เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 6 : 6 - เรือนหอของคนอื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

              

6

 

            บ้านนั้นเป็นบ้านเก่าคุณภพ พอย้ายมาก็ไม่มีคนอยู่ ส่วนอคินเขาซื้อคอนโดฯ อยู่ต่างหาก

            กริการ์ขยับสมุดบันทึกไปด้านข้างให้พนักงานเสิร์ฟวางแก้วกาแฟขณะฟังรตีเล่าความเป็นมาของ บ้านสวนหลังนั้น สถานที่นั่งคุยเป็นร้านกาแฟในชั้นใต้ดินของอาคารธุรกิจแห่งหนึ่ง ซึ่งรตีมีร้านรับจัดดอกไม้ตั้งอยู่ติดกัน

            หลังจากได้รับฝากคำพูดทวงบุญคุณที่ชวนให้ร้อนๆ หนาวๆ พานจะเป็นไข้เพราะวิตกจริต กริการ์รีบแก้ไขด้วยการบอก ญาติว่าเอาไว้คุยกันวันหลังดีกว่า ทั้งที่เธอก็ไม่รู้ว่าบุญคุณนี้จะต้องชดใช้ด้วยอะไรก็ตาม

ไปติดหนี้กันมาแต่ชาติปางไหนนะ ทวงกันอยู่ได้ โชคดีหน่อยที่เช้าวันนี้พอจะมีเวลา และสถานที่นี้ก็ไม่ไกลจากออฟฟิซเธอเท่าไร

            “เห็นบอกว่าเพิ่งทำบ้านใหม่”

            กริการ์นึก เธอไม่ได้สังเกตสักที ไปทีไรก็มืด พอเช้ามาก็มีเหตุให้รีบกลับ

“คงตั้งใจจะทำเป็นเรือนหอ”

            คนฟังชะงัก คนพูดเหลือบมองคล้ายจับผิด “ก้า...ไม่ได้อยู่ตลอดหรอกค่ะ แค่เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์”

            “ถึงอยู่ก็ไม่เป็นไรนี่”

            “คะ?

            “เปล่า” รตีทำหน้าตาย “แล้วอยู่ที่ไหนประจำล่ะ ร้านของภัทรใช่ไหม”

            กริการ์หลบตา “แค่ไปกินข้าวกับเพื่อนนิดหน่อยเองค่ะ”

            รตีพินิจคนตรงหน้า ช่างต่างจากวันที่เกิดเรื่อง ยิ่งตอนรู้ว่าตัวเองต้องไปเป็นตัวแทนก็แสดงอาการต่อต้านค้านหัวชนฝา ยามนี้ดูเป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ปฏิเสธข้อตำหนิอย่างอ้อมแอ้ม

            “นี่คุณน้าจะเอาความลับก้ามาแบล็กเมล์อีกแค่ไหนคะเนี่ย”

            คนฟังหัวเราะ “น้าจะแบล็กเมล์ได้ยังไงถ้าก้าไม่มีความลับ ไม่หรอก บังเอิญภัทรกับน้าเป็นเพื่อนกัน น้าเคยมีหุ้นที่ร้านกับเขา พอแต่งงานกับคุณภพก็ยกให้เขาไป”

            กริการ์ร้องอ๋อ “ไม่ต้องกังวลไปหรอก บอกแล้วว่าน้าไม่ขายหลานที่น่ารัก”

            “แลกกับอะไรคะ”

            รตีปรบมือหัวเราะชอบใจ ไม่ได้ถือสากับคำถามยกหางเสียงของอีกฝ่าย “เธอนี่แสบใช่เล่นนะ มิน่าล่ะ ถึงทำอคินหัวเสียได้”

            “อะไรนะคะ”

            รตียกแก้วกาแฟขึ้นจิบยื้อเวลา “ปกติน่ะอคินพูดมากซะที่ไหน ฉันเพิ่งเคยเห็นเขาโวยวายขนาดนั้นเป็นครั้งแรก แล้วก็วันก่อนได้ยินจากคุณพรฟ้าว่าเขาไปเหวี่ยงใส่เพราะตามหาเธอไม่เจอ”

            กริการ์หน้าแดง ทั้งร้อนและอาย คำพูดของรตีตอกย้ำลงไปอีกว่าเธอเป็นคนก่อเรื่อง สรุปว่าไม่มีใครเชื่อเธอสักคนใช่ไหม แล้วทุกอย่างที่ได้รับนี่มันก็สมควรกับสิ่งที่เธอทำแล้วใช่ไหม กริการ์รู้สึกจนมุมกับความรู้สึกผิด เธอหายใจขัด หัวใจเบาโหวง ไม่มีใครสักคน...

            “น้าไม่รู้หรอกว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง แต่เมื่อปัญหาเกิดแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ ใครมีหน้าที่แก้ก็แก้ไป น้าอาจจะเคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ แบบนี้มาก่อน ตอนที่แต่งงานกับอติภพ”

            รตีวางแก้ว เธอสบตากริการ์ที่ทำท่าเหมือนอยากรู้ แล้วชวนเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่เธอคิดจะทำยังไงต่อไป”

            คนถูกถามใช้หลอดเขี่ยน้ำแข็งในแก้วไปมา “ใครมีหน้าที่แก้ก็แก้ไป...มั้งคะ”

            รตีฉีกยิ้มและชะโงกหน้าเข้าไปหา แต่เสียงโทรศัพท์ของกริการ์ขัดจังหวะ เธอจึงกลับมานั่งหลังตรงเหมือนเดิม หญิงสาวรับแล้วคุยไม่กี่คำก็วางสาย

            “เอาไว้คุยกันใหม่แล้วกัน” คนอายุมากกว่าเป็นฝ่ายตัดบทแล้วลุกยืน “วันหลังน้าจะไปหาที่บ้าน ถึงตอนนั้นจะขอข้อแลกเปลี่ยนนะจ๊ะ” พูดแล้วก็ก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนกริการ์ไหว้ไม่ทัน

            แม้จะตั้งรับไม่ทันกับท่าทีกึ่งมิตรกึ่งปริศนาอยู่บ้าง แต่เธอกลับรู้สึกสบายใจขึ้น อาจเป็นเพราะได้ปล่อยความหนักหน่วงให้ใครสักคนไปบ้างนั่นเอง

 

            โชติกลูบหลังแพรวาที่ยังอาเจียนอยู่แม้จะทิ้งช่วงความถี่บ้างแล้วก็ตาม ตลอดทั้งคืนเขากับเธอต่างไม่ได้นอนเพราะอาการนี้ ไม่ว่าจะกินอะไรเข้าไปก็ถูกท้องปฏิเสธออกหมดแม้แต่น้ำ

            เมื่อคืนนี้ ช่วงที่แพรวาอาเจียนอย่างหนัก โชติกต้องไปเคาะประตูเรียกรุ่นพี่ทั้งสองคนกลางดึกเพื่อขอยา เนื่องจากกล่อมให้เธอไปหาหมอไม่สำเร็จ โดยสันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นผลมาจากการกินอาหารผิดสำแดง หรือจะพูดให้ถูกก็คือ แพรวาไม่คุ้นกับอาหารการกินพื้นบ้านแบบนี้ แต่รัฐก็บอกว่าน่าจะเป็นเพราะของกินที่ตลาดมากกว่า เขาจึงสรุปว่าต่อจากนี้ไปทั้งโชติกและแพรวาไม่ควรไปซื้ออาหารที่นอกเหนือจากที่รุ่งทำให้จะเป็นการดีที่สุด

            “พาแพรไปหาหมอดีกว่าไหมโช อาการไม่ดีขึ้นเลย” รุ่งยืนอยู่ใกล้ๆ เสนอความคิดอีกครั้ง โชติกหันไปถาม แต่หญิงสาวส่ายหน้า สีหน้าซีดเป็นกระดาษ

            “เป็นยังไงบ้าง”

            “ยังคลื่นไส้ ปวดท้องนิดหน่อย” แพรวาตอบไปพลางทำท่าพะอืดพะอม

            โชติกยกมือแตะแก้มแพรวา “แต่แพรตัวร้อนนะ มีไข้ด้วยแน่ๆ”

แพรวาจับมือชายหนุ่มไว้ แสดงคำยืนยันว่าขอแค่ให้เขาอยู่ใกล้เธอ

รุ่งพยักหน้า “รอดูอีกหน่อยก็แล้วกัน พี่จะให้รัฐเตรียมพร้อมไว้ ถ้าไม่ไหวยังไงก็เรียกได้”

            “ขอบคุณครับพี่”

            รุ่งขอตัวออกไป โชติกหยิบผ้าขนหนูไปชุบน้ำ แพรวาขยับจะลุกนั่ง แต่รู้สึกคลื่นไส้อีกหนจึงลนลานคว้ากระโถน ทว่าไม่ทัน เธอขย้อนของเสียออกมาก่อน ทำให้บางส่วนเลอะพื้น พอโชติกเดินกลับมาก็ต้องย้อนไปตักน้ำมาให้หญิงสาวล้างปากอีกรอบ

            ชายหนุ่มประคองเธอนั่ง เอาผ้าขนหนูที่ชุบน้ำมาบรรจงเช็ดตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ เสร็จแล้วก็จัดการทำความสะอาดห้องและเอาของเสียในกระโถนไปทิ้ง

            แพรวาหลับตา พอรู้สึกว่าเขากลับมาก็ยื่นมือออกไปหา โชติกเกาะกุมมือเธอไว้และลูบเบาๆ พลางครุ่นคิด นี่คืออุปสรรคบทแรกของการใช้ชีวิตร่วมกันสินะ แน่นอนว่าเขาสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่เธอสิ จะรับบทหญิงสาวชาวบ้านได้นานขนาดไหนกัน

“ทำหน้าหงอยเชียวนะหมาป่า...” แพรว่ากระเซ้าเสียงแหบพร่า โชติกยิ้มไม่ออก

“คนไม่สบาย อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายได้” เธอพูดปลอบโยน

“โชน่าจะดูแลแพรได้ดีกว่านี้”

“แพรรู้ว่ามันไม่เหมือนที่แพรอยู่ แต่แพรยอมรับได้ ไม่งั้นแพรจะหนีมาทำไมล่ะ” เธอยิ้ม “โชอย่าโทษตัวเอง แพรจะยิ่งแย่” เธอถอนหายใจยาว “หิวน้ำ...”

โชติกจับหลอดให้หญิงสาวดูด “จิบๆ  พอนะ”

คนไม่สบายทำหน้าราวกับกลืนของแข็ง

“ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องรอให้อาเจียนให้หมดแล้วจะดีขึ้นเอง เดี๋ยวโชฝากพี่รัฐซื้อเกลือแร่ให้ แพรจะได้ไม่เพลีย แต่อดทนหน่อยนะ น้องสาวโชก็เคยเป็น เหมือนแพรเลยไม่ยอมไปหาหมอ ผู้หญิงนี่กลัวหมอกันเหรอ” โชติกบ่นยาว น้ำเสียงเจือความขุ่นเคือง

แพรวาไม่ตอบอะไรเพราะหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย

ชายหนุ่มลูบศีรษะ ก้มลงจูบหน้าผากพลางกระซิบน้ำเสียงอ่อนโยน

“โชรักแพรนะ”

 

กริการ์ยืนมอง บ้านสวนหลังนี้ เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นมันภายใต้แสงอาทิตย์ วันนี้เจ้าของบ้านไม่อยู่ทำให้บ้านยังคงเงียบ

อคินไม่อยู่ รู้สึกจะไปทั้งต่างประเทศและต่างจังหวัดเลย

รตียังอุตส่าห์โทร. มาบอกทั้งที่เธอไม่ได้อยากรู้ แต่แบบนี้เธอค่อยหายใจหายคอได้คล่องหน่อยเพราะเธออุตส่าห์หลบคำชวนของเพื่อนฝูงด้วยการแวบตั้งแต่บ่ายแล้วมาถึงที่นี่ก่อนจะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงห้วนโทร. ตามจิกอีก

แต่นั่นเป็นหลังจากที่เธอกับเขางัดข้อกันเมื่อตอนเที่ยงวันนี้...

วันนี้วันศุกร์นะคุณ

ชดเชยวันเสาร์ที่คุณไม่ได้มา

อคินตอบสั้นๆ ก่อนวางสาย ไม่เปิดโอกาสให้แย้งต่อ

หญิงสาวอยากร้องกรี๊ด

นี่ใจคอจะไม่ยอมเสียเปรียบเลยใช่ไหม ตาคนหน้าเลือด

บ้านไม้ชั้นเดียวรูปตัวแอลมีร่องรอยของการปรับปรุงใหม่ ดูจากสีไม้ รั้ว กรวด และต้นไม้ที่เรียงราย กริการรู้สึกชอบการจัดวางไม้ดอกไม้ประดับที่ทำให้คล้ายธรรมชาติแบบนี้ รวมทั้งเสาที่ยกพื้นก่ออิฐบล็อกสีน้ำตาลดูมีลูกเล่นกว่าปูนเปลือยธรรมดา

เพิ่งตกแต่งใหม่ คงทำเป็นเรือนหอ...

อยู่ดีๆ คำพูดนี้ก็ผุดขึ้นมาในมโนนึก ทำเอาความรู้สึกตื่นเต้นกับการตกแต่งห่อเหี่ยวไปในทันใด คนที่ตั้งใจจะให้อยู่ที่นี่ไม่ใช่เธอสินะ

กริการ์ทิ้งตัวนั่งตรงเชิงบันได ทั้งเจ็บปวดและวาบหวามใจ ไม่รู้ว่าควรจะสงสารหรือดีใจกับตัวเองกันแน่

อาทิตย์คล้อย ลมเย็นพัดมาเป็นระลอก หญิงสาวเดินกลับมาที่รถ รู้แน่ว่าอาจจะต้องพำนักที่นี่ไปสักระยะจึงได้จัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นมาพร้อม รวมทั้งคอมพิวเตอร์ บนเบาะหลังมีสมุดสเกตช์ภาพหน้าปกสีเขียวเข้ม เธอยิ้มพลางหยิบทุกอย่างเข้าไปวาง ก่อนจะออกมาอีกครั้งพร้อมสมุดสเกตช์ภาพ เธอหันกลับไปมองตัวบ้านแล้วเริ่มลงมือลากเส้นบนหน้ากระดาษสีขาว

 

โรงสาวไหมของหัตถเมธนับว่าใหญ่ที่สุดในอำเภอ เพราะมีโรงเรือนเลี้ยงไหมเป็นของตัวเอง รวมทั้งยังมีเกษตรกรรับพันธุ์หม่อน ไข่ไหมไปเพาะเลี้ยงหลายสิบครัวเรือนเพื่อเป็นการกระจายรายได้และเพิ่มเส้นไหมสำหรับส่งต่อไปยังโรงทอผ้าซึ่งก็เป็นของตระกูลอีกเช่นกัน

“ไหมพันธุ์ใหม่ตัวนี้เส้นไหมยาวมากกว่าพันธุ์มาตรฐานอีก ป้าลองให้โรงสาวเขาทอดู ออกมาเจ็ดแปดร้อยเมตรแน่ะค่ะ แต่ว่ามันเหมาะกับการใช้เครื่องสาวไหมนะคะ”

อำไพ หัวหน้าโรงทอผ้าวัยหกสิบอธิบายให้อคินฟังขณะพาชมโรงเรือน ตัวไหมอยู่ในกระด้งเรียงรายเป็นวงกลม มีเส้นไหมสีเหลืองทองห่อหุ่มตัวเป็นรัง คนดูโรงเรือนกำลังเอาใบหม่อนทั้งหั่นและไม่หั่นสุมคลุมเป็นอาหาร

“เครื่องแบบไหนครับ”

“ก็ทั้งแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติก็ได้ค่ะ ไหมแข็งแรงดี แต่ว่าคงต้องเพิ่มเครื่องหน่อยถ้าจะเลี้ยงจริงๆ  เพราะเท่าที่มีอยู่คงไม่พอ”

ชายหนุ่มพยักหน้า เขาเดินตามคนอธิบายออกมาจากโรงเรือนตรงไปยังโรงทอที่อยู่ห่างกันไม่เท่าไร ระหว่างทางมีไหมสีต่างๆ ที่ย้อมไว้แล้วตากแดดอยู่

นับแต่เริ่มตั้งโรงงานมา หัตถเมธเลี้ยงไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านเพียงอย่างเดียวและสาวไหมด้วยมือ ซึ่งแม้จะสวยงาม แต่ปัญหาคือเมื่อเปรียบเทียบปริมาณกับเวลาแล้วพบว่า ผลิตเส้นไหมได้น้อยและเสียเวลามาก ในขณะที่ตลาดผ้าไหมกำลังเติบโตขึ้น โดยเฉพาะยอดการสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ต้องการผ้าไหมรูปแบบใหม่ๆ นอกจากเสื้อผ้าสำเร็จรูป เช่น ผ้าม่าน ปลอกหมอน และของใช้จากผ้าอื่นๆ นี่จึงเป็นสาเหตุให้เริ่มคิดปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตดังกล่าวนั่นเอง

โรงทอเป็นอาคารชั้นเดียว ดูคล้ายบ้านไม้หลังใหญ่ ลูกจ้างนั่งเรียงรายตามเครื่องทอกี่กระตุก โดยใช้เส้นไหมยืนหนึ่งเส้นและไหมพุ่งหนึ่งชุด พอเหยียบตะกรอเส้นยืนก็ถูกแยกออกเป็นช่อง ทำให้ฟันฟีมกระทบเส้นไหมพุ่งให้ติดกันทีละเส้น

“โครงการเปิดโรงเรียนสอนทอผ้าไหมของคุณเนี่ยดีมากเลยนะคะ มีคนมาเรียนเยอะเลย อีกหน่อยเราก็คงมีช่างทอพอจะขยายการผลิตได้

อคินยิ้มรับ เพื่อรับกับพันธุ์ไหมที่จะเพิ่มผลผลิตให้ นั่นแปลว่าเขาต้องลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสาวไหมและแรงงาน หากแต่คำนวณแล้วก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง เพราะเดิมทีกิจการของตระกูลหัตถเมธก็อยู่ตัวในระดับที่น่าพอใจ แต่อคินต้องการมากกว่านั้น เมื่อเขาได้เข้ามาดูแล เขาอยากให้บริษัทและสินค้าของเขาเป็นแบรนด์ที่ต่างประเทศต้องสั่งซื้อในราคาสูงลิ่ว เช่นเดียวกับราคาสินค้าต่างประเทศที่เรานำเข้า

สิ่งเดียวที่จะบันดาลให้เกิดขึ้นก็คือการเป็น ผู้กุมบังเหียนที่ได้ควบคุมทุกอย่างนั่นเอง

อย่างแพรวา เต็มที่ก็คงทำแค่งานออกแบบตามที่เธอเรียนมาเท่านั้น

แล้วน้องแพรไม่มาเที่ยวด้วยเหรอคะ

ใบหน้าอวบอูมแย้มยิ้ม ดวงตาจริงใจขณะตั้งคำถาม แต่คนตอบชักสีหน้า เพราะไปจี้โดนแผลที่ทำให้เสียฟอร์ม

“ผมมาทำงานครับ”

อีกฝ่ายลดความเบิกบานทันควัน ครั้นแล้วก็กล่าวขอตัว ปล่อยให้แขกคนสำคัญได้พักผ่อน

ชายหนุ่มเดินเข้าห้องอย่างหงุดหงิด แผนงานทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น การค่อยๆ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการ แสดงให้เห็นว่าเขาสนใจและให้ความสำคัญกับงานทอผ้า แทนที่จะเป็นลูกค้าซื้อขายกันอย่างเดียวเหมือนที่รุ่นพ่อเคยทำ และผู้นำอย่างพรฟ้าก็ไม่มีทีท่ารังเกียจ ขณะที่เพียงดาวผู้เป็นแม่ของเธอนั้นแสดงอาการ ปลื้มเขาอย่างออกนอกหน้า

แต่ทุกอย่างก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

อคินถือว่าล้มเหลวเพราะแม้ความจริงแพรวาจะไม่ได้สาบสูญไปไหน แต่เพียงแค่เธอหายไปก็เท่ากับชะลอการรวมทุนของเขาไว้ทันที

เพราะยายเด็กบ้านั่นคนเดียว

อารมณ์ฉุนเฉียวแล่นปรี่ขึ้นมาจนอคินต้องลุกไปยืนตรงระเบียงเพื่อระงับความพลุ่งพล่าน คิดเรื่องนี้ทีไรเขาก็โมโหกริการ์ทุกที ถึงแพรวาจะเป็นคนเอ่ยปากเองให้เธอมาเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอไปพูดอะไรถึงทำให้เจ้าสาวของเขาหนีไปแบบนั้น เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอมายุ่งวุ่นวายกับงานแต่งของเขาทำไม

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อคินเดินกลับเข้ามา เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเขาก็ยิ้มที่มุมปาก

            สวัสดีครับคุณน้า

            ยุ่งอยู่หรือเปล่าจ๊ะ น้าคุยได้ไหม

            ครับ

            อคินเอนกายทอดขายาวพาดบนเก้าอี้อีกตัว บ้านพักของตระกูลหัตถเมธกว้างขวางสะดวกสบาย และที่สำคัญ...เปิดต้อนรับเขาเสมอ ดังนั้นถึงจะไม่สบอารมณ์นัก แต่การให้สิทธิ์กับคู่สนทนารายนี้เป็นสิ่งที่คุ้มค่าพอ

            “น้ามีความคืบหน้าเรื่องน้องแพรมาบอกจ้ะ คือ...คินใจเย็นๆ นะ” เธอออกตัว อคินรับคำ

“คือ...น้องแพรอาจจะถูกใครสักคนพาไป มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างเขาเห็นว่าน้องถูกผู้ชายคนหนึ่งให้นั่งรถไปด้วย ก่อนขึ้นรถเขาเห็นน้องแพรร้องไห้ด้วย”

อคินขมวดคิ้ว “ถ้าถึงขนาดนี้ทำไมไม่แจ้งตำรวจล่ะครับ มันเข้าข่ายล่อลวงนะ”

“น้าก็อยากแจ้งอยู่ แต่กลัวน้องเป็นอะไร” เพียงดาวทำเสียงเหมือนร้องไห้ “ไม่รู้เป็นคนรู้จักของก้าด้วยหรือเปล่า อีกวันสองวันเราน่าจะรู้ว่าน้องแพรอยู่ที่ไหน ยังไง...คินรอน้องก่อนนะ” ประโยคท้ายอีกฝ่ายพูดเชิงขอร้อง คล้ายมีความหวั่นเกรงในน้ำเสียง

“ครับ”

กริการ์...

ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด อย่าบอกนะว่าการให้คนไปรับเป็นแผนการของเธอด้วย เขาไม่เชิงปักใจเชื่อตามที่เพียงดาวบอกทันที แต่เพราะเขาไม่รู้จักเธอมากเท่าแพรวา จึงไม่อาจอ่านความคิดและตัดสินได้

ชายหนุ่มนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนขยับตัวมาเปิดคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนหน้าจอจากตัวเลขเต็มพรืดไปยังโฟลเดอร์อื่น

            ภาพถ่ายเรียงรายหลายสิบรูป เขาเรียกขึ้นมาดูให้เต็มหน้าจอ แพรวาตอนจบการศึกษา หญิงสาวอยู่ในชุดรับปริญญาแวดล้อมด้วยดอกไม้ รอยยิ้ม และญาติพี่น้อง ใบหน้านวลเนียนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางพอสมวัย เรือนผมยาวรวบเรียบร้อย รอยยิ้มสดชื่นอ่อนหวานปรากฏในทุกอิริยาบถของเธอ

อคินกดดูภาพไปเรื่อยๆ

            นอกจากบรรดาเพื่อนฝูงและญาติสนิทซึ่งก็มีเขารวมอยู่ด้วยแล้ว ยังมีหญิงสาวอีกคนที่ปรากฏกายร่วมเฟรมกับบัณฑิต

            ก้าน่ะเหรอ พักหลังก็ไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว ล่าสุดก็งานรับปริญญาน้องแพรนั่นแหละ เสียงเพียงดาว แว่วมาในความนึกคิด

ไม่มานั่นแหละดีแล้ว มาทีไรก็มาทะเลาะกับคุณแม่ทุกที จะว่ายังไงดีล่ะ ก้า...ไม่เรียบร้อยแบบน้องแพรหรอกนะ คบเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่งตัวก็ชะเวิกชะวาก คุณย่าน้องแพรเขาไม่ชอบ น้าเองก็ไม่ชอบ เข้าใจอยู่หรอกว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป แต่ยังไงซะน้าก็ยังคิดว่าควรจะถือวัฒนธรรมไทยๆ ไว้บ้าง

            อคินมองคนในรูป กริการ์ไม่ใช่แค่ไม่เรียบร้อยเท่านั้น เธอยังแตกต่างจากแพรวาราวกลับหน้ามือเป็นหลังมือ หญิงสาววัยราวยี่สิบห้า โกรกผมยาวให้เป็นสีบลอนด์ สวมเสื้อคอกว้างพาดเฉียง เผยหัวไหล่เนียนกับเสื้อชั้นในสีดำ กระโปรงสั้นเหนือเข่าเกือบคืบ ข้อมือสองข้างสวมกำไลวงโตตามแบบแฟชั่นที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน

            อย่างว่า...ไปปรากฏต่อหน้าพรฟ้าผู้สืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย มันก็อาจจะขัดตาสักหน่อย     

เขาไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอนักเพราะนานทีจะได้เจอ ไม่นึกว่าพอได้เจอเหตุการณ์ก็เป็นแบบนี้ ไม่แปลกเลยที่พรฟ้ากับเพียงดาวจะตั้งแง่กับหลานสาวคนนี้ เพราะเจ้าหล่อนเองก็ตั้งป้อมเป็นปฏิปักษ์กับคนในครอบครัว ท่าทางดื้อรั้นไม่ยอมชนิดเอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ ไม่นับสายตาขวางโลก กิริยากวนอารมณ์ พูดจาไม่มีหางเสียงทั้งที่เขาอายุมากกว่า อคินประจักษ์มาหมดแล้ว  

            แค่จำใจเท่านั้นแหละ

ก่อเรื่องแล้วยังปากเก่ง ทำเป็นไม่แยแส ทำเหมือนสิ่งที่เขาได้ไปมันช่างไม่สลักสำคัญ ซึ่งมันทำลายความมั่นใจของเขา คนอย่างเขา...ไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนสะบัดหน้าใส่แบบนั้น

            ชายหนุ่มกอดอกพลางแค่นยิ้ม

เธอจะทำพยศกี่กระบวนท่าก็ช่าง อยากรู้นักว่าจะทำปากกล้าโวยวายเถียงคำไม่ตกฟากไปได้อีกสักกี่น้ำ ถูกเขาต้อนจนมุมแล้วจะไม่อ่อนลงก็ให้มันรู้ไป!

 

เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้านทำให้กริการ์ละสายตาจากหน้าจอแลปทอปเล็กน้อย เธอมองนาฬิกาที่มุมขวาล่างของจอ บอกเวลาใกล้สองทุ่ม ไม่ถึงนาทีต่อจากนั้นร่างสูงก็เดินเข้ามา

            อคินชะงักเล็กน้อย อาจเพราะคาดไม่ถึงว่ากริการ์จะมาถึงก่อนเขาโดยไม่ต้องโทร. ตาม กริการ์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารจึงได้แต่สบตาแวบเดียว ชายหนุ่มเดินเข้ามาวางถุงหลายใบบนโต๊ะแล้วผละไปยังห้องนอนด้านใน คนนั่งก่อนได้แต่มอง น่าจะเป็นขนมกับของกินเพราะเธอเห็นชื่อร้านที่คุ้นหูบนถุงที่เขาหิ้วมา

จากนั้นเธอก็กลับไปมองงานที่หน้าจออีกหน ตั้งต้นลากเส้นสร้างแบบในคอมพิวเตอร์

            ผ่านไปกี่นาทีก็ไม่รู้อคินก็เดินออกมา ชายหนุ่มอยู่ในชุดเตรียมนอน เป็นชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงผ้าแบบทั่วๆ ไป กริการ์พยายามไม่มอง หัวใจเธอเริ่มเต้นรัว

            “กินได้นะ”

            อคินบอกพลางหยิบออกมาวางให้เชิงชวนกิน กริการ์ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ อีกฝ่ายจึงกระแอมเบาๆ

            “เก็บไว้ก่อน ฉันอิ่มแล้ว”

            พอได้คำตอบชัดเจนชายหนุ่มจึงแยกบางอย่างแล้วใส่ไว้ในตู้เย็น เขาทำอะไรกุกกักอยู่ที่ครัวครู่ใหญ่ก็ได้ชามาหนึ่งแก้ว ส่วนขนมเป็นคุกกี้จากหนึ่งในบรรดาของฝาก ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งที่โต๊ะรับแขก หยิบหนังสือมาเปิด

            เหมือนมีแต่ความเงียบครอบคลุมพักใหญ่ อคินเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน เขาปิดหนังสือ เก็บแก้ว จานขนม แต่กริการ์ยังนั่งที่เดิม งานลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อ

            ชายหนุ่มมาหยุดยืนข้างเธอ “คุณทำงานออกแบบเหรอ”

            “อืม” ตอบไปแล้วก็เปลี่ยนคำ อย่างน้อยเขาก็อายุมากกว่าหลายปี “อินทีเรียร์ค่ะ”

            อคินเลิกคิ้วที่กริการ์ทำเหมือนรู้ความคิดเขา ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะขุ่นเคืองเธอเรื่องคำพูดคำจาอยู่ไม่ทันข้ามวัน แต่ก็ดีที่ไม่ต้องคุยแบบตะโกนไปเสียทุกครั้ง เขายืนกอดอกมองเธอเงียบๆ พักใหญ่ กริการ์เห็นจากหางตา เธอรู้สึกอึดอัดที่ถูกจับจ้องจึงเหลือบมองกลับ

            “เอางานมาทำที่บ้านบ่อยเหรอ”

            “ไม่” พูดออกไปแล้วเธอก็อยากตีตัวเองที่ปากไว ตอบปฏิเสธทันควัน ทั้งที่ตั้งใจหอบงานมาด้วยเพราะอยากหาเหตุผลอื่นให้กับตนเอง ไม่อยากได้คำตอบว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำ อะไร เพียงอย่างเดียว

“เอ่อ...ไม่เชิงหรอก” หญิงสาวพยายามแก้ตัว

            อคินโน้มตัวลงมา พาดมือข้างหนึ่งกับพนักเก้าอี้ อีกข้างวางบนโต๊ะข้างโน้ตบุ๊ก

            กริการ์ได้กลิ่นครีมอาบน้ำจากตัวอคินร่างกายก็ร้อนวูบวาบ

            “ไม่เชิง...แปลว่าไม่บ่อย งั้นเอาไปทำต่อที่ทำงานได้” พูดแล้วอคินก็ขยับมือไปหยุดมือหญิงสาวที่จับเมาส์ “งานเอาไว้ทำที่ทำงาน อยู่บ้านทำอย่างอื่นดีกว่า” อคินพูดกระซิบที่ข้างหูกริการ์

            กริการ์หันขวับ ซึ่งก็เจอกับริมฝีปากที่ประกบลงมาทันที  ท่าทีของเขายังคงเป็น รุกเร้าทุกครั้ง เธอตกใจแต่ไม่ถึงกับต่อต้าน กระนั้นก็ยังสะดุ้งนิดหน่อยตอนเขาแทรกลิ้นเข้ามา ช่วงเวลาหลายนาทีที่จูบรัญจวน ยั่วยวน เย้าหยอกจนแทบละลาย

            และแล้ว...งานที่ทำก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้น เพราะบางอย่างได้เริ่มขึ้น

            กริการ์โมโหนักที่ตัวเองกลายเป็นวัตถุไวไฟไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ถูกแตะนิดต้องหน่อยก็พร้อมจะลุกไหม้ โดยมีเขาเป็นคนจุด...เป็นคนทำให้อารมณ์ดิบในตัวเธอสนองตอบ

            ปากคัดค้าน แต่กายยินยอม

            ขณะที่หัวใจกริการ์กำลังสับสนอยู่นั้น เธอพยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่ได้เป็นของเธอ เขาไม่ใช่คนที่เธอฝันถึง...ไม่ใช่อีกแล้ว

 

 

 

 

 7.11.17

สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่อง + ตอนพิเศษได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

 

 

                 

           

 

               

               

 

               

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #805 milan-tee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 11:59
    ว้าว..วิเศษที่สุดเลย เป็นของขวัญปีใหม่ที่เยี่ยมมาก ๆ เลย วันนี้อยู่ออฟฟิคคนเดียว เปิดปุ๊บก็เฮ.. มันคนเดียวนั้นแหละ
    ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรา เย้ ๆ ๆ ๆ ดีใจ ๆ ๆ ๆ

    ****milantee_29@hotmail.com****

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ธันวาคม 2554 / 13:08
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 27 ธันวาคม 2554 / 13:11
    #805
    0
  2. #804 ประไพพัชร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2554 / 20:33
     เป็นของขวัญปีใหม่ที่ถูกใจมาก เปิดเจอ เฮ..ลั่นที่ทำงานเลย..ขอบคุณมากและขอให้มีความสุขในวันปีใหม่

     สุขภาพแข็งแรง..มีพล็อตดีดี..ให้แฟนคลับได้อ่าน..

    #804
    0
  3. #800 chana2555 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2554 / 11:43

    ขอบคุณค่ะ   ส่งที่อยู่ไปแล้วค่ะ  

    #800
    0
  4. #672 darika-grammy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2554 / 07:03
    พระเอกหื่นอ่ะ อิอิ
    #672
    0
  5. #664 MOLLY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 23:03
    >\\\\\\\\\\\\<
    #664
    0
  6. #485 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:36
    เรียกว่า ยายเด็กบ้า แต่เข้าหาเด็กบ้าตลอด
    #485
    0
  7. #333 MU @ Club (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 02:14

      โอ๊ย..! คุณคินเป็นคนจำพวกหรอกตัวเองเต็มขั้นเลยเนาะ

      ไม่รู้จะเหตุอะไรมาชวนนู๋ก้า ก็เลยปฏิการมันซะดื้อๆ ไปแบบนั้นแหละ

      คงยากเนาะ ที่คนปากแข็ง แถมยังปฎิเสธความรู้ของหัวใจตัวเองอีก

      ดูเหมือนจะฉลาดนะ แต่ก็มาตกม้าตายแบบมุขตื้นๆ อะนะ

      ทำไมไม่คิดในแง่กลับกันบ้างล่ะ ว่าน้องแพรอาจจะมีคนรัก

      หรืออาจจะ ไม่ได้รักตัวเอง(คุณคิน)มากพอที่จะอยากแต่งด้วย

      รึว่ามันมีอะไรมากกว่าที่คิดหรือเปล่าหว่า..?

      ไม่มีอะไรลึกลับใช่มั๊ยคร่า..ไรเตอร์ ( เหมือนจะมีอยู่บ้างในมุมของนู๋ก้าอะนะ )

      เหมือนคุณคิน จะ ชอบ..หรือไม่ก็คงรักนู๋ก้าไปบ้งแล้วล่ะเนาะ

      แต่ทำไมไม่มีความรู้ดีๆ หรือแสดงออกแบบน่ารักๆ ให้นู๋ก้าประทับใจบ้างเลยนะ

      ใจจืดใจดำจริงๆ เลยคุณคินเอ๊ย..  อย่าบอกรักคุณคินก่อนนะนู๋ก้า

      รักตัวเอง และศักดิ์ศรีของเราไว้ให้ดีล่ะ คนอวดดีอย่างคุณคิน สมควรถูกแข็งข้อบ้าง

      ดูดิ จะรู้ใจตัวเองเมื่อไหร่กัน ( ดูจากเม้นต์ของรีดเดอร์คนอื่นๆ ยังไม่เห็นแววเลยอะ )

      รอต่อไปเรา พูดแล้วเซ็ง รอเป็นเพื่อนนู๋ก้าละกันเนาะ
                      
    #333
    0
  8. #254 prawpraw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 / 21:34
    สงสารนางเอกนะ เสียอย่างเดียวเลยอิตาพระเอกก็ได้อย่างเดียว -*-
    #254
    0
  9. #5 Potae Jung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 / 12:50
    สรุปแล้วพระเอกรักใครกันแน่อ่ะ สู้ๆๆๆๆๆเขานะก้า
    #5
    0