(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 23 : 21 :: ตำนานที่มาพร้อมกับชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ธ.ค. 63

“ในที่สุดก็ได้คุยกันสักทีนะ” ทันที่ที่ยามพลบค่ำ พระจันทร์ลอยเด่นสู่ฟากฟ้า ดวงตาของเจ้าแมวสีน้ำเงิน ตัดกับขนดำมันวาว จ้องมองมาที่คนที่มันอยากคุยด้วยมานานแสนนาน

“เอวา!!!” แต่หญิงสาวนาม โคลอี้ หาได้สนใจเจ้าแมว เธอกำลังร้อนรนที่เอวาไม่ตอบเธอยู่ต่างหาก!!!

 จะมีอะไรสำคัญไปกว่าพ่อแม่ของเธออีกล่ะ จะอยู่ยังไง ทานข้าวอิ่มไหม ผอมลงรึเปล่าหลับสบายไหม เหมือนกับว่า ถ้าไม่ได้คำตอบจากเอวาในทุกๆคืนเธอต้องสติแตกเพราะไร้สิ่งที่ทำให้เธอยัง ‘ปกติ’ แค่นี้ก็ทำเอาเธอเครียดทำเอาทานข้าวไม่ลงมาหลายเดือน

เบล คือหญิงสาวร่างอวบผู้รักการกินชาบู และทานข้าวมากกว่า 3 มื้อต่อวัน ไม่มีทางที่เธอจะทำงานจนลืมทานข้าวได้ง่ายๆอย่างที่ คนอื่นเข้าใจ

“เออ...ช่วยสนใจกันหน่อยเถอะ...พลังงานฉันมีจำกัดนะ” เจ้าเหมียวพูดราวกับจะร้องไห้ แต่โคลอี้ก็ยื่นหลอดเส้นด้ายที่เต็มแล้วให้เจ้าแมว ทันที่ทีมันเห็นก็ตาลุกวาว

“ขอบใจ!! แบบนี้ก็ต่อชีวิตไปได้อีกสัก100ปีแล้ว ;;w;; จริงๆอยากจะได้หลายพันหลอดเลยล่ะ เธอไม่รู้หรอก การปล่อยให้ตัวเองต้องจำศีลเป็นพันๆปี แล้วมีแค่ 10หลอด แม่มโครตทรมานเลย” เจ้าแมวพูดพร้อมเอาอุ้มเท้าของตนเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง ว่าแล้วมันก็เปิดหน้าผากเอาหลอดเดิมออกและใส่อันใหม่เข้าไป จากนั้นก็กระโดดโลดเต้นทันที

"เอวา!" 

'ครับๆมาแล้ว พ่อกับแม่ของพี่สาว ยังสบายดี' เอวาปรากฎตัวเพียงแต่ทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย สายตาของโคลอี้เธอไม่พลาดแน่นอน เธอกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอ

"โอ๊ะ…." เจ้าแมวมองเด็กชายตรงหน้าตอนแรกมันแค่สัมพัสตัวตนได้แบบรางๆแต่เมื่อได้รับด้ายของโคลอี้มันก็ได้เห็นชัดๆสะที

"เกิดอะไรขึ้น" โคลอี้เอ่ยถามพลางจ้องเอวาตาเขม็ง

'อ่า….คือ..เบล ไม่สิ….โคลอี้ฝั่งนู่นเขาลาออกจากงานเดิม ไปทำงานบริษัทเปิดใหม่น่ะครับ'

"อืม แล้วการเงินกับสุขภาพล่ะ"

'การเงินไม่มีปัญหา สุขภาพของพ่อแม่พี่สาว ก็แข็งแรงดีครับ ...คึกมากไปเสียด้วยซ้ำ….' เอวาเหมือนจะบ่นอุบอิบนิดหน่อย แต่ก็ตอบคำถามตามตรง และโคลอี้ก็พยักหน้าเข้าใจ

"ปกติ" เธอยิ้มแย้มออกมาอย่างโล่งอก ผิดกับเอวาที่ลอบถอนหายใจเบาๆ

'พี่สาวอาจจะคิดว่า เรียกมาทุกคืนได้ แต่สำหรับผม พี่สาวเรียกทุก10วิ เลยนะ…' เอวาพูออย่างอ่อนแรง เขารู้สึกล้าๆหน่อยๆกับการทำตามใจตัวเอง และราวกับตอนนี้กำลังชดใช้สิ่งนั้น

"ก็ฉันคิดถึงพวกท่านนี่น้า…" โคลอี้เพียงแค่ยิ้มนิดๆ เธอแค่อยากจะเชื่อแค่นั้น ว่าพ่อแม้ยังมีความสุขดี...แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่เชื่อและคอยย้ำกับตัวเอง ยังไงก็ไม่ได้เห็นกับตา แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก เธอยังห่วงอยู่

บางทีโดนตัดความสัมพันธ์ไปตั้งแต่แรกอาจจะดีกว่าก็ได้...แต่ยิ่งผ่านไปเรื่องนี้มันก็สำคัญสะจนต้องทำทุกวัน

พ่อ...แม่….

"เหมียว ขอขัดจังหวะหน่อยนะ” เจ้าเหมียพูดพลางเงยหน้ามองเอวาหน่อยๆ “นายเป็นเทพหรอ?” 

เอวาพยักหน้านิดๆ และร่างกายค่อยๆสลายไป

“เฮ้อ เธอนี่นะ” เหมียวมองโคลอี้อย่างหน่ายใจพอ เขาแค่รู้สึกว่าเธอนี่ เป็นคนแปลกๆสะจริง

"อ่า… นายพูดได้ ใช่ๆ ฉันลืมสนใจไปเลย" โคลอี้เอ่ยพูดด้วยไปหน้าเรียบเฉย เธอรู้สึกว่าเจ้าแมวนี่เชื่อมต่อกับพลังของเธอโดยตรงเพียงแค่นั้นเอง "นายอยากจะคุยอะไรกับฉันล่ะ?"

"อ่า..นั้นสิ นี่เป็นเรื่องค่อนข้างคอขาดบาดตายเชียวล่ะ แต่เธอก็มาพอดี" เจ้าเหมียวพูดพลางพยักหน้ากับตัวเอง จากกนั้นก็อธิบายต่อ "สายเลือดของฟานดิริกไม่มีผู้สืบทอดมานานแล้ว ถึงเธอจะไม่ใช่คนของโลกนี้ก็เถอะ แต่ก็ช่วยได้มากจริงๆ เหมียว"

"ผู้สืบทอด?"

"ใช่แล้ว เหมียว...นี่เป็นเรื่องราวของอดีตนะ นานแสนนานมาแล้ว…."

ในยุคอันแสนมืดมิด ผู้คนนั้นกระจัดกระจายกันไปทั่วทุกสารทิศ ปีศาจออกตามล่าทุกค่ำคืน ไม่มีอาหาร ไม่มียา แม้แต่ที่พักก็ถูกพังไม่เว้นแต่ล่ะวัน ผู้คนนั่นต้องเห็นแก่ตัวเพื่อมีชีวิตรอด

จนกระทั่งบุคคลทั้ง 5 ผู้ถูกรับเลือกจากพระเจ้าได้ปรากฎ ผู้มีความศรัษธา ผู้มีความเมตตา ผู้เป็นที่รัก ผู้น่าเกรงขาม ผู้รักอิสระ

ทั้ง 5 ได้รวมรวมผู้คนที่แตกกระจายรวมเป็นหนึ่ง ปัดเป่าความทุกข์และความโศกเศร้าของผู้คน สร้างเมืองสร้างที่พัก และกำเนิดเป็นอาณาจักแห่งนี้ อาณาจักร[เฮร่า] 

ทั้ง 5 ช่วยรวมมือกันเพื่อทำให้ประเทศนี้มีความสุข แต่ความสุขและความต้องการของแต่ล่ะคนนั้นแตกต่าง พวกเขาจึงตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้นำอุดมการณ์ของตนมาสู่อาณาจักรนี้

ผู้รักอิสระนั้นปฎิเสธที่จะเป็นผู้นำเป็นคนแรก เขาไม่คิดว่าตนจะเหมาะ แต่เขาก็ยินดีที่จะทำให้ที่นี่อุดมสมบูรณ์และผู้คนสามารถเข้าถึงสินค้าต่างๆได้ แม้กระทั่งสามัญชน

ผู้มีความศรัษธามองเห็นว่า อุดมการ์ของเขาน่าจะเหมาะสม เขาจะทำให้ถูกคนมีความเชื่อ และอยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้า

ผู้เป็นที่รัก หัวเราะ ถ้าแม้จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของพระเจ้า สุดท้ายแล้ว มันก็มาจากความรักอยู่ดี เขาอาจไม่สามารถนำพาประเทศนี้ให้สมบูรณ์ได้ แต่ประเทศทั้งประเทศคงจะเต็มไปด้วยความรัก นั้นคืออุดมการณ์ที่วาดฝันไว้

ความน่าเกรงขามกล่าว จะมีที่ไหนกันล่ะที่สำคัญไปมากกว่าความน่าเกรงขาม ถ้าได้ขึ้นเป็นผู้นำ ทุกอย่างก็ย่อมมีระเบียบอย่างแน่นอน

ยิ่งโต้ตอบกันไปมา ผู้น่าเกรงขาม คำพูดก็เริ่มจะมีน้ำหนักมายิ่งขึ้น แต่ขาดเพียงคนเดียวที่มองทุกคนอย่างอ่อนโยนและไม่คิดจะออกความเห็นใดๆ เขาแค่รับฟัง…

'ผู้เมตตา…' 

ผู้รักอิสระชี้ตัวทันที และคนอื่นก็เริ่มเห็นด้วย ถ้าแม้ผู้เมตตาจะปฎิเสธ แต่ความเห็นอกเห็นใจและความชอบธรรมนี้ทำให้เขาเหมาะที่จะเป็นผู้นำมากกว่าคนอื่นๆ เขารับฟังและนำทุกอย่างที่ได้คุยสร้างอาณาจักรที่สงบสุข

"....หลังจากทุกอย่างลงตัวเราก็แยกย้าย แต่ยังเป็นตระกูลเสาหลักให้ประเทศ ข้ารักที่นี่ แต่ขาก็รู้ว่าชีวิตมนุษย์มันไม่มีทางอยู่ได้ยาวนานขนาดนี้ ข้าเลยฝังด้ายชีวิตเข้ามาในหุ่นแมว

ข้าคิดว่ามันน่าจะดีขึ้น แต่ทุกอย่างกับเลวร้าย ต้นตระกูล หลงลืมหน้าที่ของตน และเสาแต่ล่ะต้นก็ถูกถอนทิ้งก่อนที่ข้าจะรู้สึกตัว มันเหมือนกับฝันร้าย…"

"นายพูดเหมือนกับ ตัวเองมาจากตำนานนั่น…." เมื่อโคลอี้เอ่ยถามเจ้าแมวก็พยักหน้าของต้น

"เราคือผู้รักอิสระ เราคือพ่อค้า เราผู้ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตน และเสนอสิ่งดีๆให้กับผู้อื่น เราคือผู้เชื่อมความสัมพันธ์"

"งั้นพลังนี่…." โคลอี้พูดพลางมองเส้นด้ายที่อยู่รอบของตัวเอง เธอเริ่มเข้าใจบ้างเล็กน้อย แต่เจ้าแมวก็ส่ายหน้า

"พลังมันขึ้นอยู่กับผู้ใช้ ต้นตระกูลคือธาตุว่างเปล่า ที่อยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน แต่กำเนิด ฉันไม่บ้าเหมือนกับ ผู้ศรัษธานั่น ที่จำเป็นต้องรักษาธาตุแสงบริสุทธิ์ อะไรแบบนั้น เรามีอิสระ ที่จะเลือก และอิสระที่จะรัก"

"นายทำฉันงง" โคลอี้ตอบ และจ้องไปทางเจ้าแมวที่แค่หัวเราะฝืดๆ

"เธอสามารถใช้เวตร์ไร้ธาตุโดยไม่สำเป็นต้องมีมานาไงล่ะ~" เจ้าแมวยิ้ม และมองไปที่พลังของโคลอี้ "ส่วนเรื่องด้ายสีแดง มันคงเป็นรูปแบบที่ตัวเธอนั่นเชื่อมั่น เชื่อมั่นในความรัก ดั่งนั่นจึงมองเห็น"

"......" โคลอี้พยักหน้านิดๆ ความรัก...เธอก็ชื่อมาตลอดจริงๆนั่นแหละ

"ให้ตายสิ พอคิดดูแล้ว ฉันล่ะภูมิที่ได้เธอมาจริงๆ ไหนจะรวบรวมสายเลือดของต้นกำเนิดอาณาจักร แล้วพลังการมองเห็นสายสัมพันธ์ยังเหนือกว่าของฉันสะอีก"

"รวบรวม? รวบรวมอะไรนะ" โคลอี้ยังสับสนกับข้อมูลที่ได้รับ เธอได้รับคำตอบของเธอก็จริงแต่ แทนที่จะเครีย์ ปัญหาก็เข้ามาไม่หยุดหย่อน

"ก็…. [ผู้ศรัษธา] เชลซี มาเดลีน [ผู้เป็นที่รัก] เฟอร์เดีย เมดิสัน [ผู้เมตตา] โดมินิก ซานเดลปีเอล และก็….โอ้ใช่ๆ พ่อหนุ่มหัวแดงเพื่อนพี่ชายเธอ [ผู้เกรงขาม] แม็ก โดโนแวน"

ความรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมามันคืออะไรกันนะ…

โคลอี้ยกมือขึ้นมาปิดหูของตัวเอง ทุกอย่างมันหมุนวนไปหมด การชักนำหรอ? ความรู้สึกระแวงและจุกเสียดแล่นเข้ามาในอกนี่

"ไหนๆก็พูดมาแล้ว ตอบมาอีกสักข้อสิ"

"ว่าไง ตอบเธอได้หมดนั่นแหละโคลอี้" เจ้าเหมียวพูดอย่างอารมณ์ดี แทบจะไม่สังเกตใบหน้าที่บิดเบี้ยวของโคลอี้ในตอนนี้เลย

"ที่ว่า...ได้ตัวฉันมา หมายความว่ายังไง"

------------------

เจ้าแมวยืดเส้นยืดสายของตัวเอง คราวนี้ตัวมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเชฟพลังงานแล้ว พลังจากตอบคำถาม ที่จำเป็นไป ถึงจะยังไม่เล่าช่วงชีวิตความลำบากที่ตระกูลของตัวเองล่อแลขนาดไหน ในเวลาที่ตัวมันไม่สามารถช่วยใครได้เลย แค่นี้มันก็เป็นวันที่ดีแล้ว!!

"สวัสดี? ยังไม่หลับไม่นอนกันอีกหรอ?"

ทุกคนที่กำลังจะเตรียมตัวจะนอน หันมาทางเจ้าแมวที่น่าจะโดนโคลอี้อุ้มไป กลับพูดได้น่าตาเฉย แต่มันก็โลกแฟนตาซีนี่นะ… สาวๆทั้งเฟอร์เดีย และเชลซีก็เลยไม่ได้คิดอะไร เข้ามาอุ้มเจ้าแมว(ถึงจะรอโคลอี้มานอนพร้อมกันก็เถอะ)

"โคลอี้ซ่อมนายได้แล้วหรอ? แล้วโคลอี้ไปไหน?" เชลซีพูดพลางชะเง้อมองด้านหลังแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แวว

"เห็นบอกว่าจะทำธุระส่วนตัวเล็กๆน้อยๆอย่างเด็ดดอกไม้น่ะ เหมียว" เจ้าแมวพูดอย่างยิ้มแย้ม "แต่ฉันก็มีเรื่องทีจะเล่าให้เธอทั้งสองคนรับฟังนะ"

เฟอร์เดียมองหันไปทางเชลซีนิดๆก่อนจะเริ่มฟังเรื่องเล่า

เมื่อจบทั้งสองก็ใบหน้าซีดลงนิดๆ แต่เจ้าแมวก็ไม่ได้เข้าใจ

"เรื่องนี้ โคลอี้รู้แล้วใช่ไหม" เฟอร์เดียถามย้ำ แต่เจ้าแมวก็พยักหน้า

"เธอกลายเป็นคนของฟานดิริกแล้ว ฉันที่เป็นต้นตระกูลมีหน้าที่ถ่ายทอดคำพูดของตัวเองออกไปให้เธอรับรู้ทั้งหมด" เจ้าเหมียวพูดพลางเอียงคอไปมา  "ตอนแรกฉันก็ถามเธอแหละว่าให้พวกเธอรับรู้ด้วยดีไหม แต่โคลอี้ก็บอกว่าทั้งสองน่าจะเข้าใจอะไรมากกว่าตัวเธอเอง ฉันเลยมานั่งฉายซ้ำเรื่องราวอยู่นี่ไง"

"แย่แล้ว" เชลซีพูดพลางวิ่งออกไปจากห้องทันที ไม่ต้องนอนมันล่ะคืนนี้ หัวใจของเธอบีบคั้นบางอย่าง 

เธอไม่เป็นอะไร

เฟอร์เดียเองก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าโคลอี้ผู้มีความยึดติดบนโลกนั่นมากมายล่ะก็!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น