(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 16 : 14 :: รอยต่อของเนื้อเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ต.ค. 63

[โซเฟีย]

ในตอนนั้น…

ห้องที่มืดมิดไร้แสงที่สาดส่องลงมา มันทั้งอับชื้น เหม็นเน่า มีทั้งเสียงหนูร้อง และแทะกินขนมปังขึ้นราข้างๆกายของฉัน โดยที่ฉันยังไม่ได้แตะ ร่างกายบอกบางที่มีรอยช้ำจากการขีดข่วนและการทุบตี

มันมีแค่เจ็บทั้งกายและใจในตอนนั้น และก็ไม่มีใครมองฉันว่ามีอยู่ตรงนี้

ต่อให้ท้องร้องมากแค่ไหนฉันก็จะไม่กิน ทั้งๆที่ตั้งใจแบบนั้น ความหิวโหยและความอดยาก ฉันกินได้แม้กระทั้งหนูท่อสกปรกและแมลงสาป ฉันเกลียดเหลือเกิน ที่ไม่ได้อยู่คนเดียวแม้จะไม่เห็นใคร แม้จะไม่มีใครมาเย้ยยัน และก็ไม่มีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ นอกจากยัยคนนั้น

อยู่กับอีกชีวิตที่กำลังดิ้นไปมาในท้องอย่างน่าขยะแขยง ในทุกวันฉันได้แต่กรีดร้องอย่างทรมาน ทุบหน้าท้องที่มีแต่จะโตขึ้นมาเรื่อยๆอย่างเจ็บปวด

ฉันไม่เคยต้องการมัน…..

ฉันก็ไม่ได้อยากจะหนี

แต่มันสุดจะทนแล้วจริงๆ

ฉันอยากจะทิ้งนามสกุล โรชินันเต้และกลับไปอยู่บ้านเกิดของแม่ ยัยคนนั้นรู้ว่าฉันมีชีวิต และต่อให้ฉันมีชีวิตหรือไม่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้….ถึงแม้ฉันได้นามสกุลของแม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะกลับได้...ทุกอย่างมันจบและฉันก็มีทางเลือกน้อยมากหากจะไปที่ใดที่หนึ่ง ฉันจึงปักหลักที่ซานเดล ถึงผู้คนที่นี่จะไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ อาจจะเห็นแก่ตัวมากกว่าเมืองอื่นๆ อย่างน้อยคนที่นี่ก็ไม่ปฎิเสธคนที่มีความสามารถ

ฉันเจอออสการ์มาหลายครั้งแล้ว...เขาไม่แม้จะมองหน้าฉันเลยสักครั้ง ฉันเองก็ไม่อยากพูดเรื่องอดีต มันไม่ได้น่าเล่า และจะทำให้ตัวเองดูแย่มากกว่า ยิ่งเป็นเธอคนนั้นด้วยแล้ว...ต่อให้สร้างข่าวลือก็ไม่สะทดสะท้านยัยชั่ว คนนั้นหรอก

ยังไง...เธอคนนั้นก็ เอ็นดูลูกของคามิล่า..แม่ของฉัน มาตั้งนาน ถึงจะไม่เข้าใจ ตอนแรกก็เหมือนจะเอ็นดูฉัน… แต่พอจับได้ว่าเป็นคนที่ฆ่าแม่ เธอก็ไปร้องไห้หาพ่อ แล้วฉันก็ผิด

คงเป็นตอนนั้นที่เธอเกลียดฉันยิ่งกว่าอะไร และสันดานจริงๆก็ปรากฎ

โคลอี้นั้นน่ารัก และไร้เดียงสา มันคงผิด แต่ฉันรู้ว่าน้องสาวคงได้รับความสะดวกสะบายจากเธอคนนั้น ตราบใดที่ยังไม่รับรู้ และเธอก็คงจะไม่มีวันรู้ ยันตาย

การไม่รู้อะไรเลย คงจะสบายกว่าจริงๆ

แล้ว มีอะไรผิดพลาดอีกงั้นหรอ?

-------

หลังจากที่คุยกับออสการ์...ยังไงเขาก็ไม่ฟังฉันหรอก… ฉันเลยเดินไปที่กิลด์ เรื่องที่ค้างคาใจกับสิ่งที่ผิดแปลกพวกนี้ฉันจะต้องรู้ให้ได้

คำทำนายของฉันไม่น่าจะผิดพลาด...ยิ่งฉันรู้นิสัยของโคลอี้ และวิกตอเรีย มันควรจะถูกต้องสิ

แม้จะเรียกว่าทำนายมันก็ออกจะเกินไป แต่ว่า การคาดเดา นั่นมันก็ไม่ได้มั่วสักนิด ออสการ์ไม่มีทางเป็นตัวแปร์ที่จะยื้อตัวโคลอี้ไว้ได้….

เบล ชื่อที่ฉันไม่รู้จักทำไมถึงถูกเอ่ยออกมา

แต่ฉันมั่นใจว่านั่นเป็นตัวแปร์แน่ๆ

"คุณโซเฟีย อรุณสวัสดิ์ มาที่กิลด์ตั้งแต่เช้าเลยนะคะ"ขณะที่ฉันคิดกังวลอยู่ก็เดินมาถึงที่กิลด์แล้ว ฉันมองไปรอบๆที่ตอนที่ไม่ค่อยมีคนเท่าไร ส่วนใหญ่ก็จะมีเด็กฝึกหัด มารวมตัวกันอัพแรงค์มากกว่า

"สวัสดีมาร์ค" ฉันเอ่ยทักทายกลับ พร้อมเดินไปที่เคารต์เตอร์ สึ่งมีมาร์คเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ แน่นอนเขาเป็นชอบทำตัวเหมือนผู้ชายสวมชุดกางเกงขายยาว แต่หน้าตาหวานของเธอทำให้แยกได้ไม่ยากเธอเป็นสาวแท้แน่นอน แต่ไว้มาคุยอีกทีหลัง

"โทษทีนะ...แต่ฉันขอใช้วาปไปที่กิลด์ของเมืองอัตโต้หน่อย"

"มีธุระอยู่ที่นั่นหรอ? ถ้าไม่เกี่ยวกับเควส เบื้องบนไม่อนุญาติให้ใช้แท่นวาปตามใจชอบ" มาร์คพูดพร้อมทำเสียงดุ ขณะเช็ดแก้วไปด้วยและจัดเรียงพวกอุปกรณ์ไปเรื่อยๆ

"ถ้างั้นมีเควสอะไร ที่ทำให้ฉันไปเมืองนั่นได้"

"...นั่นสิ…" มาร์คพูดและเช็คตารางบางอย่าง เทียบกับสมุดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา "น่าเสียดาย แต่ไม่มีเควสที่ต้องเดินทางไปอันโต้เลย เมืองนั้นก็มีนักผจญภัยเก่งๆ ไม่ก็จัดการกันเองได้เป็นปกติ เลยไม่ค่อยรับความช่วยเหลือจากเมืองอื่น"

"หาทางให้ฉันใช้วาปหน่อยไม่ได้หรอ? แบบที่ใกล้กับเมืองดันเต้มากที่สุดน่ะ"

“.....ถ้าเควสจากเมืองดันเต้ ก็มีนะ แต่มันค่อนข้างเก่ามาก” มาร์คพูดพลางถอนหายใจแต่ก็หยิบกระดาษที่ถูกพักจนแทบจะฉีกขาด เอามาวางไว้บนโต๊ะ “นี่เป็นเควสล่าปีศาจแมว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครเครียดเควสได้ บางก็ว่าน่าจะหายสาปสูญไปแล้ว เลยถูกยกเลิกเอาไว้ แต่ฉันจะทำเรื่องขอให้ไปตรวจสอบล่ะกัน”

“ขอบคุณจริง! งั้นเอาตามนี้เลย!” โซเฟียไม่รีรออะไรทั้งนั้นเธอพูดขึ้นด้วยตามตื้นตัน

“เดียวสิ...นี่เป็นเควส ตั้ง….เป็นร้อยๆปีแล้วนะ ….แต่ช่างเถอะจะทำให้เป็นคำไหว้วานของฉันแล้วกัน ถือสะว่าฉันจ้างเธอ แต่เธอจะไม่รับค่าจ้างโอเคไหม?” มาร์คพูดแบบเน้นย้ำและค่อยเดินมาเปิดประตูแท่นวาปสำหรับนักผจญภัยแรงค์ A-C

โซเฟียไม่รีรอเดินเข้าไปด้านในทันที

“โซเฟีย...ที่กิลด์ที่เมืองดันเต้ใช้ไม่ได้ เพราะงั้นต้องเดินทางไปเองอีกหน่อยจากเมืองอันโต้ …ก็ตามที่เธอต้องการสินะ” มาร์ดพูดและกดปุ่มตรงแท่นวาปให้

“ขอบใจนะมาร์ค” โซเฟียพูดยิ้มๆ ขณะที่พื้นเริ่มเรืองแสง เพื่อนำโซเฟียไปยังจุดหมาย

“พยายามอย่าสร้างปัญหานักล่ะ” มาร์คกล่าวย้ำ พลางถอนหายใจก่อนจะเดินไปหยิบรายระเอียดเควสมานั่งเช็คอีกที

 

-----------------------------------------

[โคลอี้]

[อีก3วันก่อนถูกพบตัว]

(รังของเฟอร์เดีย)

“ก็ตามที่ว่าไปนั่นแหละ ฉันเชลซีและคนที่บาดเจ็บอยู่ชื่อโดมินิก เราทั้งสองคนมาจากโบถร์ แบบว่ากำลังแย่สุดๆเลย ฮะฮะ” เด็กสาวผมสีชมพูพูดพลางหัวเราะร่วนแบบสุดๆ แต่ชายหนุ่มหน้าตาหน้ารักผมสีขาวกับลังนอนหมดสภาพขั้นสุด ร่างกายมีแผลถูกลอกผิวหนังออก และผิวแตกจากการถูเคี่ยนตีหลายจุด

หลังจากนั้นเราก็หนีมากบดานในที่อาศัยของเฟอร์เดีย ตอนนี้มันก็เลยแคบสุดๆอย่างช่วยไม่ได้

“ดีแล้วที่ปลอดภัย” โคลอี้พูดพลางยิ้มให้นิดๆทั้งๆที่เธอยังคงมือสั่นๆอยู่...เรื่องมันวุ่นวายและเธอก็พึงฆ่าคนไป… แต่คนที่น่าจะสติแตกมากที่สุดก็เป็นเฟอร์เดีย

“ก็ขอท้วนคำพูดของเธอนะ... เธอจะบอกว่าเราเป็นนางร้ายในเกมส์กันหมดเลย?” โคลอี้เอ่ยถาม บอกตามตรงว่ามันคงเป็นพล๊อตเรื่องนิยายที่เกลื่อนตามร้านหนังสืองั้นสินะ….ถึงฉันจะชอบอ่านแนวนี้เป็นพิเศษก็เถอะ แต่เธอค่อนข้างมั่นใจว่าในกรณีของเธอมันต่างออกไป เธอไม่รู้เรื่องที่ทั้งเฟอร์เดียและเชลซีรู้เลยน่ะสิ ที่รู้ก็มีแค่ที่โคลอี้ตัวจริงบอก แต่รายนั่นไม่ให้ข้อมูลดีๆซ้ำร้ายยังขาดการติดต่อ

“ใช่แล้ว” เชลซีพูดพลางยิ้มอย่างสดใส ยิ่งผ่านเรือ่งเหล่านั้นมาการที่จะมานั่งยิ้มในตอนนี้คงเป็นอะไรที่แปลกเกินไปสำรับเด็กอายุสิบสองงั้นหรอ? ฉันใช้สมองกรุ่นคิดอย่างหนัก แต่เฟอร์เดียที่ดูท่าทางเธอจะหมดความอดทนระเบิดความสงสัยของตัวเองมากกว่าฉันที่ไม่รู้อะไรเลยเสียอีก

“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!! ฉันก็รู้นะว่าทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้ทั้งตัวหลักและตัวร้าย แต่แบบนี้มัน...มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ!!” เธอพูดพลางดูกระวนกระวายในขณะที่เชลซีดูใจเย็นมาก และเอ่ยพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

“ยังไง ตามเนื้อเรื้องก็มีแค่สองพี่น้องซาโยะกับเซริน แล้วก็โคลอี้เท่านั้นแหละที่ได้เป็นบุตรีดยุค ฉันเป็นนักบุญของโบรถ์และเธอเฟอร์เดียก็เป็นคนที่ถูกบารอนรับไปเลี้ยงและค่อยๆเปลี่ยนตระกูลไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือเธอน่ะจะไม่ได้เดินตามรอยเนื้อเรื่องเหมือนกันไม่ใช่หรอ?” เมื่อเชลซีพูดแบบนั้นเฟอร์เดียทำหน้าเจือนนิดหน่อยและก้มหน้าลง

“..............ฉันทำไม่ได้หรอก” เฟอร์เดียพูดเสียงเบาๆ เธอทำหน้าเครียดขึ้นมาทันที “ให้ไปแยงความรักของคนอื่นน่ะ….”

"ใช่...นั่นคือสิ่งที่เฟอรเดียเป็นในเกมส์ แต่สำหรับฉัน...ฉันดีใจจริงๆที่ทั้งสองคนไม่ได้เล่นไปตามเนื้อเรื่อง ไม่งั้น….." เชลซีพูดและหันไปมองโดมินิกที่หลับอยู่ ก่อนจะทำหน้าเศร้า และเล่าเรื่องราวต่อ

"ฉันน่ะ...ตั้งแต่เมื่อ 2ปีก่อน..พอรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่โบรถ์แล้ว ความทรงจำก่อนหน้านั้นของฉันในฐานะเชลซีมันเหมือนกับความฝันที่เลือนลางมาก…ฉันรู้ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่แย่ของโบถร์ และก็ไม่คิดที่อยากจะเข้ากลุ่มพวกนั่น แต่เพราะผมสีชมพูที่โดดเด่น ฉันเลยตกเป็นเป้า...และโดมินิก็อยู่เคียงข้างฉัน… เราทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน…..แต่ว่าพลังที่โดมินิกมีมันเรียกหาพวกคนที่หลุ่มหลงในอำนาจ ไม่ก็...อยากจะตัดโอกาสของคนพวกนั้น…ไม่ถูกใช้งาน เขาก็ต้องตาย แล้วเราก็โดนจับมาที่นี่"

"เป็นพลังอะไรล่ะ?" โคลอี้เอ่ยถาม

"ธาตุที่หายาก ธาตุดวงดาว และสกิลวิเคราะห์" เชลซีพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง แต่เฟอร์เดียที่เหมือนจะนึกบางอย่างออกถึงกับเอามือปิดปากของตน

"สายเลือดของราชวงค์…เจ้าชายลำดับที่4 ผู้สาปสูญ"เฟอร์เดียพูด ซึ่งเชลซีพยักหน้านิดๆ

"เออ...ขอโทษนะ...อธิบายให้ฉันฟังด้วยสิ"โคลอี้พูด พลางมองไปที่ทั้งสองคนที่ดูทำหน้าซีเรียสขึ้นมาทันที เฟอร์เดียเธอเลยหันมาอธิบายให้ฉันฟังแทน

"บนโลกใบนี้คนที่มีสกิลวิเคราะห์ก็ถือว่าสุดยอดแล้วนะ แต่คนที่มีธาตุดวงดาว จะมีได้แค่ผ่านสายเลือดที่ภูติดวงดาวยอมรับ กับได้รับพรจากภูติตั้งแต่เกิด ซึ่งการได้รับพร จะพิเศษตรงมีผมและตาสีครามและเป็นประกายเหมือนดวงดาว แต่กรณีที่ไม่ใช่...แปลว่าได้มาจากสายเลือด"

"และอณาจักรแห่งนี้คนที่มีธาตุดวงดาวคนเดียว คือราชินีอโมรี่ ดั่งนั้นคงไม่แปลก...ที่เขาจะถูกจ้องเอาชีวิตขนาดนี้ แม้จะเป็นองค์ชายลำดับ4 ที่แทบจะไม่มีใครสนับสนุนเลย" 

"อ่อ….." เมื่อเฟอร์เดียอธิบายจบฉันก็แค่ตอบรับว่าเข้าใจเท่านั้นเอง แต่เฟอร์เดียที่ดูร้อนรนเอามากๆ เธอฉุดคอเสื้อฉันเขย่าไปมา

"มาอ่ออะไรกัน!!  ก็เห็นอยู่นี่ นี่มันเรื่องใหญ่นะ!!" เฟอร์เดียพูด

"มันก็ใช่ แต่ว่าเราก็ทำอะไรไม่ได้นี่น้า เชลซีกับโดมินิกก็กลับไปที่โบถร์ไม่ได้ เธอก็ยังอยู่ในสลัม แถมตระกูลที่ฉันอยู่ตอนนี้ ไม่มีอะไรที่สามารถจัดการเรื่องที่ใหญ่ขนาดนั้นได้หรอก เนื้อเรื่องจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ฉันโครตจน...และที่สำคัญกว่า คือไม่ว่าใครก็เดินตามรอยเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว เราก็ทิ้งๆและลืมมันไปสะว่ามันไม่มีอยู่"

"ตะ...แต่ แบบนี้ทุกอย่างจะพัง!!"เฟอร์เดียพูด

"เธออยากให้ฉันกลับไปโดนข่มขืนและยอมโดมินิกตาย? นั่นคือสิ่งที่เกิดในเนื้อเรื่องของฉัน" เชลซีพูด

"แล้วก็แม่เลี้ยงนิสัยเลวสุดๆฉันรับไม่ได้หรอกนะที่จะกลับไปโดยทิ้งออสการ์ไว้คนเดียว" โคลอี้พูดเสริม

“ฉันก็ไม่อยากทำตามเนื้อเรื่อง…..” เฟอร์เดียพูดและถอนหายใจ "ก็ได้...เนื้อเรื่องมันไม่มี…."

เฟอร์เดียเธอก้มหน้าลงอย่างเลี่ยงไม่ได้และเงยหน้าขึ้นมาถามอีกครั้ง

"แล้วเราจะทำยังไงต่อ?"

"เราไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนี่ คงจะทำอะไรได้บ้างแหละ" เชลซีพูดเสียงเรียบ และโคลอี้ก็พูดต่อพลางหัวเราะขึ้นมา

"คงไม่ลืมใช่ไหมว่าฉันหลงทางมาน่ะ เดียวหาทางกลับแล้วค่อยว่ากันต่อ เนอะ?"

 

●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●

ผู้เขียน

บางทีเห็นเขาแต่งฉากหลังก็อยากจะแต่งบ้างแต่นึกไม่ออกจริง555 หวังว่าจะยังคงมีคนรอตามอ่านเป็นรายสัปดาร์ไปนะ ก็แต่งเรื่อยๆล่ะ ถ้าไม่ติดแต่งเนื้อเรื่องเกมส์ไปสะก่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น