[Fic EXO] PLANETS HISTORY {HunHan KrisYeol KaiDo}

ตอนที่ 21 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 มี.ค. 56

20

I’m Sorry มันจะสายไปไหม

“เมื่อไรนายจะเข้าใจสักทีว่า... ฉันน่ะ... รักนาย...” ไคเอ่ยย้ำความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อดีโอ สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้ชายตัวเล็กจนเหลือระยะห่างเพียงแค่ก้าวหนึ่ง

“ล้อกันเล่นใช่ไหม?” ดีโอย้อนถาม เพราะไม่รู้ว่าไคคิดอะไรอยู่กันแน่ ทำไมถึงพูดออกมาอย่างนั้น หากครั้งนี้คือการแกล้งกัน คงเป็นครั้งที่แรงที่สุด เมื่อในตอนนี้หัวใจของเค้าวุ่นวายไปหมดแล้ว

“...” ไคส่ายหน้าเล็กน้อยแทนการพูดปฏิเสธว่าเค้าไม่ได้ล้อเล่น

“...” ดีโอมองดวงตาไคนิ่ง แค่อยากรู้ว่า... “ตั้งแต่เมื่อไรที่นายรู้สึกแบบนั้น?”

“นายอยู่กับทเวจีมานานแค่ไหน?” แต่ไคกลับเอ่ยถามย้อน

“ก็เกือบจะ 2 ปีแล้ว” ดีโอครุ่นคิดก่อนจะตอบออกไป

“ฉันก็รู้สึกว่ารักนายมานานแค่นั้น” ไคเอ่ยบอกก่อนยิ้มเล็กๆ

“โกหกกันใช่ไหม? การแสดงออกของนายกับคำพูดตอนนี้มันไปด้วยกันไม่ได้เลย เวลาเกือบ 2 ปีที่ฉันเจอทเวจี แต่นายยังไม่ได้มาเรียนที่นี่เลยด้วยซ้ำ”

“ฉันอยู่ที่นี่กับพี่ของฉันมาตั้งนานแล้ว จะให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเชื่อว่าฉันรักนาย”

“ก็เพราะว่าฉันกลัว... กลัวว่าเมื่อเชื่อคำพูดของนายไปแล้ว หากเรื่องนี้คือการโกหก หลอกลวง นายจะหัวเราะเยาะฉัน รู้ไหมว่ามันเจ็บนะ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...”

“เฮ้อ... เด็กน้อยดีโอ...” ไคถอนหายใจทิ้ง ก่อนยกแขนทั้งสองข้างขึ้นทำท่าราวกับบิดขี้เกียจ แต่กลับใช้แขนทั้งสองคล้องต้นคอดีโอไว้แล้วดึงชายตัวเล็กเข้ามาใกล้ “รู้ไหมว่าที่ผ่านมาฉันแกล้งนายทำไม?”

“เพราะว่านายไม่ชอบฉัน... ใช่ไหมล่ะ?” ดีโอตอบเสียงเบาพยายามเลี่ยงสายตาของไคที่กำลังจ้องเค้า

“เพราะว่าชอบนายต่างหากล่ะเลยแกล้ง อยากให้นายสนใจฉัน คิดถึงฉันตลอดเวลา เมื่อยามที่ไม่เจอก็อยากให้รู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไป...” ไคเอ่ยบอก

“แต่ว่าฉันไม่รู้สึกเลย...” ดีโอชำเลืองสายตามองใบหน้าไค

“ใช่! เพราะฉันคิดผิดไปที่ใช้วิธีนี้กับนาย มันไม่เคยได้ผลเลยด้วยซ้ำ”

“นายกำลังจะบอกว่าฉันโง่อีกแล้วใช่ไหม?”

“แล้วเชื่อหรือยังว่าที่ฉันบอกไปว่ารักนายคือความจริง?”

“ตราบใดที่ดวงตาของนายยังเหมือนคนเจ้าเล่ห์ ฉันก็คงไม่เชื่อ”

“...” ไคมองดวงตากลมที่อยู่ไม่นิ่ง เดี๋ยวมองเดี๋ยวหลบไม่กล้าสบตาเค้าจริงๆ เลยสักครั้ง แต่ครั้นเมื่อเค้าไม่พูดและเฝ้ามองดีโอเฉยๆ ดวงตากลมกลับหยุดมองดวงตาของเค้า

จุ๊บ!

ไคก้มลงจุมพิตสั้นๆ บนปากอิ่มเบาๆ เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกจริงๆ ของเค้าว่านี่ไม่ใช่การโกหก

O///O” ดีโอถลึงตาโตเมื่อถูกจุมพิต

“เชื่อหรือยังว่าฉันรักนาย...” ไคยกยิ้มเมื่อมองใบหน้าขาวที่กำลังแดงระเรื่อ

“...” แต่ดีโอกลับอึ้งจนพูดไม่ออก ได้แต่มองใบหน้าไคอยู่อย่างนั้น

จุ๊บ!

ไคจึงก้มลงจุมพิตปากอิ่มอีกครั้งเพื่อตอกย้ำความรู้สึกของตนที่มีให้แก่ดีโอ แต่ดีโอยังคงนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่เพราะเค้ารู้สึกว่าร่างกายกำลังจะกลายเป็นหินไปเสียแล้ว

“ฉันจะจูบนายไปเรื่อยๆ จนกว่านายจะเชื่อว่าฉันรักนายจริงๆ” ไคกระซิบบอกดีโอเสียงแผ่ว “หากนายเข้าใจและเชื่อแล้วว่าฉันไม่ได้โกหก แค่ยกมือทั้งสองสัมผัสแก้มของฉัน... แต่หากไม่เชื่อกันฉันจะจูบนายไปจนกว่านายจะยอมเชื่อ”

ชายผิวสีแทนกำชับแขนทั้งสองข้างเพื่อให้ชายตัวเล็กแนบชิดร่างกายตน ก่อนสวมจูบอันนุ่มนวลแก่ปากอิ่ม ครั้งนี้ไม่ใช่การจุมพิต แต่เป็นการจูบแทนความรู้สึกที่มี จนมือเล็กทั้งสองของดีโอค่อยๆ เลื่อนขึ้นสัมผัสแก้มไคเบาๆ

“เชื่อแล้วใช่ไหม?” ไคถอนจูบเมื่อมองใบหน้าชายตัวเล็ก

“...” ดีโอพยักหน้ารับเล็กน้อย พลางยกมื้อสัมผัสปากตัวเอง แทบไม่อยากจะเชื่อจริงๆ เลยว่าไคจะมาชอบตน

“กำลังคิดอะไรอยู่?” ไคก้มมองดีโอที่นิ่งเฉย

“บอกฉันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้”

“แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้ อีกกี่ปีล่ะนายถึงจะเชื่อฉัน”

“...” ดีโอเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าไค แต่พอเจอดวงตาของไคแค่นั้นก็ต้องหลบ ไม่กล้าสบตา

“อากาศมันหนาวนะ” เมื่อไคเอ่ยบอกไม่ทันจบ อ้อมแขนที่คล้องต้นคอชายตัวเล็กไว้จึงเปลี่ยนมาเป็นโอบกอดร่างกายนี้ไว้แน่น “รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนที่จะมาบอกว่ารักนายแบบนี้”

“ทำไม?” ดีโอย้อนถาม

“เพราะว่านายเข้าใจยากมากน่ะสิ! พูดอ้อมไปนายก็ไม่เข้าใจ พูดสื่อความหมายว่าเป็นนาย นายก็ยังไม่เข้าใจ”

“นี่นาย!!” ดีโอชักเริ่มหงุดหงิด เค้าพยายามผลักตัวไคให้ออกห่าง

“อยู่นิ่งๆ สิ! กอดนายแบบนี้กำลังอุ่นเลย” ไคกำชับร่างกายดีโอแน่นกว่าเดิม “แต่ถึงยังไงตอนนี้นายก็เข้าใจแล้วว่าฉันรู้สึกอย่างไร”

“แต่ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะรักนาย” ดีโอแทรกขึ้น

“ใครจะไปรู้! บางทีนายอาจจะรักฉันไปแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ขนาดฉันบอกรักนายมาตั้งหลายครั้งหลายครานายยังไม่รู้ตัวเลย”

“เน้! ถึงฉันจะไม่เข้าใจในสิ่งที่นายบอกก็จริง แต่ฉันคงไม่โง่ถึงกับไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไงหรอกนะ” ดีโอขมวดคิ้วตอกกลับไคที่พูดจากวนโมโห “ตกลงว่านายจะแกล้งหรือจะรักกันแน่?”

“เพราะว่ารักไงถึงได้แกล้งน่ะ” ไคยิ้มกริ่มเมื่อพูดจบ ก้มใบหน้าเพื่อมองใบหน้าดีโอชัดๆ

“อะไรเล่า!” ดีโอขมวดคิ้วหลบสายตา แกล้งทำเป็นพูดตะคอกทั้งที่จริงก็แอบเขินเล็กๆ

“เฮ้อ!” ไคถอนหายใจจริงกำชับกอดดีโออีกครั้ง พลางเงยใบหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน

“เป็นอะไร?” ดีโอผู้อยู่ในอ้อมกอดของไค เอ่ยถามโดยไม่รู้ว่าไคกำลังรู้สึกอะไรอยู่

“แค่คิดว่าการที่เรารักใครสักคนมันยากนะ คนบางคนรู้ตัว ก็เหมือนจะดีแต่กว่าจะบอกรักได้ก็ไม่ใช้ง่ายๆ เลย แต่บางคนไม่รู้ตัว กลัวว่าสักวันที่เค้ารู้ตัวขึ้นมาแล้วคนที่รักนั้นจะไม่ได้อยู่ให้เค้าบอกรัก ของบางอย่างกว่าจะรู้ว่ามันมีค่าก็ในยามที่สายไป...” ไคกล่าวออกมาเมื่อกำลังคิดถึงใครบางคน

“นายกำลังหมายถึงฉันใช่ไหม?” ดีโอกลับย้อนถามเมื่อได้ฟัง

“กับนายน่ะ หนีฉันไปไหนไม่พ้นอยู่แล้ว ต่อให้วันนี้ยังบอกว่าไม่รัก ใช่ว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนหัวใจนายไม่ได้” ไคยกยิ้มเมื่อต้องหันมาพูดกับดีโอ

“ฉันไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นหรอกนะ และยิ่งเป็นนายแล้ว หลายคดีเลยนะที่แกล้งกันไว้” ดีโอผละตัวออกจากไคอีกครั้งเมื่อรื้อฟื้นสิ่งที่ไคเคยทำกับเค้าไว้

“ก็เคยบอกแล้วไงว่าจะแกล้งนายไปตลอดชีวิต และก็จะยอมให้นายบ่นฉันไปแบบนี้ทั้งชีวิตเหมือนกัน”

O///O ตลอดชีวิต...” ดีโอย้ำคำที่มันกำลังก้องภายในหัว “พูดบ้าอะไรของนาย! ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ใครจะไปอยู่กับเด็กบ้าอย่างนายตลอดชีวิต” ดีโอแสร้งทำเป็นเฉไฉเพราะตัวเองกำลังเขินเอามากมาย

“บางทีการแสดงออกว่าตัวเองรู้สึกยังไง ก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาเพราะๆ หรืออึกอักเมื่อรู้สึกเขินก็ได้สินะ”

“พูดบ้าอะไรของนายอีก! แล้วจะมาพูดให้เข้าใจยากทำไมกันฮะ? ทเวจีกลับห้องกัน!” ดีโอเบ่งเสียงดังราวกับตะคอกใส่ไค ก่อนจะหันไปอุ้มแมวของตนที่นอนกลิ้งไปมาบนพื้นหญ้ากลับห้อง

“ฮึ! สุดท้ายโรคบื้อก็รักษาไม่หาย แต่อย่างน้อยก็รู้แล้วสินะว่าฉันรัก...” ไคยกยิ้มเมื่อมองชายตัวเล็กเดินอุ้มแมวตัวกลมกลับเข้าไปในหอพัก

“เด็กบ้า! ชอบแกล้ง ชอบกวนอารมณ์กันมากนักรึไง กล้าดียังไงมาทำให้หัวใจฉันปั่นป่วนไปหมดแบบนี้” ดีโอเดินดุ่มๆ ขึ้นห้อง พลางบ่นไปเรื่อยๆ “ทเวจี! ไอ้เจ้าแมวหมูอ้วน! ฉันว่าต่อไปนี้ฉันต้องเห็นหน้านายเป็นหน้าเด็กบ้านั่นแน่ๆ เลย อ๊า! จริงสิ! หมอนั่นจูบเรานี่นา โธ่เอ้ย!

ตั้งแต่เดินกลับมาจนถึงห้อง ดีโอเอาแต่บ่นชื่อไคไม่หยุด เค้าไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ชื่อของไคเข้ามาวุ่นวายในหัวใจเค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครั้นเมื่อไม่เคยรู้จึงไม่รู้สึกอะไร แต่ลึกๆ ในจิตใจก็พร้อมหวั่นไหวไปทุกครา เมื่อดวงตา รอยยิ้ม และคำว่ารักเข้ามาทักทาย อย่างไม่ทันตั้งตัว

 

อีกเพียงไม่กี่นาทีที่ค่ำคืนของวันจะก้าวข้ามเวลาเที่ยงคืน ยามรัตติกาลนี้ยังมีชายร่างเล็กอีกคนที่ยังคงเดินบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเค้าอยู่เพียงลำพังอย่างไม่มีใคร ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน เห็นใครต่อใครก็รู้สึกเหงาและอ้างว้าง

“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจเบาๆ จากชายร่างเล็ก ที่เดินไปเรื่อยๆ

ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด...

เสียงจากโทรศัพท์ของเค้าสั่นเตือนเมื่อมีสายปลายทางโทรเข้ามา ชายร่างเล็กหยิบขึ้นมอง ก่อนพบว่าเพื่อนของตนโทรมา จึงกดรับสาย

“ว่าไงชานยอล?”

(ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนน่ะแบคฮยอน?) สายปลายทางกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“พอดีว่าออกมาเที่ยวน่ะ มีอะไรหรือเปล่า?” แบคฮยอนตอบ

(ก็นายเล่นหายไปตอนที่งานจบคนเดียว โทรไปช่วงเย็นก็ไม่รับสาย รู้ไหมว่าเพื่อนๆ เป็นห่วงนายแค่ไหน?)

“อ่อ! ขอโทษจริงๆ ฉันลืมคิดไป...” แบคฮยอนตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

(เป็นอะไรหรือเปล่า? หรือเสียใจที่ไม่ได้ตำแหน่ง Best of the Angel boy) ชานยอลที่ฟังจากเสียงเพื่อนตนแล้ว ยิ่งเป็นห่วงหนัก

“ไม่ใช่หรอก! มันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย อีกเดี๋ยวฉันก็ใกล้จะกลับแล้วล่ะ ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วงกัน” แบคฮยอนกล่าวบอก

(มีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจใช่ไหม ถึงได้เป็นแบบนี้)

“ไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่อยู่ดีๆ รู้สึกเหงา แต่ว่า! ฉันน่ะ...”

“เฮ้ย!! ไอ้ผู้ชายคนนี้มันเพื่อนไอ้บ้านั่นใช่ไหม?” เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยแทรกขณะที่แบคฮยอนกำลังคุยโทรศัพท์ ชายคนนั้นที่จดจำใบหน้าแบคฮยอนได้อย่างชัดเจน เมื่อครั้งหนึ่งเคยพบขณะมีเรื่องรุนแรงกับเถา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เถานั้นได้พาแบคฮยอนวิ่งหนีไปพร้อมตนโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย

O_O” เช่นเดียวกับแบคฮยอนที่จำหน้าชายกลุ่มนี้ได้เช่นกัน เค้ากดวางโทรศัพท์ไป เมื่อในตอนนี้จำเป็นจะต้องหลบหนีให้เร็วที่สุด

“เฮ้ย! ตามมันไป! ต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้เถามันหายไปไหน?” ชายอีกคนที่โกรธแค้นเถาอย่างขึ้นใจ ตะโกนสั่งเพื่อนในกลุ่ม พร้อมกับวิ่งตามแบคฮยอนเช่นกัน

“ซวยแล้วไง ทำยังไงดี?” แบคฮยอนเร่งฝีเท้าวิ่งสุดกำลังเท่าที่จะทำได้ ไม่รู้ว่าตนจะต้องวิ่งหนีไปทางไหน แต่รู้ว่าต้องวิ่งไปให้ห่างมากที่สุด

“หยุดนะโว้ย!!” เสียงตะโกนที่ออกคำสั่ง ตามหลังชายร่างเล็กมาติดๆ

>_<” ยิ่งได้ยินน้ำเสียงที่ชัดเจน ก็ยิ่งต้องบอกตัวเองว่าอย่าหยุด เพราะเสียงนั่นใกล้ตัวเข้ามาทุกที ความรู้สึกกลัวเริ่มก่อตัวภายในใจ จนร่างกายที่วิ่งนั้นเริ่มอ่อนแรงลง

อั๊ก!!

ผู้ชายร่างใหญ่หนึ่งในกลุ่มวิ่งตามแบคฮยอนมาทัน กระโดนถีบเข้าที่แผ่นหลังแบคฮยอนเต็มแรง จนทำให้ชายร่างเล็กเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น อีกทั้งใบหน้ากระแทกพื้นจนเกิดแผลถลอกทำให้เลือดซึมออกมา

“จับมันขึ้นมา!” จากนั้นชายที่เครียดแค้นได้ออกคำสั่งเมื่อตามมาทัน

“อ๊า!!” ชายร่างเล็กโดนจิกเส้นผมกระชากให้ลุกตามแรงดึง จนเค้าต้องร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด

“ไอ้เถามันอยู่ที่ไหน?” ชายที่ออกคำสั่งได้คาดครั้นถามเสียงดุดัน

“จะไปรู้ได้ยังไง? ฉันกับหมอนั่นไม่ได้รู้จักกัน” แบคฮยอนตอบพลางมองใบหน้าคนที่ถาม

เพี๊ยะ!!

“คิดว่าจะเชื่อหรอ?” ชายคนเดิมได้ตบใบหน้าแบคฮยอนเต็มแรง ก่อนตะคอกเสียงใส่ “ตกลงจะบอกไหมว่าไอ้เถามันอยู่ที่ไหน?” เค้าเอื้อมมือข้างหนึ่งบีบคางแบคฮยอนเต็มแรง

“เจ็บนะ!! ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้! อยากเจอมากนักทำไมไม่ไปตามหาเองล่ะ จะมาถามฉันทำไม?” ชายร่างเล็กโกรธมากที่ถูกทำร้าย เค้าตะคอกเสียงใส่ชายตรงหน้า

เพี๊ยะ!!

“ปากดีนักใช่ไหม?” ชายคนเดิมที่สอบสวน ออกแรงตบแบคฮยอนอีกครั้งซ้ำรอยแผลเดิม “ตัวเล็กขนาดนี้แล้วยังจะอวดดีอีก! แบบนี้ลองมีสามีดูไหมล่ะ?” ชายผู้นั้นเอ่ยถามด้วยความหยาบคาย

O_O! พวกแกจะทำอะไร?” แบคฮยอนถึงกลับตัวสั่นเมื่อได้ยิน ยิ่งได้มองชายร่างใหญ่ทั้งสี่คนที่มีสีหน้าอันน่ากลัว ทำเค้าแทบสติหลุด

“เฮ้ย! ใครอยากได้ไอ้หมอนี่ก็เอาไป แล้วอย่าลืมถ่ายวิดีโอเก็บได้ให้ไอ้เถามันดูเล่นๆ ด้วยล่ะ?” คำสั่งนี้คือคำตอบที่แบคฮยอนกลัวมาก

“ปล่อยนะโว้ย!” แบคฮยอนพยายามดิ้นเมื่อร่างกายถูกล็อคไว้ เสียงร้องโวยวายของเค้าดังขึ้นเรื่อยๆ “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยผมที!” ชายร่างเล็กแทบคลั่งเพราะความกลัว เสียงร้องขอความช่วยเหลือเริ่มปะปนไปด้วยน้ำตา

เพี๊ยะ!!

“อยากตายหรือไงฮะ?” ชายหนึ่งในกลุ่มตบใบหน้าแบคฮยอนเพื่อข่มขู่

“ปล่อยฉันไปเถอะนะ... ฮือๆๆ” แบคฮยอนถึงกับหมดแรงเอ่ยขอร้องทั้งน้ำตา

“ปล้ำมันตรงนี้เลยไหม?” ชายอีกคนเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความสงสาร

“หากทำแบบนั้นไม่ดีหรอกมั้ง?” ขณะนั้นเองมีชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งกล่าวแทรกขึ้น เมื่อได้เห็นเหตุการณ์อันแสนเลวร้าย

“ใครว่ะ?” ชายในกลุ่มที่กำลังพยายามทำร้ายแบคฮยอนได้หันกลับไปมองคนที่มาขัดขวาง “แกเป็นใคร? อยากตายหรอไงที่กล้ามายุ่งเรื่องของพวกฉัน!

“ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งนักหรอกนะ หากที่ตรงนี้ไม่ใช่ถิ่นฉันน่ะ ถ้าจะทำเรื่องเลวๆ ก็ไปทำที่อื่น เพราะที่ตรงนี้ไม่ต้อนรับพวกเศษขยะ!” ชายนิรนามที่เข้ามาขัดขวางได้กล่าวบอกด้วยคำด่าที่ปะปน

“ปากดีนักหรอฮะ? เฮ้ย! จัดการไอ้นี่ก่อนเร็ว!!” เมื่อได้ยินคำพูดที่สุดจะทน จึงโมโหมากขึ้น ชายหนึ่งคนในกลุ่มได้ออกคำสั่ง พร้อมออกเดินไปที่ชายนิรนาม

ชายหนุ่มนิรนามไม่มีความเกรงกลัวสักนิด เค้ายกยิ้มเมื่อมองผู้ชายร่างใหญ่ทั้งสี่คนที่กำลังรุมล้อมเค้าอยู่ จากนั้นหนึ่งคนในนั้นก็ได้เริ่มเข้ามาทำร้ายเค้าก่อน แต่เพียงแค่จุดเดียวที่ชายหนุ่มนิรนามได้อัดเข้าที่ร่างกายทำให้ชายที่รุกเข้ามาถึงกับล้มลงไปกอง พวกสามคนที่เหลือต่างเรียงรายกันเข้าไปทำร้ายชายหนุ่มนิรนาม แต่ต้องแพ้ราบคาบกันทุกคน

“ขอโทษนะ! ฉันไม่ใช่พวกนักเลงปลายแถวเหมือนพวกแกที่วันๆ ทำแต่เรื่องชั่วๆ และไร้ค่า อย่าได้คิดมาวุ่นวายในแถวนี้อีก ไม่อย่างนั้นฉันจะอัดพวกนายให้เละเป็นโจ๊กเลยล่ะ! รีบไปซะ! ก่อนที่ฉันจะทำมันเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มนิรนามกล่าวเตือน

ชายร่างใหญ่ทั้งสี่ต่างพยุงตัวลุกขึ้น มีบางคนต้องการจะกลับไปสู้ใหม่ แต่ถูกห้ามไว้โดยหัวหน้ากลุ่ม ทั้งสี่คนนั้นจึงไม่สู้แต่กลับทิ้งท้ายไว้ด้วยคำเครียดแค้น

“เรื่องนี้ไม่จบแน่!!” คำกล่าวนั้นจบลงด้วยการชี้หน้าชายหนุ่มนิรนาม พลางมองไปทางแบคฮยอนอีกครั้ง ก่อนจะเดินห่างออกไป

“ชิส์!” ชายหนุ่มนิรนามสบถเสียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนปัดเสื้อผ้าของตน จนเหลือบสายตามองไปทางแบคฮยอน “เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” เค้าเดินเข้าไปใกล้ชายร่างเล็ก พลางเอ่ยถาม พร้อมยื่นมือออกไปทางแบคฮยอน

“...” ชายร่างเล็กยังคงกลัวและตัวสั่น อีกทั้งน้ำตายังคงไหลไม่ยอมหยุดเมื่อคิดว่าหากไม่มีคนมาช่วยตนไว้ทัน อะไรจะเกิดขึ้น

“ตอนนี้นายปลอดภัยแล้วนะ ไปเถอะ! ฉันจะไปส่งนายเอง” ชายหนุ่มนิรนามย่อลงตัวเพื่อบอกแบคฮยอน

“...” แบคฮยอนเหลียวมองชายหนุ่มนิรนามที่มาช่วยตนไว้ ก่อนเช็ดน้ำตาบนใบหน้าเบาๆ “ขอบคุณจริงๆ ที่มาช่วยฉัน” เค้าเอ่ยขอบคุณทั้งน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด

^ ^ ฮึๆ จะคิดว่าฉันเป็นฮีโร่ก็ได้นะ ฉันไม่ถือ!” ชายหนุ่มนิรนามกล่าวติดตลก เพื่อให้แบคฮยอนเลิกร้องไห้และหายหวาดกลัว “ฉันชื่อแบคโฮนะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ฉันชื่อแบคฮยอน... ขอบคุณอีกครั้งจริงๆ” แบคฮยอนแนะนำตนเองและกล่าวคำขอบคุณอีกครั้ง

“ไปกันเถอะ! เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายเอง” แบคโฮส่งมือไปทางแบคฮยอนเพื่อให้จับไว้

“ขอบคุณ” แบคฮยอนจับมือแบคโฮไว้ก่อนจะถูกดึงให้ลุกขึ้น

“พูดขอบคุณมากๆ ไม่ดีนะ เดี๋ยวฉันจะดูดีเกินไป ^ ^” แบคโฮกล่าวทั้งรอยยิ้มอีกครั้ง “ว่าแต่นายพักอยู่ที่ไหน? เดี๋ยวฉันจะได้ไปส่ง”

“อยู่หอแถวมหาวิทยาลัยแพลนนิทน่ะ” แบคฮยอนตอบ

“งั้นก็แปลว่าเรียนที่นั่นน่ะสิ! เห็นตัวเล็กๆ นึกว่ายังไม่เข้ามหาวิทยาลัย แบบนี้ผมคงต้องเรียกว่าพี่แบคฮยอนแล้วนะสิ! เพราะผมยังเรียนมัธยมปลายอยู่เลย จริงไหมพี่แบคฮยอน? ^ ^

“อ่อ! อืม!” แบคฮยอนพยักหน้ารับเล็กน้อย มองดูชายหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังยิ้มให้ตน

หลังจากนั้นแบคโฮได้ขับรถจักรยานยนต์ของตนไปส่งแบคฮยอนที่หอพักมอนสเตอร์ ร่างกายที่ได้รับบาดแผลเริ่มเจ็บปวดมากขึ้นทุกที แบคฮยอนคอยซับเลือดที่มุมปาก และบนใบหน้าไปตลอดทาง จนมาถึงหอพัก

“ขอบคุณนะ” แบคฮยอนลงจากรถแบคโฮก่อนกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรหรอก เราคงได้เจอกันอีกแน่ๆ เพราะผมเชื่อว่าคนเราได้เจอกันหนึ่งครั้งก็ต้องมีครั้งที่สอง จริงไหมครับ? ^ ^” แบคโฮกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อย่าลืมทำแผลและทานยาแก้ปวดนะ”

“อืม! รีบกลับเถอะ มันดึกมากแล้วนะ และก็...”

“ขอบคุณนะ! ^ ^” แบคโฮกล่าวแทรกเมื่อทราบดีว่าแบคฮยอนจะบอกขอบคุณเค้าอีกครั้ง “ผมบอกแล้วไงว่าอย่าพูดขอบคุณบ่อย เพราะผมจะดูดีเกินไป! ผมคงต้องไปละ บ๊ายบาย” แบคโฮกล่าวจบพร้อมด้วยเอ่ยลม พลางโบกมือเล็กๆ ก่อนจะขับรถห่างออกไปไกล

แบคฮยอนยืนมองชายหนุ่มที่มาช่วยเค้าไว้ขับรถจักรยานยนต์จนหายลับไปในความมืด ก่อนที่ตนจะเดินเข้าหอพักมอนสเตอร์

และในเช้าวันต่อมา แบคฮยอนตื่นขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวดตามร่างกาย มีใบหน้าเขียวช้ำแม้ว่าจะทานยาไปแล้วก็ตาม ถึงจะไม่บวมมาก แต่รอยช้ำกับรอยถลอกยังคงอยู่ ก่อนจะไปมหาวิทยาลัยเค้าจึงใช้พลาสเตอร์ยาปิดทับรอยถลอกบนใบหน้าตน

ขณะที่ชายร่างเล็กกำลังเดินไปมหาวิยาลัยแพลนนิท เค้าก้าวผ่านทางเข้าได้เพียงไม่เท่าไร ทั้งสองเท้าก็ต้องหยุดเมื่อใครบางคนมาขวางหน้าเค้าไว้ ชายร่างเล็กเงยหน้ามองชายผู้นั้นได้เพียงไม่ถึงนาทีก็ต้องก้มใบหน้าลง และก้าวเท้าเดินเลี่ยงไปอีกทาง

“เดี๋ยว!” ชายผู้นั้นได้จับมือเล็กเพื่อรั้งแบคฮยอนไว้ “หน้าของนายไปโดนอะไรมา?”

“บอกเองไม่ใช่หรือไง? ว่าไม่ต้องการให้ฉันไปยุ่งวุ่นวายกับนายน่ะ ลืมแล้วหรอหวงจือเถา?” ชายร่างเล็กเอ่ยด้วยถ้อยคำเย็นชา ที่ไม่ได้หันกลับมามองคนที่รั้งตนไว้เลย

“ฉันถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา?” ครั้นเมื่อแบคฮยอนจะเดินหนี แต่เถากลับกำมือเล็กแน่น เพื่อถามเอาคำตอบ ดวงตาคมจ้องมองเพียงชายร่างเล็ก “ตอบมาเซ่!!” เค้าตะคอกถามเสียงดัง จนชายร่างเล็กสะดุ้ง

“...” แบคฮยอนสะบัดมือออกจากมือเถาเต็มแรงจนหลุดพ้น ดวงตาเล็กจ้องมองดวงตาคมที่กำลังดุดัน “จะมาสนใจทำไม? ในเมื่อต่างคนต่างอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว!” เค้าเอ่ยบอกด้วยคำที่แสนเฉยชา

“แล้วบอกแค่นี้มันจะตายหรือไงฮะ!

“เอ่อใช่! เพราะมันจะทำให้ตายยังไงล่ะ” แบคฮยอนสวนคำกลับทันทีเมื่อไม่เข้าใจ “นายต้องการอะไรกันแน่? รู้ไหมว่าฉันสับสนมากแค่ไหนที่นายเป็นแบบนี้... เคยคิดถึงใจฉันบ้างไหมเถา?” เค้าพยายามทำใจให้เย็นลง ก่อนเอ่ยย้อนถามเถา

“ฉันเป็นยังไง?” เถากลับย้อนถามแบคฮยอนอีกครั้ง

“นายน่ะ... บางทีก็เหมือนกับพายุที่พัดผ่านเข้ามาพร้อมเรื่องอันตรายมากมาย ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่อยู่กับนายต้องมีเรื่องเกิดขึ้นเสมอ”

“แต่นั่นเป็นเรื่องที่สนุกไม่ใช่หรอ?”

“ใช่! แต่นั่นมันสำหรับนาย แต่กับฉัน... นายรู้ไหมว่าฉันเหนื่อย หลังจากวันที่นายความจำเสื่อม ฉันต้องคิดอะไรมากมายเกี่ยวกับนาย...” ชายร่างเล็กมองใบหน้าชายดวงตาคมอย่างรู้สึกเศร้า

“...” เถายืนรับฟังสิ่งที่แบคฮยอนกำลังบอก

“คิดว่า... จะต้องทำอย่างไรให้นายได้ความทรงจำกลับมา ต้องทำอย่างไรไม่ให้นายทุกข์ใจ ต้องทำอย่างไร? ต้องทำอย่างไรดี? ฉันเฝ้าแต่ถามกับตัวเองทุกวันเพราะนาย แต่แล้ว... นายกลับมาบอกว่าอย่ายุ่งวุ่นวายกับนายอีก นายมาเปลี่ยนคำถามในใจของฉันว่าฉันทำอะไรผิดหรอ? หรือแค่ทำเหมือนไม่สนใจนาย นายจึงโกรธ...” ชายร่างเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าคล้ายดั่งคนที่กำลังจะร้องไห้ เค้าหลบสายตาคนตรงหน้าละมองลงที่พื้น

“แต่ว่าฉันไม่ได้...” เถาเอ่ยบอกเสียงเบา แต่กลับพูดต่อไม่ได้

“ฉันต้องบอกตัวเองว่านี่คือเรื่องที่ดีที่ไม่ต้องมาคิดเรื่องของนายอีก แต่ว่า! ตอนนี้นายกลับมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน มาถามว่าฉันไปโดนอะไรมา... นายรู้ไหมว่าแค่นาทีแรกที่ได้เห็นดวงตาของนาย ฉันก็เริ่มกลับมาคิดทุกอย่างอีกครั้ง ฉันเหนื่อยกายมากก็จริง แต่มันไม่เท่ากับที่เหนื่อยหัวใจเลย...” แบคฮยอนกล่าวอีกครั้ง น้ำใสๆ เริ่มคลอดวงตาใส

“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับนายดี...” เถามองชายร่างเล็กที่กำลังมีหยดน้ำตาใสๆ เป็นอีกครั้งที่เค้าต้องทำให้แบคฮยอนร้องไห้โดยไม่ตั้งใจ

“หรือบางที... ที่ฉันคิดเรื่องนายมากมายมันคงเกินคำว่าห่วงใยของคนที่ทำผิด...” แบคฮยอนเงยใบหน้ามองเถาทั้งน้ำตาใส

“ฮะ?” เถาอุทานออกมา เมื่อสิ่งที่เข้าใจไม่ชัดเจน

“บางที... ฉันอาจจะรู้สึกว่า... ชอบนาย...” แบคฮยอนเอ่ยสิ่งที่สับสนภายในใจออกมาต่อหน้าเถา

“...” ในตอนนี้เถาได้แต่ยืนนิ่ง มองใบหน้าแบคฮยอนที่บอกว่าชอบตน

“เถา!!” เสียงหญิงสาวเอ่ยเรียกเถาเมื่อวิ่งเข้ามาหา “วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่หรอ? ไหนบอกว่าจะมาหาฉันไง?” มินอาเอ่ยถามเมื่อหยุดอยู่ข้างเถา

“...” แต่เถากลับยังคงมองแบคฮยอนอยู่อย่างนั้น

“...” มินอาแลสายตามองไปทางที่เถากำลังมองอยู่โดยไม่สนใจเธอ พบชายร่างเล็กที่กำลังเช็ดน้ำตาตัวเองด้วยมือเปล่า “มีอะไรหรือเปล่าค่ะ? เดี๋ยวนะ! ฉันมีผ้าเช็ดหน้ามา” เธอกล่าวบอกพลางค้นหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าตัวเอง ก่อนส่งให้แบคฮยอน

“ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณมากครับ” แบคฮยอนบอกกับมินอาเสียงเรียบ

“ไปกันเถอะ!” ในเวลาเดียวกัน เถาได้พูดขึ้น เอื้อมมือไปคว้าข้อมือมินอา เตรียมพาเดินออกจากมหาวิทยาลัย

“นายน่ะ!” แบคฮยอนเอ่ยเรียกเพื่อรั้งเถาไว้ “อย่าไป... ได้ไหม?”

“...” เถาที่หันหลังให้แบคฮยอนแล้ว ทำเพียงแค่ฟังแบคฮยอนจนจบประโยค ทำทีเหมือนลังเล แต่กลับตัดสินใจเลือกที่จะเดินจากไปพร้อมกับมินอา

“เดี๋ยวสิ! แล้วเพื่อนของเถาล่ะ?” มินอาไต่ถามพลางมองไปทางแบคฮยอนที่มองตามพวกเค้าอยู่

“...” เถาเงียบไม่พูดอะไร เร่งเดินต่อไปโดยไม่แม้จะหันกลับไปมองแบคฮยอน

“เฮ้! พี่แบคฮยอน!” ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเดินสวนเถากับมินอาไป เค้าเอ่ยขึ้นทักเมื่อพบแบคฮยอนยืนอยู่ “หน้าพี่ไม่ค่อยบวมเลยนี่นา”

“แบคโฮ...” แบคฮยอนเอ่ยชื่อคนที่กำลังเดินเข้ามาหา ก่อนละสายตามองคนที่กำลังเดินจากไป “โง่จริงๆ เลยเรา พูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง?” เค้าเอ่ยว่าตัวเองด้วยเสียงที่น่าขัน แต่กลับมีน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“นี่พี่เป็นอะไรไป?” แบคโฮที่เพิ่งเข้ามากลับได้เห็นน้ำตาแบคฮยอน เล่นทำเอาเค้าตกใจ “หรือว่าพี่ปวดแผลใช่ไหม?” เพราะว่าเค้าไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไร จึงได้ถามออกไปแบบนั้น

“อืม... ปวดมากๆ เลยล่ะ... ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าแผลเล็กๆ แค่นี้จะทำให้ฉันปวดมากเหลือเกิน” แบคฮยอนกล่าวทั้งน้ำตา บาดแผลนั้นไม่ใช่บนใบหน้า แต่คือแผลบนหัวใจที่อยู่ๆ มันก็เกิดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว “ฉันไม่น่าพูดออกไปเลย... แบคโฮ... ฉันปวดมากจริงๆ” ชายร่างเล็กทนต่อไปอีกไม่ไหว เค้าร้องไห้ออกมา พลางเอ่ยบอกชายตรงหน้า

“แผลตรงไหนกันแน่ที่พี่รู้สึกเจ็บได้มากมายขนาดนี้?” เมื่อมองชายร่างเล็กที่ร้องไห้และบอกตน มันทำให้แบคโฮที่เฝ้ามองอยู่นั้นเริ่มสงสัยขึ้นมา

แต่ว่าแบคฮยอนไม่สามารถตอบคำถามใดๆ แก่แบคโฮได้อีกต่อไป เค้าค่อยๆ เดินออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างช้าๆ ทั้งที่ยังคงร้องไห้ โดยมีแบคโฮเดินตามไปอยู่ไม่ห่าง จนชายร่างเล็กหยุดเมื่อถึงสวนอินโช เค้านั่งลงบนเก้าอี้ริมทาง ตามด้วยแบคโฮที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกัน แต่นั่งห่างเพื่อเว้นระยะไว้ ไม่ต้องการรบกวนแบคฮยอน จนกระทั่ง...

“ฉันไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วทำไมฉันต้องร้องไห้ ทำไมต้องเสียใจ...” ชายร่างเล็กเอ่ยขึ้นเมื่อน้ำตาหยุดไหล แต่น้ำเสียงยังคงสะอื้น “แต่ถึงตอนนี้ฉันจะร้องไห้เสียใจหนักแค่ไหน มันก็คงสายไปแล้วใช่ไหม? ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันคงทำพลาดไป...”

“...” แบคโฮเหลียวมองใบหน้าคนด้านข้างที่กำลังเอ่ยเรื่องเศร้า แต่กลับมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่ฝืนใจ

“ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ฉันก็ยังจะพูดมันออกไป แถมยัง... ยังจะขอให้เค้าอย่าไปอีก...”

“ความรักนี้น้า... เข้าใจยากจริงๆ” แบคโฮกล่าวบอกพลางกอดอก ไขว้ขา มองไปทางอื่น “มีทั้งสุขและทุกข์ แม้จะรู้ดีแก่ใจ ใยคนเราถึงต้องการมันนัก ^ ^” แบคโฮกล่าวจบจึงเผยรอยยิ้มมองไปหาแบคฮยอนที่กำลังมองตน

“...” ชายร่างเล็กมองอย่างสงสัย

“เพราะความรักคือสิ่งมหัศจรรย์ ทำให้คนสองคนมาพบกันได้โดยบังเอิญ ทั้งที่บนโลกใบนี้มีผู้คนตั้งมากมาย ฮึ! ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ความรักเนี่ยมันดียังไง?”

“มันจะดียังไงหากรักแล้วต้องเป็นฝ่ายมาเจ็บและเสียใจคนเดียว หลังจากที่บอกออกไป...” แบคฮยอนเอ่ยบอก

“แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเก็บมันเอาไว้โดยที่ไม่ได้บอกไปไม่ใช่หรอ? ทำแบบนี้น่ะดีแล้ว! บอกเค้าไปว่ารัก ถึงผลมันจะเป็นยังไงก็ช่างสิ! แค่ให้เค้าได้รู้ว่าใจเราคิดยังไงก็พอ...” แบคโฮกล่าวเสริม “จริงไหม? ^ ^” เค้ายกยิ้มก่อนเอ่ยถาม

“อืม...” ชายร่างเล็กพยักหน้ารับเล็กน้อย เมื่อได้ฟังสิ่งที่แบคโฮบอก คำพูดเหล่านี้ที่มันไม่มากมาย กลับทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้นมากอย่างบอกไม่ถูก

 

.........................................................................................................................
KongJu_Pink! อัพจนครบ 100% แต่ไรท์เตอร์ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งให้เทาใจร้ายนะ

แค่อารมณ์และสมองมันพาไป!! T^T เขียนไปก็เศร้าเอง...


ถึงแฟนฟิคมิตรรักทุกท่านที่ติดตามเป็นแฟนพันธุ์แท้!!

ไรท์เตอร์อยากจะขอบคุณมากๆ ค่ะ และหวังว่าทุกคนจะติดตามเรื่องนี้ต่อๆ ไป จนจบ

และแน่นอนว่าเรื่องนี้จะถูกรวมเล่มอย่างแน่นอนค่า!! พร้อมเนื้อหาพิเศษชัวร์ๆ เพื่อแฟนฟิคที่รัก

ใครเม้น ใครโหวต ใครวิจารณ์ เอาใจไรท์เตอร์ไปเลย เพี้ยง!! ขอคอมเม้นน่ารักๆ กันนะจ๊ะ! ^{}^

 

ฟิคเรื่องนี้ขับเคลื่อนด้วยคอมเม้นนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,581 ความคิดเห็น

  1. #7493 after Y (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 16:27
    โอ้ยยยยย หวงจื่อเทา!!! นอกจากนายจะทำให้แบคของฉันเจ็บตัว แล้วยังจะทำให้เสียใจอีก จะกลับมาทำให้แบคเจ็บทำไม ทั้งๆที่บอกเองว่าไม่ให้ไปหา ไม่ให้ไปวุ่นวาย แล้วจะมาหาทำไม ไมไม่ไปหาแฟนนายล่ะ แบคของฉันชั่งน่าสงสารจริงๆ รักคนที่ยังสับสน รักข้างเดียวมันเจ็บจริงๆ (ฉันเข้าใจ คนหัวอกเดียวกัน TT)
    #7,493
    0
  2. #7469 pafe_love (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 20:54
    อีเทาอีเลวววววววววววววว แบคจะโดนข่มขืมเลยนะเว่ยยยยยยยยยยยย ย่าห์!!!!!!!!!!!!!!!
    #7,469
    0
  3. #7400 bell (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 21:15
    อิเถาบ้า ทำไมนายใจร้ายอย่างนี้เนี่ย

    สงสารแบคยอนนะเฟ้ย!!!!!

    (เข้าขั้นโคม่า)
    #7,400
    0
  4. #7300 rain&snow (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 00:29
    สงสารแบคฮยอน
    #7,300
    0
  5. #7220 pemika2543 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 18:08
    อ้ายยยย ฟิน
    #7,220
    0
  6. #7192 Grace Yada (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 17:14
    เมื่อไหร่เถาจะรู้ใจตัวเองน้าาาา สงสารแบคจุง
    #7,192
    0
  7. #7163 ninini (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2557 / 20:50
    แบคโฮพูดดีมาก 55555
    #7,163
    0
  8. #7162 ninini (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2557 / 20:49
    แบคโฮ พูดถูกมาก 5555
    #7,162
    0
  9. #7125 Milin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 19:39
    แบคโฮ นายพูดได้ดีจริงๆ สงสาร แบค T-T
    #7,125
    0
  10. #7076 oohsxhxn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 22:49
    สงสารแบคอ่าาาTT
    #7,076
    0
  11. #7023 ParkMeple (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 17:36
    เทาาาาาา ทำไมทำงี้ ระวังจะเสียนะเมื่อมันสายไป
    #7,023
    0
  12. #6984 เหมยแฟนทับทิม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 21:28
    แบคโฮนายพูดได้ตรงจริงๆ
    #6,984
    0
  13. #6954 RS_Boyfriend_Wu Yi Fan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 21:32
    เย้ๆๆๆ ในที่สุดแบคก็ได้แก้แค้นเทา หึๆ -..- #อย่าฆ่าดิชั้น แหมๆๆๆ ยอลลี่ไหนนายบอกไม่ไปไง สุดท้ายก้มาจบที่งานเลี้ยงพร้อมเจ้าชายขี่ม้าขาว >..<
    #6,954
    0
  14. #6921 Mermaidtears (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 23:10
    ฮือๆๆๆแบคน่าสงสารอิเถาแกกกกกก
    #6,921
    0
  15. #6895 Yada Kongsugsawut (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 21:04
    สงสารเเบคTT
    #6,895
    0
  16. #6883 Wan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 20:54
    ใครกัน แบคโฮ ชายนิรนาม 555
    #6,883
    0
  17. #6834 odroro (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 15:43
    แบคคคค ฮือ สงสารแบคT^T
    #6,834
    0
  18. #6799 Melt"GJX (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 10:54
    อ๊าก ไคโด้ไคโด้ ฟินนนนนนนนนน >< อาเทาใจร้ายมากมาย แบคอย่าร้องนะ ฮือ สงสารแบคจัง T T
    #6,799
    0
  19. #6715 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 00:11
    อาเทาจะหลอกแบคอีกนานม่ะ?
    #6,715
    0
  20. #6680 Minni Baby (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 22:16
    ฟินไคโด้-//- ส่วนเทาฉันหมั่นไส้แกมากที่กล้าทำแบคเสียใจ
    #6,680
    0
  21. #6641 เมียเสี่ยวลุ่ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 08:00
    อร๊ายย เขิน ไคโด้
     
    #6,641
    0
  22. #6589 Luhanonly (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 18:29
    สงสารแบคคคคคคคคคคคค
    #6,589
    0
  23. #6565 MILKSEOB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 22:17
    สงสารแบค ;-;
    #6,565
    0
  24. #6462 Tam_Nattaya (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 18:15
    โอ้ยยเทาาาาา เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเอง ทำแบคฮยอนร้องไห้อีกละ TT TT แบคโฮ นายหล่อมากกกก เชียร์แบคกับแบคโฮ ไดปะเนี่ย55555
    #6,462
    0
  25. #6426 Tao Tao EXO (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 11:00
    #ไม่ตั้งใจแต่ผมก้ไม่ให้อภัยไรเตอร์หรอกหึ 

    เทาทำร้ายแบคทำไมว่ะ...ดูแลเจ้หน่อยดิ



    #6,426
    0