เหลี่ยมเสน่หา

ตอนที่ 18 : 18 หัวใจแพรวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 ก.พ. 61


                .

18

 

กริการ์รู้สึกหิว พอดูนาฬิกาอีกครั้งก็เลยเที่ยงไปพักใหญ่ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เช้ามีกาแฟแก้วเดียวที่ตกถึงท้อง จึงขยับออกจากโต๊ะทำงาน เปิดตู้เย็น นอกจากน้ำอัดลมกับน้ำแข็งแล้วก็ไม่มีอะไรที่สามารถกินได้

เธอยกหูโทรศัพท์ขึ้นโทร. สั่งอาหาร สังคมเมืองสะดวกสบาย อยู่กับที่ก็สามารถสั่งของกินมาส่งให้ถึงเตียงนอน เหมือนเช่นครั้งนี้ หลังจากวางสายไม่ถึงสิบห้านาทีเธอก็ได้ข้าวผัดกะเพรากับไข่ดาวร้อนๆ มาเป็นอาหารกลางวัน

เขาทำอะไรอยู่นะ กินข้าวหรือยัง วันอาทิตย์แบบนี้เขาคงอยู่บ้าน

หญิงสาวชะงักแล้วส่ายหน้า ตอนที่เธอนั่งเขียนแบบก็ปรามสมาธิให้อยู่กับงานได้ แต่พอหยุดปุ๊บจิตก็กระเจิงเหมือนลิงค่างทุกที ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่เธอย้ายออกมา

ก็ยังไม่เป็นอะไรนี่กริการ์ เธอยังมีชีวิตอยู่กริการ์ได้แต่บอกตัวเองซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

หลังจากอิ่มแล้วเธอก็เดินออกไปที่ระเบียง หลับตาสูดอากาศ ช่างหัวควันพิษไปก่อน วันนี้ฟ้าใส เมฆขาว แดดจัด บางทีหลังจากอดทนทำงานชุดนี้ให้เสร็จเธออาจจะขอพี่ดนัยลาพักร้อนยาว ไปต่างจังหวัดสักแห่งที่ไกลๆ ไปให้ลืม เพราะอยู่ใกล้ใจมันก็คอยแต่จะลอยไปหา

กริการ์เดินกลับไปเปิดตู้เย็น เอาน้ำอัดลมมาดื่ม รสซ่าปลุกความสดใส เธอหยิบกระดาษขาวออกมาลากดินสอไม่ถึงนาทีก็ได้ภาพเด็กผู้หญิงถือน้ำอัดลมทำหน้าตลก หญิงสาวยิ้ม วาดเด็กผู้ชายอีกคนลงไป

เธอชอบวาดรูปมาแต่เด็ก ตั้งแต่จำความได้สมุดในบ้านก็มีแต่รูปการ์ตูน ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มทักษะด้วยการวาดรูปทิวทัศน์ ภาพเหมือน และมุ่งเป้าหมายให้ชีวิตด้วยการเลือกเรียกวิชาศิลปะก่อนจะจบการศึกษาด้วยสาขาการตกแต่ง

กริการ์นึกย้อนไปถึงตอนที่เธออายุสิบสอง...

ที่มุมนั่งเล่นในบ้านพรฟ้า ขณะที่เด็กหญิงกำลังลงสีไม้ให้ภาพวาดตัวเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินมา เขานั่งยองๆ มองอยู่หลายนาทีโดยที่เธอไม่รู้ตัว

วาดอะไรอยู่เหรอ

เธอสะดุ้ง ดึงภาพหลบด้วยความเขิน ไม่เคยเห็นชายหนุ่มคนนี้มาก่อน

ไม่เห็นต้องอายเลย วาดสวยดีนี่ เขายิ้ม

เด็กหญิงมีสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย บางทีเขาคงเป็นลูกเพื่อนคุณพ่อหรือไม่ก็หลานเพื่อนคุณย่า

ขอพี่ดูบ้างได้ไหม

กริการ์ชั่งใจก่อนจะยื่นให้เขาดูแล้วรีบดึงกลับ

เดี๋ยวสิ รูปอะไรยังไม่ทันเห็นเลย ผู้หญิงถืออะไรน่ะ ลูกบอลเหรอ

ไม่ใช่ลูกบอล!’ เธอพูดออกมาเป็นครั้งแรก

แล้วเป็นอะไรล่ะ พี่ว่ามันเหมือนลูกบอลสีแดง

คนวาดขมวดคิ้ว ทำปากตุ่ย แววตาเหมือนไม่พอใจที่เขาไม่เข้าใจศิลปะของเธอ และทำท่าจะเก็บกล่องสี ชายหนุ่มรีบนั่งขัดสมาธิ

เดี๋ยวก่อน คุยกันก่อน ชอบวาดรูปเหรอ

เด็กหญิงมองเขาอย่างไม่วางใจ อีกฝ่ายทำท่าเหมือนเพิ่งนึกได้

อ้อ! ลืมถามไป ชื่ออะไร

 

ติ๊ด...

กริการ์คงจะนั่งตาลอยแบบนั้นต่อไปอีกนานถ้าไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ เธอถอนใจเฮือก หยิบมากดรับ

“ถึงแล้วนะครับ รออยู่ข้างล่าง”

เธอหันไปมองนาฬิกา บ่ายโมงครึ่ง! ตายแล้ว เธอนัดกับตติยเอาไว้ว่าจะไปส่งงานที่บ้านรตีด้วยกันตอนบ่ายสอง อีกครึ่งชั่วโมง ซวยแล้วสิ

“รอแป๊บนึงนะ อีกสิบนาทีเดี๋ยวรีบลงไป” กริการ์รีบวางสายเก็บกวาดงานที่ทำค้างอยู่แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ ครั้งนี้ตอนเขาเสนอตัวเธอก็ตอบรับโดยไม่บ่ายเบี่ยง ในเวลาแบบนี้การมีเพื่อนก็เป็นหลักให้ใจได้ก็ดีเหมือนกัน

 

แพรวากวาดสายตาไปโดยรอบ ไม่มีความรู้สึกว่าได้กลับมาพักที่บ้านของตนเองแล้วเลยแม้แต่น้อย เหมือนเป็นเพียงห้องพักในโรงแรม มันกว้างจนวังเวง กลิ่นหอมที่ลอยอยู่ไม่ทำให้สดชื่น มีแต่จะยิ่งทำให้รู้สึกเศร้าหมอง ทั้งที่อาการทางกายดีขึ้นอย่างรวดเร็วสวนทางกับหัวใจที่แย่ลงทุกที

แพรวานั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมริมระเบียงเพราะเลือกจะออกมารับอากาศบริสุทธิ์ที่แม้จะร้อนกว่าแต่ก็หายใจโล่งกว่าลมจากเครื่องปรับอากาศ เธอคิดถึงกลิ่นดิน คิดถึงป่ายาง คิดถึงไอเย็นยะเยือกกับสายหมอกยามเช้า

หากแต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่เท่าไอรักอันอบอุ่นที่ส่งผ่านจากกายของโชติก

หญิงสาวลูบแหวนที่คอ โชคดีที่ทางโรงพยาบาลเก็บไว้ให้ตอนเข้าห้องผ่าตัด และคืนให้เธอโดยตรง ถ้าผู้เป็นแม่รู้มันคงถูกทิ้งไปแล้ว และคงไม่มีโอกาสได้รอคอยอีกวงมาอยู่คู่กัน

สักวันมันจะมารวมกัน

เธอเลือกที่จะรอ...ยังไงก็จะรอ ขอแค่ให้เขากลับมาเท่านั้น

แพรวาน้ำตาเอ่ออีกครั้ง นึกถึงช่วงที่คบกัน เธอกับโชติกไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และเธอก็อยากตอบแทนเขาแบบเดียวกับที่เขาให้แหวนเธอ ฉะนั้นพอถึงวันเกิดของเขาเธอจึงไปซื้อเสื้อคู่มาเป็นของขวัญ

โชติกกางดูแล้วทำหน้าประหลาด

บนเสื้อสีขาวสกรีนลายช้างตัวผู้ดูน่ารักพร้อมคำว่า ช้างเท้าหน้าพอเธอโชว์ให้ดูของตัวเองว่าเป็นช้างพังและเขียนว่า ช้างเท้าหลังเขายิ่งทำท่าเหมือนกินของบูด

นี่ ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่ชอบเหรอ

ดีว่าคบกันมาจนรู้ใจว่าชายหนุ่มมักจะแสดงอารมณ์ตรงไปตรงมา

ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่...มันจะแบ๊วไปหน่อยไหม ไม่เหมาะกับหน้าโชเลย

คนให้ฉีกยิ้ม ดีแค่ไหนแล้วพี่แพรไม่เลือกสีชมพูมาให้

เป็นพระคุณอย่างสูงเลยขอรับ โชติกแกล้งยกมือไหว้ แพรวาหัวเราะชอบใจ แต่ครั้นแล้วเสียงหัวเราะก็หายวับเพราะเห็นชายคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร

พี่คิน...

อะไรนะ

แพรวาก้มหน้า ใจร่วงไปถึงตาตุ่ม

โชติกมองแล้วเข้าใจทันที แพรเดินออกไปก่อน เดี๋ยวโชเช็กบิลแล้วจะตามไป

แพรวารีบลุกขึ้นเดินก้มหน้าหงุดออกไป ดูเหมือนอคินจะมองมาแวบหนึ่ง ทำท่ากะพริบตาสงสัยก่อนที่คู่สนทนาจะเรียกชื่อและดึงความสนใจของเขากลับไปที่การพูดคุยอีกครั้ง

วันนั้นโชติกเงียบไปครู่ใหญ่เมื่อมีโอกาสได้เห็นคู่แข่งหัวใจ เขาคงคิดเปรียบเทียบตนเองอยู่ แต่ก็เพียงไม่นานเขาก็กลับมาทะเล้นเหมือนเดิมและไม่ถามอะไรเกี่ยวกับอคินเลยกระทั่งไม่กี่วันก่อน

ถึงตอนนี้มันก็ยากที่จะเชื่อ อ้อมกอดสุดท้ายซาบซึ้ง สัมผัสหวานลึกราวกับสั่งลา แพรวาไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก เธอปล่อยให้มันไหลรินดุจสายน้ำตก

ถ้าโชตายไปยังไงก็มีตัวแทน มีคนสืบทอดความคิด

คนบ้า พูดทำไมล่ะ

เสียงเคาะประตู แพรวารีบปาดน้ำตา สูดลมหายใจ ผู้เป็นแม่เดินเข้ามา

“น้องแพร อคินมาเยี่ยมจ้ะ” เพียงดาวกล่าว เธอชะงักเมื่อหันมาเห็นแพรวาหลังจากที่ปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว “ร้องไห้อีกแล้วเหรอ” ท้ายประโยคเพียงดาวถอนหายใจ

แพรวาหันหน้าหนี มองไปทางอื่น

เพียงดาวเม้มปาก สะกดไม่ให้ตนเองระเบิดอารมณ์หรือแม้กระทั่งใช้เสียงแข็งกร้าว เธอนั่งลงที่เก้าอี้ข้างแพรวา จับมืออีกฝ่ายมาลูบ

“น้องแพร แม่เข้าใจความรู้สึกน้องแพรนะ เหตุการณ์เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน ถ้าแม่จะบอกให้หยุดเลยคงไม่ได้ แต่แม่อยากให้ลูกทำใจ วันนี้อคินมาเยี่ยม แม่ไม่อยากให้น้องแพรพูดถึงโชหรือเหตุการณ์ที่ผ่านมา พี่เขาไม่รู้อะไร น้องแพรอย่าทำให้เขาเสียใจนะ”

แพรวานิ่ง อคินไม่ใช่คน ไม่รู้อะไร แต่เขาไม่พูดอะไรต่างหาก แพรวาพยักหน้าช้าๆ เพียงดาวฉีกยิ้มและยื่นหน้าไปจูบหน้าผากลูกสาว

“เดี๋ยวแม่ให้พี่เขาเข้ามานะ”

แพรวาแทบจะไม่เปลี่ยนท่าทีเมื่อร่างสูงมาปรากฏกายเงียบๆ เขานั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับเพียงดาวที่เพิ่งลุกออกไป

“น้องแพร”

เพราะการเรียกชื่อทำให้หญิงสาวจำต้องหันมา แพรวายกมือขึ้นไหว้ช้าๆ เท่าที่กำลังแขนจะอำนวย เธอไม่กล้าสบตาอคิน แม้จะไม่เคยได้ยินว่าผู้ชายจะอ่านค่าความบริสุทธิ์จากใบหน้าได้ แต่แววตาก็เป็นหน้าต่างของหัวใจเสมอ

“ท่าทางดีขึ้นแล้ว”

“ค่ะ” เธอตอบแค่นั้น อคินเหลือบมอง

“พี่ขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมตั้งแต่วันแรก ติดเรื่องงานน่ะ”

แพรวาส่ายหน้า อคินให้เหตุผลแบบที่เธอเคยได้ยินจากเขาเสมอ อย่างไรก็ตามเธอดีใจเสียอีกถ้าไม่ต้องเห็นเขาตราบที่ภาพของโชติกยังติดฝังแน่นอยู่แบบนี้ “ไม่เป็นไรค่ะ”

เท่าที่อคินฟังจากเพียงดาว หญิงสาวหัวแตกและกระดูกหัวไหล่ร้าว ซึ่งก็มีหลักฐานที่มองเห็นได้ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นรอยฟกช้ำดำเขียวทั่วไป เพราะเธอร่วงจากรถมอเตอร์ไซค์และกลิ้งตกจากไหล่ทาง แต่ข้อสงสัยของเขายังไม่กระจ่าง

อคินยืดตัวนั่งหลังตรง ดวงตาอ่อนแสง “งั้นพี่ไม่รบกวนแล้ว แพรพักผ่อนเถอะ จะได้หายทันงาน”

แพรวากะพริบตาปริบๆ “งานอะไรคะ”

เขาลุกขึ้นพูดเรียบๆ “ก็งานแต่งเราไง คุณยายจะจัดงานให้อีกที”

“ไม่ค่ะ! แพรแต่งงานกับพี่คินไม่ได้” แพรวารู้สึกตัวว่าเผลอหลุดปากพูดออกไป สิ่งที่ควรจะเป็นความลับ เธอเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบ ก่อนที่เขาจะบอกตัดบท

“พี่กลับก่อน แล้วจะมาเยี่ยมใหม่”

            อคินปิดประตูห้องอย่างเบามือ พอเขาหันมาก็เจอเพียงดาวซึ่งเห็นได้ชัดว่าพยายามระงับกิริยาลุกลี้ลุกลนของตัวเอง

            “คิน น้า...อยากพูดอะไรหน่อย”

            ชายหนุ่มแสดงออกว่ารอฟัง

            “คินคงเห็นแล้วว่าน้องแพร...ไม่เหมือนเดิมเท่าไรเพราะเพิ่งฟื้น บางทีอาจจะพูดอะไรไม่เข้าท่าไปบ้าง น้าไม่อยากให้คินคิดมาก” ท่าทางเพียงดาวที่พยายามปั้นแต่งคำพูดเป็นอย่างมากทำให้อคินแค่นยิ้ม

            “ผมไม่ได้คิดมากเกินกว่าที่เจ้าบ่าวจะมีสิทธิ์สงสัยนี่ครับ”

            เพียงดาวหลบสายตา “อย่างที่บอกว่าน้าก็ไม่ได้ถามจากน้องแพรทั้งหมด รู้แค่ว่าบ้านที่น้องไปพักเป็นคนรู้จักของก้า ถ้าคินอยากรู้คงต้องไปถามเอาจากก้า น้าไม่อยากไปยุ่ง น้าอยากให้คินเชื่อในตัวน้องแพร ยังไงน้องแพรก็จะเป็นเจ้าสาวของคินคนเดียว”

            อคินเข้าใจเพียงดาวดีที่เธอพยายามพูดเลี่ยงไปด้วยความเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูกสาว แต่เขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิดที่เหมือนเธอไม่อยากให้เขารู้ความจริง ได้แต่พาอ้อมโลกไปซ้ายทีขวาที ท้ายสุดก็โยนความสงสัยไปที่กริการ์อีก

            อันที่จริงเหตุการณ์เท่านี้ก็บอกได้ ประกายในแววตาของแพรวาไม่เหมือนหญิงสาวอ่อนต่อโลกอีกต่อไปแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องถามจากกริการ์หรือใครเลยก็ได้ เก็บความสงสัยให้กลายเป็นแค่ตะกอนเล็กๆ ในใจแล้วปล่อยเพียงดาวยกยอลูกสาวให้เลิศเลอเหนือใครเช่นนี้ต่อไปก็พอ

            ถึงแพรวาจะเสียอะไรไป แต่กิจการของหัตถเมธก็ยังคงอยู่

            อคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. ออก รตีรับสาย เขาบอกสั้นๆ ว่าจะแวะไปกินมื้อเย็นที่บ้าน ปลายสายมีน้ำเสียงดีใจ

            “ดีเลย เดี๋ยวคินจะได้มาดูห้องรับแขกใหม่ด้วย”

            เขาขมวดคิ้ว “ห้อง...”

            “ก็วันนี้น้าต้องเซ็นรับงานแต่งห้องรับแขกใหม่จากก้าพอดี นี่ก็กำลังเดินดูกันอยู่”

            จู่ๆ หัวใจเขาก็เต้นไหว จริงสิ มัวแต่ยุ่งกับงานตัวเองจนลืมไปว่าหญิงสาวติดต่อเรื่องงานกับครอบครัวเขาอยู่ ชายหนุ่มเหยียบคันเร่ง

 

            กริการ์แทบจะลืมวิธีการพูดไปสิ้นเมื่อเห็นอคินก้าวเข้าบ้านมา จังหวะลากเท้าช้าๆ พลางมองสถานที่ด้วยสีหน้าพินิจ เธอตวัดสายตาไปที่รตีทันที อีกฝ่ายทำเฉย

            “หนูก้า”

            อติภพเรียกชื่อ กริการ์รีบเรียกสติตัวเองกลับมา หากต้องใช้เวลาหลายวินาทีที่จะคิดคำพูดออกมาได้

            “คุณลุงว่ายังไงนะคะ”

            “เปล่านี่ ลุงว่าถูกใจ หนูก้าเก่งจริงๆ นี่เดี๋ยวลุงจะแนะนำเพื่อนลุงให้ติดต่อไปหานะ มีคนที่เขาทำรีสอร์ตอยากได้คนไปแต่ง...”

            กริการ์ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้นตึ้กตั้กอยู่ในอก เธอบังคับตัวเองไม่ให้หันไปมองอคิน อากาศในห้องเย็นฉ่ำแต่มือเธอกลับชื้นเหงื่อ ในใจรู้สึกหวั่นไหวจนแทบหายใจไม่ออก

            “ก้า ลุงภพโอเคแล้ว เอาหนังสือรับมอบให้เซ็นสิ”

            “อ้อ! ค่ะ” ถ้าตติยไม่ทักเธอก็คงไม่รู้ว่าทำอะไรต่อ พอคู่ค้าลงชื่อเสร็จก็เท่ากับส่งงานเสร็จสิ้น เหลือแต่รับค่าบริการ หลังจากนั้นเธอก็จะรีบกลับ ไม่มีอะไรติดค้างกับที่นี่อีก

            กริการ์เก็บเอกสาร “เรียบร้อยแล้ว งั้นก้ากลับก่อนนะคะ”

            “เดี๋ยวก่อนสิหนูก้า นี่ก็จะเย็นแล้ว รอทานข้าวกันก่อนไหม”

            “ไม่เป็นไรค่ะ” กริการ์คงปฏิเสธเร็วไปเพราะคนชวนชะงัก เธอจึงรีบแก้ตัว “คือ...ก้ามีนัดกับเพื่อนแล้วน่ะค่ะ ใช่ไหมเต” เธอแอบสะกิดแขนเขา ชายหนุ่มไม่รู้เรื่องมาก่อนแต่ก็รับลูกทัน

            “ครับ”

            “เหรอ” ชายสูงวัยมีสีหน้าผิดหวัง

            “ขอโทษด้วยนะคะ”

            “เอาไว้โอกาสหน้านะ”

            ไม่มีแล้วละ กริการ์ปั้นยิ้ม ยกมือไหว้เจ้าบ้านทั้งสองแล้วทำท่าจะเดินออกไป

            เดี๋ยวก่อนกริการ์ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ

            เหมือนเครื่องบินตกหลุมอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าตติยหายวับ กริการ์หัวใจแทบหยุดเต้น อติภพกับรตีมองอคินกับกริการ์สลับกันไปมา อคินก้าวออกมาแล้วเดินนำไปเชิงหามุมส่วนตัว

            “เชิญ”

            กริการ์ได้แต่ทำตาม ตติยมองตามไปด้วยสายตาเชิงถาม อาจจะเป็นแค่การคุยกันระหว่างญาติ แต่ทำไมเขารู้สึกว่าเหมือนไม่น่าวางใจ

 

            สวนข้างบ้าน

            อคินยืนดูพุ่มดอกเข็มเรื่อยเปื่อย ในใจนึกกรุ่นโกรธกริการ์ เขามองเห็นเธอเดินตามมาแล้วก็ยืนนิ่ง เธอถือเอกสารที่เพิ่งให้พ่อเขาเซ็นไว้แนบอก ท่าทางเชิดนิดๆ เขาปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมสักพัก หวังให้อารมณ์พลุ่งพล่านของตนเองสงบลง

            กริการ์มากับหมอนั่นอีกแล้ว ตอนอยู่ร่วมกันก็ได้ยินทั้งชื่อได้เห็นทั้งตัว พอแยกกันก็ไม่วายเจออีก ราวกับแม่เหล็ก ถูกผลักไสเท่าไรก็ยิ่งไล่ตามติด น่าโมโห...

            “มีอะไรคะ” เธอเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน เขาไม่ละสายตา

            “ผมเพิ่งไปเยี่ยมน้องแพรมา”

            เหรอ หญิงสาวตอบในใจแต่ปากพูดอีกอย่าง “เป็นยังไงบ้างล่ะ”

            “ก็ไม่สาหัสอะไรเพราะย้ายมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว หัวแตก หัวไหล่ร้าว” อคินพูดน้ำเสียงเย็นชา

            กริการ์ยะเยือกในอก ไม่เจอกันแค่หนึ่งสัปดาห์แต่นานราวกับเป็นเดือน คงเป็นเพราะสถานะเปลี่ยนท่าทางเขาจึงเปลี่ยนไป ถ้าเธอไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้ก็ต้องรีบจบบทสนทนาให้เร็วที่สุด

            “แล้วยังไงต่อคะ”

            อคินหันมา ดวงตาวาวโรจน์ “ผมควรจะถามคุณนะว่าแล้วยังไงต่อ ทำไมแพรวาถึงได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เพื่อนของคุณที่ให้แพรวาไปพักเป็นใครกันแน่”

            “เพื่อน?

            ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางระอานิดๆ “ก้า ถึงขนาดนี้แล้วไม่ต้องโกหกก็ได้ ผมไม่โกรธคุณอีกหรอก เพราะยังไงน้องแพรก็ปลอดภัยดีแล้ว”

            กริการ์รู้แล้ว เขายังเข้าใจอยู่ดีว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้เจ้าสาวหนี เธอแค่นยิ้ม ขอบตาร้อนผ่าว

            “คุณอาบอกคุณละสิ”

            “ผมเชื่อสิ่งที่ผมได้ยินเอง ไม่งั้นผมจะมาถามคุณทำไม”

            “แต่คุณก็ยังจะเชื่อแบบนั้น ทั้งที่ฉันบอกคุณมาตั้งแต่แรกว่าไม่รู้เรื่อง แต่...ช่างเถอะ แล้วแต่คุณ เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหม งั้นฉันไปนะ” กริการ์หันหลังกลับ อคินรีบคว้าแขนเธอ

            “น้องตัวเองแท้ๆ ทำเป็นไม่สนใจเลยนะ”

            กริการ์สะดุ้งพยายามดึงแขนออก แต่อคินจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“กลัวความผิดหรือคิดว่าแพรวาปลอดภัยแล้วจะยังไงก็ช่าง ถึงได้รีบร้อนเก็บของออกจากบ้านผมซะขนาดนั้น อยู่ต่ออีกสักวันสองวันได้นี่นา”

“นี่คุณ ปล่อยนะ” เธอหันซ้ายหันขวา

“อันที่จริงอยากจะมาอยู่กับหมอนั่นมากกว่าละสิ แยกกับผมปุ๊บก็ตามติดปั๊บ ขาดกันไม่ได้เลยนะ”

กริการ์เบิกตาโต “คุณอคิน!

เหมือนอารมณ์ชายหนุ่มพุ่งพรวดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการกลับมาของแพรวาหรือเพราะเห็นเธอมากับตติยกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เธออยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว

“ปล่อยฉันนะคุณอคิน เดี๋ยวใครมาเห็นก็เป็นเรื่องหรอก”

“ใครที่ว่าน่ะคือเขาใช่ไหม น่าเสียดายนะอุตส่าห์เฝ้าเช้าเฝ้าเย็นมาตั้งนาน อย่าให้เขารู้ล่ะ ว่าคุณน่ะของเหลือคนอื่น ไม่งั้นอาจพานรับไม่ได้”

กริการ์หน้าแดงจัด ร้อนผะผ่าวเหมือนถูกสุมไฟ เธอเม้มริมฝีปากแน่น เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่าถูกเชือดด้วยคำพูดแบบนี้

“ไม่เห็นเป็นไร คุณเองก็ยังรับได้เลย แพรวาก็ไม่ได้ใหม่แล้วเหมือนกัน หายไปเป็นเดือนแบบนั้นคิดเหรอว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ คนปัญญาอ่อนยังคิดได้เลย”

อคินรู้สึกเหมือนถูกลูกศรปักอกอย่างจัง

กริการ์รีบสะบัดมือออกจากการเกาะกุมแล้วก้าวพรวดๆ จากไป ปล่อยให้เขานิ่งงัน จนมุมกับคำพูดนั้นต่อไปเพียงลำพัง

ทั้งที่อคินคิดอยู่แล้วว่าไม่จำเป็นต้องถามเอาความจริง แต่เมื่อได้เห็นกริการ์มากับตติยอารมณ์ก็กระเจิง เขาหมั่นไส้ หวง พาลหาเรื่องทั้งที่ไม่ตั้งใจ ในที่สุดก็ถูกย้อนศรจนจุก

การที่เขารับแพรวาเป็นเจ้าสาวอีกครั้ง ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายคนนั้นของเธอเลยสักนิด

อคินหงุดหงิด

 

กริการ์นั่งเงียบ เป็นอีกครั้งที่ตติยเห็น หลายครั้งเวลาที่เธอรับรู้เรื่องราว ครอบครัวท่าทางจะเปลี่ยนไป ถ้าไม่ยิ้มจนตาเป็นประกายก็จะกลับมาพร้อมความเงียบงันและสีหน้าเจ็บปวด

มีอะไรเกิดขึ้น แพรวา กริการ์ อคิน หรือกระทั่งเซลส์แมนที่ชื่อซันคนนั้น

เขาต้องไม่สนใจ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

ตติยรู้ดีว่าใจที่พยายามจะยึดหลักการนั้นไว้อ่อนแรงเต็มที เขากำลังถูกความอยากรู้อยากเห็นยั่วยวน ประหนึ่งมันมาโบกมือไหวๆ ล่อให้เขาเปิดประตู จากนั้นก็จะวิ่งหนีไปและทิ้งเขาไว้กับความพินาศของหัวใจ

กระนั้นจะให้เขาปล่อยหญิงสาวไป โดยทำได้แค่มองเธอเดินจากไปแบบที่กำลังจะเป็นนี่น่ะหรือ

ชายหนุ่มตอบตัวเองทันที ไม่มีทาง

 

น้องแพรจะทำอะไร

แพรวาสะดุ้ง เพียงดาวเข้ามาตอนเธอหยิบกระเป๋ามาทำท่าจะสะพาย ทั้งที่หัวไหล่ซ้ายยังมีเฝือกอ่อน คนเป็นแม่ก้าวพรวดๆ เข้ามา

“อย่าบอกนะว่าจะไปข้างนอก”

หญิงสาวเม้มปาก พยายามยื้อไม่ให้อีกฝ่ายดึงกระเป๋าออกจากมือแต่ไม่สำเร็จ

“น้องแพรจะไปไหน”

“ไปหาโช”

“น้องแพร!” เพียงดาวเสียงหลง “โชตายแล้ว! แม่บอกแล้วไง แพรไม่เชื่อแม่กับคุณยายเหรอ จะไปหาทำไม ไปหาที่ไหน!

แพรวาตาแดงก่ำ “ก็...แพรอยากไปหา แค่ให้เขารู้ว่าแพรไปหา แพรอยากเห็นภาพเขาก็ยังดี ให้แพรไปที่บ้านโชก็ได้ค่ะ แพรแค่อยาก...”

“ไม่ได้! แม่ไม่ให้ไป”

“คุณแม่!” หญิงสาวสะอื้น เธอปล่อยมือจากกระเป๋าแล้วรีบเดินไปที่ประตู คนเป็นแม่ผวาตามมาคว้าแขนลูกสาว แพรวาร้องโอ๊ย

“น้องแพร!

เพียงดาวชักมือกลับเหมือนถูกไฟชอร์ต แพรวาทรุดตัวลงนั่ง จังหวะนั้นเองพรฟ้าก็เปิดประตูเข้ามาเพราะได้ยินเสียงเอะอะ

“เกิดอะไรขึ้นดาว น้องแพรเป็นอะไร”

แม้จะเจ็บแต่แพรวาก็ฝืนตัวลุกขึ้นยืน เธอพยายามเดินออกจากห้องแต่พรฟ้าขวางไว้

“คุณยาย”

หญิงสาวเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายแล้วก็รู้ว่าหมดทาง น้ำตาไหลพรากๆ

พรฟ้าเข้ามาประคองแพรวา “ไปนั่งก่อน”

“คุณยาย แพร...”

“ไปนั่งก่อน” พรฟ้าย้ำ

เพียงดาวระงับอารมณ์แล้วค่อยๆ เดินมาช่วยประคองแพรวาอีกคน แต่พอพรฟ้าหันมาสบตาก็ถอยออกไปก้าวหนึ่ง

พรฟ้าพาหลานสาวมานั่งบนเตียง จัดหมอนให้อิง ดึงกระดาษทิชชูให้เช็ดน้ำตา จากนั้นทิ้งตัวนั่งใกล้ๆ และลูบศีรษะหลานสาวอย่างอ่อนโยน

“หยุดร้องนะลูก เดี๋ยวปวดหัว ตาบวมไปอีก”

“คุณยาย”

“ยายเข้าใจ” พรฟ้าจับมือแพรวา “ยายรู้ว่าน้องแพรเสียใจแค่ไหนเรื่องโช แต่อย่างที่แม่เขาบอก โชตายแล้ว ทำใจนะน้องแพร ยังไงเขาก็ฟื้นกลับมาไม่ได้”

แพรวากลั้นสะอื้น “แพร...ไม่อยากเชื่อ แพรแค่อยาก...”

“ยายเอานี่มาให้” พรฟ้ายื่นถุงกระดาษที่ถือติดมือมาให้หลานสาว พอเห็นแพรวานิ่งไปพรฟ้าก็หยิบออกมาให้ มันคือโทรศัพท์มือถือ “ยายซื้อเครื่องใหม่มาให้ ให้ที่ร้านเขาโอนเบอร์เก่าๆ ของหนูมาไว้ให้เหมือนเดิมด้วย”

แพรวาค่อยๆ รับไปถือ หยุดอาการโศกเศร้าด้วยความงงงัน แววตามีชีวิตชีวากว่าเดิม

“เอาแบบนี้นะ ถ้าอยากจะไปหาโชที่บ้านเขาหรือยังไงย่าจะให้คนพาไป แต่ขอให้หนูดีขึ้นกว่านี้ก่อนได้ไหม ออกไปตอนนี้เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีก ยายกับแม่เป็นห่วง นะลูกนะ”

พอได้คำปลอบโยนพร้อมความหวัง แพรวาจึงพยักหน้าช้าๆ และยอมสงบลง พรฟ้าถอนหายใจ หันไปสบตากับเพียงดาวเชิงตำหนิก่อนจะพากันออกจากห้องไป

แพรวานอนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ขยับกายหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งได้มากดหาหมายเลข

เธอโทร. หารุ่งวันที่เท่าไรนะ ตอนสายๆ หญิงสาวนึกย้อนไป แต่ทว่านี่เป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่บันทึกการโทร. ออกที่เคยมีในเครื่องเดิมหายไปหมดแล้ว แล้วเธอก็จำเบอร์ของรุ่งไม่ได้ด้วย

แพรวายิ่งหัวใจแฟบลงเมื่อเธอคิดจะติดต่อรัฐแต่ก็นึกได้ว่าเธอไม่เคยโทร. หาเขาเลย

เธอขมวดคิ้ว พอใช้ความคิดอาการปวดจากแผลก็กำเริบอีก เธอหลับตา ค่อยๆ นึกว่ามีทางใดที่จะได้เบอร์โทรศัพท์ของรัฐบ้าง

เธอลองโทร. ไปที่บ้านโชติก

ถึงแม่กับยายจะบอกแบบนั้นแต่หัวใจเธอปฏิเสธตลอดเวลา บางสิ่งบางอย่างดิ้นรนอยู่ในร่างว่าให้พยายามทุกอย่างที่จะยืนยัน อย่างน้อยก็ให้เห็นกับตา

“คุณลุง แพรนะคะ”

อีกฝ่ายเงียบไปหลายวินาที “คุณลุงคะ”

“จ้ะ หนูแพร”

น้ำเสียงเขาอ่อนแรง คงยังไม่หายเศร้าที่สูญเสียลูกชายไป เพราะแม้แต่เธอยังทำใจไม่ได้

“คุณลุงพอจะมีเบอร์ของพี่รัฐไหมคะ พี่รัฐที่แพรไปพักอยู่ด้วยน่ะค่ะ คือแพรไม่เคยจดเบอร์เขาไว้”

“หนูแพรจะโทร. หาเขาทำไมเหรอ”

แพรวาอึ้ง ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ถ้าเธอบอกไปว่าไม่เชื่อว่าโชติกตายจริงก็เลยอยากจะถามเอาความจากรัฐ พูดแบบนั้นไปคนเป็นพ่อเขาจะรู้สึกยังไง คงคิดว่าเธอสติฟั่นเฟือนไปแล้ว

“หนูแพร”

“เอ่อ...คือ...แพรแค่อยากคุยน่ะค่ะ ยังไม่ได้ติดต่อกลับไปเลย กลัวเขาเป็นห่วง” เธอได้ยินเสียงถอนใจ

“ลุงไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของรัฐหรอก”

“หาให้หน่อยได้ไหมคะ ในเครื่องโชอาจจะมี”

คราวนี้อีกฝ่ายเงียบไปนาน กระทั่งเขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หนูแพร โชติกตายไปแล้ว ถึงข้าวของเขาจะยังอยู่แต่ลุงจะไม่ไปค้นหาอะไรอีกหรอกนะ”

แพรวาลำคอตีบตัน รู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายต่อว่า “แพรแค่...อยากคุยกับพี่รัฐ”

“จะไปถามเขาเรื่องโชใช่ไหม ไม่ต้องหรอก เขารู้แล้วว่าหนูปลอดภัย ทำใจเถอะนะ อย่าถามอะไรอีกเลย แค่นี้นะ ลุงจะวางสายแล้ว”

แพรวาหน้าชา น้ำตาไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ที่พึ่งสุดท้ายตัดรอนความหวังหมดสิ้น ทั้งที่คิดว่าน่าจะได้คำพูดอ่อนโยนกว่านี้ แต่มันก็คือความจริงที่เธอยังรับไม่ได้อยู่นั่นเอง

            โชติกตายแล้ว...

 

 



11.2.18

สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มเรื่องได้ที่

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzk2OTExIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMzAyNTQiO30

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

832 ความคิดเห็น

  1. #830 Aortic (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:33
    พอโมโหแล้วก็ค้องมาสาดคำพูดร้ายๆใส่กัน คิดย้อนกลับไปคงรู้สึกเสียใย
    #830
    0
  2. #739 darika-grammy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2554 / 11:16
    เศร้าจัง
    #739
    0
  3. #500 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 14:40
    ย่าพรฟ้านี้ร้ายจริงๆ
    #500
    0
  4. #373 MU @ Club (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 14:30

      โหย...อ่านตอนนี้เสร็จเสร็จ รีดเดอร์อึ้งค่ะอึ้ง

      จะเพราะหึง, หวง หรืออะไร ก็น่าจะมีคำพูดอะไรที่ดีๆ กว่านี้

      ให้รู้สึกว่ามีเยื่อใยมั่งไม่ได้เหรอคะคุณคิน ถ้าจะพูดแบบนี้ "หุบปาก" ไปเลยดีกว่า

      พูดแบบนี้ มันเชือดเฉือน(หัวใจ)กันชัดๆ เลยนะเนี๊ยะ

      อย่าได้แคร์คุณคินค่ะ นู๋ก้า ช่างอิคุณคินมัน ชอบกินหญ้าเป็นอาหารดีนัก

      ก็เชิญฝ่าดงหญ้าต่อไปเถอะ ไม่มีหญ้าให้กินแล้ว ก็ขุดดินกินแทนหญ้าก็ละกันนะ

      แหม..อยากจะโบกคุณคินซักหลายๆ ครั้งเลยซิน่า....

      แต่..ก็คงไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ขนาดน้ารตี ว่าฉลาดล้ำแล้วนะ

      ยังอึ้งตะลึงไลซะขนาดนั้น ใค๊ร..!!! เค้าจะไปช่วยคุณได้ล่ะคะคุณคิน

      แต่พี่เตนี่สิ.. ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แถม..ยังต้องมางงงวยจับต้นปลาย

      สรุปว่า.. พี่เต ไม่รู้เรื่องอะไรอยู่ดี ( อันความ "รัก" มันเป็นเช่นนี้แล ) ค่ะพี่เต

      ไม่ต้องรู้อะไรก็ไม่เจ็บปวดดีเหมือนกันนะคะ

      แค่ได้"รัก" และปรารถนาดีต่อคนที่เรา "รัก" ก็พอนะคะพี่เต

      รีดเดอร์อยากจะบอกว่าขอบคุณ คุณ che_ii ค่ะ

      ก็รีดเดอร์อ่านตอนนี้จบ ก็พาใจเศร้าอึมครึม มึนงงแทนนู๋ก้าค่ะ

      เลื่อนเม้าท์ลงมาเพื่อที่จะเม้นต์ให้ไรเตอร์ เลยกวาดสายตาอ่านที่รีดเดอร์คนอื่นๆ

      เม้นต์ไปก่อนหน้า... 5555555++++++++

      "ทำไมคินไม่แต่งงานกับคุณพรฟ้า ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยอะ"

      รีดเดอร์หายเศร้าเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ 5555

      ขอบคุณคร่า...สำหรับ"ข้อความ"ที่พาความสุขมาให้ในครั้งนี้ค่ะ

     



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 กรกฎาคม 2554 / 15:44
    #373
    0
  5. #283 prawpraw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 / 18:59

    แต่เค้าไม่อยากให้โชตายเลย  เอะหรือยังไม่ตายนะ ?

    #283
    0
  6. #137 che_ii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 08:32
    "  ถึงแพรวาจะเสียอะไรไป  แต่กิจการก็ยังคงอยู่"   เห่อๆๆๆๆๆๆ  ทำไมอคินไม่แตงกับคุณพรฟ้าให้รู้แล้วรู้รอดไปนะไรเตอร์  สงสัยจริงๆ  ถามให้หน่อย  เริ่มเบื่ออคินแล้ว 
    #137
    0
  7. #135 tabo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 20:37
    ขอโหวตให้ส่งยัย ล็อกอิน MBA ไปตบยัยเพียงดาว กะ ยังพรฟ้า ค่ะ
    #135
    0
  8. #134 tuatoto (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 19:16
    เบื่ออคินจิงๆๆๆ ฟอร์มจัดนะเราอะ สงสารก้าอะ เดียวสนับสนุนให้รักกะเตซะเลยนิ



    ปล. ข้อความเก่า คือคิดว่าโชยังไม่ตายนะคะ พิมผิด แฮ่ๆๆ
    #134
    0
  9. #133 cactus (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 19:09
     อยากรู้จิง ดูแล้วอคินก็รวย และก็ไม่ได้รักแพรเลย ทำไมถึงอยากแต่งกับน้องแพร ใกล้เฉลยรึยังน้อ รอรอรอ
    #133
    0
  10. #132 cactus (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 18:51
    อคินเนี่ยหึงก้าแล้วหละ อย่ามาโมโหกลบเกลื่อน
    #132
    0
  11. #131 ทิวาวาร (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 17:22
    คุณพี่คินหึงๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ^^

    แต่ปากก็นะ ... หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ ดูสิก้าไปแล้ว 5555
    #131
    0
  12. #130 MBA (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 16:18
    -*- รำคาญ คุณหญิงแม่มากๆ จะอะไรนักหนานิ



    #130
    0
  13. #129 rung_dao (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 10:42
    คุณคินหึงแล้วพาลจังนะ

    นี่แหละน้า ไม่ยอมรักความจริง

    สงสารหนูก้าจริงๆ

    #129
    0
  14. วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 10:11
    เศร้าๆๆๆๆๆๆๆ โช ยังไม่ตาย...ใช่มั้ย :(
    อคินก็โง่จัง ก้าหนีไปให้ใกล้ๆดีกว่า ... ใส่ไฟว่าก้าผิดอยู่นั้นแหละ ทั้งๆที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย  เซ็งแทน (อินจัด แหะๆๆ)
    #128
    0
  15. #127 Potae Jung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 09:23
    สงสารก้าจังเลย และหวังว่าโชคงยังไม่ตาย
    #127
    0