(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 2 : บทนำ:: สลับร่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

ฉัน.....ลืมตาไม่ขึ้น รู้สึกได้ว่าร่างนี้ไม่ได้หายใจ แต่กลับไม่รู้สึกอึดอัด

ร่างกายมันเบา ราวกับกำลังล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ที่ค่อยๆโอบอุ้มร่างของฉันเอาไว้

 

ก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ

 

"เบล!" เสียงใสๆของหญิงสาวผมสีดำสนิท กำลังโบกมือเรียกฉัน ท่ามกลางผู้คนมากมาย ฉันมองภาพเบลอๆนั่น ก่อนจะมองไปรอบๆ...

"ซื้อหนังสือเสร็จรึยัง เราต้องไปแล้วนะ เดียวร้านอาหารก็คนเต็มก่อนหรอก" เสียงใสๆนั่นยังคงดังอยู่และยังคงโบกมือไม่ขยับไปไหน

"รู้แล้วๆ" เอ๊ะนั้นเสียงฉันหรอ? เหมือนร่างนี้จะตอบ และเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้น เรากับกำลังเดินไปตามความทรงจำ....

 

จริงสิ...เรามาที่ห้างกันนี่น้า...และฉันก็ขอแวะมาร้านหนังสือ ระหว่างที่พ่อกับแม่ไปเดินเที่ยวและตกลงว่าจะมาเจอกันที่ร้านชาบู ฉันมองไปที่หญิงสาว ที่เป็นแม่ของฉัน เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเพราะฉันเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ พ่อเองก็ยืนอยู่ข้างๆ เขาลูบหัวฉัน แม้ตอนนี้ฉันอายุจะปาเข้าไปแล้ว 23 ก็ตาม แต่เขายังมองว่าฉันเป็นเด็กอยู่เสมอ

"หนูรักพ่อกับแม่นะ"

ฉันคิดแบบนั้นและร่างนี้ก็พูดส่งเสียงออกมา ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความอบอุ่นของครอบครัว

"แม่ก็รักหนูจ้า" ผู้เป็นแม่ค่อยๆโอบกอด เรามักจะบอกรักกันเสมอและ ฉันเองก็ชอบที่จะได้กอดพ่อแม่เช่นกัน มันอบอุ่นทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ยิ่งเมื่อฉันออกไปทำงาน ก็ยิ่งห่างไกลจากความอบอุ่นนี้เรื่อยๆ แต่เราก็ยังมีวันครอบครัวกันทุกอาทิตย์

 

ราวกับวิญญาณของฉันมันหลุดออกมา ฉันเห็นภาพตัวเองที่กำลังกอดพ่อแม้อยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ

 

ไม่นะ! ทำไมล่ะ

 

พ่อแม่!

 

ฉันพยายามส่งเสียงออกไปแต่เสียงนี้กลับไม่อาจเอ่ยออกไปได้อีก เหมือนภาพที่เห็นนั้นห่างไกลออกไป ความรู้สึกของฉัน ดูท่าจะไม่มีวันส่งไปถึงได้อีกครั้งแล้ว

 

พ่อ!! แม่!!

 

"เฮือก....!" ฉันตื่นขึ้นมาในห้องกว้างโล่งจนดูน่ากลัว เตียงใหญ่ๆทั้งฝุ่นกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาจากเตียงและร่างกายของฉัน พอสังเกตแล้ว แม้แต่ชุดที่สวมยังดูสกปรก

 

"เหม็นชะมัด" ฉันบ่นออกมาพร้อมเอามือปิดปากปิดจมูกตัวเองและลุกออกจากเตียง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เป็นไรแต่พอลุกกับรู้สึกหนักและระบมไปทั้งตัว

"โอ๊ย...." ฉันร้องออกมา

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ....ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังอยู่กับพ่อแม่อยู่เลย ฉันถอนหายใจเบาๆและพยุงร่างกายที่หนักอึ้งนี้ไปที่ประตู พอออกไปจากห้อง เจอโถงทางเดิน มันให้ความรู้สึกแต่งต่าง แม้จะทั้งโล่งและกว้าง แต่กลับสะอาดกว่าห้องที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันเดินเกาะกำแพงไปเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกทั้งหนักและอาการปวดท้องที่แล่นเข้ามาโจมตีอย่างกระทันหัน

"พ่อ....แม่...." ฉันเดินไปมองไปรอบๆจนเจอผู้หญิงคนหญิงคนหนึ่งในชุดเมดที่เดินมา ฉันเดินตรงเข้าไปหาทันทีโดยไม่ทันคิดสงสัย

"คะ...คือว่า ขอโทษนะคะ พอรู้ไหมว่าพ่อแม่ของฉันอยู่ที่------"

"เด็กสกปรกนี่มันอะไรกันเนี่ย!!" ฉันถูกแตะอย่างแรงด้วยรองเท้าหนังที่เธอใส่อยู่มันทั้งเจ็บและจุก จากที่ปวดท้องอยู่แล้วตอนนี้ตอนนี้ร่างของฉันลงไปทรุคลงกับพื้น เพราะความเจ็บเหมือนถูกซ้ำแผลเดิม

ถึงจะเคยโดนแม่ตีแต่แม่ไม่เคยเตะฉันเลยนะ!! ฉันได้แต่คิดในใจและเงยหน้ามอง แต่อีกฝ่ายดูจะหัวเราะเบาๆและยิ้มแสยะใส่ฉัน

"ตายแล้วคุณหนู ฉันไม่รู้ว่าเป็นคุณขอโทษจริงๆนะคะ" หญิงสาวในชุดเมดเธอยื่นมือมา แต่ฉันลุกเองได้และเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีด้วยความหงุดหงิดและความเจ็บที่ฝืนร่างกาย

"พ่อค่ะ...แม่ค่ะ ..อยู่ที่ไหน" ฉันพูดและเดินไปรอบๆพลางรู้สึกอยากจะร้องไห้ จะเดินไปทางไหนก็มีแต่โถงทางเดินกับประตูราวกับอยู่ในเขาวงกต..

 

 

ฉันนั่งคุกเข่านั่งลงบนพื้นพรม ร่างกายแแทบไม่มีแรงแถมยังเจ็บมากๆ ฉันค่อยๆถกเสื้อขึ้นเห็นรอยช้ำสีม่วงๆ เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่หลับไป ไม่ใช่ว่าโดนลักพาตัวมาหรอกใช่ไหม!! ฉันหันไปมองทางที่เดินมาก่อนหน้านี้ ยังดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ตามมา แต่ตอนนี้ก็แรงแทบไม่มีแล้ว....

แต่เดียวนะมีบางอย่างแปลกไป

 

ฉันถกเสื้อขึ้นมาอีกครั้ง

พุงฉันหายไป!!

 

ไขมันส่วนเกิน ย้วยๆนุ่มนิ่มที่ฉันตีเล่นทุกวัน

ผลงานสะสมตลอดช่วงชีวิต23 ปี หลักฐานว่าพ่อแม่เลี้ยงดีโครตๆ อยากกินอะไรกิน ไม่มีกักหรือหวง

 

มันไม่มี! เป็นไปได้ยังไง คนเราจะผอมเป็นก้างภายในวันเดียวไม่ได้หรอกนะ!!

แต่จะลุกตอนนี้ มันก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

ไม่ว่าจะความอดทนทางกาย หรือความอดทนด้านจิตใจ ของฉันก็ต่ำพอๆกันจนน่าสมเพช พอมาคิดดูๆฉันอยู่แต่ในเซฟโซนแทบไม่ได้ออกไปไหน หรือทำอะไรแตกต่างจากชีวิตเดิมที่แสนจำเจเลย

ทำไงดี

ทำไงดี...

 

จะเอาชีวิตรอดยังไงดี ฉันไม่ใช่ตัวเอกที่มีความมุ่งมั่นและความทะเยอะทะยานขนาดนั้นด้วย...

แล้วพ่อกับแม่จะเป็นไงบ้าง...พอคิดแบบนั้นฉันก็น้ำตาไหล

 

 

ฉันพยายามฝืนลุกขึ้น ในใจมันทั้งสั่นและกลัวไปหมด

"โคลอี้!!"

ฉันสะดุ้งเสียงตะโกนพอหันไปก็เจอชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้าท่าทางสุภาพ วิ่งตรงมาทางฉัน ต่อให้ฉันอยากจะวิ่งแต่แค่พยุงร่างกายก็แทบไม่รอดแล้วฉันจึงล้มอยู่ตรงนั้น

"โคลอี้ ทำไมฝืนร่างกายแบบนี้ล่ะ.."

"ตายแล้ว ลูกแม่! เกิดอะไรขึ้น" ไม่ทันไรผู้หญิงประหลาดๆใส่ชุดฟู่ฟ่องและเครื่องกระดับระยิบระยับเต็มมือเธอ มองมาทางฉัน เธอทำท่าทางเป็นห่วงแต่กลับ ไม่รู้สึกถึงความเป็นห่วงเลยสักนิด ฉันได้แค่มองแล้วรู้สึกแปลกใจ แต่พวกเขาคงไม่ได้มาทำร้ายฉันอีกหรอกใช่ไหม….คิดว่างั้นนะ

"ขอโทษนะคะ.. คือว่าพวกคุณพอจะเห็น พ่อกับแม่ของฉันบ้างไหม?"

 

เกิดความเงียบชั่วขณะ จนรู้สึกอึดอัดแปลกๆ โดยเฉพาะชายหนุ่มเขาหน้าถอดสีไปสักพัก แต่หญิงสาวผู้ใส่ชุดหรูหรากลับดูพึงพอใจ

"เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการแม่ คิดแบบนั้นรึเปล่าออสการ์" ชายคนนั่นที่น่าจะชื่อออสการ์ไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหนีจนฉันรู้สึกงง

"เอาล่ะมานี่สิ ไปอยู่กับแม่นะ" หญิงสาวยิ้มพร้อมยื่นมือมาทางฉัน

"แล้วทำไมฉันต้องไปกับคุณด้วย" ฉันนิ่งต่อการกระทำของเธอและรู้สึกระแวงอย่างที่สุด แต่ผู้หญิงคนนั้นเพียงแค่จ้องเขม็งใส่อย่างน่ากลัว

 

"มาหาแม่" เธอพูดซ้ำอีกครั้ง

"คุณไม่ใช่แม่ฉัน!!" ฉันตอบกลับโดยทันที ร่างกายมันสั่น ราวกับกำลังร้องเตือนเริ่มที่จะแข็งทื่อ เพียงแค่มองสายตานั่น จนกระทั่งชายหนุ่มค่อยๆพยุ่งร่างกายของฉันขึ้นมา

"เธอต้องการแม่ แต่ก็ไม่ได้ต้องการคุณเช่นกัน..." ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนแต่ก็ดูจะพยายามฝืนยิ้ม

"งั้นก็อย่างหวังว่าฉันจะให้เงินมาช่วยแก แม้แต่เศษเงินฉันก็จะไม่ให้"

"ผมเองก็ไม่อยากจะได้เงินของคุณนักหรอก แต่กรุณาอย่าลืม ที่ตระกูลเราตกต่ำก็เพราะตัวคุณที่ไม่รู้จักพอ ตอนมาก็มาตัวเปล่า ตอนไปทรัพย์สมบัติแม้แต่ชิ้นเดียวผมไม่มีวันยกให้คุณอย่างแน่นอน มาดาม วิกตอเรีย บัลซาเรต ไม่สิ...ดัชเชส วิกตอเรีย อันแบร์โต้ " คำพูดที่บอกเล่าทุกอย่างในคราเดียว ทำให้ฉันพอเข้าใจสถานการ์ณขึ้นมานิดหน่อย ชายหนุ่มค่อยๆอุ่มร่างกายของฉัน ที่น่าจะหนักถึง70 กิโล ได้อย่างสบายๆ แต่พอโดนอุ้มแบบนี้ ทำให้ฉันพึงมารู้สึกว่าร่างกายนี้เล็กลงอย่างชัดเจน

"เราตกลงกันแล้วนะครับ ยังไงคุณเองก็แต่งงานกับพ่อของเราก็จริง แต่คุณก็แต่งงานใหม่ออกจากตระกูลไปแล้ว ไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน และเราก็ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับคุณ แต่ถ้าน้องสาวผมอยากไปด้วยความเต็มใจ ผมก็จะไม่ห้าม แต่เธอไม่ต้องการผมก็หวังว่าคุณจะไม่บังคับเธอ ไม่เช่นนั้นผมจะเตรียมฟ้องร้องคุณอย่างแน่นอน" ชายหนุ่มพูดและอุ้มฉันเดินออกมาจากความอึดอัดนั่น

 

"อ่าแล้วก็....เอาเมดและคนงานน่ารังเกียจของคุณออกไปให้หมดด้วย พวกเขาน่าจะรู้ดีต่อให้อยู่ที่นี่เราคงไม่มีทางจ่ายเงินบำนาญ หรือเงินเดือนให้ได้อีกแล้ว มันคงจะประหลาดมากๆถ้าเขายังติดตามตระกูลที่กำลังล้มละลายโดยไม่เอาเงินเดือนสักบาทน่ะ" ชายหนุ่มพูดพร้อมลูบหัวฉันเบาๆ ฉันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง แม้ฉันจะไม่รู้จักเขาแต่มันก็ทำให้ฉันก็นึกถึงพ่อแม่ ฉันค่อยกอดคอเขาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย เขาได้แต่ทำหน้าเศร้าและโอบกอดฉันอย่างอ่อนโยน

 

ฉันสัมพัสได้ถึงความคุ้นเคยที่อยู่ลึกๆในจิตใจ และความเศร้าที่ไม่อาจบรรยายมากกว่าตัวฉันจริงๆเคยได้รับ

ฉันได้แค่ร้องไห้ จนเหนื่อยและเผลอหลับไป

 

 

---------------------------------------------------

 

 

"ตื่นได้แล้ว" เสียงพูดใสๆ ที่ดังก้องราวกับเสียงกระทบแก้ว ฟังแล้วชวนปวดหู จนต้องยกมือขึ้นมาปิดไว้อัตโนมัต

พอลืมตาขึ้นฉันก็เห็นเด็กสาวผมสีดำเขียวออกไปทางน้ำเงินประกายแวววาว ดูเป็นเป็นเอกลักษณ์ กำลังเอามือปิดหูไม่ต่างจากฉัน เราทั้งสองคนจ้องใบหน้ากันด้วยความงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พอจะเอ่ยทัก ก็มีบางอย่างราวกับคลื่นน้ำทำให้เธอหายไป ราวกับจะบอกว่ามันคือภาพสะท้อนบนพื้นน้ำ

"เดี๋ยวก่อน! " ฉันร้องออกมาด้วยความสับสน พอหันไปรอบๆก็ไม่เห็นมีใครอื่น มีแต่ความว่างเปล่าสีขาวโพลน ไม่มีอะไรเป็นรูปร่างให้เห็นเลย

กับภาพที่เหนือจริงแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกโดดเดียว อีกทั้งยังชวนประหลาดใจ ฉันรู้สึกกังวล จึงลองหยิกแก้มตัวเอง แต่กลับไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทำให้รู้สึกโล่งอกขึ้นมา

"ฝันสินะ..."

"ใช่แล้วนี่คือความฝัน" เสียงใสนั่นยังคงดังอยู่ แต่ไม่ดังจนปวดหูเท่าตอนแรก มันจึงทำให้ฉันค่อนข้างแปลกใจ เพราะรู้ตัวแล้วว่าคือฝันรึเปล่า ฉันพยายามหันไปทางต้นเสียงแต่ก็ไม่พบเลย

"ใครน่ะ" ฉันเอ่ยถามไป แต่ก็เหมือนจะมีร่างที่แสนคุ้นเคยค่อยๆปรากฎ เธอหันหน้ามาทางฉันพร้อมทำท่าจะเป็นลม

"ฉันนี่!!!!!" ฉันเดินไปทางนั้นทันที แต่อีกฝ่ายดูจะทำปางห้ามญาติไม่ให้ฉันเข้าใกล้แบบสุดๆ

"เจอกันแล้วสินะ" เสียงใสๆดังขึ้นอีกครั้ง และเสียนั้นไม่ได้มาจากตัวฉันอีกคนแน่ๆ เราวทั้งสองมองไปทางต้นเสียง และค่อยๆปรากฎร่างของเด็กสาวและเด็กชายขึ้นมา

“ชอบชีวิตใหม่กันรึเปล่า?” ทั้งคู่พูดพร้อมกันลอยไปมาบนอากาศ ในขณะที่ฉันยังไม่เข้าใจอะไรเลย ร่างตัวฉันอีกคนก็เอ่ยตอบสั่น

“.....มัน...ไม่ถูกต้อง ถึงฉันจะขอชีวิตปกติแต่แบบนี้มันเหมือนกันฉันกำลังอยู่แทนที่ใครสักคน” ฉันมองร่างของตัวเองพูดแบบนั้นและทำท่าจะร้องไห้ออกมา

“เดียวที่เธอพูดหมายความว่าไง!” เธอขึ้นเสียงขึ้นตะโกนถาม แต่เธอก็เอาแต่ร้องไห้ สายตาของฉันตอนนี้จึงหันไปเค้นคำตอบจากเด็กที่ลอยอยู่บนอากาศนั่น

“เราสลับตัวเธอทั้งสองคนไงล่ะ”

 

“อย่ามาล้อเล่นนะ!!! อธิบายมาเดียวนี้!!” ฉันพยายามจะกระโดดไปคว้าตัวทั้งสองลงมาคุยให้รู้เรื่องแต่เด็กประหลาดพวกนั้นเอาแต่หัวเราะและลอยไปมา

 

“เป็นเพราะฉัน…”

 

ฉันมองคนที่กำลังร้องไห้ที่เริ่มพูดออกมา

“ในตอนที่ฉันกำลังจะตาย ฉันแค่ขออธิษฐาน อยากจะมีชีวิตที่มีความสุข ไม่ต้องคิดถึงอะไร ไม่ต้องเจอปัญหามากมายอีก ขอแค่ได้ใช้ชีวิตเรื่อยเปือย จะจำเจก็ได้ ขอแค่ความสงบ อบอุ่นกลับครอบครัว”

 

“แต่ฉัน...ไม่รู้ว่าคำอธิษฐานนั่นจะทำให้ฉันต้องแย่งทุกสิ่งทุกอย่างจากคนอื่นไป ….ฉันขอโทษ อึก ...ฮือ”

 

หลังเธอพูดจบ ก็ร้องไห้โฮออกมาดังลั่น…

 

“อย่ามาพูดบ้าๆนะ คนที่อยากจะร้องมันทางนี้ต่างหาก!!!” ฉันจะเอื้อมมือไปคว้างคอเสื้อแต่สิ่งที่จับได้มีแต่เพียงความว่างเปล่า

 

“ฉันขอโทษ….ฮือ”

 

เสียงร้องของเธอยังคงดัง ฉันทำได้แค่กำหมัดแน่น และเสียงหัวเราะจากเด็กทั้งสองยิ่งทำให้ฉันรู้สึกโกรษ แต่ไม่ว่าจะคว้าอะไรทุกอย่างก็เป็นเพียงอากาศที่ไม่อาจจับต้อง

ฉันกำหมัดแน่นความรู้สึกโกรษข้างในราวกับจะประทุออกมาเป็นน้ำตาของฉันเอง ไม่อาจเอาความรู้สึกไปลงกับอะไรได้เลย

“ขอโทษงั้นหรอ...คืนร่างฉันมาสิ!! ถ้ารู้สึกผิดแบบนั้นน่ะ!!”

 

“ไม่ได้หรอก...อธิษฐาน ยกเลิกไม่ได้หรอกนะ” เด็กทั้งสองพูดต่างหัวเราะกันไม่หยุดก่อนจะลอยไปทางคนที่กำลังร้องไห้พร่ำบ่นขอโทษไม่หยุด

“ไม่ดีใจหรอโคลอี้ เธอได้ครอบครัวอบอุ่น ไม่มีใครคาดหวังกับเรื่องยากๆ แต่ให้ชีวิตไปอย่างสงบๆ ตามที่เธอขอเลยไม่ใช่รึไง”

 

“ก็….” เธอคนนั้นหยุดร้องไปสักพัก ความรู้สึกผิดของเธอดูจะค่อยๆลดลง แต่ฉันก็เตะทั้งคู่ราวกับจะระบายความโกรษ แม้มันจะทะลุผ่านตัวพวกเขาไปก็ตาม

“อย่ามาพูดบ้าๆนะ! นันมันชีวิตของฉัน พวกนายมาทำตามใจชอบแบบนี้ได้ยังไง!!” ฉันตะโกน กริ๊ดร้องออกมา เรื่องแบบนี้ใครมันจะไปยอมรับได้ ฉันร้องไห้ร้องกริ๊ด ปลดปล่อยความโกรษและความอัดอันในใจ แต่โคลอี้ได้แต่พยักหน้า…

“แต่ว่า...มันถูกสลับแล้ว...ดั่งนั้น...เรา” โคลอี้พูดเธอไม่แม้แต่จะร้องไห้แล้วตอนนี้ แม้จะมีใบหน้ารู้สึกผิดก็ตาม

“ไม่มีแต่!! เธอต้องคืนร่างเดียวนี้เลย!! ถ้าฉันหายไป พ่อแม่เขาต้องเป็นห่วงแน่ๆ”

 

“ฉันจะอยู่แทนเธอไง ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลพวกเขาอย่างดีเลย” โคลอี้ยิ้มและพูดออกมา

“อย่ามาทำว่านั้นเป็นพ่อแม่ของเธอนะ!” ฉันยิ่งรู้สึกโกษรมากขึ้น ยิ่งโคลอี้จะแสดงท่าทางรับผิดชอบ ฉันก็ู้สึกว่าสิ่งนี้มันเป็นความเห็นแก่ตัว ไม่มีทางที่ฉันจะมองเธอเป็นคนดีได้!!

“อย่างน้อย ฉันสัญญา ฉันจะทำให้พวกท่านไม่เป็นห่วงเราอีก…”

 

“เธอสัญญาไปเองคนเดียว คำอธิษฐานเธอก็สมหวังแล้ว…..เธอพรากชีวิตฉัน เธอพรากฉันไปจากครอบครัว และเอาทุกๆสิ่งของฉันไป คิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดของเธอได้งั้นหรอ!!”

 

“แต่ฉันก็อยากที่จะแสดงความรับผิดชอบ!!”

 

“การรับผิดชอบอย่างเดียวที่ฉันจะเชื่อเธอ!! เอาคืนมาสิ!! เอาทุกอย่างของฉันคืนมา...อึก...ฮือ!!” ฉันทรุดลงกับพื้นเอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้ออกมา ทั้งโกรษทั้งเสียใจ แต่ว่าก็ทำอะไรไม่ได้เลย

 

เสียงหัวเราะของเด็กยังคงใสกังวานก้องไปทั่ว จนฉันเริ่มรู้สึกเหมือนโดนหัวเราะเยาะ

 

“เอาคืนมา…..อึก ฮือ…”

 

โคลอี้เธอได้แค่มองฉันและก้มหน้าลง

 

“ขอโทษ...แต่ฉันเองก็ไม่อยากจะกลับไป” เสียงโคลอี้พูดเบาๆ  

 

แม้เธอจะพูดขอโทษ ฉันก็จะไม่มีวันยกโทษให้เธอเด็ดขาด ภาพตรงหน้าค่อยๆมืดลงอีกครั้ง พอตื่นก็มีแต่คราบน้ำตา กับร่างกายเล็กๆที่ไม่ใช่ของตัวฉันเอง….

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #7 Blue Soul (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 07:24
    เดี๋ยวนะ ค่าเงินโลกนี้ใช้หน่วย บาท หรอกเหรอ
    #7
    1
    • #7-1 ลัตตัดต้าตะ(จากตอนที่ 2)
      9 ตุลาคม 2563 / 00:51
      ขอบคุณที่เตือนนะคะ ทางนี้ไว้ว่างๆจะไปแก้;;;-;;
      #7-1