เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 7 : 7 ตามหาเจ้าสาวตัวจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 พ.ย. 60

7

 

            เช้านี้โชติกตื่นก่อนเธออีกแล้ว

            แพรวาค่อยๆ ลุกออกจากที่นอน ตลบมุ้งเก็บแบบที่ชายหนุ่มเคยสอน ยังรู้สึกเพลียอยู่บ้างแต่ไม่มีอาการวิงเวียนคลื่นไส้หรือหนาวสั่น เสร็จแล้วจึงเริ่มมองหาคนร่วมบ้าน

            เมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลซ่าเธอจึงเดินไปดู พบว่าเสียงลอดมาจากประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มไว้

            โชติกกำลังซักผ้า ซึ่งผ้าที่ว่าคือผ้าถุงที่เธอนุ่ง
            “โช”

            “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ รอเดี๋ยวนะ โชซักผ้าก่อนค่อยไปหาพี่รุ่งกัน เห็นบอกว่าทำข้าวต้มไว้ให้แพรด้วย”

            “โชทำอะไรเนี่ย”

            ชายหนุ่มงงงัน “ก็ซักผ้าน่ะสิ”

            แพรวาเดินเข้าไปดึงผ้าออกจากมือเขา “จะมาซักได้ยังไง นี่ผ้าถุงนะ”

            “ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” โชติกพอเข้าใจแล้วว่าแพรวาหมายถึงอะไร เธอยังคงมีความคิดแบบเก่าที่ว่าของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงจะให้ผู้ชายมาซักไม่ได้

            “ไม่เป็นไรน่า โชไม่ถือ” เขาดึงกลับไป “แพร...ทำช้า“ เขาเลี่ยงคำว่าเธอทำไม่เป็น แต่หญิงสาวไม่ยอม

“ถึงทำไม่ดีก็จะทำ ของของแพร แพรทำเอง” เธอออกแรงดึงอีก แต่โชติกยื้อเอาไว้

“บอกว่าไม่ต้องไง ทำให้”

“ก็แพรจะทำเองนี่”

“อย่าดื้อนะแพร เดี๋ยวไปซักให้คนอื่นซะเลยนี่”

แพรวาหน้าแดง “โชบ้า! เอามานะ แพรจะทำ”

ทั้งคู่แย่งผ้ากันไปมาในห้องน้ำซึ่งมีพื้นที่แคบ จนน้ำเย็นยะเยือกจากโอ่งกระฉอกโดนหญิงสาว เธอร้องอุ๊ย

“เห็นไหม ไม่ต้องมาแย่งแล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกรอบ” โชติกพูดเสียงเข้ม อีกฝ่ายเลยเดินทำแก้มตุ่ยออกไป ครั้นแพรวาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยโชติกก็ตากผ้าเสร็จพอดี

“พี่รุ่งโทร. มาบอกให้ไปกินข้าว” หญิงสาวบอก

“คร้าบๆ ขออาบน้ำแป๊บเดียว”

โชติกคว้าผ้าขาวม้าแล้วถอดเสื้อกางเกง ท่าทางผลุบผลับรวดเร็วจนแพรวาหันหลบไม่ทัน ถึงจะอยู่ด้วยกันมาหลายวันแล้วแต่อดเขินไม่ได้เวลาเห็นท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า

กระนั้นมันก็เป็นความรู้สึกอบอุ่นและหวานซึ้งเต็มอก

นี่ใช่ไหม...ความรัก

 

โชติกสตาร์ตมอเตอร์ไซค์คันเก่งให้หญิงสาวซ้อนแล้วพาไปที่เรือนสองชั้น แม้ว่าระยะห่างจะสามารถเดินได้จนเคยชินแล้วก็ตาม แต่เพราะแพรวายังไม่หายดีเขาจึงไม่อยากให้เธอต้องเดิน ผลก็คือเขาโดนรัฐแซวสนุกสนานระหว่างอาหารมื้อเช้า

“ไม่แซวนี่กินข้าวไม่อร่อยใช่ไหม” โชติกถามฉุนๆ อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตา

มื้อนี้รุ่งทำข้าวต้ม แต่ให้ข้าวสวยสองหนุ่มเพิ่มอีกคนละจานเพื่อให้อยู่ท้อง สามารถทำงานตลอดช่วงเช้าได้โดยไม่หิว

ขณะที่รุ่งทยอยเก็บจานไปล้าง แพรวายังละเลียดกินอยู่ เธอขยับจะลุกตามไปช่วย แต่รุ่งรีบห้ามไว้ก่อน “ไม่ต้องรีบจ้ะแพร กินให้อิ่มเถอะ เสร็จแล้ววางไว้นะ เดี๋ยวพี่ทำให้”

แพรวาบอกขอบคุณ เธอรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจที่รุ่งมีให้ เธอไม่เคยต้องทำอะไร แค่จานสักใบรุ่งยังไม่ยอมให้ล้าง

“พี่รุ่งกลัวแพรไปทำของเขาแตกน่ะสิ”

“แล้วถ้าไม่ลอง แพรจะทำเป็นเมื่อไรล่ะ” แพรวาเถียง โชติกโยกศีรษะล้อเลียน

เสียงโทรศัพท์ของรัฐดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา ชายหนุ่มกดรับสาย

“สวัสดีครับ...ใครนะครับ” รัฐขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ครับ ผมรัฐครับ”

รุ่งหันมามองสามีเชิงถามเมื่อเห็นเขากดวางสายแล้ว

“โทร. ผิดน่ะ เสียงผู้หญิง โทร. มาถามหาคนชื่อจักร” รัฐบอก

หลังมื้อเช้าโชติกเข้าไปกรีดยางในสวนกับรัฐโดยปล่อยแพรวาไว้กับรุ่งเช่นเคย หลังจากที่อาการป่วยของหญิงสาวทำให้เขาต้องหยุดเข้าสวนสองวันเพื่ออยู่ดูแลเธอ

“ความจริงเรามากรีดยางตอนสายหน่อยก็ได้นะ ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้รีบร้อนอะไรนี่” รัฐว่า

โชติกนิ่งขณะมัดห่อพลาสติกกับผลส้ม

“ทำไมเหรอ หรือแพรไม่อยากอยู่แล้ว” รัฐเดา

คนวัยอ่อนกว่าส่ายหน้ายิ้ม “ตรงกันข้าม เธอบอกผมว่าอยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมเข้าใจนะ ที่นี่มันอิสระ ไม่มีใครบังคับ แถมยังมีเรื่องแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเจอ เธอรู้สึกสนุกน่ะ”

“แล้ว?

“ผมไม่คิดแบบนั้นหรอก ถึงจะมาด้วยกันก็ได้ชื่อว่าพาหนีอยู่ดี ยังไงก็ต้องกลับไปขอขมา” โชติกถอนใจ “ผมอยากอยู่กับแพรในแบบที่ดีที่สุดและอยากจะดูแลเธอให้ดีที่สุด”

“เลี่ยนว่ะ” อีกฝ่ายว่าแล้วรีบพูดต่อ “แต่ก็ซาบซึ้งมากไอ้เสือ ฉันเชื่อว่าแกต้องทำได้ เธอรักแก แกก็รักเธอเท่านี้ก็ชนะทุกอย่างแล้ว” รัฐตบบ่ารุ่นน้อง

โชติกไม่ตอบอะไรพลางคิด...

ความรัก...จะชนะทุกอย่างได้จริงหรือ

 

กริการ์กำลังควานหาของกินในตู้เย็น เกือบบ่ายแล้วเธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากกาแฟกับขนมปังหนึ่งแผ่นตอนเกือบสิบโมง ความจริงก็พอมีของกินอยู่บ้าง จำพวกกุนเชียง หมูยอ แต่ปัญหาคือเธอไม่รู้ว่าควรจัดการกับมันยังไงดี

ขณะที่กริการ์กำลังคิดว่าจะทำยังไงกับท้องตัวเองก็ได้ยินเสียงรถยนต์ เธอจึงเริ่มยิ้มออก

เขากลับมาแล้วรึเปล่านะ จะได้ให้มาจัดการแปรรูปข้าวของที่ซื้อมาเสียหน่อย

กริการ์เดินออกไป แต่ก็ผิดหวังเมื่อพบว่าไม่ใช่คันที่เคยเห็น และยิ่งเครียดเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร

เพียงดาวก้าวลงจากรถแล้วเดินมาหากริการ์ช้าๆ

“ทำหน้าบูดเชียวนะ ทำไม ผิดหวังมากเหรอที่เจออา”

“คุณอา...มีธุระอะไรคะ”

“ใจคอจะไม่เชิญอาเข้าบ้านก่อนเหรอ ไม่ได้อยู่กับคุณแม่นานจนลืมมารยาทผู้ดีหมดแล้วสินะ” ไม่เพียงไม่รับไหว้ แต่ยังกระแนะกระแหนอีกด้วย

กริการ์เม้มปาก กำมือแน่น เดินนำเข้าไปในตัวบ้าน เธอบอกให้อีกฝ่ายนั่งที่ห้องรับแขกแล้วจะไปเอาน้ำมาให้ เพียงดาวไม่ทำตามนั้น เดินมองรอบๆ บ้าน

“อคินไม่อยู่สินะ”

กริการ์ไม่ตอบแต่ยื่นแก้วน้ำให้แทน

เพียงดาวรับมาแล้วกวาดสายตาไปเจอประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่งจึงเดินเข้าไปสำรวจอย่างถือวิสาสะ

หญิงสาวชักทนไม่ได้ “คุณอาหาอะไรคะ”

คนเป็นอายกแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนตอบ “เปล่านี่ อาเห็นว่าเธอมานี่ตั้งอาทิตย์กว่าแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าทอดทิ้งไม่ไยดี อาก็เลยแวะมาเยี่ยม อยากรู้ว่าเป็นอยู่ยังไง สบายดีเหรอ”

คนฟังพยักหน้าแกนๆ

“บ้านนี้น่ะ อคินเขาเพิ่งทำใหม่ เพราะตั้งใจจะให้เป็นเรือนหอ มันก็เลยยังดูใหม่อยู่”

แล้วยังไง?

“หวังว่าเธอคงไม่ทำเลอะเทอะไปเสียก่อน”

ไอร้อนวิ่งแผ่ไปทั่วร่างกริการ์ เธอพอจะเข้าใจจุดประสงค์ของการมาเยือนครั้งนี้แล้ว

“คุณอาห่วงบ้านนี้เหรอคะ” ปลายเสียงคนถามเริ่มตวัด

“ทุกอย่างที่มีเธอไปเกี่ยวข้องมันน่าเป็นห่วงหมดนั่นแหละ ขนาดอคินยังทนไม่ได้จนต้องไปฟ้องคุณแม่”

กริการ์ขมวดคิ้ว ต้องเป็นเรื่องเมื่อวันเสาร์ที่แล้วแน่ นี่เขาไปตามหาเธอที่บ้านคุณย่าเลยหรือ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องฟ้องเลย คนทำให้วุ่นวายมันเขาต่างหาก

“ขอร้องนะก้า ช่วยเข้าใจสถานะตัวเองหน่อย อย่าก่อเรื่องให้มันมากนัก”

หญิงสาวฉุนกึก “ขอโทษค่ะ สงสัยก้าจะยังปรับตัวไม่ทัน ลืมไปว่าต้องกลับบ้านเพราะมีผู้ชายรออยู่”

เพียงดาวหายใจถี่เมื่อเห็นท่าทีเย้ยหยันไม่ได้สลดลงของกริการ์ เธอเม้มปาก “ก็ดีแล้ว เพราะฉันจะมาบอกว่านักสืบเขารู้แล้วว่าคนที่พาน้องแพรหนีติดต่อไปที่ใคร อีกเดี๋ยวก็ได้ที่อยู่ แล้วก็คงตามเจอน้องแพรเร็วๆ นี้”

กริการ์แสร้งพยักหน้าเหมือนรับรู้เรื่องสำคัญ

“เพราะฉะนั้น อย่าหลงยึดติดกับอะไรที่เป็นอยู่ตอนนี้ น้องแพรกลับมาเมื่อไรเธอต้องจบ ที่นี่เป็นของน้องแพร อคินเป็นของน้องแพร จำเอาไว้!

หญิงสาวร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟสุม ถ้อยคำหยามเหยียดบ่งบอกว่าคนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร ถึงแม้จะมาเป็นตัวแทนรับผิดชอบเรื่องที่ตนไม่ได้เป็นต้นเหตุก็ไม่สมควรได้รับความเห็นใจ ถึงแม้จะเสียหายไปก็ไม่มีอะไรน่าจดจำ ซ้ำใครต่อใครยังหวาดระแวงว่าเธอจะแย่งผู้ชายของน้อง กริการ์รู้สึกเจ็บในอกเหมือนถูกฉีกที่แผลเดิมให้เหวอะหวะ

“ก้าว่าก้าจบแน่ กลัวแต่ว่าคุณอคินจะไม่ยอมจบน่ะสิคะ ไม่แน่นะเขาอาจจะติดใจก้าก็ได้ ผู้ชายน่ะเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เป็นท่อนไม้ ไม่รู้ว่าคุณอาสอนน้องแพรเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า ระวังนะคะ ต่อให้น้องแพรกลับมาเขาก็อาจจะกลับมาหาก้าอีกก็ได้ เพราะไม่อยากนอนกับอะไรที่ตายด้าน”

เพี้ยะ

ใบหน้าหญิงสาวสะบัดไปตามแรงมือ เพียงดาวตวาด

“กล้าพูดนะ น้ำหน้าอย่างเธอคิดเหรอว่าคนดีๆ อย่างอคินจะเลือกมาทำเมียจริงจัง ฝันไปเถอะ คนอย่างเธอก็ได้แค่ไอ้ผู้ชายที่มั่วอยู่ทุกวันนี้เท่านั้นแหละ”

กริการ์ยกมือง้างหมัด

“อุ๊ย!

เสียงแทรกฉีกอารมณ์ตึงเครียดให้ขาดสะบั้น ทั้งคู่หันไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

รตียืนอยู่ตรงประตู เธอยกมือขึ้นทาบอก สีหน้าท่าทางตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

เพียงดาวหน้าแดง หายใจถี่ เธอสะบัดหน้าเดินพรวดพราดออกไปจนแทบจะชนรตี แล้วขับรถยนต์เคลื่อนออกไปภายในไม่กี่นาที

รตีมองตามกระทั่งรถลับตาไปจึงหันกลับมาถามกริการ์ “ถึงกับตบเลยเหรอ แหม แบบนี้ก็ส่งบทนางเอกให้เธอเลยน่ะสิ”

“ใครว่า ก้าจะสวนกลับอยู่แล้วบังเอิญคุณเข้ามาก่อน ก้าไม่ใช่นางเอกหรอกค่ะ” กริการ์ว่าแล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้

รตียิ้มแล้วเดินตามไป “เอางั้นเลย?” เธอถามเสียงสูง

“พูดเล่นค่ะ ใครจะทำจริง” กริการ์ห่อไหล่ ทำเสียงเหมือนปลงตก

รตีเห็นอีกฝ่ายดวงตาแดงก่ำ เธอจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม

“นึกว่าจะเป็นเฉพาะกับน้า ที่แท้หลานตัวเองก็ด้วย” คนฟังเลิกคิ้ว รตีจึงอธิบาย “คุณเพียงดาวไม่ค่อยชอบหน้าน้าเท่าไร แต่นั่นไม่สำคัญหรอก น้าเคยได้ยินคุณภพเล่าเหมือนกันว่าเธอกับที่บ้านไม่ค่อยลงรอยกันนัก”

กริการ์หลบตา รู้สึกอึดอัดที่จะเล่า แต่ด้วยท่าทีของคนถามไม่ได้คุกคาม ซ้ำยังเรียกแทนตัวว่าน้าทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ทำให้กายที่หนาวเหน็บจากคำเฉือดเชือนรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

“อย่างนั้นแหละค่ะ ก้า...ไม่ใช่หลานรัก”

“ไม่ใช่เพิ่งเกิดใช่ไหม ความสัมพันธ์แบบนี้”

หญิงสาวพยักหน้า

“แล้วจะเศร้าทำไม เท่าที่ดูชีวิตเธอก็โอเคนะ มีงาน มีรถ อยู่ได้ด้วยตัวเอง”

กริการ์ไม่ตอบ ได้แต่มองผ้าในมือ จริงอยู่ที่เธอมีบ้านอยู่ มีงานทำ มีรถขับ มีเงินใช้ แต่ไม่มีใครรัก มันจะไปอบอุ่นอะไร

รตีกอดอก เอนกายพิงพนักด้วยท่าทางสบายๆ

“ปวดใจที่ไม่มีใครเชื่อใช่ไหม”

คราวนี้คนฟังเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย คนถามฉีกยิ้ม “น้องแพรหนีงานแต่งไปเพราะก้า เพราะตัวน้องแพรเอง หรือเพราะถูกใครพาไป น้าก็ไม่รู้หรอกว่าความจริงคืออะไรกันแน่ แต่จะบอกว่าน้ากับคุณภพไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่อคินทำเท่าไร แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าเราสองคนจะไปก้าวก่ายได้ เพราะมันคือการตัดสินใจของเขา ก้าเข้าใจไหม”

กริการ์พยักหน้า “ค่ะ”

“ความรู้สึกของก้าน้าก็พอเข้าใจ มันอึดอัด เจ็บใจ เพราะคนเสียหายที่แท้จริงแล้วคือตัวก้าเอง”

เสมือนมีมีดมาปักอกกริการ์ดังฉึก คนที่เพิ่งคุยกันกลับอ่านใจเธอออกอย่างง่ายดาย น้ำตาจะหยด หญิงสาวรีบเงยหน้ากะพริบตาถี่ๆ

รตีโน้มตัวเข้ามา “ทั้งที่รู้ว่าจะเป็นยังไง ทำไมถึงยอมล่ะ”

“ก้า...” กริการ์ลูบหน้าผาก คิดคำตอบอยู่ครู่ใหญ่ “เพราะบุญคุณและความรับผิดชอบมั้งคะ”

“ก็เธอเชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ผิดนี่”

“แต่น้องแพรหนีไปจริงๆ นี่คะ”

รตีนิ่ง เธอยิ้มน้อยๆ สบตาคนอ่อนวัยกว่าอยู่นาน ถ้าไม่ใช่อคินจะยอมไหม

กริการ์อึ้ง รู้สึกเหมือนถูกสายตารตีที่มองมาอ่านเข้าไปยังเบื้องลึกของจิตใจ เธอบิดผ้าไปมาพลางกล่าว “ก้า...ไม่รู้” เธอเลี่ยงมองไปที่อื่นแล้วรีบชวนเปลี่ยนเรื่องคุยโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ไล่ต้อน “คุณน้ากินอะไรมาหรือยังคะ ก้าหิว ยังไม่ได้กินอะไรเลย”

รตีถอนหายใจ แต่รอยยิ้มยังอยู่ “งั้นออกไปหาอะไรกินกัน เดี๋ยวน้าเลี้ยงปลอบขวัญ”

กริการ์ยิ้มออกมาได้ “ซื้อมากินดีกว่าค่ะ ก้าไม่อยากทิ้งบ้านไว้นาน”

“แหม บ้านมันไม่มีคนมาอยู่ตั้งนานยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย ไม่ทันไรรีบพิทักษ์ผลประโยชน์ซะแล้ว”

“คุณน้า!

ก่อนจะแยกกัน กริการ์เดินมาส่งรตีที่รถ

“ถ้าไม่รู้ว่าทำไมตัวเองมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่น้าว่านะ ก้าต้องรู้ใจตัวเองว่าต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไป” รตีเปิดประตูรถ จะยอมให้คนอื่นสั่งการอยู่อย่างนี้หรือลุกขึ้นมาควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง

กริการ์ยืนนิ่ง เธอจมอยู่กับถ้อยคำนั้น แม้รตีขึ้นรถแล้วขับออกไปแล้วเธอก็ยังยืนนิ่งอยู่นาน

 

เพียงดาวกับพรฟ้าฟังรายงานจากนักสืบว่าได้ใช้วิธีเอาเบอร์โทรศัพท์โชติกไปถามจาก คนในที่ทำงานในบริษัทสื่อสารตรวจสอบการโทร. เข้าออกเพื่อขยายขอบเขตการตามหา

“เบอร์โทรศัพท์ที่โชติกติดต่อเป็นของผู้ชายที่ชื่อรัฐครับ คุณชรินทร์บอกว่าเขาเคยเป็นเพื่อนบ้านกันแต่ย้ายไปนานแล้ว รู้สึกจะเป็นคนจังหวัดชุมพร” นักสืบรายงาน

“ชุมพร! นายนั่นพาน้องแพรไปไกลถึงชุมพรเลยเหรอ งั้นจะมัวรออะไรอีกล่ะ เราก็ไปหาน้องแพรที่ชุมพรเลยสิ”

นักสืบส่ายหน้า “เราอย่าเพิ่งผลีผลามตามไปดีกว่าครับ รอให้คนของผมยืนยันที่อยู่ได้ชัดเจนและสำรวจพื้นที่มาก่อนดีกว่า ผมไม่อยากให้พวกเขาหนีไปได้อีก”

“คนบ้านนั้นเขาให้ข้อมูลมาแค่นี้เหรอ บางทีเขาอาจรู้แต่ช่วยปกปิดก็ได้นะ” เพียงดาวบอก

“ก็อาจเป็นได้ครับ แต่จะให้ผมไปคาดคั้นอะไรเขามากคงไม่ได้ หน้าที่ของนักสืบคือสอบถามครับ ไม่ใช่สอบสวน”

“แต่ลูกชายเขาลักพาตัวลูกสาวฉันไปนะ!

“เพียงดาว” พรฟ้าปราม

“คุณเพียงดาวครับ เราจะสรุปเองว่าเป็นการลักพาตัวไม่ได้นะครับ พ่อเขาให้ข้อมูลก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ในฐานะลูกเขาเป็นฆาตกรหรือทำผิดกฎหมาย...แต่ถ้าคุณอยากจะให้เรื่องไปถึงขั้นตำรวจก็แล้วแต่คุณครับ” เขาพูดเรียบๆ ใบหน้าวัยประมาณสามสิบกลางๆ ไม่แสดงอารมณ์

“เขาพูดถูกแล้วเพียงดาว แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะ” พรฟ้าถาม

            อีกฝ่ายขยับตัว หยิบกระดาษกับแผนที่ประเทศไทยออกมา “ผมว่าเราคงต้องรอข้อมูลยืนยันที่อยู่จากชุมพรก่อนแหละครับ ในระหว่างนี้ผมจะลองตามสืบที่อื่นดูด้วย จากการคาดเดาของผมก็มีสามที่ซึ่งพอจะเป็นไปได้ ชะอำ หัวหิน หรือไม่ก็ปราณบุรี เพราะช่วงเวลาที่เขาโทร. หาคนชื่อรัฐคือประมาณ สิบเอ็ดโมงของวันรุ่งขึ้นจากวันแต่งงาน ลำพังรถมอเตอร์ไซค์คงไม่สามารถวิ่งได้ตลอดคืนแน่ ถ้าเขาพาน้องแพรไปตอนประมาณสามถึงสี่โมงเย็นคงต้องแวะที่ไหนสักแห่งเพื่อค้างคืนและพักเครื่อง” เขาทำเครื่องหมายจังหวัดต่างๆ ตามที่บอก

            “แต่ฉันเชื่อว่านายโชนั่นคงไปหาคนชื่อรัฐที่ชุมพรแน่นอน คุณเองก็ลองโทร. ไปแล้วนี่นา”

            “มันไม่มีอะไรยืนยันได้นะครับ เขาอาจจะโทร. ไปเพื่อถามอะไรสักอย่างก็ได้ เราต้องคาดการณ์เผื่อไว้ก่อนสิครับ ผมว่าทางไหนที่พอมีความเป็นไปได้เราก็ควรตามสืบไว้ด้วยจะดีกว่านะครับ” เขาบอก

            “งั้นก็ทำสิ มัวรออะไรอยู่ล่ะ”

            อีกฝ่ายยิ้ม “ขั้นตอนการหาว่าใครพาน้องแพรไปจบแค่นี้ครับ งานที่คุณบอกมันเป็นอีกส่วนหนึ่ง”

            เพียงดาวชะงัก พรฟ้ามองด้วยสายตาคมกริบ “ดาว เอาสมุดเช็คมา” คนเป็นลูกสาวลุกไปหยิบมาให้ พรฟ้าจดปากกากรอกตัวเลขลงไปตามที่นักสืบบอก เพียงไม่กี่วินาทีกระดาษก็ยื่นส่งให้ชายตรงหน้า

            “อีกสองสามวันผมจะติดต่อมาครับ” เขาบอกพลางรับเช็คมาเก็บใส่กระเป๋าแล้วขอตัวออกไป

            เพียงดาวบ่นอุบเรื่องความเขี้ยวลากดิน ครั้นแล้วก็ถอนใจ “จะสิบวันแล้วยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าน้องแพรอยู่ที่ไหน เป็นยังไง กินอยู่ยังไง ดาวเป็นห่วงลูกเหลือเกิน” เธอยกมือปิดหน้า พรฟ้าขยับเข้าไปหาแล้วลูบไหล่เธอเบาๆ

            “อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ แม่ว่าน้องแพรไม่เป็นไรหรอก”

            “คุณแม่จะรู้ได้ยังไงคะ น้องแพรไปกับนายนั่น อย่างดีก็แค่พานั่งมอเตอร์ไซค์ แล้วรถแบบนั้นมันอันตรายจะตาย โอ๊ย...ดาวเครียดจะบ้าแล้ว”

            “ก็เพราะไปกับนายนั่นไง แม่ถึงแน่ใจว่าน้องแพรไม่เป็นอะไร”

            เพียงดาวเงยหน้า “อย่างน้อยเด็กนั่นก็ชอบพอน้องแพร เขาคงพอดูแลไม่ให้ลำบาก” คนมากประสบการณ์วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

            “มันจะดูแลกันเกินไปน่ะสิคะ”

            พรฟ้าไม่ตอบประเด็นนี้ ในอกร้อนรุ่มเหมือนสุมไฟไม่แพ้กัน เพราะรู้ดีอยู่ว่าหลานสาวมีใจให้ชายหนุ่มคนอื่น สองหนุ่มสาวรักกัน ยอมละทิ้งความผูกพันทางสายเลือดไปเพื่อกันและกัน ย่อมไม่มีอะไรขัดขวางการตัดสินใจอีก เธอได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มันเลวร้ายจนเกินจะแก้ไข

            “เมื่อตอนบ่ายเธอไปไหนมา” พรฟ้าถาม

            “ไปที่บ้านอคินค่ะ แต่คุณแม่คะ ดาวไม่ได้จะไปหาเรื่องอะไรนะคะ แค่อยากรู้ว่ายายก้าเป็นอยู่ยังไงแค่นั้นเอง” เพียงดาวตอบ พรฟ้าจ้องเพียงดาวอย่างรู้ทัน

            เพียงดาวถอนใจ “คุณแม่ต้องเห็นนะคะ เด็กนั่นวางท่าเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน เถียงดาวฉอดๆ แถมยังดูถูกน้องแพรอีก” ท้ายประโยคเสียงเบาลงเพราะไม่ต้องการพูดคำล่อแหลมต่อหน้าผู้เป็นแม่

“แม่ว่าดาวอยู่เฉยๆ รอข่าวจากทางนักสืบดีกว่า ปล่อยยายก้าไว้แบบนั้นแหละ ไปตอแยมากๆ เดี๋ยวทำฤทธิ์ทำเดชขึ้นมาอีกจะยุ่ง”

เพียงดาวถอนใจ กอดอก เข้าใจสิ่งที่ผู้มากประสบการณ์กว่าพูด ถึงกระนั้นเธอก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างแล้วว่าแพรวาหนีไปกับผู้ชาย แต่เพียงดาวไม่มีทางบอกความจริงข้อนี้กับอคินแน่ ลูกสาวเธอจะต้องไม่แปดเปื้อนในสายตาของเขา คนผิดคือกริการ์คนเดียวเท่านั้น

“สมัยก่อนก็ทีนึงแล้ว เรื่องหัวรั้นน่ะไม่มีใครเกิน เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก”

            พรฟ้าชะงัก เพียงดาวไม่ทันสังเกต “น่าโมโหนะคะ ตอนนั้นพี่กรกฤตก็ทำเรื่อง...”

            “ดาว หยุด!

            คนพูดชะงัก หันมองอีกฝ่ายที่มีสีหน้าฉุนเฉียว “คุณแม่...”

            “แม่ไม่อยากได้ยินชื่อนี้ อย่าเอาเรื่องนี้มาพูดให้แม่ได้ยินอีก”

            พรฟ้าลุกออกไปโดยไม่รีรอ เพียงดาวหน้าจ๋อย แต่ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเมื่อระลึกได้ว่าสาเหตุที่ทำให้คนเป็นแม่ห้ามเอ่ยชื่อพี่ชายคนละสายเลือดผู้ซึ่งเป็นพ่อของกริการ์หลานสาวนอกไส้ก็เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มเคยทำเอาไว้

            กรกฤตหนีงานแต่งงานไปเลือกผู้หญิงคนอื่นเช่นกัน

 

            เพราะความเคยชิน กริการ์บอกตัวเองเมื่อมานั่งอยู่ต่อหน้าตติยและผองเพื่อนเพื่อดื่มกิน พูดคุย และดูฟุตบอลกันทุกคืนวันเสาร์แบบนี้ หลังจากถูกเพียงดาวบุกมาแดกดันถึงที่เมื่อบ่ายใจก็ฟุ้งซ่านจนไม่มีสมาธิทำงานต่อตติยก็โทร. เข้ามาพอดี เธอจึงไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจเลยแม้แต่นิดเดียว

            วันนี้แปลกออกไปเล็กน้อย เพราะเจมส์เสนอให้เปลี่ยนบรรยากาศจากในร้านมาเป็นลานเบียร์กว้างเพื่อนั่งรับลมหนาวขณะเชียร์ฟุตบอลจากทีวีจอยักษ์ดีกว่า ทำให้ ณ ตอนนี้โต๊ะกลมซึ่งปกตินั่งได้ห้าคนกลับอัดแน่นไปด้วยเพื่อนฝูงเกือบสิบคน

            สายลมพัดมาเป็นระลอก แสงไฟจากห้างสรรพสินค้าและตามทางเดินถูกประดับประดาต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาเยือน ฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ท่องเที่ยว และพบปะสังสรรค์

            เกมส์ฟุตบอลเริ่มก่อนสองทุ่มเล็กน้อย หนุ่มๆ ในโต๊ะเกทับบลัฟแหลก โหวกเหวกกันไปตามประสา กริการ์ไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ แต่เพราะได้ดูอยู่บ่อยๆ จึงคุ้นเคยชื่อผู้เล่นและกติกาเป็นอย่างดี

            วันนี้ความตื่นเต้นของเกมส์ไม่ได้กระตุ้นอารมณ์เธอเท่าไรนัก เพราะในใจมีแต่คำพูดลอยไปมา ทั้งคำปรามาสกับแรงตบของเพียงดาว เรื่องเล่าที่ทำให้อคินไม่พอใจ และข้อสงสัยของรตี

            กริการ์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากกระเป๋าบนตัก เธอควานมือหยิบเครื่องมือสื่อสารแล้วขมวดคิ้ว

            อคินโทร. มาจนได้ เธอไม่แปลกใจเลย ป่านนี้เขาคงกลับถึงบ้านแล้ว

มีสายเรียกเข้าสองหนแล้วเงียบไป กริการ์ถอนใจเฮือก มันจะอะไรกันนักหนา อยู่ดีๆ ก็ตกเป็นจำเลยสงคราม ไม่มีทนายแก้ต่าง ถูกจับยัดซังเต รอวันประหาร นี่มันเกิดกับเธอจริงๆ หรือนี่

ไม่ใช่ไม่อยากเจอเขา แต่จะให้เปลี่ยนตารางชีวิตประจำวันของเธอหรือจะหลับหูหลับตารับผิดชอบไป เจอแพรวาเมื่อไรก็จบแบบนั้นน่ะเหรอ

“เป็นอะไรก้า เงียบจัง” ตติยเอียงหน้าเข้ามา

กริการ์กะพริบตาเรียกสติ “เปล่า มันเหนื่อยนิดหน่อย” เธอตอบปฏิเสธไปพลางจิ้มยำปลาหมึกย่างมากิน

ตติยรินเครื่องดื่มให้อย่างเอาใจ กริการ์เหลือบมอง ชายหนุ่มปฏิบัติแบบนี้สม่ำเสมอ ความในใจเขาถักทออยู่ในทุกการกระทำและแววตา เธอจำได้ดีว่าเขากระฟัดกระเฟียดขนาดไหนที่ไม่ได้ไปงานแต่งของแพรวากับเธอ

คิดแล้วกริการ์ก็โล่งอกเหลือเกิน หากแต่ในความสบายใจกลับมีคำถาม ถ้าเธอยอมให้เขาไปด้วย ถ้าเธอมีเขาเหตุการณ์ทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น ตติยจะกางปีกปกป้องทุกวิถีทาง เขาไม่มีวันยอมให้เธอไปเป็นตัวแทนของใครแน่

กริการ์หลับตา มันสายไปแล้ว จุดเปลี่ยนชีวิตอยู่ที่การตัดสินใจของเธอเอง

ฟุตบอลพักครึ่ง กริการ์จึงรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ “ปวดฉี่ เดี๋ยวมา” เธอบอกตติย

หญิงสาวเดินไปไม่กี่ก้าวโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังครืดคราด ตติยเห็นไฟกะพริบจากหน้าจอจึงรีบคว้าแต่เขาก็ร้องเรียกไม่ทัน เจ้าของเดินห่างออกไปแล้ว

ตติยวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่เดิม แต่ไม่กี่วินาทีความอยากรู้อยากเห็นก็ทำงาน เขาจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาอีกหน จำนวนสายที่ไม่ได้รับทั้งหมดหกครั้ง ทุกครั้งมาจากคนคนเดียวกัน

‘sun’

ชายหนุ่มกะพริบตา ใครกันชื่อซัน

ไม่ทันได้คิดหาคำตอบมันก็สั่นสะเทือนอีก ชื่อเดิม เขาลังเลเพราะไม่คุ้นชื่อบวกกับมารยาท แต่...กริการ์ยังไม่มา ถ้าเกิดว่าเป็นธุระด่วนหรือเป็นลูกค้าโทร. มาล่ะ แค่บอกว่าเจ้าของไม่อยู่จะเป็นอะไรไป

สวัสดีครับ

 

 


10.11.17


ดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องพร้อมตอนพิเศษได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #821 อัศวินสืดำ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 18:28
    ชอบน้ารตีมาก เข้าใจก้า อยากให้น้ารตีทำให้ก้าอบอุ่นหัวใจ เป็นญาติผู้ใหญ่ให้จัง
    #821
    0
  2. #812 solihah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:25
    อยากอ่านต่ออะ ทำไงค่ะ
    #812
    0
  3. #673 darika-grammy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2554 / 07:18
    ใครโทรมาหน่ะ
    #673
    0
  4. #486 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:37
    เพียงดาวเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมากมาหาเรื่องเด็กถึงบ้าน
    #486
    0
  5. #347 MU @ Club (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 20:32

       โหย... " [ ปวดใจ ] ที่ไม่มีใครเชื่อใจ" อ่านประโยคนี้เสร็จ น้ำตาหยดแหมะค่ะ

      รู้สึกปวดในใจลึกๆ เหมือนตัวเองเป็นนู๋ก้าเลยอะค่ะ

      อย่าไปนับญาติกับครอบครัวคุณย่าและยัยเพียงดาวเลยค่ะนู๋ก้า

      สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมา คงเป็นความเจ็บช้ำซะล่ะมากกว่า

      แต่มูลเหตุที่ทำให้คุณย่ามีอาการแบบนั้นคืออะไรกันล่ะ...?

      รีดเดอร์ชักจะชอบคุณน้ารตีซะแล้วสิคะ

      มีมนต์เสน่ห์น่าค้นหาดีค่ะ ไรเตอร์เขียนบุคลิกของคุณน้ารตีได้น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

      เสียดายจัง "คุณคิน" ไม่มีมุมอบอุ่นๆ ระหว่างครอบครัวมั่งเลยเนาะ

      หรือว่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ เลยเป็นคนที่เก็บงำความรู้สึกของตัวเองซะมิดชิดขนาดนี้

      แต่..ถึงจะเก็บได้มิดชิดยังไง อาการ หวง, หึง ก็โผล่มาอยู่ดีนั่นแหละนะ

      รีดเดอร์ล่ะอยากรู้จังเวลาที่เก็บซ่อนอารมณ์"รัก" ไม่อยู่แล้ว จะมีอาการเป็นเช่นไรน๊า...!!!!
                         
    #347
    0
  6. #255 prawpraw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 / 21:45
    งานเข้าซะแล้ววววว พระเอกชัวร์ เชี่อเค้าสิ 555555
    #255
    0
  7. #10 Potae Jung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 13:15
    มารอตอนต่อไปค่ะ สงสารก้าจังเลยทั้งย่าและอาใจร้ายมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #10
    0
  8. #9 VaLiuM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 18:11
    แต่งเก่งมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจและคอยติดตามผลงานอยู่นะคะ
    #9
    0
  9. #8 MBA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 13:35
    >< ลงต่อเด๋วนี้นะ อยากรู้ตอนต่อไปแล้ว
    #8
    0