(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 22 : 20 :: เจ้าเหมียวสีดำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ธ.ค. 63

“..........ไงเจ้าเหมียวตัวแข็งเป็นหินเลยนะนายเนี่ย” เด็กชายผมสีดำมองเจ้าแมวสีดำที่ตัวเขาอุสาฝากเด็กสาวไว้ให้ดูแล แต่ถูกท่าปัญหาที่เจอคงจะทำให้ลืมไปสะหมดเลยสินะ เขาเองก็ไม่ได้กลับมาที่นี่นานแล้ว ถึงจะรู้ดีว่าที่อุ้มอยู่ไม่ใช่แมวธรรมดา มันไม่จำเป็นต้องกินหรือนอนด้วยซ้ำ แต่พลังชีวิตมันก็อ่อนลงมากๆทุกครั้งที่เจอจนน่าใจหาย

“เจ้าเหมียว” เด็กชายยังคงเรียกเจ้าแมวดำที่ยังอยู่นิ่งสนิท คงอยู่ในภาวะจำศลีอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาเลยกะว่าจะอุ้มเจ้านี่กลับไปที่คฤหาร์โรชินันเต้

แต่เขาก็พบแค่ความวุ่นวายและบุคคลไม่คุ้นหน้าเต็มไป….ไม่สิก็คนเคยพบกันทั้งนั้น

นี่มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่เนี่ย!!!!

เขาเห็น ออสการ์กับแองเจล่ามีความสัมพันธ์แนบชิด!!

โซเฟีย นักทำนายชื่อดังที่หาตัวยากจากเมืองซานเดล!!!

มีเด็กสาวที่เขาไม่รู้จักอยู่คนหนึ่งผมสีแดงๆเด่นๆ

และคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกครั้ง ทั้งๆที่จะมาเด็กสาวผมฟ้าเขียวที่ชื่อโคลอี้

“เชลซี โดมินิก” เพียงแค่ที่เอ่ยชื่อไป เจ้าของชื่อต่างหันมาทางเขาด้วยสีหน้าเป็นประกาย

“แ…..พี่คาล!!!” โดมินิกพูดด้วยสีหน้าตื่นเต็นแบบสุดๆ เขาวิ่งพุ่งกอดคาลวินแทบทันที “พี่ผมยังไม่ตาย...ผ...ผม ผม...อึก” 

“พี่ดีใจที่…….โดมินิกยังไม่ตายนะ” คาลวินมองเด็กชายตรงหน้าด้วยสีหน้าอึดอัด ลำบากใจ และดีใจมาก เขาทำได้แค่ลูบเด็กชายตรงหน้าเท่านั้น

“ดีใจที่คาลยังรอดเหมือนกันนะคะ แหม่ เรานี่เกือบพาพี่แย่ไปด้วยจนกังวลมาตลอดเลย” เชลซีพูดพลางยิ้มๆ แต่คาลที่ยังคงทึ่งๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เลยสมองยังไม่ค่อยประมวลผลเท่าไร เอ่ยถามสิ่งที่ตนอยากรู้มากที่สุดออกไปก่อน

“พวกเธอไม่ใช่ว่าโดนจับไป…..” คาลวินยังไม่ทันพูดจับ เขาก็รู้สึกอึดอัดข้างในลำคอ เขายังกลัวและรู้สึกผิด....จึงหนีมาที่นี่แท้ๆ 

โชคชะตามันชั่งประหลาด เหมือนลุงเจ้าของโรงเตี๊ยมเคยบอก

“เรารอดมาได้อย่างปฎิหารเลยใช่ไหมล่ะ” เชลซีพูดพลางยิ้มร่า ใช่พวกเธออาจจะไม่เป็นอะไร แต่พวกนักบวชพวกนั้น…

“ผมรู้ว่าพี่พยายามปกป้องเรา...จนมีเรื่องกับบาทหลวงคนอื่นๆ และไหนจะพวก… คนที่อยากกำจัดผม พี่ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองหรอกครับ ตอนนี้ผมมีชีวิตอยู่ แค่นี้ก็พอแล้วนี่” โดมินิกพูดยิ้มๆ แต่คาลวินก็ยังไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง อยู่ดี เขานึกว่าจะเสียน้องชายไปสะแล้ว ใบหน้าที่หดหู่ค่อยๆวางเจ้าแมวสีดำลงและโอบกอดร่างของโดมินิกทั้งๆที่ตัวสั่น แต่ก็ไม่อาจที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาได้ จนเหมือนคนเย็นชา แต่ภายในใจของเขามันสั่นไหว

“จะร้องไห้ก็ได้ ไม่เป็นไรนี่ค่ะ” เชลซีพูดพร้อมเอื้อมมือไปลูบหัวคาลวิล ที่ยังพยายามอดกลั้นน้ำตาของตัวเองไว้ไม่เปลี่ยน ตั้งแต่รู้จักไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลยสักครั้ง... มีอะไรมากมายในใจแต่ก็เก็บกดเอาไว้

ถึงเซลซีจะสนใจเจ้าแมวดำก็เถอะแต่มันเหมือนแบบ...ตัวมันแข็งสะนึกว่าเป็นรูปปั้นเลย ของตกแต่งหรอ… ถ้ามองห่างๆคงนึกว่าเป็นแมวจริงๆ

แต่ก็ช่างเถอะ เชลซีไม่อยากจะขัดบรรยากาศในตอนนี้

ฮัดเช่ย!!!

กิริยาอันไม่สำรวมของสตรีนางหนึ่งที่พยายามยัดหนุ่นทำเตียงจนหลุดจามออกมา(เพราะไม่มีใครช่วยจับแล้วนุ่นมันก็ลอยฟุ่งไปหมด) ขนาดเธอเดินไปเอาของทีน่าจะพอทับได้มาใช้แต่ก็ยังไม่ได้ผล ต่อให้เฟอร์เดียมาทำให้ลมมันสงบ แต่ก็ไม่สามารถดึงผ้าและเตียงให้นุ่นเสมอกันได้ ถ้าซื้อมันก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้… คนที่รับหน้าที่ทำเตียงจึงทำแค่ถอนหายใจแลเริ่มงานต่อไป โดยไม่รู้ตัวเลยว่า

ตัวเองไปขัดบรรยากาศแสนอบอุ่นไปแล้ว

---------------------

"โชคชะตา ช่างแปลกประหลาด" โซเฟียพูดพลางมองทั้งสามคนที่นั่งตัวติดกัน ทั้งคาลวิน โดมินิกและเชลซี ทั้งสามคนดูสนิทสนมกันมาก

"คุณเป็นนักทำนายนี่คิดว่าจะรู้อยู่แล้ว?" คาลถามออกไปตามตรง

"ฉันรู้เพราะข้อมูลและการทำความรู้จัก และสบการณ์ ผ่านการวิเคาะห์แล้วตีความเป็นไปได้" โซเฟียเพียงยักไหล่นิดๆ เธอก็ไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง แต่พอมองไปที่โดมินิกแล้วมีสิ่งที่เธอไม่รู้ กลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย

"อ่าจริงๆฉันเกลียดการพูดอ้อมค้อม แต่ว่านายน่าจะบอกพวกเราหน่อย" โคลอี้พูดพลางขมวดคิ้วนิดๆ แน่ล่ะทั้งสองไม่ค่อยเล่าอะไรเกี่ยวกับชีวิตที่ผ่านมา แล้วถ้าคนนี้สนิทจริงๆ ทำไมทั้งสองไม่แม้จะเอ่ยชื่อเลยล่ะ

“พวกเรากลัวว่าจะสร้างปัญหาให้พี่เขาน่ะ ...โอ๊ย” โดมินิกพูดพลางหัวเราะแห้งๆ แต่ก็โดนคาลวินเขกหัวไปทีหนึ่ง

“คำพูดบอกลาของนายเหมือนกับจะไปตาย แล้วฉันจะไม่ห่วงได้ไง”คาลวินพูดแล้วขยี้หัวคนที่เขารักดั่งน้องชายในไส้แทบจะคลานตามกันมา จริงๆเขาก็รักน้องทุกคนนั่นแหละ แม้ปกติจะทำตัวเหลวๆไหลไปเรื่อย ไม่สมเป็นพี่บ้างแต่เขาก็รัก

“โห้ย...ยังไม่ตายสะหน่อย” โดมินิกพูดพลางหัวเราะลั่นให้พี่ชายจับล็อคคอขยี้หัวเขาให้สาแก่ใจ 

“อะแฮ่ม!!” โซเฟียจ้องคาลวินอย่างคาดโทษ ให้เขารีบๆเข้าเรื่องสักที เธอไม่ได้คิดจะขัดความสุขสันต์ของคนหน้าเลยสักนิด เธอไม่อยากจะยอมรับและรีบๆลืมจะได้รีบไปทำงานสะ “เข้าเรื่อง!”

“โทษที จริงๆจะมาเรื่องแมวตัวนี่เนี่ยแหละ ฉันฝากเธอไว้ไม่ใช่หรอ”คาลวินรีบพูดเข้าเรื่องทันทีและชี้ไปที่เจ้าแมวที่เชลซีอุ้มอยู่

“อะ...ลืม...ก็ตอนนั้นฉันแค่ตัวคนเดียวยังเอาไปรอดจะให้เลี้ยงแมวเนี่ย….” โคลอี้พูด พลางขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็บ่นอุบอิบนิดหน่อย “จริงๆก็ปฎิเสธไปแล้วนะ ทำไมอยากให้ฉันเลี้ยงเจ้านี่จังเลย”

“ในฐานะที่ฉันเป็นทาสแมว ถ้าเธอไม่เลี้ยงอย่าหวังว่าเธอจะได้กินข้าว” เชลซีพูดอย่างไม่พอใจเชิงข่มขู่ แต่แน่นอนสำหรับโคลอี้ขู่ไปก็ไม่ได้ผล

“เตียง”

“รู้แล้วๆ ไม่ขู่ก็ได้ เด็กดื้อ!!” เชลซีจ้องโคลอี้ขเม่งเมื่อเอาเรื่องเตียงมาขู่ ให้ตาย โคลี้นี่แทบจะเป็นเสาหลักของที่นี่ไปทุกทีแล้วเนี่ย!! เธอคิดอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อโคลอี้จะรับเจ้าแมวไปดู เธอก็รีบๆส่งให้

“เธออาจจะไม่รู้นะ แต่แมวตัวนี้ออกไปเดินเขตนอกเมืองดันเต้ไม่ได้ และมันมีบางอย่างที่น่าจะเชื่อมโดยตรงเข้ากับตัวเธอเอง” คาลวินพูด รับฟังและสำรวจเจ้าก้อนแมวที่ตัวแข็งอย่างกับหิน ไม่มีความอบอุ่นใดๆแบบสิ่งมีชีวิต  แต่ขนมันก็แทบจะเป็นขนแมวแท้ๆแน่นอน

เกาะๆ แกะ!

“เดียวๆ โคลอี้ทำอะไรน่ะ!!” เชลซีร้องเสียงหลังทันที เมื่อโคลอี้เหมือนจะงัดแงอะไรบางอย่างจนส่วนหน้าผากของแมวหลุดออก เห็นเป็นกลไกด้านในอย่างสับซ้อน

“คิดว่า….ไม่ใช่แมวแล้วล่ะ” โคลอี้พูดแต่ก็ยังคงจ้องตรวจดูภายใน แต่ไม่กล้าที่จะชำแหละมากกว่านี้ กลัวซ่อมกลับคืนไม่ได้ แต่ก็ยังไม่หยุดมือซนต่อ

“อ่าาาา ….” คาลวินเองก็ดูตกใจหน่อยๆ ก็รู้ว่าแมวนี่มันแปลก แต่นึกสภาพตอนเข้าเจอแรกๆมันแทบจะไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตปกติเลย แต่โดนเปิดด้านในดูแบบนีก็เล่นเอาพูดไม่ออก 

“ด้านหลังก็เปิดได้…”

“โคลอี้หยุดเดียวมันก็พังหรอก”โดมินิกรีบร้องห้าม แต่ไม่ทันสะแล้ว โคลอี้เปิดด้านหลังของแมวแต่ปรากฎมันเป็นช่องว่างๆ จนโซเฟียที่นั่งอยู่ข้างๆสนใจขึ้นมานิดหน่อย

“พี่ขอดูหน่อยได้ไหม”

“ได้ค่ะ แต่คิดว่า ส่วนอื่นๆของไม่ใช่ที่ใช้เปิดแล้วล่ะคะ” โคลอี้ตอบโซเฟียด้วยใบหน้าเฉยๆ พอโซเฟียรับไปเธอก็ลองล้วงมือเข้าด้านหลังของแมวตามความคิดของตน จนเหมือนมือไปโดนอะไรสักอย่าง 

“อย่างที่คิด...ด้านหลังเป็นกระเป๋าเวทย์” โซเฟียพูดยิ้มๆ ‘ดูท่าทางเจ้านี้จะเป็นของแรร์กว่าที่คิดคาลวินมานึกเสียดายก็ไม่ทันแล้ว’ เธอคิดในใจแต่พอมองคาลวินเขาก็ดูจะไม่ได้เสียดายอะไร ไอ้คนที่คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้เนี่ย เป็นแบบที่โซเฟียไม่ค่อยจะชอบเลย

“=*= อุปกรณเวทย์หรอ” โคลอี้ยังคงบนอุบอิมแม้จะเริ่มรู้สึกอยากได้เจ้าแมวนี้ขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอยู่ดี เธอติดใจบางอย่างตรงสวนหัวมันมากกว่า แล้วค่อยชี้ไปที่รูบนหัวของมัน “กลไกมันแปลกๆ เชื่อมสายน้ำเงินดำเต็มไปหมด….แต่ให้อยากจะงัดออกมาดูแต่ถ้าเสียไปก็คงแย่”

“แต่พี่ไม่เห็นสายอะไรพวกนั้นเลยนะ?” โซเฟียพูดขึ้น เธอยังคงล้วงมือไปมาอยู่ เหมือนมือจะสัมพัสอะไรได้แต่ก็ล้วงออกมาไม่ได้สักที โดยไม่รู้เลยว่าโคลอี้นิ่งคางเพราะคำตอบของโซเฟียเมื่อครู่ “โคลอี้ ลองล้วงมือเข้ามาสิ”

“อะ….ได้ๆ” โคลอี้หลุดออกจากความคิดของตัวเองสักพักและล้วงมือเข้าไป เธอหยิบได้เป็นหลอดใส่ด้าย เธอแค่มองมันเงียบๆและทุกคนก็ดูจะงงๆ

“ล้อของเล่นหรอ?” โดมินิกเอ่ย แต่เชลซีก็ส่ายหน้ากับคำตอบนั้น

“มันเป็นหลอดใส่ด้ายน่ะ แต่ดายมันหมดแล้ว กระเป๋าอย่างแรร์แต่ใส่ของแบบนี้ไว้เนี่ยนะ” เชลซีพูดพลางบนออกมาอย่างเสียดาย

“พลังของฉัน คือด้าย...ควบคุมเส้นด้ายที่คนอื่นมองไม่เห็น” พอโคลอี้พูดออกมาทุกอย่างก็แทบจะกระจ่าง เจ้าแมวนี่เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรง แต่ทำไม โคลอี้เงยหน้ามองโซเฟียที่น่าจะเ็นคนให้คำตอบได้

“ขอโทษพี่เองก็ไม่ค่อยจะรู้ …สมบัติประจำตระกูลฟานดิริก บันทึกไว้แค่กระเป๋ามิติ ส่วนเรื่องอื่นพี่ไม่แน่ใจ” หลังจากได้ฟังโคลอี้ก็พยักหน้ารับก่อนจะเก็บชิ้นส่วนของแมวมาไว้กับตัวเองก่อน

เธอต้องทำความเข้าใจกับเจ้านี่ก่อน

“ขอบคุณนะคะ พี่คาลวิน วันนี้พี่จะพักอยู่ที่่นี้กับโดมินิกและเชลซีได้นะคะ… ส่วนหนู…. ขอตัวไปทำความเข้าใจกับนี่ก่อนนะคะ”  โคลอี้ยิ้มบางๆและรีบเดินออกไป ทันทีที่หันหน้าออกรอยยิ้มที่มีพลันเลื่อนหายอย่างรวดเร็ว มีอะไรที่เธอยังไม่รู้ความสำคัญสิ่งแปลกๆ เธออยากจะถามเอวาสะตอนนี้เดียวนี้เลย แต่พอหันหลังเห็นสายตาของคนที่เป็นห่วง ไม่ว่าจะพี่ หรือเพื่อน

ฉันนี่ชั่งโชคดีจริงๆ

โชคดีจริงๆที่ดูเหมือนว่าฉันจะใช้เจ้านี้ได้คนเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น