เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 19 : 19 บางสิ่งในความสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    4 มี.ค. 61


 

19

 

“คุณแม่ อย่าบอกนะคะว่าจะให้น้องแพรไปบ้านนายโชนั่นอีก”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่”

เพียงดาวเห็นท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่ายก็อดหงุดหงิดไม่ได้

“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะ เรื่องมันเกิดเพราะเราปล่อยให้น้องแพรไปไหนมาไหนเอง”

“แล้วที่น้องแพรหนีไปไม่ใช่เป็นเพราะเราบังคับให้อยู่แต่ในบ้านเหรอ” พรฟ้าเสียงแข็ง คนเป็นลูกชะงัก “ใจเย็นหน่อยสิดาว แม่รู้ว่ากำลังทำอะไร เด็กวัยน้องแพรยิ่งไปห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ตอนนี้น้องแพรกำลังขวัญเสีย แม่ว่าเราควรใจเย็นๆ ค่อยๆ ปลอบเขา ตามใจเขาหน่อยจะดีกว่า ถ้าไปกราดเกรี้ยวใส่มีแต่จะยิ่งแย่”

            เพียงดาวถูกสวนกลับเป็นชุดทำเอาเธออึ้ง

“ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้ก็ต้องยอมรับกันไป ยังไงซะน้องแพรก็อยู่กับเราแล้ว พูดกันดีๆ ก็คงเข้าใจ”

            “คุณแม่แน่ใจเหรอคะ”

            “แล้วเธอไม่รู้จักลูกตัวเองหรือไง” พรฟ้ายกน้ำที่คนรับใช้มาเสิร์ฟขึ้นดื่ม “วางใจเถอะ ยังไงอคินกับน้องแพรก็ต้องได้แต่งงานกันแน่ๆ ยายก้าไม่ได้อยู่ที่บ้านสวนแล้วด้วย”

            เพียงดาวตาโต สีหน้ากระจ่างขึ้น “จริงเหรอคะ”

            พรฟ้าพยักหน้าแย้มยิ้ม “เพราะฉะนั้นเธอต้องใจเย็นไว้ก่อน ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี” เธอพูดเรียบๆ แววตาเป็นประกายแบบที่เพียงดาวตีความหมายไม่ออก แต่ถึงอย่างไรเรื่องหลานนอกไส้คนนั้นก็ถือเป็นข่าวดีที่ชวนให้เพียงดาวใจชื้นได้บ้าง

 

            กริการ์นัดกับลูกค้าเรื่องแต่งคอนโดฯวันนี้ตอนสิบโมง แต่ตอนนี้เลยเวลานัดมายี่สิบนาทีแล้ว เธอนั่งอย่างเซ็งๆ ในล็อบบีของสถานที่นัดหมาย ตามองอะไรเรื่อยเปื่อย พนักงานที่เคาน์เตอร์กำลังดูทีวีซึ่งฉายภาพยนตร์เกาหลีตาไม่กะพริบ เธอนึกโกรธคู่นัดหมายเพราะทำให้มีเวลาว่างพอที่สมองเถลไถลเอาคำของใครคนหนึ่งมาเฉือนใจเล่น

อย่าให้เขารู้ล่ะ ว่าคุณน่ะของเหลือคนอื่น

ก็แล้วมันใครกันล่ะที่ทำให้เป็นแบบนั้น เก่งนักหนาทำไมคิดไม่ได้ว่าเพราะอะไรเธอถึงยอม คนบ้า เอาเปรียบไม่พอยังจะมาถากถางกันอีก

อยากให้คนอื่นมาควบคุมชีวิตหรือจะลงมือบงการชีวิตตัวเองตามที่ใจต้องการ

ลงมือบงการชีวิตตัวเองตามที่ใจต้องการ?

กริการ์ยังไม่เห็นทางไหนที่จะทำให้เขายังอยู่ในเส้นทางชีวิตของเธอเหมือนเดิมได้เลย บางเสี้ยวอารมณ์เธอก็อยากจะเป็นฝ่ายเดินลุยแหลกไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแบบที่แพรวาทำเหมือนกัน

เดาไม่ยาก ตั้งแต่คิดแผนการหนีงานแต่งและหายตัวไปร่วมเดือน น้องสาวต่างสายเลือดคงไปอาศัยอยู่กับ เพื่อน คนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ใครจะเชื่อเธอบ้างถ้าบอกว่าหญิงสาวผู้เรียบร้อยหนีไปอยู่กับผู้ชายมาแล้ว...

กระนั้นก็ดูเหมือนว่าคำพูดของเธอที่พูดสวนอคินกลับไปนั้นจะทำให้เขามีรอยหวั่นไหวในดวงตา

            น้องแพรต่างหากที่มาแย่งของเธอ...

            ถ้ามีทางที่เธอจะได้เขากลับมาอีกครั้ง บางที...

กริการ์สะดุดความคิดตนเอง ทันใดนั้นหางตาเธอก็มองเห็นชายคนหนึ่งเปิดประตูกระจกเข้ามา เธอขยับตัว เขาเองก็เดาได้ว่าเธอคือคู่นัดหมายจึงเปิดยิ้มเชิงขอโทษ

            “คุณก้า”

            “ค่ะ” กริการ์ลุกยืนแล้วก็ชะงัก

            นี่เขา...เพื่อนอคิน! คนที่ไปนั่งดื่มที่ร้านของภัทรในวันนั้น

            “ขอโทษทีครับที่มาช้า กะเวลาผิดไปหน่อย”

            ชายหนุ่มยิ้มเจื่อน ผงกศีรษะขอโทษ หัวใจกริการ์กลับมาเต้นเพราะดูเหมือนว่าเขาจะจำเธอไม่ได้

            “ไม่เป็นไรค่ะ คุณวรปีย์”

            วรปีย์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินชื่อตัวเองออกจากใบหน้าสวยคม ความจริงเขากำลังหงุดหงิดเพราะโทรศัพท์จากภรรยาเลยเสียเวลายืนคุยอยู่พักหนึ่ง หากพอได้เห็นว่ามัณฑนากรเป็นสาวสวยขนาดนี้อารมณ์ก็พลันรื่นเริงเหมือนปลาได้น้ำขึ้นมาทันที

           

            “คุณย่ามีอะไรคะ”

            กริการ์พูดด้วยเสียงเนือยๆ หลังจากปฏิเสธไม่รับสายจากพรฟ้ามาตลอดช่วงเช้า กระทั่งพอบ่ายก็หมดความอดทนเพราะดูท่าอีกฝ่ายก็ดึงดันจะคุย

            “เสาร์อาทิตย์นี้พอจะมีเวลาว่างไหม อยากให้ก้าเข้ามาที่บ้านหน่อย”

            เรื่องอะไรอีกล่ะกริการ์คิด “มีอะไรคะ” เธอถามกลับ

            “ย่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย”

            “จะเป็นเรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับก้าแล้วนะคะ คุณย่าเคยบอกแล้วว่าจบงานนี้จะไม่มายุ่งกับก้าอีก” กริการ์ทำเสียงตัดรอน อีกฝ่ายนิ่งไปชั่วอึดใจ

            “ไม่ใช่จะเรียกมาตำหนิเรื่องน้องแพรนะ เป็นเรื่องของก้า ย่ามีของจะให้ คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก อยากพูดกับก้าโดยตรง เข้ามาหาหน่อยเถอะนะ”

            กริการ์ไม่มีทางลืมความกดดันจากการบีบคั้นครั้งนั้น ทุกวันนี้เธอยังเจ็บเหมือนแผลยังไม่ตกสะเก็ดเสียด้วยซ้ำ คุณย่าของเธอเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง ประสบการณ์ได้ช่วยสั่งสมชั่วโมงบินในการเจรจาต่อรอง

            “ไม่ไปค่ะ ก้ายอมรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว จบแล้ว แค่นี้นะคะ ก้าจะทำงาน”

            กริการ์วางสายแล้วถอนหายใจ ตั้งแต่เธอรู้ว่าแพรวากลับมา รู้ว่าน้องสาวประสบอุบัติเหตุ เธอไม่ได้ไปเยี่ยมก็จริง แต่นั่นคงไม่มีใครมาต่อว่า ครอบครัวนั้นคงตัดขาดกับหลานนอกคอกคนนี้ไปแล้ว

            เพราะเธอก็จะทำแบบนั้นเช่นกัน ไม่ว่าจะมีคำขอร้องใดๆ กริการ์จะถือว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอทั้งสิ้น

 

            ร้านอาหารกึ่งผับวันนี้คนหนาตาตามเคยเพราะเป็นวันเสาร์ ทีวีแอลซีดีสี่สิบนิ้วกำลังฉายการถ่ายทอดสดฟุตบอล มีทั้งลูกค้าที่เชียร์แกล้มอาหารและกลุ่มที่สนใจแต่อาหารไม่แยแสการเชียร์

            ขณะที่อคินไม่ถูกจัดอยู่ในทั้งสองแบบ ชายหนุ่มนั่งนิ่งหมุนแก้วในมือไปมาจนวรปีย์ทัก

            “เป็นอะไรครับเจ้าพ่อ ชวนมากินเหล้าแล้วมานั่งเงียบ”

            คนถามรินเครื่องดื่มใส่แก้วตัวเอง วันนี้ข้างกายเขาไม่มีสาวสวย “เหนื่อยเหรอวะ หน้าเครียดเชียว”

“งานเยอะน่ะ แค่อยากดื่มนิดหน่อย ไม่มีอะไร”

            อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ ยกแก้วกระดก “เออ แล้วเรื่องตัวแทนเจ้าสาวเป็นยังไงบ้าง ยังอยู่ด้วยกันหรือเปล่า” อคินยังไม่ทันตอบวรปีย์ก็ชิงพูดดักคอ “เอ๊ะ! หรือว่าตัวจริงกลับมาแล้ว แต่แกตัดใจไม่ขาด รักพี่เสียดายน้องจนมานั่งเครียดอยู่นี่”

            อคินแค่นยิ้ม ไม่รู้จะด่าหรือชมดีที่อีกฝ่ายทำตัวสมตำแหน่งเพื่อนรัก ถามได้จี้ใจดำจนอยากจะประเคนหมัดให้เป็นรางวัล

            “ช่างเดา น่าไปเป็นหมอดูนะ”

            “แล้วถูกไหม”

            ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นกระดกแล้วถอนหายใจ นัยน์ตายิ้มเย็น “ถูกครึ่งเดียว ที่บ้านเขาตามเจอแพรแล้ว แต่ฉันไม่ได้เครียดเพราะรักพี่เสียดายน้อง แค่อยากจะพัก เข้าใจไหม อย่าได้ปากหมาสันนิษฐานอะไรออกมาอีก”

            วรปีย์ยิ้มแหยแสร้งทำคอย่น พยักหน้าจริงจัง ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องอื่น

            “แล้วแกล่ะ งานเป็นยังไง กว้านซื้อที่ผืนไหนมาอีก”

            “แกก็พูดเกินไป แค่ได้คอนโดฯ มาห้องหนึ่งติดริมแม่น้ำ อ้อ! นี่” คนเล่าวางแก้ว “ฉันจ้างมัณฑนากรมาคนหนึ่ง แม่งสวยฉิบเลยว่ะ ตอนคุยโทรศัพท์กันฉันยังเฉยๆ แต่พอเจอตัวจริง...ให้ตายสิ”

            “แค่เป็นผู้หญิงแกก็ว่าสวยทุกคนนั่นแหละ” อคินตอบเรื่อยๆ เป็นปกติสำหรับวรปีย์ที่ในรอบทุกสองสามเดือนเขาจะมาเล่าเรื่องหญิงสาวที่ตัวเองจีบ

            “เฮ้ย แต่คนนี้สวยจริงว่ะ คม เปรี้ยว สเปกเลย เสร็จงานนี้จะหางานมาจ้างต่อให้ได้เผื่อจะจัดได้สักเทอม”

            วรปีย์เล่าด้วยน้ำเสียงลิงโลด อคินไม่ได้สนใจแต่ก็ไม่อยากขัด เพราะเดี๋ยวพอครบเทอม ซึ่งบางทีอาจไม่ถึง วรปีย์ก็จะเงียบหายไปและโดนควบคุมความประพฤติจากภรรยาเหมือนเดิม

            สมองอคินมีภาพผู้หญิงคนเดียวที่รบกวนอยู่ มันชัดเจนจนเขากังวลใจว่าจะลบออกเพื่อให้ภาพผู้หญิงอีกคนไปแทนได้หรือเปล่า

 

            วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่อากาศไม่แย่นัก ท้องฟ้าสว่าง แดดยามสายกำลังเริ่มทวีความร้อน ทว่าก็ยังมีสายลมพัดโชยเอากลิ่นไอน้ำมาจากที่ไกลแสนไกลเป็นสัญญาณว่าอาจจะหอบเอาสายฝนมาในไม่ช้า

แพรวาลงจากรถ ระงับความรู้สึกพลุ่งพล่านและโศกเศร้า มองบ้านสองชั้นตรงหน้านิ่งๆ หลายวินาทีราวกับจะซึมซับทุกอณูที่ใครบางคนเคยอาศัยอยู่

            เธอเคยมาที่นี่หลายครั้ง ทุกครั้งเป็นความสุข ตื่นเต้น อบอุ่น ต่างกันกับคราวนี้โดยสิ้นเชิง

            “คุณแพรครับ อย่าลืมนะครับ คุณท่านให้กลับก่อนเที่ยง”

            คำของคนขับรถดึงอารมณ์แพรวาให้กลับมา เธอพยักหน้าเชิงรำคาญก่อนจะก้าวเข้าไปด้านใน จากการใช้ความพยายามอ้อนวอนขออยู่นานจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน แรกทีเดียวแม่ของเธอยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้ แต่คุณยายนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ก่อนตัดสินใจยอม แต่ไม่วายให้คนขับรถพามาและย้ำหนักแน่นว่าเธอจะต้องกลับถึงบ้านก่อนมื้อกลางวัน

            แพรวารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษมากกว่าคนเจ็บ

            “สวัสดีค่ะ”

            ชรินทร์กับภรรยารับไหว้ ทั้งคู่มีรอยยิ้มเจือจางแสดงการต้อนรับ

            “ขอโทษที่แพรมารบกวน แพรแค่...” แพรวาพยายามจะให้เหตุผลทั้งที่ไม่จำเป็น

            “ไม่เป็นไรจ้ะหนูแพร ถ้าหนูคิดว่าสบายใจมาเมื่อไรก็ได้ เพียงแต่...” คนเป็นภรรยาน้ำตาคลอ แพรวาเองก็เริ่มหายใจติดขัด เธอเสียใจแต่คงไม่เท่าคนเป็นแม่ที่ต้องเสียลูกชายไป

            “เดี๋ยวให้ชมพู่พาไปที่ห้องโชก็แล้วกัน ลุงเองก็ไม่ได้ไปจับต้องอะไรของโชเขาหรอก”

            “แพรแค่อยากไปดูเฉยๆ ไม่ได้จะไปรื้อค้นอะไรหรอกค่ะ”

            “ลุงก็ไม่ได้ว่าอะไร ลุงเข้าใจ”

            แพรวากำมือตนเอง อาจเป็นเพราะบทสนทนาทางโทรศัพท์วันก่อนทำให้ดูเหมือนมีม่านบางๆ ระหว่างเธอกับพ่อของคนรัก มันคงเกิดจากความสูญเสีย อย่างไรก็ตามเธอก็ยังเป็นคนอื่น หญิงสาวกล่าวขอบคุณก่อนจะลุกเดินตามน้องสาวของโชติกขึ้นไปที่ชั้นสอง

            “ชมพู่ลงไปก่อนนะคะ พี่แพรอยู่ตามสบาย”

            ผู้มาเยือนยิ้มให้เจ้าบ้าน เธอพอจะคุ้นเคยกับเด็กสาววัยสิบแปดจากการมาหนก่อนๆ และครั้งนี้อีกฝ่ายก็ยังเป็นมิตรไม่เปลี่ยนแปลง

            แพรวามองไปโดยรอบ ห้องสี่เหลี่ยมทาสีเหลืองครีม เตียงนอนตั้งชิดผนังด้านหนึ่ง ถัดมาเป็นโต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้าตั้งอยู่ปลายเตียง แม้จะมีข้าวของตกแต่งไม่มากตามประสาผู้ชาย แต่ทุกอย่างก็ถูกจัดวางเข้าชั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย

            แพรวาเริ่มขอบตาร้อน เธอรีบเรียกสติ สัญญากับตนเองแล้วว่าจะไม่ร้องไห้ เธอต้องพยายามเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะเท่าที่เสียน้ำตามาหลายวันแล้วยังไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย

            เธอเดินไปที่โต๊ะซึ่งชายหนุ่มใช้เขียนหนังสือ มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แก้วใส่ดินสอ ชั้นวางหนังสือเล็กๆ กล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม ข้างในอัดแน่นด้วยจดหมาย สลิปเอทีเอ็ม และกระดาษโน้ตเบ็ดเตล็ด จนมาหยุดความสนใจที่รูปในกรอบไม้เล็กๆ

            หัวใจแพรวากระตุกวูบ เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา...รูปของเธอเอง และเป็นรูปที่มันหายไปจากกระเป๋าสตางค์ในครั้งที่เพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ตอนนั้นเธอลืมมันไว้บนโต๊ะในโรงอาหาร ฝ่ายธุรการประกาศตามหาเจ้าของ พอไปรับและตรวจดูก็พบว่าทุกอย่างอยู่ครบ เว้นเสียแต่...รูปที่ใส่เอาไว้หายไป

            ตอนเจ้าหน้าที่ถามเพราะเห็นเธอขมวดคิ้ว แพรวาตอบไปว่าทุกอย่างครบ เพราะจะถามก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะคิดในแง่ลบ เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจและลืมเลือนมันไปกระทั่งมาเห็นรูปนี้ตั้งอยู่บนโต๊ะของโชติกเมื่อตอนมาบ้านเขาครั้งแรก...

            ชายหนุ่มบอกว่าจะลงไปหาน้ำกับขนมมาให้ ปล่อยเธอไว้เพียงลำพังในห้องของเขา เธอสำรวจนั่นนี่จนมาพบรูปใบหนึ่งจึงหยิบขึ้นมาดู ตอนนั้นเองที่ประตูเปิดพรวดออก พอเขาเห็นเธอถือรูปตัวเองอยู่ก็หน้าแดง เดินจ้ำพรวดๆ มาดึงออกจากมือ

            โช...รูป...

            โชติกทำท่าทางก้ำกึ่งระหว่างโบกมือกับเกาศีรษะ เขินจนเก็บอาการไม่มิด

            รูปแพรมาอยู่กับโชได้ยังไง แพรจำได้ว่าเคยใส่รูปนี้ในกระเป๋าสตางค์... เธอลำดับความเป็นมาแล้วก็ชะงัก ใจเต้นแรง

            โชเก็บกระเป๋าสตางค์แพรได้เองนั่นแหละ ก็เลย... เขายิ้มเจื่อนเชิงขอโทษ

หญิงสาวไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกดีเพราะมันแสดงว่าเขาเองก็แอบมองเธอมาตลอดเช่นกัน ไอร้อนผ่าวๆ แล่นไปทั่วใบหน้าจนเธอพูดอะไรไม่ออกอยู่หลายนาที ชายหนุ่มเลยถือโอกาสนี้หลบหนีความอายไปอีกครั้ง

            แพรวาถอยมานั่งบนเตียง ทิ้งตัวลงนอน กอดรูปไว้แนบอก ห้องนี้ยังมีกลิ่นของเขา มีภาพของเขา เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกับลมหายใจของเขาลอยอวลอยู่รอบกาย

            ภาพโชติกลอยอยู่ในห้วงคิดอีกครั้ง

            ไม่รู้สิว่าตั้งแต่เมื่อไร โชติกเล่าด้วยท่าทีผ่อนคลายขึ้น พอเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นความบังเอิญ

            แล้วทำไมไม่รอเจอกันเลยล่ะ

            ตอนนั้นโชติกไม่ได้แจ้งชื่อกับเจ้าหน้าที่ธุรการว่าเขาเป็นคนเก็บได้ แพรวาเลยไม่รู้ว่าจะขอบคุณใคร

            ไม่กล้า...มั้ง

            ทำไมล่ะ

            เขายิ้ม ก็แพรน่ะออกจะคุณหนู ไม่รู้ละสิว่าที่คณะเขาพูดถึงแพรกันเยอะแยะว่าเฟรชชี่น้องใหม่มีรถมารับส่งตลอด ขึ้นทำเนียบคุณหนูไปเลย

            เธอทำหน้าเบ้ ครั้นแล้วก็ถามต่อ แล้วถ้าแพรไม่ไปทำน้ำหกใส่รถโชวันนั้น โชจะมาคุยกับแพรไหม

            คำถามนี้ทำให้โชติกเงียบไป แพรวาเร่ง ว่าไงล่ะ”

            คุยสิ เขาบอก กำลังคิดว่าจะไปทักอยู่เหมือนกัน แพรเองก็มาดูโชเตะบอลใช่ไหม แล้วก็ชอบไปนั่งแถวม้าหินตรงลานจอดรถด้วย

            คราวนี้แพรวาเป็นฝ่ายทำตัวไม่ถูกบ้าง เขารู้ และยืนยันได้ว่าทั้งเธอและเขาต่างก็มองกันมาพักใหญ่

            แล้วทำไมแพรไม่จีบโชซะก่อนเลยล่ะ

            บ้า!’ เธอค้อน ตัวเองก็มีสาวกรี๊ดกร๊าดขนาดนั้น แถมอยู่วิศวะฯ มีแต่ปากจัดๆ สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเดินขาปัดล้มหน้าแหกใครจะรับผิดชอบ

            ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ จับมือเธอมาลูบไล้ ผู้หญิงเนี่ยเป็นเหมือนกันหมด ทำอะไรก็ต้องมานั่งตีความหมาย

            เพราะผู้ชายมักโผงผาง

            เขาเรียกว่าตรงไปตรงมาต่างหาก

            โชติกยิ้มร่าเริง แพรวาไม่เถียงต่อ เปลี่ยนบทสนทนาไปเป็นเรื่องอื่น ปล่อยให้ความสุขท่วมท้นไม่ต้องเดาในการกระทำอีกต่อไปเพราะหัวใจทั้งสองดวงประสานกัน

            ติ๊ด...

            แพรวาสะดุ้ง ยันกายขึ้นมานั่งก่อนที่ภาพอดีตจะพาเธอจมน้ำตา เธอถอนใจยาว เบอร์ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือขึ้นว่าเป็นคนขับรถที่รออยู่ด้านล่าง เธอกดรับสาย

            “รู้แล้วค่ะ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณแพร คุณท่านโทร. มาบอกว่าให้คุณแพรกลับเดี๋ยวนี้ เพราะคุณอคินมารอพบที่บ้านครับ”

            แพรวาหายใจสะดุดนิดหนึ่ง เธอตอบรับปลายสายแล้วลุกขึ้นยืน วางรูปไว้บนโต๊ะอย่างเดิมแล้วเดินจากห้องที่เต็มไปด้วยความหลังแสนเศร้าออกมา

            เจ้าของบ้านนั่งรวมกันอยู่ที่ห้องรับแขก พอทั้งหมดเห็นเธอก็ขยับ

            “จะกลับแล้วเหรอ” ชรินทร์ถาม

“ค่ะ ขอบคุณคุณลุงกับคุณป้ามากๆ ค่ะ” ชรินทร์กับภรรยายกมือรับไหว้ “แพร...จะขอมาอีกได้ไหมคะ”

สามีภรรยาสบตากัน “ก็ได้ แต่โทร. มาก่อนก็แล้วกันนะ เพราะบางทีลุงกับป้าไม่ค่อยได้อยู่บ้าน”

“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ แล้วเดินออกไป

แพรวาเดินออกมาจนเกือบพ้นเขตบ้าน เธอรู้สึกว่ายังไม่อยากจากครอบครัวนี้ไป บ้านซึ่งเคยมีโชติกอยู่ เธอหยุดยืนนิ่งแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านจัดสรรมีพื้นที่เล็กน้อยสำหรับจัดสวนหรือมุมพักผ่อนอเนกประสงค์ ซึ่งสำหรับที่นี่ใช้เป็นลานซักล้าง

เธอสืบเท้าไปยังบริเวณนั้น มีราวตากผ้าสเตนเลสแบบทั่วๆ ไปวางไว้ บนราวแขวนเสื้อที่เพิ่งซักมาใหม่ๆ กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มยังคงอยู่

สายตาแพรวาสะดุดที่เสื้อยืดสีขาว เธอเพ่งพิศ ลายบนเสื้อเป็นรูปช้างตัวผู้ มีตัวอักษรเขียนด้วยลายมือน่ารัก

ช้างเท้าหน้า

นี่มัน...เสื้อที่เธอซื้อให้โชติก ทำไม...

สัมผัสที่จับเปียกชื้นแสดงว่าเพิ่งผ่านการซัก บางทีแม่ของเขาอาจจะเอาออกมาเพราะคิดถึงลูกชาย

แต่ลูกชายไม่อยู่แล้วนี่

“พี่แพร...มีอะไรหรือเปล่าคะ”

แพรวาสะดุ้ง น้องสาวของโชติกส่งเสียงใสถาม เธอส่ายหน้าปฏิเสธแล้วรีบเดินไปยังจุดที่รถจอดรออยู่โดยมีความสงสัยติดค้างในใจไปตลอดทาง

 

กริการ์แปลกใจเล็กน้อยที่เห็นวรปีย์รออยู่ก่อนแล้วแม้ว่าเธอจะมาก่อนเวลานัดถึงสิบนาที แต่เธอก็ยิ้มทักทายเขา เพราะการพูดคุยตกลงกันยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไรงานก็จะยิ่งเสร็จเร็วเท่านั้น

“ชดเชยที่คราวก่อนผมมาช้า”

หญิงสาวได้แต่พยักหน้าเป็นมิตร เห็นสายตาของชายหนุ่มแล้วสงสัยจะไม่ใช่แค่ชดเชย แต่ตอนนี้กริการ์ชาชิน รีบทำงานดีกว่า เธอเดินตามชายหนุ่มขึ้นลิฟต์ไปดูพื้นที่พร้อมกับแบบที่เขียนเสร็จแล้ว

วรปีย์ดูแบบทั้งจากในกระดาษและบนจอคอมพิวเตอร์ ภาพสามมิติสวยด้วยสีสันและมีสไตล์ด้วยการจัดวาง หูเขาฟังเธออธิบายไปเรื่อยๆ แต่สายตาจับจ้องดวงหน้าสวย

“ผมสงสัยอย่างหนึ่ง อยากรู้มานานแล้ว ทำไมห้องในคอนโดฯ หรืออพาร์ตเมนต์เมืองไทยส่วนใหญ่ชอบเอาครัวไว้ติดประตูทางเข้า แบบนี้ถ้าเกิดเราทำกับข้าวไว้แขกไปใครมามันไม่ดูเลอะเทอะเหรอครับ”

กริการ์ปิดโปรแกรม “ก็จะได้จัดวางเตียงนอนไว้ติดหน้าต่างไงคะ โดยเฉพาะห้องสตูดิโอในตึกสูงจะมีพื้นที่ไม่มาก ฉะนั้นจึงใช้จุดที่อากาศโปร่งที่สุดคือหน้าต่างและระเบียงเป็นโซนพักผ่อน” กริการ์พูดพลางเก็บคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใส่กระเป๋าถือสีฟ้า “อีกอย่างการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันก็ใช่ว่าจะทำครัวเต็มอัตรา คงไม่ค่อยมีใครโขลกพริกหรือแล่ปลาสดๆ กันในครัวของคอนโดฯ เท่าไรมั้งคะ”

วรปีย์ฟังและพยักหน้าช้าๆ หญิงสาวดูดีทั้งหน้าตาและการแต่งกาย คำพูดก็แสดงความถนัดในงานที่ทำ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ทั้งสวยทั้งมีสมอง

“คุณก้าครับ” เขาเก็บปากกาหลังจากลงชื่อรับแบบ

“คะ”

“ผมคิดว่าคุ้นหน้าคุณจังเลย คิดว่าเราต้องเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนแน่ๆ”

กริการ์เก็บเอกสารเข้าแฟ้ม ยิ้มเล็กน้อย “ไม่รู้สิคะ ก้าโดนทักแบบนี้ประจำเลยไม่รู้ว่าจริงหรืออำเล่น”

ชายหนุ่มร้องโอ้โฮในใจ สวย...แถมลูกล่อลูกชนก็ไม่เบา แบบนี้หวานคอ วรปีย์กระหยิ่มยิ้มย่อง วางแผนในใจว่าจะจ้างมัณฑนากรคนสวยไปทำงานไหนต่อ

“จะใช้เวลาสักเท่าไรครับ”

“อืม...ไม่น่าเกินสองอาทิตย์ค่ะ เพราะแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าจะให้เร่งเต็มที่ก็คงแค่สิบวัน”

“โอ๊ะ! เปล่าครับ ผมไม่ได้เร่งคุณก้าเลย ทำตามสบายเลยครับ งานจะได้ออกมาสวยๆ” เขารีบบอก “ที่ผมถามเพราะว่าบางทีผมมีงานอีกชิ้นหนึ่งน่ะครับ”

กริการ์ยิ้มก่อนตอบ “ยินดีค่ะ ถ้าไม่เร่งมากขอทีละงานแล้วกันนะคะ คุณวรปีย์จะได้ดูผลงานสักชิ้นก่อน”

“เรียกผมว่าวอก็ได้ครับ” วรปีย์ต่อบทสนทนาไปคนละทาง

กริการ์ได้แต่ท่องในใจว่ามันคืองาน งาน และงาน เพื่อจะได้ยังคงแสดงสีหน้าเป็นมิตรเอาไว้ ทั้งที่หากย้อนไปเดือนเดียว เธอจะรื่นรมย์มากหากมีชายหนุ่มมายื่นไมตรีให้แบบนี้ แต่ ณ เวลานี้หัวใจว่างเปล่าอ้างว้างจนคำหวานใดๆ ก็ทำให้ชุ่มชื่นขึ้นไม่ได้เลย

กริการ์กลับมาถึงออฟฟิซตอนบ่ายโมงพอดี เธอส่งงานต่อให้ฝ่ายธุรการสั่งซื้อวัสดุที่ใช้ในงานแล้วก็กลับมาที่โต๊ะ ตติยไม่อยู่ที่โต๊ะแต่เธอไม่คิดถึง นั่งดูดกาแฟเย็นพลางเปิดอินเทอร์เน็ตดูเรื่องไร้สาระอยู่ประมาณสิบนาที ตั้งใจว่าจะทำงานต่อแต่โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

“ก้าพูดค่ะ”

“พี่ก้า มีแขกมาหาค่ะ” ชุลีบอก

“วันนี้พี่ไม่ได้นัดใครนะ”

“เอ่อ...ชื่อพรฟ้าค่ะ”

คุณย่า!

กริการ์เดินออกไปด้านหน้าสำนักงานซึ่งมีชุดรับแขกเล็กๆ ไว้สำหรับผู้มาเยือนได้นั่งรอ สุภาพสตรีวัยหกสิบปีนั่งตัวตรง ใบหน้าเคร่งเครียดเหมือนที่กริการ์เคยเจอเมื่อเดือนกว่าที่ผ่านมา

กริการ์ยกมือขึ้นพนมไหว้ อีกฝ่ายพนมมือรับ

“เป็นอะไรไป เจอหน้าย่าแล้วทำหน้าเหมือนกับเห็นผี”

คนเป็นหลานย่นคิ้ว “คุณย่าไม่เหมือนผีหรอกค่ะ แต่ก้าไม่คิดว่าจะเจอคุณย่าอีก” เธอเน้นคำสุดท้ายแสดงอาการไม่ต้อนรับเต็มที่ อีกฝ่ายลุกขึ้นยืน

“งั้นก็ดี รีบคุยกันซะจะได้จบเรื่อง”

“เรื่องอะไรคะ”

“หาที่คุยกันดีกว่า ก้าคงไม่อยากแสดงบทคนดื้อต่อหน้าคนอื่น” พรฟ้าพูดพลางปรายตาไปยังโต๊ะของชุลี กริการ์มองผู้มาเยือนตาขวาง แล้วเดินนำไปยังห้องประชุมโดยไม่ลืมหันไปบอกชุลีให้รับรู้

กริการ์วางแก้วน้ำให้ตรงหน้าพรฟ้า อีกฝ่ายไม่แตะต้องกลับยื่นเอกสารปึกหนึ่งกลับมาให้แทน หญิงสาวอ้าปากจะถามแต่สายตาคนให้บอกว่าให้หาคำตอบเอาเอง

แม้ไม่สบอารมณ์แต่กริการ์ก็ยอมหยิบมาพลิกดูเร็วๆ เธอสะดุดตรงภาษาอังกฤษบอกชื่อมหาวิทยาลัย แผ่นอื่นๆ ก็มีรูปสถานที่ เธอเงยหน้า

“ย่าคิดว่าก้าคงอยากจะเรียนต่อ” หญิงสาวนิ่งงง “อเมริกาก็ดีมีมหาลัยศิลปะดังๆ ถ้าเป็นงานออกแบบรู้สึกที่เยอรมันก็ดี ย่าให้คนช่วยดูมาให้หลายๆ ที่ไม่รู้ว่าก้าจะชอบที่ไหน...”

“เดี๋ยวค่ะคุณย่า หมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความแบบที่เข้าใจนั่นแหละ ย่าอยากให้ก้าเรียนต่อ ขอโทษทีที่ไม่ได้ถามก่อน แต่ย่าคิดว่าก้าคงสนใจ ถ้าตกลงย่าจะสนับสนุน”

วินาทีแรกความเปรมปรีดิ์พุ่งสูงดุจน้ำพุ ครั้นแล้ววินาทีต่อมาถึงได้เข้าใจความหมายที่แท้จริง ให้เธอไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่สิ ขับไสไล่ส่งไปต่างประเทศต่างหาก

กริการ์เปลี่ยนอารมณ์จากน้ำแปรเป็นไฟ เธอกัดริมฝีปากจนแดงช้ำ

“ถึงขนาดต้องไล่ก้าออกนอกประเทศเลยเหรอคะ กลัวก้าจะบอกแพรแล้วไปทำลายงานอีกเหรอ”

พรฟ้านิ่ง มองกริการ์ด้วยสายตาแวววาว ความเงียบแทรกตัวอยู่หลายนาที กระทั่งฝ่ายอาวุโสกว่าเป็นฝ่ายพูดขึ้น

“ดูเหมือนเธอจะมองอะไรในแง่ร้ายไปซะหมดเลยนะ ไม่เคยคิดว่าคนอื่นเขาหวังดีบ้างเลย”

“หวังดีหรือกังวลกันแน่คะ” เธอผลักเอกสารออกไป “ก้าไม่ไปค่ะ”

“ก้า...”

“คุณย่าไม่ต้องอ้อมค้อมหรอกค่ะว่าอยากไล่ก้าไปให้พ้นๆ ที่จริงก้าไม่เกี่ยวกับครอบครัวหัตถเมธแล้วนี่คะ เพราะคุณย่าบอกเองว่าจะไม่มายุ่งอะไรกับก้าอีก!” เสียงกริการ์เริ่มดัง “พูดเองก็ลืมเอง”

“กริการ์!” พรฟ้าสูดลมหายใจลึก เห็นได้ชัดว่าพยายามระงับอารมณ์

“นี่คือคำขอร้องจากคนอื่น ก้าไม่รับรู้”

“ถ้าไม่เห็นแก่ย่าก็เห็นแก่แพรวาหรือเห็นแก่อคินหน่อยได้ไหม จะทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจที่เห็นเธอเหรอ ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะใครก็มองว่าเป็นพระยาเทครัวได้ทั้งพี่ทั้งน้องแบบนั้นงั้นเหรอ!

กริการ์ตัวแข็ง ถูกคำกระแทกใจจนจุก หลายวินาทีกว่าจะสามารถตอบกลับไปได้

“เขา...พูดแบบนั้นเหรอคะ”

พรฟ้าเหยียดริมฝีปาก รู้สึกหายใจสะดวกขึ้นที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักงัน

“เขาไม่ใช่คนพูดมากเธอก็รู้ แต่การที่เขายืนยันเลือกแพรวามันก็บอกอะไรได้แล้ว ถึงจะด้วยเหตุผลมากกว่าความรักแต่เขาก็เลือกน้องแพรอยู่ดี นี่ก็ได้วันที่จะจัดงานใหม่แล้วด้วย ย่าอยากให้ก้าตัดสินใจ”

ความเจ็บช้ำลามไปทั่วทั้งใจอย่างรวดเร็ว...ซ้ำความเกลียดชังก็ร้าวลึกจนเธอแทบทานทนไม่ไหว เธอรู้ตลอดเวลาว่าอคินแต่งงานกับแพรวาเพราะมีผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่กระนั้นเขาก็ยืนยันที่จะเลือกเด็กผู้หญิงหัวอ่อนที่ใครพูดอะไรก็ทำตามจนเหมือนคิดเองไม่เป็นคนนั้น

การที่แพรวาหนีงานแต่งงานจุดประกายความหวังในใจกริการ์ เธอฉวยโอกาสแอบขึ้นเวทีรักตามคำแนะนำของรตี แต่เมื่อตัวจริงกลับมาเธอก็ถูกผลักไส ความสุขในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาถูกเผาผลาญจนมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน

อีกอย่าง...เรื่องเรียนต่อเนี่ย อคินเองก็เห็นด้วยนะ

 

ตติยรู้สึกชาเหมือนไฟชอร์ต มันควรจะเป็นความผิดของใครดี ความอยากรู้อยากเห็น หรือเพราะเสียงที่ดังเกินจนเล็ดลอดช่องว่างน้อยนิดของบานประตูออกมา

แรกทีเดียวก็แปลกใจที่เห็นผ่านผ้าม่านว่ากริการ์คุยกับหญิงสูงวัยซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นคุณย่าของเธอ

ต่อมาบทสนทนาก็ตรึงเขาไว้

ท้ายสุดก็ถูกประโยคนั้นแทงทะลุหัวใจ

เห็นแก่อคิน...เพราะเขาจะถูกมองว่าเป็นพระยาเทครัวได้ทั้งพี่ทั้งน้อง

ผู้ชายของกริการ์คือ...อคิน!

 

 

 

 3.3.18

สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องพร้อมตอนพิเศษได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #832 Chazdough (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:20
    ชอบโชติกกก
    #832
    0
  2. #831 Aortic (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 18:07
    ก้า อย่าหลงกลน้า
    #831
    0
  3. #740 darika-grammy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2554 / 11:40
    ไม่ชอบคุณย่าเลย
    #740
    0
  4. #591 ศกุนิชญ์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 10:16
    เลวจริงอะไรจริงบ้านนี้
    #591
    0
  5. #501 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 15:09
    เป็นคนแก่ที่ฉลาดมากแต่เป็นความฉลาดที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว
    #501
    0
  6. #477 Dusky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 / 22:50
    ถ้าทำกันขนาดนี้ ก็คงไม่ใช่ย่ากับหลานแล้วล่ะคะ

    ใจร้ายจัง
    #477
    0
  7. #375 MU @ Club (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 16:07

      เป็นไงล่ะที่นี้ พี่เต "ความจริง"เป็นสิ่งไม่ตาย

      แต่ได้รับรู้"ความจริง"โดยไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ ก็อาจช๊อคตายได้ค่ะ

      "รัก" เพื่อที่จะ"รัก"อย่างเดียว ไม่ต้องครอบครองไม่ได้เหรอคะ พี่เต

      รีดเดอร์อยากมีความรู้สึกดีๆ และประทับ ของพี่เต ประทับไว้ในใจ

      จะได้มั๊ยน้อ... แต่ก็นะ รีดเดอร์เข้าใจค่ะ ว่าพี่เตก็แค่ผู้ชายคนนึง

      ยังไม่บรรลุซึ่งกิเลสหรืออะไรทั้งสิ้น

      ( รีดเดอร์ก็กิเลสหนาค่ะ เลยต้องมาติดตาม

      และหลงรัก พระเอก, พระรอง ในนิยายอยู่เช่นนี้ 5555
    )

      ทำใจยอมรับความจริงให้ได้ไวๆ นะคะพี่เต

      ท่องไว้ค่ะ "เป็นพระรองต้องอดทนให้ได้ทุกสถานการณ์"

      แต่ อิคนที่สมควรตัดสินใจให้ดี และมีเหตุมีผล กลับไม่ทำแฮะ

      ปล่อยให้เหตุการณ์พาไปซะเฉยเลย ที่เรื่องอื่นๆ ดูฉลาดมีหลัการณ์เชียว

      แต่พอเกี่ยวกับนู๋ก้า ดั๊น..!!! โง่..ซะทุกเรื่องมันซะงั้น

      เออ..นะ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนไม่ได้เหรอคะ คุณคิน

      แค่ทำตามความรู้สึกของตัวเองเนี๊ยะ ทำได้มั๊ยอะ

      หรือเลือกจะอยู่กับความเหมาะสม ก็เลือกไปเลย

      อย่ามาทำตัว หวง, หึง อะไรให้กับนู๋ก้าอีก

      ( รีดเดอร์เห็นแล้วอยากโบกให้หายขัดเคืองใจจริงๆ ขอบอก )
                             
    #375
    0
  8. #284 prawpraw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 / 19:09

    จริงๆ แก่ก็น่าจะอยู่ส่วนแก่ไปนา =3=

    #284
    0
  9. #161 Potae Jung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 14:22
    สงสารก้ามากเลยค่ะ อยากให้แพรสู้เพื่อความรักของตัวเองและอยากให้อคินรู้ใจตัวเองด้วยค่ะ
    #161
    0
  10. #157 jin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 06:47
    Ohhhhh...poor Kaaaa...

    I wish Te can help and soothe her naka.

    I do hate those 2 old women

    ...and... can I hate Akin too ka?..I'll pray for Ka to stop loving this selfish and stupid guy!

    For nong Prae, I feel a lot better with her now ka coz she still love Chotic and try to do many things for them. (different from Akin who did nothing for good - -'')

    This chapter made us hope that Chotic is still alive! yeah!

    p.s. I'm in UK ka ^^
    #157
    0
  11. #156 kongkhwan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 19:04
    สงสารก้า จัง ทุกคนทำร้ายก้าอ๊ะ
    #156
    0
  12. #155 tabo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 11:59
    เย้ย คีย์บอร์ดเน่า จิ้มไม่ลง เอาใหม่ๆ



    เมื่อเกี้เม้นท์ว่า แล้วจะไปต่อเมืองนอกมั๊ยเนียก้า





    เม้นท์เพิ่มๆ อีตาเต ดันมารู้ซะแระ หึหึ
    #155
    0
  13. #154 tabo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 11:52
    เย้ยยยยยยยยยยยยยย แล้วจะไปั๊ยเนี่ยยยยก้า
    #154
    0
  14. #152 che_ii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 07:27
    เกลียดนังคุณพรฟ้า มหาประลัยนี่จริงๆไรเตอร์  จะอะไรกันนักกันหนาเนี่ย ?  ไรเตอร์เสกให้ก้าท้องทีได้ไม๊คะ ?  555555   แบบว่าถ้าเราเป็นก้า ถ้าท้องจริง  เราจะไม่บอกอคินอ่ะค่ะ  แต่ไม่ปิดบัง  ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ  ไม่รับความรับผิดชอบด้วย  แบบว่าตัดขาดเลิกแล้วต่อกัน เอาให้คนทั้งหลายสำลักความรู้สึกผิดตายกันไปข้างเลย (จะมีไม๊เนี่ย ?) อุ้มท้องแบบไม่แคร์สื่ออ่ะค่ะ  ไรเตอร์จัดให้ทีสิ  นะ นะ น๊าาาา  


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มิถุนายน 2554 / 07:29
    #152
    0
  15. วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 02:16
    ย่าเอาอคินมาอ้าง ก้าก็จะเสียใจ แล้วจากไป... ถ้าเตช่วยก้า อคินก็อาจจะหึงรุนแรงคิดว่าไปกับชู้ ..รึป่าวอ่ะ ??
    #151
    0
  16. วันที่ 20 มิถุนายน 2554 / 02:14
    ก้าไม่ใช่หลานแท้ ๆ  กลัวว่าจะได้ดีกว่าหลานในไส้ .ผู้ใหญ่อะไรก็ไม่รุ เฮ้ออ ชีวิตอาภัพน่ะก้า สงสารจัง...  สงสัยเรื่องโชมากๆๆๆๆเลย ..อินไปกับแพรวา ไม่เชื่อว่าตายแล้ว
    #150
    0
  17. #149 tuatoto (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 23:26
    ก้าขาาาาอย่าได้ยอม!!!! ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นเรยคะ อยู่รอร่วมงานเเต่งงานเเรวควงเตไปเย้ยเรยยด้วย(หวังว่าเตจะไม่โกรธก้านะ) เบื่ออคินเเรวววๆๆๆๆ
    #149
    0
  18. #148 MBA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 22:54
    สงสารเต T^T





    ปล. ก้าไม่ท้องจริงๆ หรือ แอบหวังอยู่นะเนี้ย 555
    #148
    0
  19. #146 ทิวาวาร (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 20:38
    คุณย่าใจร้ายมากเลยรักหลานไม่เท่ากัน

    แล้วคุณย่าจะเสียใจ...ทำไม,,,ก้าก็หลานนะค่ะ  อินๆค่ะอิน อิๆ ^^

    คุณอคินก็ไม่ชัดเจน ก้า...หนีไปเลยค่ะ

    หนูว่าตติยคงรับก้าได้เพราะรักจิง เบื่อคุณพี่คินแล้วไม่ทำอะไรซักอย่าง เชอะๆ

    แอบบอกไม่ชอบคุณย่าอย่างแรง ลำเอียงมากเลยค่ะ
    #146
    0
  20. #145 cactus (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 20:32
    กริกา เธอต้องลงมือควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองนะ อย่างที่รตีบอก อย่าเชื่อยัยย่าพรฟ้า บอกได้คำเดียวเห็นแก่ตัว
    #145
    0
  21. วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 19:35
    :( ตามมาทำร้ายกันอีก ..เตพาหนีได้มั้ยอ่ะ
    เสื้อของโช...ยังมีความหวังๆๆๆ
    ... คุณย่าน่าจะได้รับบทเรียนอะไรบ้างน่ะ ร้ายเหลือเกิน ..อคินก็อย่าเป็นพระเอกเลย โง่และเห็นแก่ตัวแถมเจ้าอารมณ์ด้วยอ่ะ เปลี่ยนคนดีกว่าน่ะ
    #143
    0
  22. #142 คนรอ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 16:22
    ใจร้าย มากกกกกกกกกกกกกกก
    #142
    0
  23. #141 Naiad['s] (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 16:18
    สงสารก้ามากๆของมากกกก
    เกลียดญาติๆของก้ามากมาย เห็นแก่ตัวไม่มีที่สิ้นสุด
    เบื่อพระเอก ที่ไม่ทำอะไรสักอย่างให้มันแน่ชัดไปเลย
    ผู้ชายซื่อบื้อ!!!~
    #141
    0
  24. #140 rung_dao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 14:45
    เห็นแก่ตัวจริงๆ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ถึงกับจะขับไล่ไสส่งไปต่างประเทศเลย

    ก้าอย่ายอมนะ ถ้ายอมก็ต้องยอมเขาตลอดไป ตัดได้ตัดไปเลย ญาติแบบเนี้ย

    สงสารก้า หวังพึ่งอคินก็ไม่ได้

    นายเต ช่วยหน่อยเร้ว.....
    #140
    0