(หยุดอัพ)Relationship of the villains ถ้าเป็นนางร้ายในเกมส์โอโตเมะแล้วมันทำไมหรอ?

ตอนที่ 10 : 8 ::สาบานด้วยขนมปัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ก.ย. 63

“อ่าาาาาาาาาา”

“อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา”

หลังจากที่ฉันนั่งเล่าทุกอย่างให้ออสการ์ฟัง เขาดูจะพอเข้าใจได้แล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน แต่เขาก็ยังบ่นๆเกี่ยวกับน้องสาวที่เย็นชาแต่วันหนึ่งก็ร้องไห้ แล้วไม่คิดว่าจะเป็นคนที่น่าสงสารโดนสลับร่างมาน่ะสิ

“ขอโทษแทนโคลอี้…เออ…...ตัวจริงด้วยนะ” เขาพูดและก้มหัวให้ฉัน ขณะที่นั่งอยู่กับพื้นกลางคฤหาร์ที่ถูกเผา มันก็ดีแหละที่ ที่นี่ไม่มีอะไรเป็นเชื้อเพลิงด้านในเลยยังสภาพดีอยู่ ยกเว้นห้องที่อยู่ริมหน้าต่าง ที่น่าจะมีกลิ่นไหม้แรงมาก และหน้าต่างก็ถูกเผาไปด้วย

“.....ถึงพี่จะขอโทษไป ฉันก็อภัยให้เธอไม่ได้จริงๆค่ะ ยิ่งเมื่อกี้ติดต่อไป ไม่ยอมรับสายด้วย คนจะเป็นจะตายแท้ๆ!!” ฉันพูดด้วยความโมโหพลางทุบพื้น

“ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าชีวิตแม่งโหล่ยโท่ย แต่ไม่เห็นต้องหนีไปเลยนี่!! ถ้าสู้ด้วยกันมันต้องดีแน่ๆแต่ดันหนีเนี่ย ฉันตัดขาดยัยวิกตอเรีย เพื่อดูแลตระกูลโรชินันเต้ น่าน้อยใจนัก!!” ออสการ์ทุบพื้นด้วยความโมโหเช่นกัน

“ปากยัยนั่นบอกขอโทษ ขอโทษ แต่ดูตอนนี้สิเสวยสุขเลย ดีนะที่อีวี่ตอบกลับมาแทนฉันเลยรู้ว่าพ่อแม่ยังสบายดี ไหนล่ะคำรับผิดชอบที่เคยสัญญา ยัยคนเห็นแก่ตัว!!” ฉันทุบพื้นอีกครั้ง

“แถมยังให้คนอื่นมาตายแทน โดยไม่สำนึกเลย ไม่นึกว่าจะเย็นชาขนาดนี้ แล้วที่เล่ามาน่ะ ยัยนั่นทิ้งฉันไปหายัยวิกตอเรียโดยไม่ลังเลด้วยสินะ แย่ชะมัด!! ยัยนั้นไม่ใช่น้องสาวฉันตัดๆมันไปเลย” ออสการ์พูดอย่างเหลืออด

“ตัดๆมันไปเลย ยัยเลว!!” ฉันพูดเสริม

“พี่สาวคะ….ใจเย็นๆเถอะค่า” อี่วี่พูดพลางทำสีหน้าลำบากใจ ปกติฉันเห็นอีวี่กับเอวาได้คนเดียวแต่ตอนนี้ออสการ์เห็นได้ด้วยเพราะฉันขอร้องพวกเขา

“อี่วี่ พี่สาวใจเย็นไม่ได้หรอกก็ตั้งแต่สลับร่างก็นั่งซึมมาตลอด ปล่อยให้วันนี้เป็นวันปลดปล่อยอารมณ์ไปเถอะ” เอวาพูดเสริม ออสการฟังแล้วดูจะถูกใจสุดๆเลยว่าต่อทันที

“ใช่แล้วเอวา นายเข้าใจมนุษย์ดีนี่ จะเศร้าทั้งที่มันก็ต้องมีโกษร ความโกรษเนี่ยแหละแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าของฉันเลยล่ะ วันนี้ฉันทำยัยวิกตอเรียหน้าแหกได้ วันต่อไปฉันจะประกาศสงคราม ฮะฮะฮา!” ออสการ์พูดอย่างสะใจ บางทีเขาคงเล็งโอกาสมานานแล้ว แม้ตอนนี้เราจะห่อขนมปังแห้งแข็งๆกับน้ำเปล่าที่ได้จากแม่น้ำมากินกัน แต่สภาพคนอื่นมองคงเหมือนคนเมาที่นั่งสุ่มหัวด่าคนที่เกลียด

“พี่ออสการ์ พอแล้วค่ะ คิดมากก็ปวดหัวมีแต่จะบันทรจิตใจ ฉันไม่อยากนึกถึงยัยเลวนั่น แล้วเราต้องมาเริ่มต้นและกลายเป็นคนมีความสุขสุดๆ” ฉันพูดปลุกพลังให้ฮึกหึมขึ้นในตัวเอง และออสการ์ก็ว่าต่อด้วยเสียงดังลั่น

“ใช่แล้วก็ต้องลุกขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของตระกูลขึ้นผงาเสยหน้ายัยวิกตอเรียนั่น!!”

“เฮ้!!! ใช่แล้วเราจะทำให้มันเป็นจริง ฉันเองก็จะหาเงินเยอะๆและช่วยพี่พัฒนาตระกูล สาบานด้วยขนมปังนี่เลย”

“สาบานด้วยขนมปัง!!! เฮ้!!” เราทั้งสองพูดต่อกัน อี่วี่และเอวามองพวกเราอย่างเอือมๆ แต่เอวาก็ตบไหลผู้เป็นน้องสาวของตน

“แถวนี้มีแต่คนบ้า อย่าคิดมากเลยอี่วี่ พวกเขาร่าเริงก็ดีแล้ว”

“ค่ะ พี่เอวา….ร่าเริงก็ดีแล้ว ไว้หนูมีอะไรจะติดต่อพี่มาอีกทีนะคะ”

อีวี่พูดพร้อมหายไปทันที่ เอวาหันมามองทั้งสองคนที่กำลังตะโกนสาปแช่งวิกตอเรีย ถึงอย่างงั้น ...เธอก็หยุดร้องไห้แล้ว เอวารู้สึกวางใจเล็กน้อยจึงค่อยๆจางหายไปและ รอเธอเรียกเขาอีกครั้งหนึ่ง

------------------------

ตอนเช้า

พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกถึงพื้นแข็งๆที่เย็นเฉียบ เพลอหลับ….ฉันถอนหายใจนิดๆและเงยหน้ามองออสการ์ที่หลับไปเหมือนกัน แสงอ่อนๆด้านนอนบ่งบอกว่านี่ใกล้รุ่งสางแล้ว ก็นะไม่ได้เมาแต่เมื่อคืนรู้สึกได้ระบายความในใจออกไปสะหมด…

มันโล่งอย่างบอกไม่ถูกเลย

"พี่ออสการ์เช้าแล้วนะคะ" ฉันสะกิดออสการ์หน่อยๆ ซึ่งเขาก็ตื่นอย่างง่ายดายเลย

"ขอบใจ ห้าว… ไม่รู้ตัวเลยหลับไปตอนไหน" เขาตื่นขึ้นมาพร้อมห้าวทันที และค่อยลุกขึ้นบิดขี้เกียจ และลุกขึ้นราวกับไม่มีอะไร ตอนนี้ทุกอย่างยังคงว่างเปล่า แต่ฉันดีใจที่ได้ออสการ์มาเป็นพี่ชายของฉัน โลกนู่นฉันไม่เคยมีพี่เลย และมักจะได้รับการถนุถนอมจากพ่อแม่เสมอ ตอนนี้เลยรู้สึกดีนิดๆ

“โคลอี้ ตอนนี้ยังไม่รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร”

“คะ...ค่ะ!” ฉันตอบอย่างร้อนลนนิดๆ แต่ออสการ์ก็ยิ้มและลูบหัวฉัน

“ก่อนอื่นเลย น้องต้องไปขอโทษและขอบคุณทุกคนที่ช่วยตามหาเธอ พี่จะพาไปเอง” เขาพูดและยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน ฉันจึงพยักหน้าเข้าใจเขา และเดินตามออสการ์จนถึงม้าตัวหนึ่งที่เขาผูกมันไว้ข้างๆถังไม้เก่าๆ

“ให้อุ้มขึ้นไหม?”

“รบกวนด้วยค่ะ….” ฉันพูดก่อนจะโดนอุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย ฉันขี่ม้าเป็นครั้งแรกของชีวิต แม้จะหัวใจเต้นรั่วแต่ก็รู้สึกตื่นเต้น

“เธอเนี่ย...บางทีก็ขี้ขลาด แต่บางทีก็ใจกล้าน่าดูเลยนะ” ออสการ์พูดขณะที่เขาขึ้นมาขี่ซ้อนด้านหลัง แม้ตอนนี้ใจของฉันจะพยายามนึกว่ามันก็ง่ายเหมือนการขี่มอเตอร์ไซค์

และฉันก็คิดผิดอย่างแรง

“หวา! เร็วไปแล้ว!!”

"ฮะ!" ออสการ์ไม่ฟังคำพูดของฉันเลยสักนิดสิ่งที่เขาทำคือหัวเราะลั่นและควบม้าด้วยความเร็ว ฉันก็ชอบความเร็วนะ.. ตอนที่รู้สึกแย่ๆขับมอเตอร์ไซค์ให้ลมผ่านหน้ามันรู้สึกดี แต่กับม้าเนี่ย ไม่ใช่! ความรู้สึกไม่สมดุลและรู้สึกแทบจะกระเด็นได้ง่ายๆตลอดเวลานี้ มันทำฉันกลัว แต่พอเงยหน้ามองทางมันก็รู้สึกดี...ถ้าไม่ติดว่าออสการ์จงใจแกล้งฉัน

"ออสการ์!!! กริ๊ดดดด!!!"

ฉันดีใจมากๆที่เมืองมันอยู่ไม่ไกลดังนั้นจึงถึงเร็วมาก แต่ใจฉันยังสั่นและเสียงก็แหบไปนิดหน่อย แต่ตัวต้นเหตุยังคงหัวเราะอย่างสะใจ จนฉันหมั่นไส้เตะหลังขาฉันเขาเสียหลักเกือบล้ม

"หนอย…เริ่มมีเอาคืนแล้วล่ะสิ"

"ก็พี่เริ่มก่อนนี่!" เราเดินเถียงกันขณะที่เอาม้าไปฝากไว้ที่โรงเตี้ยม หลังจากที่ฉันเรียกว่าโรงแรมนั่นล่ะ…ดูเหมือนแถวๆนี้จะเป็นที่พัก ของพนักงานส่งของทั่วไป ดังนั้นจึงเห็นคนหน้าเดิมๆซ้ำๆ ไม่ต่างจากเมือวาน

"ออสการ์เห็นว่าเจอน้องสาวแล้วนี่" คุณลุงคนหนึ่งพูดขึ้นในชุดสบายๆ แต่ก็มีคนสวมชุดอัศวินอยู่แม้จะไม่ได้ใส่ชุดเกาะเต็มยศ แต่ก็ดูออกได้ง่ายๆจากดาบที่มีติดตัว (นี่มันใกล้ทางเข้าออกด้านหลังแล้วก็เป็นทางที่ใช้รับส่งของกันด้วย ก็เลยมีคนอยู่แถวนี้เยอะ)

"ขอโทษนะครับ ที่ทำให้เดือดร้อนแล้วต้องรบกวนทุกๆคน ขอบคุณจริงๆครับ" ออสการ์พูดโดยไม่โค้งตัวเขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย แต่ฉันก็ทำตัวให้สุภาพที่สุดและโค้งตัว

"ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนนะคะ" ฉันพูดพลางรู้สึกประหม่าในใจ แต่ยิ่งจ้องมองผู้คนฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนคนมั่นใจที่มีมันจะหดเล็กลงเรื่อยๆ

"โคลจัง" พอฉันเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นพี่สาวคนหนึ่งพุ่งตัวมาทางนี้ เธอกอดฉันพลางลูบหัวฉันอย่างปลอบประโลม

"อย่าหายไปแบบนั้นอีกนะ" พี่สาวพูด พอฉันเงยหน้ามองดีๆ พี่สาวร้านขายดอกไม้นั่นเอง

"ขอโทษค่ะ ..เออ…" ฉันพยายามนึกชื่อ แต่พอเงยหน้าไปทางออสการ์เขาก็ทำปากเหมือนชื่อให้ "พ...พี่แองเจล่า…."

"ปลอดภัยก็ดีแล้ว ห้ามหายไปอีกนะ ทุกคนเขาเป็นห่วง" เธอพูดพลางลูบหัว แต่ใจของฉันเต็มไปด้วยความงงงวย

ฉันพอเข้าใจว่าฉันสร้างความเดือดร้อนให้ทุกคน แต่ทำไมดูจะอัยศัยดีกับฉันจนน่าขนลุกเลย… พอจะหันไปมองออสการ์อีกครั้ง เขาก็เดินไปคุยกับคนอื่นสะแล้ว ไว้ถามทีหลังแล้วกัน

แต่พอฉันหลับตาลงอีกครั้ง… ฉันก็เห็นด้ายแดงแบบชัดเจน มากกว่าเดิม เมื่อเห็นฉันท่าทีเปลี่ยน แองเจล่าก็ดูจะกังวล

"จะว่าไปเมื่อวานโคลจังไม่สบายนี่ หรือว่ายังไม่หาย"แองเจล่าพูดพลางเอามือยกขึ้นมาวางบนหน้าผากของฉัน

ด้ายสีแดง ชัดเลย… มือซ้าย นิ้วนาง

สายตาของฉันไล่มองไปที่ปลายทางของเส้นด้าย

คือ...พี่ออสการ์

ฉันจะทำหน้ายังไงดีเนี่ย...จะตกใจก็มีเรื่องตกใจเยอะแล้ว จะหลุดยิ้มตอนนี้คนก็จะหาว่าเป็นบ้า แต่ว่า พอฉันเงยหน้ามองสีหน้าที่เป็นห่วงของแองเจล่าแล้ว คงต้องลองดูสักตั้ง

แต่ไม่ได้จะเป็นแม่สื่อหรอกนะ จะดูนิสัยของแองเจล่าต่างหาก!! ว่าแล้วฉันก็เดินไปสะกิดออสการ์ทันที โดยทิ้งให้แองเจล่างงๆกับการกระทำที่กระทันหันของฉัน

"พี่ออสการ์ คือว่าหนูจะลองเรียนรู้เรื่องรอบๆตัวก่อน หนูไปกับพี่แองเจล่านะคะ"

"อ่อ..ได้สิ แต่ห้ามหนีไปอีกนะ แล้วอย่ารบกวนแองเจล่ามาเกินไปด้วยล่ะ" ออสการ์พูดพลางพลักหัวฉันเบาๆ

"ค่า~" ฉันพูดพลางยิ้มร่านิดๆ ก่อนจะเดินไปหาแองเจล่า และพูดอย่างสดใสเช่นเดิม "พี่แองเจล่าวันนี้หนูไปที่ร้านได้ไหมค่ะ"

"อ่า ได้สิ" แองเจล่าพูดพลางลูบหัวฉัน การเป็นเด็กนี่มันดีอย่างงี้นี่เอง ถึงฉันจะบอกออสกาสไปว่าฉันอายุ23แล้วก็เถอะ แต่ออสการ์ก็ยังให้ฉันเป็นน้องสาว ตามอายุ มันคงจะๆไม่ดีเท่าไรที่ให้พี่น้องเรียกชื่อกัน และฉันก็ชอบเรียกออสการ์ว่าพี่ด้วย แล้วออสการ์เองก็ชอบที่โดนเรียกแบบนั้น เราเลยโอเคทั้งสองฝ่าย

และด้วยบางอย่างสายตาของทุกคนที่มองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกเอ็นดูแบบหลอนมาก...ปกติฉันไม่ทำตัวเป็นจุดเด่น จึงไม่แปลกที่จะไม่ชินสายตาพวกนี้สักนิด ด้วยความที่ฉันรู้ถึงอารมณ์ขึ้นๆลงๆของตัวเอง และมักสร้างความขัดแย้งกับคนอื่นบ่อยครั้งจึงปลีกตัวมาอยู่คนเดียว แล้วพบว่า มันโครตสบายใจ แน่นอนฉันไม่ได้เกลียดสังคมหรอกนะ การทำงานต้องอยู่ร่วมกับสังคม แค่ช่วงพักเท่านั้นที่ฉันไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาอันแสนสงบของฉัน นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกเดิม

ฉันเดินตามแองเจล่าที่กุมมือฉันแน่น พอเดินผ่านร้านนั่นร้านนี้ และฉันชี้ถามเธอก็ดูจะดีใจที่ฉันโต้ตอบมากกว่าคราวที่แล้ว แต่ก็ยังคงจับมือแน่น ท่าจะกลัวฉันหายไปจริงๆ

“ว้า...ถึงร้านสะแล้วเนอะ” แองเจล่าพูดอย่างเสียดาย และถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ถึงกระนั้นทันที่ที่เธอเดินเขามาในร้าน ทุกอย่างดูกลับมีชีวิตชีวาทันที

คราวนี้ฉันสำรวจรอบๆอย่างละเอียด เมื่อเธอเปิดประตูหน้า เข็นรถที่จัดเรียงดอกไม้ เป็นการบ่งบอก ร้านกำลังเปิด ฉันยังคงจ้องมองท่าทีที่คล่องแคล่วของเธอ เธอรดน้ำต้นไม้ บางต้นก็ฉีดน้ำเพื่อให้ชุ่มชื่น จากนั้นก็นั่งจัดดอกไม้ตามรายการที่แปะไว้ที่หลังร้าน

คืออยากช่วยนะ แต่พอมองแผ่นกระดาษแล้วฉันท้อเลย...อ่านไม่ออกไม่เข้าใจสักนิด ถึงฉันจะสามารถพูดภาษาเดียวกันได้อย่างไรปัญหาแต่ภาษาเขียน พูดถึงเรียนแล้วฉันก็ขี้เกียจทันที

ไม่น้า….เกลียดการเรียนมากกว่าการทำงานสะอีก…

ขณะที่ฉันร้องอยู่ในใจ และเดินดูกระดานไม้ที่แปะไว้ข้างๆ น่าจะเป็นราคาของดอกไม้แต่ล่ะชนิด ถึงจะเกลียดการเรียน แต่ความรู้มันก็จำเป็นจริงๆสิน้า…

“เป็นอะไรไปหรอ?” แองเจล่าพูดเมื่อเห็นฉันดูสนใจบางอย่าง

“คะคือ...นี่น่ะคะ...คืออะไรหรอ?” ฉันถามไปอย่างรู้สึกอับอายนิดหน่อย แต่คนมันไม่รู้ ไม่ผิดใช่ไหมล่ะ ถึงฉันจะไม่ชอบพึงพาคนแปลกหน้า แต่ฉันก็ต้องการความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจได้เท่าตัว นั่นเป็นจุดย้อนแย้งของฉัน และฉันรู้ตัวดี กับทุกๆข้อเสียของตัวเอง การกังวลที่ตัวเองต้องมานั่งเพลอทำผิดพลาดมันทำให้ไม่มีความสุขสะเปล่าๆ ฉันจึงเสียใจไม่น้อยเลย งานที่แสนเรียบง่ายในโรงงานแทบจะทำตัวเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่ต้องใช้ความคิดและครอบครัวที่เข้าใจฉัน ทั้งๆไม่เคยขอร้องกับชีวิตไปมากกว่านี้แท้ๆ

ว่าแล้วฉันก็ส่ายหัว จนแองเจล่าแสดงสีหน้ากังวล

“พี่แองเจล่า ช่วยสอนที่นะคะ ฉันไม่รู้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรเลย” และดูเหมือนการที่ฉันพูดออกไปแองเจล่าท่าจะตกใจอย่างไม่ปิดบัง

“เออ...โคลอี้ อายุเท่าไร” แองเจล่าถาม

“เออ….!!! ลืมไปแล้วค่ะ” ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจมากทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องสักนิด ก็มันช่วยไม่ได้ฉันลืมไปแล้วจริงๆ

“โคลอี้...คือว่าปกติที่เมืองนี้น่ะ พออายุ 5 ขวบทุกคนก็ถูกส่งเข้าเรียนพื้นฐานเริ่มอ่านออกเขียน แล้วเด็กบางคนยังอ่านหนังสือได้คล่องแคล่วตั้งแต่ยังไม่ถึง5 ขวบเลยนะ” แองเจล่าดูจะมีสีหน้าที่กังวลอย่างชัดเจน “เธอไม่รู้เรื่อง อ่านไม่ออกเลยจริงๆหรอ?”

“........” แองเจล่าส่งสายตามาอย่างไม่เชื่อสุดๆ ร้ายแรงขนาดนั้นเลยแหะ..ยังไงที่นี่ดูท่าจะให้ความสำคัญกับการศึกษาพื้นฐาน แต่จะยังไงก็ช่าง การที่ฉันที่ติดนิยายงอม มาอ่านหนังสือไปได้มันเป็นความขุ่นเคืองใจเล็กๆ...ถึงฉันจะอาจหมดความพยายามไปสะดื้อๆ แต่ก็คงต้องบอกว่าสิ่งนี้จำเป็นมาก จึงพยักหน้าตอบกลับไป “พี่...แองเจล่า...สอนไม่ได้หรอค่ะ..”

“เปล่าพี่แค่ตกใจน่ะ...โคลอี้เป็นถึงขุนนาง พี่คงคิดไปเองว่าเธอจะได้รับการศึกษาอย่างดี อย่างที่เด็กทั่วไปก็ได้รับ” คำพูดของแองเจล่าแทงเข้าอกฉันเต็มๆพาลจะรู้สึกร้องไห้ ไม่รู้ว่าเธอด่าฉันหรือสังเวชฉันกันแน่ แม้เธอจะยิ้มให้ฉัน แต่ก็อดรู้สึกว่าเรื่องนี้คงจะกลายเป็นแผลใจที่ตามติดฉันยันโตแน่ๆเลย

พ่อแม่ฉันเลี้ยงดี...แต่ฉันเนี่ยสิ...ไม่ไหวเอง

จะบอกว่า ไม่เอา เลย….พอจบมัธยมต้นฉันก็ทำงานเลยน่ะสิ แต่คงเอามารวมกันกับโลกนี้ไม่ได้

“เดียวพี่สอนเลขให้ระหว่างนี้แล้วกัน” หลังที่แองเจล่าคิดถี่ถ้วนแล้วเธอก็เริ่มสอนเลขฉันเป็นอันดับแรก 0-9 มันจำค่อนข้างง่ายและแจงเจล่าก็ดูพอใจสุดๆที่ฉันเรียนรู้เร็ว พอเริ่มจำได้ฉันก็ช่วยจัดดอกไม้ตามที่แองเจล่าบอกและแนะนำง่ายๆดอกไม้ง่ายๆจากความทรงจำที่เคยอ่านเจอ ถึงฉันจะไม่ใช้พวกหนอนหนังสือขนาดนั้น แต่อ่านเฉพาะที่ชอบแล้วดันมีเรื่องดอกไม้ก็เท่านั้นเอง ตอนนั้นฉันคิดว่ามันโรแมนติกดี เลยสนใจ ที่พ่อเอาดอกหน้าวัวให้แม่หลังวันปีใหม่ทุกปี ด้วยเหตุผล มันไม่เป็นมงคลถ้าจะให้วันปีใหม่ เลยให้วันที่สองแทน

แต่จริงๆความหมายของมันคือ รักที่มั่นคง

จากนั้นเลยหาความหมายดอกไม้ เลยพอจะรู้เรื่องบ้างแม้จะมีลืมๆก็ตาม แต่อันที่จำแม่นจนลืมไม่ลงก็มี ลิลี่หุบเขามีพิษอะไรแบบเนี่ย.. แต่ก็ไม่ถึงขึ้นรู้หมดหรอก แค่บางอย่างพื้นๆ แต่ก็พอที่จะช่วยขายดอกไม้ได้ล่ะนะ

 เราสองคนช่วยกันขายไปเรื่อย ดูท่างานจะยุ่งมากกว่าที่ฉันคิดเสียอีก จดรายการที่ต้องทำ แนะนำลูกค้า ใบหน้าที่ผิดหวังที่สินค้าไม่มีบ้างหมดบ้าง แถมต้องแบ่งเวลาไปดูแลเรือนกระจกด้านหลังด้วยตัวคนเดียวจากนั้นก่อนปิดร้านก็เตรียมดอกไม้สำหรับวันพรุ่งนี้

ยุ่งยากแท้

ฉันบ่นกับตัวเองเงียบๆ ฉันเองก็เคยขายของมาบ้าง เคยคิดว่างานหน้าเดียวรับมาขายไปจะง่ายเสียอีก เจอลูกค้าบ่นบ้างเรื่องมากบ้าง นี่มันเรื่องปกติที่คนขายของต้องเจอทั้งหมดเลย แน่นอนว่าร่างกายฉันใช้พลังงานหมดตัว แต่พี่สาวกลับทำหน้าเบ่งบานสุดๆ

“จริงๆไม่คิดว่าจะได้คนช่วยงานเลยนะเนี่ย โคลอี้เก่งจริงๆเลย” แองเจล่าพูดอย่างร่าเริงเมื่อเก็บร้านเสร็จก่อนฟ้าเริ่มมืด เธอก็ค่อยๆพยุงฉัน ที่เดินไปมาในร้านหยิบของให้ลูกค้าทั้งวันจนปวดขาไปหมด รู้สึกเหมือนโดนสูบพลังไปเลย แม้จะได้ความเอ็นดูอย่างเต็มเปลี่ยมจากแองเจล่า แต่ฉันดีใจไม่ออกเลยน่ะสิ…

ฉันถอนหายใจขณะที่แองเจล่าจูงมือฉันกลับไปที่โรงเตี๊ยม แต่ยังอดไม่ได้ที่จะมองด้ายสีแดงนั้น ที่ควรเป็นจุดประสงค์แรกที่ฉันเลือกจะมาร้านดอกไม้

ข้อเสียของฉัน...คล้อยตามคนอื่นได้ง่าย เปลี่ยนความสนใจรวดเร็วยิ่งกว่าแมว...และตัวขัดบรรยากาศ พูดจาผ่าคว้าซากอยู่บ่อยครั้ง

อย่างน้อยฉันต้องระวังเรื่องนี้ให้มากๆ ก่อนที่ทุกคนจะเกลียดเมื่อรู้จักตัวตนจริงๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น