เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 9 : 9 เธอไม่ใช่นางเอกน้ำเน่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 พ.ย. 60


               

9

 

เป็นความบังเอิญสองประการอคินคิดขณะก้าวเข้ามายังสถานที่อีกแห่ง

ความบังเอิญที่หนึ่งก็คือ เมื่อวันศุกร์ตอนกลับจากต่างจังหวัด ก่อนจะไปที่บ้านสวนเขาได้แวะไปที่บ้านพ่อเพื่อเอาเสื้อผ้าไปฝากให้แม่บ้านที่นั่นซักก็เป็นจังหวะไปได้ยินบทสนทนาของรตีเข้าพอดี

“ก็แวะไปเยี่ยมเพื่อนน่ะค่ะ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอหนูก้าที่นั่น แถมภัทรยังบอกว่ามาประจำซะด้วย”

ชื่อกริการ์ทำให้ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าโดยอัตโนมัติ แล้วเงี่ยหูรอฟังแม่เลี้ยงคุยกับผู้เป็นพ่อ

“ก้ามากับเพื่อนๆ ตีไปคุยกับก้ามาแล้วค่ะ คงชอบเที่ยวตามประสาวัยรุ่นนั่นแหละค่ะ ไม่มีอะไร”

อติภพพยักหน้ารับ “เจ้าคินรู้ไหมเนี่ย”

รตีส่ายหน้า “ไม่ค่ะ...แต่เดี๋ยวก็คงรู้ ก็ปล่อยพวกเขาไปคุยกันเอง” เธอว่าแล้วหยิบรีโมต

            อคินรู้สึกประหลาดใจ ทั้งที่ก็เป็นแค่ข้อเท็จจริงซึ่งได้รับการยืนยันเพิ่มว่าผู้หญิงที่เขาพามาอยู่ด้วยใช้ชีวิตแบบไหนเท่านั้นเอง พอเขาลองไปเยือนร้านที่พูดถึงก็พบกับความบังเอิญประการที่สอง นั่นก็คือรุ่นน้องที่รู้จักกันทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์และก็เป็นเจ้าของข้อความที่ส่งมาให้เขาคืนนี้ ส่งผลให้อคินชวนวรปีย์มาที่นี่หลังเติมอาหารใส่ท้องแล้ว โดยให้เหตุผลว่าหลังอิ่มท้องก็ควรหาอาหารตาเป็นของหวานอีกสักหน่อย

            คนหนาตาทีเดียวแม้จะเป็นวันพุธแต่เนื่องจากเป็นวันคริสมาสต์นักเที่ยวก็ไม่พลาดจะหาเหตุผลมาฉลองและสังสรรค์ อคินกับวรปีย์ได้ที่นั่งโซฟาใกล้เคาน์เตอร์ ซึ่งยกพื้นสูงทำให้มองเห็นได้รอบร้าน

            หนุ่มบาร์เทนเดอร์ยกเครื่องดื่มมาให้ เขาทักทายพอประมาณ วรปีย์รินเหล้าแต่สายตาแทบไม่ได้อยู่กับแก้ว

            “แจ๋วเลยว่ะมุมนี้” เขาพูดพลางทำเสียงจิ๊จ๊ะ

            อคินรับแก้วจากเพื่อนรักยกขึ้นกระดกเข้าปาก ตอนที่ลดแก้วลงมานั้นสายตาเขาก็เห็นกริการ์พอดี เขาตะลึง เป็นครั้งแรกที่เห็นกริการ์นอกบ้าน เธอราวกับเป็นคนละคน ดวงหน้าแต้มเครื่องสำอางคมเฉี่ยวสวยจัด ผมยาวถูกรวบขึ้นไปแบบไม่ตั้งใจปล่อยปอยรุ่ยร่ายเคลียบ่าและไหล่ เธอสวมต่างหูแบบห่วงวงใหญ่สีเข้มประดับเพชรส่องประกายวิบวับยามเคลื่อนไหว

คราก่อนเลือกสีแดงร้อนแรงในงานเลี้ยงอ่อนหวาน หากยามนี้ท่ามกลางแสงไฟสลัว หญิงสาวโดดเด่นในเดรสสีขาวเมทัลลิก มันดูปกติเมื่อมองด้านหน้าเพราะเป็นแบบคล้องคอทั่วไปที่มีลูกเล่นด้วยการวางผ้าเป็นชั้น แต่พอพลิกกาย...เหลือแต่แผ่นหลังเปลือย ซ้ำถ้าสายตาเขาไม่ฝาด ภายใต้ชุดนั้น...ไร้เสื้อชั้นใน!

            แสงไฟตกกระทบจังหวะที่เธอส่งยิ้มให้ชายหนุ่มร่วมโต๊ะ เหมือนมีไฟมาสุมที่อกอคิน หน้าและหูเขาร้อนผ่าว เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มได้ยั่วเย้ารัญจวนใจแบบนี้มาก่อน กับเขาเธอมีแต่ขึ้นเสียง

ผู้ชายพวกนั้นคงคิดว่าเธอคง ง่ายเหมือนผู้หญิงกลางคืนคนอื่น

            ความจริงมีเขาเท่านั้นที่รู้ กริการ์ไม่เคยเป็นของใครกระทั่งมาเจอเขา...

            แต่กระนั้นเธอยังทำท่าราวกับคนเจนโลก ทำท่าไม่แยแสแม้เพิ่งจะผ่านมือชาย อคินมือสั่นจนต้องวางแก้ว ยายเด็กบ้า! คิดว่าตัวเองแน่นักใช่ไหม

            คิดจะงัดข้อกันก็ลองดู

            ผู้หญิงสองคนที่เคาน์เตอร์มองพวกเขาหลายหนแล้ว อคินพยักหน้าให้วรปีย์ เพื่อนรักรู้ใจทันที แต่พอจะลุกเขาหันกลับมามอง

            “แน่ใจนะ” วรปีย์ถามย้ำ

            อคินตอบโดยการวางแก้วแล้วลุกเดินไปที่เป้าหมายเสียเอง วรปีย์ร้องโธ่แล้วยิ้ม

            อคินทำเป็นสั่งเครื่องดื่ม แล้วส่งยิ้มให้หนึ่งในสองซึ่งสวมชุดสีน้ำเงินขับผิวให้ขาวราวไข่ปอก

            “นั่งตรงนี้สบายไหมครับ”

            เจ้าหล่อนตอบแค่ค่ะ กิริยารักษาท่าทีแต่ในแววตาเต้นระริก

            “ผมว่าที่โซฟาน่าจะสบายกว่า”

            เธอมองทิศทางที่เขาชี้แล้วหันไปยิ้มกับเพื่อน “แล้วคุณไม่มีใครนั่งด้วยเหรอคะ”

            “คุณก็ไม่ได้รอใครอยู่ใช่ไหมล่ะครับ”

            ใบหน้างดงามของเธอแพรวพราว แต่ยังไว้เชิง “ยังไม่รู้จักกันจะชวนไปนั่งด้วยกันซะแล้ว”

            อคินเอียงคอยิ้ม “ไปนั่งก่อนแล้วค่อยรู้จักก็ไม่ผิดนี่ครับ”

            หญิงสาวหันไปทางเพื่อนสาวอีก ทำท่าราวกับปรึกษาปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกทั้งที่สีหน้าบอกความต้องการชัดเจน อคินขยับตัว “แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ”

            “เอ่อ...เดี๋ยวค่ะ” เธอหันมาทันที ขยับจากเก้าอี้ทรงสูงลงมายืนข้างเขา “ขอบคุณที่ชวนค่ะ” ชายหนุ่มผงกศีรษะให้ ปล่อยให้เธอเดินนำไปที่โต๊ะก่อนจะเดินตามไปและได้คำชมเป็นการตบไหล่จากวรปีย์

           

จากตำแหน่งโต๊ะ ข้างกายกริการ์เป็นตติยที่กำลังคุยออกรสกับเจมส์

“ไปห้องน้ำแป๊บนะ”

กริการ์ยืนล้างมือ ในกระจกสะท้อนภาพผู้หญิงที่สวยไม่เบาสำหรับคืนนี้ เมื่อสักครู่ชายหนุ่มโต๊ะถัดไปส่งรอยยิ้มมาอีกครั้งหลังจากทิ้งสายตามาก่อนแล้วหลายหน

เธอเห็นอคินนานแล้ว ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อน ไปทักทายบาร์เทนเดอร์ แล้วก็ไปออกลีลาจีบสาวสวยสองคนนั่น เธอก็เห็นทุกอย่าง ใบหน้าคมเข้มเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมั่นใจจนน่าหมั่นไส้

            ไม่ต้องเดาความหมายในการกระทำของเขาให้เสียเวลา มันมาจากข้อตกลงที่ไม่มีใครยอม ซึ่งเขาเป็นฝ่ายท้าทายก่อน เธอยิ้ม ได้เลย...คุณอคิน

            กริการ์เดินกลับมาที่โต๊ะ ทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ตัวว่าง คว้าแก้วมาดื่มอึกๆ แต่พอได้อึกเดียวก็โวย

            “ใครทำอะไรกับเหล้าก้า...ขมชะมัด...อุ๊ย!

            สายตาสี่คู่จับจ้องเหมือนเธอเป็นตัวประหลาด หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เธอนั่งผิดโต๊ะ!

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ก้านั่งผิดโต๊ะ ขอโทษค่ะ” เธอรีบลุกพรวดพราด ก้มศีรษะขอโทษ คนนั่งก่อนมองเธออย่างงงงัน พอกวาดสายตากลับไปก็เห็นเพื่อนฝูงหน้าคุ้นเคยกำลังมองมาอย่างงงๆ ไม่แพ้กัน

“ขอโทษนะคะ” กริการ์ยิ้มแหยส่งให้แล้วเดินกลับโต๊ะอย่างอายๆ แทบไม่รับคำให้อภัยจากเจ้าที่ พอถึงโต๊ะตัวเองก็ได้รับคำแซวสนั่น

“เมาแต่หัววันเลยเว้ย กาก้า”

“ผิดจริงหรือแกล้งผิดวะ” เจมส์ว่า

“ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ โต๊ะมันเหมือนกันนี่” เธอโวยแก้เขิน แต่เสียงหัวเราะยังคงอยู่ สายตาของชายคนนั้นยังทอดมาอีก กริการ์ยิ้มเจื่อนส่งกลับไป

ไม่ถึงห้านาที หญิงสาวจากคนกลุ่มนั้นก็ลุกและเดินมา

“พี่คะ”

กริการ์คือคนที่เธอเรียก “พี่คนนั้นขอเบอร์ค่ะ”

เสียงวี้ดว้ายเกรียวกราวดังขึ้นทันที คนถูกขอหันตามที่มือคนขอชี้ ชายหนุ่มคนนั้นนั่นเอง เธอหันหน้ากลับมามองคนขอ

“เขาให้น้องมาเหรอ ไม่ใจเลย” เจมส์ว่า อีกฝ่ายวัยประมาณยี่สิบต้นๆ เสยผมทัดหูแก้เขิน

“ถ้ามาเอง เขากลัวพี่จะคิดว่าเขาโกรธเรื่องที่พี่ไปนั่งผิดโต๊ะน่ะค่ะ”

“ไม่ต้องไปกลัว ไอ้นี่มันจงใจ” เจมส์ว่า กริการ์แยกเขี้ยวใส่คนพูด

“ได้ไหมคะ”

            “ไม่ต้องมาทำเล่นตัวเลยไอ้ก้า ให้ๆ ไป โทษฐานไปกินเหล้าเขา” อีกฝ่ายหัวเราะ กริการ์ยิ้ม

            “ถ้าพี่ไม่ให้ล่ะ เขาจะมาขอเองไหม”

            “เขา...ไม่ให้หนูกลับไปที่โต๊ะค่ะ” เธอว่า ทิ้งสายตาไปที่ตติยแวบหนึ่ง เจ้าตัวอาจไม่สังเกต แต่ไม่พ้นสัญชาตญาณกริการ์ เธอลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว

            “โอเค งั้นเดี๋ยวไปด้วยกัน”

            “วิ้ว...” เจมส์ผิวปาก เขาตบไหล่ตติยด้วยท่าทางระรื่น แต่ตติยมองกลับตาขวาง

 

            กริการ์มานั่งโต๊ะนี้อีกครั้ง คราวนี้ไม่ต้องเกร็งตัวขอโทษเพราะถือว่าเจ้าที่เชื้อเชิญ เมื่อเธอขยับตัวไปนั่งใกล้เขา ชายหนุ่มถึงกับออกอาการกระดี๊กระด๊า

            “ชื่อก้าเหรอครับ ชื่อแปลกดีนะ ผมชื่อโดม”

            “ตอแหล แม่ที่บ้านมึงเรียกไอ้แดงนี่หว่า”

            บทสนทนาไหลลื่นเป็นธรรมชาติ สลับกับเสียงหัวเราะสนุกสนาน รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์หว่านแลกแจกแถม โดยที่หญิงสาวรู้แก่ใจว่าจะต้องมีสักครั้งที่เขาหันมามอง...

            หรือบางทีอาจจับจ้องตลอดอยู่แล้ว

            กริการ์นั่งอยู่กับโต๊ะของหนุ่มคนนั้นอยู่นานจนตติยชักกินเหล้าไม่อร่อย ครั้นจะไปเรียกกลับก็เกรงใจ รับประกันได้ว่าเพื่อนสาวจะตำหนิเขาเสียอีก ท้ายสุดก็ได้แต่นั่งกระสับกระส่ายมองเธอพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกอย่างหงุดหงิด เขาดึงขวดเหล้ามาเท เริ่มบอกลามิกเซอร์

            “เบา ไอ้เต เดี๋ยวกลับบ้านไม่ได้นะเว้ย”

            เจมส์เตือน เขาเหลือบมองไปทางกริการ์ “ไปเรียกกลับสิ นานไปเดี๋ยวกลายเป็นบุคคลสาบสูญจนได้” เขาพูดลอยๆ อย่างรู้ใจ คนฟังกระดกแก้ว ยิ่งเห็นหญิงสาวแตะไหล่ทำท่าจะซบคนข้างๆ อยู่รอมร่อใจเขาก็ยิ่งร้อนรน...

            และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ กริการ์ก็ผงะออก ยกมือข้างหนึ่งกอดตัวเอง ผู้ชายคนนั้นทำท่าจะอธิบายแต่เธอลุกออกมา เขาคว้าแขนเธอทันควัน หญิงสาวจะสะบัดออกแต่ถูกยื้อไว้ คราวนี้ตติยลุกพรวด

            เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ

            ชายคนนั้นดูตกใจที่จู่ๆ ก็มีอีกคนโผล่เข้ามาจึงเผลอปล่อยมือเธอ

            “อะไร ผม...”

            กริการ์เบี่ยงตัวมายืนหลังตติย เธอทำสีหน้ารังเกียจขณะกระซิบบอก

            “จับมือถือแขนก็มากแล้ว ยังจะลวนลามเขาอีกเหรอ” ตติยะเสียงดังอย่างไม่พอใจ           

ชายหนุ่มถลึงตา “ลวนลามอะไร เขาถูกตัวผมเองนะ”

“ยังจะแก้ตัว ทุเรศว่ะ พอแล้วก้า กลับโต๊ะ” ตติยแตะแขนเธอ อีกฝ่ายแค่นยิ้ม

“มีแฟนแล้วยังจะอ่อยเหยื่อ ใครทุเรศกันแน่วะ”

“ว่าไงนะ!” ชายหนุ่มซึ่งมึนกับฤทธิ์เหล้าอยู่ก่อนแล้วบวกฤทธิ์หึงเข้าไปอีกผลักอกคนพูด อีกฝ่ายเซถลาไปจนเกือบล้มเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อนจากทั้งสองโต๊ะกรูกันเข้ามา

“เฮ้ย! อะไรวะ!

“มึงกล้าผลักกู” เขาพุ่งเข้ามาแต่ถูกเพื่อนดึงไว้ ตติยก็ตั้งท่ารับเต็มที่เช่นกัน เจมส์ปรี่เข้ามาขวางกลาง

“ไม่เอาน่า เรื่องเข้าใจผิด”

“กูไม่ได้เข้าใจผิด ไอ้นี่มันลวนลามก้ามึงก็เห็น”

“กูไม่เห็นเว้ย! พอเหอะน่า จะมีเรื่องทำไมวะ” เจมส์รั้งแขนชายหนุ่มไว้ เพื่อนอีกคนมาช่วยกันลากเขาออกไป

“อะไรวะ แค่นี้จบเหรอ” คู่อริทำท่าจะถลาเข้ามา แต่เจมส์ยกมือ

“พอๆ โทษทีน้อง เพื่อนพี่เมา”

“ผมไม่ยอมหรอก มันใส่ร้ายผม ยายนั่นด้วย!

“เลิกแล้วต่อกันเถอะ กลับไปกินเหล้านะ เอาเป็นว่าน้องไม่ได้ทำ พี่ขอโทษแทนเพื่อนพี่ จบนะ” เจมส์ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ อีกฝ่ายฮึดฮัดโวยไม่เลิก แต่เพราะน้ำเสียงดังเชิงประกาศให้รู้ว่าพวกเขาเป็นฝ่ายยอมขอโทษประกอบกับชายหนุ่มค่อนข้างสูงใหญ่ทำให้คนถูกหยามอ่อนลงในที่สุด

“แม่งอ่อยเองแล้วดัดจริตทำสะดิ้ง” เขายังก่นด่า เจมส์ได้ยินพอดีแต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้าอย่างระอา

 

กริการ์มานั่งทำตาปริบๆ มองเพื่อนร่วมโต๊ะเชิงขอโทษ ซึ่งก็ได้รับคำตอบเป็นการโบกไม้โบกมือว่าทั้งหมดเป็นเรื่องไร้สาระ

“เหล้ามันถูกเลยไหลลงเร็วไปหน่อย” เจมส์พูดกระทบไปทางตติย กริการ์กลั้นยิ้ม เห็นสีหน้าบึ้งตึงของเขาตอนเข้าไปเอาเรื่องเจ้าหนุ่มคนนั้นโดยไม่กลัวจะได้รับฝูงแข้งกลับมานั้นก็อดหัวใจพองโตไม่ได้

“ก้าอยากกลับแล้ว” เธอบอก

“อ้าว จะหนีซะงั้น ยังไม่สี่ทุ่มเลยคนสวย”

“ขอโทษ แต่...รู้สึกไม่สนุกแล้ว ขอกลับก่อนนะ” เธอหันไปทางตติย “เต...ไปส่งหน่อยได้ไหม”

ชายหนุ่มวางแก้วทันที

“จะกลับมาอีกก็ได้นะ แวะไปส่งก้าแป๊บเดียว” กริการ์พูด

“ไม่เป็นไร” ตติยลุกขึ้นยืน เขาขยับเก้าอี้ให้กริการ์เดินออกมาก่อน เธอหันไปยิ้มแหยให้เพื่อนฝูงเชิงขอโทษที่ทำบรรยากาศเสีย แล้วก้าวออกไป

“ไปก่อนนะ ว้าย!

พื้นต่างระดับทำให้กริการ์ก้าวผิดจังหวะ เธอจึงเซถลาไปข้างหน้า โชคดีที่ตติยอยู่ใกล้ๆ จึงผวารับไว้ได้ทัน แขนเขาโอบเธอเต็มอ้อมกอด สายตาหลายคู่หันมามอง ไม่เว้นแม้แต่โต๊ะที่มีเรื่องกัน

เธอค่อยๆ ประคองตัว “ขอโทษนะเต”

“มะ...ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มเขินไปเหมือนกันเพราะมือสัมผัสเข้ากับความอ่อนนุ่มของเรือนร่างสาวเต็มๆ

“ไปเถอะ” เธอบอก พลางบ่นอุบอิบว่าเจ็บข้อเท้า

“ไหวไหม”

“พอได้ ขอจับหน่อย” กริการ์จับแขนเขาเชิงไม้ค้ำ แล้วค่อยๆ เดินออกไป

 

“แค่ฟังเพลงก็ทะเลาะกันได้ว่ะ คนเรา”

วรปีย์ถอนหายใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นปกติ เขารู้ดีว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ตลอดในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยคนกับแอลกอฮอล์ เพียงแต่แปลกตาไปหน่อยเพราะร้านนี้ไม่น่าจะเป็นผับบาร์ที่เน้นลูกค้าวัยรุ่นจุดเดือดต่ำ

“หนูว่า ผู้ชายคนนั้นไม่เห็นจะทำอะไรเลยนะคะ แต่...ก็ไม่รู้นะ” สาวสวยที่นั่งข้างวรปีย์แสดงความเห็น

“โชคดีจัง เพราะพี่กะว่าถ้าชวนเราสองคนไม่ได้จะไปชวนเขานะเนี่ย รอดไป ไม่ต้องถูกผลักอก”

“แหม” สองสาวหัวเราะคิกคัก “แล้วแน่ใจได้ยังไงคะว่าเป็นพวกหนูพี่จะไม่โดน”

“โธ่” ชายหนุ่มแสร้งโอด บรรยากาศเฮฮาสนุกสนานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น บทสนทนาพรั่งพรูทั้งแบบมีสาระและแบบไร้ความหมาย แต่หลักๆ คือถ้อยคำหมาหยอกไก่ โยนหินถามทางไปในเชิงพิศวาสจากชายหนุ่ม

อคินกระดกเหล้าลงคอหมดก็เอ่ยลา “กลับแล้วนะ”

คนที่เหลืองงเป็นไก่ตาแตก โดยไม่รอให้มีคำพูดใดๆ เขาลุกพรวดแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไป ผู้หญิงซึ่งนั่งอิงแอบมาตลอดถึงกับอ้าปากค้าง

“เพื่อนพี่เป็นอะไรคะนั่น”

วรปีย์แบมือทั้งสองข้างพลางยักไหล่ เขาเองก็จนใจที่จะตอบคำถามนี้เช่นกัน

 

ทั้งที่สรรพเสียงอึกทึกควรจะเบาบางลงเมื่อเดินมายังรถซึ่งจอดอยู่ห่างออกมา แต่อคินรู้สึกเหมือนมีลมพัดผ่านจนหูอื้อ เหล้าเยี่ยม อาหารไม่เลว เพลงดี หญิงงาม แต่เขาไม่สนุกเลยแม้แต่นิดเดียว...โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงผู้หญิงคนที่ทำให้เขามือไม้สั่น ไม่รู้ว่าจะโกรธเธอทำไมเหมือนกัน รู้แต่ว่าฉุนเฉียวจนต้องผละออกมาดื้อๆ แล้วมาขับรถตามเหมือนคนลมหึงขึ้นหน้า

เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มหรือหัวเราะแบบนั้น จริงดังแม่สาวคนนั้นบอก ผู้ชายคนนั้นแทบไม่ได้แตะต้องเธอเลย แต่เพราะอยากทำให้เจ้าหนุ่มร่วมโต๊ะร้อนจนอยู่ติดที่ไม่ได้ต่างหาก

และรวมถึงเขาด้วย

เธอควรจะหวั่นไหวที่เห็นเขามีผู้หญิงนั่งด้วยมากกว่า แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่ระอุเดือด โดยเฉพาะตอนที่เธอเซไปให้หมอนั่นพยุง อคินรู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชา เธอควรสะท้าน ควรหวงตัวอย่างหญิงสาวทั่วไป โชคดีที่วรปีย์ไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ รวมทั้งจำไม่ได้ว่าเธอเป็นคนเดียวกับสาวสวยชุดแดงในงานแต่งของเขา

เขาได้กอดเธอ และมันควรจะเป็นเขาที่มีสิทธิ์กระโจนไปผลักอกผู้ชายทั้งสองคน

เขาอาจผิดข้อตกลงก่อนด้วยอาการอยาก ลองของ แต่เธอท้าทายเขากลับ...และทำสำเร็จ

ความจริงการที่เธอทำอย่างนั้นมันก็ไม่ผิด เพราะเธอไม่ได้คบใคร ก็แค่มาเที่ยว แต่งตัวสวยมาอวด มาเฮฮาตามประสา แต่เขาก็ไม่อยากเห็นอยู่ดี

ก็เพราะกริการ์ผิด เพราะเธอทำให้เจ้าสาวเขาหนี เธอควรสงบเสงี่ยมกว่านี้...

เหตุผลเท่านี้?

“โธ่เว้ย!” ชายหนุ่มสับสน อยากต่อว่า อยากกดให้เธอยอมศิโรราบแล้วตะคอกใส่หน้าว่าหยุดทำแบบนั้น หยุดหว่านเสน่ห์ที่เขาน่าจะเป็นคนเดียวที่ได้เสียที

 

กริการ์เอนศีรษะพิงเบาะทอดสายตาไปนอกรถ ถนนยังไม่ร้างยานพาหนะ เช่นเดียวกันกับใบหน้าเธอที่ยังแต้มรอยยิ้มเมื่อเห็นรถที่ตามมาจากกระจกข้าง กระทั่งรถของตติยแล่นมาจอดที่หน้าคอนโดฯ

“ถึงแล้วคร้าบ” ตติยบอก

หญิงสาวยังคงนิ่งเฉย ไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

“หลับเหรอ” เขาถามพลางหันไปมองเธอ

“เปล่า” เธอปลดเข็มขัดนิรภัย หมุนคอไปมา ครั้นแล้วก็หันไปทางคนขับ “เต...”

“หืม” ตาเขาเห็นเธอพูดอะไรบางอย่างแต่หูเขากลับไม่ได้ยินเสียงใดๆ “อะไรนะ”

กริการ์กวักมือให้ตติยเข้ามาฟังใกล้ๆ เขาย่นคิ้ว แต่ก็ยอมปลดเข็มขัดแล้วชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ตามที่เธอต้องการ เธอวางมือบนหัวไหล่เขา กระซิบข้างหู

“ขับรถดีๆ นะ”

คนฟังงงเล็กน้อย แต่พอคนพูดขยับแสดงเจตนาจะลงจากรถก็ขยับตัวกลับมานั่งท่าเดิม เธอโน้มตัวลงและยกมือโบกลา เขายิ้มแล้วสตาร์ตรถขับออกไป

กริการ์ยิ้มและเดินเข้าไปยังตัวอาคารด้วยท่าทางร่าเริง แต่แล้วก็มีใครบางคนมาคว้าต้นแขนรั้งเธอเอาไว้

“อุ๊ย!” เธอสะดุ้ง

พอหันไปก็พบว่าเป็นอคิน เธอแสร้งตกใจ “มาได้ยังไงเนี่ย”

“ไม่ต้องมาถามเลย ไปกับผม” อคินไม่พูดเปล่า เขาออกแรงดึงแขนเธอให้เดินตามไป

“ไปไหน” หญิงสาวถามขณะพยายามขืนตัวไว้

“กลับบ้าน” อคินตอบ

“บ้านไหน ก็บ้านฉันอยู่นี่” กริการ์บอก ดวงตาใสซื่อ อารมณ์พุ่งปรี๊ด

“งั้นก็ขึ้นไปด้วยกันเลย”

อคินก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปยังล็อบบีคอนโดฯ กริการ์ตาเบิกโพลง

“เดี๋ยว! ไม่ได้ๆ คุณขึ้นไปไม่ได้นะ”

“ทำไมจะไม่ได้”

“ห้ามขึ้นห้องฉัน ฉันไม่ให้ใครเข้า”

เขาแค่นยิ้ม “ยกเว้นไอ้หมอนั่นหรือเปล่า”

“บ้าสิ ไม่งั้นฉันจะให้กลับไปทำไม คงไม่แค่จูบลาหรอก” เธอลอยหน้า ขอยวนอีกสักที

อคินร้อนจนแทบเดือด

“ได้ งั้นไปที่อื่น” เขาดึงเธอออกมาอีก เธอแทบจะปลิวตาม

“ที่ไหนอีก ไม่ไปแล้ว”

“บ้านของเราไงที่รัก”

กริการ์อึ้ง ชายหนุ่มเลยอาศัยจังหวะนั้นยัดเธอเข้าไปในรถ เธอเองก็มึนฤทธิ์แอลกอฮอล์ พอเขาปิดประตูใส่ก็ทำอะไรไม่ถูก เขาตามขึ้นมาต่อว่าเธอทั้งที่ยังไม่ทันปิดประตูด้วยซ้ำ

“คุณนี่บ้ามาก ก่อเรื่องให้คนทะเลาะกัน”

“ฉันทำอะไร”

“ไม่ต้องมาเล่นละคร แกล้งยั่วผู้ชายคนนึงให้อีกคนเข้าไปช่วย ปั่นหัวคนเล่นนี่สนุกนักเหรอไง” อคินพูดพลางเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งทะยานออกไป

“พูดเรื่องอะไรเนี่ย”

“พอได้แล้ว ผมเห็นตลอด นายนั่นไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย”

“เดี๋ยวนะ เรื่องเมื่อกี้มันอยู่ในร้าน คุณอยู่ด้วยเหรอ” กริการ์แกล้งงง

อคินอึ้ง เริ่มรู้ว่าตัวเองพลาดท่าเสียที

“เออ” เขายอมรับ

หญิงสาวแอบยิ้ม “ฉันก็ว่าอยู่ว่าหน้าคุ้นๆ เหมือนคุณ แต่ไม่ได้สนใจ”

“มัวแต่หว่านเสน่ห์ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามคุณมีใคร นายเตนั่นคงรอได้หรอก”

กริการ์ร้อนวูบเมื่อได้ยินชื่อตติย

“เข้าใจไหมกริการ์”

“ไม่!

“นี่...”

“แล้วทีคุณล่ะ ไอ้ที่ไปจีบมานั่งซบนั่นอะไร”

อคินนิ่งเพราะถูกย้อน

อย่ามาสั่งคนอื่นเลยถ้าคุณทำไม่ได้ กริการ์ว่า

ความเงียบครอบคลุมอยู่นาน มีแค่ความเร็วรถที่เพิ่มขึ้นทำให้กริการ์รู้ว่าเขากำลังโกรธ

ในที่สุดยกนี้เธอก็ชนะ

 

เสียงนาฬิกาปลุกแผดลั่นเข้าไปถึงความฝัน กริการ์ดึงหมอนมาปิดหูแต่ไม่ได้ผล ในที่สุดก็พลิกตัวตื่น ใครมันตั้งปลุกเอาไว้เนี่ย เธอยันตัวมองหาที่มา มันอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอคว้าแล้วกดปิดแรงๆ พลางบ่นอุบ หกโมง โอ๊ย ทำไมไม่ตั้งซะตั้งแต่ตีห้าเลยล่ะ

หญิงสาววางนาฬิกากลับที่เดิม เธอมองรอบกายที่ยังเต็มไปด้วยความสลัว ฤดูหนาวยามเช้ามาช้าพาให้คร้านที่จะประกอบกิจวัตร ซ้ำอากาศยังเย็นเยือก เธอดึงผ้าห่มมากอดแบบที่ชอบทำ หลับตา อยากจะไถลตัวลงไปนอนต่อ แต่พอทบทวนดูแล้วก็ต้องตัดใจ ถ้าเป็นห้องของเธอยังพอจะงีบได้อีกสักครึ่งชั่วโมง แต่นี่เป็นบ้านสวนซึ่งห่างไกลจากที่ทำงานมาก

            เธอเอาผ้าห่มคลุมตัวแล้วก้าวลงจากเตียงไปเปิดประตูมองซ้ายมองขวา ดูเหมือนเจ้าของจะไม่อยู่แล้ว เชอะ ลากเธอมาที่นี่แล้วก็หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว เห็นเธอเป็นอะไร...ตัวแทน?

            กริการ์ถอนใจเฮือก หลายวันมาแล้วที่เธอพยายามลืมคำนี้ แต่มันก็ผุดขึ้นมาทิ่มแทงใจอีกจนได้ เธอก็เป็นตัวแทนไงกริการ์ จะหวังให้เจ้าหนี้มาออดอ้อนกล่าวคำหวานอะไรล่ะ ฝันไปเถอะ

            เธอเดินกลับมา เหวี่ยงผ้ากลับขึ้นไปบนที่นอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำเตรียมตัวไปทำงาน มีกระดาษแผ่นเล็กๆ แปะบนกระจกเหนืออ่างล้างหน้า

            ผมต้องไปต่างจังหวัดแต่เช้า อย่าเข้าใจผิดว่าทิ้ง

            แล้วก็รีบไปทำงานซะ เดี๋ยวสาย

            เหมือนได้น้ำทิพย์รินรดหัวใจที่แห้งผาก หญิงสาวเผลอยิ้ม รู้สึกในท้องอุ่นวาบท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่าน แสดงว่านาฬิกาปลุกนั่นก็เป็นฝีมือเขา เขาคงรู้แล้วสิว่าเธอเป็นพวกขี้เกียจตื่น

กริการ์มองกระดาษในมือสักพักก็หย่อนลงถังขยะ แต่แล้วก็พลันรีบหยิบกลับขึ้นมาเพื่อเอามาแปะในสมุดปกสีเขียวเล่มเดิม แล้วเพ่งพิศ

            ลายมือเป็นแบบนี้เหรอ เคยได้ยินว่าผู้บริหารมักจะเขียนหนังสืออ่านยาก อันที่จริงถ้าเขาเขียนเร็วๆ ก็อาจอ่านยากอยู่เหมือนกัน

            เกินความคาดหมายของกริการ์ เธอทั้งอึ้งและตกใจ ไม่คิดว่าอคินจะโมโหถึงขนาดนี้ เขาไม่เพียงพูดต่อว่าเท่านั้น หากตลอดคืนมีแต่การกระทำและอารมณ์ที่แสดงออกชัดว่าเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ต้องการให้ใครหยาม ไม่พอใจที่ถูกลบเหลี่ยม   

แม้ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นไม่นาน และเธอก็ไม่ได้อยู่กับเขาทุกวัน กระนั้นความภาคภูมิใจที่เคยได้ชื่อว่าหวงตัวนักหนาท่ามกลางเพื่อนฝูงผู้ชายถูกทำลายป่นปี้ แม้จะเพียรเฝ้าบอกตัวเองว่าเป็นการทดแทนบุญคุณ แต่ส่วนลึกในใจก็รู้ชัดอยู่แล้วว่าตัวเองรู้สึกยังไง

            ถ้าไม่ใช่อคินจะยอมไหม เสียงรตีผุดขึ้นในใจ

            กริการ์อ่านข้อความนั้นซ้ำไปมาเหมือนคนบ้า หมายจะให้มันสะกดความน้อยใจที่ตนเองเป็นแค่ของตายชนิดต้องการเมื่อไรก็เรียกให้มาหา

จะยอมให้คนอื่นสั่งการหรือลุกมาควบคุมทุกอย่างด้วยใจตัวเอง

            เท่าที่หัวใจไตร่ตรองได้ เธอจะไม่ยอมเป็นนางเอกน้ำเน่าเด็ดขาด เมื่อเสียตัวและจะต้องเสียไปจนกว่าจะเจอแพรวา

เธอ...จะแลกเพื่อให้เขาเป็นฝ่ายเลือกเธอเอง

 

 

 18.11.17

สามารถติดตามดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #823 อัศวินสืดำ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:20
    สนุกมากกกกก รออ่านทุกวันเลย ต้องก้าถึงจะเอาอคินอยู่ เพิ่งรู้นางเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ ชอบค่ะ
    #823
    0
  2. #675 darika-grammy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2554 / 07:48
    อคินเริ่มออกอาการหึงล่ะสิ
    #675
    0
  3. #580 gemarco (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2554 / 21:50
    ชอบการใช้ภาษาของไรเตอร์ การดำเนินเรื่อง
    #580
    0
  4. #488 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:37
    หึงอ่ะดิ
    #488
    0
  5. #350 MU @ Club (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 21:58

      ดีมากจร้า....นู๋ก้า ต้องใช่สมองควบคุมหัวใจให้ได้จ๊ะ

      ถึงจะต้องใช้ความพยายามมากมายแค่ไหน ก็ต้องทำให้ได้ล่ะ

      หัวใจยังเป็นของเรา ถึงแม้ความร้สึกของใจทั้งหมด จะยกให้คุณคินไปแล้วก็เถอะ

      ตัวเราเท่านั้นที่เป็นคนสั่งการให้ต้องปฎิบัติตัวยังไง
     
      คุณคินไม่พูด( ความในใจ)ออกมา

      เราก็ไม่บอกไม่บอกความรู้สึก(ของใจ) ที่มีให้เช่นกัน

      ถึง "ศักดิ์ศรี" จะกินไม่อิ่มท้อง

      แต่.. มันสร้างแรงมุมานะให้เกิดกับใจได้มีแรงเดินหน้าต่อไป

      รู้จัก"รัก"ตัวเองให้เป็นนะคะนู๋ก้า ( คงมีซักวันอะแหละ ที่คุณคินจะรู้ใจตัวเองค่ะ )
                 
    #350
    0
  6. #23 Potae Jung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 11:18
    พระเอกหึงนางเอกอย่างแรงค่ะ
    #23
    0
  7. #20 che_ii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 16:55
    อ๊ากกกกกกกกกก    คุณพระเอกหึงจนหูอื้อตาลายเลยวุ้ย   อิอิ  ต่อไปนู๋ก้าเอาให้หนัก หน้ามือเป็นลม หัวใจวายไปเลย  เผื่อคุณพี่เขาจะมีความรู้สึกขึ้นมามั่ง  เอ๊ะ  ตอนนี้ก็น่าจะมีความรู้สึกแล้วนะ  แต่ยังไม่รู้ตัวเอง   อิอิจัดหนักไปเลยน้องก้าจ๋า
    #20
    0
  8. #19 MBA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 10:24
    >< หึงหน้าดำหน้าแดงเลยคร้าาาา
    #19
    0