันอยากกลับร่างเดิม…” ฉันพูดเบาๆพึมพำในลำคอและดูท่าเด็กชายจะแสดงท่าทางที่เข้าใจฉันบ้าง อย่างน้อยเขาก็เลิกหัวเราะแล้ว

 

“ผมไม่มีความสามารถพอจะทำให้พี่กลับร่างเดิมได้ แต่ด้วยสิ่งนี้พี่ติดต่อพี่โคลอี้ได้ ถ้าพี่คิดถึงพ่อแม่หรืออยากจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต 8 ปีข้างหน้า” เด็กชายพยายามพูดและหัวเราะออกมา… แม้มันจะไม่ชวนหงุดหงิดอย่างในตอนแรกแต่ฉันก็รู้สึกแย่อยู่ดี

 

“.....ฉันอยากจะอยู่เงียบๆ คนเดียว”

 

 

“......ก็ได้พี่สาว”เด็กชายมองมาทางฉันและค่อยๆหายตัวไป

 

ฉันยังคงมีแต่จะร้องไห้ซ้ำๆ  

รู้ดีว่าไม่มีทางทำอะไรได้  

และคงหวังย้อนกลับไป ไม่ได้

 

เหมือนกับถูกทิ้งไว้ที่นี้อย่างสิ้นหวังและไม่เหลืออะไร..

 

ฉันกำก้อนหินที่ได้รับมาแน่น

 

“เธอแย่งทุกอย่างจากฉันแล้วจะบอกว่านี่คือโอกาสงั้นหรอ!!!”

 

ฉันปามันลงพื้นพร้อมร้องไห้ออกมาอยากหนัก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #8 ลมหนาวจันทรา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 19:47

    สักไม่นานก็ถึงเวลาที่เราต้องโรยรา

    #8
    1
    • #8-1 MarumiyaMichiru(จากตอนที่ 3)
      22 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:40
      เหมือนเช่นดังใบไม้ที่มันเ-่ยวเฉาพวกเราก็รู้
      #8-1