(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 15 : 13 :: ไม่มีวันเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

"พึงผ่านไปได้ไม่นานแท้ๆ" ชายหนุ่มผสสีเขียวอมฟ้ากำหมัดแน่น ตัวเขาพึงเดินทางมาส่งของและคุยธุระเกี่ยวกับกิจการท้วงสิทธิหุ้นส่วนของตระกูลโรชินันเต้ แต่กลับได้ข่าว ว่าน้องสาวดื้อ นอกจากจะไม่ยอมอยู่อาศัยในสถานที่ที่เขาอุสา เสียเงินจัดเตรียมไว้ให้ ซ้ำยังหนีออกจากบ้านอีกต่างหาก

"จะดื้อก็ให้มันมีลิมิตหน่อยสิ...ก็ว่าอยู่ตอนนั้นไม่เถียงอะไรเลยรับคำง่ายๆ คงกะให้เราออกมาก่อนงั้นสินะ"

ออสการ์พูดพลางถอนหายใจ กับน้องสาวคนใหม่สุดขี้แง แต่มีความใจกล้า ปากหมา ไม่มั่นใจตัวเอง แต่ดันหัวแข็งแบบสุดๆ กว่าที่เขาคาดคิด แม้ความผูกพันจะไม่นานแต่เพราะได้เปิดใจไปครั้งหนึ่ง รวมกับเธอเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างเขาในตอนนี้ ไม่แปลกที่จะห่วงมากๆ

แต่เขาอยู่ระหว่างการเดินทางอันแสนสำคัญ และจะให้ไปตามหาคุณน้องสาวสุดแสนจะทำตัวมีปัญหา ที่ไม่รู้อยู่ที่ไหน มันก็ไม่รู้จะใช้เวลานานเท่าไร ที่จะค้นหา...แล้วตัวเขาเองก็เดินทางออกมาห่างไกลมาขึ้นเรื่อยๆ

 

ฉันเดินทางออกมาเพื่อเธอเลยนะ ยัยโง่นี่!!!

 

“ในจดหมายเขียนว่าไงล่ะนั้น” แม็กเอ่ยถามพลางหาวฟอดใหญ่ ก็นี่มันพึงรุ่งสางของวันที่ 17 หลังจากเดินทาง ตอนแรกก็เห็นว่ามีนกส่งสาร ก็นึกๆว่า พี่น้องคงคิดถึงกันมั่ง ยังไงออสการ์ก็ดูจะห่วงน้องสาวมากเป็นพิเศษยิ่ง เกิดเหตุการ์ณก่อนหน้านั้นอีก แม้จะเป็นคนโหโมร้าย ปากเสีย แต่ภายในกลับเปาะบาง ไร้สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ จนเพลอๆจะพาลไปทั่ว  

แต่ตอนนี้มีท่าทีจะพาลมากกว่าเดิม ก่อนที่จะโดนลูกหลง อย่างน้อยขอฟังความจากปากคนหวงน้องสาวระยะสุดท้ายก่อน

“โคลอี้หนีออกจากบ้าน”

“หะ!!” แม็กตะโกนลั่นจนม้าที่กำลังเดินลำเลียงสินค้าถึงกับพงะ หยุดในทันที

“เบาหน่อย อยากให้ม้ามันแตกตื่นรึไง” คนขับรถหันมาบ่น เขาเป็นลุงแก่ๆที่ทำงานส่งของไปเรื่อยๆไม่มีที่อยู่อาศัยอยู่ในรถม้าตลอดชีวิต ปกติแม็กกับออสการ์จะไปกันแค่สองคนแต่รอบนี้มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมากกว่าทุกที จึงมีคนเดินทางไปร่วม 10 กว่าคน และค่อยไปแยกย้ายกันไป เป็นเมืองๆไป นอกจะทำธุระ แต่เขาเองก็ต้องหาเงินทุน มันเลยใช้เวลามากกว่าเดิม จึงไม่แปลก แต่ถ้านับจริงๆก็แค่ขี่ม้ารอบเมือง อ้อมไปอ้อมมาไม่ถึงจุดหมาย แถมยังต้องหยุดอยู่ในเมืองๆหนึ่งเป็นอาทิตย์ โดยไม่ได้ออกเดินทางต่อในทันที ต้องขายของและทำยอดให้หมด แต่การทำแบบนี้ มันทำให้ได้เงินไว้และคุ้มค่าว่าส่งของทั่วไป ออสการ์เลยยอม และแม็กก็แค่ตามเพื่อน ยังไงสะเขาก็กลับบ้านไม่ได้ เงินก็ดี ไม่มีเหตุผลที่จะไม่คว้าโอกาสไว้

“ฮะฮะ….โทษทีลุง” แม็กพูดพร้อมขำแห้งๆในลำคอ แต่ออสการ์เขาโครตขำไม่ออก แม็กจึงได้แค่พูดปลอบ ไปก่อน “เอาน่า ...คิดมากไปตอนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เราอยู่ห่างมามากแล้วนะ”

 

“อย่างน้อยถ้าจะเดินทางด้วยความเร็วสูงที่สุดด้วยเวตร์สายลม ต้องใช้เวลาและโพชั่นอีกเท่ากับ…..”

“เฮ้ยๆ ออสการ์หยุดเลยนะ โพชั่นนี่มันของขายนะเฮ้ย” แม็กรีบพูดเรียกสติเพื่อนที่แทบจะสติหลุดเขาไปทุกที “ฉันเข้าใจว่าแกเป็นห่วง แต่นีมันมากเกินไปแล้ว”

“แต่น้องฉันทั้งคนเลยนะ!!”

“ฉันรู้! แต่แกกำลังสติแตกนะออสการ์ แกเคยเยือกเย็นกว่านี้ รีบเอาออสการ์คนนั้นออกมาเร็ว!” แม็กเขย่าตัวออสการ์ที่เริ่มสติไปทุกที

 

ตั้งแต่เขารู้จักเพื่อนคนนี้มันนานมากแค่ไหนแล้ว

 

ทั้งๆที่ตั้งแต่พี่สาวออกจากบ้านไปเขาก็ไม่เคยที่จะแสดงความอ่อนแอ แม้จะรู้ดีว่าหมดนี่มันเปาะบางแต่ ที่ผ่านมาก็แบกรับทุกอย่างเอาไว้เองมาตลอดเลยไม่ใช่รึไง

“ใกล้ถึงเมืองแล้ว เดียวไว้ค่อยคิดน่า”

“ฉันรอถึงตอนนั้นไม่ได้หรอก” ออสการ์พูด อย่างน้อยๆการที่เขย่าเรียกสติ ทำให้เขาคิดได้ขึ้นมาบ้าง

“มาดูแผนที่ก่อนก็ได้ นี่คือเส้นทางที่เราจะเดินทาง เราพึงผ่านมาเมืองเดียว และก็ที่นี่”

“อ่า..ฉันรู้น่า” ออสการ์พูด

“เฮ้อ…...เอาน่าดูนี่สิ” แม็กตบไหล่ของของออสการ์ที่ทำหน้าบูด พลางชี้ให้ดูเมืองที่กำลังถึง "มาลองทวนความจำสักหน่อยกันดีไหม"

"....ก็เมืองซานเดล มันก็ที่เดิมๆนั่นแหละ เมืองหลวงเก่าใช่ไหมล่ะ" ออสการ์ยังคงพูดอย่างหงุดหงิด

"หึ ความจำยังดีไม่พอนะ ของขึ้นชื่อของเมืองนี้ไง~ ถึงจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน แต่ก็น่าจะมีคำตอบสำหรับแกนะ ออสการ์" แม็กพูด สักพักออสการ์ก็เริ่มนึกขึ้นได้ เขาเงยหน้าเมืองข้างเปรียบดั่งความหวังของเขา

 

เมืองที่รวบรวมทั้งอุปกรณ์เวตร์ และของดีๆหายากสำหรับจอมเวตร์ และอาจเป็นเมื่องที่ดีที่สุด ที่มีจอมเวตร์อันมีชื่อเสียงมากมาย รวมตัวกันที่นี่ และที่โด่งดังที่สุดสถานที่ ที่กำเนิดนักพยากรณ์จำนวจมาก ซานเดล

"นายพูดถูกฉันควรใจเย็นและคิดให้ดี" ออสการ์พูดพลางหันไปมองแม็กที่ช่วยเรียกสติเขา

"เล็กน้อย ฉันแค่ไม่อยากให้นายสติแตกก่อนที่เราจะส่งของจนหมด"

“ปากดี” ออสการ์หัวเราะในลำคอพร้อมชกไหล่เพื่อนของตนที่ชักพูดมากเข้าไปทุกที แต่สายตามองตรงไปข้างหน้า

 

เขาเองก็รู้ว่าโซเฟียอยู่ที่นั่น ถ้าไม่เจอก็ดี….

 

“ยังไงสะ พอไปถึงเราคงได้เหนื่อยอีกพักใหญ่” แม็คพูดสายตายังคงมองตรงไปข้างหน้าเช่นกัน

 

พอรู้สึกตัวอีกที ก็เดินทางมาถึงที่หมาย

เมือ่รถม้าถูกหยุด งานก็เริ่ม แม้ใจของออสการ์จะอยากจะออกไปร้านพยากาศในตอนนี้ แต่ก็แทบเป็นไปไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าตระกูลขุนนางตกอับถึงขนาดมารับจ้างและขนของเองแบบนี้กันล่ะ ดั่งนั้น แม้ลูกค้าจะมาแวะเวียนซื้อของ แต่ก็มีพวกลูกค้าที่นอกจะจะไม่ซื้อยังปากเสียใส่พวกเขาอีกต่างหาก

 

มันเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเมืองยิ่งใกล้เมืองหลวงมากเท่าไร ก็ยิ่งปรากฎความเสื่อมทรามด้านจิตใจอย่างแจ่มชัด จนบางครั้งถึงขั้นลงมือ อย่างมากที่สุดแม้จะเจ็บตัวก็ยิ่งมีการชดใช้ค่าเสียหาย นั่นคงเป็นอีกเหตุผลที่คนส่วนใหญ่คิด และถึงจะมองว่าการทำงานนี้มันให้เงินดีมากกว่างานไหนๆ

แต่ก็เหมือนกับเอาศักดิ์ศรีไปทิ้ง

สำหรับพวกที่ไม่รู้ถึงความสำคัญในการส่งของจึงเรียกกันเอาเองว่าอย่างงั้น เพราะมีกฎหมายปกป้องตนเองอยู่ ดังนั้นทั้งแม็กและออสการ์ที่ทำงานด้านนี้ รู้จักมันเป็นอย่างดี

คนที่ควบคุมความเป็นไปของราคาตลาด ดูแลการค้นส่งที่เป็นที่ต้องการของประชาชนทั่วไป อาจจะมีอำนาจยิ่งกว่าราชาเสียอีก แม้จะมีปัจหาจุกจิกเล็กน้องกับเจ้าเมืองแต่ก็แก้ไขด้วยเงินและผลประโยชน์ร่วม

ถ้าไม่มีใครส่งอาหารมา พวกคนในเมืองหลวง ที่ไร้ที่ดินเพาะปลูกและผลิตผลต่างๆ คนเหล่านี้แหละที่จะอดตาย คนเหล่านั่นไม่เคยรู้เพราะมันโง่ยังไงล่ะ คนมีเงินแต่ไม่ซื้อความรู้ศึกษาไว้กับตัวเนี่ยแหละ ประชาชนทั่วไปยังฉลาดกว่าพวกที่ชอบที่คอยหาเรื่องถากถางคนส่งของแบบเขาสะอีก

“เช็คของเสร็จยัง” แม็กเอ่ยถามขณะที่ขนลังไม้ออกมา

“ใช่ สมุนไพร์ หินแร่บริสุทธ์ จากเมืองอัลโต้ มีออเดอร์ให้ไปเอาเปลือกหอยและไข่มุกจากเมืองฟาน” ออสการ์พูดเสียงเรียบ แต่ก็กุมขมับอย่าส่ายหน้าไปมา

“ที่อยู่ทิศตรงข้ามที่เรามาเลยอ่านะ แล้วเราได้เตรียมเปลือกหอยมาพอรึเปล่า” แม็กเอ่ยถาม

“เมืองอันโต้เหมาไปหมดแล้ว แต่ก็แจ้งลูกค้าไปแล้วล่ะ พ่อบ้านคุยรู้เรื่องแต่คุณหนูในบ้านคุยไม่รู้เรื่อง”ออสการ์พูดอย่างหน่ายๆ “แต่ว่ามีออเดอร์รับของไปส่งลูกแก้วพยากรณ์ ที่เมืองอีเมอร์ ขนส่งยาก อยู่ไกล ต่อรองได้เงิน 3 เท่าจากการส่งปกติ”

“พูดไหลเชียวนะ” แม็กพูดพลางถอนหายใจ ตัวเขาฟังแทบคิดตามไม่ทันจนเอาแผนที่มาเปิดดู “เมื่องฟานที่อยู่ติดกับดันเต้น่ะหรอ?”

“ฉันเองก็อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ลูกค้าขอว่าอยากได้ที่เมืองฟานใกล้ๆไดแวนน่ะ”

แผนที่เมือง(ยังไม่สมบูรณ์)

“แกล้งกันชัดๆ” แม็กพูดอย่างไม่สบอารณ์ เมื่องฟานข้างไดแวน แทบจะเป็นกึ่งท่าเรื่อที่นิยมหาของทะเล เปลือกหอยเยอะแต่ก็มีตำหนิจำนวนมาก เป็นของไม่ได้คุณภาพ และเดินทางไกลเกินความจำเป็นอีกต่างหาก

“ใช่...ฉันเลยปฎิเสธไปแล้ว...แต่ก็เสนอในกลุ่มถ้ามีคนสนใจจะไปเอา หลังจากนี้คงแยกกับรถม้าคันอื่นๆ ตรงไปที่เมืองอีเมอร์”

“เจ๋ง ฉันไว้ใจนายได้เสมอเลยออสการ์” แม็กพูดพร้อมชูนิ้วโป้งให้ออสการ์ที่ถอนหายใจมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว

“หน้าที่ฉันหมดแล้ว ฉันจะไปร้านพยากรณ์สักหน่อยแล้วกัน ฝากเฝ้าของด้วยล่ะ”

“โอเค เดียวฉันดูแลของให้ต่อเอง” แม็กพูดพร้อมรับ รายการสินค้าของออสการ์มาดู แทบจะไร้ข้อผิดพลาด นอกนั้นก็แค่ตรวจสอบจำนวนของสินค้าอีกที ยังไงมันก็ไม่ยากเกินอยู่แล้ว

 

เมื่อออสการ์ไปไม่ทันไรก็มีหญิงสาวผมสีบลอน์ทองก็เดินเขามา ดวงตาสีแดงที่ผิดแปลกจากคนอื่นในครอบครัว ผิวสีเข้ม ถ้าไม่รู้จักมาก่อนล่ะก็ คงไม่มีทางรู้เลยว่า เธอเองก็เป็นลูกสาวคนโตของตระกูลโรชินันเต้

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ แม็ก"

"พี่โซเฟีย หวัดดี" แม็กยักไหล่ด้วยท่าทีสบาย สไตร์แบบไม่ว่าอะไรก็ทำให้เขาเดือดร้อนไม่ได้ แต่โซเฟียที่เขามาพร้อมสายตาเต็มไปด้วยความหวังราวกับนี่คือที่พึ่งเดียว นั่นแหละทำให้เขาเริ่มรู้สึกเดือดร้อน

"ตอนนี้ที่บ้านเป็นยังไงบ้างสบายดีไหม?" โซเฟียเอ่ยถามเข้าประเด็นทันที

"ก็ไม่ครับ ยังไม่ค่อยดีเหมือนเดิม ฝนตกทีไร บ้านพังทุกที"

"ฉันไม่ได้หมายถึงบ้านนาย ที่คฤหาร์โรชินันเต้เป็นไงบ้าง"

"จริงๆ พี่ไปถามออสการ์ตรงๆจะไม่ดีกว่าหรอ" แม็กพูดตัวเองนอกจากจะรู้ว่ามีแค่ไฟไหม้ และปัญหาอะไรสักอย่างเกี่ยวกับแม่เลี้ยง เขาก็ไม่รู้รายละเอียดอย่างอื่นแล้ว

"ออสการ์เขาไม่อยากเจอพี่หรอก" โซเฟียพูดพลางยิ้มอย่างเศร้าๆ

"ถึงพี่ร้องไห้ผมก็ช่วยอะไรพี่ไม่ได้หรอกนะ" แม็กรีบพูดดักไว้ก่อน ยังไงสะตัวเขาไม่ถูกกับน้ำตาของผู้หญิงเป็นที่สุด ยิ่งเป็นของโซเฟียนี่ยิ่งแล้วใหญ่ เธอเคยมีผมบลอน์อ่อนๆ ผิวขาวเนียนนุ่ม และดวงตาสีแดงเป็นประกายสดใส ที่ได้จากแม่มารดาแท้ๆของตน แต่ดูตอนนี้ผิวดำหยาบกร้านผิดอย่างที่เคย เธอคงผ่านเรื่องต่างๆและลำบากมามาก ยิ่งมีข่าวลือในหมู่ขุนนางว่า ผู้คนที่มีผิวดำ คือพวกที่ต้องคำสาป ยิ่งทำให้เธอดูน่าเศร้าเขาไปอีก

"พี่ไม่ได้ร้องสักหน่อย...เดียวพี่ช่วยนับของนะ งานจะได้เสร็จเร็วๆ" โซเฟียรีบเปลี่ยนเรื่อง และช่วยนั่งนับของให้ มีแค่แม็กที่รู้สึกกระอักกระอวนใจหน่อยๆยิ่งทำงานเงียบๆแบบนี้ ปล่อยให้เขาทำงานคนเดียวยังรู้สึกดีกว่า

"จริงสิ...แม็ก พี่เห็นออสการ์เดินหาร้านพยาการ์ เขาจะไปทำอะไรหรอ?" โซเฟียเอ่ยถาม

"อ่อ...ตามหาน้องสาว เห็นว่ารายนั้น….." ชิบล่ะ ตัวเขาเกือบลืมไปแล้ว ว่าอันนี้ก็เป็นปัญหาของตระกูลโรชินันเต้รึเปล่านะ

"โคลอี้… ไม่ได้อยู่ที่เมืองอัลโต้หรอ? ยังไงวิกตอเรียคงดูแลเธอได้ดีกว่า" โฟเซียพูดอย่างไม่ใส่ใจ เธอแค่ลูบตาลงเล็กน้อยอย่างอ่อนไหว ต่อให้ห่วงมาแค่ไหนก็เถอะ เธอมั่นใจว่าวิกตอเรียจะดูแลน้องสาวอย่างดี...ไม่เหมือนกับตัวเธอเองแน่ๆ  

"จะให้พยากรณ์หาคน...จริงๆแล้วมันไม่ใช่การพยากรณ์หรอก...มันก็แค่เวทย์ค้นหาธรรมดา เพิ่มเติมบทพูด ให้ดูขลัง และจิตวิทยาหลอกถามก็เท่านั้น ถ้าล้ำๆหน่อยก็เวทย์อ่านใจ คนที่พยากรณ์ได้จริงๆในอณาจักรนี้ มีแค่ราชินีอโมรี่ นอกนั้นก็พวกต้มตุ๋นหลอกเอาเงิน"

"พี่โซเฟีย เราอยู่กลางเมืองซานเดลนะ...พูดแบบนี้มันจะดีหรอ" แม็กพูดพลางมองคนรอบๆ ที่หันมามองโซเฟียตาขวาง ที่เปิดเผยความลับธุรกิจพวกเขาอย่างหน้าตาเฉย

"ฉันอยู่เมืองนี้มาตั้ง 8 ปี และบางทีอาจจะทำตัวไม่ต่างจากนักพยากรณ์คนอื่นๆ แต่ฉันก็รู้ว่าตรงนี้ไม่มีลูกค้าคนไหนผ่านมาได้ยินแน่ๆ ฉันพูดให้นายฟัง นายก็ไปเล่าให้ออสการ์ฟังด้วยจะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรีๆ" โซเฟียพูดพร้อมช่วยจัดวางขวดจนครบ เธอเองก็ทำงานส่งของภายในเมืองและพยากรณ์รับจ็อบไปด้วย

ถ้าโซเฟียเรียกตัวเองว่านักต้มตุ๋น ก็คงเป็นนักต้มตุ๋นที่เก่งที่สุดในเมืองนี้ แล้วพวกเขาจะเหลืออะไร ยังดีที่โซเฟียไม่รับงานพยากรณ์เป็นงานประจำ พวกเขาถึงยังอยู่ได้ด้วยการทำอาชีพนี้ นี่คือเสียงของในใจของเหล่าคนที่มองตาขวางเหล่านั้น และไม่มีใครอยากจะไปยุ่งกับโซเฟียนักหรอก

“ถ้างั้น พี่โซเฟียลองค้นหาตำแหน่งที่แม่นยำของโคลอี้ให้หน่อยได้ไหม?” แม็กเอ่ยถาม ต่อให้เพื่อนเขาเสียตังฟรีจริงๆแต่ยังไงก็ให้คนที่รู้ตำแหน่งชัวร์ๆมันก็ย่อมดีกว่า แม้โซเฟียจะดูไม่ค่อยอยากทำแต่ก็พยักหน้า เปิดใช้งานเวตร์ค้นหา และใบหน้าของเธอก็ซีดลง

“...........”

“เป็นอะไรไปพี่โซเฟีย” โซเฟียไม่ตอบเธอหยิบโพชั่นที่เป็นของขายสำหรับลูกค้าทั่วไป ดื่มและทำสมาธิมากขึ้น ส่งกระแสจิตไปรอบๆออกให้ห่างไกลมากที่สุด

“ไม่มี….ในประเทศนี้ไม่มีโคลอี้อยู่”

“เป็นไปไม่ได้น่า นี่มัน 17 วันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะหลงออกไปไกลขนาดนั้น รึว่าจะตายแล้ว” แม็กพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไร แต่ก็ตกใจ

“เวทย์ของฉันค้นหาได้แม้กระทั่งศพเลยนะ...ไม่มีทางที่จะหาไม่เจอ แต่ว่า...ฉันรู้แค่ เดือนที่แล้วเธอยังอยู่ที่ดันเต้ แต่ก็หายตัวไป” โซเฟียอธิบาย เวตร์ของเธอเป็นเวตร์แบบพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะคน และเธอก็เชื่อใจพลังเวทย์ของตัวเองมาตลอด แต่ได้รับคำตอบแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา เลยต้องใช้พลังเวตร์มากยิ่งขึ้น

“แต่ว่าก่อนหน้านี้ผมยังเห็นเธอจนถึง2-3สัปดาร์ที่แล้วนะ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะหายไปเฉยๆ” แม็กพูดอย่างมั่นใจ แต่ไม่ทันไรออสการฺ์ก็เดินมาอย่างหงุดหงิด ที่นี่มีแต่พวกนักต้มตุ๋นทั้งนั้น ไม่สามารถบอกสิ่งที่เขาต้องการได้เลยสักนิด พอเดินกลับมาก็เห็นทั้งสองคนยื่นโว้ยวายอยู่ แม้จะไม่อยากเจอโซเฟียแต่อย่างน้อยๆ ก็น่าจะบอกสิ่งที่เขาต้องการได้

“งั้นลองหาชื่อเบลสิ” ออสการ์เดินมาบอกด้วยท่าทีนิ่งเฉยไม่ทุกข์ร้อนอะไร บนโลกใบนี้ชื่อมันทุกสลักไว้ในวิญญาณทุกดวง จะไม่แปลกที่จะหาโคลอี้ไม่เจอ เธอไม่ได้อยู่โลกนี้แล้ว แต่ถ้าเป็นเบลล่ะก็

“เอ๊ะ…. อยู่เมืองอัลโต้ ใกล้เขตสลัม"โซเฟียตอบทันทีอย่างไม่เข้าใจ

"อือ..แค่นั้นก็พอแล้ว" ออสการ์ตอบด้วยท่าทีเฉยเมย เขาคิดแค่ว่าท่าทางจะหลงไปไม่ไกลเท่าไร

“เดียว ออสการ์นายไม่ได้ตามหาน้องสาวหรอ?” แม็กพูดอย่างไม่เข้าใจแต่ออสการ์ก็แค่ยิ้มตอบ

“คนที่ทิ้งตระกูลไป ฉันไม่นับญาติ” ออสการ์พูดสายตาของเขาไม่มองโซเฟียแถมทิ้งปริศนาให้อีกต่างหาก แต่คิดหรอว่าโซเฟียจะฟัง

ถึงฉันหนีมา แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันทิ้งตระกูล คำพูดที่แดกดันโซเฟียเลยไม่ได้ผล

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะออสการ์!! ตอบมาเกิดอะไรขึ้น”

“บอกไปแล้วพี่ช่วยอะไรผมได้ล่ะ พี่เสียความเชื่อใจจากผมไปแล้ว ตอนนี้จะมาขอร้องให้เห็นใจหรอ!!” ออสการ์พูด เขาไม่อยากฟังอะไรจากคนตรงหน้าอีกแล้ว เขาใครกันล่ะ ที่ทำให้เขาเลือกแบบนี้ เพราะใครกัน ที่ทำให้เขาต่อต้านแม่ของตัวเอง ทั้งๆที่ยอม แต่เธอก็หนีไป และให้เขาทุกข์ทรมานกับด้านเลวร้ายของวิกตอเรีย ไม่งั้นตัวเขาคงถูกรักมากกว่านี้ ถึงแม้มันจะผิดแต่ก็ไม่ต้องมาเหนื่อยอย่างตอนนี้

โซเฟียมองภาพตรงหน้าแล้วนิ่งค้างไปสักพัก เธอทิ้งเขามาตอนที่ออสการ์แค่ 10 ขวบ ตอนนั้นคงไม่มีใครฟังเขา และทิ่พึ่งจิตใจอย่างตัวเธอเองก็หายไป โซเฟียเองก็ไม่อยากยอมรับ แต่ตัวเธอในตอนนั้นเอาชีวิตตัวเองแทบไม่รอด

แล้วใครจะฟังฉันบ้าง เธอคิดในใจ แต่ถึงอย่างงั้น เธอก็เอื้อมมือไปลูบหัวออสการ์ อยากจะบอกว่าพยายามได้ดีมาตลอดบ้าง

เพียย!!

“อย่ามาแตะ” ออสการ์พูดอย่างเย็นชาพร้อมปัดมือของเธอออก “แม็กไปได้แล้ว ฉันจองโรงแรมเรียบร้อยแล้วเดียวให้คุณลุงนอนเฝ้ารถไป”

“....นายไม่เย็นชากับพี่นายไปหน่อยหรอออสการ์” ออสการไม่พูดเพียงแค่เดินห่างออกไป

 

เพื่อให้โซเฟียอยู่คนเดียวอย่างที่เธอต้องการ นั่นเป็นสิ่งที่เขาคิด

 

 

●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●●

โซเฟีย ฟานดิริก

ผู้เขียน

ตอนนี้อาจเป็นช่วงของการรวมปัญหาไว้ที่เดียว มันก็ตรงตามแผนแต่น่าจะใช้เวลาเครีย์กันอีกสักพัก มาขนาดนี้แล้วจะข้ามมันจะดูแปลกใช่ไหมล่ะ อาจจะเป็นช่วงปูเรื่องและแสดงถึงความสัมพันธ์และปมของตัวละคร อย่าพึงรีบเบื่อกันน้า ทางนี้เองก็อยากจะแต่งหวานแหวว…………

แล้วก็ในช่วงที่แต่งตอนนี้อยู่ได้เอาคำโปรยเดิมไปแปะที่หน้าแรกก่อนเข้าอ่านนิยาย อันนั้นค่อนข้างตั้งใจคิด 
เพียงแค่ช่วงที่แต่ง มันให้ความรู้สึก แนวเรื่องมันผิดไปจากตอนแรกจึงไม่ได้ลง แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่า พลังนี้ได้ทำตามจุดประสงค์เดิมแน่ๆ ดั้งนั้นถ้าใครไม่เห็นสามารถไปอ่านได้นะ(แต่ก็แก้ล่วงหน้าตั้ง2สัปดาร์เลยน่าจะได้อ่านกันหมดแล้ว55)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น