[Fic EXO] PLANETS HISTORY {HunHan KrisYeol KaiDo}

ตอนที่ 25 : PLANETS HISTORY :: ที่ผ่านมา... ฉันแค่คิดไปเองใช่ไหม? 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 เม.ย. 56


24

ที่ผ่านมา... ฉันแค่คิดไปเองใช่ไหม?

น้ำตาใสไหลรินไม่หยุดเมื่อสิ้นถ้อยคำแห่งความคิดถึง มองชายร่างสูงด้วยดวงตาที่พล่ามัว ถามหัวใจตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม? ต้องทำอย่างไรให้แน่ใจ บังคับร่างกายให้ลุกขึ้น สองเท้าค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ชายตรงหน้า พร้อมยกมือสัมผัสแก้มใสของชายร่างสูงเบาๆ

“...” ดวงตาเรียบเฉยของชายร่างสูงแลมองมือสวยที่กำลังสัมผัสใบหน้าตน ก่อนมองใบหน้าชานยอลอีกครั้ง “นายเป็นอะไร?”

“ฉันก็แค่... อยากรู้ว่าตอนนี้ฉันไม่ได้ฝันไป... ใบหน้าของนายอุ่นเหลือเกิน... ต่างกับทุกครั้งที่ฉันฝันไปเมื่อไม่มีนาย แค่ได้สัมผัสใบหน้าของนายทีไร ร่างกายของนายจะหายไปทุกที...” ชานยอลเอ่ยบอกด้วยเสียงสั่น ดวงตาของตนสบดวงตาอีกคู่

“...” คริสได้แต่เงียบฟัง ไม่มีท่าทีใดๆ แสดงออกมา มีแต่ความเฉยชากับคนตรงหน้า

“...” ชานยอลเริ่มรู้สึกถึงความเฉยชา การกระทำนั้นที่ทำให้เค้าสับสน มือสวยค่อยๆ ลดลงจากใบหน้าอย่างช้าๆ

“นายมานั่งที่หน้าห้องของฉันมีอะไรหรือเปล่า?” คริสย้ำถามคำถามเดิมกับคนตรงหน้า

“ฮะ?” ชานยอลอุทานออกมาทั้งที่ตนได้บอกออกไปแล้วว่าคิดถึง แล้วกับท่าทางที่เย็นชาแบบนี้ของคริสทำให้ตนเจ็บแปลบไปทั้งใจ “ฉัน... ฮึ! ฉันมันโง่จริงๆ”

“หากไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวเข้าห้องก่อนนะ” คริสพูดตัดบทไปเสียดื้อๆ เค้าเดินเบียดชานยอลไปอย่างไม่สนใจ เพื่อที่จะเข้าห้องตน

“คริส!” ท่าทีในตอนนี้ของคริส มันทำให้เจ็บยิ่งกว่าความเฉยชา ถึงอย่างนั้นเค้าก็ยังต้องการที่จะถามเรื่องที่ค้างคาใจ “นาย... เคยคิดถึงฉันบ้างไหม?”

“...” คริสหยุดเดิน ก่อนเอียงใบหน้าไปด้านข้างเมื่อได้ยินสิ่งที่ชานยอลเอ่ยถาม

“ตั้งแต่คืนนั้น... ฉันเป็นห่วงนายมากมายแค่ไหนนายรู้บ้างหรือเปล่า? นายเดินห่างออกไปแบบนั้นทั้งที่มีฉันอยู่ข้างๆ ตอนนั้นน่ะ... ได้แต่คิดว่านายกำลังเจ็บปวด จริงๆ แล้วฉันก็เจ็บเหมือนกัน นายทำเหมือนกับว่าฉันเป็นเพียงใครก็ไม่รู้ที่ไร้ตัวตน ห่วงใยจน... จนเจ็บมาก...” ชานยอลระบายความรู้สึกของตนออกมา

“ฉันขอโทษนายล่ะกันที่ทำให้เป็นห่วง” เพียงคำพูดที่เรียบเฉยบอกออกมาจากชายร่างสูง ราวกับไม่มีความรู้สึกอย่างที่พูดแม้แต่น้อย

“แค่นี้น่ะหรอที่นายต้องการจะพูด?” ชานยอลเดินไปด้านหน้าคริส เอ่ยถามทั้งน้ำตา “นายเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่? โทรไปนายไม่รับ ส่งข้อความไปนายก็ไม่ตอบกลับ ฉันเป็นห่วงนายแทบตาย คิดถึงแทบขาดใจ... มันทรมานใจนะ! อยากรู้จริงๆ ว่านายเคยแคร์ฉันบ้างไหม?”

“...” คริสยืนฟังด้วยท่าทางนิ่ง แลสายตามองไปทางอื่น

เพี๊ยะ!

“...” ชานยอลตบใบหน้าคริสด้วยความโกรธ แต่ก็เจ็บเหมือนกันที่ทำลงไป เค้าเช็ดน้ำตาของตัวเอง มองใบหน้าคริส “ถ้าหากว่าไม่คิดจะรักกัน... แล้วนายจะมาทำทีเหมือนสนใจกันทำไม?” เสียงสะอื้นร่ำไห้ตัดพ้อด้วยคำถาม

“ฉันขอโทษล่ะกัน ที่ทำให้นายเข้าใจผิด” คริสกล่าวเพียงสั้นๆ

“ฉันเกลียดคำขอโทษของนายที่สุดเลยรู้ไหม? ที่ผ่านมา... มีแค่ฉันใช่ไหมที่เข้าใจผิดไป เข้าใจไปเองว่านายคงมีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันถึงได้มาวุ่นวายกันตลอดเวลา หรือความจริงแล้วที่นายทำไปเพราะแค่อยากสนุกไปวันๆ หากเป็นเช่นนั้นนายจะมาเล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังทำไม?” ชานยอลตะคอกใส่คริส เช็ดน้ำตาตัวเองอีกครั้ง

“ชานยอล...” ดีโอที่ต้องการมาหาชานยอล ครั้นเดินออกมาจากลิฟต์ได้ยินเสียงของเพื่อนตนก็รีบเดินมาในทันที “เกิดอะไรขึ้น?” เค้ารีบเข้าไปถามชานยอล ยิ่งได้เห็นน้ำตาของเพื่อนตนก็ยิ่งแปลกใจ

“แม้ว่าเสียใจที่นายหายไป แต่ก็ยังไม่ช้ำใจเท่าที่นายกลับมาแล้วแสดงท่าทีแบบนี้เลย ฉันไม่รู้ว่านายต้องไปเจออะไรมามากมายและทรมานแค่ไหน แต่ฉันก็พร้อมจะรับฟังและคอยเคียงข้างนายเสมอ... แต่ว่า... แต่ว่า... นาย... นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง...” ชานยอลไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป เพราะความเสียใจที่อัดอั้นในใจช่างเจ็บปวดเหลือเกิน

“ชานยอล...” ดีโอเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนของตนอย่างสงสาร

“...” สายตาสุดท้ายที่ชานยอลมองใบหน้าคริสด้วยน้ำตา บังคับใจให้เลิกมองเสียที ก่อนจะเดินห่างออกไป

“นายจะไปไหน?” ดีโอตะโกนถามชานยอล

“นายช่วยดูแลหมอนั่นทีนะ” คริสเอ่ยเสียงเรียบก่อนหยิบกุญแจห้องออกมาไข

“ไม่มีใครดูแลใครแทนได้หรอกนะ!” ดีโอกล่าวบอกเมื่อมองดูคริส “ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับชานยอล แต่คุณทำให้เค้ามีน้ำตาได้ยังไง? ชานยอลไม่เคยร้องไห้ให้พวกเราเห็นเลยสักครั้ง...”

“...” คริสนิ่งฟัง แม้กำลังจะเดินเข้าไปในห้องของตน

“ผมรู้แค่ว่า... เค้าคงรักคุณมาก... มากเสียจนยอมเสียสิ่งที่ต้องการและสิ่งที่เกลียดได้...” ดีโอพูดจบก็รีบวิ่งออกไปตามหาชานยอลทันที

สิ่งที่ดีโอพูดออกไปนั้น... ความต้องการคือการประกวดคิงที่ยอมถูกปลดเพราะช่วยคริสไว้ให้ได้ประกวดต่อ สิ่งที่เกลียดคือน้ำตา ชานยอลเคยบอกว่าน้ำตาคือความทรมานที่เค้าไม่ต้องการ ดังนั้นรอยยิ้มเท่านั้นที่เค้ารัก...

“ชานยอล... ชานยอล...” ดีโอลงมาถึงหน้าตึกของหอพัก ตะโกนเรียกเพื่อนตนที่กำลังเสียใจ “ชานยอล... นายอยู่แถวนี้ใช่ไหม? ตอบรับกันบ้างสิ!” ดีโอถามออกไปทั้งที่ไม่รู้ว่าเพื่อนของเค้าจะอยู่ใกล้ๆ จริงหรือเปล่า

“ฉันอยู่ตรงนี้...” ชานยอลเดินมาทางด้านหลังดีโอ เอ่ยบอกด้วยเสียงเศร้า

“ชานยอล...” ดีโอหันหลังกลับไปมองเพื่อนของตนในทันที “นายไม่เป็นอะไรนะ?” เค้าถามอย่างห่วงใย

“...” ชานยอลได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธไปมาทั้งน้ำตาซึม

“เจ็บมากหรือเปล่า?”

“...” ชานยอลพยักหน้ารับ ก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา

“แล้วนายจะทำอย่างไรต่อไป?”

“ฉัน... ไม่รู้...” ชานยอลตอบด้วยเสียงสั่น

“รักเค้ามากเลยใช่ไหม?”

“...” คำนี้ที่ดีโอได้เอ่ยถาม ทำให้ชานยอลถึงกลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โผเข้ากอดเพื่อนอย่างปวดใจ

“ชานยอล...” แม้จะยังไม่รู้ว่าเพื่อนตนรักคริสมากมายแค่ไหน แต่ก็คงรักไปแล้วไม่น้อย ถึงได้เสียน้ำตามากมายขนาดนี้

“ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร? เค้าเฉยชาเหลือเกิน... ดีโอ...” ชานยอลเอ่ยบอกทั้งเสียงสะอื้น

“ชานยอล...” ดีโอได้แต่ปลอบโยนเพื่อนของตน

จนกระทั่งฝนได้โปรยปรายลงมาในยามค่ำคืน ดีโอมองดูสายฝนที่เริ่มหนาตา เค้าจึงต้องรีบพาชานยอลกลับไปในหอพัก คืนนี้เค้าไม่กล้าที่จะปล่อยให้ชานยอลอยู่เพียงลำพัง จึงได้พาไปยังห้องของตน

ต่อให้เวลาของนาฬิกาจะหมุนผ่านไปเท่าไร ชานยอลก็ยังคงนอนไม่หลับ ได้แต่นอนร้องไห้เงียบๆ ดีโอรู้ดีว่าเพื่อนของเค้าในตอนนี้เสียใจแค่ไหน แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย ทำเพียงอยู่ข้างๆ ชานยอลพร้อมกับทเวจี…

ในขณะที่ชายร่างสูงเองยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง ภายในห้องที่เงียบงัน แม้จะอ่านไปยังไงใจก็ยังวุ่นวาย ไม่ได้จดจำตัวหนังสือที่อ่านไป เพราะภายในใจเห็นแต่ภาพชานยอลกำลังร้องไห้ เค้าจึงหยิบโทรศัพท์ของตนเปิดข้อความที่เคยอ่านไปแล้วทั้งหมดกลับขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

คริส... นายเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? หากนายอยากมีเพื่อนคุย ก็อย่าลืมนะว่ายังมีฉัน

คริสนายไม่เป็นอะไรแล้วนะ พอดีว่าฉันโทรไปแล้วนายไม่รับสายเลยเป็นห่วง กลัวว่านายจะเครียดจนไม่สบาย ตอนนี้อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว นายควรดูแลตัวเอง เดนนิส และคุณน้าเอลล่าด้วยล่ะ

นี่นายรู้ไหมว่า อีกแค่อาทิตย์เดียวจะถึงการแข่งประกวดคิงรอบสุดท้ายแล้วนะ หากนายไม่กลับมานายอาจจะถูกปลดก็ได้นะ แล้วอย่ามาร้องไห้ล่ะ! มันน่าเกลียด

นายจำไคได้ไหม? เค้าบอกว่าจะเลือกดีโอเพื่อนของฉันเป็นควีนด้วยล่ะ หากได้เป็นคิง! คู่แข่งคนนี้น่ากลัวมากนะ ฉันว่าพวกเราแพ้เค้าแน่เลย

คริส... วันนี้อากาศดีมากจริงๆ นายห้ามมีน้ำตานะ

“คริส... นายกำลังทำอะไรอยู่... นายมันคนเลือดเย็นจริงๆ ฉันโทรไปนายก็ไม่รับ ส่งข้อความไปนายก็ไม่ตอบกลับ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงนายแค่ไหน... ฉันต้องกังวลเรื่องของนายจนวุ่นวายใจ แล้วทำไมนายถึงได้แต่เงียบแบบนี้...”

สิ้นเสียงฝากข้อความสุดท้ายที่ชานยอลส่งมาหาเค้า คริสยังคงมองข้อความเหล่านั้นกลับไปกลับมา ก่อนละสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ขณะนี้มีฝนกำลังโปรยปรายเม็ดหนา จนค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไป...

 

เช้าวันรุ่งขึ้น...

คริสเดินออกมาจากห้องของตน ขณะที่ตนกำลังล็อคประตูอยู่นั้น ชานยอลเดินกลับมายังห้องพักด้วยดวงตาที่บวมช้ำ พบคริสที่กำลังเดินสวนมา ดวงตาทั้งคู่ต่างมองกันเล็กน้อย ก่อนที่คริสจะเดินผ่านไปราวกับคนไม่รู้จักกัน แม้หัวใจชานยอลจะถูกบีบแค่ไหน เค้าก็ได้แต่ยิ้มเล็กๆ หยิบกุญแจขึ้นมาไขประตูห้องของตนแล้วเข้าไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชายร่างสูงเดินทางมายังมหาวิทยาลัยแพลนนิท ขณะนั้นเค้าได้พบกับเซฮุนโดยบังเอิญ ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันหลังจากคืนวันงานวันเกิดเดนนิส คริสมองเซฮุนนิ่งก่อนจะทำเหมือนไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป

“ฉันขอคุยด้วยหน่อย!” เซฮุนเอ่ยบอกเสียงเรียบ

“ฮึ! ฉันคิดว่านายเกลียดฉันจนไม่อยากจะคุยด้วยเสียอีก” คริสกล่าว

“ที่จริงฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะ...”

“ฉันขอโทษ...” ขณะที่เซฮุนพูดอยู่นั้น คริสได้กล่าวแทรก

“ฮะ?” ทำเอาเซฮุนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“เรื่องนั้น... นายไม่ควรมารับรู้เรื่องเลย หากฉันควบคุมสติตัวเองได้นายก็ไม่ต้องมารับรู้”

“ต่อให้นายไม่พูด สักวันฉันก็รู้อยู่ดี! ตอนนี้ฉันทำใจได้บ้างแล้วล่ะ และนายไม่จำเป็นต้องมาขอโทษฉัน ใครจะผิดจะถูกเค้าก็ทราบดีอยู่ที่ใจ ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่ต้องการความสงสารหรือเห็นใจหรอกนะ”

“ฮึ! นายโตขึ้นมากแล้วจริงๆ สินะ” คริสยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ฟังสิ่งที่เซฮุนบอก

“ฉันไม่ได้จะคุยกับนายเรื่องพวกนี้!

“แล้วเรื่องอะไรที่นายอยากคุย?”

“จริงหรือเปล่าที่นายกลับประเทศจีน” เซฮุนกล่าวถาม

“ใช่! ฉันกลับไปประเทศจีนมา” คริสตอบเสียงเรียบ

“ฉันหมายถึงจริงหรือเปล่าที่นายกำลังจะกลับไปอยู่ที่ประเทศจีนน่ะ?” เซฮุนครั้นถามเสียงแข็ง

“...” คริสขมวดคิ้วมองใบหน้าเซฮุน

“ฉันถาม! นายก็ตอบมาสิ!” เซฮุนเร่งรัดเอาคำตอบ

“ใช่... ฉันกำลังจะย้ายกลับไปอยู่ที่ประเทศจีน” คริสเอ่ยตอบเสียงเรียบ

“ทำไม?” เซฮุนจ้องใบหน้าคริสแล้วย้อนถามอีกครั้ง

“นี่มันเรื่องส่วนตัวไม่ใช่หรือไง?”

“นายนี่มัน... อย่างน้อยนายก็ควรบอกเหตุผลว่าทำไม? เดนนิสก็เป็นหลานของฉันนะ!!” เซฮุนตกคอกเสียงดังใส่คริส เพราะแม้จะเกลียดคริสแค่ไหน แต่ถ้าจะให้จากกันไปทั้งๆ แบบนี้ก็ไร้เหตุผลสิ้นดี

“...” คริสเงียบ มองสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ของเซฮุนนิ่ง “ตอนนี้ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ” คริสกล่าวจบ พร้อมเดินห่างออกไป

“...” เซฮุนมองตามกำมือแน่น ขุ่นเคืองใจกับการตัดสินใจของคริสเป็นอย่างมาก

“มีอะไรหรือเปล่าเซฮุน?” เสียงใสจากชายร่างบางเอ่ยถามเมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าเซฮุน

“...” ดวงตาที่ขุ่นเคืองเมื่อครู่ละมองชายใบหน้าสวย ก่อนจะสงบใจตัวเองด้วยรอยยิ้มบางๆ “เปล่า! นายกำลังจะไปเข้าเรียนใช่ไหม?”

“อืม!” ลู่ฮานพยักหน้ารับเล็กน้อย

“ฉันสงสัยนายอยู่เรื่องหนึ่งมานานแล้วยังไม่ได้ถาม” เซฮุนกล่าวบอกพลางกอดอกจ้องหน้าลู่ฮานนิ่ง “ที่นายย้ายมาเรียนที่นี่น่ะ เรียนปีไหน? คณะอะไรหรอ?”

“เอ๋? นายไม่รู้หรอ?” ลู่ฮานย้อนถามด้วยใบหน้ามุ้ย “นายเป็นแฟนของฉันนะ!! นาย 303!!” เพราะความไม่พอใจ ลู่ฮานจึงหันกลับมาเรียกเซฮุนด้วยชื่อเก่าที่เคยเรียกคือนาย 303

“ก็ฉันไม่เคยถามนายนี่นา แล้วจะไปรู้ได้ไง?”

“เฮอะ!” ร่างบางสบถเสียงด้วยความเซ็ง “ฉันอยู่ปี 1 เพราะต้องเริ่มเรียนใหม่! เอกสาขาการแสดง ที่นี้รู้หรือยัง?”

“เข้าใจแล้ว... ไม่เห็นจะต้องโมโหเลยนี่นา” เซฮุนโน้มตัวเพื่อมองลู่ฮานที่กำลังทำสีหน้าบึ้งตึงใส่ตน “ไม่เอาน่า! ถ้าอย่างนั้นฉันขอไถ่โทษด้วยการเลี้ยงข้าว”

“...” ลู่ฮานเหลือบสายตามองค้อนเซฮุนนิ่ง ลังเลใจอยู่ชั่วครู่ จนตัดสินใจ “ก็ได้! แต่เปลี่ยนจากเลี้ยงข้าวเป็นพาฉันไปเที่ยวแทนนะ”

“ทำไม?” เซฮุนขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“ก็เพราะตั้งแต่ฉันย้ายมาเรียนที่เกาหลี ยังมีตั้งหลายที่ๆ ฉันอยากไปเที่ยวแต่ก็ยังไม่ได้ไป” ลู่ฮานกล่าวจบ เซฮุนไม่มีทีท่าว่าจะตกลง เค้ากลับเหลือบมองเซฮุนด้วยดวงตาใสๆ ของเค้าทั้งรอยยิ้ม “^ ^ นะ! นะๆๆ” พร้อมคำขออ้อนๆ (คิดภาพตามแล้วตายเลยจ้า! >///<)

“ยอมแล้วๆ ไปก็ได้! ถ้าไม่รักกันฉันไม่ยอมหรอกนะ!” เซฮุนกล่าวพลางเอียงใบหน้าไปทางอื่น

^w^” ลู่ฮานยิ้มกว้างด้วยความดีใจ กระโดดเข้าไปสวมกอดเซฮุน “น่ารักจริงๆ เลย” พอเลิกกอดก็เอ่ยชมพร้อมหยิกแก้มเซฮุนอย่างเอ็นดู

“อ๊าๆ มันเจ็บนะ!” เซฮุนโวยวาย

“ฉันไปเรียนล่ะ! เจอกันเย็นนี้นะ” ลู่ฮานก้าวถอยหลังเมื่อกล่าวบอกทั้งรอยยิ้ม ครั้นจบประโยคก็หันหลังเดินลั่นล๊าเข้าไปเรียนตามวิชาของวันนี้

“...” เซฮุนยืนกอดอกมองดูชายร่างบางพลางส่ายหน้าเล็กน้อย “อารมณ์แปรปรวนไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ”

แม้เซฮุนจะพูดออกไปอย่างนั้น ใบหน้าของเค้าก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งที่ในใจต่างมีเรื่องกังวลมากมาย แค่เพียงตอนนี้มีลู่ฮานมาเคียงข้างเค้าและคอยให้กำลังใจ ทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ด้วยดี...

ทุกสิ่งของความรู้สึกจากจิตใจนั้น ต่างคนต่างความคิด มุมมองกับการตัดสินใจ หนึ่งคนเลือกที่จะสู้เพื่อเผชิญหน้า... หนึ่งคนเลือกที่จะจากและห่างเหิน... หนึ่งคนเลือกที่จะเคียงข้าง... หนึ่งคนเลือกที่จะรอทั้งน้ำตา... แล้วอีกหลายคนก็ต่างเส้นทางของตัวเอง แม้ว่ามันจะเจ็บปวดหรือไม่ก็ตาม โดยไม่เคยมีใครรู้ว่ากาลเวลาจะนำพาอะไรมาหาเรา...

ขณะที่ชายอีกคนได้เก็บตัวเองอยู่ในห้องที่ไร้แสงสว่างและเงียบงัน นั่งจมอยู่กับความเศร้าและน้ำตา เพียงแค่คิดถึงแววตาที่เฉยชาของคนที่รอก็เจ็บในหัวใจ เหตุผลอะไรที่ทำให้เค้าเปลี่ยนไปมากมายถึงเพียงนี้ ก็ยากจะหาคำตอบ

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังจากภายนอกห้องของชานยอล เค้าหันมองไปตามเสียงเคาะ ลึกๆ ในใจคิดให้ความหวังว่าอาจจะเป็นคริสที่อยู่หน้าห้องของเค้าในตอนนี้ ชานยอลจึงรีบเช็ดน้ำตาก่อนวิ่งไปทางประตูห้องแล้วเปิดออกทันที

“...” ครั้นนาทีที่ได้พบคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง ความหวังก็พังทลายลงเมื่อไม่ใช่คริส มันทำให้เค้าตอกย้ำหัวใจตัวเองว่าโง่มากมายที่คิดไปแบบนั้น

“ชานยอล... นายร้องไห้ทำไม?” แบคฮยอนคือคนที่มาหา เมื่อได้เห็นน้ำตาของเพื่อนตนก็เอ่ยถามอย่างตกใจ

“ใครรังแกเพื่อนนายหรือเปล่า?” ตามด้วยเถาที่ยืนข้างกายแบคฮยอน เค้ากล่าวไปตามความคิดตน

“...” ชานยอลส่ายหน้าพลางเช็ดน้ำตาของตน

“อย่ามาโกหก!” แบคฮยอนไม่เชื่อชานยอล เค้าจับมือชานยอลไว้แล้วพาเดินเข้าไปในห้อง แบคฮยอนจับตัวเพื่อนตนนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้า “บอกฉันมาว่าเป็นอะไร?” เค้าถามครั้นเพื่อเอาคำความจริง

“...” ชานยอลเอาแต่ก้มหน้า ไม่พูดไม่จา

“...” เถาปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในห้อง นั่งลงบนเตียงนอน กอดอกมองไปทางแบคฮยอนและชานยอล

“ชานยอล... หากนายไม่ระบายออกมา นายจะยิ่งอึดอัดรู้ไหม?” แบคฮยอนกล่าว

“...” ชานยอลสะอื้นเล็กน้อย แต่ก็ไร้เสียงที่จะเอ่ยตอบ

“ชานยอล!” แบคฮยอนขมวดคิ้ว เรียกชื่อเพื่อนตนเสียงดัง

“นี่แบคฮยอนนายจะตะคอกใส่เพื่อนของนายทำไม?” เถาพูดแทรก “บางที... ตอนนี้เพื่อนของนายอาจจะยังไม่พร้อมเล่าให้นายฟังก็ได้”

“แต่ว่า...” แบคฮยอน

“นายจะให้เพื่อนนายเล่าให้ฟังทั้งๆ ที่ยังมีน้ำตาและเสียใจแบบนี้น่ะหรอ?” เถา

“...” แบคฮยอนมองชานยอลด้วยความสงสาร เค้าถอนหายใจเมื่อใจเย็นลงไม่บังคับให้ชานยอลต้องเล่าให้ฟังตอนนี้ “ฉันแค่ไม่อยากให้นายเก็บมันไว้คนเดียว... ขอโทษนะ...”

ดวงตาของชายสองคนได้แต่เฝ้ามองชานยอลที่กำลังเสียใจ แบคฮยอนเดินไปนั่งลงข้างๆ เถา รู้สึกเศร้าเมื่อได้เห็นน้ำตาชานยอลอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าความรักสามารถทำร้ายหัวใจบางๆ ของใครบางคนได้มากถึงเพียงนี้...” ชายตัวเล็กกล่าวเสียงเบาเมื่อมองชานยอล

“...” เถาละสายตามองแบคฮยอน

“ฉันกลัว... กลัวว่าสักวันฉันจะเจอกับความเสียใจ...” ชายตัวเล็กเอ่ยจบ หันใบหน้ามองชายที่นั่งเคียงข้าง

“...” ดวงตาคู่นั้นทำให้เถาไม่กล้าสบตา เค้าก้มใบหน้าลงพลางยิ้มเล็กๆ เพราะว่าตนเองก็ยังคงมีเรื่องปิดบังที่อาจทำร้ายจิตใจแบคฮยอนจนเสียน้ำตาได้ เค้าจึงไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไป

“พวกนายกลับไปกันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันอยากอยู่เพียงลำพัง” ชานยอลกล่าวบอกเมื่อหยุดร้องไห้ เค้ากล่าวแม้ไม่มองชายทั้งสองที่อยู่ในห้องตน

“ให้ฉันอยู่กับนายไม่ได้หรือไง?” แบคฮยอนย้อนถาม

“แค่นี้ก็ดีแล้ว แค่รู้ว่ายังมีคนที่คอยห่วงใยกัน ฉันก็ดีใจแล้วจริงๆ” ชานยอลกล่าวบอกด้วยรอยยิ้มเมื่อมองไปทางแบคฮยอน “ถึงวันนี้ฉันจะยังคงเสียใจและร้องไห้ หากแต่ต่อไปมันคงจางหายไปกับเวลา”

“ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ฉันไม่ชอบเวลาที่นายเสียใจแบบนี้ ช่วยกลับมาเป็นคนเดิมที่ร่าเริงและคลั่งเบเกอรี่จะได้ไหม?” แบคฮยอนเอ่ยบอก

“ฉันน่ะปาร์คชานยอลนะ! ^ ^” ชานยอลลุกขึ้นยืนเมื่อกล่าวจบพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“นายจะฝืนยิ้มไปทำไมกัน? แค่บอกฉันมาว่าใครรังแกนาย แล้วฉันจะไปจัดการให้!” เถาลุกขึ้นพรวด ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อืม! ก็ดี! นายลงไปดักรอหมอนั่นที่หน้าหอพักเลยนะ” แบคฮยอนพยักหน้าราวกับเห็นด้วย

“ฉันจะอัดหมอนั่นให้เละไปเลยล่ะ” เถาพูดจบอย่างมาดมั่นแล้วเดินออกไปจากห้องของชานยอลทันที

ปัง!

“แล้วเค้ารู้จักคริสแล้วหรอ?” ชานยอลหันไปถามแบคฮยอนอย่างสงสัย

“ฮึ! ต่อให้เคยเห็นหน้าหรือว่าคุยด้วย หมอนี้ก็จำไม่ได้หรอก!” แบคฮยอนตอบสีหน้านิ่ง พลางกอดอก

^ ^” ชานยอลเผยยิ้มอีกครั้ง แม้ว่าแบคฮยอนและเถาจะเหมือนคู่ที่มาวุ่นวายกับเค้า แต่ก็บันทอนความรู้สึกเศร้าให้หายไปได้ในช่วงนาทีนี้

ขณะเดียวกันกับเถาที่ออกมาจากห้องของชานยอล เค้าเดินไปทางลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้น 1 ต้องการที่จะรอจัดการกับคริส แต่เค้าไม่รู้เลยว่าช่วงที่ออกมาจากห้องชานยอลนั้น คริสเดินกลับมาที่ห้องของเค้าพอดี แม้เถาจะเดินห่างออกไปไกล คริสหยุดมองจนไม่อาจจะละสายตาและปัดความสงสัยในใจไปได้ว่าผู้ชายคนนี้คือใคร มาทำอะไรที่ห้องของชานยอล

สองคิ้วขมวดเข้าหากัน หันหน้ามาที่หน้าประตูห้องชานยอล ยืนกอดอกมองนิ่ง ก่อนจะเลิกใส่ใจเดินหันหลัง ไขกุญแจเพื่อเข้าไปในห้องของตน แต่ใบหน้าเค้าก็ยังคงบึ้งตึง วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ เดินวนไปมาในห้อง ก่อนจะเดินตรงไปทางเตียงนอน คว้าตุ๊กตาลิงฉีกยิ้มที่เค้าซื้อให้ชานยอลขึ้นมาจ้องหน้านิ่ง

“ฉันจะทำอย่างไรกับนายดีฮะ?” คริสเอ่ยถามกับเจ้าตุ๊กตาลิงฉีกยิ้มตัวนั้น “ไหนบอกว่าคิดถึง... อีกทั้งมาร้องไห้ต่อหน้าของฉัน... แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?” พูดจบคริสยกมือขึ้นดีดหน้าผากตุ๊กตาลิงทันที ก่อนจะโยนมันลงไปบนเตียงตามเดิม

ชายร่างสูงทิ้งตัวนอนบนเตียงนุ่ม มองไฟในห้องตัวเอง ก่อนเอียงใบหน้ามองตุ๊กตาลิงฉีกยิ้มที่นอนอยู่ด้านข้าง

“จะยิ้มจะทำไมหนักหนา? อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจได้ไหม?” เค้าพูดกับมันด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “หันหน้าไปทางอื่นเลย” ว่าแล้วคริสก็จับตุ๊กตาลิงนอนคว่ำหน้า ส่วนตัวเค้าเองก็นอนหันหลังให้เช่นกัน

กับเวลานี้ที่ชายอีกคนต้องนอนเหงาภายในห้อง 505 ยามที่เพื่อนของตนได้กลับไปแล้ว ร่างกายนอนพลิกไปมา แม้ว่าจะบังคับตาข่มใจให้หลับยังไงก็ทำไม่ได้ เพราะใจตอนนี้มีแต่คิดถึงคนบางคนอย่างเจ็บปวด เค้าดันกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางประตู เอื้อมมือบิดลูกบิดเพื่อเปิดออก

ความบังเอิญของชายทั้งสองได้พบกัน ดวงตากลมโตมองใบหน้าชายร่างสูงผู้มีสีหน้าเฉยชา ก่อนละสายตาไปทางอื่น พวกเค้าต่างออกมาจากห้องเพียงเพราะไม่อยากอยู่ลำพังด้วยความเหงา ชานยอลรีบปิดประตูห้อง เดินก้มหน้าไปทางลิฟต์ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แค่ได้เห็นหน้าชายคนนั้นแล้วก็กลัวว่าจะเจ็บไปกว่าเดิม

คริสเดินไปทางลิฟต์เช่นเดียวกับชานยอล ดวงตาละมองไปทางอื่นแต่ก็แอบชำเลืองมองชานยอลในบางวินาที ขณะที่ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ บรรยากาศช่างแสนอึดอัด ร่างกายของชายทั้งสองต่างหายใจอย่างยากลำบาก ครั้นยามประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ชานยอลได้แต่ยืนนิ่งราวกับคนที่เม่อลอย จนคริสเดินเบียดออกไป

“คริส...” เสียงทุ่มเอ่ยเรียกชายร่างสูงแผ่วเบา ดวงตาเศร้ามองตามจนลิฟต์ค่อยๆ ปิด แต่แล้วประตูลิฟต์กลับเปิดอีกครั้ง ชานยอลวิ่งออกมาในทันใด สองเท้าก้าวตรงไปหาชายร่างสูง ยามอยู่ใกล้ก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือใหญ่ไว้ “คริส...”

“...” ใบหน้าชายร่างสูงเหลียวมองคนที่เรียกตนไว้ พลางละสายตามองมือที่กำข้อมือเค้าแน่น “มีอะไร?”

“นายจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม?” ชานยอลเอ่ยถาม

“ฉันเป็นอะไร?” ชายร่างสูงตอบด้วยเสียงที่เรียบเฉย

“นายก็รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร? ฉันแค่อยากรู้ว่านายมีเหตุผลอะไรทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ บอกฉันไม่ได้เลยหรอ?”

“ฮึ! นายคงจะเข้าใจอะไรผิดนะ” คริสยกยิ้ม ดึงข้อมือของตนออกจากมือชานยอล พลางกอดอก “ฉันก็เป็นแบบนี้ของฉันมานานแล้ว แค่ฉันให้ความสนใจไปนั้นอย่าคิดจริงจังสิ!

“...” พอได้ยินประโยคนั้นแล้ว ชานยอลไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าคริสจะเป็นคนพูดมันออกมา “ฉันขอโทษนายล่ะกันที่เข้าใจผิดไป ฉันตลกตัวเองมากจริงๆ ที่ทำตัวราวกับคนโง่ แม้นายไม่สนใจก็ยังจะมาหาอีก... ฉันขอโทษ... ขอโทษที่เข้าใจผิดไปทุกอย่าง... ต่อจากนี้... ฉันจะเลิกวุ่นวายกับนายแล้วจริงๆ” แค่คำบางคำที่พูดไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ชานยอลไม่กล้าสบตาที่เยือกเย็นของคนตรงหน้า

“...” คริสมองชานยอลด้วยสายตาที่เรียบเฉย

“ลาก่อน...” สิ้นเสียงเอ่ยลาจากชายคนหนึ่งที่ต้องเจ็บซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าจะพูดไปอย่างนั้นแต่หัวใจก็ยังคงรอ โดยไม่รู้ว่าเมื่อใดที่จะตัดใจจากคริสได้เสียที ทั้งที่คำว่ารักก็ยังไม่เคยได้บอกไป...

คริสทิ้งแขนทั้งสองลงข้างตัว ยืนมองชานยอลที่กำลังเดินจากไปอย่างช้าๆ อยู่ๆ หัวใจตนก็รู้สึกเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทง เสียงลึกๆ ดังก้องถามใจตัวเองไปเรื่อยว่า...

จะปล่อยชายคนนั้นให้เดินจากไปอย่างนี้จริงๆ ใช่ไหม?

ไม่ทันที่ตนจะตอบตัวเองได้ มีรถสปอร์ตสีดำคันหนึ่งจอดริมทางใกล้ชานยอล คริสมองชายเจ้าของรถยนต์คันนั้นที่กำลังลงจากรถ ก็พบว่าเป็นคนๆ เดียวกับที่ออกมาจากห้องชานยอลในวันนี้ เค้าไม่อาจจะละสายตาได้จนกระทั่งชายหนุ่มที่เอ่ยลาได้ไปกับชายผู้นั้น...

“ที่พูดลา... เพราะแค่อยากจะไปกับใครคนนั้นสินะ!” คริสพูดขึ้นเมื่อรู้สึกไม่สบอารมณ์นัก “ก็ดี! ฉันจะได้ไม่ต้องมารู้สึกผิดอีกที่ทำให้นายเสียน้ำตา”

ชายร่างสูงเลิกสนใจเมื่อไม่จำเป็นแล้วที่ต้องมารู้สึกผิดเมื่อทำให้ชานยอลร้องไห้และเสียใจ ทั้งที่ลึกๆ ก็ยังอยากรู้ว่าชายคนนั้นที่ชานยอลไปด้วยคือใคร

“คริส!” เสียงใสเอ่ยเรียกชื่อคริสเมื่อเข้ามาใกล้ ดวงตาใสจ้องชายร่างสูงตาไม่กระพริบด้วยความขุ่นเคืองใจ

“ลู่ฮาน...” คริสมองชายร่างบางที่เข้ามาหาตนอย่างแปลกใจ

เพี๊ยะ!!

มือเล็กตบลงบนใบหน้าคริสเต็มแรงด้วยความโกรธ ขณะที่ชายร่างสูงแลสายตามองลู่ฮานอย่างไม่เข้าใจว่าตบเค้าเรื่องอะไร

“นายทำบ้าอะไร?” คริสถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

“นายสิทำบ้าอะไรอยู่! รู้ทั้งรู้ว่ามีใครบางคนต้องเสียใจมาก แต่นายก็ยังทำ!” ลู่ฮานกล่าว

“นายพูดเรื่องอะไร? ฉันไม่เข้าใจ” คริสกอดอก พลางเอียงใบหน้าไปทางอื่นราวกับไม่สนใจ ทั้งที่เค้าเองก็ทราบดี

“ที่ทำตัวเย็นชาใส่ชานยอล เพราะต้องการให้เค้าตัดใจจากนายใช่ไหม?”

“ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม? มันไม่มีเหตุผลเลย” คริสย้อนถาม ดั่งคนที่กำลังโกหกตัวเองและผู้อื่น

“ฉันรู้ว่านายกำลังจะกลับไปอยู่ที่ประเทศจีน นายทำแบบนี้ได้ยังไง? กับฉันที่เฝ้าแต่รักนายข้างเดียวมาตลอด เมื่อรู้ว่านายจากไปโดยไม่บอกฉันก็เสียใจมากมาย แล้วนายเคยคิดบ้างไหม? ว่าครั้งนี้ที่นายจะจากไปอีกทั้งที่ตัวเองก็มีใจให้อีกคนที่นี่ นายไม่เสียใจหรือไง?” ลู่ฮานกล่าวถามอย่างไม่เข้าใจ

“นายจะมารู้ได้ยังไงว่าฉันมีใจให้ใคร?” คริสค้อนสายตามองลู่ฮาน

“ก็ได้! ฉันแค่พูดไปตามที่เห็น นายจะไม่ยอมรับหรืออะไรก็แล้วแต่! ฉันขออย่างหนึ่งได้ไหม? อย่าทำแบบนี้... อย่าจากไปโดยที่ไม่บอกเค้าคนนั้น อย่าทำให้เค้าต้องเสียใจถึง 2 ครั้งในเวลาเดียวกัน แค่นายเย็นชาแบบนี้ก็สามารถทำให้เค้าเจ็บปวดใจได้ แต่หากนายจากไปในที่ๆ แสนไกลโดยไม่บอกชานยอล นายก็ไม่ต่างกับฆาตกรที่เลือดเย็น ฆ่าเค้าให้ตายทั้งเป็นหรอก!” ลู่ฮานกล่าวไปด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจชานยอล “อย่าคิดว่าสิ่งที่นายเลือกนั้น ต้องถูกไปเสมอ แค่ทบทวนใหม่อีกสักครั้ง... นายเองคงไม่อยากเห็นชานยอลเจ็บและทรมานเหมือนกันใช่ไหม?”


 


.................................................................

ไรท์เตอร์หาอะไรลุ้นๆ มาให้แฟนฟิคร่วมสนุกกันเล็กๆ

หากสมมติว่า นักอ่านเป็นประชาชีในฟิคเรื่องนี้

มีโอกาสที่จะโหวตผู้เข้าประกวด King!

คุณจะเลือกใคร?



โพล144080

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,581 ความคิดเห็น

  1. #7510 beebee0708 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 17:01

    ฝากลู่ตบแรงๆซักที่ได้ไหมเนี่ย✋
    #7,510
    0
  2. #7498 after Y (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 18:34
    ทำไมเฮียทำแบบนี้ จะทิ้งชานยอลไปแบบนี้ไม่ได้นะ แค่ครั้งที่แล้วชานยอลก็เสียใจมากแล้ว ล่ะถ้าครั้งนี้เฮียย้ายกลับจีนชานยอลจะเป็นยังไง ทำไมไม่คิดถึงใจชานยอลบ้าง ทำไมทำแบบนี้ แล้วที่สงสัยว่าเทาเป็นใคร ทำไมไม่ถามไปล่ะ ว่านั้นใคร เกี่ยวอะไรกับยอล มาหาทำไม แล้วคำว่ารักทำไมไม่พูดไปทั้งๆที่ใจให้ไปแล้ว ปากอมอะไรอยู่ฮ่ะ!!! อยากเห็นคนที่รักเจ็บไปมากกว่านี้หรือไง รีบๆคิดใหม่เดี๋ยวนี้นะ อย่ามาทำให้ยอลของฉันเจ็บแบบนี้นะ ทำให้รักแล้วกลับมารับผิดชอบเลย
    #7,498
    0
  3. #7357 lulu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:54
    พี่ลู่น่าจะตบคริสแรงกว่านี้อีกตบหลายรอบเลย มั่นใส ทำให้พี่ลู่เคยเจ็บมา แล้วยังทำให้ยอลเจ็บตามอีก ใจร้ายมากคริส เราของเลือก ฮุนเป็นคิงเพราะจะได้ให้พี่ลู่เป็นควีน กริ๊ดดด ฟีน ฮุนฮาน เสียใจกับ คริสยอล
    #7,357
    0
  4. #7304 rain&snow (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 00:49
    หน่วงสุดๆ สงสารชานยอล
    #7,304
    0
  5. #7224 pemika2543 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 18:56
    ฟิน คู่ฮุนฮาน
    #7,224
    0
  6. #7196 Grace Yada (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 18:22
    สงสารยอลลลล พี่คริสเลิกเย็นชาเถอะ
    #7,196
    0
  7. #7167 ninini (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 15:48
    มั้ยเฮีย ทำงี้ จ้ายร้าย
    #7,167
    0
  8. #7129 Milin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 20:38
    สงสารยอล T-T เฮียทำไมทำงี้อ่า ฮือ ดราม่าแล้วค่ะ
    #7,129
    0
  9. #7081 oohsxhxn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 01:15
    เฮียใจร้าย!!! พี่ลู่คนแมนตบอีกรัวๆๆๆๆ
    #7,081
    0
  10. #7027 ParkMeple (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 19:07
    เฮียยยยย ชั้นให้มาปลอบยอลไม่ใช่ทำลายจิตใจยอล แงงงงงง ยอลน่าสงสารรรรรร พี่ลู่ตบอีก ฝากตบอีก ฮืออออ
    #7,027
    0
  11. #6989 เหมยแฟนทับทิม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 20:45
    ทำไมคริสทำอย่างนี้.....
    #6,989
    0
  12. #6968 RS_Boyfriend_Wu Yi Fan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 18:23
    5555 หนุกดีค่ะอ่านเพลินๆ
    #6,968
    0
  13. #6926 Mermaidtears (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 21:49
    อิเฮียเงิงคริสแกทำแบบนี้ได้วะ ยอลตูเจบนะเว้ยเลิดทำลายหัวใจกันสักทีสิฟะ
    #6,926
    0
  14. #6837 odroro (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 17:23
    พี่คริส ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วยนะT^T
    #6,837
    0
  15. #6771 Fafannie (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 08:17
    เลือกเฮียสิ เท่!!! แต่เลือกเซฮุนดีกว่า เพราะว่าจะได้มีควีนเป็นเสี่ยวลู่ อิอิ
    #6,771
    0
  16. #6719 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 00:31
    พี่ลู่ตบเตือนสติ
    #6,719
    0
  17. #6685 Minni Baby (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 01:10
    พี่คริสใจร้ายTT
    #6,685
    0
  18. #6591 Luhanonly (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 19:22
    เฮียแมร่งเลววววว เกลียดเฮียที่สุด TT
    #6,591
    0
  19. #6574 MILKSEOB (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 14:27
    ไม่สงสารชานยอลหรอ ? TT .
    #6,574
    0
  20. #6538 โรมินิค (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 23:25
    ไรท์รู้ไหมเค้าร้องไห้หนักมากกับการที่คริสเป็นอย่างนี้นะ ><
    #6,538
    0
  21. #6474 Tam_Nattaya (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 10:51
    อะไรกันเนี่ยคริสยอลที่ว่าน่ารักสุดในตอนแรกๆ ทำไมเป็นแบบนี้T T อิพี่คริสบ้าาาาา อิคนเดียวใจร้าย
    #6,474
    0
  22. #6431 Tao Tao EXO (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 13:50
    ใจร้ายเกินไปแล้วนะ พี่ปาร์คเจ้บรู้ป่ะ ลู่น่าจะตบสักอีกที อีกอย่างเทาไม่ใช่แฟนใหม่ปาร์คเข้าใจส่ะ!!!! พี่คริสเลือดเย็น!!!!! #อินเกินไปมั้งเรา
    #6,431
    0
  23. #6430 Tao Tao EXO (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 13:50
    ใจร้ายเกินไปแล้วนะ พี่ปาร์คเจ้บรู้ป่ะ ลู่น่าจะตบสักอีกที อีกอย่างเทาไม่ใช่แฟนใหม่ปาร์คเข้าใจส่ะ!!!! พี่คริสเลือดเย็น!!!!!
    #อินเกินไปมั้งเรา
    #6,430
    0
  24. #6392 fah_parrotsehun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 16:17
    คริสหนักว่าเทาอีกนะเนี่ย!! ชานยอลอย่าได้แคร์ หล่อเลือกได้หรอ!! 555 ชานยอลสู้ๆ
    #6,392
    0
  25. #6389 Baby Freedom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 15:13
    สงสารชานยอลจัง
    #6,389
    0