[Fic EXO] PLANETS HISTORY {HunHan KrisYeol KaiDo}

ตอนที่ 16 : PLANETS HISTORY :: Painful Truth ความจริงที่เจ็บปวด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    4 ก.พ. 56

15

 

Painful Truth ความจริงที่เจ็บปวด

“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจดังออกมาจากชายร่างสูง

ดวงตาใสของชายอีกคนแลมองใบหน้าคนด้านข้างที่เดินมาด้วยกันในยามราตรีนี้ ใบหน้าชายคนนั้นไม่ได้ดูเจ้าเล่ห์เหมือนทุกครั้งเลยแม้แต่น้อย กลับดูนิ่งอย่างน่าแปลก

“น่าแปลกนะ! อากาศออกจะหนาวขนาดนี้ทำไมคืนนี้กลับมีดวงดาวนับล้านดวง” คริสเอ่ยเมื่อเงยใบหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิท มีแสงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด

“...” ชานยอลมองตามไปบนท้องฟ้า เค้ายืนฟังเงียบๆ

“มันคงจะดี... หากไม่มีดวงดาว” คริสกล่าวพลางนั่งลงบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ที่รอบนอกเต็มไปด้วยหิมะสีขาว

“ใครหลายคนต้องการที่จะเห็นดวงดาวกันทั้งนั้น” ชานยอลเอ่ยขัดอย่างไม่เห็นด้วย

“ฮึ! นั่นสินะ ใครๆ ก็คงอยากเห็นดวงดาวกันทั้งนั้น ^ ^” คริสพูดจบพลางยกยิ้มหันไปมองชานยอล “ทำไมนายถึงลงประกวดคิงล่ะ?”

“ฮะ? O///O” ใบหน้าชานยอลแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขินทั้งรอยยิ้มและคำตอบของการลงประกวด “เพราะว่า...” เค้าไม่กล้าบอกเลยว่าต้องการเพียงแค่คูปองส่วนลดเบเกอรี่

“หรือว่าต้องการลงแข่ง เพราะอยากเด่นอยากดังเหมือนคนอื่นๆ”

“เปล่าเสียหน่อย! ฉันแค่ต้องการคูปองส่วนลดเบเกอรี่แค่นั้นเอง...” ชานยอลรีบอธิบายไปจนหมด

“...” คริสจ้องใบหน้าชานยอลนิ่ง

-///-“ พอพูดออกไปจนหมด ชานยอลก็อายจนแทบอยากจะมุดดินหนี ด้วยเหตุผลที่น่าอาย

“ฮ่าๆ” คริสปล่อยเสียงหัวเราะ เพราะเหตุผลเด็กๆ ของชานยอล เค้าพยายามจะกลั้นหัวเราะเพื่อบอก... “นายนี่นะ... น่ารักจริงๆ”

“อะไรกันเล่า...” ชานยอลพูดเสียงเบา

“แต่แบบนี้ก็ดีนะ ไม่ต้องคิดอะไรมากไป”

“นายกำลังบอกว่าฉันคิดไม่เป็นอย่างนั้นหรอ?” ชานยอลโวยวายเมื่อได้ยินสิ่งที่คริสบอก ทั้งที่คริสสื่อไปว่าชานยอลเป็นคนง่ายๆ แต่ชานยอลกลับคิดไปไกลว่าคริสกำลังว่าตนอยู่

“ฮ๋า?” เล่นเอาคริสถึงกลับงง “นายกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย? แต่ช่างเหอะ! นายเคยมาที่นี่ไหม?”

“ไม่เคยอ่ะ ทำไม?” ชานยอลค้อนสายตามองคริสเล็กน้อยก่อนย้อนถาม

“นอกจากที่นี่จะมองดาวได้ชัดแล้ว บางคืนก็จะมีหิ่งห้อยบินออกมาเล่นลมหนาวด้วยนะ”

“จริงหรอ?” ชานยอลตาลุกวาว รู้สึกตื่นเต้นเมื่อคริสบอก “นายแกล้งอำฉันหรือเปล่าเนี่ย?” แต่พอเห็นหน้าคริสก็เริ่มไม่อยากจะเชื่อ

“นี่หน้าตาฉันมันเหมือนคนชอบโกหกหรือไง? ไม่เชื่อก็รอดูสิ! น่าจะเกือบๆ เที่ยงคืนนะ ถ้าฉันจำไม่ผิด”

“นายเคยมาที่นี่งั้นหรอ?”

“อืม! แต่เดี๋ยวฉันมานะ” คริสพูดจบก็ลุกขึ้นยืน

“นายจะไปไหน? จะทิ้งฉันหรอ?”

“ฉันไม่ทิ้งนายหรอกนะ แต่ขอตัวสักครู่เดี๋ยวกลับมา” คริสเดินห่างออกไป

“...” ชานยอลมองตามชายร่างสูงตาละห้อย เอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ “แปลกจริงๆ แค่คำว่าเดี๋ยวกลับมา ทั้งที่เคยได้ยินมันอยู่เสมอจากเพื่อน แต่ทำไมผู้ชายคนนั้นพูดออกมาแล้วทำให้เรารู้สึกกลัวว่าจะเหงาแปลกๆ”

ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

O_O!” ครั้นเมื่อหัวใจของชานยอลเต้นแรงผิดปกติเพราะคำที่พูดออกไป “ปาร์คชานยอล! นี่นาย... อย่าบอกว่ากำลังชะ...ชะ...ชอบ... ไม่นะ!” เค้าเตือนสติตัวเองด้วยการส่ายหัวไปมา ลุกขึ้นยืนกระโดดขึ้นลงออกกำลังกายให้หายฟุ้งซ่านไปกับความคิดตัวเองยกใหญ่

ฟิ้ว!!

เสียงสายลมพัดผ่านร่างกายชานยอลที่กระโดดตบมือ เค้าต้องชะงักเมื่อมีเงาๆ หนึ่งมาหยุดอยู่ต้องหน้าเค้า ชานยอลแลสายตามอง พบว่าเป็นคริสจึงค่อยๆ ยืนตัวตรงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แฮ่ๆ ^{+++}^” พร้อมฉีกยิ้มหนึ่งทีให้คริสอย่างเขินๆ

“ทำอะไรของนาย?” คริสถามอย่างสงสัย ก่อนจะนั่งลงที่เดิม พร้อมวางถุงดำไว้ข้างๆ ตนเอง

“อะไรน่ะ?” ชานยอลมองถุงดำที่คริสนำมา เค้ารีบนั่งลงข้างคริส

“ระหว่างรอดูหิ่งห้อย ฉันกลัวว่านายจะหิวบวกกับฉันที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย จึงไปซื้อของกินมา” คริสกล่าวพลางนำของกินออกมาจากถุงดำ สิ่งเหล่านั้นคือมันหวานเผา 4 ชิ้น ขนมเค้ก 2 ชิ้น เบียร์ 4 กระป๋อง

“ขนมเค้ก! *O*” ดวงตาโตของชานยอลเบิกกว้างอีกครั้ง เมื่อเห็นขนมเค้กของโปรด “นายซื้อมาให้ฉันใช่ไหม?”

“ชอบขนมหวานไม่ใช่หรอไง?”

^ ^” ชานยอลยิ้มรับ หยิบกล่องขนมเค้กขึ้นมาเปิดออก ใบหน้ายิ้มระรื่น ยกขนมกัดไปหนึ่งคำ จนรอบปากเลอะไปด้วยครีมเค้ก

“นี่นายกำลังเลียนแบบละครอยู่หรือไง? จะหลอกให้ฉันจูบหรอ?” คริสมองใบหน้าชานยอลพลางกล่าวหน้านิ่ง

- -^ เลียนแบบละครอะไรของนาย! ลองจูบดูสิฉันจะบี้เค้กเข้าที่หน้านายเลย” ชานยอลข่มขู่

“น่ากลัวจริงๆ นะหนุ่มเกาหลีเนี่ย?” คริสยกยิ้มเมื่อบอกจบ เค้าคว้ากระป๋องเบียร์ขึ้นมาเปิดแล้วกระดกดื่ม “นายจะดื่มมันก็ได้นะ” คริสยกมือขึ้นเช็ดปากก่อนหันไปบอกชานยอล

“ไม่มีทาง!” ชานยอลปฏิเสธโดยไม่ต้องไตร่ตรอง เพราะยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นจากคริสได้ไม่เคยลืม

“ตามใจ!” คริสบอกโดยไม่ได้เล้าหลือชานยอล “อย่าทานแต่เค้กอย่างเดียวสิ มันหวานเผานี่ก็อร่อยนะ” เค้าหยิบมันหวานส่งไปให้ชานยอล

“ก็ได้! จริงๆ ฉันก็ชอบกินมันหวานนะ” ชานยอลรับมาพลางแกะเปลือกออกแล้วกัดไปหนึ่งคำ

“นายนี่เลี้ยงง่ายจริงๆ เลยนะ มีแค่ของหวานก็กินได้แล้ว เหมือนเดนนิสไม่มีผิด” คริสมองดูชานยอลด้วยสายตาอ่อนโยน

“เดนนิสหรอ? ฉันไปเหมือนลูกชายตัวแสบของนายได้ยังไง?” ชานยอลย้ำชื่อเดนนิส ย้อนถามด้วยความข้องใจ

“ชอบกินของหวานเหมือนกันไง ไม่น่าล่ะถึงได้ดุขนาดนี้”

“ฉันไม่ใช่หมานะ!” ชานยอลโวยวาย

“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า...”

“นายนี่มัน! &^$@R%^@(!)#” แล้วอยู่ๆ ชานยอลก็บ่นเป็นภาษาต่างดาวออกมา โดยที่เค้าเข้าใจมันได้คนเดียว

อึก! อึก! อึก!

“...” คริสยกกระป๋องเบียร์ดื่มรวดเดียวจนหมดกระป๋อง

“นายดื่มมันเร็วไปนะ หากเมาขึ้นมาจะทำยังไง? แล้วถ้าอาจารย์พบว่านายเมาก็คงไม่ดีแน่” ชานยอลปรามคริส

“ทำไมจะไม่ดีล่ะ! นายจะได้หมดคู่แข่งหมายเลข 1 อย่างฉันไปไง” คริสบอก เค้าคว้าเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋อง เมื่อเปิดได้ก็ยกดื่มทันที

“ถึงจะอยากให้นายแพ้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้นายแพ้เพราะตัวนายเองเสียหน่อย อย่างน้อยฉันจะภูมิใจกว่าหากชนะทุกๆ คนด้วยตัวของฉันเอง ไม่ใช่ชนะได้เพราะไม่เหลือใครบนเวที”

“ฮึ! ลืมไปแล้วหรือไงว่ายังมีเซฮุนกับเพื่อนของเค้าอีก นายน่ะไม่ชนะหรอก”

“หน๊อย! ฉันน่ะ...”

“ชู่ว์!” คริสยกนิ้วแตะริมฝีปากชานยอล ส่งเสียงห้ามให้เงียบ “อย่าเสียงดังสิ ไม่อย่างนั้นหิ่งห้อยจะไม่ออกมานะรู้ไหม?”

“...” ชานยอลเงียบลง ไม่ใช่เพราะคำห้าม แต่เป็นเพราะสายตาของคริสที่มองเค้าต่างหากที่ทำให้เค้าเงียบได้

คริสลดระดับนิ้วลงจากปากอิ่ม หันไปมองดวงดาวบนท้องฟ้าพลางยกเบียร์ขึ้นดื่ม ดวงตาของเค้าเศร้าสลดลงจนคนด้านข้างประหลาดใจ ชานยอลมองใบหน้าชายร่างสูงไม่ละสายตา

“มันจริงกับสิ่งที่นายบอก ทุกๆ คนบนโลกใบนี้ชอบดวงดาวที่สวยงาม คงมีเพียงแค่ฉันเท่านั้นที่ไม่ต้องการและไม่อยากเห็นดวงดาวพวกนี้...” คริสกล่าวพลางกระดกกระป๋องเบียร์เพื่อดื่ม

“นายดื่มมากไปแล้วนะ” ชานยอลเอ่ยห้าม

“วันนี้น่ะ... เป็นวันครบรอบ 4 ปีที่แม่ของเดนนิสเสียชีวิต ไม่สิ! ไม่ใช่เพียงแม่ของเดนนิส แต่รวมถึงพ่อของเค้าด้วย ฉัน... ฉันน่ะ...” เมื่อยิ่งเอ่ยความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในหัวใจ ผู้ชายร่างสูงกลับไม่สามารถเอ่ยต่อได้ เสียงสั่นเทามาพร้อมหยดน้ำตา

“...” ชานยอลมองน้ำใสๆ ความรู้สึกแรกที่รับรู้คือผู้ชายคนด้านข้างกำลังร้องไห้ใช่ไหม? เค้าถามกับตัวเอง

“ฉันน่ะ... ฉันเป็นคนฆ่าพวกเค้าทั้งสองด้วยตัวของฉันเอง นายรู้ไหมว่าฉันเจ็บปวดมากเหลือเกิน ทุกๆ ปีที่วันนี้มาถึง... ฉันทรมานกับภาพความทรงจำและฝันร้าย” ชายร่างสูงยกมือเช็ดน้ำตาบนแก้มใส ครั้นกล่าวเล่าความทรงจำ “เมื่อ 4 ปีก่อน พ่อแม่ที่แท้จริงของเดนนิสเดินทางมาจากประเทศออสเตรเลีย...”

4 ปีก่อน...

ณ ประเทศเกาหลี เควินคือพ่อของเดนนิส และมินจองคือแม่ของเดนนิส ทั้งคู่เดินทางมาเที่ยวประเทศเกาหลีโดยที่ตอนนั้นเดนนิสอายุได้เพียงขวบเดียว พวกเค้าพาเดนนิสมาพบญาติๆ ที่เกาหลี ในตอนนั้นคริสเพิ่งย้ายอยู่ที่เกาหลีได้ปีกว่าๆ แม่ของคริสมีศักดิ์เป็นน้าของมินจองที่มีเชื้อสายจีนและเกาหลี คริสสนิทจึงกับมินจองมากเช่นเดียวกับเซฮุนที่เป็นหลานชายของมินจอง โดยมินจองนั้นมีศักดิ์เป็นน้องสาวของแม่เซฮุน ด้วยเหตุนี้คริสและเซฮุนจึงกลายเป็นญาติห่างๆ กัน

ในวันนั้นคริสทราบว่ามินจองมาที่ประเทศเกาหลี เค้าดีใจมากจึงขออาสาไปรับที่สนามบินด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับเซฮุนที่อยากจะตามไปรับด้วย ซึ่งเซฮุนอายุเพียง 14 ปี เค้ากับคริสไม่ค่อยถูกกันมาตั้งแต่รู้จัก เพราะมักถูกเปรียบเทียบจากญาติๆ เสมอ พวกเค้าไปรับมินจองกับครอบครัวโดยมีคนขับรถตู้เป็นผู้อำนวยความสะดวก

คริสและเซฮุนต่างตื่นเต้นที่ได้พบเด็กน้อยหน้าตาน่ารักอย่างเดนนิส พวกเค้าต่างหลงรักเด็กคนนี้จนหมดใจ ในช่วงระยะเวลาที่มินจองและครอบครัวอยู่ที่ประเทศเกาหลีเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่เมื่อมาถึงวันที่ 30 มกราคม ครอบครัวคริสและเซฮุนได้นัดไปเที่ยวชอนโจ สถานที่เที่ยวแบบธรรมชาติ ซึ่งแคมป์พยอลจีก็เป็นสถานที่เที่ยวเช่นกัน

ทุกคนจึงล่วงหน้าไปก่อนยกเว้นคริส มินจองและเควินที่ติดธุระในกรุงโซล เซฮุนได้ขอพาเดนนิสไปพร้อมตน ประกอบกับเควินเกิดตกบันได จนต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนคริสติดปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยแพลนนิท ทำให้พวกเค้าต้องตามไปทีหลัง

คริสพบว่าเควินขาเจ็บจึงอาสาเป็นฝ่ายขับรถยนต์ให้เนื่องจากตนมีใบขับขี่รถยนต์แล้ว และชอนโจก็ไม่ได้ไกลจากกรุงโซลเท่าไร ในค่ำคืนนั้นคริสขับรถพามินจองและเควินไปยังชอนโจ ในท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มินจองพบกลุ่มดวงดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้า เธอเรียกให้คริสและเควินมอง คริสจึงขับรถไปช้าๆ เพื่อมองดาวพวกนั้น

ปรี๊นๆๆ

แต่แล้วเสียงแตรคันใหญ่คันหนึ่งได้บีบเตือนมาแต่ไกล เพราะขับมาด้วยความเร็วสูง ขณะที่รถคริสขับอยู่เกาะกลางถนน คริสสะดุ้งเมื่อได้ยินเผลอเหยียบเร่งความเร็วจนทำให้รถพุ่งออกไปไกล ทุกคนต่างตกใจเมื่ออยู่ๆ มีรถยนต์อีกคันขับปาดหน้า คริสหักรถเพื่อหลบพร้อมเหยียบเบรกจนรถยนต์หมุนหลายรอบ ก่อนที่รถจะหมุนเสียหลักลงข้างทางที่เป็นทางต่างระดับ รถพลิกคว่ำจนทำให้คนที่อยู่ภายในได้รับบาดเจ็บและรถเสียหายอย่างมาก

หลังจากเหตุการณ์รุนแรงนั้นสงบลง ชายร่างสูงยังไม่หมดสติก็พยายามขยับกาย ทั้งร่างกายและใบหน้าต่างเต็มไปด้วยเลือด มือข้างหนึ่งที่ยังเหลือแรงพยายามเปิดประตูรถที่ได้รับความเสียหายอยู่แล้ว เค้าค่อยๆ คลานออกมาจากรถด้วยความยากลำบาก สายตาแลมองไปที่มินจองกับเควิน เค้าต้องพบเรื่องอันแสนเลวร้าย เมื่อมินจองและเควินได้รับความบอบช้ำอย่างหนักและมากกว่าคริสเป็นหลายเท่าจนไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ

คริสขยับกายคืบคลานไปจับมือมินจองทั้งน้ำตา พยายามเปล่งเสียเรียกมินจองให้รู้สึกตัว เค้าร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียมินจองและเควินในคราวเดียวกัน เพราะตัวของเค้าเองที่ประมาท แม้เป็นอุบัติเหตุแต่คริสกับคิดว่าตนคือผู้ฆ่ามินจองและเควิน หากไม่มัวแต่มองดาวพวกนั้น หากเค้าไม่ประมาท และหากไม่รู้จักควบคุมสติ ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา

การสูญเสียในครั้งนี้ทำให้คริสเก็บตัวเงียบและตีตัวออกห่างจากครอบครัว มีทั้งคนที่กล่าวโทษว่าคริสผิดและมีทั้งคนที่ไม่พูดให้เค้าเจ็บไปมากกว่านี้ แต่เซฮุนนั้นกลับไม่ยอมยกโทษให้คริส เพราะด้วยวัยที่ยากจะรับฟังเหตุผลมากกว่าสิ่งที่เห็น คริสเอาแต่นั่งร้องไห้ในห้องเพียงลำพัง ยิ่งได้พบเดนนิสก็ยิ่งทำให้เค้ารู้สึกเสียใจจนต้องคุกเข่าต่อหน้าเด็กชายตัวน้อยที่ไร้เดียงสาทั้งน้ำตา กล่าวขอโทษที่ทำให้เสียพ่อแม่ไป โดยไม่รู้เรื่องราวอะไร

ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนกว่าคริสจะทำใจให้เป็นปกติ แต่ก็ยังคงมีแผลเป็นที่ยากจะรักษาหาย เค้าเดินไปบอกกับพ่อแม่มินจองและทุกคนในครอบครัวว่าจากนี้ไปจะรับเดนนิสเป็นลูกชายของตน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเค้าจะไม่ทอดทิ้งและไม่ทำให้เดนนิสเสียใจ จะรักและดูแลเดนนิสตลอดไป...

นับจากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงตอนนี้เดนนิสอายุ 5 ปี ก็รู้เพียงว่าคริสคือพ่อของตน แม้ว่าเซฮุนจะไม่ต้องการยอมรับเรื่องนี้ แต่เมื่อสิ่งที่คริสทำอยู่นี้คือสิ่งที่ทำให้เดนนิสมีความสุขและความแค้นเรื่องที่คริสทำให้มินจองกับเควินเสียชีวิตก็ค่อยๆ จางลงไปกับกาลเวลา

“เมื่อวันเวลานี้มาถึง... ภาพในวันนั้นก็ย้อนกลับมาหาฉัน... ฉันน่ะ... รู้สึกผิดและเจ็บปวดอยู่เสมอ... แม้ว่าจะผ่านมาแค่ไหน... ฉัน...” คริสเล่าไปทั้งน้ำตาที่แสนทรมาน

“คริส...” ชานยอลได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ดวงตาใสมองใบหน้าชายร่างสูง ถึงแม้ว่าเรื่องนี้คริสจะผิดอย่างไร แต่หัวใจของเค้ากลับสงสารอย่างบอกไม่ถูก เสียงแผ่วเบาเอ่ยชื่อคริสที่กำลังร้องไห้

“แม้ว่าจะบอกว่าเกลียดดวงดาวพวกนี้ แต่จริงๆ แล้วฉันเกลียดตัวเองที่สุด ฉันได้แต่ถามตัวเองทุกๆ วันว่าทำไมต้องเป็นฉันที่ยังอยู่...”

“ทำไมนายพูดแบบนั้น?” ชานยอลไม่เข้าใจในสิ่งที่คริสพูดออกมา

“ฉันน่าจะสิ้นใจไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น รู้ไหมว่าฉันจะอยู่หรือตายมันก็ไม่ต่างกัน ในเมื่อทุกปีที่วันนี้มาถึงกว่ามันจะผ่านไป ฉันร้องไห้แทบขาดใจ...”

“ต่างสิ! มันไม่เหมือนกันเลย” ชานยอลค้านเสียงแข็ง

“มันจะต่างกันได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนในครอบครัวฉันอาจจะมองข้ามความผิดของฉัน แต่จริงๆ แล้วพวกเค้าก็ยังมองว่าฉันเป็นฆาตกรคนหนึ่ง ทุกวันนี้ฉันก็เหมือนตัวคนเดียวอยู่แล้ว...”

ชานยอลมองคริสกำลังกล่าวโทษตัวเองอย่างมากมาย โดยไม่ฟังคำของคนอื่น เค้าจึงใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าคริสก่อนสวมจูบเพียงเสี้ยววินาทีให้คริสหยุดเพื่อรับฟัง

“ทำไมนายถึงพูดแบบนั้น ไม่มีใครอยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพังหรอกนะ อย่าเอาอดีตที่เลวร้ายมาปิดกลั้นตัวเอง แล้วมองว่าคนอื่นเค้ามองนายเป็นฆาตกรอะไรนั่น ทุกคนรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจและไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุ หากทุกคนคิดแบบนั้นคงไม่ยอมให้นายดูแลเดนนิส ชีวิตเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไรเดียงสา นายคิดดีๆ สิ ได้โปรด... อย่าคิดว่าตัวเองอยู่เพียงลำพัง นายยังมีแม่... นายยังมีเดนนิส...” ชานยอลกล่าวเตือนจิตใจที่ไร้แสงสว่างของคริส เค้ารู้สึกเสียใจและสงสารคริสจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“...” คริสมองดวงตาและน้ำตาใสๆ ที่กำลังรินไหลบนใบหน้าชานยอล

“และนาย... ยังมีฉัน...” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนสวมจูบคริสอีกครั้งเพื่อปลอบโยนจิตใจอันแสนเจ็บปวดดวงนี้ เค้าเลื่อนแขนทั้งสองคล้องต้นคอชายร่างสูง มอบจูบหวานให้อบอุ่นหัวใจเปราะบางมากยิ่งขึ้น

ในยามราตรีนี้มีแสงจากดวงจันทร์สาดส่อง แสงจากดวงดาวนับล้านดวงที่เปล่งประกายระยิบระยับเต็มท้องฟ้า และหิ่งห้อยกำลังโบยบินออกมาในช่วงเวลานี้ ชานยอลแลสายตามองกลุ่มหิ่งห้อยที่โบยบินรอบต้นไม้ใหญ่ เค้าถอนจูบออก ละสายตามองใบหน้าคริสอีกครั้ง

“เรื่องนี้มันคือความลับและความทรงจำที่แสนเจ็บปวดของฉัน ฉันไม่เคยพูดมันออกมาเลยสักครั้ง แต่กับนายแล้วฉันอยากจะบอกทุกๆ อย่าง...” คริสกล่าวพลางเช็ดน้ำตาที่ห้ามไม่ให้ไหลไม่ได้เลย

“นายน่ะ... ไม่เหมาะกับน้ำตาจริงๆ นะ แต่ว่า... แต่ว่า... ขอบคุณนะที่เล่าเรื่องที่แสนเจ็บปวดของนายให้ฉันฟัง” ชานยอลกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงต้องขอบคุณ เค้าแค่อยากจะขอบคุณคริสแค่นั้นจริงๆ

“...” คริสคว้าตัวชานยอลมากอดไว้โดยไม่พูดอะไร เค้าซบใบหน้าลงบนไหล่ชานยอลเพื่อพักพิงเมื่อต้องการร้องไห้ ที่ได้ระบายความรู้สึกที่ไม่เคยได้บอกใครมาทั้งน้ำตา

“ไม่เป็นไรแล้วนะ...” มืออุ่นยกขึ้นลูปแผ่นหลังกว้างพลางเอ่ยเสียงเบาเพื่อปลอบโยน

ยามราตรีนี้ผ่านมาครึ่งคืน ณ ใต้ต้นใหญ่... คริสนั่งอิงแอบซบไหล่ชานยอล ดวงตามองดูดาวนับล้านพร้อมกลุ่มหิ่งห้อยที่โบยบินเล่นลมหนาว

“นายไม่กลัวฉันแล้วหรอ?” คริสเอ่ยถามชานยอล

“กลัวสิ... ฉันกลัวนายที่สุดเลยล่ะ” ชานยอลยกยิ้มเมื่อกล่าวจบ

“...” คริสผละใบหน้าออกจากไหล่ชานยอล เค้ามองด้วยความสงสัย

“ฉันกลัวว่าจะเห็นน้ำตาของนาย เพราะบางทีฉันก็หวั่นไหวกลัวว่าตัวเองจะเสียน้ำตาไปพร้อมนายอีก ฉันไม่ชอบจริงๆ เวลาตัวเองมีน้ำตาเนี่ย” ชานยอลบอกสิ่งที่คิดภายในใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน พลางยื่นมือส่งไปทางคริส “กลับกันเถอะ!

^ ^” คริสเผยยิ้ม คว้ามือตรงหน้าไว้ก่อนลุกยืน “คืนนี้อากาศมันหนาวอย่างบอกไม่ถูกเลย” เค้าเอ่ยก่อนกำชับมือชานยอลแน่น พาเดินไปพร้อมกับตน

เป็นครั้งแรกที่ชานยอลยอมและเดินตามคริสไปโดยไม่ถาม ไม่บ่น ไม่อยากจะหนีไปให้ไกลจากคริส ทั้งคู่เดินกลับเต็นท์ที่พัก โดยลืมไปว่ากำลังอยู่ในการแข่งขันประกวดคิง

“พวกเธอสองคนไปไหนมา?” เสียงอาจารย์เอ่ยถามเสียงเข้ม เมื่อยืนมองคริสกับชานยอลกำลังเดินเข้ามายังแคมป์พยอลจี

O_O! อาจารย์...” ชานยอลตกใจมากจนรีบดึงมือตัวเองออกจากมือคริส

“ฉันถามว่าพวกเธอสองคนไปไหนมา? นี่มันเป็นเวลาที่ทุกคนต้องนอนแล้วไม่ใช่หรอ? หรือว่าพวกเธอหนีไปเที่ยวมา?” อาจารย์ถามเค้นเอาคำตอบ

“คือเรื่องนี้ผม...” คริสกำลังกล่าวตอบความจริง

“พอดีว่าผมเกิดปวดท้องและปวดหัวอีกรอบน่ะครับอาจารย์ ผมก็เลยให้คริสช่วยพาไปหาหมอ” ชานยอลเกรงว่าจะถูกตัดออกจากกองประกวดหากยอมรับความจริงไปว่าแอบหนีเที่ยว เค้าจึงจำเป็นต้องโกหก

“ชานยอล!” คริสเรียกชื่อคนด้านข้างก่อนหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้บอกอาจารย์ เห็นว่างานกำลังสนุกเลยไม่อยากขัด” ชานยอลไม่สนว่าคริสจะห้ามเค้า แต่คงต้องโกหกต่อไป

“ไหนล่ะยา?” อาจารย์ถามอีกครั้งเมื่อมองเห็นว่าทั้งสองไม่มีอะไรติดตัวกลับมา

“เอ่อคือ...” ชานยอลอ่ำอึ้งตอบไม่ถูก

“ตกลงว่าโกหกอาจารย์ใช่ไหม?” อาจารย์

“คือว่า...”

“พอดีว่าผมลืมไว้บนรถแท็กซี่น่ะครับ” ชานยอลพูดแทรกคริสอีกครั้ง “แต่ว่าตอนนี้อาการผมดีขึ้นแล้วล่ะครับอาจารย์ ^ ^;” เค้าแสยะยิ้มที่แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

“...” อาจารย์มองทั้งสองคนนิ่ง “เฮ้อ! ดึกแล้ว รีบกลับไปนอนซะ พรุ่งนี้จะต้องเตรียมตัวรับฟังผลตัดสิน” อาจารย์ปล่อยตัวคริสและชานยอลให้กลับเข้าเต็นท์พักโดยไม่ซักถามต่อ

“ขอบคุณครับอาจารย์” ชานยอลโค้งขอบคุณ ก่อนจะดึงคริสไปยังเต็นท์

“...” คริสส่ายหน้าเล็กน้อยที่ชานยอลต้องมาโกหกเพราะเค้าแบบนี้

“ราตรีสวัสดิ์นะ” ชานยอลหันไปบอกกับคริสก่อนจะรีบมุดเข้าเต็นท์นอนของตน

^ ^” คริสยกยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก เค้ามุดเข้าไปในเต็นท์นอน “O_O!” พบสภาพเซฮุนที่นอนหลับทั้งๆ ที่ยังแต่งหน้าและใส่ชุดซินเดอเรลล่า เค้ายกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะแทบตาย และแล้วความคิดหนึ่งก็ประดังขึ้นในหัว มือใหญ่ค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดเข้าโปรแกรมกล้องอย่างจงใจ กดถ่ายด้วยความไวแล้วส่งให้ลูกชายตนเอย...

เซเดอเรลล่าของเดนนิสพร้อมแนบข้อความสั้นๆ ไปถึงเดนนิส

 

เช้าวันรุ่งขึ้น...

หลังอาหารมื้อเช้า ทุกคนมารวมตัวที่ห้องประชุมเพื่อรับฟังการประกาศผลการตัดสินรอบ 2 นักศึกษาหลายคนต่างมีความตื่นเต้นว่าตนจะอยู่ต่อหรือต้องออกจากการแข่งขัน

“ได้เวลาประกาศผลรอบที่ 2 แล้ว นักศึกษาคงตื่นเต้นกันมากเลยใช่ไหมครับ? ขนาดอาจารย์เองยังลุ้นเลย แต่ก่อนจะประกาศผลเรามาดูผลคะแนนจากเมื่อวานก่อน...”

อาจารย์ได้เริ่มกล่าวประกาศผลคะแนนของเมื่อวานที่นักศึกษาทำกิจกรรมแต่ละฐาน และรวมทั้งคะแนนจากปาร์ตี้หน้ากากเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงได้ผลสรุปออกมามีผู้ที่มีคะแนนสูงอยู่ประมาณเกือบ 10 คน

“และต่อไปจะเป็นการประกาศผลคะแนนโหวตจากประชาชนที่ร่วมส่งคะแนนจากสื่อออนไลน์ ผลจะปรากฏบนจอมอนิเตอร์นะครับ”

อาจารย์กล่าวต่อด้วยผลโหวตที่นำมารวมกับคะแนนกิจกรรมทั้งหมดออกมาในรูปแบบตาราง ดังเช่น ช่องแรกคะแนนโหวต 2,213 ช่องสองคะแนนกิจกรรม 27 คะแนน ช่องสามรวมเป็น 2,240 คะแนน อาจารย์ได้ประมวลและจัดลำดับจากมากสุดไปจนถึงน้อยสุด และคนที่ต้องออกจากการแข่งขันคือตั้งแต่ลำดับที่ 21 จนถึงลำดับที่ 50

“นึกไว้แล้วเชียวว่าจะต้องตกรอบ เซ็งว่ะ!” เสียงจากนักศึกษาที่กล่าวหลังทราบผล

“ไม่น่าเชื่อว่าฉันผ่าน สุดยอดเลยปาร์คซัมจุน” นักศึกษาบางรายก็ผ่านไปได้ด้วยดี

“ฉันผ่าน! ^{}^/

“แต่ฉันไม่ผ่าน! T^T

ท่ามกลางเสียงตอบรับจากผลคะแนนที่ออกมานั้น ไคเห็นคะแนนตนถึงกลับมีสีหน้าที่เครียดตรึง! เซฮุนมองเพื่อนก่อนจะถาม...

“เป็นอะไรของนายเนี่ย?”

“เซ็ง!” ไคตอบสั้นๆ

“เซ็งอะไร?”

“อีกแค่คะแนนเดียวแท้ๆ”

“คะแนนเดียว?” เซฮุนไม่เข้าใจสิ่งไคกำลังบอก เค้ามองไปที่ผลคะแนนของไค “ขอโทษนะไอ้ไค! นายน่ะคะแนนที่ 1 เลย แล้วขาดคะแนนบ้าอะไรอีก?”

“ก็อีกแค่คะแนนเดียวก็ครบ 5,000 แล้วน่ะสิ!” ไคบอกด้วยสีหน้าสุดจะเซ็ง

“ขนาดที่ 2 ยังมีคะแนนหากจากนายตั้ง 500 กว่าคะแนน นายนี่แปลกคนจริง”

“ที่ 2 น่ะพี่นายไม่ใช่หรอไง?” ไคถามพลางมองไปทางคริส

“บอกกี่ครั้งว่าหมอนั่นเป็นแค่ญาติ ไม่ใช่พี่! แต่ที่น่าเสียดายคือคะแนนของฉันห่างจากหมอนั่นแค่ 3 คะแนนเอง ไม่อย่างนั้นได้ที่ 2 ไปแล้ว ทำไมจะต้องตามหมอนั่นตลอดเลยด้วยก็ไม่รู้สิ!” เซฮุนบ่นอย่างเจ็บใจ

“นี่คะแนนนายได้ตั้ง 4,455 คะแนนเลยนะ อิจฉาจัง!” ชานยอลนั่งมองคะแนนตาละห้อย เมื่อเทียบคะแนนตนกับคริสแล้วห่างกันมาก

“แต่นายก็ผ่านเข้ารอบ แล้วจะมาอิจฉาทำไม?” คริสมองใบหน้าชานยอล

“แต่ว่าฉันอยู่อันดับที่ 20 เลยนะ คะแนนก็ได้ 3,287 เองนี่นา แบบนี้คงจะชนะยากแล้วล่ะ”

“อย่าเพิ่งคิดมากไปสิ ใครจะไปรู้ตอนจบเรื่องอาจจะหักมุม แล้วนายได้เป็นคิง” คริสกล่าว

“จริงสินะ ฮ่าๆ ฉันยังมีลุ้น” ชานยอลยิ้มร่าขึ้นมาทันที

“ทุกๆ คนคงได้ทราบคะแนนกันแล้วนะครับ ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาที่ได้ผ่านเข้ารอบทุกท่าน ส่วนคนที่ตกรอบปีหน้าก็ยังมีโอกาสลงประกวดใหม่ และคนไหนที่อยู่ปีสี่แล้วก็อันนี้ต้องเสียใจด้วยจริงๆ นะครับ อาจารย์คิดว่าได้เวลาที่เราจะต้องเดินทางกลับมหาวิทยาลัยแพลนนิทกันแล้วนะครับ อีก 1 ชั่วโมงหลังจากเก็บของเสร็จแล้ว มาเจอกันที่รานจอดรถนะครับ” อาจารย์กล่าวจบทุกคนก็แยกย้ายกันออกไป

และแล้วการเข้าค่ายเก็บตัวจากกองประกวดคิง ณ แคมป์พยอลจี ก็จบลงได้ด้วยดี นักศึกษาทุกคนเตรียมตัวเดินทางกลับมหาวิทยาลัยแพลนนิท และอีกไม่นานการประกวดรอบสุดท้ายก็จะเริ่มต้นขึ้น!

ช่วงเวลาผ่านมาถึงเวลายามบ่าย กองประกวดและนักศึกษาทุกคนเดินกลับมาถึงมหาวิทยาลัยแพลนนิท ต่างแยกย้ายกลับหอพักด้วยความเหนื่อยล้า

“นั่นนายมองอะไรน่ะ?” เซฮุนเดินมาหยุดข้างไค มองดูกระดาษใบเดียวกับที่ไคกำลังดู

“ป้ายประกาศตามหาแมวน่ะ?” ไคบอก

“นายรู้จักหรอ? ชื่อมันน่ารักเหมาะกับหุ่นของมันเลยนะ ทเวจี!

“รู้จักสิ รู้จักดีด้วยล่ะ” ไคยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเดินกลับหอพัก

เซฮุนเดินตามไคกลับไปยังหอพักเอเลี่ยน เมื่อเค้าเดินขึ้นมายังชั้น 3 ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ สองเท้าเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องตัวเอง 303 เซฮุนหยิบกุญแจออกมา แต่สายตาก็คอยแต่ชำเหลืองมองห้อง 304 ในสมองมันสั่งให้ย้อนคิดกลับไปวันก่อนที่เค้าทำเรื่องเอาไว้ ถึงอย่างนั้นเซฮุนก็เปิดประตูห้องตัวเองแล้วเดินเข้าไป

ภายในห้อง 304 ชายร่างบางผู้เป็นเจ้าของห้องยังคงนอนบนเตียงๆ เดิม ใช้เวลาที่เจ็บปวดภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่ออกไปไหน มีเพียงคามเงียบเหงาเป็นเพื่อน เค้าเสียน้ำตาไม่รู้กี่ครั้งต่อครั้ง จนกลายเป็นความโดดเดี่ยว

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังจากภายนอกห้อง 304 แม้เสียงนั้นจะดังชัดแค่ไหน ร่างบางนอนหันหลังให้กับเสียงเคาะนั้น โดยไม่สนใจ

ก๊อกๆ

“ไม่มีใครอยู่งั้นหรอ?” เสียงชายร่างสูงผู้เคาะประตู 304 เค้าถามกับตัวเอง เมื่อไม่มีวี่แววประตูจะเปิดออก

“อ้าว! เซฮุน...” ซิ่วหมินเดินออกมาจากห้องพร้อมเฉิน เจอเซฮุนก็เอ่ยทักทาย “กลับมาจากเข้าค่ายแล้วหรอ?”

“ครับ” เซฮุนหันไปมองคนที่เอ่ยทัก เค้าตอบรับสั้นๆ ก่อนจะถามกลับ “พี่เห็นลู่ฮานไหม?”

“ลู่ฮานน่ะหรอ? ก็นอนป่วยอยู่ในห้องนั่นแหละ ป่วยมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ยอมไปหาหมอสักที” ซิ่วหมินบอก

“ป่วยหรอ?” เซฮุนย้ำคำ

“ใช่! เหมือนจะป่วยหนักนะ เมื่อวานพี่ก็ซื้อยามาให้ไม่รู้ได้ทานบ้างหรือเปล่า หน้าซีดและตาบวมช้ำ ตั้งแต่เมื่อวานก็ยังไม่เห็นออกมาจากห้องเลย เรียกเท่าไรก็ไม่ตอบ” ซิ่วหมินกล่าวเสริม

“นายนี่มัน...” เซฮุนชักสีหน้าไม่พอใจกับนิสัยดื้อรั้นของลู่ฮาน “ผมขอตัวก่อนนะครับ” เซฮุนพูดจบ เค้าเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ขณะที่ซิ่วหมินและเฉินออกไปตามหาแมวของดีโอต่อ

เซฮุนเดินกลับมายังหน้าห้อง 304 พร้อมกุญแจที่ตนมีอยู่ ก่อนจะรีบไขกุญแจ เมื่อประตูถูกเปิดเข้าไป สายตามองหาชายร่างบางจนพบ... เซฮุนปิดประตูก่อนเดินเข้าไปหาชายร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง

“ลู่ฮาน...” ชายร่างสูงเอ่ยเรียกชื่อชายร่างบาง

“...” เสียงเรียกนั้นทำให้ลู่ฮานต้องลืมตา อยู่ๆ หัวใจมันก็เต้นแรงขึ้นมา ไม่กล้าจะขยับไปไหน

“ลู่ฮาน... ฉันรู้ว่านายได้ยินเสียงของฉัน ลุกขึ้นมาพูดกันหน่อยสิ”

“...” ชายร่างบางยังคงเงียบ ไม่ยอมตอบ

“ลู่ฮาน!” จนชายร่างสูงหมดความอดทน เค้าคว้าแขนเล็กดึงขึ้นมาเพื่อมองใบหน้าลู่ฮาน

“...” ชายร่างบางไม่สามารถจะหลบเหลี่ยงได้เมื่อร่างกายไม่มีแรง ดวงตาเศร้ามองใบหน้าชายร่างสูง

“นี่นาย...” ดวงตาทั้งสองมองลู่ฮานนิ่ง เค้าแทบพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นลู่ฮานในสภาพนี้ “ไม่สบายขนาดนี้ ทำไมไม่ไปหาหมอ?” เค้าเอ่ยถามเสียงเบา

“ปล่อยแขนของฉัน” ลู่ฮานไม่สนใจในคำถาม เค้าสั่งเซฮุนก่อนกระชากแขนตนออกจากมือหนา เค้าขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงหันหน้าไปทางอื่นโดยไม่มองเซฮุน

“ฉันถามว่าทำไมไม่ไปหาหมอ?” เซฮุนถามย้ำอีกครั้ง

“...” ลู่ฮานไม่ยอมตอบ

“นี่ลู่ฮาน! ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง?” เซฮุนตะคอกเสียงใส่ ก่อนจะดึงตัวลู่ฮานให้ลุกขึ้นมาพูดกับเค้า “อย่าเอาแต่เงียบอย่างนี้ จะทำตัวมีปัญหาไปถึงเมื่อไรฮะ?”

“เหอะ!” ลู่ฮานถึงกลับสบถเสียงทิ้งที่ถูกต่อว่าแบบนั้น “ใช่สิ! ฉันมันตัวปัญหา แต่ว่า... ฉันถามนายหน่อยนะ ฉันทำเรื่องทั้งหมดขึ้นเองอย่างนั้นหรอ? ที่ฉันป่วยฉันทำตัวเองหรอ? ที่ฉันร้องไห้ฉันทำตัวเองหรอ? ที่ฉันทรมานฉันทำตัวเองอย่างนั้นหรอ? มันเป็นความผิดของฉันหมดเลยใช่ไหม?” ร่างบางถามกลับด้วยเสียงสั่นคลอน น้ำตาซึมด้วยความเจ็บปวดของหัวใจ

“...” เซฮุนมองใบหน้าร่างบางที่กำลังร้องไห้

“ฉันทำอะไรผิด... ทำไมฉันต้องเจอเรื่องแบบนั้น...” ลู่ฮานเอ่ยถามอีกครั้งทั้งน้ำตา

“ไปหาหมอก่อนเถอะ” เซฮุนละมือลงเพื่อจับมือร่างบาง พาไปหาหมอ

“ฉันไม่ไป!” ลู่ฮานสะบัดมือเต็มแรงจนหลุด ตะคอกเสียงดังใส่เซฮุน

“อยากตายนักหรือไงฮะ? ทรมานตัวเองแบบนี้คิดว่าดีแล้วหรอ? ทำประชดฉันไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”

“ฉันไม่ได้ประชดนายหรอกนะ อย่าเข้าใจผิด ไม่จำเป็นเลยที่ฉันต้องทำแบบนั้น”

“ไม่ได้ประชดแล้วทำแบบนี้ทำไม? เสียใจมากนักหรอที่เป็นของฉัน?”

เพี๊ยะ!

“...” ลู่ฮานตบใบหน้าเซฮุนเต็มแรงด้วยความโกรธ “นายมันแย่ที่สุดเลยรู้ไหม? คอยพูดแต่เรื่องแย่ๆ ที่ดูถูกฉัน จิตใจนายทำด้วยอะไร มีความรู้สึกบ้างไหม?”

“มีสิ...” เซฮุนตอบแทรก มองสบสายตาคนตรงหน้า “เพราะว่า... ฉันรู้สึกว่าชอบนาย...” เค้าเอ่ยบอกเสียงเรียบ

“ชอบหรอ? ต่อให้บอกว่ารัก แต่หากขืนใจกันแบบนั้นฉันก็ไม่ต้องการ” ร่างบางกล่าวจบ ยกมือเช็ดน้ำตาบนแก้ม “มันไม่ใช่ความชอบหรอก นายแค่ทำไปเพราะความโมโหที่ถูกเปรียบเทียบกับคริส ส่วนฉันก็เป็นเพียงเหยื่อที่หลงเข้าไปในเส้นทางของนาย... ฉันเหนื่อยแล้ว... ฉันอยากพักผ่อน นายกลับไปเถอะ...” ลู่ฮานหันหลังหนีหน้าเซฮุน

ตุ๊บ!

“ลู่ฮาน!” แต่ไม่ทันไรชายร่างบางกลับเป็นลมล้มลงไปนอนบนพื้นห้อง เพราะอาการป่วยที่สะสมโดยไม่มีการรักษา ไม่ดูแลตัวเอง จนต้องทำให้ร่างกายนั้นแย่มากขึ้น

เซฮุนรีบอุ้มประคองลู่ฮานขึ้น เพื่อพาไปโรงพยาบาลในทันใด ในใจต่างวุ่นวายเพราะสิ่งที่เกิด มันไม่ใช่ความผิดของลู่ฮานเลยแม้แต่น้อย แต่จิตใจของเค้าเองที่ผิดคิดแต่จะเอาชนะจนลืมความรู้สึกของลู่ฮานไป...

ครั้นเวลาที่เลยผ่านไปหลายชั่วโมง ชายร่างสูงนั่งเฝ้าชายร่างบางอยู่ไม่ห่าง สองมือกุมมือเล็กไว้ ดวงตามองใบหน้าสวยที่หลับไร้สติมาเป็นเวลานาน มือหนึ่งเลื่อนขึ้นปัดเส้นผมที่บดบังใบหน้า ก่อนละลงมาสัมผัสแก้มอุ่น จนดวงตาใสค่อยๆ ลืมขึ้นมา มองชายร่างสูงที่นั่งใกล้ๆ ก่อนละสายตามองมือหนาที่จับมือตนไว้

“ฉัน... ขอโทษ...” ชายร่างสูงเอ่ยขอโทษจากใจของเค้า “ขอโทษจริงๆ” ความรู้สึกผิดที่ออกมาพร้อมคำขอโทษ อยากจะพูดมันสักร้อยครั้งพันครั้งหากลู่ฮานจะยอมให้อภัย

“...” ลู่ฮานได้แต่มองโดยไม่พูดอะไร

“ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้นายหายโกรธ แม้ว่าจะพูดขอโทษไปสักกี่ครั้ง ฉันรู้... ว่านายก็ยังคงไม่หายเจ็บปวดกับเรื่องที่ฉันทำ ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็อยากจะลองเริ่มใหม่อีกครั้ง เพราะว่า... หัวใจของฉันมันคิดถึงนายตลอดเวลาที่ไม่เจอ...” เซฮุนกล่าวพลางยิ้มเล็กน้อย

“...” ดวงตาใสมองชายร่างสูง สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินนั้น เรื่องจริงไหม? ในใจได้แต่ถามกับตัวเอง

“ให้โอกาสฉันสักครั้งได้ไหม? ให้ฉันได้ลองรักนาย...”

“...” ยิ่งเห็นดวงตาที่เฉยชาคู่นั้น มันไม่สื่ออะไรออกมาจนลู่ฮานไม่อาจมั่นใจได้

“นายเงียบแบบนี้ไม่ดีนะ ฉันคุ้นเคยกับนายที่ชอบโวยวาย โมโหร้าย เอาแต่ใจมากกว่านะ... นายจะเข้าไปทำลายห้องฉัน เสื้อผ้าหรือทุกอย่างในห้องฉันอีกก็ได้ เพื่อให้นายหายโกรธ” ไม่ว่าเซฮุนจะพูดยังไง ลู่ฮานก็ไม่โต้ตอบเลยสักคำ “ฉันคงไม่ได้โอกาสนั้นจริงๆ สินะ” ร่างสูงเลื่อนมือทั้งสองออกจากร่างบาง ก้มใบหน้าลงอย่างเศร้าใจที่ลู่ฮานไม่เปิดโอกาส

“รอได้ไหม?” เสียงชายร่างบางเอ่ยขึ้นแผ่วเบา

“...” เซฮุนเงยหน้ามอง “ให้ฉันรออย่างนั้นหรอ?”

“รอให้ฉันหายจากป่วยก่อน... ฉันจะทำลายห้องนายให้มากกว่าเดิมและจะเล่นงานนายจนกว่าฉันจะพอใจเลยล่ะ” ลู่ฮานกล่าวขู่ ทำให้เซฮุนมองอย่างสงสัย “และฉันจะอัดนายให้เละจริงๆ ถ้าหากว่าครบกันแล้วนายทำให้ฉันร้องไห้อีก”

“นี่นาย...” เซฮุนเผยยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าตอนนี้ลู่ฮานได้เปิดโอกาสให้เค้าแล้ว


 



------------------------------------------------------
KongJu_Pink! >> อัพแล้วๆ นะ พาร์ทนี้คาดว่าจะเศร้ากันจนจบตอน(?)

หลังจากปล่อยชื่อตอนออกไปก่อน! ก็มีเสียงตอบดีเริ่ด! (ตรงไหน? - -^)

ยังไงก็ฝากแฟนฟิคมิตรทั้งหลายด้วยนะจ๊ะ แอบปลื้มและขอกรี๊ดที่แฟนพันธุ์แท้


เกิน 300 แล้วจ้า! อ๊าย!! >w< แบบนี้ต้องฉลอง! ฮิ้วๆๆๆ จุดพลุ ปุ๋งๆๆ

อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้น โหวต วิจารณ์ผลงานเรื่องนี้กันบ้างนะค่ะ



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,581 ความคิดเห็น

  1. #7529 ติ่งเด็กดาวว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 22:42
    ตอนแรกพี่ลู่ก็เหมือนจะโกรธฮุน ตอนหลังนี่ยังไงค้าาา #ฮิ้ววว><
    #7,529
    0
  2. #7488 after Y (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 12:35
    เฮียพาเศร้าเลยTT เฮียไม่เหมาะกับน้ำตาอย่างที่ชานยอลบอกจริงๆ อย่าเอาแต่โทษตัวเองซิ อยู่กับปัจจุบันนะเฮีย อยู่กับชานยอลแลัเดนนิสแล้วเฮียจะมีความสุข เซฮุนคบกับพี่ลู่แล้วก็อย่าทำให้พี่แกเสียใจนะ ไม่งั้นพี่ลู่ฆ่านายแน่ จะอยู่ข้างพี่ลู่ไม่สงสารนายเลย
    #7,488
    0
  3. #7443 kwanglovetomo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 21:46
    พี่ลู่อ่ะ ฮุนใจหายหมด 5555
    #7,443
    0
  4. #7428 MeangPor (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 19:45
    คริสน่าสงสารจัง TT

    มาแล้วโมเม้นฮุนฮาน!!
    #7,428
    0
  5. #7393 bell (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 00:03
    อัยย๊ะ !!!!ลูลู่เปิดอกโอกาสให้ฮุนฮุนเเว้ว

    สู้ๆนะฮุนฮุน
    #7,393
    0
  6. #7351 lulu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:33
    กริ๊ดดดลู่เปิดใจแล้ว ฮุนอยากทำให้ลู่เสียใจอีกนะ รักลู่ให้มากนะ ชอบฮุนฮานมาก ฟีนนนเขินอะ พี่ลู่อยากเศร้าอีกนะ กลับมาเป็นพี่ลู่ที่โหด ร้ายๆๆดีกว่า เราชอบแบบ น่ารีก กวน ชอบแกล้งของพี่ลู่มากกว่า
    #7,351
    0
  7. #7295 rain&snow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 / 00:15
    อดีตของคาิสและเดนนิส น่าสงสารมากอ่ะ
    #7,295
    0
  8. #7235 miw_wim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 17:17
    ฮุนฮานนนนน อร๊ายยยยยยยย ฟินนนนนนนนน ><
    #7,235
    0
  9. #7232 babyspymaya (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:38
    ชอบฮุนฮานค่ะะะ จิ้นนอกจอ >/////<
    ไรท์ขอ nc หน่อยน่ะค่ะ
    #7,232
    0
  10. #7187 Grace Yada (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 02:42
    ชอบคู่ฮุนฮานจัง ฮานน่ารักมากกกก ให้โอกาศฮุนด้วยยยย เขินจัง. ไรท์ ขอ nc หน่อยจิ grace_yada@hotmail.com
    #7,187
    0
  11. #7156 ninini (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 21:33
    อร๊ายๆๆๆๆ ฟินฮุนฮาน
    #7,156
    0
  12. #7154 ninini (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2557 / 21:30
    อร๊ายๆๆๆๆ ฟิน ฮุนฮาน
    #7,154
    0
  13. #7120 Milin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2557 / 18:38
    พี่ลู่เปิดใจแล้ว ^^ เย้เฮช :)
    #7,120
    0
  14. #7090 oill (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 23:06
    พีลู่เปิดใจแล้วว 😃😃
    #7,090
    0
  15. #7071 oohsxhxn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 20:58
    อยากให้พี่ลู่เห็นฮุนแต่งเป็นซิลเอดเรลล่า อาจจะหายป่วยเลยคิคิคิคิ
    #7,071
    0
  16. #7055 Yokoyoung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 20:32
    พี่ลู่คนเเมนจะกลับมาเเล้วววว
    #7,055
    0
  17. #7050 punch (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 16:35
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก(กx10000000000)
    #7,050
    0
  18. #7018 ParkMeple (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 02:57
    ดราม่าเบา แล้วก็พาชั้นนะ ฮุนฮ่านนนนนยย
    #7,018
    0
  19. #6976 เหมยแฟนทับทิม (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 22:16
    อร๊ายยยยย โมเม้นฮุนฮานมาแล้วๆๆๆ>
    #6,976
    0
  20. #6916 Mermaidtears (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 21:37
    เปิดใจแล้วโว้ย!!!!อิอิกว่าจะกลับจากแคมป์ได้ลู่ร้องแทบตาย
    คริสยอลนี่นะบทจะสวีทก้อแหมอิจฉาอ่ะ
    #6,916
    0
  21. #6893 Yada Kongsugsawut (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 12:18
    พี่ลู่เปิดใจเเล้วว ปริ่มฝุดๆ>
    #6,893
    0
  22. #6828 odroro (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 12:24
    ในที่สุดพี่ลู่ก็ยอมเปิดใจให้เซฮุนสักที ฟินมากกกกกกกกกกก
    #6,828
    0
  23. #6763 Fafannie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 13:37
    อูยยยยย เจออย่างนี้ใครๆก็ใจอ่อนฮุนเอ้ยยยย
    #6,763
    0
  24. #6710 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 23:35
    พี่ลู่...
    #6,710
    0
  25. #6692 kaka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 14:03
    เย้ๆ ฮุนฮาน น่ารักอ่ะ
    #6,692
    0