Make It Right √ จะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่มึง [Yaoi]

ตอนที่ 80 : Make It Right SP √ { ธีร์ x ฟิวส์ } It’s not Christmas without You . (ตอนยาว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

Make It Right SP { ธีร์ x ฟิวส์ }

It’s not Christmas without You

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันพิเศษครับ

 

เพราะนอกจะเป็น

 

1.           วันที่ 25 ธันวาคม หรือก็คือวันคริสต์มาสตามปฏิทินสากล

 

2.           วันที่กรุงเทพฯมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง 17 องศาฯ (อย่างน้อยก็ตามประกาศของกรมอุตุฯที่เห็นผ่านตามาเมื่อคืน)

 

และ 3. ยังเป็นวันที่ผมจะได้เจอไอ้ธีร์ หลังจากมันไปฝึกงานไกลถึงชลบุรีเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม

แค่ความพิเศษข้อสุดท้าย ผมก็รู้แล้วว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่ดีมากแน่ๆ

 

คิดเหมือนฟิวส์ไหมครับ : )

 

ผมอมยิ้มเงียบๆ คนเดียว ท่ามกลางฝูงชนเดินขวักไขว่ในสยามสแควร์ซอย 7 จริงอยู่ที่คริสต์มาสปีนี้ตรงกับวันอังคาร แต่เมื่อเป็นงานเทศกาล ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ใจกลางกรุงเทพฯจะคนเยอะมากกว่าปกติ

 

ผมเคยบอกรึยังว่าผมชอบบรรยากาศช่วงสิ้นปีมากที่สุด โดยเฉพาะไฟสีส้ม ต้นคริสต์มาส กล่องของขวัญ หรือแม้แต่สีขาว-แดงของคุณลุงซานต้า และแน่นอน..ความทรงจำดีๆ มากมายที่ผมมีให้กับช่วงเวลานี้ของปีมักจะหวนกลับมาให้นึกถึงและยิ้มได้เสมอ ยิ่งปีนี้มีแจ็คพอตเป็นอากาศหนาวๆ อีก ใส่เสื้อแจ็คเก็ตออกมาเดินเตร่แถวสยามแม่งโคตรฟินเลยล่ะครับ

 

ตอนนี้ใกล้ได้เวลานัดของผมกับไอ้ธีร์แล้ว และจากข้อความที่มันส่งมาเมื่อ 10 นาทีก่อนว่า อยู่อโศกก็คงพอเดาได้ว่ามันใกล้ถึงแล้วเช่นกัน (เมื่อคืนไอ้ธีร์กลับมาจากชลบุรีก็ตรงดิ่งไปบ้านมันเลยครับ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่คิดถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้สุดๆ ถึงขนาดไลน์มาบ่นกับผมแทบจะวันเว้นวันเลยทีเดียว ส่วนวันนี้ก็เป็นทีของผมบ้างล่ะนะครับคุณพ่อคุณแม่ อิอิ)

 

ผมเดินตรงมาเรื่อยๆ ก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าด้านหลังสยาม สแควร์ วัน เพื่อลัดต่อไปยังฝั่งพารากอน แต่กลับต้องหยุดอยู่หน้าร้านโนมิโมโน ร้านชานมไข่มุกแบรนด์ญี่ปุ่นสุดโปรดของผมซะก่อน

 

อืมมม.. ลาเวนเดอร์ แฟนตาซีสักแก้วละกัน เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย..

 

ผมกำลังจะเอ่ยปากสั่งเครื่องดื่มกับคุณพนักงานสาวสวยที่กำลังส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ ทว่ากลับไม่ทันได้ขยับปาก ก็มีเสียงทุ้มเข้มดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน

 

“ลาเวนเดอร์ แฟนตาซีแก้วนึง กับอูจิเฟิร์สสโนว์อีกแก้วนึงครับ” พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือหนาบีบลงบนไหล่ของผม

 

“ไอ้ธีร์!” หันไปก็เห็นรอยยิ้มสวยเคลือบบนใบหน้าหล่อๆ ของมัน แต่จะไม่ให้ผมส่งยิ้มกว้างกลับไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อทั้งดีใจ ทั้งคิดถึง ทั้งแปลกใจที่มันจำเมนูโปรดของผมได้แบบนี้

 

ถึงไม่ได้เจอตัวเป็นๆ มา 1 เดือนเต็ม แต่ไอ้ธีร์ยังหน้าเนียนใสกิ๊ง ผิวพรรณดีเหมือนเดิม จนผมสงสัยว่ามันไปฝึกงานบริษัทนิคมอุตสาหกรรมแถบชลบุรี ที่ขึ้นชื่อว่าแดดแรงสุดๆ จริงหรือเปล่า หรืออาจเพราะเสื้อสเว็ตเชิร์ตสีดำพาดแถบ shiny mock สีทองวิบวับจะช่วยขับให้ผิวมันขาวขึ้น? แต่ก็สมกับเป็นไอ้ธีร์ เพราะไม่ว่าเสื้อผ้าอะไรอยู่บนร่างกายสมส่วนนั้นก็ดูเข้ากันไปหมด “อ้อ.. อูจิของผมขอเป็นหวานน้อยนะครับ” มันพูดเสริม

 

คุณพนักงานเหวอไปเหมือนกันครับ เพราะอยู่ดีๆ ไอ้ธีร์ก็โผล่พรวดแซงคิวขึ้นมาดื้อๆ แต่พอเห็นปฏิกิริยาโต้ตอบของเราสองคนก็คงพอเดาได้ว่ามาด้วยกัน จึงรับออเดอร์ไปพร้อมรอยยิ้ม

 

แต่จะว่าไปมึงเป็นเทวดาจริงๆ สินะถึงตรัสรู้ว่ากูอยู่ที่นี่!

 

“กูเก่งป่ะ เดาถูกหมดว่าแฟนจะไปไหน จะกินอะไร”

 

“ทำเป็นรู้ดีนะมึงอ่ะ”

 

“แล้วธีร์ทายถูกมั้ยล่ะครับ” ยิ้มมุมปากของผู้ถือไพ่เหนือกว่าแม่งน่าหมั่นไส้จริงๆ พับผ่าสิ..

 

“เออ ถูก”

 

“เขาเรียกว่ารู้ใจ”

 

“เอาจริงคือมึงรู้ว่ากูอยู่ที่นี่?”

 

“มึงบอกกูในไลน์ว่าอยู่แถวๆ สยามฯวัน แล้วถ้ามาสยามด้วยกันมึงก็ต้องมาร้านนี้ สาขาพารากอนคนเยอะ มึงขี้เกียจรอ ก็ต้องเป็นสาขานี้”

 

“แล้วรู้ได้ไงว่ากูจะสั่งอะไร?”

 

“มึงไม่ชอบชานม แต่ชอบชาผลไม้ มึงชอบกลิ่นลาเวนเดอร์ด้วย แล้วมึงก็สั่งเมนูนี้บ่อยสุด” ธีร์ขยิบตาให้ข้างนึงพร้อมคลี่ยิ้มมั่นใจ ส่วนผมเถียงไม่ออกจริงๆ ว่ะ ใครบอกผู้ชายไม่ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ผมจะไล่ให้มาดูไอ้ธีร์เป็นตัวอย่าง.. งานดีเทลอ่ะขอให้บอกมัน โคนันยังเรียกพี่

 

“จะเก่งเกินไปละสาด”

 

“ถ้าเรื่องมึง กูยังไม่เก่ง กูก็ไม่ต้องไปทำอะไรกินแล้ว แฟนกูทั้งคนนะเว้ย”

 

ชิบหาย.. ไอ้ประโยคด้านบนทำเอาอากาศร้อนขึ้นมาฉับพลัน

 

“เอ๊อออ เก่งให้มันได้ตลอดละกัน” จากที่เมื่อกี้ไอ้ธีร์ยืนอยู่ด้านหลังผม ตอนนี้กลายเป็นผมยืนซุกหน้าอยู่กับแผงหลังกว้างๆ ของไอ้ธีร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ครับ

 

ก็คนมันเขินอ่ะ ตัวมันเลื้อยไปเอง!

 

ไอ้ธีร์หันมาฝังจมูกลงบนเรือนผมของผมแผ่วเบา ขณะที่ได้ยินมันพูดว่า “ขอบคุณครับ” พร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาจากพนักงานสาวคนเดิม

 

“อันนี้ของกู” มันยิ้มพลางยกแก้วมัทฉะนมสดหน้าตาน่ากินขึ้นดูดเสียงดัง อึกๆ “ส่วนอันนี้ของมึง” ก่อนจะยื่นชาลาเวนเดอร์สีม่วงน้ำเงิน ซึ่งดูแฟนตาซีสมชื่อมาให้ผม

 

“ขอบใจนะ” ผมรับมายิ้มๆ โดยมีไอ้ธีร์จ้องหน้าผมนิ่ง มันอมยิ้มน่ารักแถมยังส่งสายตาเป็นประกายวิบวับแบบที่ผมไม่ได้เห็นมา 1 เดือนเต็ม

 

คิดถึงสัดๆ..

 

“มึงรู้ป่ะ กูฝึกงานเหนื่อยเป็นเดือน เจอมึง 5 นาที ความเหนื่อยของกูหายไปหมดเลย”

 

“ก็หิ้วกูไปทำงานด้วยดิ่ เผื่อจะหายเหนื่อยทุกวัน หึหึ”

 

“เฮ้ย ทำเป็นพูดเล่นไป กูแปะรูปมึงไว้บนโต๊ะทำงานนะเว้ย รูปมึงเพิ่งตื่นนอนสมัยอยู่หอด้วยกันตอนปี 1 ที่หัวยุ่งๆ อ่ะ น่ารักโคตรๆ เลย ฮ่าๆๆ”

 

“สาดดด ไอ้เชี่ยธีร์ แล้วแบบนี้เพื่อนร่วมงานมึงก็เห็นหมดดิ่”

 

“อื้ม พี่เขาก็บอกว่ามึงน่ารักกันทุกคน”

 

“ตลกและ เปลี่ยนเป็นรูปอื่นเลยยย”

 

“กูฝึกงานเสร็จแล้วมั้ยล่ะ ไม่ทันแล้วว่ะ หึหึ”

 

“เออจริงด้วย มึงนี่นะ ทำภาพลักษณ์กูเสียหมดไอ้ห่า”

 

“ไม่เห็นเสียเลย มึงทำเชี่ยไรก็น่ารัก น่ารักที่สุดในโลกแล้วมึงอ่ะ”

 

“ไม่รู้อ่ะ กูงอน ง้อด้วย”

 

“โอ๋ๆๆ นะครับที่ร้าก ไหน.. วันนี้อยากได้อะไร อยากไปไหน เดี๋ยวพี่ธีร์พาน้องฟิวส์ไปเอง”

 

พวกเราเดินจับมือกันเดินออกจากตรงนั้นพร้อมเสียงหัวเราะร่าของไอ้คนตัวสูงกว่า (ปนเสียงก่นด่าของผมเอง)

 

ผมสูดอากาศเย็นสบายเข้าเต็มปอด โดยมีกลิ่นน้ำหอมสดชื่นของไอ้ธีร์ผสมอยู่ในนั้นด้วย มือข้างที่จับกันไว้ถูกกระชับให้แน่นขึ้น เพื่อเพิ่มความร้อนให้ร่างกายของพวกเราทั้งคู่ ก่อนไอ้ธีร์จะชี้ให้ผมดูคุณลุงชาวต่างชาติในชุดคอสเพลย์ซานต้าครอส กำลังจูงน้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้สวมเขากวางเรนเดียร์สุดน่ารัก พวกเรายิ้มกว้างทันทีเมื่อคุณลุงโบกมือให้อย่างเป็นมิตร

 

เพลงคลาสสิคจังหวะสนุกอย่าง We wish you a Merry Christmas ดังให้ได้ยินอยู่ไกลๆ ช่วยเติมเต็มบรรยากาศวันคริสต์มาสให้ครึกครื้น

 

แม้ลมหนาวจะพัดผ่านสักกี่ครั้ง

 

แต่ช่วงสิ้นปีที่มีธีร์อยู่ข้างๆ มันอบอุ่นจนบรรยายไม่ถูกเลยล่ะครับ

 

 

 

 

 

 

 

พวกเราตัดสินใจดูหนังรอบ 11 โมงครึ่ง ว่ากันตามตรงคือไม่ได้แพลนมาก่อน แต่เห็นไอ้หนังซุปเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์จากค่าย DC เรื่องนี้น่าจะสนุกดี แถมผมกับไอ้ธีร์ยังไม่หิวข้าวกลางวันเท่าไหร่ ก็เลยตัดสินใจซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังซะเลย (ซื้อป๊อบคอร์นไซส์ XL มาด้วยล่ะ อิอิ)

 

“โรง 5 ที่นั่ง E12, E13 มึงคุ้นๆ ป่ะ” ธีร์กระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงชวนจั๊กจี้ ขณะพวกเรากำลังนั่งเก้าอี้ตามซีทนัมเบอร์ที่ระบุในตั๋วหนัง

 

“ทำไมวะ?”

 

“เดทแรก”

 

“ฮะ? ยังไง?” คำตอบนั้นทำผมขมวดคิ้วเป็นปม

 

“มึงนั่งตรงนี้ กูนั่งนี่ ฝั่งนู้นเป็นจีน” อ๋ออออออออออ มึงก็เสือกจำได้! กี่ปีมาแล้ววะเนี่ย ไอ้ธีร์หมายถึงตอนม.5 ที่ผมเริ่มระแคะระคายว่าจีนจะคบซ้อน และเป็นช่วงเดียวกับความสัมพันธ์ของผมกับไอ้ธีร์เพิ่งเริ่มต้นขึ้นพอดี

 

จำได้ว่าวันนั้นผมเฮิร์ทหนักถึงขั้นนั่งร้องไห้ในโรงหนัง แล้วไอ้ธีร์ก็โผล่มานั่งข้างๆ แบบเซอร์ไพรส์ และช่วยชีวิตผมไว้ด้วยการจับมือให้กำลังใจ ถ้าพูดแบบไม่ปากแข็ง ผมก็รู้สึกดีกับมันตั้งแต่ตอนนั้นล่ะมั้งครับ นอกจากงานดีเทลแล้ว เรื่องทำตัวเป็นพระเอกก็ขอให้บอกไอ้ธีร์

 

“มึงตั้งใจจองที่นั่งเดัยวกับวันนั้นเหรอ?”

 

“อื้ม เห็นว่างอยู่พอดี” มันยักคิ้วให้ผมในความมืด ฝ่ามือหนาของธีร์เลื่อนมากุมมือผมไว้

 

แต่มีคำถามนึงที่ผมสงสัยมานานแล้ว…  “วันนั้นมึงไม่ได้บังเอิญจองตั๋วข้างๆ กูได้ใช่มะ? มึงรู้ได้ไง บอกมา”

 

“กูเปิดแอพฯแล้วรีเฟรชเอา พวกมึงจองเสร็จปุ๊บ กูเห็นที่นั่งตรงไหนแหว่งไป กูก็รีบจองข้างๆ เลย โคตรลุ้นเลยรู้ป่ะ ลุ้นว่าจะใช่พวกมึงรึเปล่า”

 

“ร้ายนะเราอ่ะ หึหึ”

 

“ถ้าไม่ทำแบบนั้นจะได้ปลอบมึงมั้ยล่ะไอ้เด็กน้อยขี้แย”

 

“วันนั้นกูรู้สึกดีขึ้นเพราะมึงจริงๆ แหละ ขอบใจว่ะ”

 

“แต่ก็มีคนไม่อยากกลับบ้านกับกูน้าาา” ธีร์โบ้ยไปถึงเรื่องคืนนั้นที่คุณแม่โทรมาตามผมซะก่อน ก็เลยยกเลิกนัดกลับบ้านกับไอ้ธีร์โดยไม่ได้บอกมันล่วงหน้า โดนงอนยาวยันเช้าวันจันทร์เลยครับ หึหึ คิดแล้วก็ตลกดีแฮะ

 

“ไม่ได้ตั้งใจโว้ย กูไม่รู้ไงว่ามึงจะงอน มึงดูเป็นคนคูลๆ ไม่นึกว่าจะขี้งอน”

 

“กูก็ไม่คิดว่าจะงอนมึง แปลกดีนะ ตั้งแต่คืนที่กูเผลอทำเชี่ยแบบนั้นกับมึง….. เพื่อนห่างๆ คนนึง ก็กลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตกูขึ้นมาเลย ถ้ามึงไม่สำคัญ กูคงไม่คิดน้อยใจขนาดนั้น” ถึงเสียงของไอ้ธีร์จะถูกกดให้เบาลง เพราะพวกเรากำลังนั่งอยู่ในโรงหนัง (แม้จะเป็นช่วงโฆษณาก่อนหนังฉายก็เหอะ) แต่ความจริงใจและความหนักแน่นก็แฝงอยู่ในประโยคเหล่านั้น

 

ไอ้เวรเอ้ยยย พูดซะกูยิ้มไม่หุบแบบนี้ก็ต้องโดนหอมแก้มสักหนึ่งทีแล้วล่ะครับ

 

ฟอด! ผมเงยหน้าขึ้นหอมไอ้คนตัวสูงกว่าไปซะฟอดใหญ่ ไอ้ธีร์ตอบรับด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเขินๆ มองในความมืดแบบนี้ก็ยังเห็นว่าแม่งกำลังยิ้มเผล่น่ารักอยู่ครับ แฟนใครทำไมงานดีจังว้าาา

 

“ถ้าไม่ติดว่าอยู่ข้างนอก กูจะฟัดมึงให้หายคิดถึงเลย” ผมกระซิบข้างหูไอ้ธีร์ ฟังไปฟังมาก็จั๊กจี๋ตัวเองเหมือนกันแฮะ บรื๋อออ เลี่ยนชิบหายย

 

“ถ้าไม่ติดว่าอยู่ข้างนอก กูก็ปล้ำมึงไปนานละ” ไอ้เวรนี่เล่นใหญ่กว่า หึหึ..

 

ผมเอนหัวลงซบไหล่กว้างๆ ของธีร์ พร้อมกับคว้าแขนของมันมากอดแน่น เผื่อเจ้าตัวจะรู้บ้างว่าที่ผ่านมาผมคิดถึงมันมากแค่ไหน..

 

ธีร์จูบหน้าผากผมเบาๆ แทนคำตอบว่ามันเองก็รับรู้ได้ถึงความคิดถึงของผม

 

มีความสุขจนอยากหยุดเวลาไว้

 

มันเป็นแบบนี้นี่เอง : )

 

 

 

 

 

 

แต่ในความจริงเวลาก็ต้องเดินต่อไปอยู่ดี พวกเราออกจากโรงหนังกันเวลาบ่ายสองโมงกว่าๆ ตัวหนังทำออกมาได้ไม่ผิดหวังเลยครับ โดยเฉพาะซีนแอคชั่นกับซีจีโดดเด่นสุดๆ จนผมกับไอ้ธีร์ก็ร้องว้าวกันไปหลายฉากเหมือนกัน

 

และในเมื่อไอ้ธีร์เลี้ยงหนังให้ผมไปแล้ว ก็ได้เวลาผมเลี้ยงข้าวมันบ้าง (ถึงเจ้าตัวจะอิดออดบอกว่าไม่ต้องเลี้ยงอยู่นานก็เหอะ) On The Table สาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นคำตอบสุดท้ายของบ่ายนี้ครับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่นโฮมเมด หรือก็คือรวมทั้งอาหารฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกไว้ด้วยกันนั่นเอง ผมสั่งอูด้งครีมไข่ปลาแซลม่อน ส่วนไอ้ธีร์จัดข้าวหน้าแฮมเบิร์กแกงกะหรี่ชีสของโปรดมัน เสริมกลางโต๊ะด้วยสลัดอโวคาโดสตรอเบอร์รี่ให้ดูเฮ้ลตี้ขึ้นมาหน่อย และปิดท้ายด้วยของหวานอย่างช็อคโกบานาน่าวาฟเฟิล กับโมจิครีมมัสตาร์ดหวานอร่อยกำลังพอดี (ความเฮ้ลตี้จากสลัดหายไปในพริบตา เหอๆ..)

 

ซึ่งขณะกำลังเดินวกกลับมาสูดกลิ่นหนังสือหอมๆ ในคิโนะฯสยามพารากอนอยู่นั้น (ไม่น่าจะได้ซื้อหรอกครับ แค่อ่านหนังสือเรียนกับ text ก็หมดเวลาแล้ว) ก็มีเสียงไลน์เด้งแจ้งเตือนขึ้นมา

 

ลูกโม่

< มึงอยู่ไหนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

อื้อหือ ไอ้โม่! .หนูมึงเกือบจะล้นลงมาบรรทัดล่างแล้วสาด ที่มันทักมาแบบนี้ เพราะผมเพิ่งอัพรูปอาหารแล้วเช็คอินแถวนี้แน่ๆ

 

ความจริงแล้วช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ติดต่อเพื่อนเก่าหรอกครับ มีไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้างในไลน์กลุ่ม แต่ก็นานมาแล้วที่พวกแม่งจะทักไลน์แยกมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าลืมกันแล้วนะครับ คงเพราะทุกคนก็มีภารกิจของตัวเองต่างหาก ยิ่งเรียนแยกย้ายกันไปคนละมหาลัย แถมอยู่ปี 4 ก็น่าจะวุ่นทำธีสิส ปวดหัวกับการฝึกงานอยู่แน่ๆ คิดถึงไอ้ลูกโม่กับแก๊งค์เพื่อนมัธยมเหมือนกันแฮะ ถ้าได้รียูเนี่ยนกันคงสนุกไม่น้อย

 

อืมทำไมผมถึงคุ้นๆ ว่าพวกแม่งนัดกันเมื่อเร็วๆ นี้ล่ะ กูจำผิดรึเปล่าแฮะ?

 

สาดด ว่าไง >

กูอยู่พารากอน >

ลูกโม่

< มากับผัวใช่มั้ย

< พวกกูนัดเลยไม่มาเนี่ย!!!

 

นั่นไง กูเริ่มจำได้ลางๆ แล้วว่าไอ้ลูกโม่นัดมาทำอะไรสักอย่างเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แต่เพราะผมนัดไอ้ธีร์ไว้แล้ว ก็เลยต้องปฏิเสธไป

 

ก็กูนัดกับไอ้ธีร์ก่อนอ่ะ >

มึงอยู่แถวนี้เหรอวะ >

อยู่ไหน เดี๋ยวไปเจอ >

ลูกโม่

< กูอยู่ฮอลล์ชั้นบน

< ขึ้นมาดิ อยู่กับไอ้เฟรม ไอ้นาย

 

เฮ้ยยย ถามจริ๊งงงงง???? ไอ้เฟรมกับไอ้นายก็มาเหรอว๊า นัดรวมตัวสมาคมพ่อบ้านป่ะเนี่ย คิดถึงพวกแม่งสาดอ่าาา

 

“ธีร์ไปเร็วววววว”

 

“เดี๋ยวๆ ฟิวส์ ไปไหน?? รีบทำไมครับเนี่ย???” ไอ้ธีร์ที่เพิ่งวางหนังสือ textbook เล่มหนาลงถูกผมกระชากแขนวิ่งออกมาจากร้านโดยไม่ทันได้อธิบายอะไรให้ฟัง เห็นหน้าหล่อๆ ของมันเหวอแบบนั้นแล้วสนุกดีเหมือนกันครับ

 

“ไปหาไอ้โม่ ไอ้เฟรม ไอ้นายยย”

 

“อ้าว เพื่อนอยู่แถวนี้เหนอวะ พูดให้รู้เรื่องก่อนดิ”

 

ไม่มีเวลาอธิบายแล้ววว กู-อยาก-เจอ-เพื่อน-โว้ยยยยยย

 

 

 

 

 

 

 

อ๋ออออ งานที่ไอ้ลูกโม่ว่าคือโครงการอาสาช่วยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นถุรกันดารครับ ปีนี้ฤดูหนาวมาไวแถมยังอุณหภูมิต่ำกว่าปีก่อนๆ โดยเฉพาะแถบภาคเหนือกับภาคอีสาน มีผู้ประสบภัยหนาวเยอะมากจนเป็นวาระระดับชาติเลยทีเดียว ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงจัดโครงการให้ร่วมบริจาคของใช้และเงินทุนเป็นของขวัญปีใหม่ให้ผู้ประสบภัยนั่นเอง

 

เช้ดดดโด้ ไอ้ลูกโม่แม่งใจบุญสุนทานกับเค้าก็เป็นว่ะะะ ผมล่ะภูมิในตัวเพื่อนชิบหายย

 

ตัวงานถูกจัดที่ด้านหน้าของรอยัล พารากอน ฮอลล์ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ และผู้คนคึกคักพอสมควร จุดนัดพบของพวกเราเป็นบูทบริจาคของครับ เห็นว่าพวกมันมาช่วยแยกของที่เขาบริจาคกันไว้แล้ว

 

“ไอ้เชี่ยฟิวส์!” ไอ้ลูกโม่กระโดดกอดคอผมจนตัวโยน (แม่งโผล่มาจากไหนวะะะ) “ไอ้คนติดผัว ไอ้ห่าาา กูชวนมาเจอเพื่อนก็ไม่มา เนี่ยดูดิ่วะไอ้ธีร์ เชี่ยฟิวส์มันรักมึงขนาดนี้เลยนะเว้ย ขนาดปฏิเสธพวกกูอ่ะ ขอตั้นหน้าหล่อๆ มึงสักทีได้มะ ไอ้เวรรร หมั่นไส้” มันบ่นชุดใหญ่ไฟกระพริบ ส่วนไอ้ธีร์เอาแต่หัวเราะร่า

 

“ก็กูนัดกับไอ้ธีร์ก่อนมึงมั้ยล่ะสาดดด” ผมได้ทีเตะขามันไปหนึ่งป๊าบ

 

“เสียใจด้วยว่ะโม่ กูดูแลเพื่อนมึงดี เรตติ้งกูก็ต้องดีเป็นธรรมดา มึงตามกูไม่ทันแล้วมั้ง หึหึ” ไอ้ธีร์ยืดอกทำกร่าง ยักคิ้วกวนตีนไอ้ลูกโม่อีกสองจึ๊กด้วย โอ้โห แฟนกูก็ร้ายไม่เบา

 

“ปากดีขึ้นเยอะว่ะ ไอ้เชี่ยยนี่”

 

“หล่อขึ้นด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ”

 

“ไม่หลงตัวเองเลยแฟนมึงอ่ะ” มันโบ้ยมาทางผม ซึ่งกูคงไม่เถียงอะไรว่ะ เพราะไอ้ธีร์พูดเรื่องจริง..

 

“แล้วมึงสูงขึ้นป่ะวะโม่” พอไอ้ธีร์ถามไปแบบนั้น ผมก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าไอ้ลูกโม่ดูสูงโปร่งขึ้นจริงๆ ครับ แถมหุ่นยังฟิตเปรี้ยะดูเป็นทรงนักกีฬาขึ้นมาด้วย (ถึงจะมองผ่านเสื้อไหมพรมตัวโคร่ง แต่ก็เห็นชัดว่าช่วงไหล่มันกว้างขึ้น) สงสัยเพราะเรียนคณะวิทย์กีฬาล่ะมั้งครับ น่าจะต้องหุ่นแนวๆ นี้อยู่แล้ว บวกกับมันโตขึ้นด้วยล่ะมั้ง

 

“มึงก็เหมือนกันแหละไอ้ธีร์ พอเซ็ทผมแบบนี้ แม่งหล่อยังกับพระเอกซีรีส์” จริงอย่างไอ้โม่ว่าไอ้ธีร์ดูเปลี่ยนไปจากตอนมัธยมปลายมากโข (ก็แหงแหละ ผ่านมาเกือบจะ 5 ปีแล้วนี่หว่า) แต่ผมอยู่กับมันทุกวันก็เลยไม่ค่อยแปลกใจนัก “ส่วนมึงไอ้ฟิวส์ เตี้ย ปากแดง ตาแป๋ว เหมือนเดิมเด๊ะ มึงโตขึ้นป่ะสัด” เถียงง!!!! กูโตนะเว้ยยยยย สูงขึ้นมาตั้ง 2 เซนฯ!

 

“กูสูงขึ้นนิดนึงเหอะ มึงขี้มั่วล่ะ -.-

 

“จริงดิฟิวส์ กูไม่เห็นรู้สึกเลยนะ” อ้าว แต่ประโยคนี้ ไอ้ธีร์เป็นคนพูดครับ ไอ้ลูกโม่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่เลย คือมึงต้องเข้าข้างกูมั้ยธีร์!

 

“เข้าข้างกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ กูไม่คุยกับพวกมึงละ พากูไปหาไอ้เฟรมกับไอ้นายดิ๊ ไม่ได้เจอแม่งมาจะปีนึงแล้วเนี่ย เป็นไงบ้างก็ไม่รู้” ผมทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจในลำคอ ขณะมองหาไอ้เพื่อนตัวแสบสองคนนั้นไปด้วย

 

“นี่ไง กูก็พามึงเดินมาอยู่เนี่ย” หลังจากเดินไปคุยไปได้ไม่นาน พวกเราก็มาหยุดที่โต๊ะสำหรับแพ็คของใส่ถุงยังชีพ คนเยอะทีเดียวครับ สงสัยว่าได้นักร้องดังหลายคนมาช่วยโปรโมทงาน เด็กวัยรุ่นก็เลยร่วมใจกันมาช่วยเต็มไปหมด

 

“ฟิวส์! กว่าจะมานะมึง” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นไอ้เฟรมตะโกนทัก โอ้โหหหหหหเพื่อนนนนน มึงจะหล่อไปไหนวะะะะ ไอ้เฟรมดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยครับ ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยเห็นมันอัพเดทรูปในเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรมเท่าไหร่ ก็เลยแทบไม่รู้ความเคลื่อนไหวของมัน แต่พอได้มาเจอตัวจริงแล้วไอ้เฟรมทั้งสูงขึ้น โครงหน้าดูเรียวคมเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หุ่นก็ดีอยู่แล้วแบบไม่มีอะไรให้ติ เลเวลความเจ้าชู้ในตัวไอ้เวรนี่ก็ดูเยอะขึ้นผิดหูผิดตาด้วย แถมรสนิยมการแต่งตัวของมันเองก็ยังดีเหมือนเดิม เสื้อสเว็ตเชิร์ตเท็กเจอร์เป็นดอกกุหลาบสีขาว-ดำ แมชกับกางเกงไซด์สตริปสีแดงพาดแถบขาวได้โคตรดี เรียบหรูดูแพงแข่งกับไอ้ธีร์ได้ไม่แพ้เลยล่ะ

 

“ไง ได้ข่าวว่าติดผัวหรอวะ” เป็นคำทักทายนิ่งๆ จากไอ้นายครับ รายนี้ก็ไม่เบา จากลุคภายนอกที่ดูเข้มๆ ขรึมๆ อยู่แล้ว พอถึงช่วงอายุ 20 ต้นๆ แบบนี้ความเท่แนวผู้ชายเนียบๆ ก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว มันดูน่าเชื่อถือ พึ่งพาได้ ทั้งๆ ที่หน้าตาไอ้นายก็หล่อสมวัย ไม่ได้ดูแก่กว่าพวกผมสักเท่าไหร่จะมีก็แต่การแต่งตัว เซ็ทผมเป๊ะกว่าชาวบ้านเขาไประดับนึง  (ที่จริงไอ้นายก็ออร่าความเป็นผู้นำจับตั้งแต่เป็นรองประธานเชียร์สมัยเรียนมัธยมแล้วล่ะครับ) ด้วยบุคลิกที่สุขุม ลึกลับซับซ้อน น่าค้นหาแบบนี้ล่ะมั้ง ไอ้รถถังแฟนเด็กของมันถึงได้ติดแจไม่ยอมห่าง ทั้งๆ ที่ไอ้เด็กนักร้องนั่นก็มีสาวๆ หนุ่มๆ มาติดพันไม่ขาด

 

แต่จะดีกว่านี้มาก ถ้ามึงไม่แซวกูว่าติดผัว ไอ้สัด

 

“ทำยังกับมึงไม่ติดเมียอ่ะ อาทิตย์ก่อน มึงกับไอ้รถถังเช็คอินว่าอยู่เชียงใหม่ด้วยกัน กูเห็นนะ” ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ไอ้นาย พร้อมยิ้มร่ากวนตีนใส่มันไปด้วย ไอ้ธีร์เองก็นั่งข้างๆ ผมเช่นกัน

 

“กูจะไปไหนกับแฟนกูมันก็เรื่องของกู”

 

“เดี๋ยวนี้ร้ายนะไอ้รองประธาน เออ รถถังเล่าให้กูฟังว่ารุ่นน้องคณะตามจีบมึงหนักมาก จนมึงเกือบใจอ่อนเลยเหรอวะ” ผมพูดตามที่น้องมันมาปรึกษาไว้เมื่อหลายเดือนก่อนครับ ก็กะจะแซวมันนั่นแหละ อิอิ

 

“กูแค่มารยาทดี แต่ไม่เคยใจอ่อนว่ะ กูรักใครแล้วกูไม่เคยนอกใจโว้ย” มันยิ้มมุมปาก ตอบเสียงแข็งด้วยสีหน้ามั่นใจ เช้ดดดด โคตรเท่

 

“เฮ้ยเชี่ยนาย กระทบใครแถวนี้ป่ะว้าาาา” ไอ้ลูกโม่ได้ทีก็กระทุ้งศอกใส่ไอ้เฟรมใหญ่เลยครับ

 

“อย่ามาขี้มั่วว กูมีแค่ไอ้บุ๊คคนเดียว เรียนจบกูจะแต่งงานกับแม่งแล้ว พวกมึงเลิกเอานิสัยเก่าๆ กูมาพูดได้ละ เฟรมคนใหม่ไม่เจ้าชู้ จำเอาไว้” ป๊าดดด รายนี้ก็พระเอกไม่แพ้กัน จำได้ว่ามันเคยขอไอ้บุ๊คหมั้นไว้เมื่อนานมาแล้ว ผ่านมาไม่กี่ปีเวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเรียนจบและพวกมันกำลังวางแผนแต่งงานกันแล้วเหรอครับ โคตรไวแต่ก็อดปลื้มใจกับเพื่อนไม่ได้แฮะ เห็นกันมาตั้งแต่หัวเกรียนเรียนมัธยมจนวันนี้จะเป็นฝั่งเป็นฝากันไปหมดแล้ว

 

“ใจมึงได้ว่ะเฟรม ชวนกูไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วยนะเมิงงง” ไอ้ลูกโม่ยกกำปั้นขึ้นทุบอกไอ้เฟรมเบาๆ ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจเหมือนเป็นพ่อไอ้เฟรมยังไงยังงั้น

 

“พวกมึงทุกคนแหละ ถ้าใครไม่ไปงานแต่งกู กูโกรธไป 10 ปีนะโว้ย”

 

“ไปอยู่แล้วดิ่วะ มึงเพื่อนรักกูนะ” ผมยิ้มพลางตบบ่าไอ้เฟรม

 

“มีอะไรให้กูช่วยก็บอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ” ไอ้นายเสริมเสียงเข้มตามสไตล์มัน

 

“ไม่พลาดอยู่แล้วเฟรม เอ้อ..ฟิวส์.. ตอนบุ๊คโยนดอกไม้ มึงรับให้ได้นะ พวกเราจะได้แต่งงานต่อคู่เฟรมเลย” โอ้โหไอ้ธีร์ พูดอะไรไม่สนใจเพื่อนๆ ปากหมาที่กำลังรอแซวกูอยู่เลยเนอะะะะะ มันเตรียมจะง้างปากแล้วน่ะ!

 

“ฮิ้วววววววววววว” ไอ้ลูกโม่กับไอ้เฟรมประสานเสียงกันจนไอ้นายต้องยกมือขึ้นทำท่าชู่ว..ให้ลดเสียงลง อย่างน้อยพวกมึงก็เกรงใจ theme งานการกุศลบ้างได้มะ แสดดด

 

“เพื่อนกูจะมีสามีแบบถูกต้องตามกฎหมายแล้วว่ะ แอร๊ยยย ไอ้ฟิวส์กูจะเป็นเจ้าสาวแล้ววว” ทำไมมึงไม่ล้อไอ้บุ๊คแบบนี้บ้างวะลูกโม่เพื่อนนนนน

 

“ธีร์มึงคิดดีแล้วใช่ป่ะ เชี่ยฟิวส์แม่งยังดูเป็นเด็กน้อยง๊องแง๊ง อัพสตอรี่ไอจีไปวันๆ อยู่เลยนะเว้ย ฮ่าๆๆ” อัพสตอรี่ไอจีมันเกี่ยวกับกูเป็นเด็กน้อยง๊องแง๊งยังไงวะไอ้เฟรม ตรรกะมึงเพี้ยน!

 

“พวกเพื่อนเวร พูดอะไรให้กูดูดีบ้างเป็นมะ?? เป็นเพื่อนกันมากี่ปี พวกมึงก็พากูเสียหมาตลอดอ่ะ” ผมเริ่มหงุดหงิดจนเส้นเลือดตรงขมับเต้นปุดๆ แล้วครับ ให้ตายเห๊อะ

 

“กิ้วๆๆ กูคิดถึงหน้ามึงตอนโกรธแบบนี้โคตรๆ เลยว่ะ ไม่ได้เห็นมาตั้งนาน ยังตะมุตะมิเหมือนเดิม” ไอ้เฟรมได้ทีก็ขยี้หัวผมเล่นใหญ่เลย

 

“เฮ้ย อย่าไปแกล้งมัน ไอ้ฟิวส์เป็นยังไงกูก็รักอยู่ดี กูเลือกมันแล้ว แล้วกูคิดว่ากูจะไม่เปลี่ยนใจแล้วว่ะ” ไอ้ธีร์ดึงตัวผมเข้าไปโอบไหล่ไว้แน่น ถึงสีหน้ามันจะยิ้มแย้ม พูดด้วยน้ำเสียงกับท่าทางดูสบายๆ แต่คำพูดแม่งโคตรกินใจผมเลยครับ “กูจะดูแลเพื่อนพวกมึง..คนเนี้ยะให้ดีที่สุด เชื่อมือกู” ตบท้ายด้วยรอยยิ้มโชว์ฟันขาวแบบหล่อระดับ XX cute boys

 

แม่งทำผมเขินจนไม่กล้าสบตาใครเลยครับ ผมอมยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ ขณะก้มลงมองพื้นไปด้วย “มึงพูดไรวะธีร์---- เดี๋ยวพวกมันก็ล้อกูอ่า..” เขินจนแทบจะมุดลงไปในกางเกงไอ้ธีร์อยู่แล้ววว

 

“แน่ะๆ ยิ้มมมม ยิ้มมมมมมมมม วี๊ดวิ้วววว” นั่นไง ล้อจริงๆ ด้วย ไอ้ลูกโม่..กูเกลียดมึง!

 

“ก็เพื่อนๆ รักมึงอ่ะ เพื่อนเลยแกล้ง” ธีร์ลูบหัวผมเบาๆ อย่างอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

และเป็นไอ้เฟรมครับ ที่เลิกแซวผมสักที ก่อนหันไปคุยกับไอ้ธีร์แบบเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย “เออ กูเชื่อมึงตั้งแต่ม.5 แล้วธีร์ ไม่งั้นกูคงไม่ยอมให้ฟิวส์คบกับมึงแต่แรก …..กูรู้ว่ามึงจะทำให้เพื่อนกูมีความสุข แล้วก็ดูแลมันได้ดีกว่าพวกกู” ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่เห็นเฟรมจ้องตาไอ้ธีร์ค้างอยู่หลายวินาที คล้ายกับย้ำให้ชัดเจนอีกครั้งว่ามันฝาก ผมเพื่อนรักที่สุดคนนึงของมันไว้กับผู้ชายอีกคนหนึ่งด้วยความสนิทใจ

 

เฟรมยังเป็นคนคนนั้นเสมอ

 

เพื่อนคนที่หวง เป็นห่วง และรักผมที่สุดคนหนึ่ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

 

“กูจะไม่ทำให้มึงผิดหวังเฟรม” ธีร์กับเฟรมจับมือกันแน่น ก่อนเฟรมจะใช้ไหล่ซ้ายของมันชนกับไหล่ขวาของไอ้ธีร์ คล้ายกับเป็นคำสัญญาระหว่างลูกผู้ชาย

 

ฮืออออ เพื่อนผมกับแฟนโผมมมม ทำไมพวกแม่งเท่กันจังอ่าาา

 

“พวกมึงแม่งน้ำเน่าาาา ถ้าหยกของกูอยู่ไทยน้า กูเรียกมานั่งสวีทต่อหน้าพวกมึงเลยสาด ไอ้ธีร์ไอ้ฟิวส์ มึงไม่มีทางสู้เลเวลความหวานของกูกับหยกได้หรอกนะเว้ยย” ไอ้ลูกโม่รีบโวยวายเลยครับ ไอ้เพื่อนขี้อิจฉา ได้ข่าวว่าหยกไปเที่ยวยุโรปกับครอบครัว ก็เลยอดอยู่ฉลองคริสต์มาสกับแฟน (คงเพราะเหตุนี้มั้ง ไอ้ลูกโม่เลยนัดเพื่อนมาทำบุญวันคริสต์มาส มองจากดาวอังคารยังรู้ว่าไม่ใช่ตัวตนของมันเล้ยย)

 

“แล้วเมียมึงอยู่มั้ยล่ะ ถ้าไม่อยู่ก็หุบปากครับ” ไอ้นายมาสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ ตบหน้าไอ้ลูกโม่ฉาดใหญ่ อิอิ กูรักมึงว่ะนาย

 

“ไอ้เชี่ยนาย มึงแม่งงงงง ไม่เข้าข้างกูเลยยยย งอนโว้ยยยยย”

 

ไอ้ลูกโม่งอนแก้มป่องจนพวกเราหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด

 

เพื่อน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะเผชิญหน้ากับอะไรมา หรือผ่านไปนานสักเท่าไหร่ แค่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง บทสนทนาเก่าๆ ก็ยังชวนให้ยิ้มได้เหมือนเดิม

 

อีกสักสิบปี หรือยี่สิบปี ผมมั่นใจว่าความเป็นเพื่อนของพวกเราจะไม่มีวันเปลี่ยนไป : )

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั่งแพ็คถุงยังชีพเสร็จสิ้นตามเป้าหมายของงาน ท้องฟ้าก็มืดแล้วครับ ผมแยกกับพวกไอ้เฟรม (เฟรมไปหาบุ๊ค ไอ้นายไปรับรถถังที่ไบเทคบางนาหลังแสดงคอนเสิร์ตจบ ส่วนไอ้ลูกโม่ไปทานข้าวกับครอบครัว) ก่อนผมจะออกมาเดินเล่นกับธีร์ต่อ คล้ายกับเป็นธรรมเนียมไปแล้วที่พวกเราต้องมาเก็บภาพบรรยากาศไฟคริสต์มาสหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์

 

ต้นคริสต์มาสปีนี้เป็นต้นสนธรรมดาครับ ซึ่งก็ดูคลาสสิคดี ตามกิ่งก้านและใบของมันถูกประดับด้วยไฟ String lights สีส้มดวงเล็กๆ สลับกับลูกโป่งและกล่องของขวัญหลากสี ส่วนไอค่อนของงานปีนี้เป็นเจ้าสไมลี่ย์ (Smiley) หรือก็คืออีโมติค่อนหน้ายิ้มสีเหลืองที่เราส่งหาเพื่อนๆ ในแชทกันทุกวันนั่นเอง ดังนั้นเราจะเห็นทั้งกวางเรนเดียร์หน้าสไมลี่ย์ ซานต้าครอสสไมลี่ย์ที่ตัวสูงกว่าผมประมาณ 3 เท่า หรือแม้แต่ขนมปังขิงหน้าสไมลี่ย์ก็ยังถูกตั้งไว้ข้างๆ ให้เด็กๆ ได้ถ่ายรูป อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือม้าหมุน Swarovski สีฟ้า-ซิลเวอร์ขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แสงสะท้อนจากคริสตัลที่ถูกประดับไว้ทั่วตัวเครื่องเล่นเป็นประกายระยิบระยับแสบตาทีเดียวครับ

 

รวมแล้วถือว่าสวย ครบ จบ ใช้ได้ เหมาะแก่การถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเป็นที่สู๊ดดดดดด

 

“ธีร์ๆๆ เอามุมนี้ แบบตัวกูอยู่ตรงกลางนะ เต็มตัว หัวซานต้าห้ามขาด ขอกูหน้าหล่อๆ นาา” ผมยื่นไอโฟนเครื่องเงาวับส่งให้ไอ้ธีร์ พลางจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทางไปด้วย

 

“ได้เลยครับ ตามสั่งทุกอย่างเลยคร้าบ” ธีร์ระรัวกดชัตเตอร์ น่าจะได้ภาพจากมุมเมื่อกี้มาไม่น้อย

 

“คราวนี้เอาแบบเบลอหลัง โหมด Portrait นะ”

 

“โอเค ก้มหน้าหน่อยฟิวส์ ดีว่ะรูปนี้ หล่อเลย”

 

“แล้วแบบนี้ได้ป่ะวะแบบนี้”

 

“ได้ แต่หันข้างอีกหน่อยดิ่ จะได้ใจตรงกัน หึหึ”

 

“ไอ้เวรรร ตลกป่ะล่ะ” หยอดอะไรเสี่ยวโคตร จะขึ้นปีใหม่แล้วช่วยอัพเดทมุกหน่อยได้ไหมวะ..

 

ผมโพสท่าไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นชูสองนิ้ว ยกแขน กางขา เก๊กหน้าหล่อ หันมุมข้างโชว์สันจมูก หรือแม้แต่ทำหน้าตลกๆ อย่างมองบน แลบลิ้น ก็เลยได้รูปมาหลากหลายอารมณ์เลยล่ะครับ แต่เห็นนะเว้ยไอ้ธีร์! มึงหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาแอบถ่ายรูปกูอีกแล้ว ทุกปีครับ มันทำแบบนี้ทุกปีเลยยยยย แล้วแม่งก็จะเอามาตั้งเป็นรูปวอลเปเปอร์ทีหลัง กูรู้แผนมึงหมดแล้ว! (ได้ข่าวว่าโพสท่าให้เขาถ่ายเองป่ะวะกู)

 

“ฟิวส์ ขึ้นม้าหมุนกัน”

 

“หืม? คนจะเยอะป่ะ?”

 

ไอ้ธีร์ไม่ได้รอคำตอบตกลง มันคว้ามือผมไปต่อคิวซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้ว

 

โชคดีที่คิวไม่ยาวมาก ต่อแถวแค่ 5-10 นาทีก็ได้ขึ้นแล้ว ม้าหมุนมีประมาณ 10 กว่าตัวสำหรับนั่งคนเดียว และเป็นรถลากเลื่อนหิมะสำหรับนั่งสองคน ไอ้ธีร์ยอมจ่ายตั๋วแพงกว่าหน่อยเพื่อให้เราได้นั่งรถลากด้วยกันครับ

 

พอได้มานั่งด้านในแบบนี้แล้วแสงสะท้อนจากเม็ดคริสตัลมันสวยกว่าที่คิดเยอะเลยแฮะ บวกกับเพลงคริสต์มาสจังหวะสนุกกับอากาศเย็นๆ แล้ว เหมาะกับการนั่งซบแฟนที่สุดเลยล่ะครับ ธีร์จ๋าาาา ฟิวส์ขอซบหน่อยน้าาาา

 

ผมขดตัวลงกับเบาะที่นั่ง พร้อมกับก้มหัวลงไปวางไว้บนแขนไอ้ธีร์

 

“อ้อนแบบนี้จะเอาอะไรหืม?” เสียงทุ้มอบอุ่นของธีร์ฟังแล้วอยากเสียตัวชะมัด ให้ตายเถอะ

 

แต่ไม่ได้ครับ ที่นี่ไม่ได้..

 

“คิดถึง” ผมพูดคำนี้มากี่ครั้งแล้ววะวันนี้?

 

“คิดถึงเหมือนกัน”

 

“มึงไม่อยู่กูเหงามากเลย”

 

“โทรมาหาทุกวันก็ยังเหงาเหรอ?”

 

“ไม่มีคนแกล้งกูตอนเช้า”

 

“ตอนอยู่ด้วยก็บอกว่าไม่ชอบให้แกล้งนี่”

 

“ไม่ได้กอดด้วย”

 

“เดี๋ยวกูให้กอดจนเบื่อเลย”

 

“กอดมึง.. กูไม่เบื่อหรอก”

 

“หึหึ พูดดี”

 

“กูมีเรื่องเล่าให้มึงฟังเยอะแยะเลย”

 

“คืนนี้เล่าให้ธีร์ฟังนะ ไม่ต้องนอนเลยก็ได้..

 

…..

 

“ธีร์ขอโทษ ต่อไปจะไม่ทำให้ฟิวส์เหงาแล้ว”

 

“มึงไม่ผิดหรอก ไม่ต้องขอโทษ..

 

จังหวะนั้นผมรู้สึกเหมือนไอ้ธีร์ขยับตัวเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง “กูมีของขวัญวันคริสต์มาสมาให้ด้วย”

 

หืม? ไอ้ธีร์พาดสร้อยคอสีเงินรอบคอผมก่อนจะคล้องตะขอยึดปลายทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ผมหยิบส่วนที่รั้งจี้สีเงินนั้นขึ้นมาดู เพื่อพบว่าเป็นฟันเฟืองขนาดเล็ก สลักตราสัญลักษณ์มหาลัย พร้อมด้วยชื่อคณะวิศวะฯของไอ้ธีร์

 

“เกียร์ของกูอันนี้ กูให้มึง”

 

ฟันเฟืองเล็กๆ ชิ้นนี้หรือที่ถูกเรียกว่า เกียร์คือเกียรติยศ ความภาคภูมิ และหัวใจของเด็กวิศวะฯครับ ผู้ที่จะได้มันมาต้องผ่านทั้งกิจกรรมรับน้องอย่างหนักและบททดสอบสุดโหดมากมาย จนทำให้รุ่นพี่ยอมรับนักศึกษาคนนั้นในฐานะรุ่นน้องคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างเต็มตัว ดังนั้นเกียร์วิศวะฯจึงเป็นของสำคัญที่มีคุณค่าทางจิตใจมากๆ ซึ่งหลังจากไอ้ธีร์ได้มันมาเมื่อตอนปี 1 ก็ได้ให้คุณแม่ของมันเก็บไว้..

 

แล้วเอาของสำคัญแบบนี้มาให้กูเนี่ยนะ???

 

เมื่อผมทำสีหน้าฉงนแบบนั้น ไอ้ธีร์ก็รีบเฉลยคำตอบทันที “กูขอแม่แล้ว กูบอกว่า….กูจะเอาเกียร์ไปให้คนที่กูรัก คนที่กูจะฝากชีวิตไว้กับเค้า กูอยากให้มึงก่อนเรียนจบ ตอนที่กูยังเป็นเด็กวิศวะฯคนนึงแล้วได้ให้เกียร์กับคนที่กูรัก”

 

……” ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กุมฟันเฟืองชิ้นนั้นไว้แน่น

 

“กูไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ที่ผ่านมากูทำให้เห็นแล้วนะเว้ย แค่..อยากบอกว่า..

 

……

 

“มึงแทบจะเป็นทุกอย่างของกูแล้วฟิวส์”

 

……

 

“เมอร์รี่ คริสต์มาสนะ” ธีร์ยิ้มกว้าง ผมสบตามันและคงไม่ได้คิดไปเอง ว่าผมเห็นอนาคตทั้งชีวิตของผมอยู่ในแววตาสีนิลคู่นั้น

 

“ขอบใจว่ะ กูแม่งโคตรโชคดี” ผมดึงธีร์เข้ามากอด ทุกอย่างรอบข้างหยุดนิ่งในความคิด แสงไฟไม่กระพริบ ดนตรีไม่ได้ถูกบรรเลง ลมหนาวไม่พัดผ่าน

 

ราวกับบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว

 

นอกจากไอ้ธีร์

 

และของขวัญวันคริสต์มาสปีนี้ คงเป็นของชิ้นเดียวที่ผมจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด

 

 

 

 

ขอบคุณนะ

(https://www.youtube.com/watch?v=snDm2QrU7ao)

 

จากวันที่พบกันในวันนั้น

ฉันยังคงผูกพัน

ยังรักเธออยู่เรื่อยมา

จนในวันนี้เรายังมีกัน

เธอนั้นเป็นดั่งของขวัญที่ส่งมาจากฟ้า

ไม่มีสิ่งไหนจะเปลี่ยนความคิด

ได้เลยสักนิด ยังคงมีเเค่เธอ

อยากจะขอบคุณนะ

ที่อยู่เคียงข้างกัน

ในวันที่มันเลวร้าย

ฉันยังมีเธอข้างๆ กาย

รักยังอยู่ในหัวใจ

ไม่ว่านานสักเท่าไร

ยังคงมีเรา ตลอดไป

หากคำว่ารักและความผูกพัน

มันย้ำเตือนว่าเธอนั้น

คือคนที่ตามหา

ไม่มีสิ่งไหนจะเปลี่ยนความคิด

ได้เลยสักนิด ยังคงมีเเค่เธอ

อยากจะขอบคุณนะ

ที่อยู่เคียงข้างกัน

ในวันที่มันเลวร้าย

ฉันยังมีเธอข้างข้างกาย

รักยังอยู่ในหัวใจ

ไม่ว่านานสักเท่าไร

ยังคงมีเรา ตลอดไป

อยากจะขอบคุณนะที่อยู่เคียงข้างกัน

ในวันที่มันเลวร้าย

ฉันยังมีเธอข้างข้างกาย

รักยังอยู่ในหัวใจไม่ว่านานสักเท่าไร

ยังคงมีเรา ตลอดไป

อยากจะขอบคุณนะที่อยู่เคียงข้างกัน

ในวันที่มันเลวร้าย

ฉันยังมีเธอข้างข้างกาย

รักยังอยู่ในหัวใจไม่ว่านานสักเท่าไร

ยังคงมีเรา ตลอดไป

 

 



 

----------Make It Right----------

อีดิท } ตอนพิเศษวันคริสต์มาสของธีร์ฟิวส์หลังจากไม่ได้เขียนตอนยาวมาน๊านนาน 

คู่นี้มันเลยคำว่าหวานไปแล้วมั้งเนี่ย ฮ่าๆๆ มันคือความรักเนอะะะ

อยากอ่านคู่ไหนอีกเม้นท์ไว้ได้เลยครับบบ


// นะเขียน .

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

9,093 ความคิดเห็น

  1. #9073 kyun (@jokim) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 20:52
    คิดถึงธีฟิวที่สุดดดดดดดดด
    #9073
    0
  2. #9071 leepyng (@pingpong12345) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 13:32
    โง้ยยยยยยยย นากได้พี่ธีรรรรรรรร์
    #9071
    0
  3. #9070 song17804 (@song17804) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 02:00
    คิดถึงเรื่องนี้ที่สุด เป็นนิยายเล่มแรกที่ซื้อเลยด้วย..รักเรื่องนี้มากๆ
    #9070
    0
  4. #9069 Tain_LSM (@mon35) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 22:24
    งื้ออออ ยังคงความน่ารักและความฟินได้อย่างดีเยี่ยมเสมออ อยากอ่านของเฟรมบุ้คต่อจ้าาา
    #9069
    0
  5. #9068 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:51
    งือน่ารักที่สุด
    #9068
    0
  6. #9067 LasTDesinY (@goggag2812) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 13:18
    ดีต่อใจ ออกภาค 2 เลยได้ไหม 555 อยากเห็นเฟรมบุ๊คคร้าฟ
    #9067
    0
  7. #9066 BaBiBuDuB (@poppywnp) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 10:02
    อยากอ่านทุกคู่เลยค่าาา แงงง คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลยอ่ะ
    #9066
    0
  8. #9065 ynotme (@ynotme) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 06:59
    ดีต่อใจมากกก
    #9065
    0
  9. #9064 NutchanunBoon (@NutchanunBoon) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 04:39
    อยากอ่านคู่นายรถถังงง&#10084;&#65039;
    #9064
    0
  10. #9063 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 02:34
    เป็นกลุ่มที่เฮฮาเหมือนเดิมเลยค่า
    #9063
    0
  11. #9062 PhanuGuyWs (@PhanuGuyWs) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:38
    เฟรมบุ๊คด้วยค้าบบบ //เมอร์รี่คริสมาสครับไรท์
    #9062
    0
  12. #9061 AngleTK (@AngleTK) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:50

    คิดถึงธีร์ฟิวส์ที่สุดเลย ขอบคุณ&#8203;ไรท์มากนะครับ&#8203; เมอรี่คริสต์มาส&#8203;ล่วงหน้านะไรท์
    #9061
    0
  13. #9060 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:41
    หวานซึ้งมากๆเลยค่ะ รู้สึกอบอุ่นมากๆ ทุกคนดูโตขึ้นจริงๆ เมอรี่คริสต์มาสล่วงหน้านะคะ
    #9060
    0
  14. #9059 Bazt (@ioio000io) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:24
    ขอบคุณ&#8203;สำหรับ&#8203;ตอนพิเศษ&#8203;นะครับ&#8203; คู่&#8203;ต่อไป&#8203;ขอเฟรมบุ๊คได้ไหมเอ่ย&#8203;
    #9059
    0