(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 20 : 18 :: สิ่งที่กังวล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 พ.ย. 63

การที่นั่งอยู่ 3 คนในห้อง แต่คุยรู้เรื่องกันอยู่แค่ 2 คน มันสร้างความสงสัยให้อีกคนเป็นธรรมดา ถึงจะบังคับไปหน่อย…

แต่ทุกคนล้วนมีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นใช่ไหมล่ะ

ตั้งแต่ได้ฟังเรื่องราว กลายเป็นต่างคนต่างเงียบ แน่นอนฉันก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการความคิดไปก่อน

แต่ก็แนะนำให้พี่ออสการ์รู้จักกับคนอื่นๆ ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาสแกนโดมินิกตั้งแต่หัวจรเท้า และทานของเหลือจากมื้อบ่าย แม้จะรสชาติเย็นชืดแต่ก็ยังเป็นสตูว์มื้ออร่อย

“ทำไมถึงกินตอนบ่ายล่ะ?” ออสการ์ถามหลังจากฉันเล่าความเป็นอยู่ของตัวเอง

“ก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เราก็ทำงานเพลินๆ และก็ค่อยๆลืมเวลาอาหารกันไปเอง และมาหิวอีกทีตอนบ่ายๆน่ะ ก็เลยตกลงกันเองว่ากินเวลานี้” โคลอี้พูด

“ชินกับการอดอาหารมากกว่า” โซเฟียพูดและเขกหัว โคลอี้ไปทีหนึ่ง ถึงเธอจะไม่ได้ร้องอะไรได้แต่ลูบหัวตัวเอง และทำแก้มป่อง อดอาหารจนชินจริงๆนั่นแหละ เถียงไม่ได้เลย

“หือ...ไหนว่า ดูแลตัวเองได้” ออสการ์พูดพร้อมหันไปมองโคลอี้ ถึงจะอับจนสักแค่ไหนตัวเขาก็อยากให้โคลอี้กินดีอยู่ดี ก่อนจะหันไปมองโซเฟีย ที่เดินไปปลอกมันฝรั่งและฝานเป็นแผ่นบางๆ มีโดมินิกกับเฟลที่ช่วยกันคั่นน้ำมันมะกอก

“ก็ดูแลได้สิ! ตอนนี้ก็ช่วยกันทำนี่ไง” โคลอี้พูดและชีไปที่มันฝรั่งจำนวนมาก มันเป็นแผ่นๆ แทบจะไม่มีความเป็นมันฝรั่งเลย

“อะไรล่ะเนี่ย" ออสการ์พูดพลางมองอย่างสงสัย

"ก็เราต้องหาเงินใช่ไหมล่ะ จะให้รบกวนพี่ หรือหาของในป่ากินทุกวันก็คงไม่ได้ ตอนนี้ก็เลยจะทำมันฝรั่งทอดขายน่ะ" โคลอี้พูด พลางทานสตูว์เนื้อนั่งอยู่ข้างๆ

"...... ทำเยอะขนาดนี้คงมั่นใจสินะ แล้วไม่ไปช่วยหรอ" ออสการ์ถาม

"หนูต้องทำเตียงเพิ่ม เลยไม่ได้ไปช่วย แล้วก็ติดอยู่ในห้องนั่นสองชั่วโมง …..คืนนี้คงมีคนได้นอนพื้น" โคลอี้พูดอย่างไม่ทุกร์ร้อนอะไร

"โคลอี้! ….ได้แล้ว! ฉันหาเจอแล้ว!" เชลซีพูดพลางเดินมาหาโคลอี้ด้วยสภาพมอมแมม จะว่าไปเธอก็หายไปตั้งแต่บ่าย เธอหยิบต้นไม้ออกมาด้วยความภาคภูมิใจ มันคือต้นฝ้ายนั่นเอง

"สุดยอดเลย!" ฉันเพลอลุกขึ้นยืน และเดินเข้าไปดูด้วยความตื่นเต้น "แล้วเรื่องที่ขอล่ะ"

"ลองแล้ว สำเร็จแล้วด้วย แม้จะต้องใช้มานาจนหมดตัว แต่เรื่องนี้ฉันยอม เธอเองก็ต้องทำตามสัญญานะ" เชลซีพูดพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี

"แน่นอน! ถ้าของครบ ฉันจะทำให้ทุกคนเลย" โคลอี้พูดพลางหัวเราะนิดหน่อย

"พูดอะไรให้เข้าใจกันบ้างสิ" ออสการ์พูดขัดขึ้นมาเมื่อเห็นสองสาวดูจะตื่นเต้นกับเจ้าก้อนสีขาวๆจากต้นไม้แห้งๆนี่ที่ชื่อว่าดอกฝ้าย

"ไม่รู้อะไรสะเลยนะ ตอนนี้ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศก็ต้องหนาวขึ้นและสิ่งนี่จะทำให้เรานอนได้อย่างสบายๆไงล่ะ บอกตามตรงนะโคลอี้นอนฟางนานๆเข้ามันก็ไม่ได้อุ่นสบายแล้วบางทีมีแมลงด้วย ถึงมันจะพอรับได้ที่มีผ้าม่านคลุมไว้ ห่อๆเป็นเตียงแต่สัมพัสมันไม่นุ่มนิ่มเอาสะเลย" เชลซีพูดบ่นๆ ทุกๆเช้าเธอต้องตื่นพร้อมกับร่างกายที่ปวดกล้ามเนื้อไปหมด ถึงมันจะดีกว่านอนพื้นแต่สำหรับสายรักสุขภาพอย่างเธอ ถ้าเรื่องมากได้เธอต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว

"ได้ที่เอาใหญ่เลยนะ… ไม่ใช่ว่าเคยบ่นเฟลเรื่อง อาหารไปหรอ" โคลอี้พูดพลางจ้องเชลซีอย่างจับผิด นั่นสิ เธอก็ไปว่าเขา แต่ตัวเองก็ทำแบบเดียวกัน

"...เตียงมันสำคัญ ต่อการพักผ่อน นี่เรื่องสำคัญนะ!! แล้วก็มีหลายอย่างให้กิน แต่ยัยนั่นจะกินข้าวเม็ด เรื่องมากแบบนั่นอดตายไปสะเลยยัยเฟลน่ะ" เชลซีพูด

"อาหารก็สำคัญ ถ้าเลือกได้ ไม่ว่าใครก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้าเชลซีไม่เข้าใจ ฉันลองไม่ทำเตียงให้ดีกว่า" โคลอี้พูดก่อนจะนั่งลงตามเดิม

"ฉันอายุมากกว่าเธอนะ" เชลซีพูดข่ม แต่ไม่ได้ผลกับโคลอี้ที่สวนตอบอย่างไว

"แต่ตอนนี้เราอายุ14ปีเท่ากัน"

"12 ต่างหาก" ออสก้าเสริมเมื่อคนข้างๆจำผิด

"อ่า..12นั้นแหละ" โคลอี้รีบแก้คำพูดตัวเองทันที จนออสการ์หลุดขำออกมานิดๆ แต่โคลอี้ก็ว่าต่อทันที 

"ถ้ามีเงินมากพอ ฉันเองก็อยากลองทำอาหารไทยด้วย" โคลอี้พูดพลางหัวเราะเบาๆ เชลซีเลยทำแค่ถอนหายใจ และยอมรับอย่างว่าง่าย

"โอเคๆ จะยอมถอยก้าวหนึ่ง ฉันจะพยายามเตรียมฝ้ายให้ได้เยอะๆ สัญญาแล้วนะ" 

"จ้าๆ "ฉันพูดและมองเซลซีเดินไปเอาฝ้ายไปปลูกอย่างอารมณ์ดี ซึ่งพอฉันกินหมดแล้วก็ต้องลุกไปทำงานบ้าง "เดียวหนูไปตัดไม้ก่อนนะคะ"

"ให้พี่ช่วย" ออสการ์ถามและฉันก็พยักหน้า

"รบกวนด้วยนะคะ" โคลอี้พูด แต่เธอไม่รู้ตัวเลยถึงสายตาของโซเฟียที่มองเธอด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจ

---------

'รู้สึกเหมือนคนนอกเลย'

เฟลมองรอยยิ้มที่สดใสไร้สิ่งใดเจือปน ทั้งจริงใจ และซื่อตรง ถึงเธอจะฆ่าคนก็ยังน่ารัก

เฟล หรืออีกชื่อเฟอร์เดีย เธอมีความสามารถ ที่ร้ายกาจ เธอสามารถช่วงชิงความรักของคนอื่นได้ และยังมีทุกธาตุที่เกี่ยวกับธรรมชาติ แต่ว่าด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นรอบตัว เธอไม่อยากช่วงชิงทำให้คนอื่นต้องเจ็บ เหมือนอย่างที่เธอเคยโดน แต่ก็หวังลึกๆว่าโคลอี้จะมองมาที่เธอบาง และเรียกเธอว่า พี่สาว เหมือนกับคนอื่นๆ

"เฟล" เสียงของเซลซีดังข้างๆ ทำให้เฟลสะดุ้งหลังจากนั่งเหมอลอย ขณะที่คั้นน้ำมันมะกอกกับโดมินิกิอยู่

"อะ...มีอะไร"

"คืออยากให้ลองใช้เวทย์ ธาตุพืช เร่งการเจริญเติบโตให้หน่อย เวตร์แสงทำใฟ้มีผลผลิตคุณภาพดี แต่มันเติบโตช้า…" เชลซีพูดแต่เอาจริงๆเฟลเธอค่อนข้างเกรงใจอยู่ถ้าจะให้โดมินิกทำงานต่อคนเดียวกับโซเฟีย

"ก็ได้นะ...แต่" ยังไม่ทันพูดจบโดมินิก็โบกมือไล่ ใบหน้าดูมีความสุขเป็นกอง

"รีบๆไป จะทำเตียงใช่ไหมล่ะ ทำเผื่อฉันด้วยก็พอ"

"แหม่….เก็บสีหน้าหน่อยก็ดีนะ หูหางโพล่หมดแล้ว จิ้งจอกเจ้าเล่ห์" ยิ่งเห็นโดมินิกดีด้าเธอก็พูดบ่นอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้

"อือ..งั้นฉันไปช่วยเชลซีนะ" เฟลพยักหน้าก่อนโดนลากมาที่แปลงปลูกดอกฝ้าย

ทั้งสองช่วยกันทั้งใช้เวทย์แสงควบคู่กับเวทย์พืชที่ทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่พอใช้บริเวญกว้าง มานาของเฟลก็ลดฮวบอย่างรวดเร็ว ผิดกับเซลซีที่ใช้เวทย์พอๆกันแต่มานาก็ไม่ได้ลดเยอะ

".....อือ..ฝ้ายทั้งหมดพอรึเปล่า…" เฟลพูดออกมาพร้อมมีสีหน้าที่ซีดลงนิดหน่อย

"ไม่รู้สิ...ต้องเอาไปให้โคลอี้ดูก่อน เฟลถ้าเธอไม่ไหวไปพักก่อนก็ได้นะ เดียวฉันไปช่วยคั้นน้ำมันต่อเอง" เฟลได้แค่ยิ้มกับคำพูดของเชลซี

"ใช่ เธอควรไปคั่นเองจริงๆก็ความคิดเธอนี่น้า" เฟลพูดและยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่เชลซีเธอแค่นั่งลงข้างๆเฟล

"นี่..จะหาว่าฉันบ้ารักสุขภาพก็ได้ แต่ว่าฉันจริงจังกันมันนะ เธอคงดูออกว่าจริงๆแล้วจะใช้น้ำมันปาร์มที่ขายตามท้องตลาดก็ได้ แต่ฉันยังคงดึงดัน" เฟลรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเริ่มพูดเรื่องของตัวเอง

"แปลกนะ เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องของตัวเองทำไมตอนนี้ถึงอยากจะพูดล่ะ"

"เพราะเธอเหมือนฉันมั่ง" เชลซีพูด แต่นั่นทำให้เฟลงงๆนิดหน่อยเธอไม่ได้ชอบกินอาหารสุขภาพสักหน่อย แล้วมุมมองของเฟลที่มีต่อเชลซีก็เป็นเป็นผู้หญิงที่รักสุขภาพ และอาจจะบ่นๆบ้าง แต่ก็จริงจังกับทุกเรื่อง โดยแทบไม่บ่น(ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจริง)

"เหมือนตรงไหน?"

"ฉันตายโดยไม่มีใครมาห่วงฉันหรืออยู่ข้างฉันสักคน และคิดว่าเธอก็คง…."

เฟลทำหน้ากรุ่นคิดเล็กน้อย และถามต่อ

"ที่เริ่มพูดนี่เกี่ยวกับโคลอี้รึเปล่า" เชลซีที่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจตามที่เธออยากจะบอกจึงทั้งพยักหน้าและส่ายหน้า

"ฉันก็อยากจะเล่าเรื่องของตัวเอง แต่...เรื่องของโคลอี้มันก็ทำให้ฉันคิด เธอเปิดเผยมากเกินไปด้วยซ้ำ และแสดงอารมณ์ประชดประชันทุกครั้งที่พูดถึง...โคลอี้ตัวจริง แม้แต่เงาในน้ำในช่วงแรกๆเธอยังไม่อยากจะมองเลย"

"เชลซี...เธอคิดยังไงกับโคลอี้" เฟลถามออกไป แต่เชลซีก็แค่ยิ้มเศร้า

"ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องนั่น ฉันคงคิดว่าเธอเกิดมาในโลกสีชมพูที่มองในแง่ดีตลอดแน่ๆเลยล่ะ….เธอเป็นเด็กดี แต่ก็ไม่ดีด้วยเหมือนกัน" เชลซีพูดยิ้มๆ แต่เฟลก็ได้แค่ยิ้มแห้งๆ

"....แต่เธอก็จริงใจ ฉันชอบส่วนนั้น..เหมือนกับได้เจอน้องสาวตัวเองครั้งแรก.." เฟลพูดพลางยิ้มนิดๆ แต่เชลซีก็ดูออกมันเป็นยิ้มที่เศร้าโกรษเกลียดในเวลาเดียวกัน

"ความสัมพันธ์ของเธอกับน้องคงจะแย่มากๆ" เฟลสะดุ้งที่ได้ยินแบบนั้นจึงพยักหน้าแล้วเชลซีก็พูดขึ้นต่อ "เอาเถอะยังไงสะพวกเราก็ไม่ห่วงอะไรที่ต้องติดข้างที่นั่นแล้ว ปล่อยให้มันผ่านๆไปสะดีกว่า เราไม่มีอะไรหลงเหลือที่นั่นให้กลับไป ลืมๆมันไปและใช้ชีวิตใหม่"

"แต่เธอยังไม่เล่าเรื่องของตัวเองเลยนะ"

"ชีวิตตลอดหลายปีที่มีชีวิตอยู่กับพ่อจนวันตายมันไม่ได้น่าฟังอะไรขนาดนั้นหรอก เชื่อฉันสิ" เชลซียิ้มร่า และเดินออกไปพร้อมกับค้นดอกฝ่ายใส่รถเข็น

"แต่ฉันก็อยากฟังนะ… " เฟลพูดจนเชลซีต้องชะงักจากงานที่ทำอยู่

"ฉันไม่มีใครนอกจากพ่อ เป็นผู้หญิงไร้อารมณ์ที่แค่ยิ้มให้พ่อก่อนตายยังทำไมได้เลย ฉันพยายามทำให้พ่ออยู่กับฉันนานที่สุด พยายามแสดงว่าฉันรักและห่วงเขามากแค่ไหน แทนการแสดงออกทางใบหน้าของตัวเองด้วยการลงมือทำ    แต่ก็นะ...มันคงมากเกินไปคนหลายคนรับไม่ได้แล้วหายไปจากฉันกันหมด คิดว่าเรื่องนี้มันสนุกไหมล่ะ สิ่งที่ได้ฟัง"

"ไม่….แต่ก็…"เชลซีที่ได้ฟังแบบรวดรัดเธอสับสนเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป เชลซีก็พูดด้วยรอยยิ้ม

"ฉันดีใจที่เกิดใหม่แล้วเจอพวกเธอนะ"

"เธอก็พูดแบบนั้นทุกทีไม่ใช่หรอ?....ฉันถามเหตุผลได้รึเปล่า?" เฟลถามพลางมองอีกฝ่าย

"ก็ …ตั้งแต่มาที่โลกนี้ ก็มีโดมินิกที่จริงใจกับฉัน...แล้วก็โคลอี้รวมถึงเธอด้วย ถึงตอนนี้โดมินิกจะสนใจคุณโซเฟียมากกว่าเพื่อนก็เถอะ ฮะฮะ" เชลซีพูดพลางหัวเราะเบาๆ

"ฉันก็ดีใจนะที่ได้พบพวกเธอ...เพียงแต่ถ้าฉัน เลิกยึกติดกับเรื่องเดิมๆได้ก็คงจะดี" เฟลฝืนยิ้มนิดๆ  และค่อยเดินมาช่วยเชลซีค้นฝ้ายขึ้นรถเข็น

"......ไม่พูดใช่ว่าจะไม่รู้สึกนี่เนอะ" เชลซีวางมือลงบนหัวของเฟลพร้อมลูบเบาๆ "ไม่เป็นไร เธอยังมีพวกเรา เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ"

"ขอบใจนะ เชลซี"

ถ้าไม่ต้องยึดติดได้ก็ดี…

แต่นั่นคงเป็นแผลขนาดใหญ่ในใจของโคลอี้ฝังลึกแบบยากที่จะลืม

-----------------

"เอวา" โคลอี้เอ่ยชื่อมองเด็กชายตัวน้อยที่ลอยไปมา เธอทำงานจนถึงกลางดึก เมื่อทุกคนหลับสนิท เธอยังไม่ได้บอกเรื่องเอวากับทุกคน แต่ในทุกๆคืนเธอจะคุยกับเอวา

'พี่สาว …. คืนนี้พ่อแม่ก็ยังสบายดีครับ'

"ปกติ ทุกอย่างเลยหรอ"

'.....ใช่ครับ'

"ขอบคุณ…" โคลอี้เพียงแค่เอ่ยขอบคุณเบาๆ กำจี้ลูกปัดสีฟ้าไว้ในมือ และมองร่างของเด็กชายสลายไป

"ถ้าฉันตายที่นี่ยังไงก็กลับไม่ได้อยู่ดีสินะ…"

เสียงตัดพ้อเบาแต่ใครกันล่ะที่จะได้ยิน สายตาสีทองเปล่งประกายในความมืด ร่างกายดำสนิทกลมกลืนไปกับราตรีอันมืดมิด

"เมี้ยว…." เจ้าตัวก้อนขนสีดำร้องออกมาอย่างไม่พอใจ หวังจะให้คนที่เพ้อยามคำคืนมาเห็น แต่รายนั่นกลับอยู่ในโลกส่วนตัวอันแสนเศร้าไปสะแล้ว

"แง๊วววว!!" มันร้องขู่ แต่ก็ไม่ได้ผลอยู่ดีวันนี้ก็ได้แค่ทำใจและนอนพักก่อนที่เส้นด้ายที่ขับเคลื่อนในกายจะสลายหายไปหมด มันต้องเซฟพลังเอาไว้…. ได้แต่มองอย่างปลงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น