(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 18 : 16 :: ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 พ.ย. 63

เมื่อทุกอย่าง ไหลย้อนกลับ สิ่งใด ควรจะเป็นสิ่งที่เราต้องทำกันแน่ เมื่อลองคิดดูแล้ว ฉันได้แต่เฝ้า คำนึง ถึงสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวตลอดมา ฉันไม่คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันจะง่ายดาย 

แต่นั่นเป็นเพราะฉันไม่เคยคิด ที่จะลองทำมันเลยสักครั้งต่างหากล่ะ

"พึงเคยอิ่มท้องแบบนี้เลยตั้งแต่มาที่นี่ สกิลเธอนี่มีประโยชน์ในการเอาตัวรอดจังนะ" เฟอร์เดียพูดพลางยิ้มร่าสุดๆ พอกินแล้วก็หลับ แล้วตื่นก็มีปลาเพิ่มอีก8ตัว ก็แน่ล่ะปกติกินแต่เปลือกไม้เห็ดและขนมปังขึ้นรา ไม่คิดว่าตุวเองจะสามารถหาปลาได้แบบนี้

"คือเวลาที่เรามาดื่มน้ำ ปลามันซ่อนอยู่ใต้หินน่ะ…. ตอนแรกเลยไม่ได้นึกถึงเลย" ฉันพูดอย่างนอบนอม คงบอกไม่ได้หรอกมั่งว่าแค่นึกถึงสารคดีการเอาตัวรอดในป่า

หรือควรพูดดีนะ...มันดูสำคัญมากกว่าที่คาดไว้ อย่างไรไม่รู้ แต่พอเดินทางไปเรื่อยๆก็มีหญิงสาวผมสีทองตรงหน้าที่ยืนจ้องเขม็งด้วยสายตาค่อนข้างน่ากลัว… น่าจะเป็นใบหน้าสวยๆของเธอนี่แหละ ทำให้ความน่ากลัวหายไปเยอะเลย

(ㆆ_ㆆ)

( '-' )?

('-'  = ;; '-')

ฉันหันหน้าไปมาอย่างเลิ่กลัก เธอจ้องฉัน แต่ทำไม?

"โคลอี้?" 

"คะ...ค่ะ?"ฉันเอ่ยตอบไปแทบทันควันจนอีกฝ่ายขมวดคิ้วหน่อยๆ

"เธอใช่โคลอี้แน่หรอ" เธอพูดสายตาสงสัยฉันไปสะเต็มประดา

"อ่าา...โคลอี้ รีเลเบล ฟานดิริก โอ๊ย!" ฉันพูดตอบราวกับท่องจำมา แต่โดมินิกตีแขนฉันอย่างแรงเลย "จะตี…….ฉัน…."

พอจะหันไปว่าเท่านั้นแหละ ฉันมองสายตาของโดมินิก ที่เปลียนไปนิดหน่อย พลางโค้งตัวอย่างสุภาพจน เชลซีเหวอ ใบหน้านั่นมันอะไร!!!

ตึก  ตึก  ตึก

เสียงหัวใจดังก้องในอก ความรู้สึกใจเต้นนี่มันแค่เพียงแรกพบ

"ผมโดมินิกครับ"

"โซเฟีย" คนที่ยืนตรงข้างแม้จะไม่แสดงออกสีหน้าเพิ่มเติม แต่ก็ตอบชื่อของตัวเองมา

"เอาล่ะตอบมาก่อนเธอจะไปไหนโคลอี้" ฉันกำลังมองท่าทางแปลกๆของโดมินิกก่อนสะดุ้งเพราะเสียงของสาวผมทองอีกครั้ง เธอคงเป็นคนรู้จักของโคลอี้มั่ง

"ฉันหลงทาง อยากกลับไปที่คฤหาร์โรชินันเต้น่ะคะ"

เกิดความเงียบชั่วขณะ...ก็ไม่รู้ว่าทำเหมือนขึ้นรู้สึกเชื่องช้าได้ขนาดนี้ เธอคนนั้นแค่โบกมือให้ฉันเขาไปหา และเราก็ตามเธอไป 

"เออ….?"ในตอนที่ฉึนจะเอ่ยถามเธอก็พูดต่อ

"ทำไมนามสกุลเธอถึงเป็นฟานดิริก ไม่ใช้โรชินันเต้ หรืออัลแบร์โต้"

"คุณอยากให้โคลอี้อยู่ที่อัลแบร์โต้?" ฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่โซเฟียทำใบหน้ารู้สึกผิดสับสนแต่เธอก็จ้องมองมาทางฉัน ก่อนจะถอนหายใจออกมา

"อัลแบร์โต้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด….แต่ฉันก็ไม่เข้าใจ มันไม่มีทางผิดพลาด แต่ชะตามันเปลี่ยนไปนิดหน่อย….ไม่นิดแล้ว...เธอไม่ใช่โคลอี้" การที่ความแตกชั่วพริบตาไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ฉันเท่าไร การที่แถได้นั่นแหละแปลก คนตรงหน้าเธอรู้เรื่องคราวของโคลอี้จริง ดังนั้นฉันจึงแค่ทำความเคราพ ถ้าความแตกก็ช่างมันสิ

"โคลอี้เธอสุขสบายดีค่ะไม่ต้องห่วง เธออยู่ในโลกที่ไร้เวตร์มนต์ มีความทัดเทียมและปกคลุมไปด้วยอำนาจจากเงินทอง….มีครอบครัวที่รัก" ฉันบอกแค่ว่าฉันโดนสลับร่างกับโคลอี้ แต่ฉันไม่ได้บอกรายระเอียดมาก แค่คิดมันก็เจ็บแล้ว 

"...ทำไม"

"เพราะพระเจ้ารักเธอมั่งค่ะ" ฉันตอบโซเฟียทันทีราวกับประชด และส่ายหน้าไปมา ฉันต้องลืมมันไปสะเดียวนี้ตอนนี้เลย

"โอเค...ฉันจะพาไปส่งที่บ้าน"

"นายเป็นบ้าอะไรโดมินิก" เชลซีพูดพลางดึงหยิกแขนเจ้าเพื่อนตัวดีที่ทำท่าทางแปลกไปอย่างสิ้นเชิง

"เธอบอกให้ฉันทำตามหัวใจไม่ใช่หรอ?" โดมินิกมองตาแป๋ว แต่เชลซีได้แต่กุมขมับ

"อ้ากกก ฉันหมายถึงไปหาอะไรที่อยากทำต่างหาก!! ทั้งๆที่ก็รู้ อยู่ว่าจะมีเรื่องแย่ๆน่ะ" เชลซพูด เธอไม่กลัวว่าโซเฟียจะได้ยินสักนิด แต่เฟอร์เดียก็เดินตามมาเงียบได้สักระยะเช่นกัน

"แต่ฉันคิดว่าฉันพบหัวใจตัวเองแล้วนะ"

"งั้นไปตายไป!!" เชลซีตะโกนเถียงโดมินิกที่ทำเอาเธอปวดขมับ

"เพื่อนใหม่หรอ?"โซเฟียเอ่ยถามขณะเดินไป แต่เอาจริงฉันไม่รู้จะให้คำตอบยังไงดี

"เพื่อน…(ร่วมชะตากรรม)มั่งคะ"

ขณะที่โซเฟียเดินนำ เธอก็หันมามองฉันเป็นพักๆ ยังดีเธอไม่โวยวายใส่ฉัน ทั้งๆที่ก็รู้แลัวว่าฉันไม่ใช่โคลอี้

เราใช้เวลามาค่อนข้างไม่นาน และโซเฟียก็ชีให้เราดูว่าเรานั้นเดินเป็นวงกลม พอมาถึงคฤหาร์ เธอก็แค่มอง……

มองเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร

“เห...ก็กว้างใช้ได้เลยนี่” เชลซีพูดอย่างวิเคราะห์แล้วสำรวจโดยรอบทันที ในขณะที่เฟอร์เดียเธอนิ่งๆ และเดินเข้าสำรวจภายใน จัดเตรียมที่พัก

“..........ก็ไม่ต่างจากตอนที่อยู่ที่เดิมเท่าไรหรอก ฉันไม่มีปัญหานะ แค่ให้อยู่ก็ดีใจมากแล้ว” โดมินิกพูด ว่าแล้วพวกเขาก็ช่วยกันถอนหญ้าบริเวญหนึ่ง

“โคลอี้เราขอใช้พื้นที่ตรงนี้เผื่อทำสวนนะ” เชลซีพูด

“ได้เลย”ฉันแค่ตอบไป ทุกคนดูท่าทางจะวางแผนกันไว้แล้วจะทำอะไรดั่งนั้นเพื่อความอยู่รอด จึงทำงานทันที แน่นอนฉันได้รับหน้าทีหาอาหารให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงมันจะสำคัญแต่การที่ฉันทำได้ง่ายๆ ก็…...รู้สึกผิดต่อทุกคนจัง

ฉันหันไปมองโซเฟีย เธอแค่ยื่นมองคฤหารที่โดนเผาพลางทำหน้าเศร้าๆ เธอคงมีความทรงจำกับที่นี่

“คือว่า...คุณโซเฟียขอบคุณนะคะที่อุสามาส่ง ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันไม่ใช่เธอ….พอจะบอกได้รึเปล่า คุณเกี่ยวข้องกับโคลอี้ยังไงค่ะ?”

“ฉันเป็นพี่สาวน่ะ….แต่เธอเอง...ออสการ์ก็รู้ใช่ไหม?” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ นั่นทำให้คุณโซเฟียดูจะเป็นกังวลมากกว่าเดิม

“เขายอมรับเธอหรอ?”

“ทำไมถึงถามแบบนั้นหรอค่ะ” ฉันถามกลับออกไปทันที พี่สาวที่หนีไป...ที่ออสการ์พูดถึงงั้นสินะ แต่ก็ดูรับรู้ข่าวและก็ไม่ได้กดดันกันเลยในระหว่างที่เดินมา

“....”โซเฟียแค่ส่ายหน้านิดหน่อย “เธอคงไม่ได้คิดว่าเขาจะไม่ยอมรับเธอเลยใช่ไหม มันยากจะเชื่อเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครเขารับกันได้ง่ายๆหรอก”

“แล้วทำไมถึงพูดไม่ได้ ฉันก็แค่ไม่อยากจะโกหก” ฉันพูดตอบแต่โซเฟียกลับหัวเราออกมา

“จะบอกว่าเธอจะไม่โกหกทั้งชีวิตเลยรึไง ฉันไม่เชื่อ….”

“ก็ไม่ได้ขอให้เชื่อนี่ค่ะ ฉันยอมรับว่าบางครั้งเราก็ต้องโกหก แต่มันก็แล้วแต่สถานการ์ณและความเหมาะสม….การปิดบังคนใกล้ตัวแล้วให้ฉันยิ้มหน้าซื่อๆ ฉันคงทำได้ไม่นานหรอกค่ะ บอกความจริงไปตั้งแต่แรกยังดีสะกว่า” ฉันพูดออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโซเฟียจ้องโคลอี้ไม่วางตาเลย

“งั้นหรอ….”

“แต่ว่าตอนที่สารภาพออกไป ฉันก็รู้สึก...ไม่น่าพูดออกไปเลย...แต่มันก็สบายใจ ออสการ์ก็จะได้รับรู้ความรู้สึกของฉันด้วย ถ้าหากเก็บเอาไว้เราคงไม่เข้าใจกันแบบนี้ล่ะมั่งคะ” โคลอี้พูดยิ้มๆ โซเฟียจ้องมองคนข้างๆเธอรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่พิเศษ ตัวเธอไม่เคยคิด เธอกลัวความจริงมาตลอด

“แล้ว...ให้ฉันพูดกับเธอเป็นคนแรกได้ไหม”

“เรื่องอะไรหรอค่ะ?”

โซเฟียพูดออกมาพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม ทั้งความทรงจำของบ้านหลังนี้ความเจ็บปวดที่ต้องกักเก็บ ห้องใต้ดิน พื้นที่มีเลือดไหลนอง ความลับของตระกูลที่กักเก็บเอาไว้แสนนาน กำแพงจิตใจมันพังทลาย พร้อมความรู้สึกที่ไม่จำเป็นก็เข้าใส่ รอยยิ้มเลื่อนหายจากใบหน้าของโคลอี้

“ถ้าพี่จริงใจกับฉัน….ฉันก็จะจริงใจกับพี่ค่ะ” โคลอี้พูดพร้อมกุมมือของโซเฟียเอาไว้

“อึก…” โซเฟียพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ฉันก็แค่ใช้มือปาดคราบหน้าตาบนใบหน้าสวยๆของเธอเบาๆ

“เราค่อยๆแก้ปัญหาไปทีล่ะจุดนะคะ ไม่ต้องฝืนหรอก เราไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นสักหน่อย เนอะ”

-------------------------

อ่าแย่แล้วๆๆๆๆๆๆ 

ฉันได้แต่ตะโกนในใจวิกตอเลีย ชั่วกว่าที่คิดอีก...เราทำไงดี

ตอนที่โซเฟียร้องไห้ฉันก็นั่งปลอบ ไปไหนไม่ได้ ยังดีที่เวทต์ของฉัน มันอเนกประสงค์มากจับกระต่ายได้2ตัวและหนูอีก3ตัว โซเฟียสอนฉันชำแหละหนูด้วย…. ทุกคนลำบากกันจังเลยนะ… ฉันรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ แบบฉันเริ่มจะศูนย์ แต่คนอื่นเริ่มตั้งแต่ติดลบ…

“อย่าเอาการโดนกลั้นแกล้งมารวมกับบททดสอบชีวิตสิ เฮ้อ….” ฉันถอนหายใจ ขณะที่ยังย่างกระต่ายอยู่ ตอนนี้ทั้งเชลซี โซเฟียและโดมินิกต่างไปหาบน้ำดื่มมาใส่โอ่ง

“ก็ช่วยไม่ได้ เพราะงั้นการหาอะไรยึดเหนื่ยวจิตใจมันถึงยังสำคัญสำหรับบางคนอยู่ไง” เฟอร์เดียพูดพลางทำหน้านิ่งๆ เธอก็ทำความสะอาดห้องด้วยเวตร์น้ำของเธอแต่ตอนนี่น่าจะเหนื่อยจนแทบจะหมดแรงเลยไม่ได้ไปหาบน้ำกับคนอื่นๆด้วย

“....นั้นสิ” ฉันนึกถึงความอบอุ่นในครอบครัวขึ้นมาทันที แต่ก็ส่ายหน้าให้ลืมมันอีกครั้ง

“เธอก็ดูจะเข้าใจนี่น้า” เฟอร์เดียพูดยิ้มๆและวางมือไว้บนหัวของฉัน ลูบเบา

บางทีเราก็ต้องการจะเชื่ออะไรบางอย่าง ฉันเองก็อยากจะเชื่ออะไรบางอย่าง เหตุการ์ณแย่ๆถ้าเราผ่านไปได้ ความเป็นคนดีคงเพิ่มขึ้นมาได้อีกล่ะมั่ง

"คิดมากไป….ก็ไม่มีประโยคหรอกโคลอี้" เฟอร์เดียพูดขณะที่สายตายังจ้องเนื้อและกองไฟที่ลุกโชนตรงหน้า

ฉันไม่ได้ตอบเธอไป ฉันมีเรื่องมากมายต้องคิด ถ้าลืมคงสบายใจขึ้น แต่ไม่ว่ายังไง มันก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

......ทำไมโซเฟียถึงเล่าเรื่องนั่นให้ฉันฟังกันนะ

มันคงเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดเรื่องแบบนั้นกับตัวเอง แต่กำคนแปลกหน้าอย่างฉันเธอกลับเล่ามัน...

ครอบครัว วิกตอเรีย พลัง ทุกอย่างมันเทประดั่งเข้ามาอย่างไม่จำเป็น อึดดันจนแน่นหน้าอกไปหมด ทำไมฉันต้องมาคิดอะไรแบบนี้ด้วย…

“ฉันก็แค่อยากจะซื่อสัตว์กับตัวเอง มันก็เท่านั้น… ถีงจะรู้ว่าคิดไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรแต่ว่า...”

“ถ้ามันยาก ...ฉันก็จะช่วยเธอเอง” เฟอร์เดียพูดและเอามือลูบหัวฉัน แม้ฉันจะไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า มันไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจเลยสักนิด ฉันหวัง และหวังมากจริงๆ ว่าฉันจะสามารถทำตัวดีขึ้นมากกว่านี้หลังจากที่โศกเศร้าแต่มันก็ยังคงไม่มีอะไรเลยดังเช่นวันวาน

“เฟอร์เดีย...ฉันก็แค่ไม่เข้าใจ …..” ฉันตอบเธอแต่เธอก็ยังคงลูบหัวฉัน และความอบอุ่นมันค่อยๆกระจายออกไป

“ทุกอย่างจะดีขึ้นกว่านี้”

“ดีขึ้น……….ฉันหวังไว้แบบนั้น แต่มันก็อาจจะดีเกินไปจนเธอคิดตามไม่ทันเลยล่ะ” เฟอร์เดียพูดแม้ใบหน้าของพวกเรายังคงเศร้าหมอง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ แค่ตอนนี้...เธอยังไม่พูดสะดีกว่า

-------------------------

[โซเฟีย]

คฤหาร์ที่มอดไหม้ ฉันหวังว่าทุกอย่างจะหายไปพร้อมกับความโศกเศร้าในวัยเยาว์ เรื่องราวต่างๆล้วนไม่เคยน่าจดจำ

“คุณแม่ เห็นรึเปล่าค่ะ” โซเฟียเงยหน้ามองบนทองฟ้า ผมสีทองที่เป็นประกายกับแสงจันทร์ยามค่ำคืน เธอรู้สึกเศร้า แต่ก็รู้สึกดี

ไม่เคยรู้สึกได้ปลดปล่อยอะไรขนาดนี้มาก่อน แม้จะยังมีบางสิ่งที่หนักหน่วงอยู่ในใจก็ตาม

“แม่….หนูน่ะ..คิดว่าคุณแม่โง่ มาตลอดเลยค่ะ…..ที่คฤหาร์หลังนี้ไม่มีอะไรที่เชื่อใจได้สักอย่าง และในที่สุดมันก็จบสิ้นอย่างที่หนูคิดไว้เป๊ะเลย….”

“ถ่าหนูโง่เหมือนท่านแม่หนูจะเจออะไรแบบนี้รึเปล่า หรือจะตายไปทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลยรึเปล่ากันนะ……..ฮะฮะ…” เสียงหัวเราะฝืนๆดังเบาๆ

ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าที่วิ่งตรงมาทางโซเฟีย ง้างมือตบหน้าอย่างแรงเลย

เพียย!!!

“ยินดีต้อนรับกลับนะ โซเฟีย” ใบหน้าเรียบเฉยผมบอร์นสีอ่อนๆกับดวงตาสีฟ้า เป็นรูปลักษณ์ของนางฟ้าที่หลุดออกมาจากนิทาน ด้วยใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนั่นกลับไม่มีรอยยิ้มดั่งเช่นทุกที

“แองเจล่า” โซเฟียเอ่ยช่ออีกฝ่ายเบาๆ แต่ยังไม่ทันตั้งตัว หรือรอให้รอยตบที่ใบหน้าหายเจ็บจนชา ก็ถูกดึงเข้าไปกอด

“เธอไม่ได้ทิ้งแค่ออสการ์…..แต่ก็ยังทิ้งฉัน” แองเจล่าพูดพลางกอดโซเฟียแน่น แต่ยังไม่ทันที่จะกอดตอบอีกฝ่ายก็ผลักตัวออกอย่างรวดเร็ว

“แน่นอนว่าฉันยังโกรษอยู่ที่เธอหายไปเฉยๆ….” แองเจล่าพูดพร้อมจ้องหน้าของโซเฟีย น้ำเอ่อคลอดวงตาทั้งสอง แ่ต่ก็กลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมา

“ฉันไม่ขอโทษในสิ่งที่ทำไปหรอกนะ….นั่นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด” โซเฟียพูดแต่เธอก็ก้มหน้าลง

“เพราะงั้นเธอเลยทิ้งเราไว้ข้างหลัง ... “ แองเจล่าพูดพลางกำมือแน่น “เธอรู้สึเปล่าว่าที่ผ่านมาน่ะ… เกิดอะไรขึ้นบ้าง ผู้หญิงคนนั้น...แล้วพวกสมาคม...”

“รู้สิ” คำพูดสั้นๆของโซเฟีย ราวกับความรู้สึกที่จุกเข้าที่อกอย่างรุนแรง

“แล้วทำไม!! ตั้งปานนี้เธอถึงไม่กลับมาล่ะ เธอมักจะหาความถูกต้องและไม่เคยเมินเฉยต่อมันเลย แล้วทำไม!!”

“ถึงฉันจะอยู่มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้….”

“ถ้างั้นก็บอกฉันสิ!!!” แองเจล่าพูดพร้อมคว้ามือของโซเฟียเอาไว้ แต่โซเฟียแค่ดึงมือออก

“เธอไม่ได้เกิดมาเพื่อเปลี่ยนแปลง… เธอเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เว้นแต่จะวิ่งหนี” โซเฟียพูดอย่างแน่วแน่แม้ดวงตานั้นจะมีความเศร้าอยู่ก็ตาม โซเฟียยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเอง ปาดคราบน้ำตาทิ้งให้หมด

“แล้วเธอจะไปอีกไหม….ทิ้งคนที่เป็นห่วงเธอไว้ข้างหลัง”

“เธอไม่ต้องห่วงฉันแล้วล่ะ แองเจล่า….ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อตาย สำหรับคนที่เหมาะสม…”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น