เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 3 : 3 - ชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 ต.ค. 60

 

 

3

 

            เช้านี้อากาศสดใส ลมหนาวพัดโชยแต่ก็มีแดดอ่อนส่องผ่านต้นไม้ใบหญ้ารอบเรือนไทยทรงขนมปังขิง เสียงนกร้องจิ๊บๆ มากับสายลม คนสวนกำลังกวาดใบไม้แห้งอยู่บนสนามหญ้า ทุกอย่างคงน่าจะรื่นรมย์เหมือนบรรยากาศถ้าไม่มีเรื่องเมื่อคืนเกิดขึ้น ข้าวต้มที่คนรับใช้จัดขึ้นโต๊ะให้ตั้งอยู่นานจนเย็นชืด พรฟ้ากับเพียงดาวต่างไม่มีใครแตะต้อง

เพียงดาวนึกถึงตอนที่กลับมาจากงาน...

            ทำไมเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้ คุณแม่ก็ด้วย ปล่อยให้อคินพายายก้าไปได้ยังไงคะ

            ทำไม เกิดนึกเป็นห่วงขึ้นมาหรือไง

            เพียงดาวถอนหายใจ ห่วงสิคะ ห่วงว่าจะเข้าทางยายก้า ถ้าเด็กนั่นแกล้งน้องแพรเพราะอยากได้อคินจริงๆ

            หรือเธอจะยอมให้เขาฟ้องถอนหมั้นล่ะ

            อีกฝ่ายอึกอัก ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งคะ

            อย่าทำเหมือนไม่รู้จักอคิน เขาทำได้ทุกอย่างนั่นแหละถ้าเขาอยากทำ พรฟ้าตอบพลางเดินไปที่ห้องเราทำตามคำขอของเขาแบบนี้ ถึงจะดูผิดที่ผิดทางแต่ยังดีกว่าทำให้เขาโกรธ ดีไม่ดี ไม่ใช่แค่คืนของหมั้นหรอก ตัวเขาเองนั่นแหละจะไปจากเรา

            เพราะเหตุผลนั้นเพียงดาวจึงจำยอม...

            ได้เรื่องว่าไงที่ว่าจะไปหาเพื่อนของน้องแพร เสียงถามของพรฟ้าทำให้เพียงดาวตื่นจากภวังค์

            คนถูกถามขยับตัว ถามมาแล้วค่ะแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าบ้านนายโชติกอยู่ที่ไหน เดี๋ยวดาวจะลองใช้วิธีถามไปที่มหาลัยดู ถ้าบอกว่าเป็นรุ่นพี่อาจได้ข้อมูลอะไรมาบ้างก็ได้

            พรฟ้าพยักหน้ารับรู้ เธอยกกาแฟขึ้นจิบ นิ่งเงียบกับความคิดของตนเองอยู่นาน

จ้างนักสืบ

คะ? อีกฝ่ายไม่ทันฟัง พอเข้าใจความหมายก็งงงัน แต่พรฟ้าไม่รอให้มีคำถาม

จ้างนักสืบให้ตามหาน้องแพร เท่าไรก็จ่ายไป ถ้าไม่อยากให้อะไรมันเลยเถิดไปจนเกินควบคุม

พรฟ้าสั่งโดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายถามต่อ เธอผิดหวังเรื่องหลานสาวหนีงานแต่งงาน เจ็บปวดใจยิ่งกว่าครั้งที่กรกฤตทำไว้ เมื่อรุ่นหลานซ้ำรอยอดีตรุ่นลูกให้ปวดใจ เธอรู้สึกเหมือนถูกภาพเดิมในอดีตกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง

 

รถมอเตอร์ไซค์คาวาซากินินจาสีเขียวขนาดสองร้อยห้าสิบซีซีแล่นเข้ามาจอดบริเวณหัวจ่ายน้ำมันในปั๊มขนาดเล็ก มันดูโดดเด่นสะดุดตาต่างจากพาหนะสองล้อขนาดครอบครัวยอดนิยมแบบอื่น คนซ้อนท้ายเป็นหญิงสาว เธอลงจากรถมาก่อน ถอดหมวกกันน็อกและบิดคอไปมาเชิงไล่ความเมื่อยล้า แล้วขยับไปยืนข้างคนขับหนุ่มที่กำลังดันกระจกหมวกกันน็อกขึ้น

หิวหรือเปล่า กินอะไรก่อนไหม

แพรวามองไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร พลางยกมือเสยผมยาวโดยไม่รู้ตัวว่าถูกชายหนุ่มซึ่งถือหัวจ่ายแอบมองอยู่ โชติกแกล้งกระแอมจนเขาสะดุ้ง ทั้งที่โชติกไม่ได้ทำอะไร แพรวาอมยิ้ม เธอคิดว่าอาจเพราะรูปร่างหนาล่ำแบบนักกีฬา ประกอบกับผิวสีเกรียมแดด เวลาโชติกทำหน้านิ่งจึงดูดุดัน จริงจัง ตรงข้ามกับเมื่อแย้มยิ้มที่เหมือนโลกทั้งใบสว่างสดใส

เมื่อโชติกจ่ายเงินค่าน้ำมันเรียบร้อยก็หันมาหาแพรวา เขาเห็นว่าใต้ตาหญิงสาวมีรอยช้ำ สีหน้าอิดโรย ซึ่งคงไม่แปลกเพราะต้องอยู่บนมอเตอร์ไซค์โต้ลมร่วมสามชั่วโมงถึงจะหยุดพักที่หัวหินกันเมื่อคืน แต่ดูท่าเธออาจจะไม่ได้หลับเท่าไร

ตาแดงเชียว เขาแตะแก้มเธอ

แพรวาส่ายหน้าพลางส่งยิ้ม ไม่เป็นไร ไปหาอะไรกินกันเถอะเธอบุ้ยหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อ

แสงอาทิตย์ในช่วงเวลาก่อนแปดโมงอบอุ่นและสดใส แพรวานั่งที่เก้าอี้หน้าร้าน ห่อไหล่กอดตัวเองขณะที่มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟ แม้จะมีผ้าพันคอและสวมเสื้อแขนยาวแต่ไอเย็นก็ยังเล็ดลอดฝ่าเข้าไป เธอจิบกาแฟร้อนเพื่อเรียกชีวิตชีวาพลางลูบแหวนที่ห้อยไว้กับสร้อยที่คอ

โชติกให้สร้อยนี้มาในวันคล้ายวันเกิดอายุครบรอบยี่สิบสามปี แพรวาไม่คิดเลยว่าไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเธอจะได้ยินคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

น้องแพรแต่งงานกับอคินนะ

อคินเขาให้คุณพ่อมาทาบทามแล้ว จะปฏิเสธเขาหรือ ก็เห็นไปไหนมาไหน สนิทสนมกันดีนี่

ทุกคำถามล้วนแต่มีคำตอบไว้หมดแล้ว

แพรวาแก้ปัญหาด้วยการพาโชติกไปหาคุณยาย มั่นใจว่าคนที่ตนเองเลือกดีพอจะชนะใจทุกคนในครอบครัว ทว่ากลับถูกตอกกลับด้วยเหตุผลที่ทำโชติกไขว้เขวจนเกือบกู่ไม่กลับ

จริงอยู่ที่เธอมีหน้าที่การงานดี มั่นคง สร้างฐานะได้ แต่อีกกี่ปีล่ะ แพรต้องรออีกกี่ปี หลานฉันสบายมาตั้งแต่เกิด มั่นใจหรือว่าเขาจะมั่นคงกับเธอขณะที่มีคนที่เพียบพร้อมกว่าอยู่ตรงหน้า ถ้ารักแพรจริงก็ไม่จำเป็นต้องครอบครองไว้ก็ได้ ปล่อยเธอไปกับคนที่เขาเหมาะสมกว่า     

ถ้าไม่ไปคาดคั้นเอาคำนี้มาจากโชติก แฟนหนุ่มคงถอยทัพกลับไปราวกับทหารที่พ่ายแพ้ เธอต้องปลุกปลอบใจว่าเธอรักเขา และมีความสุขมากแค่ไหนตลอดเวลาที่คบกัน

แพรวาไม่มีทางลืมหรอกว่า เธอประทับใจเขาตั้งแต่วันแรกที่เห็นเขามาพร้อมกับมอเตอร์ไซค์สีเขียวคันโตนั่นแล้ว และไม่มีทางลืมหรอกว่า รูปภาพที่หายไปจากกระเป๋าสตางค์ที่เธอทำหายสมัยตอนเข้าปีหนึ่งนั้นมันไปอยู่ที่โชติก กว่าจะรู้ว่าเขาเป็นคนเก็บกระเป๋าสตางค์ของเธอได้ก็คบกันเป็นแฟนมาถึงสองปี

แพรวาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่พรากจากชายหนุ่มที่ก็แอบรักเธอมาตั้งนานเหมือนกัน

แผนการที่จะหนีถูกคิดขึ้นทันทีที่รู้ว่าไม่มีทางยกเลิกกำหนดการแต่งงานได้แล้ว แต่ทำยังไงล่ะถึงจะหลบหลีกออกมาได้ หลังจากครุ่นคิดอยู่นานแพรวาก็คิดออก คนเดียวที่จะสร้างโอกาสหนีให้เธอก็คือ...พี่ก้า

ป่านนี้คงวุ่นวายกันใหญ่...

ความคิดหยุดลงเมื่อโชติกเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ และยื่นถุงซาลาเปาให้ มืออีกข้างถือแก้วกาแฟเช่นกัน

หนาวเหรอ

เขาถามพลางเอื้อมมือมาโอบไหล่ แพรวาขยับไปซบและนิ่งเงียบอยู่หลายนาที

เราจะไปไหนกันดี

เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ โชรู้จักรุ่นพี่คนหนึ่งทำสวนยาง คิดว่าไปขอพักกับเขาได้

ที่ไหนเหรอ

ชุมพร

แพรวานึกในใจว่ามันไกลจากที่แห่งนี้สักเท่าไร แต่ระยะทางไม่น่าเป็นอุปสรรค โชติกมีทั้งรถและใจที่จะพาเธอไปได้ทุกที่ ถึงจะรู้สึกหวั่นใจต่ออนาคต แต่เธอก็อุ่นใจที่มีเขาอยู่เคียงข้าง

แม้รู้แก่ใจว่าได้ ใช้พี่สาวต่างสายเลือดเป็นเครื่องมือในการทำตามใจตนเองไปแล้วก็ตาม

 

กริการ์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ตรงหน้ามีกระดาษเขียนแบบ จอคอมพิวเตอร์ไวด์สกรีนสิบเก้านิ้วแปะกระดาษโพสต์อิตสีตองอ่อนเขียนว่า วันจันทร์ประชุม 9.30 น. และนาฬิกาทรงลูกฟุตบอลบอกเวลาใกล้เที่ยง

ใจเธอกำลังลอยไปที่อื่น...

สองวันก่อน กริการ์ตื่นมาแล้วเดินงงหลงทิศอยู่หน้ากระจกห้องน้ำในบ้านหลังนั้น ขณะที่เธอกำลังสับสนมึนงงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ช่วยเรียกสติกลับมา และเมื่อกดรับเธอก็ได้ยินเสียงปลายสายเอ่ยถามทันที

อยู่ไหนเนี่ย เจ้าของคำทักคือตติย เพื่อนคนสนิทของเธอ

กริการ์เริ่มระลึกบทบาทของตนเอง...เออ แล้วฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย

ไม่เข้าออฟฟิซเหรอวันนี้

เธอกะพริบตา เหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าเลยสิบโมงแล้ว

ก้า... ตติยเรียกเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป

อ้อ! ลาน่ะ

อะไรกัน แฮงเอาต์เพราะฉลองให้น้องสาวหนักไปหน่อยหรือไง

เหมือนใครเอาไฟมาสุม กริการ์ร้อนผ่าวไปทั้งตัว งานแต่งงานของแพรวา...ยังไม่มีใครรู้ว่าเรื่องมันกลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง    

            ฮาโหล...ก้า

            เออ ลา...แค่นี้นะ เธอรีบกดวางสายก่อนที่จะแสดงความรู้สึกมากไปจนอีกฝ่ายจับผิดได้ แล้วรีบกลับมาจัดแจงตัวเองระหว่างที่คนในบ้านยังไม่ตื่น ขอฉวยโอกาสนี้กลับไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน

            กริการ์เลือกออกมาใช้ห้องน้ำนอกห้องนอนเพราะไม่อยากให้เกิดเสียง เธอคว้ากระเป๋า เปิดประตูแล้วรีบก้าวออกไป

            อคินยืนอยู่ข้างหน้า!

            เธอชะงัก ใจเต้นโครมคราม แต่เลือกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินต่อ

            จะไปไหน

            ไม่ผิดไปจากที่คิด เขาจับต้นแขนเธอ กริการ์ไม่ได้ขัดขืนรุนแรง แต่ตอบโดยไม่ได้สบตา

            กลับบ้าน

            ไม่รู้ว่าคำตอบของเธอมันทำให้เขาหงุดหงิด หรือเขาหงุดหงิดที่ต้องตื่นเพราะเสียงเธอกันแน่

            ไม่เข้าใจที่ผมพูดเหรอ ผมตั้งใจจะให้น้องแพรอยู่ที่นี่ คุณเป็นตัวแทนของน้องแพร ฉะนั้นคุณต้องอยู่ที่นี่!’

ประโยคนั้นทำให้กริการ์รู้ว่าอคินยังไม่หายโมโหจากเมื่อวาน เธอเกลียดน้ำเสียงตะคอกแบบนี้ที่สุด

            แต่ฉันต้องทำมาหากินนะ ที่นี่กับที่ทำงานฉันมันอยู่ห่างกันคนละมุมเมือง จะให้ฉันขับรถผลาญน้ำมันเล่นหรือไง ฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนนะ ไม่ใช่เจ้าของกิจการ!’

            กริการ์สะบัดหลุดจากการเกาะกุม อคินพอถูกใส่เป็นชุดก็มึนไปเล็กน้อย พอรู้ตัวก็วิ่งปราดเข้าไปถึงตัว คราวนี้เธอสะดุ้งเพราะเขาออกแรงฉุด

            ไม่ต้องกังวลหรอก เรื่องระหว่างเรามันก็แค่ข้อตกลงชั่วคราวเท่านั้น เจอน้องแพรเมื่อไรก็เป็นอันจบ คุณไม่เสียไปกว่านี้หรอก

            หญิงสาวหน้าร้อนฉ่าเหมือนน้ำตาจะไหล แต่พยายามสะกดอารมณ์โกรธและอายให้อยู่ข้างใน แต่ก็คิดว่าเขาคงรับรู้ได้จากท่าทางของเธอแน่ เธอกำมือแน่นเพื่อระงับความรู้สึก แล้วถอนหายใจยาว ก่อนตอบเสียงเรียบ

            รู้แล้ว ไม่ต้องย้ำนักหรอก แล้วก็ปล่อยฉันซะที ฉุดแบบนี้ทุกครั้ง กว่าจะจบเรื่องแขนหลุดกันพอดี

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่

            คุณอคินเธอเรียกชื่อเขาดังกว่าเดิม

            อคินปล่อยมือ แต่ไม่ยอมปล่อยข้อต่อรอง งั้นวันเสาร์อาทิตย์คุณต้องมาที่นี่ หยุดใช่ไหม

            กริการ์เหลือบตาขึ้นมองเพราะอคินสูงกว่า ครั้นแล้วเธอก็ถอนหายใจแรง พลิกตัวเดินออกไป

            กริการ์!’

            เออ!’

            อีกครั้งที่อคินได้รับการตอบสนองที่ไม่คุ้นเคย กริการ์รีบเดินหนี เธอเหลือบหางตามองเห็นชายหนุ่มก้าวลงบันไดหน้าบ้านตามมา แต่เธอเรียกแท็กซี่และขึ้นไปก่อนที่เขาจะพูดอะไรได้ทัน

            ผิดหวังเหรอ...กริการ์ถามตัวเอง พยายามระลึกความรู้สึกบางอย่าง เพียงแต่ว่ามันนานมาแล้ว ถ้าจะเอามาเปรียบเทียบกันอาจไม่ยุติธรรมสำหรับเขา

            ...ก้า...

            หรือสำหรับหัวใจตัวเอง

            กาก้า!”

            กริการ์สะดุ้งสุดตัว เสียงเรียกชื่อดังลั่นข้างหู เธอผงะรีบหันไปหาต้นเสียง พอเห็นว่าเป็นใครก็โวยลั่น

            จะตะโกนทำไม  แก้วหูแตกแล้วมั้งเนี่ย  เธอว่าพลางยกมือลูบหู

            เรียกอยู่นานแล้ว คุณผู้หญิงมัวแต่เหม่อเอง เชิญองค์ลงอยู่หรือไงครับ

            เขาตอบหน้าทะเล้น เธอหันไปมองรอบๆ เห็นเพื่อนรวมงานหลายคนหัวเราะคิกคัก

            ว่าไงล่ะ กริการ์ถาม

            ตติยบุ้ยปากไปที่โต๊ะทำงาน แบบนั่นจะส่งลูกค้าเหรอ

            กริการ์มองตาม แล้วเบิกตาโพลงพร้อมส่งเสียงร้อง

ตายแล้ว!”

            เพราะบนกระดาษที่น่าจะมีแต่ภาพร่างการตกแต่งกลับมีรอยขีดเขียนด้วยดินสอเป็นเส้นพันกันยุ่งเหยิง คงเป็นเพราะช่วงที่เธอครุ่นคิดเลยเผลอลากมือไปมาโดยไม่รู้ตัว

            ทำไงดีล่ะเนี่ย โธ่เอ๊ย! จะเสร็จอยู่แล้วเชียว

            สงสัยเทพ จะลงผิด เละเลย

            ไอ้เต!”

            ตติยหัวเราะชอบใจ หมุนตัวลากเก้าอี้กลับไปที่โต๊ะตัวเอง ขณะที่กริการ์หน้านิ่วคิ้วขมวดที่ตัวเองฟุ้งซ่านจนเสียงาน จะโทษใครก็ไม่ได้ ยิ่งพอรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุก็ยิ่งหงุดหงิด อารมณ์เสีย พาล

            ตื่นซะทีได้ไหมกริการ์!

            เธอลุกพรวด ก้าวฉับๆ ไปยังประตู

            จะไปไหนน่ะ ตติยถาม

            ขี้!”

            เพราะตติยยังสนุกที่ได้ต่อปากกับหญิงสาวจึงไม่เลิกแหย่ แต่พอเธอสวนกลับมาแบบนั้น ผลก็คือเพื่อนร่วมออฟฟิซหัวเราะสมน้ำหน้าเขาบ้าง

            เป็นไงล่ะ ไอ้เต ฮ่าฮ่า

           

            ขณะเดียวกันกับที่กริการ์ไปห้องน้ำ ไกลออกไปอีกนับร้อยกิโลเมตร ต้นเหตุที่ทำให้เธอสติแตกก็กำลังเดินออกจากห้องน้ำเช่นกัน แพรวาก้าวขึ้นบันได เท้าสัมผัสเนื้อไม้เย็นเฉียบแต่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เธอหยุดยืนระหว่างทางแล้วมองทิวทัศน์รอบกาย

            มุมมองมากกว่าสองร้อยองศาเต็มไปด้วยต้นไม้ ได้รับการบอกเล่าว่ามันคือยางพารา ต้นสูงกลมตรงเรียงรายเป็นแถวเต็มพื้นที่ มีช่องว่างระหว่างต้นกับระหว่างแถวบอกว่าเป็นการปลูกเป็นอาชีพ กระนั้นก็ยังเว้นพื้นที่รอบบ้านไว้สำหรับปลูกผักสวนครัวและดอกไม้ประดับเล็กๆ น้อยๆ

            วันนี้อากาศเย็นกว่าเมื่อวาน แต่หัวใจเป็นสุขมากกว่า...แพรวาคิดขณะก้าวขึ้นบันไดขั้นต่อไป บ้านหลังนี้เหมือนกับบ้านในชนบทส่วนใหญ่ คือ ยกพื้นสูง มีห้องต่างๆ อยู่ชั้นบน โดยต่อเติมชั้นล่างให้เป็นห้องน้ำและห้องใช้งานเพิ่มเติมตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หน้าบ้านมีชานยื่นออกมา แพรวาเดินผ่านประตูเข้าไป

            กลางห้องโถง โชติกนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกำลังง่วนอยู่กับการหาอะไรในกระเป๋าเป้

            “ทำอะไรอยู่คะ”
            เขาสะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อแพรวาถลาเข้าไปหา แต่ก็หันมามองเธอพร้อมเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากให้

            “เป็นไงบ้าง”

            “จะเที่ยงแล้วนะเนี่ย แต่น้ำเย็นเจี๊ยบเลย” เธอบอกพลางกอดไหล่ตัวเอง      

            “สดชื่นดีใช่ไหมล่ะ ตาไม่แดงแล้ว คงเพราะได้นอนหลับเต็มที่” โชติกบอก หญิงสาวพยักหน้า เขาขยับมามองเธอ แพรวาใส่ชุดของเขาทั้งเสื้อและกางเกง ถึงจะดูหลวมโพรกไม่คุ้นตา แต่เพราะจำต้องเอาชุดของเธอไปซักเปลี่ยนด้วยความที่ไม่ได้หาซื้อเตรียมมา ขณะที่เขาเองแค่ได้เสื้ออีกตัวจากเจ้าของบ้านมาก็ไม่มีปัญหา

            “เมื่อวานนอนไม่หลับละสิ”

            แพรวาอมยิ้มหลุบตา

            “อย่างว่าแหละ อยู่ตามลำพังกับหมาป่าแบบนั้นจะไม่คิดมากได้ยังไง อุตส่าห์บอกแล้วนะว่านักรบ

ออกรบไม่ได้หรอกถ้าไม่มีเสื้อเกราะ”

            หน้าขาวแดงก่ำทันใด ยิ่งเห็นแววตาวิบวับของชายหนุ่มที่ช่างเปรียบเทียบแล้วแพรวาก็ยิ่งเขิน

            “โชบ้า!

            เธอโวย หยิบผ้าขนหนูมาตีเขาแก้เก้อ ในความจริงโชติกพูดถูกทุกอย่าง เพิ่งหนีงานแต่ง นั่งรถฝ่าลมสามชั่วโมง มาอยู่สองต่อสองกับผู้ชาย ต่อให้เหนื่อยขนาดไหนก็อดตื่นเต้นไม่ได้ ถึงจะไม่ได้ล่วงเกินกันทางกาย แต่ในใจเธอตอบรับการเป็นของเขาไปแล้ว

            แพรวาทุบไหล่เขาเบาๆ ปากก็ว่าอีกฝ่ายว่าบ้า โชติกหัวเราะ จับมือดึงเธอเข้ามาหา หมายจะสูดกลิ่นหอมจากแก้มนวล

            จู๋จี๋กันใหญ่เลยนะ

            ทั้งสองรีบผละจากกัน เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวเดินนำมาก่อนตามด้วยชายหนุ่มอีกคน สีหน้ายิ้มแย้ม ชายหนุ่มถือถุงเต็มสองมือ

            “รู้ว่าเขาจู๋จี๋กันยังมาขัดจังหวะอีก”

            โชติกพูดหน้าตาย แต่แพรวาหน้าแดง ขณะที่คนแซวก่อนหัวเราะ ทั้งคู่เป็นเจ้าของบ้านที่พวกเขามาขออาศัย รุ่งกับรัฐเป็นคู่สามีภรรยาชาวใต้แท้ๆ เพราะรูปร่างสูง ผิวเข้ม ตาหวาน และพูดติดสำเนียงทองแดง

            “โช พี่ให้คนไปซ่อมกระต๊อบในสวนแล้วนะ หลังคามันเก่า แล้วก็ทำห้องน้ำให้ด้วย เย็นนี้ก็เสร็จ”

            “ขอบคุณครับ” โชติกพยักหน้า

รัฐเป็นเจ้าของสวนยางมีลูกจ้างหลายสิบคน ด้วยเป็นคนมีความรู้และมีน้ำใจทำให้ชาวบ้านนับถือ เมื่อโชติกเล่าเรื่องให้ฟังแล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ รัฐกับรุ่งแทบจะบริการเหมือนทั้งสองเป็นแขกในโรงแรม ซ้ำยังตำหนิว่าไม่ยอมโทร. มาล่วงหน้า เพราะได้รับการติดต่อจากโชติกก็ตอนที่เขามาอยู่ในตัวจังหวัดชุมพรแล้ว โชติกกับแพรวาเลยต้องอาศัยนอนในบ้านของสามีภรรยารุ่นพี่และรอให้กระต๊อบที่ว่าซ่อมเสร็จก่อน

“เดี๋ยวพอถึงกระท่อมปลายนา รจนาก็เห็นสังข์ทองเองแหละ ตอนนี้ทนดูรูปเงาะไปก่อนแล้วกัน”

“เอ้า แซวเข้าไป เขาม้วนเป็นหอยทากแล้ว พี่เองนั่นแหละ กี่ปีกี่ชาติก็ไม่เคยถอดรูปเงาะ”

“ไอ้โช เดี๋ยวจะโดน”

รุ่งซึ่งกำลังหยิบจานหัวเราะชอบใจ แพรวาเองถึงเขินแต่ก็หัวเราะคิก เธอมองสองหนุ่มโต้ตอบกันแล้วคิดถึงคำบอกเล่าของโชติกว่ารัฐเป็นเพื่อนบ้านมาหลายปีเพราะเคยมาเช่าบ้านอยู่ติดกัน อายุมากกว่าเขาหกปี เรียนวิศวกรรมศาตร์และทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ วันหนึ่งผู้เป็นพ่อเสียและไม่มีใครดูแลสวน ประกอบกับไม่ชอบงานที่ทำเท่าไรนักเลยกลับมาอยู่บ้านเดิม ส่วนรุ่งเป็นคนจังหวัดเดียวกันแต่คนละอำเภอ ทั้งคู่เจอกันที่กรุงเทพฯ และมาแต่งงานกันตอนรัฐย้ายกลับมาอยู่บ้าน

พอได้ฟังจากบทสนทนาก็รู้แล้วว่าทั้งคู่สนิทสนมกันแค่ไหน แพรวาลุกไปหารุ่งตรงมุมครัว

“ให้แพรช่วยไหมคะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ นิดเดียว กับข้าวสำเร็จทั้งนั้น ว่าแต่แพรกินได้หรือเปล่า” รุ่งถามขณะเทแกงเทโพใส่ถ้วย แพรวาพยักหน้าหนักแน่น ตั้งแต่มาถึงบ่ายเมื่อวานเธอยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากกิน นอน แล้วก็เดินเล่นรอบบ้าน แม้แต่กระต๊อบที่รัฐพูดถึงก็ยังไม่ได้เห็น

ไม่รู้โชติกพูดเรื่องอะไรของเธอกับรุ่นพี่สองคนนี้บ้าง เพราะดูเขาเอาอกเอาใจอย่างดี แพรวามากระซิบถามตอนกินข้าวเสร็จแล้ว

“ไม่เห็นต้องบอกอะไรเลย แค่เขาเห็นแพรผ่องมาแบบนี้ก็รู้แล้วว่าคุณหนู จะให้โชพูดอะไรล่ะ”

แพรวาค้อน โชติกหัวเราะแล้วบอกว่าล้อเล่น “พี่รัฐบอกคนอื่นว่าเราเป็นญาติ จริงๆ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงคนแถวนี้เขาไม่คิดอะไร”

ระยะทางจากบ้านสองชั้นถึงกระต๊อบในสวนเกือบหนึ่งกิโลเมตร แพรวาบอกกับโชติกว่าอยากเดิน เขาจึงจอดรถทิ้งไว้ สองหนุ่มสาวเดินจูงมือกันเรื่อยๆ พ้นจากแนวต้นยางกลายเป็นสวนทึบกว่า โชติกบอกกับแพรวาว่าเป็นสวนผลไม้แบบผสม คนที่มีที่ทางนอกจากปลูกยางพาราแล้วยังปลูกผลไม้อื่นๆ ไว้อีก ส่วนใหญ่เพื่อบำรุงรักษาผืนดิน แต่ถ้าผลผลิตเยอะก็สามารถขายได้ด้วย

แพรวามองอย่างสนใจ ท่าทางตื่นเต้นด้วยเพราะเพิ่งเคยเห็น โลกของหญิงสาวไม่เคยมีอะไรแปลกใหม่เท่านี้ ตอนนี้เธอยินดีที่ได้พบเจอเพราะมีเขาอยู่ แต่นานไปจะเป็นยังไงไม่รู้ โชติกอดคิดไม่ได้

เขาย้อนความรู้สึกเมื่อสองวันก่อน อันที่จริงหลายเดือนมานับตั้งแต่วันเกิดของหญิงสาว กับตั้งแต่ที่เขาไปเจอแม่กับย่าของเธอ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองได้ตายไปแล้ว ยิ่งใกล้วันแต่งยิ่งไม่เป็นอันทำอะไร ไม่หิว ไม่หลับ ได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ งานก็ไม่ได้ทำจนคนที่บ้านทำอะไรไม่ถูก

ขณะที่กำลังคิดว่าจะหนีความเจ็บช้ำไปให้พ้นจากเขตเมือง แพรวาก็โทร. เข้ามา

เสียงโทรศัพท์กับเสียงของเธอเหมือนเสียงสวรรค์ แม้แพรวาจะร้องไห้และจับใจความไม่ได้ แต่เพียงแค่รู้ว่าเธอหนีออกจากงานแล้วก็พอจะชุบชีวิตเขาจากหลุมศพ โชติกแทบไม่คิดสักนิดตอนคว้าหมวกกันน็อกและสตาร์ตรถ รู้ตัวอีกทีก็เมื่อตอนที่เขาโผเข้ากอดเธอโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้างที่พากันมองอย่างงงๆ

เขายิ้มกับตัวเอง ถ้าตอนนั้นแพรวาไม่ร้องไห้ออกมาก่อน เขาคงเป็นฝ่ายปล่อยให้ตัวเองได้ขายขี้หน้าแน่นอน

เมื่อได้คนรักกลับคืนมา หัวใจที่แหลกสลายก็กลับมาเต้นได้ ของขวัญชิ้นนี้มันล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด โชติกสัญญากับตนเอง...จากนี้ไปเขาจะปกป้องและดูแลแพรวา แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

 

กริการ์มาเข้าห้องน้ำ พอได้เวลาส่วนตัวใจก็ลอยไปอีก เมื่อปลงได้ว่ายังไงก็ต้องเขียนแบบใหม่อยู่ดีก็ไม่ถึงกับโกรธตัวเองเกินไปนัก เพราะงานนี้ขอให้เสร็จก่อนปีใหม่ก็เป็นอันใช้ได้ ยังเหลือเวลาอีกสองสัปดาห์เต็มกว่าจะได้หยุดยาว เธอแค่อยากทำให้เสร็จเพื่อจะได้มีเวลาหากต้องมีการแก้ไขอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็จะได้ไม่ต้องเร่งรีบมากเกินไป   

            กริการ์ทำงานที่นี่ตั้งแต่เรียนจบ ด้วยการแนะนำของรุ่นพี่ของบริษัทที่เคยไปฝึกงาน ความจริงเธอก็น่าจะได้ร่วมงานกับบริษัทนั้นไปแล้ว แต่เป็นเพราะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ กับการซุบซิบนินทาซึ่งเป็นเรื่องปกติในออฟฟิซที่มีผู้หญิงเยอะเกินไปทำให้เธอปฏิเสธ แล้วได้งานที่นี่ในเวลาต่อมา

            โดยรวมแล้วเธอก็ถูกใจที่นี่ไม่น้อย เพราะสำนักงานออกแบบเล็กๆ พนักงานไม่ถึงยี่สิบคนแบบนี้ล้วนอยู่กันเป็นพี่น้องมากกว่าจะชิงดีชิงเด่น หัวหน้าสองคนเป็นหุ้นส่วนกัน นอกจากเธอก็ยังมีผู้หญิงอีกสามคน นอกนั้นเป็นสถาปนิกกับอินทีเรียร์หนุ่มล้วน ทำให้กริการ์ติดนิสัยโผงผางพูดตรงไปด้วย

            เตว่าก้าปากร้ายมาก่อนเจอพวกเรานะ

            กริการ์จำได้ว่าครั้งหนึ่งตติยพูดอย่างนั้น หญิงสาวอมยิ้ม ชายหนุ่มเข้างานมาทีหลังเธอ แต่กลายเป็นคู่หูชนิดเห็นเธอที่ไหนต้องเห็นเขาที่นั่น สถาปนิกหนุ่มผิวขาว รูปร่างสันทัด ไม่ถึงกับหล่อจัด เวลายิ้มดวงตาเรียวเล็กหยี ใบหน้าสะอาดน่ามอง แต่ก็คารมจัดจ้านไม่แพ้คนอื่น

            กริการ์ถอนใจ วันนี้อาการดีขึ้นแล้วเธอจึงมาทำงานได้ และพูดคุยกับคนอื่นๆ อย่างเป็นปกติ หากแต่เมื่อวานนี้เธอต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้สำเร็จ         

            กริการ์เดินโซเซถึงห้องด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย หลังอาบน้ำเสร็จเธอก็ตั้งใจจะพักผ่อนแต่กลับนอนไม่หลับ จากนาทีผ่านไปจนเกือบเป็นชั่วโมง ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจลุกจากเตียง ตั้งใจจะไปหาอะไรทำฆ่าเวลาและระงับอาการตนเอง แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่ารถไม่อยู่ เธอกลับไปเอารถที่โรงแรมโดยไม่ต้องถามคนที่บ้านให้เสียเวลาเพราะมั่นใจว่าคงไม่มีใครอยากบริการเธอขนาดนั้น หลังจากนั้นก็ขับเข้าห้างสรรพสินค้า ซื้อ กิน ตีตั๋วดูหนังให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

            ภาพเหตุการณ์ยังติดอยู่ในใจ ทุกสัมผัสยังติดตรึงบนเนินเนื้อ...ร้อนเหมือนอยู่กลางทะเลไฟทุกครั้งที่นึกถึง บนผิวนี้ ทุกพื้นที่บนร่างกายนี้ถูกเขาครอบครองเป็นเจ้าของจนหมดสิ้น

            จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะนิ่งเฉยให้มากที่สุด หากพอถูกเขาเล้าโลมเข้าหน่อยก็อ่อนระทวย แบบนี้จะพูดได้ยังไงว่าถูกข่มเหง อาการมันฟ้องว่าสมยอมชัดๆ

            กริการ์สะบัดศีรษะ ไม่คิดเลยว่าการตัดสินใจไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวกลับกลายมาเป็นแบบนี้ไปเสียได้ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าแพรวาจะกล้าทำอะไรแบบนี้ อย่าว่าแต่อคิน เธอนี่แหละที่ตกใจยิ่งกว่าใคร

            ตกใจที่ตัวเองดีใจ

            ติ๊ด...ติ๊ด...

            โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนเปล่งเสียงจนเธอสะดุ้ง เธอก้มลงไปหยิบ แต่อารามรีบร้อนทำให้มันหลุดมือ และร่วงลงผ่านขา ได้ยินเสียงดังจ๋อม เธอรีบลุกและหันกลับมาหมายจะรีบคว้าขึ้น แต่...

            ชักโครกยังไม่ได้กดน้ำ

 



อุธิยา


สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องพร้อมตอนพิเศษได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #816 PiLii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 04:28
    อ้าว ที่แท้ก้อชอบนี่เอง โถ แม่คู๊นนนนนนนนน!! อุตส่าห์เห็นใจไปตั้งเยอะ 
    #816
    0
  2. #803 lexzy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2554 / 19:14
     หนุกมาก
    #803
    0
  3. #700 Nupri43 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2554 / 01:04
    อึ๋ย.....เค้าก็ไม่กล้าหยิบนะตัว
    #700
    0
  4. #669 darika-grammy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2554 / 06:06
    555 จะกล้าหยิบมั้ยนั่น
    #669
    0
  5. #482 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 12:35
    ขำอ่ะ ตกชักโครกไปแล้ว
    #482
    0
  6. #330 MU @ Club (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 00:41

      งุนงงกับชีวิตแทน นู๋ก้า ค่ะ  ไม่รู้จะบอกว่าไงดี

      สงสัย..กลับถึงจะโดนอะไรอีก โทรศัพท์ก็นะ ตกได้เวลาเหมาะจริงๆ

      ขอให้สติสตังส์กลับมาไวๆ ค่ะนู๋ก้า
                
    #330
    0
  7. #253 prawpraw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 / 19:40

    ซะงั้นอะ 555555  กลับบ้านไปเจอแน่

    #253
    0
  8. #3 Potae Jung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 15:52
    น่าสงสารนางเอกนะคะ
    #3
    0