(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 11 : 9 ::หนทางที่มีความสุข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ก.ย. 63

 

เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ตอนที่ยังอาศัยอยู่ที่โลกเดิม

ฉันในตอนแรกก็ดีใจ ที่ทุกคนมาสนใจ แต่นานวันทุกคนก็เริ่มเปลี่ยน ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันก็เข้าเรียนพร้อมกับทุกคน แต่รู้อีกทีฉันก็อยู่ตัวคนเดียว ทุกครั้งที่ทุกคนเรียก 'เบล' ฉันก็ต้องพบกับความผิดหวังเสมอ ไม่มีใครเรียกฉัน แต่เรียกอีกคนที่ชื่อเหมือนฉัน..เธอสดใสและเป็นศูนย์กลางของทุกคน ฉันอยากจะเล่นปั้นทรายและกระโดดยางอย่างที่เด็กคนอื่นทำ… แต่สิ่งที่ฉันทำคือหลบหนีออกมาอ่านนิทานที่ห้องสมุด นี่คงเป็นที่ๆไม่มีใครเข้ามารังแกฉัน มันเงียบ และนิทานก็สนุก และฉันก็หาส่งบันเทิงอ่านมากขึ้น และไม่คิดจะสนใจการเรียนเท่าไร ยังไงผลคะแนนปลานกลางก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และก็หวังในใจมาอย่างเนินนาน ฉันอยากจะไปให้พ้นๆจากโรงเรียน

เมื่อเรียนจบมัธยมต้น ที่เป็นการศึกษาภาคบังคับ… ฉันก็ออกไปทำงานทันที และไม่คิดจะเรียนอีก….

แม้รู้ดีว่าพ่อแม่หวังให้ฉันเรียนสูงๆ แต่ไม่ไหวคือไม่ไหว ครูที่กดดัน เพื่อนรวมห้องที่ต่างพร้อมใจจะทิ้งฉันไว้คนเดียว แต่ก็ยังมีงานกลุ่มและฉันก็ไม่ได้รับการยินดีเลยสักครั้ง ฉันเลยต้องเข้าเรียนเทียบ มัธยมปลายและเข้ามหาลัย...ถึงแม้สุดท้ายจะเรียนไม่จบ

คิดแล้วรู้สึกแย่ นิยายจึงเป็นที่หลีกหนีความจริง ฉันชอบเรื่องราวโรแมนติกและเต็มไปด้วยเวตร์มนต์คาถา

น่าขำที่ นั่นเป็นหัวข้อที่ฉันสามารถพูดได้มากที่สุด จำไม่ได้แลัวว่าตั้งแต่เมื่อไรที่คำพูดของฉันทำให้คนอื่นต้องเลิกรากัน จากนั้นมันก็กลายเป็นข่าวลือ นักทำนายความรัก แค่มองก็รู้ว่าคู่ไหนไม่รอด

ความรักมันสวยงามแม้จับต้องไม่ได้ และมองไม่เห็น...แต่ฉันคิดว่า ฉันมองเห็น

 เพราะครอบครัวที่อบอุ่นของฉัน…ทำให้ฉันมองความรักออกเป็นรูปแบบต่างๆ

ถ้าหากสิ่งที่ฉันมองเห็นนั่นเป็นเรื่องจริง...นี่คงเป็นของขวัญอีกชิ้นที่พระเจ้าให้ปลอบใจรึเปล่า หากได้พบคู่รักทั้งสองที่อบอุ่น...แค่เฝ้ามองเขา ฉันก็รู้สึกดีมาก

---------

แต่ดูจากท่าทาง เลี่ยงๆการเจอแองเจล่าตรงๆหรือสองต่อสอง นี่ไม่ไหวอะ… เป็นผู้ชายที่เสียชาติเกิดจริงๆ

ฉันคิดในใจ หลังจากที่แองเจล่า มาส่งที่โรงเตี้ยมเธอก็เลี้ยงแฮมเบอร์เกอร์เป็นการขอบคุณที่ฉันอุสาช่วยงาน ก่อนที่จะเดินไปหาออสการ์ แต่การพูดคุยเกือบจะราบรื่น ถ้าพี่ออสการ์ไม่หนีไปที่เคาร์เตอร์ แล้วพี่แองเจล่าก็เดินตรงไปรับออเดอร์ทันที

“คือฉันหิว ลุงเจ้าของร้านไปไหนล่ะ”

“ลุงไปซื้อของน่ะ สั่งกับฉันก็ได้นะ จะทำสุดฝีมือเลย” รอยยิ้มที่แสนสดใสของแองเจล่า ที่มีพลังอย่างเต็มเปลี่ยมมากกว่าทุกทีทั้งๆที่หลังทำงานเธอไม่ได้สดชื่นเท่าวันนี้หรอก

“เธอทำงานมาเหนื่อยๆ เดียวฉันทำเองก็ได้” ออสการ์พูดยิ้มๆอย่างเกรงใจ

“โอ้ย อย่าคิดมากเลย วันนี้โคลอี้ช่วยงานฉันได้พักแล้วงานก็เสร็จเร็ว จนอยากจะจ้างโคลจังช่วยงานอย่างถารวเลยล่ะ!” ไม่ ไม่ ไม่ ฉันกริ๊ดร้องในใจ แบบโครตเหนื่อย ถึงนั่นจะเป็นอนาคตที่ต้องเจอ แต่ขอพักหายใจสักหน่อยไม่ใช่ปุบปั๊บอย่างงี้

“แต่ก็นะ...ฉันคงไม่มีงบจ้างระยะยาวหรอก น่าเสียดาย” แองเจล่าพูดพลางยิ้มอย่างเศร้าๆ แต่ฉันโล่งอกมาก

“ถ้างั้น รบกวนข้าวห่อไข่ 1ที่นะ” ออสการ์พูด สีหน้าเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ก็แสดงออกเศร้านิดๆผ่านแววตา ถึงจะอยากช่วยแต่สถานการ์การเงินคงไม่เคยดีสินะ ถึงตอนที่ขายดอกไม้ทุกคนก็บ่นๆเรื่องการเงิน แต่ถึงอย่างงั้นก็ดูจะมีความสุขดี เอาเถอะตระกูลโรชินันเต้ น่าจะตกต่ำที่สุดในบริเวณนี้แล้วมั่ง ไม่มีใครแย่เท่าเราแล้ว….ฮะฮะ

“พี่…” ฉันหันไปสะกิดออสการ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาดูตกใจหน่อยๆ น่าเศร้าที่ พึงจะรู้สึกถึงตัวตนของฉัน เขาเลยสะดุ้งและทำหน้าเหมือนเห็นผีเสียอย่างงั้น 

“พี่…..”ฉันเรียกเขาซ้ำอีกครั้ง

“อะ...โทษที” ออสการ์พูดและนั่งลงบริเวณเคาร์เตอร์ที่จัดไว้ให้ลูกค้าข้างๆฉัน ขณะที่สายตาจ้องมองแองเจล่า ฉันมองท่าทีของพี่สลับไปมากับด้ายสีแดง ถ้ามองแบบไม่คิดอะไร ก็คงไม่มีใครรู้เลยว่าทั้งสองใจตรงกัน หากใครเปิดประเด็น จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลี่ยงอย่างเป็นธรรมชาติ เงยหน้าหยิบเครื่องปรุงและหันมาทางนี้เป็นพักๆ พี่แองเจล่าเป็นคนช่างสังเกตและมักจะมองไปรอบๆอย่างระวัง พอคิดแบบนั้นฉันก็ขนลุกขึ้นมาทันที

“ได้แล้วค่า ข้าวห่อไข่ร้อนๆ”

“ขอบใจ” ออสการ์พูดเรียบๆพร้อมลงมือทานทันที แองเจล่ามองมาตรงจานที่หว่างเปล่าของฉันและเอ่ยถามทันทีอย่างเป็นมืออาชีพ

“โคลจัง ทานหมดแล้วจะดื่มน้ำผลไม้รอไหม”

“น้ำเปล่าก็พอค่ะ” ฉันยิ้มให้เธอเล็กน้อย พลางกรุ่นคิดนิดหน่อย

“นี่จ้า” แองเจล่าพูดด้วยรอยยิ้มที่สดใส พร้อมแก้วน้ำเปล่าในมือ จากนั้นหันไปล้างจานที่ฉันพึงกินเสร็จเมื่อกี้อย่างรวดเร็ว

“พี่ออสการ์ คิดยังไงกับความรักหรอ?” คนที่กำลังทานอาหารอยู่หยุดทานอาหารทันที และหันมายิ้มอ่อนๆ แบบ ‘นึกยังไงถึงมาถามแบบนี้’

“นั่นสิไม่รู้หรอก พี่ยังไม่เคยคิดเลยน่ะ แถมตอนนี้ถึงจะไม่มีหนี้สินแต่ก็ต้องสร้างฐานะขึ้นมาใหม่” ออสการ์ตอบอย่างจริงจังแต่ดูท่าจะ ไม่เอ๊ะใจกับคำถามเท่าไร

“แต่ก็ไม่ได้เริ่มจากศูนย์นี่น้า หนูก็เลยคิดว่าน่าจะผ่อนคลายสักนิด” ออสการ์ขมวดคิ้วนิดๆสีหน้าบ่งบอกว่าไม่สนใจสุดๆ แน่ล่ะจู่ๆพูดเรื่องนี้ขึ้นมามันก็คงฟังไม่ขึ้น

“การผ่อนคลายเกินไปใช่ว่าจะดี สัญญาแล้วนี่ว่าเราจะไต่เต้าขึ้นไปฉุดยัยคนจอมปลอมนั่นลงมาจากด้านบน” ออสการ์มีสีหน้าเรียบเฉยและทานข้าวต่อไปเงียบๆ

“.....แล้วมีความสุขไหมค่ะ” ฉันพูดออกไป “ที่พี่บอก เราจะมีความสุขมากกว่าเธอคนนั้น ที่พูดกันเมื่อวาน”

ออสการ์วางช้อนของตัวเองและหันหน้ามามองฉัน

“บางทีโคลอี้คงเข้าใจผิด หนทางการแก้แค้น ไม่ใช่เส้นทางที่มีความสุข”

“มันคือความสะใจ น้องรู้” ฉันตอบและจ้องหน้ากลับ “น้องบอกแล้วน้องจะช่วย ทั้งแก้แค้นและทำให้พี่มีความสุข”

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นโคลอี้” ออสการ์ส่ายหน้าแต่ฉันก็กุ่มมือของออสการ์ขึ้นมา

“งั้นน้องขอถามแบบตรงๆ แค่คำเดียว ถ้าพี่จ้องตาตอบน้อง ก็จะหยุดถามทันที”

“อ่าๆ ว่ามา” ออสการ์พูดอย่างขอไปที แต่ก็จ้องตาตามที่ขอ

“พี่ชอบ….” 

คำพูดสุดท้ายฉันแค่ขยับปาก แค่นั้นออสการ์ก็ออกอาการทันที

“โคลอี้ ….แกล้งพี่ใช่ไหมเนี่ย” เขาพูดและถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตีโพยตีพายเอามือขยี้หัวฉัน สายตาของฉันหันไปสบตากับแองเจล่านิดๆ ว่าแล้วเธอต้องฟังอยู่จานๆเดียวแปปๆก็ล้างเสร็จ แต่ตอนนี้ล้างนานเป็นพิเศษจนมือเปื่อยหมดแล้วมั่ง 

ถึงการแสดงออกของทั้งสองจะไม่ได้ชัดเจน แค่เพียงใคร่รู้เรื่องของอีกฝ่าย

“อยากจะรู้แต่ไม่ทำความรู้จัก...ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าหรอกนะคะ ที่พูดก็แค่อยากจะรู้ใจของพี่เฉยๆ สิ่งที่คิดอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้” ฉันพูดพลางถอนหายใจ โดยไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าทั้งสองคนที่ฟังหน้าเสียไปตามๆกัน จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรเงียบจนผิดปกติ

ฉันมองแองเจล่าที่เดินออกไปเส้นด้ายสีแดงที่อยู่บนมือที่กุมไว้แน่น

“ไม่ใช่หรอเนี่ย…” ฉันบ่นกับตัวเองเบาๆ

“ที่พูดน่ะ มั่นใจมากแค่ไหน บอกได้รึเปล่าว่าในสมองเธอคิดอะไรอยู่” ออสการ์พูดเขากินข้าวอย่างรวดเร็วเขาดื่มแก้มน้ำเปล่าของฉัน แบบไวมาก วางเงินและลากฉันขึ้นห้องทันที

“พี่…” ตอนฉันเรียกเขาไม่หันมาด้วยซ้ำ เหมือนโกรษ…

เออ...คิดว่าใช่แล้วล่ะแบบนี้

เมื่อมาถึงห้องเขาก็จ้องหน้าฉันนิ่งๆ ออสการ์เก็บสีหน้าเก่งมาก แต่อร่าที่ปล่อยออกมาข่ม ก็เก่งมากเช่นกัน

“พี่โกรษเพราะมันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม”

“ถึงอย่างงั้นก็ไม่ควรพูดถึงคนอื่นแบบนั้น” เขาคำรามต่ำในลำคอและยกมือขึ้นมากุมขมับ

“พี่อาจจำไม่ได้แต่หนูไม่ได้เอ่ยชื่อออกมานะ แค่ขยับปากให้เราเข้าใจกันสองคน”

“ถึงอย่างงั้นก็ไม่ควร..ยิ่งเป็นต่อหน้า”

“ก็เพราะอยากให้ออกอาการก็เลยพูดต่อหน้าไงล่ะ”

โป๊ก!!

พอพูดจบออสการ์ก็ทุบหัวฉันทันที เขาส่ายหน้าไปมาและถอนหายใจ

“ที่นี่บอกเหตุผลมา ทำไมจู่ๆถึงพูดแบบนั้น” เขาพูดและจ้องหน้าเขม็งใส่ฉัน อธิบายสั้นๆไปแล้วกัน

“พี่รู้จักตำนานด้ายแดงไหมค่ะ”

“ไม่” ออสการ์ตอบทันทีแบบไม่เว้นช่วงจนคราวนี้เป็นฝ่ายที่กุมขมำบ้าง ไม่โรแมนติกเอาสะเลย

“งั้นหนูจะเล่าให้ฟังคราวๆ ว่ากันว่ามนุษย์ทุกคู่เมื่อเกิดมาจะมีเส้นด้ายผูกอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายเชื่อต่อกันอยู่ และเมื่อเดินตามเส้นด้ายไปจะพบกับเนื้อคู่ของตัวเอง และหนูมองเห็นมันค่ะ”

ออสก้านิ่งไปสักพักและถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เพราะงั้นก็เลยนึกว่า แองเจล่าเป็นเนื้อคู่ของพี่?” ออสการ์พูดและฉันก็พยักหน้าทันที ออสการ์มองฉันนิดๆและหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาก่อนจะว่าต่อ “แองเจล่าบอกพี่ว่าไม่รู้ว่าโคลอี้โกหกรึเปล่าที่บอกว่าอ่านไม่ออกเขียนไม่เป็น แต่พี่จะลองเขียนคำหนึ่งและเธออ่านดูนะ”

ฉันมองกระดาษที่ออสการ์ถือ แล้วฉันก็ส่ายหน้าทันที่

“ไม่….อ่านไม่ออก มันเขียนว่าอะไรหรอค่ะ?”

“เสือก” ฉันสะดุ้ง พร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดที่มีมากขึ้นเรื่อยๆของออสการ์

“พี่ยอมรับ พี่ชอบแองเจล่า แต่มันไม่ควรและตอนนี้ยิ่งไม่เหมาะสม เราเอาแองเจล่าเข้ามาร่วมกับแผนฟื้นฟูตระกูลของเราไม่ได้” ออสการ์พูด แม้ใบหน้าดูครึมแต่แววตาเศร้าๆยังคงปรากฎ ออสการ์หยิบการ์ดขึ้นมา เป็นการ์ดสีน้ำตาล และวางลงตรงหน้า “ตอนนี้เราเหลือเงินไม่มากแล้ว พี่คงต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อรวบรวมเงินทุน คงต้องหายไปส่งของหลายวันและกว่าจะกลับก็เป็นเดือนๆ แต่พี่ก็ต้องจ่ายค่าโรงเตี๊ยมให้น้องได้พัก”

“ยกเลิกเลยค่ะ หนูกลับไปอยู่ที่คฤหาร์ก็ได้”

“จะบ้าหรอ!! เธอเป็นเด็กผู้หญิงบอกบางวัย 12 นะ พี่จะไม่ยอมให้เธออยู่คนเดียว” ออสการ์ตะคอกใส่ฉัน แต่ฉันก็จ้องหน้ากลับ

“จองห้องให้เด็กผู้หญิงอยู่เป็นเดือนๆมันไม่มีความจำเป็นเลยค่ะ พี่เอาหนูไปด้วยก็ได้นี่”

“พี่ก็จะได้ภาระเพิ่มอีกคนระหว่างทาง” คำพูดนั้นทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก สีหน้าหนักใจของออสการ์ “พี่ไม่อยากให้น้องต้องลำบากและมันก็สร้างปัญหาตลอดระยะเวลาการเดินทาง อยู่ที่นี่เถอะนะ…”

“........” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบและค่อยเงยหน้ายิ้มให้

“เข้าใจก็ดีแล้ว เด็กดี” ออสการ์พูดและขยี้หัวฉันเบาๆอย่างเอ็นดู “อ่า...แล้วเรื่องอ่านเขียนพี่จะเอาหนังสือมาวางให้นะ”

“แล้วพี่จะเดินทางเมื่อไรหรอค่ะ?” ฉันเอ่ยถามไปเสียงเบาๆ 

“อีก 2-3วันน่ะ พี่ช่วยเขาเช็คของ และเดินทาง ยิ่งไกลยิ่งได้เงินเยอะและคุ้มค่า แต่พี่จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเลย” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ

ในใจมันรู้สึกว่างเปล่าอีกครั้ง

“พี่ออสการ์หนูง่วงแล้วน่ะ ขอนอนก่อนเลยนะคะ”

“งั้นนอนก่อนได้เลยนะ เดียวพี่จะนั่งดูเอกสารอีกสักแปป และลงไปปรึกษาหัวหน้าด้านล่าง”

“ค่ะ” ฉันตอบสั้นๆและทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที…

ฉันหยิบสร้อยขึ้นมาเล็กน้อย อยากจะคุยกับเอวาตอนนี้เลย

‘พี่สาว?’ เอวาปรากฎตัวเงียบๆแต่ดูเหมือนพี่ชายจะไม่เห็น เขาอ่านแผ่นกระดาษอยู่

‘ฉันใช้เวตร์มนต์ไม่ได้เลยหรอ ไม่มีอะไรที่ฉันทำได้เลยหรอ?’ ฉันถามเอวาถึงสิ่งที่ทำได้ด้วยการคิด แต่เอวาก็ส่ายหน้า

‘พี่สาวธาตุว่างเปล่าแข็งแกร่งมาก ทำให้พี่ใช้เวตร์อื่นไม่ได้’

‘แล้วเวตร์ของฉันเป็นแบบไหนกันแน่ล่ะ?’ ฉันคิดในใจอย่างรู้สึกท้อขณะที่กุมสร้อยคอแน่น

‘เรื่องนั่น….พี่ต้องถามเจ้าของร่าง’ เอวาตอบแต่นั่นทำให้ฉันรู้สึกแย่กว่าเดิม ฉันพยายามทักทายไปหาโคลอี้ตัวจริงทุกๆวันแต่ไม่เคยติดต่อได้เลย และอี่วี่มักจะตอบคำถามแทนเสมอแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันไม่รู้อะไรเพิ่มนอกจากฉันจะต้องตายในอนาคต และตอนนี้ตัวฉันก็ยังเป็น

ภาระ

หัวใจของฉันมันหนักอึ้งด้านในอก...ถึงอยากจะร้องไห้แต่ตอนนี้ราวกับร่างกายสั่งไม่ให้ร้องไห้อีก...ฉันรู้ฉันเศร้ามาพอแล้ว แต่ทุกอย่างก็มีทั้งดีทั้งแย่

‘หลับเถอะครับพี่….’

“ฉันยังคงหวังเสมอว่าเมื่อตื่นขึ้นทุกอย่างมันจะกลายเป็นฝันร้าย”

เอวาลอยมาลูบหัวฉันเบาๆและค่อยๆหายไป ออสการ์ทำเพียงแค่หันมามองและอ่านหนังสือต่อ และฉันก็ต้องข่มตาให้หลับ


จากนักเขียน

สวัสดีค่า~ ตั้งแต่แต่งเรื่องมา ตอนแรกว่าจะแต่งเงียบๆ และลงทีเดียว ขายเป็นเล่มๆไปเลย แต่พอแต่งได้ 10 ตอน ก็รู้สึกอิจฉาคนที่แต่งแล้วมีคอมเม้นเอาใจช่วย

เราค่อนข้างไม่มั่นใจในงานของตัวเอง แต่ขอยอมรับตรงนี้ฉันร้อนเงินมากค่ะแต่ก็อยากให้ทุกคนรู้จักโคลอี้เลยว่าจะฟรีไปก่อน....ช่วง10ตอนแรก(รวมบทนำ) และจะตั้งแบบอ่านล่วงหน้าเสียเงิน แต่ก็จะฟรีทีหลังเป็นสัปดาห์แทน ตอนนี้แต่งตอนที่11-12 ถ้าลงทั้งหมดเราจะแต่งไม่ทันแล้วค่า...

และเมื่อคืนวาน...คอมพังแล้ว จากที่ร้อนเงินอยู่แล้วนี่ก็เพิ่มระดับความร้อนเงินขึ้นไปอีก

จะตั้งเวลาล่วงหน้ากับตั้งขายนิยายตอนนั้นๆในมือถือไม่รู้ว่าตั้งตรงไหน ก็เลยพับเรื่องการขายไปก่อนอย่างช่วยไม่ได้

จะแจ้งตั้งแต่ตอนที่8แล้ว แต่มือไวเกิน...กดอัพก่อนเฉยเลย

ตั้งแต่ตอนที่9 เราจะอัพทุกวันศุกร์ นะคะ~

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน❤


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #5 _ENG_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 08:30
    เเงคูมไรท์สู้ๆ!
    #5
    1