คัดลอกลิงก์เเล้ว
Poker Face [Wheesa] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




Can You Keep Your Poker Face?



เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 มิ.ย. 62 / 16:27




          ค่ำคืนนี้มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับจองฮวีอิน


          สาวผมบลอนด์สั้นเจ้าของร่างเพรียวบางในชุดจัมพ์สีดำขาสั้นเผยเรียวขาเนียนสวย  ทับด้วยเสื้อสูทขนาดพอดีตัวสีเดียวกัน ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามผ่านกรอบประตูไม้สลักลายหรูหราที่ถูกเปิดกว้างต้อนรับการมาถึงของประธาน จอง กรุ๊ป แขกระดับวีไอพีเข้าสู่อาณาจักรแห่งการเดิมพัน


          เรนโบว์คาสิโน


          พนักงานหนุ่มในชุดเครื่องแบบของคาสิโนส่งยิ้มให้ฮวีอินอย่างคุ้นเคยเมื่อเห็นแขกประจำเดินเข้ามา เขาค้อมตัวให้เล็กน้อยคล้ายเป็นการทำความเคารพ ก่อนจะผายมือนำทางพาเธอไปยังโต๊ะที่เธอตั้งใจจะมาผ่อนคลายความเครียดจากงานเอกสารกองเท่าภูเขา


          เธอส่งกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบรรจุเงินสดหลายหลักให้แก่ชายหนุ่มก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ถูกจองเอาไว้ในชื่อของเธอในโต๊ะกลมตัวใหญ่ที่มีแขกชายหญิงนั่งอยู่ก่อนแล้วอีกหกคนและพนักงานชายอีกคนหนึ่งที่ยืนเตรียมพร้อมทำหน้าที่บริการให้แก่เหล่าผู้มีฐานะที่มาแสวงหาความตื่นเต้นในสนามโปกเกอร์นี้


          ฮวีอินทักทายผู้ร่วมโต๊ะทั้งหกคนโดยไม่ลืมที่จะถือมาดผู้บริหาร ก่อนที่ดวงตาทรงแอลมอนด์ของเธอจะกวาดไปพบเก้าอี้ว่างตัวสุดท้ายในโต๊ะที่เจ้าของของมันคงกำลังเดินทางมา


          พนักงานชายซึ่งรับกระเป๋าเงินสดของเธอไปก่อนหน้านี้ กลับมาอีกครั้งพร้อมถาดชิปซึ่งแปลงเป็นมูลค่าเท่ากันกับเงินสดที่เธอให้ไปในกระเป๋าส่งมอบให้กับเธอใช้ในการเล่นสนุกในคืนนี้ เขาค้อมตัวอีกครั้ง เตรียมตัวที่จะถอยออกไป แต่ฮวีอินกลับเรียกเขาไว้ด้วยชื่ออย่างคนคุ้นเคยกันเพื่อถามอะไรบางอย่าง


          “คุณอีริค อย่าเพิ่งไปค่ะ”


          “ครับ คุณจอง” เจ้าของชื่อเอ่ยรับ รอฟังว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไรอีก


          “เก้าอี้ตัวนั้น...” ฮวีอินชี้นิ้วไปยังเก้าอี้ว่างที่อยู่ห่างจากเธอไปสองตัว พร้อมเอ่ยด้วยเสียงกระซิบเพราะไม่ต้องการให้คำถามของเธอรบกวนบทสนทนาของแขกคนอื่นที่ร่วมโต๊ะกับเธอซึ่งกำลังออกรส “ของใครคะ”


          “ของคุณอันครับ” เขาตอบด้วยเสียงเบาอย่างเดียวกัน “คุณอันฮเยจิน”


          เพียงสิ้นคำตอบของชายหนุ่มประตูห้องสำหรับแขกวีไอพีก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งที่เพิ่งถูกกล่าวถึงก้าวเท้าเข้ามาเต็มไปด้วยความมั่นใจ โปรยรอยยิ้มหวานให้กับทุกคนในโต๊ะซึ่งหันไปมองต้อนรับผู้มาถึงเป็นคนสุดท้าย


          เรือนร่างสมส่วนถูกโอบรัดด้วยชุดเดรสเข้ารูปเปิดหลังสีดำเช่นเดียวกันกับเธอเผยส่วนเว้าโค้งของร่างกายและแผ่นหลังเปลือยเปล่าแก่สายตาของผู้จ้องมอง กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนยาวถึงกลางหลังสะบัดน้อย ๆ ตามจังหวะลงเท้าก้าวขา เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นสม่ำเสมอเมื่อหล่อนค่อย ๆ ย่างเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง ก่อนที่พนักงานหนุ่มที่เดินตามหลังหล่อนมาจะจัดการเรียงชิปในถาดวางไว้ข้างมือของหล่อนที่วางทับกันอยู่บนโต๊ะ


          อันฮเยจินหยุดเดินและนั่งลงแล้ว แต่เสียงรองเท้ากระทบพื้นตามจังหวะก้าวเดินของหล่อนยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของประธานจองกรุ๊ป ก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่านั่นไม่ใช่เสียงเดินของผู้หญิงที่เธอวางสายตาค้างอยู่ตอนนี้


          แต่เป็นเสียงหัวใจของเธอเองต่างหากที่กำลังสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งแค่เพียงเห็นใบหน้าของประธานบริษัท อัน คอร์เปอเรชั่น


          “สวัสดีค่ะทุกคน” หญิงสาวผิวแทนทักทายอีกครั้ง ก่อนที่หล่อนจะหยุดใบหน้าเคลือบรอยยิ้มและดวงตาน่าหลงใหลเมื่อกวาดมาถึงเธอ “สวัสดีค่ะคุณจอง”


          “สวัสดีค่ะคุณอัน” ฮวีอินยกยิ้มตอบกลับอย่างยินดี “ดีใจจังที่คืนนี้ได้ร่วมโต๊ะกับคุณอีกครั้ง”


          “ฉันต่างหากที่ต้องดีใจที่ได้เล่นกับคุณค่ะ คุณจอง” เสียงหัวเราะของหล่อนไพเราะยิ่งกว่าเครื่องดนตรีชนิดไหนก็ตามที่เธอเคยได้ฟัง “ยังไงคืนนี้ก็ช่วยออมมือให้ฉันซักนิดนะคะ”


          “คุณอันเองก็อย่าหนักมือกับฉันมากนะคะ ที่นี่ใครก็รู้ว่าคุณคือเซียนโปกเกอร์”


          “เซียนน่ะมันคุณค่ะคุณจองฮวีอิน” ฮเยจินระบายเสียงหัวเราะเบา ๆ “ครั้งที่แล้ว ฉันก็เกือบหมดตัวเพราะคุณ จำไม่ได้เหรอคะ”


          “ครั้งที่แล้วฉันคงมีโชคด้วยส่วนหนึ่งค่ะ... แต่คุณก็รู้ โชคไม่ใช่ทั้งหมดของโปกเกอร์”


          “จริงค่ะ คุณพูดถูก” หญิงสาววาดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะหยุดสนทนากับเธอไว้เพียงเท่านั้น “เราเริ่มเล่นกันเลยดีกว่าค่ะ”


          พนักงานหนุ่มผู้ทำหน้าที่ดีลเลอร์ประจำโต๊ะเริ่มสับไพ่ก่อนจะแจกจ่ายให้แก่แขกในโต๊ะคนละสองใบ และสงครามในสนามโปกเกอร์แห่งนี้ก็เริ่มต้นขึ้น


          ฮวีอินวางฝ่ามือลงบนไพ่ที่ได้รับแจก นิ้วโป้งงัดมุมไพ่ให้แง้มขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อดูว่าสิ่งที่เธอได้มามันน่าจะเล่นต่อไปหรือเปล่า


           สิบโพธิ์ดำ  กับ คิงโพธิ์แดง นับว่าเป็นไพ่ที่ไม่เลว


          คู่ต่อสู้คนแรกเริ่มวางเดิมพัน รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนริมฝีปากของชายวัยกลางคนเมื่อเขาโยนชิปเข้ามากลางวงด้วยความมั่นใจ


          มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างการข่มขวัญกับคนที่เก็บสีหน้านิ่งเรียบภายใต้ Poker Face ไม่เป็น


          และฮวีอินคิดว่าเขาเป็นอย่างหลัง ไพ่เขาคงดีไม่น้อย แต่ไพ่ของเธอก็นับว่าดีไม่แพ้กัน


          ผู้เล่นตามลำดับเข็มนาฬิกาคนต่อไปมองไพ่สองใบในมืออย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจคว่ำไพ่ลงกับโต๊ะแล้วส่ายหน้าเบา ๆ เป็นสัญลักษณ์ว่าตานี้เขาขอยอมแพ้ ให้คนถัดจากเขาซึ่งเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมีอายุได้เล่นต่อ โดยหล่อนไม่ใช้เวลาคิดให้ยากก่อนจะหยิบชิปจากถาดออกมาวางตรงหน้าตามจำนวนเดิมพันที่ผู้เล่นคนแรกตั้งไว้


          และตาถัดมาเป็นคราวของอันฮเยจิน สาวผิวสีน้ำผึ้งครุ่นคิด ดวงตาจับจ้องไปที่หน้าไพ่ในมือ และหล่อนก็เผลอแสดงอาการที่ทำให้ฮวีอินรู้ว่าไพ่ของหล่อนคงยากที่จะเล่นต่อแล้วจะชนะในตานี้


          นิ้วชี้ของมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือไพ่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะตลอดช่วงเวลาที่หล่อนใช้ความคิด


          และอย่างที่ฮวีอินคาด หญิงสาวหมอบไพ่ลงกับโต๊ะเป็นการออกจากเกมในรอบนี้


          “ตานี้โชคยังไม่มาที่ฉันค่ะ” หล่อนว่าเคล้าเสียงหัวเราะน้อย ๆ ก่อนที่จะผู้เล่นจะย้ายมาที่คนถัดไป


          จากการที่ผ่านสนามโปกเกอร์มาหลายสนามกับอันฮเยจิน ทำให้ฮวีอินรู้ว่าหล่อนเป็นมือโปกเกอร์ที่รู้จักการเก็บรอยยิ้มไว้ในใบหน้าเรียบเฉยได้อย่างแนบเนียน แต่เพราะการที่เธอเฝ้าสังเกตอาการท่าทางของหล่อน เธอจึงได้รู้ว่าหล่อนยังมีจุดอ่อน


          การที่นิ้วเผลอเคาะโต๊ะนั่นคือการแสดงออกว่าไพ่ที่ขึ้นอยู่บนมือไม่เป็นไปอย่างใจคิด คือจุดอ่อนที่พอจะทำให้เธอจับทางการเล่นของผู้หญิงคนนี้ได้


          ผู้เล่นที่นั่งถัดจากฮเยจินตัดสินใจวางเงินตามเดิมพัน และผู้เล่นที่อยู่ทางขวามือของฮวีอินก็ทำอย่างเดียวกัน เมื่อถึงตาของสาวผมบลอนด์ เธอก็ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ เพราะเธอตั้งใจไว้แล้วว่าเธอจะสู้ ฮวีอินจึงโยนชิปตามเดิมพันเข้าไปที่กองกลาง


          เมื่อผู้เล่นทุกคนได้เดินเกมของตัวเองครบแล้ว ดีลเลอร์หนุ่มก็หยิบสำรับไพ่ขึ้นมา เปิดไพ่ขึ้นมาสามใบวางไว้ตรงกลางเพื่อให้คนที่นั่งล้อมโต๊ะได้เห็นอย่างทั่วถึง


          เจ็ดข้าวหลามตัด สิบดอกจิก คิงข้าวหลามตัด


          ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย ฮวีอินกำลังยิ้ม เธอมีลุ้นที่จะได้ในเกมนี้


          อย่างน้อยก็มั่นใจได้แล้วว่าหล่อน มีคู่คิง และ คู่สิบ ถ้าหากในที่นี้หลังจากเปิดไพ่กองกลางเพิ่มอีกสองใบแล้วไม่มีใครมีไพ่ที่ชุดใหญ่กว่า อย่างสเตรทที่เป็นเลขเรียงกัน หรือฟลัชที่หน้าดอกไพ่เหมือนกัน เธอก็จะเป็นผู้เก็บชิปในกระดานนี้ไป


          แต่โปกเกอร์ด่วนดีใจไม่ได้ เธอรู้ดี...มันต้องรอให้จบเกม


          ผู้เล่นสามจากหกคนที่เหลืออยู่ในเกมตัดสินใจหมอบไพ่หลังจากได้เห็นหน้าไพ่กองกลางทั้งสามใบ ชายหนุ่มผู้เล่นที่นั่งข้างเธอตัดสินใจเกเงินเดิมพันเพิ่มอีก ฮวีอินต้องตัดสินใจว่าจะเพิ่มเงินตามเพื่อเล่นต่อ หรือหมอบไพ่ยอมแพ้ไป


          ดวงตาทรงแอลมอนด์เหลือบขึ้นหลังจากมองไพ่ในมือ ตอนนั้นเองที่เธอสบเข้ากับดวงตาของหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งที่นั่งไขว่ห้าง กอดอก อมยิ้มรอดูการติดสินใจของเธอ


          ฮวีอินคลี่ยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบชิปของตัวเองลงตามเงินเดิมพันที่ถูกเพิ่มขึ้นมา และผู้เล่นคนที่อีกคนที่เหลือเป็นสามคนสุดท้ายของกระดานนี้ก็ตัดสินใจอย่างเดียวกัน


          ไพ่ใบที่สี่ที่เปิดขึ้นมากลางโต๊ะคือ ห้าโพธิ์ดำ และในการเล่นครั้งนี้ไม่มีใครเกเงินเดิมพันเพิ่ม รอบของเกมจึงมีแต่ผู้เล่นเอ่ยผ่านไปเพื่อให้ดีลเลอร์ได้เปิดไพ่ใบที่ห้า เก้าโพธิ์แดง


           ฮวีอินเกเงินเพิ่มอีกครั้ง ทำให้ผู้เล่นหนึ่งในสองคนซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ของเธอยอมแพ้หมอบไพ่ไป เว้นแต่ชายหนุ่มที่นั่งข้างเธอที่ลงเงินตามเธอมาเพื่อหวังจะได้วัดกันว่ากระดานนี้ใครจะเป็นคนเก็บชิปทั้งหมดในกองกลางนั้นไป


          และแน่นอนว่าเกมนี้เป็นของฮวีอิน เพราะไพ่ที่เธอถืออยู่คือ สิบโพธิ์ดำ และ คิงโพธิ์แดง ซึ่งเข้าคู่กับ สิบดอกจิก และคิงข้าวหลามตัดที่หงายหน้าอยู่กลางวง ในขณะที่เขาได้เพียงแค่คู่เจ็ดและคู่เก้าเท่านั้น


          แม้จะได้สองคู่เหมือนกัน แต่คู่ของฮวีอินก็ใหญ่กว่า เธอจึงเป็นผู้กุมชัยชนะไปในรอบนี้


          เกมรอบต่อไปเริ่มต้นขึ้นโดยไม่รอช้า


          ครั้งนี้ไพ่ที่ขึ้นมือฮวีอินก็ยังคงเรียกรอยยิ้มขึ้นภายใต้ใบหน้าโปกเกอร์เฟซเหมือนครั้งก่อน เพราะไพ่ที่เธอถือในเกมนี้คือ หกข้าวหลามตัด และ หกดอกจิก แม้เลขไพ่จะไม่สูงมาก แต่อย่างน้อยเธอก็ยังรู้สึกว่าน่าลุ้น


          ผู้เล่นเริ่มต้นขยับตามเข็มนาฬิกาไปยังคนถัดไปจากผู้เล่นคนแรกของเกมก่อน เขาหมอบไพ่ลงด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์


          ฮวีอินจับตาดูท่าทางของอันฮเยจิน ครั้งนี้หล่อนไม่เคาะโต๊ะทำให้เธอได้รู้ว่าไพ่ที่หล่อนถือไว้ในมือสามารถพาหล่อนชนะเกมนี้ได้


          เมื่อผู้เล่นได้เดินเกมจนครบวงดีลเลอร์ก็เปิดไพ่ขึ้นมาสามใบที่กองกลาง


          หกโพธิ์แดง ห้าโพธิ์แดง และ เก้าโพธิ์ดำ


          ฮวีอินยังคงซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจอย่างเคย เผยเพียงแต่รอยยิ้มตามอัธยาศัยให้กับผู้เล่นคนอื่นในวงที่กำลังเดินเกมของตัวเอง


          อีกครั้งหนึ่งที่เธอจับจ้องการเล่นของผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งที่อยู่ตรงหน้า หล่อนบอกผ่านไม่เพิ่มเดิมพัน และผู้เล่นในรอบนั้นก็ตัดสินใจที่จะไม่เพิ่มเงินรวมถึงตัวเธอด้วย


          ไพ่ใบที่สี่หงายขึ้นมาเป็น เจ็ดโพธิ์แดง


          ผู้เล่นคนอื่นตัดสินใจหมอบไพ่ยอมแพ้กันไปทั้งหมดในรอบนี้ เหลือเพียงแค่เธอและอันฮเยจินที่ยังคงถือไพ่ไว้บนมือ


          ฮวีอินเดาไม่ออกว่าผู้หญิงตรงหน้าถืออะไรอยู่ แต่ก็คงต้องดีมากไม่อย่างนั้นหล่อนคงไม่เพิ่มเดิมพันขึ้นมาสูงขนาดนี้


สาวผมบลอนด์เหลือบขึ้นสบนัยน์ตาสีน้ำตาลที่รอดูการตัดสินใจของเธอพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ใจหนึ่งเธอก็อยากจะหมอบไพ่เพราะท่าทางมั่นใจของอันฮเยจินที่เธอเห็นอยู่มันพอจะบอกได้ว่าหล่อนคงมีโอกาสชนะสูง


แต่เธออยากจะลุ้นไพ่ใบสุดท้าย


ถ้ามันเป็น หกโพธิ์ดำ เธอก็มีโอกาสชนะเช่นกัน เพราะบนกระดานนี้จะมีไพ่แต้มหกขึ้นครบทุกดอก นั่นหมายความว่า เธออาจจะชนะด้วยโฟร์การ์ด


เธออยากจะเสี่ยง เพราะเกมมันจะสนุกก็เพราะความตื่นเต้นแบบนี้


ดีลเลอร์หนุ่มเปิดไพ่ใบที่ห้าขึ้นมาเมื่อฮวีอินโยนชิปเพิ่มตามเดิมพันที่คู่ต่อสู้ของเธอเรียกมา และมันคือ หกโพธิ์ดำ อย่างที่เธอต้องการ


ไพ่โฟร์การ์ดนับว่าเป็นไพ่ชุดที่ใหญ่พอสมควร และเธอมั่นใจว่ากระดานนี้ชิปทั้งหมดจะต้องเป็นของเธออีกครั้ง


แต่โปกเกอร์มันด่วนดีใจไม่ได้จริง ๆ เพราะชัยชนะที่เหมือนจะเข้ามือเรา มันอาจจะถูกคนอื่นคว้าไปต่อหน้าต่อตา เหมือนอย่างที่ชิปทั้งหมดบนโต๊ะนี้ถูกอันฮเยจินกวาดไปทั้งหมดเพราะไพ่ที่หล่อนถืออยู่


ฮวีอินส่ายหน้าเบา ๆ อย่างน่าเสียดาย เมื่อเห็นหน้าไพ่ที่หงายอยู่ตรงหน้าของผู้ชนะในกระดานนี้


สามโพธิ์แดง กับ สี่โพธิ์แดง และเมื่อรวมกับไพ่กองกลาง ห้าโพธิ์แดง หกโพธิ์แดง และ เจ็ดโพธิ์แดง มันรวมกันเป็นสเตรทฟลัชคือแต้มเรียงลำดับและดอกไพ่เดียวกัน ซึ่งเป็นชุดไพ่ที่ใหญ่กว่าโฟร์การ์ดของเธอ




 

เกมแล้วเกมเล่าผ่านไป ผู้เล่นแปดคนก็เริ่มทยอยกันลุกจากโต๊ะไปทั้งเพราะพอใจในจำนวนเงินที่ได้แล้วและหมดตัว จำนวนคนเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือเพียงแค่เธอและอันฮเยจินที่ยังคงนั่งอยู่เป็นสองคนสุดท้าย


“คืนนี้โชคเข้าข้างคุณนะคะ” ฮวีอินเริ่มบทสนทนาระหว่างที่รอให้ดีลเลอร์สับไพ่และแจกไพ่เกมใหม่ “คุณกวาดไปเยอะเลย”


“คุณก็กวาดไปไม่น้อยเหมือนกันนั่นแหละค่ะคุณจอง” หล่อนว่าพลางเท้าคาง มองหน้าสบดวงตาทรงแอลมอนด์ของคู่สนทนา “แต่ว่าเกมนี้คงจะเป็นเกมสุดท้ายของฉันแล้วล่ะค่ะ ฉันพอแล้ว”


“ใจตรงกันเลยค่ะคุณอัน ฉันก็กะจะหยุดแล้วเหมือนกัน” เธอมองดีลเลอร์ที่เริ่มแจกไพ่ก่อนจะหันสายตากลับมามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อมีความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัวของเธอ 


“ไหน ๆ ก็จะเป็นเกมสุดท้ายของเราแล้ว เรามาเดิมพันอะไรที่มันมากกว่าเงินดีมั้ยคะ”


“น่าสนใจนะคะ” สาวผิวแทนขยับร่างกายเปลี่ยนท่านั่งใหม่ ดวงตายังไม่ยอมละไปจากใบหน้าของเธอ “คุณอยากจะเดิมพันด้วยอะไรดีคะ...จอง กรุ๊ป ดีมั้ยคะ ฮวีอินอ่า


ฮเยจินอ่า” ฮวีอินเรียกคู่สนทนาด้วยชื่อตัวของหล่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ให้หล่อนได้รู้ว่าหล่อนควรจะตั้งใจฟังสิ่งที่เธอจะพูดต่อ “คุณก็รู้ใช่มั้ยคะว่าฉันชอบคุณ ชอบตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรกที่งานเลี้ยงเมื่อปีก่อนเลย”


ครั้งแรกที่ฮวีอินได้พบกับอันฮเยจินคืองานเลี้ยงระดับผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้เมื่อปีก่อน ในฐานะประธานจอง กรุ๊ปที่เธอรับตำแหน่งต่อจากพ่อของเธอในวัย 24 ปี


ในงานสังคมที่เธอคุ้นชินกับการทักทายพบปะกับคนใหญ่คนโตจากทั่วประเทศ ดวงตาของเธอกลับถูกดึงดูดไว้ที่ผู้หญิงคนเดียว


อันฮเยจิน ประธานอัน คอร์เปอเรชั่นผู้รับตำแหน่งต่อจากพ่อของหล่อนในวัยไล่เลี่ยกันกับเธอ


หากแต่ตอนนั้นเธอกับสาวผิวแทนได้เพียงแต่ทักทายกันผ่าน ๆ ไม่ได้มีโอกาสจะได้สานสัมพันธ์ส่วนตัว จนกระทั่งความบังเอิญทำให้เธอได้มาเจอหล่อนที่คาสิโนแห่งนี้และเป็นคู่แข่งในเกมโปกเกอร์อยู่หลายหน จึงทำให้มีโอกาสพุดคุยกันมากกว่าการทักทายอย่างขอไปที


และทุกครั้งที่เจอกันที่นี่ ฮวีอินก็ไม่ลืมที่จะแสดงออกให้ฮเยจินรู้ว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อหล่อนมันคือความชอบพออย่างความรักใคร่ไม่ใช่ความชื่นชมอย่างทั่วไป


“ฉันรู้ค่ะ” ฮเยจินวาดรอยยิ้มขึ้นบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกก่อนจะเอ่ยตอบ


“ถ้างั้นเกมนี้ถ้าฉันชนะ...คุณต้องไปเดตกับฉัน” ฮวีอินวางเดิมพันให้หล่อนด้วยความมั่นใจ


“ได้อยู่แล้วค่ะ” ฮเยจินตอบตกลงเคล้าเสียงหัวเราะ และเมื่อเสียงทำนองนั้นหยุดลงหล่อนก็พูดต่อ “แต่ถ้าฉันชนะ ฉันขอจอง กรุ๊ปของคุณนะคะ ฮวีอินอ่า”


“ตกลงค่ะ” ในชั่วความคิดหนึ่งตอนที่เธอตกปากรับข้อตกลง ฮวีอินเผลอคิดถึงความคุ้มค่าของเดิมพันครั้งนี้


เธอกำลังจะยอมแลกบริษัททั้งหมดกับผู้หญิงคนนี้


แต่เพราะมันเสี่ยงแบบนี้ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เดิมพันครั้งนี้มันสนุกกว่าทุกเกมที่ผ่านมาในค่ำคืนนี้


เมื่อเดิมพันเป็นอันตกลงตรงกัน ฮวีอินก็หยิบไพ่ขึ้นมาตรงหน้า นิ้วโป้งค่อย ๆ คลี่เพื่อดูว่าไพ่ใบที่ซ้อนอยู่มีอะไรบ้าง และไพ่ที่อยู่ในมือก็ทำให้เธอมีหวัง


แจ็คโพธิ์แดง กับ ควีนข้าวหลามตัด


เมื่อเห็นไพ่ของตัวเอง ฮวีอินก็ไม่เงยหน้าขึ้นสังเกตอาการของคู่ต่อสู้ของเธอทันทีและเธอก็ยกยิ้มขึ้น


ฮเยจินกำลังเคาะนิ้ว


ฮวีอินเริ่มเกมด้วยการตั้งเดิมพัน และย้ายสายตามาจับจ้องสาวผิวสีน้ำผึ้ง รอคอยให้หล่อนเดินเกมของตัวเอง


“ตามค่ะ” ฮเยจินดันชิปเท่าจำนวนที่เธอเริ่มวางเดิมพัน


ดีลเลอร์พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มเปิดไพ่สามใบแรก


สิบโพธิ์ดำ แจ็คโพธิ์ดำ และ แจ็คข้าวหลามตัด


ฮวีอินมองไพ่ในมือของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองมือที่วางอยู่บนโต๊ะของฮเยจิน...หล่อนยังคงเคาะโต๊ะอยู่เหมือนเดิม


“ฉันเกเพิ่ม” ฮวีอินว่าพลางโยนชิปเพิ่มไปในกองกลาง


“ฉันตาม” ไม่รอให้เธอต้องรอนาน หล่อนก็โยนชิปเพิ่มเข้ามาอีกเช่นกัน


พนักงานหนุ่มหงายไพ่ใบที่สี่ขึ้นมา ควีนโพธิ์ดำ


ฮวีอินยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ เพราะตอนนี้ไพ่ที่เธอถืออยู่เมื่อรวมกับกองกลาง เธอจะได้ชุดไพ่ตองแจ็คและคู่ควีน ซึ่งนั้นจะทำให้เธอชนะด้วยไพ่ชุดฟูลเฮาส์


คืนนี้ฮวีอินมั่นใจ ว่าเธอจะได้พากลับบ้านทั้งเงิน และผู้หญิงคนนี้


“ออลอิน” สาวผมบลอนด์ผลักชิปทั้งหมดที่มีเข้ารวมเป็นกองกลาง เรียกให้ดวงตาของฮเยจินเงยขึ้นมาสบกับเธอ


“มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หล่อนเอ่ยถามอย่างขำขัน


“มากกว่าทุกเกมในคืนนี้เลยค่ะ” ฮวีอินมองตอบไม่ยอมละสายตา


ฮเยจินเหลือบก้มมองไพ่ของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจ


และตัดสินใจคว่ำไพ่ลงกับโต๊ะ


“เกมนี้คงไม่ใช่ของฉัน ฉันหมอบค่ะ”


สาวผมบลอนด์วาดรอยยิ้มกว้างจนลักยิ้มปรากฏชัดบนแก้มขวา เป็นรอยยิ้มที่ถูกวาดออกมาจากใจจริงครั้งแรกในค่ำคืนนี้ ก่อนที่ทั้งสองจะลุกขึ้นยืนและเรียกให้พนักงานมาจัดการนำชิปที่ได้มาพวกนี้กลับไปแลกเป็นเงินสดกลับมาส่งให้พวกเธอ


ฮวีอินเดินเคียงข้างกับคู่แข่งที่กลายเป็นคู่เดตในคืนนี้ออกจากห้องวีไอพีไปยังล็อบบี้ของคาสิโนเพื่อรอรับเงินสดที่พนักงานชายนำไปแลกให้


“ฉันขอไปห้องน้ำก่อนนะคะ” ฮเยจินกระซิบที่ข้างหูของเธอ ก่อนจะเดินหายไปหลังจากที่เธอพยักหน้ารับรู้


คล้อยหลังที่สาวผิวแทนหายไป พนักงานหนุ่มก็กลับมาพร้อมกระเป๋าบรรจุเงินสดของเธอและฮเยจิน เขายื่นให้เธอรับเอาไว้ ก่อนที่อีริคยิ้มให้กับเธอตามประสาคนคุ้นเคยกันและเริ่มพูดบางอย่าง


“ผมไม่ควรจะบอกคุณเรื่องนี้ครับคุณจอง แต่ผมอยากจะบอกให้คุณรู้” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “เอาหูมาใกล้ ๆ ครับ”


ฮวีอินทำตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อระยะห่างใบหูของเธอกับริมฝีปากของพนักงานหนุ่มอยู่ในระยะที่เสียงกระซิบจะดังชัดเจนพอดี เขาก็เอ่ยออกมา


“ไพ่ที่คุณอันถืออยู่ในตาสุดท้าย...คือ คิงโพธิ์ดำ กับ เอซโพธิ์ดำครับ”


ฮวีอินนิ่งใช้ความคิดชั่วครู่ เพื่อประมวลผลนึกย้อนกลับไปถึงหน้าไพ่ที่หงายอยู่บนโต๊ะทั้งสี่ใบอีกครั้ง


สิบโพธิ์ดำ แจ็คโพธิ์ดำ แจ็คข้าวหลามตัด และ ควีนโพธิ์ดำ


ทันใดนั้นเอง ดวงตารูปแอลมอนด์ของเธอก็เบิกกว้างเมื่อเธอเข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังบอกกับเธอ


ที่จริงเธอไม่ได้ชนะ...แต่ฮเยจินยอมแพ้ให้เธอต่างหาก


เพราะถ้าฮเยจินไม่หมอบไพ่ไปก่อน คนที่จะแพ้ในเกมนั้นจะต้องเป็นเธอเอง เพราะไพ่ชุดที่หล่อนจะถือก็คือ สิบโพธิ์ดำ แจ็คโพธิ์ดำ ควีนโพธิ์ดำ คิงโพธิ์ดำ และ เอซโพธิ์ดำ รวมกันเป็นไพ่ชุด รอยัลสเตรทฟลัช ซึ่งเป็นชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกมโปกเกอร์


แบบนี้ต่อให้เธอได้ฟูลเฮาส์ ก็ไร้ความหมาย


“ขอบคุณ” ฮวีอินยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนที่เข้าจะผละออกไป เหลือแต่เธอที่ยืนรอคู่เดตในคืนนี้ตามลำพัง


ตอนนั้นเองที่สาวผมบลอนด์ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หรือผู้หญิงคนนั้น หล่อนรู้มาตลอดว่าเธอสามารถจับทางหล่อนได้ว่าการเคาะนิ้วกับโต๊ะหมายถึงไพ่บนมือใช้ไม่ได้ ในเกมสุดท้ายหล่อนถึงตั้งใจเคาะเพื่อทำให้เธอเชื่ออย่างนั้นและเข้าใจผิดว่าหล่อนจะพ่ายแพ้


ไม่รู้ว่าเพราะเดิมหล่อนตั้งใจจะเอาชนะและฮุบกิจการของเธอไปจริง ๆ แต่เปลี่ยนใจทีหลัง หรือเพราะว่าหล่อนตั้งใจจะยอมแพ้ให้กับเธอในเกมนี้อยู่แล้วกันแน่


ไม่มีใครรู้ความจริงข้อนี้ เพราะมันถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของอันฮเยจิน


อ่า...ฮเยจินอ่า โปกเกอร์เฟซของคุณปั่นหัวฉันซะยุ่งเลย


เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะลงน้ำหนักตัวดังมาจากข้างหลังเป็นสัญญาณให้เธอรู้ว่าฮเยจินกลับมาแล้ว


ฮวีอินมองใบหน้าสวยที่เติมเครื่องสำอางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มที่แฝงความนัยว่าตอนนี้ เธอรู้ความลับของหล่อนเข้าแล้ว


อีกฝ่ายเพียงแต่ส่งรอยยิ้มกลับมา ก่อนจะเข้าควงแขนใต้เสื้อสูทซึ่งวางราบลำตัวของสาวผมสั้นอย่างคนสนิทสนม


“ฮวีอินอ่า มีอะไรคะ ทำไมมองฉันแบบนั้น” สาวผิวสีน้ำผึ้งเอ่ยถาม


“ไม่มีค่ะ” ฮวีอินยังคงยิ้มกว้าง


“แน่ใจนะคะ คุณเหมือนอยากจะพูดอะไรกับฉัน”


ฮวีอินอยากจะพูด...อยากจะพูดว่าเธอรู้แล้วว่าไพ่ที่หล่อนหมอบในเกมสุดท้ายคืออะไร


เธออยากจะถาม...ว่า ที่จริง คุณตั้งใจจะไปกับฉันตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยคะ


แต่สุดท้ายสาวผมบลอนด์ก็ส่ายหน้า ก่อนจะเริ่มออกเดินนำหญิงสาวที่ควงแขนของเธอให้ก้าวออกจากคาสิโนไปเคียงข้างกัน


“ไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่าจะพาคู่เดตของฉันไปที่ไหนก่อนดี”


 ให้เรื่องนี้มันเป็นความลับภายใต้โปกเกอร์เฟซของเธอก็แล้วกัน


“ฉันมีหลายที่เลย ที่อยากไปกับคุณ”

 




......................

ม่รู้ว่านี่คือฟิค หรือนิยายสอนเล่นโปกเกอร์แล้วนะคะ

เขียนจอยมานาน โชคดีที่ภาษาบรรยายยังไม่ขึ้นสนิมเท่าไหร่ 5555

แวะมาทักทายกันได้ที่ทวิตเตอร์ @2jeannjean นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เอ็นจอยค่ะทุกคน

 

        

               

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Siren006 / JeannJean จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 15:35
    รอค้าบบบ
    #4
    0
  2. วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 06:28
    แงชอบๆๆๆๆๆ
    #3
    0
  3. วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:57

    งุ้ยยยยย อยากรู้ว่าไปไหนกันต่อ เป็นกำลังใจให้นะคะะะะะ

    #2
    0
  4. วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:36

    ชอบคู่นี้
    #1
    0