เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 5 : 5 แฟนปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 พ.ย. 60

5

 

            ลูกค้าจะเปลี่ยนแบบ ก้ากับเตไปคุยกับลูกค้าดูแล้วกัน คุยเสร็จแล้วโทร. หาพี่ด้วย

            กริการ์วางสายหลังจากที่ฟังคำสั่งของหัวหน้าและโดนตำหนิไปยกใหญ่ ด้วยความที่ยังไม่มีเวลาพอจะเอาเครื่องเก่าไปซ่อมจึงทำแค่ไปซื้อซิมใหม่มา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ลำบากต้องบันทึกเบอร์โทรศัพท์ทุกคนอีกครั้ง ทำให้ต้องนั่งจดเบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นลงในสมุดบันทึกไว้ก่อน

            ทั้งคู่ไปหาลูกค้าที่บ้าน พูดคุยกันเรื่องที่จะให้ออกแบบใหม่ เพราะมีการจะทุบผนังทำให้ตติยซึ่งเป็นสถาปนิกมาดูเรื่องโครงสร้างและความเป็นไปได้ ซึ่งปกติกริการ์ก็มักจะทำงานกับชายหนุ่ม ตัวติดกันจนแทบจะเป็นปาท่องโก๋อยู่แล้ว

            “ไม่มีปัญหาครับ แต่ผมว่าตรงนี้เราอย่าทุบหมดจะดีกว่า เอาสักสองในสามแล้วติดม่านเผื่อคุณกรยังอยากกั้นเปลี่ยนบรรยากาศ”

            เจ้าของบ้านเป็นนักธุรกิจชายวัยสี่สิบ ผิวขาว จมูกโด่งเหมือนลูกครึ่ง นัยน์ตาคมกริบ เขามองตามที่ตติยชี้บอก

            ติ๊ด...ติ๊ด...

            กริการ์สะดุ้ง เสียงโทรศัพท์มือถือที่ตั้งไว้ดังแทรกขึ้นมา เธอลนลานหยิบมาดู พบว่าเป็นหมายเลขไม่คุ้นจึงกดตัดสายตามมารยาท แต่พอจะขยับไปจดรายละเอียดงาน มันก็ดังขึ้นอีก

            “รับก่อนก็ได้ครับ”

            เธอยิ้มเจื่อน ถอยออกพลางบ่นในใจ “สวัสดีค่ะ ก้าพูดค่ะ”

            อยู่ที่ไหน!

            กริการ์ดึงหูออกแทบไม่ทัน “เอ่อ...ใครคะ”

            ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย

            “อคิน”

            หญิงสาวอ้าปากค้าง เธอเกือบจะร้องออกมาด้วยความตกใจ

            “กริการ์ ทำไมไม่...”

            “แค่นี้ก่อนนะคุณ ฉันคุยกับลูกค้า”

            เธอรีบวางสายและตั้งโหมดสั่นก่อนที่เสียงเรียกเข้าจะดังให้รำคาญอีก เวลานี้งานต้องมาก่อน

            “ผมขอแบบพรุ่งนี้นะครับ”

            “พรุ่งนี้?

            “ผมจะไปต่างประเทศวันอังคาร ถ้าได้พรุ่งนี้จะพอมีเวลาแก้ได้อีกหนึ่งวัน พอผมกลับมาจะได้สร้างเสร็จก่อนปีใหม่พอดี” ลูกค้าบอกเสียงเรียบ กริการ์ขมวดคิ้ว คำนวณเวลา

            “ผมว่ามันไม่ยากนะ เอาคอนเซปต์เดิมที่คุณทำมาขยายใหม่เท่านั้นเอง”

            “เอ่อ...คุณกรเดินทางวันอังคารตอนไหนคะ ก้าขอ...”

            “ได้หรือไม่ได้ครับ”

            คนเขียนแบบแทบสะอึก “ได้ค่ะ”

            “ตกลงครับ พรุ่งนี้ช่วงเย็นเจอกัน ประมาณห้าโมงผมจะโทร. หาอีกที” เขาตัดบทและผายมือทำนองเชิญผู้มาเยือนทั้งสองกลับ

            กริการ์กลับมาบ่นต่อในรถ

            “สุภาพนะ แต่เคี่ยวจริ๊ง เจอพวกมากเรื่องดีกว่าจะได้เถียงถนัดปากหน่อย”

            “เอาน่า ยังไงก็พอมีเวลา เราเองก็รู้ว่ามันไม่ได้ยาก อีกอย่างพี่ดนัยบอกว่าเขาละเอียดก็จริงแต่เงินถึงนะ ท่องไว้ก้า เงิน เงิน” ตติยพูดติดตลก หญิงสาวถอนหายใจยาว

            “มันก็ทำได้อยู่หรอก แต่นั่นแปลว่า...ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอีกวันฉันต้องนั่งเขียนแบบให้เสร็จ จะไปลั้ลลาที่ไหนก็ไม่ได้น่ะสิ”

            ชายหนุ่มหัวเราะ “ฉันที่ไหน เราต่างหาก ไปหาอะไรกินก่อนเถอะ ท้องอิ่มแล้วเดี๋ยวสมองก็แล่น”

            “อิ่มแล้วหลับสิไม่ว่า”

            แต่กริการ์ก็ไม่หลับดังที่ตนเองพูด เพราะต้องกลับมาสรุปและรีบวางแบบคร่าวๆ ด้วยเหตุที่ว่าอย่างไรเสียก็ต้องเอาแบบมาคุยกันอีกหนอยู่ดี เธอเลยมานั่งทำงานที่ห้องตติย ซึ่งระหว่างนั้นเสียครืดคราดของโทรศัพท์ก็ดังแทรกความเงียบกระทั่งเวลาผ่านไปค่อนคืน

            “เสียงอะไรน่ะก้า โทรศัพท์หรือเปล่า”

            กริการ์ลุกมาหยิบ เธอมองเครื่องมือสื่อสารเหมือนสัตว์ที่น่ารังเกียจ เมื่อกดดูก็พบว่ามีทั้งสายที่ไม่ได้รับและข้อความ

            ติดต่อกลับมาด้วย...เราต้องคุยกัน

            หญิงสาวคิดจะพิมพ์ตอบ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจโยนใส่กระเป๋าตามเดิม

            ตติยส่งสายตาสงสัย

            “ที่บ้านน่ะ รำคาญ ขี้เกียจคุย”  กริการ์บอกแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะ เท้าคางมองหน้าเว็บที่เปิดค้างไว้ดูเล่นพักสายตา พลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เธอรู้ว่าอคินกำลังโกรธและพาลฟาดงวงฟาดงาไปที่คุณย่า เพราะสายที่โทร. เข้ามาไม่ใช่มีแค่ของเขา หญิงสาวถอนใจ เอนตัวพิงพนัก ยกแขนขึ้นหนุนศีรษะ ทำไมเธอจะต้องมาติดร่างแหแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้       

            กริการ์เกลียดคนจากบ้านนั้นทุกคน สมัยเรียนมีเพื่อนผู้ชายไปส่งเธออยู่บ่อยๆ ก็ไม่พอใจ กลัวคนรับใช้จะมองว่าไม่อบรมหลานสาวคนโตให้รักนวลสงวนตัว ถึงแยกออกมาอยู่ยังเรียกกลับไปสวดเพราะเป็นห่วงว่านามสกุลที่ติดเธอมาจะเสียหาย ครั้นเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดิมของแม่ก็กลับกลายเป็นว่าเธอประชดประชัน

            ความสุขเดียวจากการเกิดในครอบครัวนั้นคือพ่อกับแม่ และเขา

            เขา...ที่เหมือนพลังหล่อเลี้ยงหัวใจซึ่งเหน็บหนาวจากการเสียพ่อกับแม่ให้อบอุ่น

            แต่เขา...ไม่ใช่ของเธอ

            แค่ฝันถึงจะได้ไหมนะ...

 

            ตติยรู้อยู่แล้วว่าถ้ากริการ์หยุดพูดไปเมื่อไรคือหลับ เขายืนกอดอกมองหญิงสาวฟุบอยู่กับโต๊ะ จะปลุกก็เปล่าประโยชน์ รู้จักกันมาสองปีไม่เคยทำให้เธอตื่นได้ ทำได้แค่เพียงอุ้มไปนอนบนฟูกบนพื้นห้องเหมือนเคย เพราะเคยให้นอนบนเตียงแต่ผลก็คือกริการ์โวยวายและยื่นคำขาดว่าให้ปล่อยเธอไว้แบบนั้นดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะโกรธ

            เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ตลอดเวลาที่คบกันเธอมีอะไรแปลกหลายอย่างซึ่งเขารู้สึกได้ เพียงแต่...เขาไม่เคยเข้าถึงได้เลยสักครั้ง

            ชายหนุ่มนั่งมองร่างที่นอนหลับสนิท ปัดเส้นผมยาวที่ปรกหน้าให้ เธอจะรู้ไหมว่าเขานั่งมองเธอแบบนี้กี่ครั้งแล้ว...หญิงสาวไม่ใช่คนขาวจัด ดวงตาเรียว จมูกโด่งสวย ดูเผินๆ เหมือนคนญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่คมน่ามองกว่า

            ตติยลูบแก้มกริการ์อย่างเผลอไผล แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงไปหา มีลมเย็นพัดมาจากระเบียง เขาชะงัก รีบลุกออกไปยืนกลางสายลมหนาว ทั้งสงบสติอารมณ์และตำหนิตัวเองยืดยาว ก่อนลงท้ายด้วยการถอนใจ

            “จะอดใจไม่ไหวสักวันนะเนี่ย”

           

            ในที่สุด งานด่วนเงินถึงตามที่ตติยตั้งชื่อให้ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย แม้ว่าลูกค้านั่งดูแบบที่ส่งให้อยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงโดยไม่มีคำพูดอะไร จนกริการ์อึดอัดเอ่ยขอเข้าห้องน้ำไปโวยวายแบบไม่มีเสียงอยู่พักใหญ่ กระทั่งกลับมาก็ยังนับได้อีกราวสามนาทีกว่าที่อีกฝ่ายจะตอบตกลง

            “ถ้าไม่นับว่าหน้าตาดีนะ จะพูดเหน็บซะให้หนาวไปเลย อยากจะถามนักว่า คิดนานขนาดนี้ เอาไปนอนคิดสักคืนไหมคะ พรุ่งนี้ค่อยมาบอก”

            “ให้พ้นบ้านเขาก่อนก้า” ตติยปรามขณะเปิดประตูรถ “แล้วไง เห็นเขาหล่อเลยไม่กล้าเหรอ เตว่าก้าไม่กล้าเพราะเขาด่าจริงต่างหาก แถมด่าแบบผู้ดีเสียด้วยนะ”

            กริการ์ทำเสียงขึ้นจมูก แล้วถอนหายใจยาว

            “หกโมง เสร็จงานแล้ว” คนขับรถพูดเชิงปริศนา กริการ์ยิ้มไม่ทันตอบอะไรเสียงโทรศัพท์ก็ขัดจังหวะ เธอหยิบมาดู พอเห็นเลขหมายก็เหลือบมองตติยแบบไม่มั่นใจ

            “สงสัยต้องแยกกันแล้วแหละเต”

            “อ้าว ทำไมล่ะ เตกะว่าวันนี้จะลากยาวเลยนะเนี่ย มีบอลแมตช์สำคัญช่วงหัวค่ำนี่เอง ไอ้เจมส์ก็จะมา”

            น้ำเสียงเขาแสดงความผิดหวัง “โทษที เรื่องป่วยๆ ของคนที่บ้าน” เธอยกโทรศัพท์ให้ดู เขาตั้งท่าจะถามแต่เธอตัดบทเสียก่อน

            “เดี๋ยวส่งก้าที่ทำงานก็ได้นะ”

            “เตไปส่งที่บ้าน...”

            “ไม่เป็นไร รถก้าอยู่นั่น” กริการ์รีบพูดแทรก ตติยบ่นพึมพำว่าน่าเสียดาย

            หญิงสาวเลือกมองออกไปนอกหน้าต่าง ตั้งแต่วันศุกร์กริการ์ยังไม่ได้กลับห้องเลย ไม่รู้ว่าอคินจะโกรธขนาดไหนกันนะเนี่ย เฮ้อ...

 

            กว่ากริการ์จะงมทางมาถึงได้ก็สองทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว พอแยกกับตติยที่บ่นไม่เลิกเรื่องเธอเบี้ยวงานเลี้ยงอย่างต้องสงสัยก็แวะกลับไปที่ห้อง คว้าเอาอะไรที่จำเป็นมาก่อน แล้วก็หงุดหงิดกับเสียงโทรศัพท์ที่อคินโทร. มาตลอด เลยตะคอกใส่อคินผ่านทางโทรศัพท์ให้เขาส่งแผนที่มาให้

            ครั้นขับรถมาถึงแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ยังดัง กริการ์ฉุนขึ้นมาบ้าง เดินปึงปังขึ้นไปบนตัวบ้าน

“อย่าโทร. จิกเหมือนตามเร่งรัดหนี้ได้ไหมคุณ ประสาทเสีย!

อคินนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก วินาทีแรกเขาชะงักที่เห็นเธอมา แต่พริบตาเดียวก็ลุกพรวด

            “แน่สิ คุณติดหนี้ผมอยู่ คิดว่าจ่ายมาแค่นั้นจะหายกันหรือไง!

            กริการ์ถึงกับหูอื้อเพราะเสียงอคินดังก้อง และเขายังพูดต่อว่าไม่หยุด

            “ไม่ต้องมาทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน คนผิดคือคุณ ไปไหนมา ทำไมไม่รับโทรศัพท์” อคินไม่พูดเปล่า เขาก้าวยาวๆ มาประจันหน้า จนหญิงสาวต้องชักเท้าถอย

            “ปิดโทรศัพท์ทำไม!” อคินถามย้ำ ดวงตาและน้ำเสียงจริงจัง

“โทรศัพท์มันตกน้ำ เสีย...”

            “ใช้เวลาตั้งสองวันหาเครื่องใหม่ นานไปไหม”

            อีกแล้ว เธอยิ่งเกลียดคำพูดประชดแบบนี้อยู่ด้วย “ทำไม จะไปแจ้งคนหายเหรอ”

            มุมปากอคินกระตุก “ยิ่งกว่านั้นอีก เพราะถ้าวันนี้คุณยังทำตัวล่องหน ผมจะจ้างทนาย”

            คนฟังเลิกคิ้ว ทำท่าเชิงถาม แล้วไง

“คุณคงได้โดน ขอร้องจากคุณย่าคุณอีกระลอก” อคินเน้นตรงคำว่าขอร้อง กริการ์หน้าร้อนผ่าว จำความรู้สึกถูกบีบบังคับและกดดันโดยอ้างบุญคุณได้เป็นอย่างดี เธอไม่ใช่สินค้าโชว์หน้าร้าน เป็นแค่ของแถม ตั้งใจจะเถียงว่าต่อให้เอาเธอมาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะบ้านนั้นไม่ไยดีหลานคนนี้ แต่ก็กลับกลายเป็นว่าเขารู้และใช้ประโยชน์จากความไม่ลงรอยกันเสียอีก

กริการ์ทั้งโกรธ อาย และขัดเคืองอคินเป็นที่สุด เธอไม่น่า ยอม รับผิดชอบทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแบบนี้ น่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปแล้วหนีไปเลยจะดีกว่า

            “เออ รู้แล้ว” เธอว่า กำลังจะขยับตัวออก แต่เขาก้าวมาชิดก็เลยถอยจนติดผนัง

            “คุณยังไม่ตอบคำถาม ไปไหนมา”

            กริการ์หายใจถี่ พยายามระงับโทสะ “ติดงาน”

            อคินขยับเข้ามาอีก เขาวางมือบนผนังทั้งสองข้างเพื่อต้อนกริการ์ให้จนมุม

            “งานอะไร วันอาทิตย์ยังต้องทำ”

            “อย่ามาทำตัวเป็นตำรวจฝ่ายสอบสวนนะคุณ” เธอกระชากเสียง “ฉันทำงานตามสั่ง ลูกค้าจะเอาด่วนก็ต้องทำให้ ต้องแก้ต้องเปลี่ยนมัน...”

            กริการ์พูดไม่จบประโยคเพราะถูกริมฝีปากอีกฝ่ายปิดทับกลางคัน เธออึ้งไปหลายวินาที แล้วจู่ๆ อคินก็ถอนจูบ เขาซุกหน้ากับลำคอเธอและเบียดกายเข้าหา หญิงสาวสะดุ้ง ลนลานปัดป้อง

            “เดี๋ยวคุณ! เดี๋ยว...ฉันยังไม่ได้อาบน้ำนะ”

            ชายหนุ่มหยุด แต่มือไม่ถอนจากบั้นเอว

            “ไม่ต้องหรอก กลิ่นดิบๆ แบบนี้แหละ เร้าใจดี”

            กริการ์เบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อหูว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ ระหว่างที่ตะลึงเขาก็ช้อนร่างเธอขึ้นทันใดและจูบเธอไปจนถึงห้อง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศและสัมผัสนุ่มจากฟูกทำให้รู้สึกตัวก่อนที่ใจจะเคลิบเคลิ้มแล้วรีบยันตัวขึ้น

            “คุณอคิน...เดี๋ยว เดี๋ยว!

            กริการ์ยกมือขึ้นกัน แต่อคินจับออก อาศัยแรงที่มากกว่ากดข้อมือเธอลงกับที่นอน จดริมฝีปากบนต้นคอ ร่างแกร่งคร่อมอยู่เหนือร่างบาง ใจหญิงสาวเต้นโครมคราม

            ไม่ใช่ไม่ยอมนะ แต่ขออาบน้ำก่อนได้ไหม”

            ชายหนุ่มชะงัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงของเธอหรือเพราะเขาเข้าใจเหตุผลกันแน่ เขาสบตาเธอ ผ่อนแรงที่จับข้อมือ

            “งั้นไปอาบด้วยกันเลย”

            กริการ์ตกใจยิ่งกว่าเดิม ข้อมือเธอถูกเขาออกแรงดึงให้ลุกเดินตามไป เธอพยายามยื้อไว้แต่ก็ไม่สำเร็จ

            “ไม่! ไม่เอานะ ปล่อยฉันคุณอคิน!

            “ก็คุณจะอาบน้ำไม่ใช่เหรอ นี่ไง ผมไปด้วย”

            “ไม่เอานะ ไม่...”

            “เรื่องมาก จะอาบก่อนหรือหลังผลมันก็เหมือนกันนั่นแหละ” อคินพูดขณะกำลังฉุดกริการ์ให้เดินตาม

            กริการ์หน้าแดงก่ำ โมโหอคินที่เขาว่าเธอ “ฉันจะอาบ! คุณชอบมีอะไรกับคนตัวเหม็นหรือไง!

            อคินค่อยๆ หันกลับมามอง ไม่รู้กริการ์คิดไปเองหรือเปล่าว่าเห็นรอยขำขันในดวงตาเขา เขาแค่นยิ้มและปล่อยมือ เธอรีบถอยฉาก

            “ก็ได้ ให้แค่สิบห้านาที”

            หญิงสาวหันไปค้อน แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ แถมเขายังพูดขู่เธออีกด้วย

            “ไม่งั้นจะตามไปอาบด้วย”

            โอ๊ย...จะบ้าตาย!

           

            อากาศเย็นสบายทำให้กริการ์หงุดหงิดที่มีเสียงโทรศัพท์ดังปลุกการนอนฝันหวาน เธอกะพริบตาปรับโฟกัสและเรียกสติอยู่พักใหญ่กว่าจะหยิบมันขึ้นมา พอเห็นชื่อตติยขึ้นหราก็กระเด้งผึงขึ้นมาได้ในวินาทีเดียว

เก้าโมง...เฮ้ย! วันนี้มีนัดประชุมงานตอนเก้าโมงครึ่ง...แย่แล้ว! เธอรีบสะบัดผ้าห่มออก ชะงักนิดหนึ่งตอนหันไปมองบุคคลที่อยู่อีกซีกของเตียง ชายหนุ่มยังหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอบอกว่ากำลังดื่มดำนิทราแสนสุข กริการ์รีบเบนหน้าหนีเมื่อใจเผลอนึกย้อนไปในค่ำคืนที่ผ่านมา

ไปก่อนนะเธอบอกในใจแล้วรีบจัดการตัวเอง ก่อนจะรีบกระโจนออกจากห้อง

กริการ์มาสายไปเกือบชั่วโมง แต่นั่นก็เร็วที่สุดแล้วที่เธอจะทำได้ กว่าจะมาถึงที่ประชุมหญิงสาวก็เหนื่อยหอบ หายใจแทบไม่ทัน

ภายในห้องประชุมเพื่อนร่วมงานมากันครบทุกคนแล้ว ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้า กริการ์ผงกศีรษะให้หัวหน้าเชิงขอโทษ ชายหนุ่มไม่ยิ้มแต่พยักหน้ารับแล้วบอกให้เธอนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน เธอจึงรีบเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างตติย

“นอนดึกเหรอ” ตติยถาม

กริการ์ยิ้มเจื่อน ได้แต่ตอบในใจว่า ไม่ได้นอนต่างหาก

นับว่าเธอยังโชคดีที่เป็นการประชุมภายใน ไม่มีลูกค้า ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี

หญิงสาวพยายามเรียกสมาธิ

การประชุมครั้งนี้เป็นการสรุปงานทั้งปี งานที่ยังค้างอยู่ของแต่ละคน เมื่อถึงคิว กริการ์เปิดแฟ้ม นึกอยากได้กาแฟสักแก้ว ในท้องตอนนี้มีแต่น้ำ “ตอนนี้ของก้ามีสี่ชิ้น คุณนามกรเซ็นแบบเมื่อวานนี้ เริ่มงานได้วันพุธ อีกสองชิ้นกำลังเขียน ส่วนที่หัวหินถ้าไม่มีปัญหาอะไรน่าจะส่งงานได้วันที่ยี่สิบแปดค่ะ”

ดนัยพยักหน้า แล้วหันไปทางนรินทร์ หุ้นส่วนอีกคนที่มาประชุมร่วมเสนอแผนงานสำหรับปีหน้าเป็นการปิดท้ายก่อนที่จะแสดงความใจกว้างด้วยการสั่งพิซซ่ามาเลี้ยงลูกน้องในฐานะนานๆ จะเข้ามาดูงานสักที ดังนั้นบรรยากาศในช่วงพักเที่ยงจึงค่อนข้างเฮฮาสนุกสนาน

ขณะกริการ์กำลังจดจ่อกับการเทออริกาโนใส่ซูเปอร์เดอลุกซ์ของเธอ จู่ๆ ชุลี ประชาสัมพันธ์รุ่นน้องก็จ้องจนต้องหันไปมอง

คอพี่ก้าเป็นอะไรเหรอ มีรอยแดงตรงนี้ หญิงสาวตัวเล็กชี้มือที่คอตนเอง

คนถูกทักยกมือตะปบอย่างรวดเร็ว เหรอ ตรงไหน ขอพี่ดูกระจกก่อน ไม่น่ามีอะไรนะ

มันเป็นจ้ำสีแดงๆ เหมือนรอยช้ำเลย ดูเหมือนอีกหลายคนที่ยืนล้อมโต๊ะกลางจะพร้อมใจกันหยุดดื่มกินชั่วคราว ขณะที่กริการ์รีบล้วงหากระจกในกระเป๋าสะพาย

พี่ว่าเหมือนรอยจูบนะ อิ๋ว อินทีเรียร์สาวผมสั้นพูดขึ้น

กริการ์ชะงักมือที่กำลังเปิดตลับแป้ง คราวนี้ทุกคนหันมามองเธออย่างพร้อมเพรียง

ชุลีเลิกคิ้วสูง ใช่ๆ รอยจูบ หนูก็กำลังคิดอยู่ว่ามันเหมือนอะไร เธอปรบไม้ปรบมืออย่างชอบใจ

เจมส์ชะโงกหน้ามาดู จริงด้วยว่ะ

รู้แล้ว ที่มาช้าก็เพราะ...

กริการ์หน้าร้อนผ่าว เสียงเกรียวกราวของเพื่อนฝูงดังขึ้นอย่างสนุกสนาน ต่างส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นไปที่กริการ์

“ไม่ใช่! สงสัยอะไรกัดมั้ง”

เฮ้ย ไอ้ก้า มีแฟนตั้งแต่เมื่อไรวะแกนรินทร์ซึ่งค่อนข้างโผงผางเดินมาโอบไหล่เธอ หญิงสาวอึกอัก

“หา! ก้ามีแฟนเหรอ” จอยฝ่ายธุรการ แฟนสาวของดนัย ซึ่งปกติจะเงียบๆ วิ่งเข้ามาพลางทำตาโต “แล้ว...” เธอหันไปทางตติย กริการ์ยิ่งหน้าแดง ทั้งหมดพากันหัวเราะคิกคัก

“ไม่ใช่นะพี่จอย”

“อะไรกันว้า...เผลอแป๊บเดียวโดนตีตราจองแล้ว” เจมส์หันไปทางตติย “น่าสงสารมดแดงว่ะ”

“ไอ้เจมส์!

พอแล้วน่า ก้าบอกไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิวะ” ตติยพูดปราม เจมส์กรอกตาแล้วหันไปกัดพิซซ่าคำใหญ่ “มึงไปอยู่ด้วยหรือไงถึงได้รู้ว่าก้าทำอะไรที่ไหนมั่ง แล้วอีกอย่างนะ มึงจะโกรธทำไมวะไอ้คุณเต ไม่มีใครบอกซะหน่อยว่าใช่ ก้าก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ ใครเถียงเหรอ”

ตติยปิดปากเงียบทันที เริ่มรู้ตัวว่าล้ำเส้นการหยอกล้อจนทำให้บรรยากาศเสีย และความจริงก็เป็นแบบที่อีกฝ่ายพูด ไม่ควรโกรธ เขายกมือให้เจมส์ แล้วหันไปทางกริการ์ “ขอโทษ”

อาจเพราะอารมณ์ตติยไม่ดีทำให้การแซวหยุดลง กริการ์หลุดจากวงล้อมล้อเลียนจึงตั้งหลักได้

“ไม่เป็นไรเต ก้าก็ไม่ได้โกรธอะไร ไม่เอาน่า อย่าเครียด กินๆ ขอไก่ก้าชิ้นนึง” เธอพูดพลางถลาไปหยิบปีกไก่ในกล่อง ความตึงเครียดช่วงสั้นๆ จึงหายไป แม้ในใจคนถูกล้อจะร้อนผ่าวไปด้วยความจริงที่น่าเขินอายก็ตาม

น่าโมโหนัก ทำให้ตื่นสายไม่พอ ยังทำขายหน้าอีก...

 

            ตลาดนัดในตัวอำเภอไม่ได้มีขนาดใหญ่โต แต่สร้างความตื่นใจให้แพรวาอยู่ดี เพราะวันนี้โชติกพาเธอมาหาซื้อของจำพวกเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอื่นๆ เพิ่มเติม ตลาดเป็นถนนสายสั้น ร้านรวงคือตึกแถวทรงโบราณ รถเข็นและแผงลอยง่ายๆ มีขนมที่แพรวาไม่รู้จัก ของกินแปลกๆ แทนที่จะใช้เวลาสั้นๆ กลับกลายเป็นโชติกต้องเดินตามเธอที่เตร่ร้านนั้นร้านนี้อยู่นาน

            กลิ่นหมูย่างโชยมาเตะจมูก แพรวาดึงแขนโชติก “หอมหมูย่าง”

            “หมูย่างอะไรอีก ที่ถือก็เต็มสองมือแล้ว เดี๋ยวก็เป็นหมูขึ้นมาจริงๆ หรอก”

            “ถึงเป็นหมูก็ไม่มีสิทธิ์ทิ้งแล้ว” แพรวาเชิดหน้าพลางเกาะแขนโชติกแน่น เขาขยี้ผมหญิงสาวเชิงเอ็นดู ด้วยความที่เป็นคนต่างถิ่นจึงเป็นที่สนใจอยู่แล้ว แถมวันนี้แพรวากลับมาใส่ชุดเดิมกับวันที่หนีจากงานแต่ง จึงยิ่งเด่นจนเรียกได้ว่าถูกจับจ้อง พ่อค้าในแผงปลาสดและเด็กหนุ่มที่กำลังเข็นผักทำให้โชติกรู้สึกทั้งภูมิใจและหึงหวง

            ดอกฟ้ามาอยู่ในมือแล้ว จะอยู่ได้นานขนาดไหนกันนะ...

 

            วันพฤหัส

            เพราะงานล้วนๆ ทำให้สัปดาห์นี้สำหรับกริการ์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกตัวอีกทีตติยก็เดินมาล้อมหน้าล้อมหลังชวนไปหามื้อเย็นกิน เป็นอันรู้กันว่าพวกเขาไม่ได้หมายถึง ข้าวที่เป็นเมล็ดอยู่ในจาน แต่เป็น ยอดข้าวสีอำพันในแก้วใสต่างหาก

ร้านนี้ลักษณะคล้ายอาคารพาณิชย์ตกแต่งใหม่ ด้านในเล่นระดับด้วยการยกพื้นทำจากไม้ ที่นั่งมีหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่โต๊ะกลม ชุดโซฟา และแบบโต๊ะอาหาร ในใจหญิงสาวกลับมาสดใสขึ้นเล็กน้อย นับจากงานแต่งงานเรือคว่ำเธอก็ไม่ได้มาเที่ยวที่นี่อีกจนกระทั่งวันนี้

            กริการ์รู้ดีว่าการมาที่นี่ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป แต่อย่างน้อยให้ลืมอะไรสักพักก็ยังดี กริการ์คิดขณะฟังเพลง ด้วยที่นี่เป็นร้านประจำของพวกเธอ จึงคุ้นเคยสนิทสนมกับเจ้าของร้านซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกลางๆ

            “ไม่เจอกันนานอาทิตย์ ยังสวยเหมือนเดิมนะน้องก้า”

            หญิงสาวช้อนสายตา “ไม่เหมือน ต้องสวยขึ้นสิพี่ภัทร”

            เขาหัวเราะ “แค่นี้ก็สวยจนไม่มีที่จะเก็บแล้ว” เธอแกล้งทำเป็นเขิน คนอื่นๆ แซวต่อเรียกเสียงหัวเราะ ในกลุ่มมีตติย เจมส์ และเพื่อนชายอีกสองคน ดังนั้นโต๊ะนี้จึงมีกริการ์กับชุลีเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง

            “มาวันนี้ไม่มีบอลดูเลย” ตติยบอก แต่เขาก็นั่งมองจอทีวียี่สิบเก้านิ้วที่ฉายเทปการแข่งขันซ้ำ กริการ์เท้าข้อศอกบนหัวไหล่ชายหนุ่ม เอนตัวพิงอย่างถือวิสาสะ

            “มองสาวแทนแล้วกัน...อ้าว!” เจ้าของร้านบอก แต่ท้ายประโยคเขาหันไปทักคนที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้วรีบลุกไปหา

            ผู้หญิงร่างสมส่วนในวัยสี่สิบต้นๆ ผมยาวตรงสีดำขลับ เธอสวมเสื้อแขนกุดกับกางเกงยีน กริการ์ยกแก้วขึ้นดื่มแล้วมองตาม ทันทีที่เห็นผู้มาใหม่เธอก็สะอึกจนเกือบสำลัก

            คุณรตี แม่เลี้ยงอคิน!

            “ตี สวัสดี เป็นไงมาไงเนี่ย คิดถึงจังเลย”

            ภัทรเข้ากอด “มาธุระนิดหน่อยเลยแวะมาหา เธอเป็นไงล่ะ สบายดีไหม ลูกค้าเพียบเลย ร่ำรวยใหญ่”

            เจ้าของร้านโคลงศีรษะยิ้มๆ “มานั่งก่อนเถอะ ไม่รีบใช่ไหม เดี๋ยวแนะนำให้รู้จักน้องๆ”

            เธอฉีกยิ้มให้บรรดาคนที่นั่งอยู่ก่อน สายตาสะดุดเมื่อเห็นกริการ์...ซึ่งหลบไม่ทันแล้ว

            “ก้า...ใช่ไหมเนี่ย”

            งานนี้ตายไม่ต้องเผาแน่

            อ้าว รู้จักกันเหรอ

            กริการ์พยายามยิ้ม เธอผงกศีรษะทักทายตอบ สายตาทุกคนหันมารอคำตอบจากเธอกันหมด “เอ่อ...ค่ะ คุณน้ารตี...” เป็นอะไรดีล่ะ จะลำดับญาติยังไงดี

            “ตายแล้ว ดูสิ ไม่น่าบอกว่ารู้จักกันเลย แบบนี้จะให้คนอื่นเรียกฉันว่าพี่ได้ยังไงเนี่ย” รตีร้อง คนอื่นหัวเราะ “เป็นญาติกับก้าเขาน่ะค่ะ แฟนพี่ เอ่อ...น้าก็ได้ แฟนน้าเป็นพ่อของน้องเขยก้า...”

            ดูเหมือนว่าคนฟังจะไม่ได้สนใจจะลำดับความสำคัญ เพียงแค่คำว่าญาติกับชื่อก็พอแล้วสำหรับการทำความรู้จักและการกินเลี้ยง

            “อุ๊ย! เดี๋ยวขอไปเข้าห้องน้ำหน่อย” รตีลุก ภัทรบอกทางให้

            “งั้นก้าไปบ้าง” กริการ์รีบลุกขึ้นเดินตามไป

 

            ที่ห้องน้ำ กริการ์ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาทำธุระ จึงได้แต่ยืนหน้ากระจก มองตัวเองแล้วถอนใจว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ รตีเปิดประตูออกมา เธอยิ้ม ท่าทางไม่แปลกใจที่เห็นกริการ์

            “ใช้ได้” รตีพูด

            “คะ?” กริการ์งง

            รตียกนิ้วให้กริการ์ “ไหวพริบดี แต่ถ้าน้าไม่ได้ขอตัวมาห้องน้ำ เธอจะใช้วิธีไหนที่จะปลีกตัวมาคุยได้ล่ะ”

            กริการ์อึ้ง เธอยิ้มแหยส่งให้อีกฝ่าย “ไม่รู้ค่ะ แต่ก้าคิดว่า...คุณคงไม่พูดอะไร”

            “รู้ได้ยังไง”

            “ถ้าคุณจะตำหนิก้า คุณคงไม่ทักด้วยน้ำเสียงแบบนั้น หรือไม่...เราคงไม่เจอกันที่นี่” กริการ์บอก นัยน์ตาจับจ้องกิริยาอีกฝ่าย ในที่สุดรตีก็หัวเราะชอบใจ ปรบมือเบาๆ

            “เก่งกว่าที่คิด” รตีกอดอก “แล้วที่จะพูดก็คือ...”

            “คุณน้าคงไม่พูดเรื่องก้ากับ...หมายถึงเรื่องแต่งงานน่ะค่ะ ใช่ไหมคะ”

            “แคร์ใครล่ะ” แววตาคนถามวาววับ กริการ์งงในวินาทีแรกแต่ก็เข้าใจทันที “เปล่าหรอกค่ะ เพื่อนๆ กันทั้งนั้น”

            “คนที่เธอนั่งพิงด้วยน่ะเหรอ”

            หญิงสาววัยอ่อนกว่าหน้าร้อน ดูท่าว่ารตีจะไม่แค่เห็นเธอตอนที่ทักเท่านั้น “เพื่อนจริงๆ ค่ะ”

            “ล้อเล่น น้าเชื่อ ไม่งั้นเธอไม่...” รตีคล้ายจะพูดอะไรแต่เปลี่ยนใจ “ใครจะไปพูดให้หลานสาวที่น่ารักต้องเสียหายได้ล่ะ ว่าแต่ที่กลัวน่ะในแง่ไหน”

            กริการ์งงอีกหน

            “ไม่ให้น้าพูดเรื่องเธอกับอคินให้เจ้าหนุ่มนั่นได้ยิน หรือไม่ให้อคินรู้เรื่องที่เธอมาเที่ยวที่นี่กับเพื่อนผู้ชายกันล่ะ”

            กริการ์ตัวชา รู้สึกเหมือนจนมุมในรอยยิ้มมีเลศนัยจากใบหน้าสวยนั่น

            “แต่ไม่ว่ายังไง...เธอเป็นหนี้น้าซะแล้วล่ะ หนูก้า”

 

            อากาศเย็นสบาย แต่แพรวานอนกระสับกระส่าย พยายามข่มตาให้หลับแต่รู้สึกกระอักกระอ่วนจนอ้อมกอดที่เคยอบอุ่นของโชติกกลายเป็นอึดอัด ขณะพลิกตัว ในช่องท้องปวดมวน คลื่นไส้ มีของเหลวแล่นขึ้นมาจ่อที่คอ เธอลุกพรวดพราด กริยารวดเร็วทำให้โชติกสะดุ้งตื่น

            “แพร”

            โชติกเห็นแพรวาตรงไปที่ห้องน้ำจึงรีบลุกตามไป

            แพรวากำลังอาเจียนอย่างรุนแรง

           

 

 1.11.2017

สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #793 เดียว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2554 / 17:26
    ในหนังสือไม่มีตอนพิเศษอ่ะ เสียใจ ..
    #793
    0
  2. #792 สุดแสนรัก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 20:19
    1.นามสกุลของอคินคือ?
    ตอบ เลิศลักขณา (กรี๊ดดดดด ขอกรี๊ดหน่อย ฮ่าๆๆๆ มั่นใจว่าตอบข้อนี้ถูกแน่ๆ เพราะงั้นไรเตอร์ต้องให้เค้าใช้นามสกุลนี้ด้วยนะ อยากมีสามีเป็นพระเอกอ่ะ ฮ่าๆๆ)
    2.มอเตอร์ไซค์ของโชติกยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร และสีอะไร?
    ตอบ ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นนินจา สีเขียว
    3.สามีภรรยารุ่นพี่ที่โชติกกับแพรวาไปพักด้วยชื่ออะไร?
    ตอบ ชพี่รัฐกับพี่รุ่งค่ะ ฮ่าๆๆ
    4.ชอบเหลี่ยมเสน่หาเพราะอะไร?
    ตอบ ที่เค้าชอบเรื่องนี้เพราะว่าเริ่มอ่านแล้วลุ้นตามเลยค่ะ ทุกอย่างพลิกผันไปหมดไรเตอร์เขียนได้อารมณ์คนอ่านสุดๆเลยค่ะ พูดได้คำเดียวว่าลุ้นมากกว่าไรเตอร์จะมาอัพ ลุ้นจนฉี่จะเล็ดเลยค่ะ ฮ่าๆๆ ในที่สุดไรเตอร์ก็ได้มาแจกสักที เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ชอบเพราะไลุ้นนี้ล่ะค่ะ ฮ่าๆๆ
    ปลช่วงนี้อากาศหนาวมากห่มผ้าด้วยนะค่ะไรเตอร์ ตอนนี้รีดเดอร์หวัดกินไปสองรอบแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ ขอให้ได้ด้วยเถอะ โอ้ม...เพี้ยง
    อีเมลล์ uriwanlovely@hotmail.com
    #792
    0
  3. #791 nan.4n (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 19:51

    1. พระเอกนามสกุล   เลิศลักขณา
    2. รถมอเตอร์ไซค์ คาวาซากินินจา สีเขียว ขนาดสองร้อยห้าสิบซีซี
    3. ชื่อ รัฐ กับ รุ่ง

    4. .คนอย่างเธอ มีหรือจะยอมเป็นนางเอกน้ำเน่า ไหน ๆ ก็เสียตัวแล้ว ใจของเขา เธอจะเอามาให้ได้ ตอนแรกเลยชอบเพราะประโยคนี่เลยค่ะ แบบอ่านแล้วสะดุดมากๆๆเรื่องนี้ต้องอ่าน โดยส่วนตัวนะคะชอบเพราะการวางพล็อตเรื่องแปลก แตกต่างจากที่เคยอ่านมา  การดำเนินเรื่องน่าสนใจ ลุ้นกับทุกฉากทุกตอน  นอกจากนี้ยังสะท้อนชีวิตคู่ของหลาย ๆ คู่ ความรัก ความห่วงหา อาทร ความสดใส น่ารัก ความผิดหวัง การลาจาก  การกลั่นแกล้งกัน มีครบทุกรส กลมกล่อมเลยค่ะ

    คู่พระเอกนางเอกฉลาด ทันเกมกัน นางเอกไม่อ่อนแอ สู้ชีวิตมาก ๆ เป็นคนยิ่งในศักดิ์(ออกจากบ้านมาสู้ชีวิตลำพัง) พระเอกขี้เก็กแอบดูแล แอบห่วง แต่ไม่ค่อยแสดงออกน่ารักดีค่ะ ชอบกวนประสาทนางเอกนิด ๆ ห่ามหน่อย ๆ บางตอน อ่านไปยิ้มไป เขินไป บางตอนอินกับนางเอกมาก ๆ ค่ะสงสารนางเอกก็แอบน้ำตาไหล  

    คู่แพรวากับโชติก ดูเหมือนสดใสน่ารัก กุ๊กกิ๊ก แต่แอบดราม่ามาก ๆ เป็นความรักที่ทำให้ใครหลาย ๆ ประทับใจ ความรักชนะทุกอย่างเห็นจะจริง  รักแล้วต้องอดทน ต้องเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน  จนสามารถพิสูจน์ให้ใคร ๆ ได้เห็นได้เข้าใจกับความรักของคนทั้งคู่ได้ แพรวาเองก็เป็นคนกลางที่เป็นแบบอย่างที่ดีเลยทีเดียวค่ะ พยายามปองดอง  เอาใจใส่ทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหมั่นไส้ เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้เลยค่ะ  อ่านนิยายได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดจริง ๆ ค่ะ
    nan.4n@hotmail.com 

     




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 ธันวาคม 2554 / 19:53
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 24 ธันวาคม 2554 / 21:13
    #791
    0
  4. #790 ผึ้ง1388 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 22:58
    เล่นเกมส์ด้วยคนค่ะ
    1. พระเอกนามสกุล เลิศลักขณา
    2. คาวาซากิ รุ่นนินจา สีเขียว
    3. ชื่อพี่รัฐ กับรุ่ง
    4. ชอบเรื่องนี้เพราะมีอะไรให้ลุ้นดีค่ะ อ่านตอนแรกนึกว่าแพรวาเป็นนางเอก ที่ไหนได้ยังอ่านไม่จบตอนก็เริ่มรู้แล้วว่าผิดคาด พี่คินก็ช่างเอาแต่ใจ และเหมือนบ้าอำนาจนิดๆทั้งทีก้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจช่วยน้องแพรหายไป แต่ทุกคนก็สรุปให้ว่าต้องรับผิดชอบ อ่านแล้วก็ตามลุ้นว่าคู่ที่เริ่มต้นแบบนี้แล้วจะจบลงแบบไหน ส่วนคู่แพรวาที่ตัดสินใจนาทีสุดท้ายว่าจะทำตามใจตัวเอง คู่นี้ก็น่าลุ้น ถึงโชติกจะเป็นคนดีแต่ทางแม่และยายก็ยากได้คนรวย ที่จริงคุณพรฟ้า ก็มีประสบการณ์ แต่ก็ยังทำเหมือนเดิม ผิดตรงสุดท้ายก็ให้โอกาสโชติกได้แสดงให้เห็นความตั้งใจจริง อ่านแล้วก็เห็นใจมากๆค่ะ ทั้งสองคู่ก็มีเหตุผล แต่คู่แรกก็ทำให้ลุ้นมากว่าสุดท้ายจะลงตัวกันตรงไหน กว่าพี่คินจะยอมรับได้ว่าตัวเองก็ต้องยอมให้คนที่ตัวเองรักเหมือนกัน ชอบเวลาแอบหวานนิดๆกับก้าค่ะ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่จะละเอียดพอรู้ว่าก้าชอบอะไรไม่ชอบอะไร เหมือนกันแต่ไม่ค่อยพูดค่ะ เลยออกชอบๆพี่คินค่ะ

    piyanard_418@hotmail.com

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 ธันวาคม 2554 / 23:01
    #790
    0
  5. #789 ปิยะวรรณ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 21:05

    ไม่รู้จะโดนใจไรเตอร์หรือเปล่า  แต่เรื่องโดนใจเรามากเลยค่ะ

    1  เลิศลักขณา
    2  ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นนินจา สีเขียว
    3  รุ่ง กับ รัฐ
    4  ชอบเรื่องนี้เพราะว่าทั้งพระเอกและนางเอกไม่น่าเข้ากันได้เลยและตอนแรกก็ดูเหมือนพี่คินจะโหดๆ อะไรก็ต้องไม่เสียเปรียบ ในขณะที่นางเอกก็ต้องจำใจต้องช่วยรับผิดชอบทั้งๆที่โดนหลอกมาแท้ๆ   ก็คงไม่มีใครคิดว่าแพรวาที่ดูเหมือนคนซื่อจะใช้ไม้นี้  แล้วทั้งแม่ของแพรวา และยายอีกที่กดดันกันสารพัด  เหมือนก้าเป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์ครอบครัวนี้เท่าไร แต่ที่จริงก็ยอมให้ถ้าครอบครัวต้องเดือนร้อนในขณที่หลานรักกลับไม่ค่อยรับผิดชอบเท่าไร อ่านแล้วก็อดรู้สึกสงสารก้าไม่ได้ แต่โชคดีที่ได้คนที่ดีพร้อมอย่างพี่คิน  แต่ที่จริงก้าคงไม่ค่อยคิดเหมือนคนอื่นเท่าไร  เลยทำให้อยากอ่านต่อว่าสุดท้ายจะลงตัวแบบไหน   คนที่เจ้าระเบียบบ้างาน  กันคนที่สบายๆ หัวสมัยใหม่ ทำอะไรก็ได้ที่ใจอยากทำแล้วใครจะยอมใครก่อนเรื่องทำให้น่าติดตามค่ะ  แล้วไหนจะคุณหนูที่สุขสบายมาตลอดจะทนต่อชีวิตที่ลำบาก แต่เป็นอิสระอยู่กับคนที่รักจริงๆ แต่มีแต่ตัวกับหัวใจและยอมรับได้ทุกอย่างได้หรือเปล่า แล้วไหนจะแม่ที่อยากได้ลูกเขยดีพร้อมอีกจะเป็นแบบไหน เรื่องนี้มีหลายมุมมองคนที่เป็นแม่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด แต่จะถูกใจลูกหรือเปล่า บ้างทีเราว่าคนเป็นแม่ก็ลืมคิดไปเหมือนกัน แต่เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นว่าการหนีไม่ได้ช่วยอะไรเลยต้องยอมรับเหตุผลซึ่งกันและกันให้เวลาเป็นตัวช่วยค่ะ ไม่ต้องมีตัวร้าย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนแต่ละคนจะฝ่าฟันปัญหาของแต่ละคนไปในแบบไหนให้จบอย่างสวยงามทำให้อยากอ่านต่อค่ะ  ว่าบทสรุปของแต่ละคนมาแนวไหนกัน

    junejuly 25181@hotmail.com

    #789
    0
  6. #788 che_ii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 11:42
    จ๊ะเอ๋  มาแว้ววววว

    1. เลิศลักขณา
    2. คาวาซากิ  นินจา  สีเขียว 
    3. ชื่อพี่ รัฐ - รุ่ง

    4.  หุหุ   3  คำเลยที่ชอบเรื่องนี้ ===>  หลงรัก   หลงใหล  และเพลียใจ   


    ลป.  ต้องการให้ขยายความด้วยป่าว ?

    หลงรัก ==>  หลงรักนางเอกอ่ะ  อ่านตอนแรกๆ  ก็คิดว่านางเอกก็ออกแนวสู้คนไม่นุ่มนิ่มโง่เดียงสาเท่าไหร่  แต่พออ่านไปๆๆ  กรี๊ดดดดดดดดดดดดด  เราหลงรักน้องก้าจนโงหัวไม่ขึ้น  เป็นนางเอกที่มีสีสรรสุดๆ ครบรสเหมือนคนอร์เลย  อิอิ เป็นอะไรที่พอดีๆ  กลมกล่อมๆ  แบบไม่รักไม่ได้แล้วอ่ะค่ะ

    หลงไหล ==>  ในเรื่องนี้ เราหลงใหลในอรรถรสและการดำเนินเรื่องที่ค้างงงงงงงง  ให้เราหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้ทุกตอนเลย  อุธิยา ชีช่างสามารถจริงๆ  ค้างไว้แล้วก็ทำให้เรากระวนกระวาย กินไม่ได้  นอนไม่หลับ  เหมือนถูกของ  ยังไงยังงั้นเลย (ตอนหลังมาอาจจะเป็น  กินไม่เหลือ  นอนไม่ตื่นนะ 555+ ) 

    เพลียใจ ==>  เพลียกับคนแต่ง อ่ะ  สองมาตรฐานมั่กมากกก  ทั้งเรื่องอคินสบายที่สุด เพราะเฮียดันหล่อเข้าตาอุธิยา กลายเป็นเด็กสร้าง เฮียคินแกเลยสบายตลอดทั้งเรื่อง ไม่ต้องรับศึกหนักเสียใจอะไรเลย  รีดเดอร์เชียร์ให้จัดหนักเฮียในตอนท้าย  อุธิยายังไม่สนองนโยบายให้เลย  ก็บอกแล้ว ลูกรักของเจ๊เค้า รีดเดอร์เลยเพลียยยยยย      อีก 1 เพลีย  คือเจ๊พรฟ้า อ่ะ น่าตบจริงๆ  อ้อที่แปลกอีกอย่าง (e)มารร้ายเรื่องนี้  เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อน้องก้ามากเลย  ทั้งแก่  ทั้งเ่ยว  สูงวัย ใจร้าย  ครบสูตรจริงๆ  เราก็เลยเพลียยยยยยอีก

    ยาวไปแล้ว ขอเอวังฯ  ก่อนค่ะ 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 ธันวาคม 2554 / 11:43
    #788
    0
  7. #787 chana2555 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 00:43

    ขอลุ้นค่ะ

    1  พระเอกนามสกุล   เลิศลักขณา
    2 รถมอเตอร์ไซค์ คาวาซากินินจา สีเขียว ขนาดสองร้อยห้าสิบซีซี
    3 ชื่อรัฐ กับรุ่ง
    4 ชอบเรื่องนี้เพราะนางเอกออกจะสู้คนหน่อยๆค่ะ  อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดว่าคนที่ดีพร้อมสำหรับคนอื่นก็อาจจะไม่ใช่คนที่ดีพร้อมสำหรับเราก็ได้  เหมือนพระเอกที่คิดว่าตัวเองดีพร้อมไม่เคยถูกผู้หญิ่งปฏิเสธ แต่พอมาเจอสองสาวสองคนนี้ก็อาจทำให้เสียความมั่นใจไปเลย  อีกคนก็หนีแต่งงาน  อีกคนก็ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ  แต่นางเอกเรื่องนี้เป็นคนตรงๆดีค่ะ  อ่านมาหลายเรื่องไม่ค่อยเจอนางเอกที่เป็นลักษณะนี้ค่ะ ทำให้ลุ้นว่าจะสู้รบกับพระเอกไหวหรือเปล่าเพราะคนนั้นเค้าเป็นนักธุรกิจตัวจริง ถึงสุดท้ายจะแพ้ทางสาวเก่งอย่างกี้ แต่กว่าจะลงตัวได้ ก็ได้ลุ้นกันหลายตอนเหมือนกัน ส่วนคนเงียบอย่างแพรวาก็กล้าตัดสินใจตามใจตัวเอง  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่างตัดสินใจคนที่บุคลิกภายนอกที่เห็นค่ะ  อาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้  เลยทำให้ตามอ่านและตามลุ้นค่ะ  

    bungorn19@hotmail.com



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 ธันวาคม 2554 / 00:49
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 23 ธันวาคม 2554 / 23:29
    #787
    0
  8. #785 Wonwow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554 / 08:36

    ตอบคำถามค่ะ

    1.นามสกุล ของอคินคือ เลิศลักขณา

    2.ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่น นินจา สี เขียว

    3.ชื่อ รัฐ-รุ่ง

    4.ชอบชื่อเรื่องเพราะโดนใจให้เข้ามาอ่านและเมื่อได้อ่านเนื้อเรื่องแล้วให้รู้สึกมีส่วนร่วมชวนให้ติดตามทำให้

    อยากอ่านอยากรู้เนื้อหาของตอนต่อไป ชอบพระเอกเพราะมีบุคลิกที่โดดเด่น ตัดสินใจเด็ดขาดรวดเร็วและ

    เชื่อ มั่นในตัวเอง

    thapanee2492@hotmail.com
    #785
    0
  9. #784 nooTeinG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 02:40
    เล่นด้วยๆ

    1.เลิศลักขณา

    2.คาวาซากิ สีเขียวมั้ง 250 ซีซี

    3.รุ่งกับรัฐ

    4.ชอบเหลี่ยมเสน่หา โดยส่วนตัวชอบโชติก ชอบด้วยเหตุผลส่วนตัว แบบว่าอยากได้แบบนี้ จะเอาคนนี้ประมาณนี้เลย ไม่ต้องเลิศเลอมากแบบพี่คินก็ได้ แบบว่าเจ้าเลห์เกินตามไม่ทัน เชื่อไหมว่าเราคิดว่าคู่ของก้ากับพี่คินเป็นคู่รอง 555 แบบว่าชอบ!!! อยากไปกัดก้อนเกลือกินแทนแพร เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายมั๊ง เพราะไม่เห็นมีใครทำอะไรก้ากับพี่คินได้เลย นอกจากทำกันเอง ร้ายใส่กันเอง 555 (ชอบโชอ่ะ) แอบเศร้าจนไม่อยากอ่านต่อ ตอนแพรคิดว่าโชตาย (พระเอกจะตายได้ยังไง...)ชอบคุณแม่แพรนะ เพราะรักลูกมากมากก(แต่ไม่ต้องคิดแทนลูกก็ได้ ถามลูกหน่อยลูกชอบไหม) แอบคิดว่าชื่อนางเอก(ก้า)มาจากก้าก้า นักฟุตบอล อิอิ
    #784
    0
  10. #783 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 17:16
    เห็นว่ามีหนังสือแจกฟรีก็ต้องรีบรี่เข้ามานะสิค่ะอุธิยา
    1.เลิศลักขณา (อยากใช้เหมือนกันแต่กลัวคุณรตีและยัยก้าขบหัวเอา)
    2.คาวาซากินินจาสีเขียวสองร้อยห้าสิบซีซี
    3.รัฐ - รุ่ง
    4.เริ่มอ่านเพราะเห็นว่าติดอันดับ แต่พอได้อ่านแล้วก็เข้าใจว่ามันควรติดอันดับจริงๆ สนุกและน่าติดตามมากค่ะ ก้าเป็นนางเอกที่นิสัยน่าติดตามอ่านมากว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเป็นภรรยาตัวจริงสำเร็จไหม คินจะเข้าใจในความจริงเมื่อไหร่ ส่วนคุณคินก็อ่านไปมีความรู้สึกตามไปด้วยว่าเมื่อไหร่จะเข้าใจก้า เมื่อไหร่จะรู้ความจริง และเกลียดพรฟ้ากับเพียงดาวมากเลยค่ะ แต่ชอบโชติกนะคะ (ชอบโชติกมากก็เกลียดพรฟ้ากับเพียงดาวมากตาม 555+) เป็นผู้ชายที่ให้ความรู้สึกว่าอยากมีอย่างนี้สักคน อ่านแล้วติดมากขอบอกค่ะอุธิยา

    น้องแมว Jira.Rutn@gmail.com
    #783
    0
  11. #782 lovecaramel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 08:58
     1. เลิศลักขณา
     2. คาวาซากินินจาสีเขียว ขนาด 250 ซีซี
     3. รุ่งกับรัฐ
     4. ชอบตรงเรื่องนี้มีหลายอารมณ์ นางเอกเหมือนโดนศึก 2 ด้าน จากพระเอก และครอบครัว แถมพระเอกยังคิดเป็นแค่เพียงตัวแทนอีก ซึ่งโดยส่วนตัวเคยอ่านเรื่องอื่นส่วนมากนางเอกจะยอมอ่อนข้อ แต่เรื่องนี้สนุกตรงที่ไม่ได้เรียบร้อยมาก ดูเป็นคนมั่นใจ อย่างตอนแรกๆ จะมีการปะทะฝีปากกับพระเอก ซึ่งสนุกตรงนี้ เศร้าเหมือนนิดๆ ตรงเรื่องครอบครัวที่ค่อนข้างเหมือนไม่สนใจนางเอก แล้วหนุกเวลาที่พระเอกเถียงกับนางเอกและแอบหวงนางเอกด้วย

    #782
    0
  12. #781 Tida (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 19:37
    ร่วมสนุกชิงหนังสือค่ะ

    1.เลิศลักขณา

    2.คาวาซากิ สีเขียว 250cc

    3.รุ่งกับรัฐ

    4.เหตุที่ชอบเหลี่ยมเสน่หา คือ 1.การเดินเรื่องของคนเขียนค่ะ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ชวนให้น่าติดตามไปเรื่อยๆ ไม่มีสะดุด ลุ้นและร่วมเป็นกำลังให้กับก้าให้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆไปด้วยดี 2.ชอบที่ก้าเข้มแข็ง แต่ก็แอบมีมุมอ่อนไหว และเป็นตัวของตัวเองดี 3.ขอบที่คนเขียนเขียนได้ดีเหลือเกินช่วงกิจกรรมที่ก้าและเพื่อนๆทำกันหลังเลิกงาน หรือช่วงสุดสัปดาห์ ไม่ว่าดื่ม ดูบอล หัวเราะ มีความสุขด้วยกัน มันทำให้รู้ว่ามิตรภาพที่ดีทำให้เรามีความสุขจริงๆ ทำให้นึกถึงสมัยที่เรียนช่วงที่กำลังจะจบแล้วได้ทำกิจกรรมพวกนี้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ 4. อีกตัวละครที่ชอบคือ คุณรตี เธอเป็นแม่เลี้ยงที่น่ารักมาก พยายามช่วยทั้งก้า และอคิน ให้กล้าที่จะยอมรับความจริงในความรักที่ตัวเองมี แต่วิธีการของคุณเธอแอบจิกกัด ไปสกิด ต่อมความรู้สึก(ช้า) ของทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี 5.ชอบที่เรื่องนี้มีเหตุมีผล ไม่มีตัวร้าย หรือนางอิจฉาที่เวอร์ หรือไร้เหตุผล ทำตัวไร้สาระที่คอยแต่จะจับพระเอก หรือสร้างความร้าวฉานไร้สาระ 6. สุดท้ายแล้วค่ะ 555 ถึงจะเป็นนิยายธรรมดา พล็อตเรื่องก็ไม่ได้ต่างกับเรื่องอื่นๆมากนัก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทำให้คนอ่านร่วมมีอารมณ์ เอาใจช่วย เเละลุ้นจนจบไปกับตัวละคร คนเขียนบอกกับคนอ่านได้เป็นอย่างดีถึงเหตุผลของแต่ละตัวละคร ทำให้รู้สึกว่าคนอ่านเป็นตัวละครตัวนั้นเลย (อินจัด 555) สรุปเหลี่ยมเสน่หาสนุก จบจ้า



    ปล.ขอบคุณคนเขียนที่น่ารักมากเลยนะค่ะที่สร้างสรรค์เหลี่ยมเสน่หามาให้นักอ่านทุกคนได้อ่านและชื่นชมกัน ขอบคุณจริงๆๆค่ะ
    #781
    0
  13. #778 milan-tee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 10:59

    เล่นเกมส์ด้วยคนคะ
    1. เลิศลักขณา
    2. คาวาซากิ นินจา สีเขียว
    3. คุณรุ่ง กะ คุณรัฐ
    4.เหตุที่เริ่มอ่าน และ ติดงอมแงม เพราะชอบนางเอกของเรื่อง น้องการ์เป็นผู้หญิงที่แกร่ง เข้มแข็ง มากด้วยความสามารถ จะคิดจะทำอะไรก็คิดและทำด้วยตัวเอง ยืนอยู่บนลำแข้งลำขาของตัวเอง ถึงตอนที่มีความรัก ก็รักอยู่ภายในใจของตัวเองอีกนั้นแหละ อ่านแล้วรู้สึกมันไม่ใช่นิยายล้วน ๆ มันมีความเป็นจริงอยู่บ้าง เช่น นางเอกในเทพนิยายต้องเรียบร้อย เจ้าน้ำตา ยอมให้คนอื่นทำร้ายตลอด ซึ่งในเหตุการณ์ความเป็นจริงมันไม่มีหรอกคนบนโลกนี้ ที่จะเป็นแบบนี้ แต่เรื่องนี้นางเอกกล้า บ้าบิ่น ร้ายบ้างเป็นบางเวลา ร้องไห้เมื่อเสียใจสุด เฮฮากับเพื่อนซึงมีทั้งหญิงและชาย กินเหล้าบ้างเมื่อถึงเวลา อะไรประมาณนี้ เอาเป็นว่าที่ติดใจอ่านเพราะชอบพล็อตเรื่องที่วางตัวละครไว้ภายใต้ความเป็นจริงของโลกใบนี้ละกัน ขอบคุณคะ

    #778
    0
  14. #777 cactus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 09:39
     ลืมส่ง Email:  Piyatida_sup@hotmail.com  
    #777
    0
  15. #776 cactus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 09:36
    1. อคิน เสิศลักขณา
    2.คาวาซากินินจา สีเขียว 250CC
    3.รุ่งกับรัฐ
    4.ชอบเหลี่ยมเสน่หาเพราะชอบนางเอก คือ ก้า นิสัยแบบคนยุคปัจจุบันดี นางเอกไม่โง่ ไม่ใช่นางเอกเจ้าน้ำตา เข้ากันได้ดีกับพระเอกมาดขรึมแบบคุณอคิน เนื้อเรื่องชวนติดตาม และเลิฟซีนแบบไม่ต้องเน้นนี่ดีมากเลย รู้สึกว่านิยายสนุกไม่ใช่ว่าต้องตามอ่านเลิฟซีนหวือหวา การดำเนินเรื่องไม่เยิ่นเย้อ ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกโดดเด่นเป็นของตัวเอง สร้างสีสันและสร้างความหมั่นไส้ได้ มุขจิกกัดเล็กน้อยนี่ บางครั้งก็คิดว่า เออ อุธิยาคิดได้ไงเนี่ย 555 ยอดหญิง ที่สำคัญจะบอกว่าแอบจินตนาการว่าตัวเองคือก้า ทั้งที่อายุใกล้จะป้าเข้าไปทุกทีแล้ว 5555
    ป.ล. ขอบคุณสำหรับจินตนาการของคุณอุธิยาที่ร้อยเรียง ถ่ายทอด ออกมาเป็นข้อความ หนังสือ ได้เป็นนิยายดีๆ ให้กับคนอ่านได้ผ่อนคลาย ถือเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ควรค่าแก่การห่อปกจะได้เก็บไว้อ่านได้สู่รุ่นต่อๆไป คือไม่รู้สิ บางครั้งก็คิดว่าอ่านนิยายสมัยนี้ค่อนข้างไปในแนววัยรุ่นเกิน เรามักไม่ค่อยเข้าใจการดำเนินเรื่องเท่าไหร่ อ่านได้ แต่ไม่สะสม ก็แปลกดีนะที่คอมเม้นอาจไม่ได้มากจนติดTop แต่นิยายสนุกจริงๆค่ะ เฮ้ย ป.ล. ไรเนี่ยยาวจริง
    #776
    0
  16. #775 Must@ang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 01:16

    1. เลิศลักขณา
    2. ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นนินจา  สีเขียว
    3. รัฐ-รุ่ง
    4.  ชอบเรื่องนี้  เพราะ....ชอบนางเอก  ชอบนิสัย (เป็นเรื่องแรกที่ชอบนางเอกมากว่าพระเอก กร๊ากกก) สำหรับเราเรื่องนี้นางเอก WIN  แบบว่า ก้าร์เป๊ะอ่ะ  ตรงๆ  ไม่เสแสร้ง  รักใครรักจริง แค่นิ่งๆ พระเอกก็หึงได้ 555 แล้วชอบไดอารี่ของการ์มาก  แค่รูป แต่มันบอกอะไรๆคนอ่านได้หลายอย่างมาก  พระเอกก้โดน  ปากคอเราะร้าย  แต่น่ารัก เอาแต่ใจ  แต่สู้ก้าร์ไม่ได้  ก้าร์แสบกว่าเยอะ 555 
              บอกไม่ถูกนะไรเตอร์ว่าชอบเพราะอะไร  รู้แค่ว่าชอบ  และรอ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ  รอดูว่า  ก้าจะทำไง  อคินจะแกล้งไรก้าร์  ตัวละครมันโดนจายยยย ชอบทุกคำพูดของก้าร์  ไม่ด่า แต่เจ็บ  

    sakurangi_slamdunk@hotmail.com
             

    #775
    0
  17. #774 ประไพพัชร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 00:05
    ในที่สุดก้อได้ร่วมสนุกและวัดใจกับอุธิยา ( ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะแจกหนังสือพร้อมลายเซ็นต์คะ ) เพื่อไม่เสียเวลา ตอบเลยคะ
    ข้อ 1 นามสกุล อคิน เลิศลักขณา
    2 รถ MC ของโชติก คาวาซากิ นินจา สีเขียว
    3 สามีและภรรยา ชื่อ รัฐ และ รุ่งคะ
    4 ทำไมถึงชอบเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ มีการดำเนินเรื่องที่มีกระชับ ภาษามีความเชื่อมโยง อ่านเข้าใจง่ายไม่เล่นคำหรือภาษามากเกินไป บทบาท
    ของตัวละครมีความร่วมสมัยเป็นมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน ชอบนางเอกที่เป็นตัวแทนของหญิงยุคใหม่ มีความสามารถ ไม่อ่อนแอเกินไป
    พระเอกไม่โหดหรือหื่นเกินไป มีเหตุและผลในการดำเนินชีวิต อ่านนิยายเรื่องนี้ยอมรับว่ามีความอิ่มในอารมณ์ ไม่ค้าง แม้จะหมั่นไส้แพรวา นิดๆ
    แต่มีความลงตัวในเนื้อหา การดำเนินเรื่อง อ่านแล้ว..สรุป..อยากเป็นนางเอกจังเลย..ดีใจด้วยคะที่ได้พิมพ์กับพิมพ์คำ ..ถึงจะไม่ได้รับหนังสือ
    ก็จะรออุดหนุนอยู่คะ..( แต่จริง..จริง..อยากได้จะได้สะสม และอวดเพื่อนที่ทำงาน..ว่าเราคือ แฟนพันธ์ุแท้ )
    สรุป..รออยู่ที่นี้คะ Noipang1012@gmail.com
    #774
    0
  18. #773 cactus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 21:34
    ยังไม่เห็นหนังสือมาเลยค่ะ วันนี้ไปดูทั้งนายอินทร์กับซีเอ็ด
    #773
    0
  19. #671 darika-grammy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2554 / 06:46
    แพรท้องหรอ??
    #671
    0
  20. #484 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:36
    คุณคินเป็นคนเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัวมาก
    #484
    0
  21. #332 MU @ Club (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 01:40

      คุณคิน แอบตีตรานู๋ก้านะนี่

      แหม....เข้าใจใช้กดของการใช้น่งใช้หนี้นะคุณคิน

      ที่แท้ก็แค่ข้ออ้างละว้า...5555

      แบบนี้เข้าข่ายพวกปากไม่ตรงกับใจใช่มั๊ยน๊า..

      โอ๊ะ..! โอ่ว.. น้องแพรเป็นอะหยังน๊อ... อย่าบอกนะว่า ...?
                       
    #332
    0
  22. #160 วนัน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 11:46
    ลุ้นด้วยคะ
    #160
    0
  23. #53 ทิวาวาร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 15:09
    คุณคิน...หื่นนะเนี่ย น่ารักอ่ะ  อิๆ
    #53
    0