เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 4 : 4 - เจ้าหนี้และเจ้าของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    28 ต.ค. 60

  



4

 

            มันเป็นนาทีวัดใจเลยนะเว้ย โทรศัพท์กับอุนจิ ฮ่าฮ่า

เจมส์ สถาปนิกอีกคนที่มีดีกรีปากสุนัขรุนแรงกว่าตติยหลายเท่าแซวพลางหัวเราะคิกคัก กริการ์ก็ได้แต่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ท่ามกลางความสนุกสนานและคำปลอบใจที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจากเพื่อนร่วมงาน

แล้วมือถือเป็นไงมั่งดนัยผู้เป็นเจ้านายเอ่ยถาม

            จะเหลือเหรอพี่ โดนปั่นซะขนาดนั้น บีบีมันคงงง กูไม่ได้เป็นสตรอว์เบอร์รี ทำไมต้องปั่นกูด้วยเจมส์ตอบทั้งที่ยังหัวเราะไม่เลิก กริการ์ได้แต่ทำตาขวางใส่ เพราะชายหนุ่มพูดถูก เธอไม่กล้าหยิบจนต้องกดน้ำให้ไหลล้างของเสียออกไปก่อน แม้รู้ว่าทำแบบนั้นก็เท่ากับเพิ่มความเสียหายให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นไปอีกก็ตาม

            พอหยิบขึ้นมาและลองกดเปิดเครื่องก็รู้ว่าสายเกินไป มันไม่ติดเสียแล้ว เธอลองใช้โทรศัพท์ที่ทำงานโทร. เข้าก็ไม่ได้ผล ท้ายสุดมันก็มานอนห่อด้วยผ้าเช็ดโต๊ะอย่างไม่มีค่า

            เอาน่าก้า ซื้อใหม่ เดี๋ยวนี้ราคาลงจนแทบจะซื้อมาปาเล่นกันได้แล้ว

            หญิงสาวหน้าบึ้งไม่หาย เซ็ง ทำไมซวยแบบนี้ก็ไม่รู้ เจอแต่เรื่องแย่ๆ ซวยซ้ำซวยซ้อน

            ซวยซ้ำซวยซ้อน?” ตติยทวนคำ ไปเจออะไรมาก่อนหน้านี้หรือไง

            กริการ์ชะงัก เกือบเผลอตัวหลุดความลับออกไปแล้ว เธอหมุนตัวกลับมา โชคดีที่ชายหนุ่มไม่ติดใจ เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งออกมา

            อ้ะ ไปซื้อซิมมาใส่ใหม่ เก่าหน่อยแต่ก็ดีกว่าไม่มีใช้

            เขายื่นให้ กริการ์มอง มันไม่มีชำรุดเสียหาย เพียงแค่ตกรุ่นและหน้าจอลอกนิดหน่อยเท่านั้น เธอรับมา

            แทงกิ้ว

            แต่ถึงจะได้รับการแก้ปัญหาไปเปลาะหนึ่งแล้ว แต่สีหน้าหญิงสาวก็ยังไม่คลายความเคร่งเครียด

            เฮ้ย อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ วันศุกร์ทั้งทีไปหายอดข้าวกินกันดีกว่า เขาชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลางพยักหน้าให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

            “เลี้ยงด้วย ไม่งั้นไม่หายเซ็ง”

            “แล้วกัน” ตติยร้อง

กริการ์ยิ้มได้นิดหนึ่งแต่ยังไม่หายอารมณ์เสีย เธอมาทบทวนดู...ไม่มีอะไรเหมาะกับคำว่าซวยไปมากกว่านี้อีกแล้ว ถูกย่าตบหน้า ถูกน้องสาวใส่ความ แล้วยังถูก...

โธ่เว้ย! คิดอีกแล้ว มันน่าโมโหที่สุด อย่าให้เจอเชียวนะ ยายแพรวา

 

            ตอนก่อนมื้อเย็น แพรวากับรุ่งยืนอยู่ตรงมุมครัว รุ่นพี่กำลังจัดกับข้าวใส่กล่องให้ โชติกมองนิ่งจนรัฐถาม

            “คนเดียวกับในรูปใช่ไหม”

            หนุ่มรุ่นน้องมีสีหน้าเขินเล็กน้อย ครั้งตอนอยู่ปีหนึ่ง โชติกเคยนั่งดูรูปแพรวาซึ่งตอนนั้นเขาแอบหยิบมาจากกระเป๋าสตางค์ของเธอที่เขาเก็บได้ รัฐมาเห็นและแซวว่าเขาคิดจะเด็ดดอกฟ้า ตอนนั้นเขายังไม่ได้คิดแม้แต่จะจีบเธอ แต่ในที่สุดก็มีวันนี้

“สอยมาจนได้นะไอ้เสือ”

            “คนครับ ไม่ใช่มะม่วง”

            รัฐหัวเราะชอบใจ “แล้วจะลี้ภัยอยู่นานไหมวะ”

“ไม่ได้หนีสงครามลิเบียนะ แค่หลบชั่วคราว ไม่ต้องห่วงพี่ ผมไม่มากวนพี่เปล่าๆ หรอก”

“ไม่ได้หมายความแบบนั้น ที่ถามเพราะจะได้จัดนั่นจัดนี่ให้ถูกไง กระต๊อบในสวนมันไม่มีมุ้งลวด แกต้องเอามุ้งไปกาง ถ้าแกจะอยู่นานพี่จะได้ทำให้ใหม่ไง”

โชติกยิ้ม “ไม่เป็นไรพี่ อยู่ได้”

“แกน่ะได้ น้องเขาล่ะ”

รัฐบุ้ยหน้า สีหน้าอีกฝ่ายลดความร่าเริงลง ก่อนตอบเสียงขรึม

“ผมมั่นใจว่าแพรจะรับได้ แพรเข้มแข็งกว่าที่คิด”

“ก็ว่างั้น” คนอายุมากกว่าบอก “ขนาดกล้าหนีงานแต่งได้ คงไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วแหละ”

แพรวาเดินมา มือถือตระกร้า ข้างในมีกล่องทัปเปอร์แวร์ โชติกชะโงกหน้าดูแล้วมองเชิงถาม

“ข้าวเย็น พี่แบ่งไปให้” รุ่งตอบแทนแพรวา

“ทำไมต้องแบ่งล่ะครับ”

“อ้าว พวกเธอจะได้ไปกินกันสองคนไง พี่ว่าจะใส่ปิ่นโตให้ทุกวัน กลางวันแพรมาอยู่กับพี่ก็ได้ ส่วนโชเดี๋ยวให้มันไปกรีดยางเป็นค่าข้าวแล้วกัน”

โชติกร้อง แพรวาหัวเราะ แล้วชายหนุ่มก็บ่นว่าตกลงกันตั้งแต่เมื่อไร ยังไง เพราะดูเหมือนแพรวาจะรู้เห็นเป็นใจด้วย

“ความจริงก็กินกันเสียที่นี่เลยก็ได้ ไม่เห็นต้องลำบากถือไปถือมา”

“แหมรัฐ ข้าวใหม่ปลามันเขากินกันเป็นกลุ่มเหรอ”

โชติกกับแพรวาหน้าแดง โชติกถึงกับโวยแก้เขิน เขาหยิบตะกร้าจากแพรวามาถือเอง เดินนำหญิงสาวมุ่งไปทางกระต๊อบ ท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนานของรุ่นพี่ทั้งสอง

กระต๊อบที่ว่าก็คือเรือนสี่เหลี่ยมที่อยู่ท่ามกลางสุมทุมพุ่มไม้ สร้างง่ายๆ ด้วยไม้ไผ่สาน หลังคามุงใบจาก ยกพื้นสูงราวครึ่งเมตร ก่อนถึงมีร่องน้ำตื้นแต่กว้าง ซึ่งต้องเดินข้ามไม้ที่วางไว้ต่างสะพาน หน้าต่างหน้าบ้านเป็นแบบเปิดขึ้น ประตูมีที่จับธรรมดาไว้ใช้เปิดปิดและมีที่สำหรับใช้คล้องแม่กุญแจระหว่างประตูกับผนังด้านข้าง

โชติกเปิดประตู แพรวาชะโงกหน้ามอง

ห้องสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดราวสามคูณสี่เมตร ปูเสื่อครึ่งหนึ่ง ซึ่งจัดวางที่นอนหมอนผ้าห่มไว้พร้อม บนผนังมีมุ้งสีขาวแขวนตลบชายไว้ แพรวารู้สึกหน้าร้อนวูบ เธอมองไปยังมุมห้องมีประตูบานหนึ่งจึงเดินไปเปิดดู มีห้องเล็กๆ อยู่ถัดออกไปเล็กน้อยทำจากไม้ไผ่และหลังคามุงจากเช่นกัน พื้นทางเดินมีแผ่นไม้ปูเชื่อมไว้ คงเป็นห้องน้ำที่สร้างเพิ่ม

โชติกวางตะกร้าบรรจุกล่องข้าวกับเป้ใส่เสื้อผ้าที่ติดมาแล้วทิ้งตัวลงนั่ง แพรวานั่งตาม ตามองไปรอบๆ นึกสงสัยว่าหลังคาแบบนี้ถ้าฝนตกจะรั่วหรือเปล่า

“อยู่ได้ไหม”

หญิงสาวหันไป “ไม่เห็นมีแอร์เลย อ่างอาบน้ำก็ไม่มี เครื่องทำน้ำอุ่นด้วย”

ตอนแรกเธอทำหน้าเครียด แต่แล้วก็ยิ้ม

“เดี๋ยวเถอะ ถามจริงๆ นะ” โชติกที่ตอนได้ยินคำตอบถึงกับหน้าเสีย แต่เมื่อเห็นแพรวายิ้มร่าก็รู้ว่าโดนแกล้ง

“อย่าถามเลยโช มาถึงขั้นนี้แล้ว แพรไม่สนหรอก”

โชติกนิ่งไป คำเดียวกับที่รัฐพูดกระแทกใจ แววตาแพรวาวามวาว บางทีอาจจะมีเรื่องบางอย่างที่เขายังไม่รู้ แต่ช่างมันปะไร เขาจะสนทำไมอีก ในที่สุดเขาก็ตัดความสับสนทิ้งแล้วชวนเธอกินข้าว

แพรวาดูนาฬิกาข้อมือ ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่มแต่ความมืดทับถมเกือบทุกพื้นที่ เธอยืนอยู่ตรงหน้าต่าง พยายามมองฝ่าไปแต่ไม่พบอะไรนอกจากแสงเล็กน้อยจากดวงจันทร์ เสียงแมลงเล็กๆ และลมหนาว เงียบเสียจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

ตอนนี้คนที่บ้านทำอะไรกันอยู่นะ แม่คงยังไม่ถึงบ้าน คุณยายอาจจะกำลังอ่านหนังสือหรือดูทีวีข่าวภาคค่ำ ทุกคนคงหาวิธีที่จะติดต่อเธอกันจ้าละหวั่น

แพรวาปิดโทรศัพท์มือถือไปแล้ว ส่วนโชติกไปซื้อหมายเลขมาใหม่เผื่อต้องติดต่อกับรัฐ

“ปิดหน้าต่างได้แล้ว เดี๋ยวยุงเข้า”

หญิงสาวเกือบสะดุ้ง โชติกมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เขาเอื้อมมือมาดึงไม้ที่ค้ำออก บานหน้าต่างค่อยๆ ปิดลง ในห้องเหลือแต่แสงตะเกียงสีเหลืองนวล พอหันกลับมามุ้งก็กางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

แพรวาร้อนวูบวาบ เสียงหัวใจดังกว่าเก่า อยู่ดีๆ ก็ทำตัวไม่ถูก

“ง่วงหรือยัง หรือนั่งคุยกันไหม แต่ยุงมันจะกัดเอา” ชายหนุ่มบอกพลางโบกมือปัดตามแขนขาแพรวา เธอเผลอขยับหนีตอนมือเขาลูบที่น่อง โชติกเผยรอยยิ้มระบาย

“ยังกลัวหมาป่าอยู่อีกรึเปล่า”

แม้แต่ในความสลัวยังเห็นว่าแก้มนวลนั้นสีแดงก่ำ หญิงสาวไม่ตอบ เธอหันหนีไปดึงชายมุ้งแล้วเข้าไปอยู่ข้างในแก้เขิน ชายหนุ่มตามเข้าไป

บนที่นอนสามฟุต สายตาสองคู่สบกันแทนคำพูด โชติกขยับเข้าไปหา แล้วบรรจงทาบทับริมฝีปากจุมพิต หญิงสาวนิ่งเล็กน้อยแต่ก็เผยอรับสัมผัสอย่างเต็มใจ

ชายหนุ่มค่อยๆ ดันร่างเธอลงนอน แววตาของแพรวาหวานเยิ้ม เขาจูบแก้ม ซอกคอ เปลือกตา แล้ววนเวียนกลับไปจูบที่ริมฝีปากคลอเคลียเนิ่นนาน มือล้วงลูบไล้เนื้อนวลใต้ผืนผ้า หญิงสาวตัวสั่น สัมผัสจากเขาผะผ่าวเร่าร้อน เธอค่อยๆ ไต่มือบนแผ่นหลังเขาด้วยความเคลิบเคลิ้ม

“โช...”

“หืม” เขาตอบโดยไม่ละใบหน้าจากข้างแก้ม

            “มีเสื้อเกราะหรือเปล่าล่ะนี่”

            โชติกนิ่ง แล้วหลุดหัวเราะก๊ากออกมา น้ำเสียงแพรวาใสซื่อจนเขาอดขำไม่ได้ เขาหัวเราะอยู่นานจนเธอหน้าบึ้ง

            “หัวเราะอะไร”

            “ขำแพร”

            “ขำอะไร” เธอขึ้นเสียง เขาไม่ตอบ “ขำอะไรโช ก็แค่ถามน่ะ เมื่อคืนโชบอกว่าไม่มี แล้วคราวนี้โช...”

            แพรวาไม่ได้ถามต่อเพราะโชติกจุมพิตปิดปากนั้นเสียก่อนเป็นการยืนยันคำตอบ

 

            ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

            อคินได้ยินประโยคนี้เป็นหนที่สี่ในรอบหนึ่งชั่วโมง ทุกครั้งที่ฟังอุณหภูมิอารมณ์ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงขีดสุดจนโยนมันลงที่โต๊ะทำงาน ไม่เข้าใจว่าทำไมกริการ์ต้องปิดเครื่องแบบนี้ และยิ่งไม่เข้าใจตัวเองว่าจะโทร. หาเธอให้อารมณ์เสียทำไม ทั้งที่ยังเป็นช่วงเช้า และเขายังต้องมาตรวจงานก่อนก็ตาม

            หรือเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์?

            เพราะวันนี้เขาน่าจะได้เจอเธอตามข้อตกลง?

            อคินไม่มีสมาธิทำงานแม้แต่น้อย เขาทำได้แค่ตอบอีเมลเพื่อนชาวอเมริกันที่จะพานักธุรกิจชาติเดียวกันมาขอชมงานในช่วงปีใหม่และเซ็นเอกสารค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายบัญชีเอามาให้ พอหยิบรายงานวิเคราะห์การผลิตไหมจากบริษัทหัตถเมธมาดูได้ไม่กี่หน้าก็โยนแหมะ ก่อนจะเอนตัวมองเพดานอย่างที่ชอบทำเวลาใช้ความคิด

            ชื่อหัตถเมธทำให้ภาพวันก่อนลอยเข้ามา

            ไม่เคยมีใครทำให้เขาฉุนมากขนาดนั้นมาก่อน ลูกค้ามากเรื่องยังไงท้ายสุดก็ยังมีจุดที่มาเจอกันตรงกลาง

จะกลับไปทำงาน?

มันก็ไม่แปลก แต่มาพูดหลังจากที่เพิ่งจะก่อวีรกรรมทำเจ้าสาวหายเนี่ยนะ ที่สำคัญตัวเองยังถูกกดดันให้เป็นตัวแทนของผู้หญิงคนอื่นเสียอีก

            เขามีความรู้สึกชา จะว่าโดนตบก็ไม่ใช่ ถูกด่าก็ไม่เชิง คล้ายๆ กับว่าปฏิกิริยาบางอย่างของกริการ์มันผิดไปจากที่คาด หรือที่คิดว่าน่าจะเป็น

            เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง

            อคินหยิบโทรศัพท์มากดและรอ พบว่ามันได้ผลตอบรับแบบเดิม และแบบเดิม ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

            อย่าทำให้โมโหมากไปกว่านี้นะ กริการ์!

 

            ตติยเปิดประตูห้อง วางของที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดฯ หยิบแก้วจากชั้นและกำลังจะรินกาแฟ พอเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคนที่อยู่ก่อนจึงผละมา บนพื้นข้างเตียงมีร่างหนึ่งขดตัวอยู่ใต้ผ้านวม ชายหนุ่มยอบตัวลงแล้วเอ่ยเรียก

            ก้า

            ไม่มีเสียงตอบรับ

            ตื่นได้แล้ว จะนอนเอาโล่หรือไง

            เขาพูดพลางดึงผ้าห่ม กริการ์บ่นงึมงำ บอกแล้วว่าไม่ต้องปลุก

            ไม่ได้ เมื่อกี้พี่ดนัยโทร. มาบอกว่าลูกค้าติดต่อไปหาเขาเพราะติดต่อก้าไม่ได้ ยังไม่ได้ไปซื้อซิมใหม่มาเปลี่ยนเหรอ เดี๋ยวก็คอขาดหรอก          

            ผ้านวมถูกเปิดออก กริการ์นอนทำตาปริบๆ แล้วลุกขึ้นมานั่งวันเสาร์ยังจะโทร. มาอีก เฮ้อ...ปวดหัว

            ลูกค้าเราไม่มีวันหยุดหรอก

            กริการ์นั่งขัดสมาธิกอดผ้าห่มไว้กับตัว มองออกไปทางระเบียง เมื่อคืนหลังจากไปกินข้าวและดื่มกันระหว่างเพื่อนฝูง ตติยไปส่งเธอเช่นทุกครั้ง แต่เพราะเธอหลับเขาเลยพามาที่ห้องเขา...เหมือนเคย

เสียงตติยเรียกให้ดื่มกาแฟ ปกติแล้วลูกค้าที่รู้งานหน่อยก็จะไม่ติดต่อมาในตอนเช้าวันเสาร์ ยกเว้นงานด่วน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโฟร์แมนกับเรื่องวัสดุก่อสร้างมากกว่า วันนี้วันเสาร์ พรุ่งนี้วันอาทิตย์

            งั้นวันเสาร์อาทิตย์คุณต้องมาที่นี่...

            กริการ์ใจหายวูบ

            โทรศัพท์ของเธอตายสนิทไปตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่ได้ไปซื้อซิมการ์ดใหม่จนป่านนี้

            งานเข้าของจริงแล้ว...

           

            บ้านเดี่ยวสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรห่างจากถนนใหญ่ราวห้ากิโลเมตร อายุบ้านไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีแต่ยังดูแข็งแรง และเมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านก็สะอาดเรียบร้อย บ่งบอกความใส่ใจของเจ้าของ

            พรฟ้ามองหน้า เจ้าของบ้านท่าทางเขาสงบแม้จะมีความเคร่งเครียดในแววตา ข้างกันมีหญิงวัยสี่สิบร่างท้วม กับหญิงสาววัยไม่เกินยี่สิบอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ถัดไป

หลังจากแนะนำกันว่าใครเป็นใครเรียบร้อย เพียงดาวก็เป็นฝ่ายพูดก่อน

“เราต่างก็รู้เรื่องกันดีอยู่แล้ว คงต้องให้คุณชรินทร์ช่วยบอกว่าลูกชายคุณลักพาตัวลูกสาวฉันไปที่ไหน ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตไปกว่านี้”

“ลักพาตัว? กล่าวหากันเกินไปไหมครับ มีหลักฐานอะไรมายืนยันบ้าง”

“จะมาเอาหลักฐานอะไรอีกคะ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าลูกชายคุณพาลูกสาวดิฉันหนีไปจากงานแต่งโต้งๆ แบบนี้ กรุณาอย่าทำให้ฉันเข้าใจว่าคุณให้ท้ายลูกชาย”

“ผมไม่เคยให้ท้ายลูกชาย!” สีหน้าเขาบึ้งตึงขึ้นมาทันที “ที่เขาหายไป ผมก็เพิ่งรู้ตอนติดต่อเขาไม่ได้ โชไม่ได้บอกอะไรผมเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”

“คุณจะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้นะคะ คุณเป็นพ่อต้องรู้ว่าลูกชายไปไหนมาไหน”

“เขาจะทำอะไรผมให้สิทธิ์เขาตัดสินใจเอง ไม่ได้เข้าไปบงการชีวิตทุกฝีก้าวเหมือนบ้านอื่น”

“คุณ!

“ดาว” พรฟ้ารีบปรามลูกสาว แล้วจ้องมองคนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพ่อของชายหนุ่มที่มาเกี่ยวพันกับหลานสาวตนเอง ใบหน้าอาจจะไม่คล้ายเพราะเขาคงเหมือนทางแม่ แต่สีผิวและแววตาจริงจังไม่ยอมใครเหมือนกัน

“แล้วพอจะนึกออกไหมว่าเขาพาน้องแพรไปไหน”

ชรินทร์เบนสายตามาที่พรฟ้า “ก่อนอื่นผมอยากขอให้พวกคุณถอนคำพูดเรื่องที่ลูกผมลักพาตัว หรือพาหนีไปอะไรก็แล้วแต่ เพราะไม่มีอะไรยืนยันแน่ชัด ส่วนตัวผมไม่คิดหรอกว่าการหายไปของเด็กสองคนจะเป็นไปด้วยความไม่เต็มใจ ผมว่าคุณก็คงรู้อยู่แล้ว”

เขาพูดประโยคที่ดูเหมือนออกคำสั่ง ผู้มาเยือนสองในสามคนถึงกับหายใจถี่ระงับโทสะ

“ผมขอถามหน่อย” นักสืบชายที่ติดตามมาพูดแทรกขึ้น เขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีอารมณ์กับคำของเจ้าบ้าน

“คิดว่าเขาจะไปที่ไหนกันครับ เพื่อน คนรู้จัก พอจะบอกได้ไหม”

“โชมีเพื่อนเยอะ” ชรินทร์บอก

“คนที่เขาสนิทล่ะครับ”

“ผมไม่รู้จริงๆ บางทีเขาอาจจะไปหาคนที่ผมไม่รู้จัก”

“คุณชรินทร์” พรฟ้าเอ่ยขึ้นเพราะคะเนแล้วว่าอาจจะไม่ได้ข้อมูลอะไร “เอาเป็นว่าทางเรารับรู้ว่าเด็กสองคนเขารู้จักกัน แต่ว่านั่นมันก็ลบล้างเรื่องที่ทำให้หลานฉันหนีไปจากงานแต่งงานไม่ได้ เพราะที่เสียหายไม่ใช่แค่ทางฉัน เข้าใจใช่ไหมคะ”

สีหน้าเจ้าบ้านเคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง

“ผมไม่ได้บอกว่าลูกผมไม่ผิด ไม่ได้จะปิดบังพวกคุณ แล้วผมก็ห่วงลูกไม่แพ้กันด้วย แต่ขอร้องพวกคุณอย่ากล่าวหา ถ้าเขาเป็นคนบังคับขืนใจลูกสาวคุณผมนี่แหละจะจัดการเขาเอง”

ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นบอกถึงความตั้งใจจริง ทำให้บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ

“ถ้าอย่างนั้นผมขอรูปเขา รูปมอเตอร์ไซค์ ทะเบียน แล้วก็เบอร์โทรศัพท์ครับ อ้อ! ขอชื่อเพื่อนเขาสักคนสองคนด้วย” นักสืบว่า

เจ้าบ้านหันไปทางลูกสาว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและให้ข้อมูลตามที่อีกฝ่ายต้องการ ก่อนที่ผู้มาเยือนจะกลับไป

 

“ไม่เข้าใจน้องแพรเลย ชอบมันไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ครอบครัวออกจะธรรมดา บ้านรึก็เท่าแมวดิ้นตาย การงานพ่อมันก็คงไม่พ้นพนักงานบริษัท เงินเดือนคงได้ไม่เท่าไร แถมพูดจายโสโอหังเหมือนกันไม่มีผิด”

เพียงดาวหัวเสียไม่หายจึงบ่นมาตลอดทางเรื่องพฤติกรรมของชรินทร์

“เทียบอคินไม่ได้สักกระผีก”

ขณะที่เพียงดาวบ่น พรฟ้าได้แต่นิ่งเงียบ เธอมองไปนอกหน้าต่างรถ สีหน้าครุ่นคิด กระทั่งมาถึงบ้านก็เจอกับรถคุ้นตาแสดงให้เห็นว่ามีผู้มาเยือน

“อคิน...”

เพียงดาวถอนหายใจ น้ำเสียงสงสัยปนหวั่นเกรง

ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก พอเห็นเจ้าบ้านเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นยกมือไหว้ เพียงดาวยิ้มแย้ม

“คิน วันนี้น้า...”

กริการ์พักที่ไหนครับ อคินรีบพูดแทรก น้ำเสียงห้วนจนคนฟังเกือบสะดุ้ง

“ก้า...ทำไมนะ” เพียงดาวถามอย่างงงงัน

“ผมอยากรู้ว่าเธอพักที่ไหน”

เพียงดาวหันมาทางพรฟ้า “ก้าไปทำอะไรให้อคินหรือ”

“ตกลงว่ารู้หรือไม่รู้ครับ”

เขามองเจ้าบ้านด้วยสายตากราดเกรี้ยว มีแค่คำพูดและน้ำเสียงเท่านั้นที่ยังถูกข่มเอาไว้

“ไม่รู้หรอก เขาไม่เคยบอกว่าพักอยู่ที่ไหน หรือกินนอนอยู่กับใคร” พรฟ้าตอบได้สงบสมกับเป็นเจ้าบ้านตระกูลหัตถเมธ “แล้วตกลงว่ามีอะไร ยายก้าไปก่อเรื่องอะไรอีก”

“ตามตัวไม่ได้” อคินบอกสั้นๆ แล้วทำท่าจะเดินออกไป เพียงดาวรีบพูด

“คิน น้าว่าอย่าไปยุ่งกับก้าเลยนะ”

เขาหันขวับ ดวงตาเหมือนมีไฟลุกประหนึ่งว่าอีกฝ่ายพูดคำหยาบคาย

“น้าให้คนไปสืบเรื่องน้องแพรแล้วนะ คิดว่าอีกไม่กี่วันน้องแพรต้องกลับมาแน่ คินไม่ต้องพาก้าไปหรอก ก้ากับน้องแพรน่ะเทียบกันไม่ได้เลย”

อคินรู้แล้วว่าเพียงดาวตั้งใจจะบอกอะไร “เธอเทียบน้องแพรไม่ได้อยู่แล้วในฐานะเจ้าสาว แต่ถ้าเป็นตำแหน่งตัวแทนก็ต้องเป็นเธอ”

“ได้ก้าไปก็เป็นภาระ เดี๋ยวก็ก่อเรื่องอะไรอีก”

“ดาว ไม่ต้องห่วงหรอก” พรฟ้าขัดจังหวะ

“ผมบอกแล้วว่าผมจัดการเอง คุณน้าอย่าผิดข้อตกลงก็แล้วกัน”

“แต่ถ้าเกิดแฟนเขาตามมาหึงล่ะ เขาคบผู้ชายเยอะแยะนะ” อคินแค่นยิ้มกับข้อสันนิษฐานของเพียงดาว

“แล้วถ้าคุณน้าไม่ให้เธอแล้วผมจะได้อะไรมาเป็นประกันเรื่องน้องแพรครับ ของหมั้น?

“น้าว่า...”

“เพียงดาว อคินเข้าใจ!” พรฟ้าขึ้นเสียง อีกฝ่ายชะงัก “เดี๋ยวย่าจะหาที่อยู่ให้ ถ้าติดต่อได้ก็จะบอกให้เขาโทร. หานะ ทุกอย่างเหมือนเดิมตามข้อตกลง” จบประโยคก็หันมาทางคนเป็นลูก “ดาว ช่วยไปบอกอิมว่ามื้อเย็นให้ผัดเต้าหู้”

เพียงดาวยังรีรอ

“เพียงดาว!” พรฟ้าเน้นเสียงขู่เชิงให้ทำตาม

ในที่สุดเพียงดาวก็ยอม เธอสะบัดหน้าก้าวฉับๆ ไป

“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนครับ”  พรฟ้าถอนหายใจ เธอรับไหว้อคินก่อนจะเดินเข้าบ้าน

 

“คุณแม่ห้ามทำไมคะ”

พรฟ้าจิบน้ำ ถอนหายใจอีกครั้ง รู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้เธอเหนื่อยไม่ใช่การเดินทาง

“แล้วจะให้เขารู้ใช่ไหมว่าเราก็ไม่ได้เต็มใจทำแบบนี้น่ะ”

“ก็เราไม่ได้เห็นด้วยนี่คะ เขาพูดเองเสร็จสรรพ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปบอกให้ก้ากลับมา แล้วปล่อยให้เขาฟ้องแล้วเรียกของหมั้นคืนไปให้หมด ชื่อเสียงทุกอย่างด้วย จะเอาแบบนั้นใช่ไหม!

เพียงดาวอ้ำอึ้ง เธอส่ายหน้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งหงุดหงิด “ก็ดาวไม่อยากให้อคินสนใจยายก้ามากมาย ดูสิคะ แค่สองสามวันเองถึงกับแล่นพล่านมาตามแบบนี้ กับน้องแพรยังไม่เห็นฉุนเฉียวแบบนี้เลย”

พรฟ้ายอมรับว่าเพียงดาวพูดถูก กิริยาสุขุมนิ่งขรึมของอคินหายไปตั้งแต่งานแต่งงาน ขนาดเธอเขายังไม่ยอมลงให้ ดีว่าอาจจะเกรงอยู่บ้างจึงไม่ถึงกับตวาด

“คุณแม่คะ ดาวว่า...”

“เพียงดาว ยิ่งเราทำให้เห็นว่าเราไม่ชอบก้ามากเท่าไร มันยิ่งเข้าทางอคินรู้ไหม”

“คะ?

“ยิ่งเราแสดงให้เห็นว่าไม่ชอบก้า ไม่เห็นด้วยที่จะทำแบบนี้เท่าไร มันยิ่งทำให้เขาเอาสถานการณ์นี้มาบีบให้เราหาแพรวาให้เจอเร็วยิ่งขึ้น มิฉะนั้นเขาก็จะทำแบบนั้นแบบนี้ต่อ สู้เราอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ก้าเป็นตัวประกัน ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ แบบนี้ดีกว่า”

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะว่ายายก้าไม่ได้คิดอะไร ถ้ายายก้าอิจฉาน้องแพรจริง แบบนี้มันก็ยิ่งเข้าทางเหมือนกัน”

“ไม่หรอก อาละวาดซะขนาดนั้น”

“อาจจะแกล้งทำก็ได้”

พรฟ้าส่ายหน้า “เราไม่มีทางเลือกหรอกนะ อคินฉลาด เธอก็เห็นนี่ว่าเขาเลือกมาต่อรองกับเราแทนที่จะไปเอาผิดกับยายก้ามากกว่า เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเราไม่ถูกกัน” เธอกอดอก “ดูจากสีหน้าเขา บอกได้ว่าเขาดูเราออกทุกอย่าง”

เพียงดาวฮึดฮัดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ “แล้วเราทำอะไรได้บ้างคะเนี่ย”

“ภาวนาให้นักสืบหาน้องแพรให้เจอโดยเร็วที่สุด” ก่อนที่อะไรมันจะเลยเถิดไป พรฟ้าคิดในใจ เพราะเท่าที่เป็นมันก็ทำให้เธอหวั่นใจพอแล้ว

หัวเราะเยาะแม่อยู่ใช่ไหม กรกฤต

           

เพราะว่าไม่มีเสื้อผ้ามามากพอ และชุดของรุ่งก็ใหญ่กว่ารูปร่างของแพรวา ดังนั้นเธอจึงได้รับผ้าถุงมาแทน ตอนรับจากมือโชติกสีหน้าออกอาการไม่มั่นใจ ชายหนุ่มจึงยื้อไว้

นุ่งเป็นหรือเปล่า

อื้ม

แพรวายิ้มนิดหนึ่งแล้วเดินเข้าไปในห้อง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้รู้ว่าเสียเวลาเปล่าเพราะเธอเดินออกมาพร้อมถือปลายผ้าไว้ คิ้วเรียวขมวดชนกัน

บอกตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องแล้ว

แพรวาทำปากยื่น 

มานี่มา

            โชติกจะจับผืนผ้าที่หญิงสาวสวมอยู่ให้กางออก แต่แพรวายังยื้อไว้แน่น โชก็สอนสิ

            ก็จะสอนนี่ไง

            ไม่เอา โชบอกมาเลยว่าแพรต้องนุ่งยังไง ทบตรงไหน

            กางผ้าออกแล้วไปทบกันด้านข้าง... โชติกอธิบายแต่มือก็ยังจับชายผ้าเป็นการนำ แพรวาพยายามทำตามที่เขาบอกด้วยตนเอง แต่พอเหน็บชายแล้วก็ยังดูรุ่ยร่าย

            โอเคแล้วมั้งเธอบอกแล้วก้าวออกไป

แพร เดี๋ยว... เขาพยายามห้ามแต่ไม่ทัน เพราะหญิงสาวเหยียบชายผ้าที่ยาวระพื้นจนผ้าถุงสีเขียวหลุดลงมากองที่พิ้น

            อุ๊ย!”

ดีที่แพรวาสวมเสื้อยืดตัวโคร่งที่ยาวพอจะปิดบังขาอ่อนได้ แต่เท่านั้นเธอก็หน้าแดง ในที่สุดก็ต้องยอมยืนนิ่งให้เขานุ่งให้

            แพรวาจับชายเสื้อยืดขึ้น มองโชติกพันผืนผ้าเข้ากับเอว เขาทบผ้าไปด้านข้าง พับกลับแล้วเหน็บชาย ขั้นตอนดูง่ายๆ แบบที่เธอทำแต่ทำไม่ได้ โชติกจับแตะสะโพกกลมกลึง ไล้มือพลางส่งยิ้มวิบวับ

            เมียใครวะ สวยจริงๆ

แพรวาหน้าแดงก่ำ ทุบอกโชติกด้วยความเขินสุดขีด เขาแกล้งร้องโอดโอยได้แป๊บเดียวก็หัวเราะ คล้องเอวหญิงสาวเข้ามากอด

โช!”

มาทุบทำไมเนี่ย โชชมนะ

หญิงสาวร้อนไปทั้งตัว ในอกสะท้านกับคำเรียกแสดงความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เพราะเพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน รสสัมผัสยังติดในอณูเนื้อ ทำให้เธอยังขวยเขิน เพียงแค่ถูกเขามองเธอก็สะเทิ้นอาย อยากบอกเขาว่าหมาป่าไม่ได้น่ากลัว แต่มันกวนจนเธอไม่ได้นอนมากกว่า

โชติกไล้ริมฝีปากเบาๆ ที่แก้มนวล พลางกระซิบคำหวานที่ทำให้แพรวาแทบละลาย เขินแบบนี้ก็ยิ่งสวย

พอแล้วโช แพรวาร้องปราม ดันมือให้โชติกหยุด เขาถอนใจยาว รู้สึกเสียดายแต่ก็คิดว่ายังมีเวลาได้อยู่ร่วมกันอีก ขอแค่มีเธออยู่เคียงข้างแบบนี้ เขายอมได้ทุกอย่าง

 

           

 

 28.10.17


สามารถติดตามอ่านฉบับเต็มเรื่องได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #780 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 16:45
     ดีใจด้วยนะคะ ได้วางแผงแล้ว
    #780
    0
  2. #772 o.llUค-ที-เรีย--ซ่าส์.o (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 00:05

    รอมานาน ในที่สุดก็มา

    #772
    0
  3. #770 Chutinatcha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 10:49
    รออุดหนุนจ้า
    #770
    0
  4. #769 MU @ Club (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 09:44

             


    โอ๊ะ..โอ่.. เฮียคิน&นู๋ก้า มาแบบรูปเล่มแล้วสินะ

    และแล้ว เราก็จะมาอยู่บ้านเดียวกันแล้วนะคร่าาา "น้องชิชา"

    แต่..หนึ่งในห้องใจรีดเดอร์แอบ
     ซะมีน้องแพรค่ะ

    คิดถึงอยู่เสมอๆ อยากมีแบบนั้นเป็นของตัวเองซักคน

    หายังไงก็ไม่เจอ ขอบคุณค่ะไรท์เตอร์ที่มาชี้ทางสว่างให้

    เเล้วเราจะได้พบกันค่ะ
        

     
    ปกสีสวย หวานๆ ดีจังเลยค่ะ



     
    #769
    0
  5. #768 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2554 / 22:02
    กรี๊ดดดดดดดด น้องก้าจะเป็นเล่มแล้ว ^^

    ยินดีด้วยค่ะขอให้ขายดีดีได้พิมพ์ซ้ำหลายๆครั้งนะคะ ร่ำรวยๆค่ะ
    #768
    0
  6. #767 nan.4n (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2554 / 19:53
    ปกสวยค่ะ เรียบ หรู ชอบนิยายเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ
    #767
    0
  7. #766 che_ii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2554 / 19:48
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    จะเป็นเล่มแล้วววววววววววว. โอยยยยยย อกอีแป้นจะแตกด้วยความดีใจ
    อ่านกี่ทีๆ ก็ร้ากกกกกกกกกกกกกกก
    อ่านกี่ทีๆ ก็ชอบบบบน้องก้า
    อ่านกี่ทีๆก็อยากตบเจ้พรฟ้า

    ถ้าได้เล่มคงจะได้อ่านกี่ทีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆฯลฯ. รวมเป็นหมื่นๆที. อิอิ.  
    อีกไม่กี่วันเราจะได้อคิน เอ๊ย!!!!!!  น้องก้ามานอนกอดแล้นนนนนนน.   จุ๊บๆๆๆๆๆ อุธิยา

    ปล.  รวมเล่มกับ สนพ. นี้เริ่ดดดดมั่กค่ะ ปกสวย เล่มงาม ข้างในน่าอ่านแถมอ่านง่ายสบายตาอีก เลิศค่ะเลิศ
    เตรียมไม้ไปสวยด่วนๆ  กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด. อีกทีระบายความดันในช่องอก  5555555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 ธันวาคม 2554 / 19:52
    #766
    0
  8. #765 cactus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2554 / 19:26
    ซื้อแน่นอนค้า ชอบๆ
    #765
    0
  9. #670 darika-grammy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2554 / 06:23
    ^_______^
    #670
    0
  10. #483 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:35
    ครอบครัวนอกไส้ของก้าจะอะไรกันนักหนา
    #483
    0
  11. #331 MU @ Club (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 01:16

       คู่น้องแพรกับโช เค้าจะได้หวานกันอีกนานละนี่

      โอ้หนอชีวิต ทำไมมันไม่เป็นอย่างที่ใจต้องการเลยนะ

      ยัยคุณย่ากับแม่(น้องแพร) มีอะไรคั่งค้างกับ คุณคิน รึเปล่านะ

      ทำไมเวลาโดน คุณคิน แค่ทำข่มๆ ใส่นิดหน่อยก็กลัวกันลนลานแล้วล่ะ

      แล้วที่หงุดหงิดงุ่นง่านอยู่เนี๊ยะเป็นอะไรล่ะคร่า...คุณคิน

      จะสงสารดีมั๊ยน๊า...!!!  กับคนที่"เมียหาย"เนี๊ยะ..5555

      ตามเจอเมื่อไหร่นู๋ก้าคงโดนไม่ใช่น้อยนะนี่... ก็ซะมีแทบจะบ้าแล้วมั้งตอนนี้
                               
    #331
    0